King of Dark Land ราชันแห่งแดนมืด (เป็น e-book แล้ว)

ตอนที่ 104 : [Side Story ตอนพิเศษ] : ไปเที่ยวแดนพราย ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    21 ก.ย. 61

วันนี้เป็นวันที่สามของการท่องเที่ยวในแดนพราย เซซาเนียอยากมาที่หอสมุดประจำเมืองคาลิด้าตามประสาคนชอบอ่านหนังสือ วาเรียสก็ไม่ขัดจึงพาเธอมา ไว้วันต่อไปเขาจะพาเธอไปเที่ยวที่ต่างเมือง อาคารที่มีลักษณะเป็นโดมนี้มีผู้เข้ามาใช้บริการไม่มาก บรรยากาศจึงเงียบสงบ ไม่มีค่อยมีเสียงรบกวนเท่าไหร่ เหมาะกับการทำสมาธิอ่านหนังสืออย่างมาก

“ท่านวาเรียสดูสิคะ ชั้นสามเป็นพิพิธภัณฑ์ ข้าอยากไปดู พาไปหน่อยนะคะ ไปนะ นะ ๆ” อาการของสาวน้อยวัยใสกำเริบอีกครั้งทำให้เจ้าหญิงแห่งโรซานทำตัวเหมือนสมัยที่ยังคบกับอีกฝ่ายใหม่ ๆ

“นี่เจ้าหญิง อายุขึ้นเลขสี่แล้วไม่ใช่เหรอ ทำตัวเป็นสาวน้อยวัยใสไปได้”

“ทำไมคะ ท่านชอบให้ข้าทำตัวเหมือนนางร้ายพร้อมตบตีคนอื่นเหรอ”

“เปล่า แบบนี้แหละ น่ารักดี” คำชมนั้นทำให้เจ้าของเสียงใสถึงกับหน้าแดงเป็นมะเขือเทศ “เจ้าอยากไปดูพิพิธภัณฑ์ไม่ใช่เหรอ รีบไปสิ” วาเรียสจับเซซาเนียให้หันหลังกลับไปจากนั้นก็ดันไปข้างหน้า เธอจึงยอมเดินไปแต่โดยดี

ระหว่างขั้นบันไดไปที่ชั้นสาม ทั้งสองก็เดินสวนทางกับคนบางส่วนที่เดินลงมา คาดว่าคงเป็นแขกจากชั้นอื่น ๆ ที่จะออกไปข้างนอกแล้ว เมื่อมาถึงที่หมาย สองหนุ่มสาวจากทวีปวาลเทร่าก็เดินดูภาพวาดเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ที่ติดไว้บนผนังพร้อมคำอธิบาย บนพื้นห้องก็จะมีตู้กระจกไว้ใส่ข้าวของเครื่องใช้เก่าแก่ทะลุศตวรรษไหนไม่ทราบ เซซาเนียดูจะสนใจมากเพราะบางอย่างเธอก็ไม่เคยเห็น พอมองจนพอใจแล้วจึงเดินไปดูโซนอื่น ๆ ที่ถูกจัดไว้บ้าง

“ท่านวาเรียส...” เจ้าของเสียงใสเรียกคนที่เดินตามหลังอยู่ห่าง ๆ ปีศาจหนุ่มจึงรีบเดินมาก่อนที่เธอจะถาม “มันเขียนว่าราชาเรฮานถูกจ้าวปีศาจสังหารในการโจมตีแดนพราย ท่านฆ่าเขาจริง ๆ เหรอคะ” เธอเห็นภาพวาดอดีตราชาแดนพรายที่ถูกมีดเสียบคาอกอยู่บนบัลลังก์พร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เจ้าหญิงแห่งโรซานจึงอยากรู้ความจริงจากปากคนข้างตัว

“ถ้าข้าพูดออกมา เจ้าจะเชื่อหรือเปล่า”

