[ Bungou Stray Dogs ] 名前を呼ぶよ

ตอนที่ 2 : หน้าที่ 2 งานที่รับมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    30 เม.ย. 63

“ให้ตายสิคนอย่างแก ไอ้บ้าที่ไหนมันพูดว่า แม่น้ำนี่ดีจังแล้วโดดลงไปหน้าตาเฉยบ้างฟะ! เพราะแกแท้ๆเลยเห็นมั้ยกำหนดการ มันถึงล้าช้าไปหมด”

“คุนิคิดะคุงเนี่ยชอบกำหนดการจังเลยเนอะ”

ชายหนุ่มนามคุนิคิดะได้ยินแบบนั้นจึงหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ โดยสมุดเล่มนั้นมีคำว่า [ อุดมคติ ] เขียนเอาไว้อยู่

“นี่ไม่ใช่กำหนดการแต่เป็นอุดมคติ! เป็นป้ายบอกทางชีวิตของฉันแล้วก็ในนี้ก็ไม่ได้มีบอกไว้ว่าคู่หูทำงานเป็นพวกบ้าฆ่าตัวตายด้วย!”

ฉันที่นั่งกินข้าวราดน้ำชาด้วยความเอร็ดอร่อยถึงแบบนั้นก็กินไปด้วยฟังไปด้วยก็เลยพูดถามออกไปด้วยความสงสัยของตนเอง

“ง่ำงืมๆๆง่าง่ำๆๆงืมๆๆ”

“หนวกหูเฟ้ย!” คุณคุนิคิดะว่าอย่างหัวเสียก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งลง

“แล้วในหน้าค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้เขียนไว้ด้วยว่า มียัยหนูคนนึงเอาเงินฉันมานั่งโซ้ยข้าวราดน้ำชา น่ะ”

“ง่ำงืมๆๆง่าง่ำๆๆงืมๆๆ”

“ก็บอกว่ามาทำงาน!”

“ง่ำงืมๆๆง่าง่ำๆๆงืมๆๆ”

“งานของวันนี้? เป็นคำไหว้วานจากสารวัตรทหารน่ะ”

“นี่พวกนายคุยกันรู้เรื่องด้วยเหรอ?” ดาไซที่มองทั้งคู่คุยกันถึงกับอึ้ง

“หืม?” ฉันกับคุณคุนิคิดะถึงกับงง

ก็พูดปกตินิ? งืมๆ

ผ่านไปสักพัก

“อ่า อิ่มแปล้เลย… ไม่อยากเห็นข้าวราดน้ำชาไปอีก10 ปีเลยน้า”ฉันพูดอย่างอารมณ์ดีก่อนตบท้องตัวเองที่ใกล้แตกเต็มทนเพราะกินเข้าไปเยอะเกิน

“นี่แก…เอาเงินคนอื่นมาเผาขนาดนี้ยังไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีกนะ”คุณคุนิคิดะพูดพลางมองชามข้าวกว่าหลายชามที่กองบนโต๊ะอย่างเอื้อมระอากับเด็กสาวตรงหน้าที่กินไปเยอะขนาดนี้

"อัตสึโกะจัง ข้าวติดแก้มแหนะ" ดาไซหยิบทิชชู่มาเช็คตรงแก้มออกให้ฉัน ทำเอาฉันอายที่เผลอทำตัวเหมือนเด็กน้อยออกไป

“ช่วยได้มากจริงๆเลยค่ะ…” ฉันเอ่ยขึ้นมาทำให้คนตรงหน้าสงสัยกับคำพูด

“ตั้งแต่ฉันออกมาจากบ้านเด็กกำพร้าที่โยโกฮาม่านี่ก็ไม่มีทั้งอาหารหรือที่ซุกหัวนอนเลยนึกว่าจะไม่รอดซะแล้วอีก” เด็กสาวเล่าออกมาด้วยรอยยิ้มหมองๆให้กับชายหนุ่มทั้งสอง

“นี่เธอ…ออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กเหรอ?” ดาไซถาม

“ก็ไม่เชิงว่าออกมาหรอกค่ะ แบบว่าโดนไล่ออกมาน่ะคะ”

