[ Bungou Stray Dogs ] 名前を呼ぶよ

ตอนที่ 3 : หน้าที่ 3 สัตว์ร้ายใต้แสงจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    30 เม.ย. 63

ตอนนี้อยู่แถวท่าเรือกันค่ะ….

แต่ก็ต่างคนต่างนั่งเงียบกัน ฉันที่ทนไม่ไหวเลยเป็นคนเริ่มพูดออกมาก่อน

“คุณดาไซ อ่านอะไรอยู่เหรอคะ”ฉันหาเรื่องคุยกับคนข้างตัวที่กำลังอ่านหนังสืออะไรสักอย่างในที่มืดมิดแห่งนี้

“หนังสือดีๆ” งั้นทำไมหน้าปกมันถึงเขียนว่า คู่มือฆ่าตัวตายฉบับสมบูรณ์ล่ะคะ มันดีตรงไหนเนี่ย!

“มืดขนาดนี้ยังอ่านได้อีกนะคะ”

“สายตาฉันดีน่ะ นอกจากนี้ก็จำเนื้อหาได้ขึ้นใจหมดแล้วด้วย”

“งั้นจะอ่านไปทำไมละคะ?”

“หนังสือที่ดีจะอ่านสักกี่รอบมันก็ดีนั่นแหละ”

ฉันที่หมดเรื่องคุยก็นั่งกอดเข่าตัวเองต่อแล้วจึงพูดออกด้วยความกังวล

“เสือมันจะโผล่มาที่นี่จริงๆเหรอคะ”

“มาแน่นอน” ดาไซพูดยืนยันทำเอาฉันสะดุ้งตัวสั่นไปด้วยความกลัว

“ไม่ต้องห่วง ถึงเสือจะโผล่มามันก็ไม่ใช่คู่มือของฉันหรอก เห็นแบบนี้ฉันเองก็เป็นถึงสมาชิกคนหนึ่งของสำนักงานบุโซนะ” ไม่รู้เพราะเขาตั้งใจพูดจะปลอบฉันให้หายกลัวหรือเพราะสายตาที่เขาเงยขึ้นมาจากหนังสือเพื่อยืนยันกับฉันว่าเขาไม่ได้พูดโกหกเลยสักนิดมันทำให้ใจฉันเต้นหน่อยๆ

“มั่นใจน่าดูเลยนะคะ น่าอิจฉาจัง อย่างฉันเนี่ย ขนาดบ้านเด็กกำพร้าก็ยังโดนบอกว่าเป็นเด็กไม่ได้เรื่อง อยู่ตลอด ยิ่งไปกว่านั้นที่ซุกหัวนอนคืนนี้กับเงินเลี้ยงปากท้องพรุ่งนี้ก็ยังไม่มีเลย คนแบบฉันจะไปนอนตายข้างถนนที่ไหนก็คงไม่มีใครสนหรอกค่ะ ” ฉันบ่นออกมาด้วยสีหน้าขมขื่นแต่ก็ซ่อนมันไว้ภายใต้เข่าที่กอดอยู่

“ไม่สิ โดนเสือเขมือบไปเลยยังดีซะกว่า…”

ดาไซไม่พูดอะไรมีเพียงสายตาที่จับจ้องมองดูฉันอยู่เฉยๆก่อนจะได้ยินเสียงลมพัดปลิวมาจากไกล เมฆยามค่ำคืนก็เริ่มเคลื่อนตัวออกจากท้องฟ้าก่อนจะเริ่มเผยให้เห็นถึงดวงจันทร์ในคืนนี้

“เอาล่ะ ได้เวลาแล้วมั้ง”

ตึงงงง!!!!

“อ๊ะ เอ๋! เมื่อกี้มีเสียงดังมาจากข้างในนั้น” ฉันตกใจจนรีบหนีออกมายืนอยู่ตรงทางโล่ง

“นั้นสินะ” ดาไซตอบมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“ต้องเป็นมันแน่ๆเลยค่ะ คุณดาไซ!”