“เท่าที่ข้ารู้ ท่านไม่ลังเลที่จะโกหก แต่อย่างน้อยท่านก็จริงใจกับข้า...ไม่นับเรื่องทำแจกันแตกแล้วแอบเอาใบใหม่มาเปลี่ยนนะคะ” ประโยคนั้นทำเอาคนฟังเกือบสำลักน้ำลาย วาเรียสอุตส่าห์คิดว่าเธอจะเชื่อใจเขาแล้วแต่ไหงมีเรื่องทำแจกันแตกขึ้นมาได้ล่ะนั่น “สรุปว่าท่านฆ่าเขาหรือเปล่าคะ”

“เปล่า เขาฆ่าตัวตายเอง ตอนนั้นข้าก็เหวอไปเหมือนกัน อันที่จริง ถ้าข้าเป็นอดีตราชาแดนพราย ข้าก็ขอตายดีกว่ามีชีวิตอยู่อย่างอัปยศ ไม่มีราชาคนไหนอยากให้ดินแดนวอดวายในสมัยตัวเองหรอก”

“สองหมื่นปีก่อนท่านไม่เห็นฆ่าตัวตาย”

“ก็คนที่เสียสละมันจะตายเปล่า อีกอย่างคนกำลังจะมีลูก ชิงตายก่อน อดเห็นหน้าลูกพอดี” คนพูดยักไหล่อย่างไม่แยแส เซซาเนียส่ายหน้าเล็กน้อยจากนั้นก็เดินมาดูภาพที่อยู่ข้าง ๆ กัน

“นี่คือราชารัสเซลเหรอคะ”

“ใช่ โตขึ้นจากตอนเล็ก ๆ เยอะเลย” เรื่องที่เขาเป็นพ่อบุญธรรมของราชาแดนพรายในตอนนี้ เจ้าหญิงแห่งโรซานก็รู้ พลันนัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเลก็หันมาเห็นภาพวาดเหมือนของหญิงสาวผมสีทองยาวสยาย นัยน์ตาสีม่วงสดใส เธออยู่ในชุดกระโปรงยาวเหมือนชนชั้นสูง ถ้าให้เดาคงเป็นคนที่เขาเคยเล่าให้เธอฟัง

“นี่คือเจ้าหญิงแดนพรายใช่ไหมคะ”

“นี่แหละเดลฟิน่า”

“นางเป็นคนสวยจริง ๆ ด้วยค่ะ” เซซาเนียอ่านคำอธิบายใต้ภาพที่บอกว่าอีกฝ่ายเป็นน้องสาวของราชาเรฮานและรอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่เพราะหลบออกจากเมืองหลวงไปก่อนพร้อมเจ้าชายน้อย ภายหลังถูกจับเป็นตัวประกันของจ้าวปีศาจ จากนั้นก็ขมวดคิ้วก่อนจะสะบัดหน้ามาจ้องคนข้าง ๆ จนน่ากลัวว่าคอจะหัก “ท่านวาเรียสคะ”

“ทำไมต้องเรียกเสียงเขียว ๆ ด้วย”

“แหกตาดูคำอธิบายด้วยค่ะ มันบอกว่าระหว่างที่เจ้าหญิงเดลฟิน่าถูกจับเป็นตัวประกัน มีผู้สันนิษฐานว่าเจ้าหญิงอาจถูกข่มเหงด้วย ว่าแต่ท่านทำอย่างที่เขาเขียนหรือเปล่าคะ”

“จะบ้าเหรอ ข้าจะไปข่มเหงนางทำไมเล่า ข้าไม่ได้โรคจิต บ้าผู้หญิงสักหน่อย” เขาไม่ได้ทำจริง ๆ นะ ก็แค่อยู่เฉย ๆ ทำโน่นทำนี่ไปตามที่ควรจะทำ ตอนไหนว่างก็ออกไปร่อนข้างนอก เปิดหูเปิดตาท่องเที่ยวไปเรื่อยเท่านั้นเอง แต่เซซาเนียกลับมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ “เจ้าไม่เชื่อข้าเหรอ นี่เจ้าหญิง บางครั้งถึงข้าจะดื่มเหล้าจนเมาหัวทิ่ม แต่ข้าสาบานได้ว่าไม่เคยทำอะไรแบบนั้นกับเจ้าหญิงแดนพรายเลยนะ”