“สถานเลี้ยงเด็กที่ใจร้ายใจดำแบบนั้นก็มีด้วยสินะ”ดาไซพูดด้วยสีหน้าเรียบๆ

“เฮ้ย ดาไซ เราไม่ใช่พ่อพระที่จะเมตตายัยหนูชีวิตอาภัพนี่หรอกนะ กลับเข้าเรื่องงานกันได้แล้ว” คุนิคิดะพูดด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมกับยกสมุดอุดมคติเล่มนั้นขึ้นมาด้วย

“จะว่าไปเมื่อกี้บอกว่าเป็นคำไหว้วานจากสารวัตรทหารสินะคะ? ทำงานอะไรกันงั้นเหรอคะ?” ฉันถามออกไปด้วยความสงสัยและอยากรู้

“อะไรน่ะเหรอ ก็นักสืบไงล่ะ” ดาไซตอบฉันด้วยรอยยิ้ม

“นักสืบ…” ฉันพูดทวนพร้อมกระพริบตางงๆ คุณคุนิคิดะเลยอธิบายขยายความต่อให้ฉันฟัง

“ถึงจะบอกเป็นนักสืบ แต่ก็ไม่ใช่ประเภทที่ตามหาสัตว์หายหรือสืบเรื่องคนมีชู้หรอกนะ เคยได้ยินชื่อ กลุ่มผู้มีพลังพิเศษ สำนักงานนักสืบบุโซ รึเปล่าล่ะ? ”

“เอ๋ ! ” ฉันถึงกับแสดงสีหน้าตกตะลึงออกไป

ก็เคยได้ยินคนเขาลือกันอยู่ สำนักงานนักสืบบุโซ ว่ากันว่าเป็นกลุ่มนักสืบที่เชี่ยวชาญด้านงานอันตรายที่แม้แต่กองทัพหรือตำรวจก็ยังจัดการกันไม่ได้ กลุ่มติดอาวุธแห่งยามสนธยา ที่รับผิดชอบตรงกลางระหว่างโลกกลางวันและกลางคืน ได้ยินมาว่าพนักงานของสำนักงาน นักสืบบุโซ ส่วนใหญ่ต่างเป็นผู้มีพลังพิเศษด้วย…

แต่สองคนนี้จะใช่แน่เหรอ?..

คนหนึ่งก็กำลังหมกหมุ่นกับการจดบันทึกอะไรสักอย่าง ส่วนอีกคนก็เหม่อลอยไปโลกไหนแล้วก็ไม่รู้….

“โว้ ตรงนั้นมีขื่อประตูดีๆอยู่ด้วยล่ะ” ดาไซพูดด้วยตาที่เป็นประกายไอ้สิ่งที่ตรงว่านั้นมันอยู่บนหัวของฉัน

“อย่าริอาจวางแผนฆ่าตัวตายในร้านน้ำชาข้างทางเชียวนะเฟ้ย!” คุนิคิดะพูดดักทางไว้ราวกับรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ

“ไม่ใช่ซะหน่อย แขวนคอเพื่อสุขภาพต่างหาก”

เดี๋ยวนะคะ คุณดาไซ แขวนคอสุขภาพอะไรนั้นฉันไม่เคยได้ยินเลยนะคะ…แถมอีกคนก็ดูเหมือนจะเชื่ออยู่นิดๆซะด้วยสิ

“อะไรล่ะนั้น?”

“เอ๋ คุนิคิดะคุง ไม่รู้จักเหรอ? ช่วยแก้อาการปวดไหล่ได้ดีมากเลยนะเออ ” ดาไซพูดเสียงสูงราวกับว่าสิ่งที่พูดคือเรื่องจริงแท้แน่นอน

“อะไรนะ ดีขนาดนั้นเชียว?” คุนิคิดะทำหน้าเหลือเชื่อไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน หารู้หรือไม่…

“เอ้า รีบจดไว้เลย” คุณดาไซคะยั้นคะยอให้รีบเขียนก่อนจะหันหน้าไปอีกทางนึงด้วยสีหน้าอารมณ์ดี

“แขวน..คอ..เพื่อ…สุขภาพ…”

“โกหกหรอกจ้า”