“ข้ารู้ว่าท่านไม่เคยทำแบบนั้น”

“แต่ถ้าเปลี่ยนจากเจ้าหญิงแดนพรายเป็นเจ้าหญิงแห่งโรซาน ข้าอาจจะทำก็ได้นะ”

“น่าเกลียดมากค่ะ” เซซาเนียตีไหล่คนข้าง ๆ สุดแรง แน่นอนว่าอำนาจของฝ่ามืออรหันต์นั้นทำเอาวาเรียสแทบทรุด ยังดีที่เขาเป็นปีศาจ ถ้าเป็นมนุษย์ธรรมดาคงได้มีเหตุไหล่หลุดกันบ้าง

ทำไมมือหนักอย่างนี้!

“เอ๊ะ ตรงนั้นเป็นบันทึกเกี่ยวกับเสื้อผ้าหน้าผมผู้หญิงนี่” เซซาเนียชอบงานเย็บปักถักร้อย พอเห็นตู้กระจกที่แสดงโชว์เสื้อผ้า เธอก็รีบตรงไปดูอย่างสนอกสนใจทันที

สงสัยจะหาไอเดียไปตัดเย็บเสื้อผ้า...

เรื่องเสื้อผ้านี่พลาดไม่ได้เลย วาเรียสส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะมองรูปที่แขวนบนผนังจากนั้นจึงค่อยเดินตามเจ้าหญิงแห่งโรซานไป โดยไม่คิดจะหันกลับมามองภาพวาดปีศาจผู้มีปีกสามคู่และถือเคียวสีทมิฬยืนอยู่บนกองซากศพอีกเลย

 

“ทำไมอยู่ ๆ ท่านแม่ถึงอยากมาที่หอสมุดประจำเมืองล่ะครับ”

“ไม่รู้สิ สงสัยจะอยากมาดูพิพิธภัณฑ์ล่ะมั้ง” เดลฟิน่าตอบคำถามทั้งที่ยิ้มเศร้า ๆ วันนี้รัสเซลมีเวลาว่างจึงพาแม่บุญธรรมออกมาข้างนอก แน่นอนว่าสถานที่แรกที่ทั้งสองจะไปคือหอสมุดประจำเมือง ซึ่งบนชั้นสามได้บันทึกเรื่องราวเมื่อสองร้อยปีก่อนเอาไว้

“คิดถึงท่านพ่อวาเรียสเหรอครับ”

“ใช่ แย่เหมือนกันนะ แม่ลืมเขาไม่ได้สักที” ร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนคนมีปัญหาชีวิต ตอนนี้เธอกับรัสเซลเดินมาใกล้จะถึงหอสมุด จังหวะนั้นหนุ่มสาวคู่หนึ่งก็เดินออกมาพร้อมคุยกันอย่างออกรสและเดินเลี้ยวไปอีกทาง สองแม่ลูกจะไม่ตกใจเลยถ้าผู้ชายในชุดดำคนนั้นไม่ใช่วาเรียส!

“ท่านแม่ เมื่อกี้มัน...” เขาเคยคิดว่าแม่บุญธรรมตาฝาด แต่คราวนี้เขาเห็นเต็ม ๆ ตาเลย

“วาเรียส...ท่านวาเรียส!” เดลฟิน่ารีบวิ่งตามไปโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น คราวนี้เธอเห็นชัดเจนกว่าคราวก่อนที่เห็นแค่แวบ ๆ อีกทั้งรัสเซลก็มากับเธอแถมเห็นเหมือนกัน แค่นี้ก็ยืนยันแล้วว่าเธอไม่ได้ตาฝาด

เดลฟิน่า เจ้าเจอเขาแล้ว เขาอยู่ที่นี่จริง ๆ เขากลับมาที่แดนพรายแล้ว! ร่างบางบอกตัวเองในใจพลางเร่งฝีเท้าไล่ตามร่างสูงในชุดดำพลางวิ่งหลบผู้คนที่เดินสวนมา เธอต้องตามเขาให้ทัน ไม่ว่ายังไงก็ต้องพบหน้าให้ได้ก่อนที่เขาจะหายไปอีก

“ท่านวาเรียส! รอข้าก่อน! ท่านวาเรียส!