ราวกับความอดทนของอีกฝ่ายขาดสะบั้นปากกาที่กำอยู่ถึงกับหัก ทำเอารังสีความโกรธของคุณคุนิคิดะเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่อีกคนมีความสุขกลับการแกล้งเพื่อนร่วมงานอย่างออกหน้าชัดเจน สองคนนี้เป็นคนจากสำนักงานนักสืบบุโซที่ว่าจริงๆเหรอเนี่ย ฉันคิดด้วยความสงสัยที่ก่อขึ้นมาในตัว

“คู่หูทำงานโดนน้ำพัด แล้วยังมียัยหนูใกล้ตายมานั่งฟาดข้าวแบบไร้ความเกรงใจอีก กำหนดการอันแสนสมบูรณ์แบบของฉันเลยต้องเริ่มใหม่เลยเห็นมั้ย ขอแค่งานเท่านั้นที่อยากให้สำเร็จตามกำหนดการให้ได้ เข้าใจมั้ยไอ้บ้าเอ้ย!” คุนิคิดะลุกขึ้นมาบีบคอดาไซด้วยความโกรธแค้นไม่มากไม่น้อยพร้อมกับบ่นยาว

“เอ่อ..งานวันนี้ที่ว่านั้นคือ..” ฉันพูดถามด้วยความสงสัย

“หา!!” คุณคุนิคิดะหันมามองฉันก่อนจะขึ้นเสียงดังถามกลับ

“ขะ..ขอโทษค่ะ!!! ฉันคงถามเรื่องไม่เป็นเรื่อง นั้นสินะคะ งานของสำนักงานนักสืบมันต้องมีการรักษาความลับนี่นะ” ฉันรีบพูด ปฎิเสธกลับออกไปด้วยความกลัวและว่าตัวเองที่ถามเรื่องบ้าอะไรออกไป

“งานของวันนี้ไม่ใช่ประเภทที่ต้องปกปิดเป็นความลับนักหรอก เรากำลังตามหาเสือตามคำไหว้วานของกองทัพอยู่น่ะ”

เสือ?....”ฉันที่ได้ยินคำนั้นถึงกลับนั่งนิ่ง

“เสือกินคนในข่าวลือที่ออกอาละวาดอยู่ในเมืองช่วงนี้นะ ถึงจะไม่รู้ว่ามันกินคนจริงหรือเปล่าก็เถอะ แต่ก็พังโกดักเก็บของเอย กินพืชผลในไร่นาเอย ทำตามอำเภอใจสุดๆ พักนี้มีผู้พบเห็นในละแวกนี้เยอะเลยล่ะ”

ฉันตัวสั่นไปทั่วทั้งตัวก่อนจะก้าวขาสั่นๆนี่พลาดจนตัวล้มไปที่พื้นจนทำให้ชามข้าวตกลงมาเสียงดัง

“เป็นอะไรไปงั้นเหรอ อัตสึโกะจัง”

ฉันไม่ตอบอะไรคุณดาไซ ก่อนจะพูดลนลานออกมา

“คือ ฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ ลาก่อนค่ะ”พูดจบฉันก็รีบคลานออกไปที่ประตูอย่างรวดเร็วแต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว

“ช้าก่อน ยัยหนู” คุนิคิดะดึงคอเสื้อของฉันเอาไว้พร้อมกับยกขึ้นไม่ยอมให้ฉันหนี มีเหรอที่ฉันจะยอมฉันเลยทำท่าทางจะวิ่งออกจากการถูกจับไว้แต่ก็ไม่สำเร็จ

ท่ามกลางความคิดชั่ววูบของคุนิคิดะกับดาไซ…

[ ตัวเบาอย่างกับแมวน้อย คิดได้ไงว่าจะหลุดออกไปได้] คุนิคิดะ

[ ลูกแมวรึไงเนี่ย ดูท่าทางที่จะหนีนี่สิ] ดาไซ

[ ลูกแมวน้อยชัดๆ!!!] x2

กลับเข้าเรื่อง.

"นี่แก รู้อะไรใช่มั้ย?” คุนิคิดะถามราวกลับรู้ทันฉันที่อยากจะหนีใจจะขาด ฉันเลยเลิกต่อต้านแล้วพูดออกมาเสียงสั่น

“ไม่ไหวหรอกค่ะ คนธรรมดาสู้มันไม่ได้หรอกค่ะ!!”