 

วงเวียนน้ำพุกลางเมืองคือบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่านมากที่สุด แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีทองยาวสยายที่วิ่งมาถึงบริเวณนี้พลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เธอจำได้ว่าอีกฝ่ายเดินมาทางนี้ และถ้าเดาไม่ผิด คนส่วนใหญ่ที่มาที่นี่จะต้องมานั่งพักหรือไม่ก็เดินแวะซื้อของในร้านขายสินค้าที่อยู่รอบ ๆ เดลฟิน่ากวาดสายตามองหา ไม่ว่ายังไงก็ต้องพบปีศาจตนนั้นให้ได้!

“ดีจริง ๆ ที่แถวนี้มีร้านขายมะม่วงดอง” เสียงพึมพำของใครบางคนดังแว่วมาจากทางด้านหลัง พรายสาวหันกลับไปมองแล้วก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างสูงในชุดสีดำหิ้วถุงกระดาษใส่กล่องที่ภายในบรรจุมะม่วงดองเอาไว้

วาเรียสกวาดสายตามองหาเก้าอี้ไม้ยาวรอบ ๆ วงเวียนน้ำพุ เมื่อเห็นที่นั่งว่างอยู่จึงตรงเข้าไปจับจองระหว่างรอเจ้าของเรือนผมสีเขียวน้ำทะเล เดลฟิน่ายืนมองอยู่ห่าง ๆ เพราะกำลังทำอะไรไม่ถูก เธอจะเข้าไปทักก็ไม่กล้าทั้งที่ในใจอยากจะพุ่งไปกอดเขาให้หายคิดถึง แต่ในเมื่อเขาอยู่ที่นี่และอยู่ตรงหน้าเธอ แถมตัวเองก็อุตส่าห์วิ่งตามมาถึงขนาดนี้ จะปล่อยให้โอกาสหลุดมือก็คงไม่ได้

“กล้า ๆ หน่อยเดลฟิน่า” หญิงสาวบอกตัวเองก่อนจะเดินตรงไปหา แล้วก็ต้องชะงักเมื่อหญิงสาวรูปร่างเพรียวบางในชุดกระโปรงยาวสีขาววิ่งมาพร้อมถุงกระดาษบรรจุขนมเต็มถุง

“ท่านวาเรียส ข้ากลับมาแล้วค่ะ” เซซาเนียนั่งลงข้าง ๆ เจ้าตัวพลางส่งถุงกระดาษให้ วาเรียสรับมาดูสลับกับมองหน้าหญิงสาว เขารู้ว่าเธอจะไปซื้ออะไรกินแต่ไม่นึกว่าจะหอบกลับมาเยอะขนาดนี้

“ข้าเชื่อแล้วว่าช่วงนี้เจ้ากินเยอะ”

“ไม่รู้สิคะ รู้สึกว่าอยากกินอะไรไปทั่วเลย เอ๊ะ นั่นมะม่วงดองใช่ไหมคะ ข้ากำลังอยากกินอยู่พอดี”

“แถวนี้มีร้านขาย ข้าก็เลยซื้อมา อยู่ ๆ ก็อยากกินน่ะ” วาเรียสเปิดกล่องมะม่วงดองแล้วแบ่งให้เซซาเนียหยิบไปกินบ้าง น่าแปลกที่ปกติทั้งเขาและเธอจะไม่กินของดอง ๆ เลยแต่ทำไมตอนนี้ถึงอยากกินขึ้นมา

“อร่อยดีนะคะ”

“ข้าคิดไปเองหรือเปล่าว่ามันอร่อยมาก” เจ้าตัวมองชิ้นมะม่วงดองทั้งที่ขมวดคิ้ว “คงไม่ได้ใส่กัญชาไว้หรอกนะ แค่คำแรกก็รู้สึกเหมือนตัวเบาหวิวแล้ว”

“นั่นมันสารเสพติดนะคะ ข้าว่าทางการแดนพรายคงไม่ให้ร้านค้าทั่วไปได้ใช้หรอกค่ะ” เซซาเนียไม่รู้ว่าเขาจริงจังหรือแค่พูดเล่น แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ผู้คนบางส่วนที่เดินไปซื้อผลไม้จากร้านนั้นมาต่างพาชะงักกันเป็นทิวแถวแล้ว

“ช่างเถอะ แต่มะม่วงดองอร่อยจริง ๆ”

“นั่นสิคะ อยู่ ๆ ก็อยากกินเฉยเลย” เจ้าหญิงแห่งโรซานไม่เข้าใจว่าทำไมถึงอยากกินแต่มีคนกินเป็นเพื่อนเธอก็มีความสุขแล้ว แน่นอนว่าเหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในสายตาของพรายสาวตลอด

“ท่านแม่” รัสเซลที่ตามมาถึง เห็นเดลฟิน่ายืนนิ่งอยู่ พอมองตามสายตาของเธอไปก็เห็นวาเรียสกำลังนั่งคุยกับเซซาเนียอย่างออกรส แถมยังแผ่บรรยากาศโลกนี้มีเพียงสองเราออกมาปกคลุมอีก “นั่นมัน...”

“ผู้หญิงคนนั้น...คนรักของเขา”

อะไรน่ะ ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน หญิงสาวยกมือกุมอกพลางขยุ้มเสื้อแน่นเพราะอยู่ ๆ ก็รู้สึกหงุดหงิด โมโห โกรธเคือง อีกทั้งยังอิจฉาหญิงสาวผมสีเขียวน้ำทะเลที่ได้ความรักจากคนที่เธอมีใจให้

ยอมไม่ได้เด็ดขาด!

เดลฟิน่าเดินเข้าไปหาทั้งสองโดยไม่สนสีหน้าเหวอ ๆ ของลูกบุญธรรมเลยแม้แต่น้อย เธอเข้าใจว่าสองคนนั้นมีความสัมพันธ์แบบไหน แต่จะให้อยู่เฉย ๆ อย่างเจ็บปวด เธอคงทำไม่ได้

“มีความสุขกันดีนะคะ”

“...” วาเรียสกับเซซาเนียหันหน้ามาตามเสียงอย่างพร้อมเพรียงทำให้บรรยากาศโลกนี้มีเพียงสองเราหายวับไปอย่างรวดเร็ว ต่างฝ่ายต่างเงียบกันไปชั่วขณะก่อนที่เจ้าหญิงแดนพรายจะกล่าวต่อ

“ไม่ได้พบกันนานนะคะ ท่านวาเรียส” การที่สองคนนี้ถูกขัดจังหวะ มันทำให้เธอรู้สึกพอใจ เห็นว่ารักกันดีนัก ถ้าอย่างนั้นเธอจะขัดจังหวะและหาเรื่องเป็นก้างขวางคอ หญิงสาวกำลังคาดเดา ปีศาจหนุ่มคงทำตัวไม่ถูกแน่เมื่อเจอเธอโดยไม่ทันตั้งตัว

“อ้าว เดลฟิน่า บังเอิญจริง ๆ ที่ได้เจอ ไม่ได้เห็นตั้งนาน ท่าทางสบายดีนี่ มา ๆ ข้ากับเซซาเนียกำลังกินมะม่วงดองอยู่ มากินด้วยกันสิ” นอกจากจะไม่อึ้งและทึ่งเหมือนที่เธอจินตนาการแล้ว เจ้าตัวยังชวนเธอกินมะม่วงดองด้วยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก

“สวัสดีค่ะ ท่านคือเจ้าหญิงเดลฟิน่า แอชเบิร์นสินะคะ ท่านวาเรียสเคยเล่าเรื่องของท่านให้ข้าฟังมาก่อน วันนี้ได้มีโอกาสพบตัวจริง ดีใจมาก ๆ เลยค่ะ” เจ้าของเสียงใสลุกมาจับมืออีกฝ่ายพลางยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนนางฟ้าแสนสวยทำเอาคนที่เดินผ่านไปผ่านมามองตาค้างจนสะดุดก้อนหินล้มไปหลายคนแล้ว