“นี่แก…รู้จักเสือกินคนนั้นด้วยเหรอ?”

“เจ้านั้นมันจ้องจะเล่นงานฉันอยู่ ฉันเกือบจะโดนมันฆ่ามาอยู่แล้วนะคะ!!” ฉันพูดโวยวายออกไปด้วยความกลัวและทำท่าจะวิ่งหนีอีกรอบ

“ถ้ามันโผล่ออกมาทางนี้ ก็ต้องรีบหนีแล้วละคะ!”

อยู่ๆคุนิคิดะก็ปล่อยคอเสื้อฉันลงแต่ด้วยความไม่ทันตั้งตัวเขาก็จับข้อมือของฉันหักไปข้างหลังข้างหนึ่งพร้อมนั่งทับกันฉันหนีไป

“อึก!”

“ยัยหนู ข้าวราดน้ำชาจะจ่ายด้วยแขนข้างหนึ่งหรือจะยอมเล่าเรื่องทั้งนั้นออกมา!”

“น่าๆ คุนิคิดะคุง ถ้าทำแบบนั้นจากกการรวบรวมข้อมูลมันจะกลายเป็นการสอบปากคำเอานะ ประธานก็เตือนอยู่ตลอดไม่ใช่เหรอ?” ดาไซพูดด้วยความใจเย็นให้กับคุนิคิดะ เขาเลยยอมลุกออกจากตัวของฉัน

“แล้วที่นี่ตกลงว่าเธอรู้อะไรมาบ้าง?” คุณดาไซนั่งลงถามฉัน ฉันที่คิดว่าหนีไปก็คงไม่พ้นโดยจับอีกเลยยอมเล่าออกมาแต่โดยดี

“บ้านเด็กกำพร้าที่ฉันอยู่ ถูกเสือนั่นทำลายค่ะ ไร่นาถูกทำลายเละ โรงเลี้ยงไก่ก็ถูกพังราบคาบ โกดังเก็บของก็ไม่เว้น ไม่มีคนตายก็จริง…แต่บ้านเด็กกำพร้าจนๆเจอแบบนั้นก็ทนอยู่ต่อไปไม่ไหวฉันเลยถูกเขาไล่ออกมาเพื่อลดตัวอาหารเสบียง…” ฉันเล่าออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยก่อนจะนึกถึงคำพูดเหล่านั้นที่ยังคงก้องภายในหัวไม่ยอมจางหาย

“ออกไปซะ ไอ้คนไร้ค่า!”

“ไปนอนอยู่ข้างถนนยังจะดีต่อสังคมมากกว่าอีก”

“ทำไมล่ะคะ…ฉันไม่ได้ทำอะไร…”

“สถานเลี้ยงเด็กไม่ต้องการคนไร้ค่า!”

“ไม่สิ จะที่ไหนบนโลกนี้ก็ไม่มีที่ให้แกอยู่หรอก!”

“จะไปไหนก็ไป เปื่อยตายไปเลยซะก็ดี!”

ฉันจมอยู่กับความคิดตัวเองจนไม่ทันสังเกตว่าดาไซกำลังมองฉันด้วยสายตาเป็นห่วง

“โดนมาหนัก น่าดูเลยนะนั่น”

“ว่าแต่ยัยหนู…แล้วที่ว่า เกือบจะโดนฆ่า นั่นล่ะ”

“ไอ้เสือกินคนนั่นมันโผล่มาทุกทีที่ฉันไปเหมือนกำลังไล่ตามฉันอยู่เลยค่ะ ก่อนหน้านี้เองตอนที่ฉันไปเดินเล่นแถวๆสึรุมิ….” ฉันเล่าเหตุการณ์ออกมาพลางนึกถึงค่ำคืนนั่นที่เงียบสงบแต่ก็วังเวงมีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างแต่ก็ถูกทำลายด้วยเสียงบางอย่างที่แอบตามมาข้างหลังตลอด

“เสือ!”

“มีเสือโผล่มา!”

“ว่าไงนะ!”