“ข้ากับเขาเคยรู้จักกันมาก่อน” หญิงสาวกล่าวพลางหรี่ตามองคนตรงหน้าเล็กน้อย

“ลืมแนะนำตัวเลย ข้าชื่อเซซาเนีย แอมโบเรีย เป็นภรรยาของท่านวาเรียสค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

“แอมโบเรีย?” รัสเซลเดินมาพลางมองคนที่คุยกับแม่บุญธรรมอย่างประหลาดใจ “ข้าชื่อรัสเซล เป็นลูกบุญธรรมของท่านแม่เดลฟิน่า ประหลาดใจจริง ๆ ที่ได้เจอท่านพ่อที่นี่ ว่าแต่ท่านคือคนจากตระกูลที่ปกครองโรซานหรือเปล่า” เรื่องของประเทศลำดับที่สามในแดนมนุษย์บนทวีปวาลเทร่า รัสเซลก็เคยได้ยินมาบ้างและหนึ่งในนั้นคือข่าวลือเรื่องเจ้าหญิงแห่งโรซานที่ว่ากันว่ารักกับปีศาจ แถมปีศาจตนนั้นอาจเป็นจ้าวปีศาจด้วย

“นางคือเจ้าหญิงแห่งโรซาน” วาเรียสใช้ระดับเสียงที่ได้ยินกันแค่สี่คนเพราะไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน “ปกตินางไม่ค่อยได้ออกไปไหน วันนี้ข้าพานางมาเที่ยวแดนพราย ไหน ๆ ก็บังเอิญเจอเจ้าบ้านทั้งที ถ้าไม่เป็นการรบกวนก็ช่วยดูแลนางหน่อยนะ”

“ข้ากับรัสเซลออกมาเดินเที่ยวข้างนอก จะไปเที่ยวด้วยกันก็ได้นะคะ อีกอย่างข้ารู้สึกถูกชะตากับเจ้าหญิงเซซาเนีย บางทีถ้าเราได้คุยกันมากกว่านี้ เราอาจสนิทสนมกันดี” เดลฟิน่าสบกับนัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเลสดใส ท่าทางก็ดูเป็นสาวเรียบร้อย ไม่มีพิษภัย ใสซื่อจนไม่น่าปล่อยออกมาข้างนอก

อย่างนี้ก็ง่ายเลย!

 

ภาพของสองสาวที่นั่งคุยกันอยู่อีกโต๊ะภายในร้านกาแฟทำให้รัสเซลละสายตาจากแม่บุญธรรมมาที่คนตรงหน้าซึ่งมือหนึ่งกำลังใช้ช้อนคนกาแฟแต่อีกมือกำลังหยิบมะม่วงดองเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เขาจะไม่ถามว่าทำไมถึงชอบกินแต่เขาอยากจะถามเรื่องที่คาใจมาหลายปีมากกว่า

“ทำไมต้องโกหกว่าตายด้วยล่ะครับ”

“เจ้าก็น่าจะรู้เหตุผล”

“ข้าไม่ได้หมายถึงช่วงจบสงครามชิงดินแดน ข้าหมายถึงตอนที่ส่งจดหมายไปพร้อมคณะทูตต่างหาก ลายมือในจดหมายไม่ใช่ของท่าน สรุปว่ามันยังไงกันแน่” เขาเคยส่งจดหมายถามจ้าวปีศาจเมื่อหลายปีก่อนว่าใช่คนที่คิดไว้หรือไม่ซึ่งคำตอบนั้นคือไม่เพียงแต่ยืมชื่อมาใช้

“นั่นสินะ เจ้าไม่เคยเห็นลายมือเทมเพส คงนึกว่านั่นเป็นลายมือจ้าวปีศาจจริง ๆ ล่ะสิ” วาเรียสนั่งเท้าคางพลางหัวเราะอย่างไม่น่าไว้ใจเบา ๆ แต่รัสเซลไม่รู้สึกกลัวเพราะเขาชินแล้ว เนื่องจากเมื่อสองร้อยปีก่อน เจ้าตัวหัวเราะน่ากลัวกว่านี้อีก ถึงอย่างนั้นพรายหนุ่มก็รู้ อีกฝ่ายไม่ได้คิดอะไร แต่ที่หัวเราะแบบนี้เพราะติดเป็นนิสัย

“ท่านพ่อให้หัวหน้าองครักษ์เขียนจดหมายเหรอครับ” ภาพชายหนุ่มผมหางม้าที่ใช้ดาบคู่เป็นอาวุธและเคยต่อสู้กับรัสเซลในวันปะทะกันครั้งสุดท้ายปรากฏขึ้นมาในห้วงความคิด ที่แท้ก็เป็นเจ้าของลายมือนั่นเอง “คนนั้นเองเหรอเทมเพส น่าฆ่าให้ตายนัก”

“อย่าคิดว่าเคยชนะเจ้านั่นได้แล้ว ฝีมือเจ้าจะเหนือกว่า” ประโยคนั้นทำให้ราชาพรายเผลอนึกว่าตัวเองยังเด็กจึงก้มหน้างุดเหมือนลูกชายถูกพ่อดุ “เวลาที่ข้าเคาะสนิมวัดฝีมือกับสี่องครักษ์ เทมเพสเป็นคนที่น่ากลัวที่สุด”

“...”

แสดงว่าตอนนั้นยังไม่เอาจริงสินะ อีกฝ่ายยืนยันมาขนาดนี้ รัสเซลก็รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

“แล้วทำไมท่านพ่อถึงไม่บอกความจริงกับข้า พวกเราคิดว่าท่านตายแล้วจริง ๆ ช่วงนั้นข้าเศร้าไปตั้งหลายวัน” เขาก็อยากจะวิ่งไปกอดอีกฝ่ายอยู่หรอกแต่เห็นเจ้าหญิงแห่งโรซานอยู่ด้วยจึงไม่กล้าทำ

“ข้าก็แค่อยากกลับไปดูแลดินแดนอย่างสงบ ๆ เท่านั้นแหละ ขืนชาวบ้านรู้ว่าจ้าวปีศาจที่ก่อเรื่องยังไม่ตาย สถานะของเจ้าจะลำบาก ว่าแต่ไอ้เรื่องโศกเศร้าน่ะ เจ้าเศร้าหรือว่าแม่เจ้าเศร้ากันแน่” คนถูกถามกลืนคำพูดทุกอย่างลงคอทันที วาเรียสรู้ทันความคิดของเขา รัสเซลอาจจะเศร้าแต่ในฐานะผู้ปกครองดินแดนคงไม่มีเวลาเศร้านานขนาดนั้น แต่ถ้าเป็นเดลฟิน่าก็ไม่แน่

“ท่านพ่อก็น่าจะรู้ว่าท่านแม่รู้สึกยังไง จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึก”

“แต่ข้าไม่ได้รักนาง”

“นั่นสินะครับ ท่านพ่อรักเจ้าหญิงเซซาเนีย งั้นข่าวลือที่ว่ารักกันจนมีทายาทก็เป็นเรื่องจริงสินะครับ” พูดแล้วเขาก็อยากเจอน้องชายคนนั้น แม้จะอายุห่างกันเป็นร้อย ๆ ปีแต่ก็อยากรู้ว่าเป็นคนยังไง

“อยากเจอลูกชายข้าไหมล่ะ เขาชื่อเซเรียส ไว้ว่าง ๆ จะหิ้วคอมาให้ดูละกัน เจ้านั่นน่ะน่ารัก(?)นะ เป็นเด็กดี(?) ไม่ดื้อ(?) ไม่ซน(?) ใครจะแกล้งเขา สุดท้ายก็ต้องปล่อยไป (เพราะเขาจะกระทืบเอาถึงยอมปล่อย) ข้ามีรูปด้วยนะ นี่ไง หน้าเหมือนข้าไหม” วาเรียสยื่นรูปภาพของลูกชายให้รัสเซลดูด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พรายหนุ่มรับมาแล้วมองเจ้าชายแห่งแดนมืดสลับกับมองคนตรงหน้า