“ตั้งแต่ฉันถูกไล่ออกมาจากบ้านเด็กกำพร้าเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน ฉันก็เห็นเงาของมันอยู่หลายครั้ง มันต้องไล่ตามฉันมาถึงในเมืองแน่ๆ”

“เห็นเสือนั่นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?” ดาไซพูดแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่ราบเรียบและใจเย็น

“อ่า…ก็ที่ว่าเจออยู่แถวสุรุมินั่นแหละค่ะ น่าจะเป็นเมื่อ4 วันก่อน”

“ก็จริงที่ความเสียหายของเสือนั่นมารวมอยู่แถวนี้ตั้งแต่เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน นอกจากนี้ยังมีพยานให้การว่าพบเสืออยู่แถวสึรุมิเมื่อ 4 วันก่อน” คุนิคิดะอ่านในสมุดที่จดบันทึกซึ่งก็ตรงกับเรื่องที่ฉันเล่าไม่มีผิดเลยแม้แต่น้อย

“อืม….อัตสึโกะจัง หลังจากนี้ว่างรึป่าว?” อยู่ๆดาไซก็ถามฉัน แต่ไม่รู้ทำไมกันไอ้เจ้าคำถามนั่นทำเอาฉันเสียวสันหลังวาบ

รู้สึกลางสังหรณ์ไม่ดีสุดๆเลย….

“ถ้าเธอถูกเสือกินคนเพ่งเล็งอยู่จริงก็เหมาะเหม็งเลย” ดาไซหันหลังไปเขียนอะไรบางอย่างในขณะที่ฉันยังคงสงสัย

“หา?”

“มาช่วยตามหาเสือหน่อยได้มั้ย” เขาพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ไม่เอาหรอกค่ะ!” ฉันปฎิเสธทันควัน

“ส่วนคุนิคิดะคุงช่วยกลับไปสำนักงานแล้วเอานี่ให้ประธานที” ดาไซยื่นกระดาษที่เขียนเมื่อครู่ให้

“เฮ้ย นี่คิดจะไปจับกันแค่สองคนเรอะ? เราควรตรวจสอบข้อมูลกันก่อน”

“เอาน่า”

คุนิคิดะจ้องตาดาไซสักพักก่อนจะยื่นมือไปหยิบกระดาษใบนั้นมาอ่าน นี่คือเขาตกลงจะทำตามสินะคะเนี่ย!

“ยังไงฉันก็ไม่เอาด้วยหรอกนะคะ กะจะเอาฉันไปเป็น เหยื่อล่อ สินะใครมันจะไปยอม--” ฉันพูดเถียงอย่างไม่ยอมลดละ ในขณะที่ ดาไซนั่งยิ้มแป้นแล้นก่อนจะเอ่ยอย่างอารมณ์ดีออกมา

“มีค่าตอบแทนด้วยน้า”

“เอ๋…ค่าตอบแทน…?” จะว่าไปตอนนี้เราก็ไม่มีเงินสักบาทเลยนี่หว่า

“ค่าตอบแทนนี่…ไม่สิๆ ของแบบนั้นเอามาล่อฉันไม่ได้หรอกค่ะ!”ฉันที่กำลังหวั่นไหวก็เลยพยายามหักห้ามใจตัวเองให้ปฎิเสธก่อนจะหันหลังหนีราวกับไม่สนใจเรื่องอะไรแบบนั้น

จริงๆนะ…

“แต่ขอถามเผื่อไว้หน่อยนะคะ เจ้าค่าตอบแทนที่ว่านั่น…”

ดาไซไม่พูดอะไรมากเพียงแต่กดเจ้าเครื่องคิดเลขก่อนจะหันมาให้ฉันอ่านค่าของเจ้าพวกเลขนั่นเอง

“ก็ประมาณนี้”

ฉันที่ได้ยินแบบนั้นก็เลยหันกลับไปมองก่อนจะช็อกทำหน้าตกใจออกมา ทำเอาฉันพยักหน้าตอบตกลงจนลืมว่าตัวเองปฎิเสธจะเป็นจะตายยังไงเมื่อกี้

ช่วยไม่ได้ตอนนี้มันจำเป็นจริงๆนี่น่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น