สมกับเป็นพ่อลูก หน้าเหมือนกันมาก ท่าทางจะได้เลือดพ่อมาเยอะ เผลอ ๆ อาจได้มาทั้งหมดเลยก็ได้ วาเรียสบอกว่าเซเรียสน่ารัก แต่รัสเซลกลับรู้สึกไม่น่าไว้ใจเลย เพราะแค่ภาพนิ่งก็รู้สึกได้ถึงรังสีที่พร้อมมีเรื่องกับชาวบ้านแล้ว

น่ารักแน่เหรอ!?

...............................

วัน ๆ ของครอบครัวเพนเดลรอน







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

368 ความคิดเห็น

  1. #356 Lord of Devil (@yokandmom) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 00:39
    ป๋าคะ ป๋าจะหลงลูกยังไงก็ได้ แต่ป๋าจะหลอกคนอื่นว่าเฮียน่ารักไม่ได้!! 555555
    ยัยป้าเดลฟิน่า คิดจะทำอะไรท่านแม่!! อย่ามารังแกท่านแม่นะ กรี๊ดดดดดดดดด!!
    #356
    5
    • #356-3 Lady Weiss (@sairetus) (จากตอนที่ 104)
      22 กันยายน 2561 / 00:49
      หนม!!!! ใจเย็น ๆ ก่อนโยม!!!!
      #356-3
    • #356-5 Lady Weiss (@sairetus) (จากตอนที่ 104)
      22 กันยายน 2561 / 01:13
      มาให้กำลังท่านแม่กัน
      #356-5
  2. #355 JANUARYJAN (@jan_exo) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 20:46
    เฮียน่าลัก(????)มากๆเลยนะ น่าลักไปฆ่าทิ้งน่ะสิ//ว๊าก!!!! (กระโดดหลบลูกถีบอย่างเร็ว)
    #355
    1
    • #355-1 Lady Weiss (@sairetus) (จากตอนที่ 104)
      21 กันยายน 2561 / 21:08
      ///หลบบาทาเฮียกันวุ่นวาย
      #355-1
  3. #354 จิ้งจอกวารี (@17122547a) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 19:10

    ชอบตอนนี้มากค่ะ เซซาเนียดูไม่มีพิษมีภัย ใครจะรู้ว่าคืนสุดท้ายในรัตติกาลสีแดงนางหยิบมีดทำหน้าโรคจิต เพื่อมาเอาเลือดสามีตัวเอง 555
    #354
    3
    • #354-1 Lady Weiss (@sairetus) (จากตอนที่ 104)
      21 กันยายน 2561 / 19:29
      เลือดป๋าวาเป็นของอร่อย...ไม่ใช่เหรอ? ///มองหน้าเฮีย
      #354-1
    • #354-3 Lady Weiss (@sairetus) (จากตอนที่ 104)
      21 กันยายน 2561 / 19:31
      ///มองเเม่เซวิ่งไล่กอดป๋าวา
      #354-3
  4. #353 King04 (@King04) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 19:05
    ทำไมเราชอบตอนท้าย ตลกหนูหงอกอย่าไปเชื่อมัน!!5555
    #353
    1
    • #353-1 Lady Weiss (@sairetus) (จากตอนที่ 104)
      21 กันยายน 2561 / 19:28
      อย่าไปใกล้เฮียค่ะ 55555
      #353-1
  5. #352 Narumi-chan (@poonlovekid) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 18:59
    อย่าไปเชื่อป๋ามันลูก5555 เฮียเขานิสัยน่ารักและน่าถีบมากต่างหาก
    #352
    1
    • #352-1 Lady Weiss (@sairetus) (จากตอนที่ 104)
      21 กันยายน 2561 / 19:27
      เฮียเป็นคนน่าเอ็นดู (?)
      #352-1