“ไม่ใช่หรอก ลมคงพัดอะไรตกนั้นแหละ”

“เสือกินคนต่างหากล่ะ! มันจะมาจับฉันกินแล้วนะคะ!” ฉันตะโกนพูดใส่คุณดาไซด้วยความกลัว

“ใจเย็นก่อน อัตสึโกะจัง เสือมันไม่โผล่มาในที่แบบนี้หรอกนะ”

“ทำไมถึงรู้ล่ะค่ะ!”

“เพราะมันทะแม่งๆตั้งแต่แรกแล้วล่ะ”

“เอ๋?”

“สถานเลี้ยงเด็กถึงกับไล่เด็กทั้งคนออกมาแค่เพราะกิจการตกต่ำเลยเหรอ มันใช่หมู่บ้านแถบชนบทสมัยก่อนซะที่ไหนล่ะ ไม่สิต่อให้กิจการตกต่ำจริงไล่เด็กออกไปคนสองคนมันจะไปช่วยอะไรได้ ปกติเขาต้องลดจำนวนลงครึ่งนึงแล้วย้ายไปสถานเลี้ยงเด็กอื่นต่างหากล่ะ” ดาไซที่อธิบายความสงสัยของฉันให้ฟังที่ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่ว่ายังไงก็เชื่อถือได้แต่ว่า…

“พะ…พูดอะไรน่ะ คุณดาไซ?” ฉันถามกลับไปด้วยเสียงสั่นคลอน

“เธอมาที่เมืองนี้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แล้วเสือก็ปรากฏตัวออกมาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนเช่นกัน” ดาไซอธิบายต่อแต่อยู่ๆฉันก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ข้างหลังตัวฉันแสงจันทร์ที่ส่องลงมาเหมือนดึงดูดให้ฉันหันกลับไปมองพระจันทร์เต็มตัวบนท้องฟ้ากลางคืน

มันกำลังกลืนกินฉัน….

ฉันรู้สึกถึงมันได้…

“ตัวเธอไปอยู่แถวสึรุมิเมื่อ4 วันก่อน แล้วเสือก็ถูกพบในที่เดียวกันนั้นก็เมื่อ4 วันก่อนเช่นกัน คุนิคิดะคุงก็บอกไปแล้วนี่ว่า สำนักงานนักสืบบุโซเป็นแหล่งรวมของผู้มีพลังพิเศษ อาจจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันเท่าไหร่แต่โลกนี้มีผู้ครอบครองพลังพิเศษอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ”

ขณะที่คุณดาไซกำลังอธิบายอะไรสักอย่างอยู่อยู่ๆเสียงนั้นก็ส่งมาไม่ถึงตัวฉันเสียแล้ว กลายเป็นว่าอยู่ๆตัวฉันก็ถูกแสงสีฟ้าแปลกๆล้อมตัวเอาไว้เต็มไปหมด ร่างกายจะเริ่มรู้สึกแปลกๆ อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ปวดหัว หัวใจเต้นเร็ว

เจ็บจัง…

เจ็บไปหมดทั้งตัวเลย!!

“อ๊าก!!” ฉันร้องออกมาอย่างโหยหวน

“และหากมีคนได้ดิบดีเพราะพลังนั่นก็ย่อมต้องมีคนต้องล่มจมเพราะควบคุมพลังไม่ได้เช่นกัน..” ทั้งทีที่ดาไซพูดจบ เด็กสาวข้างหน้าที่ร้องอย่างเจ็บปวดร่างกายก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นมีขนสีขาวพาดเส้นดำกงเล็บใหญ่อย่างน่ากลัว ดวงตาอย่างกับสัตว์ร้าย ใช่แล้ว…

เธอคือเสือที่ว่านั้น…

“บางทีคนของสถานเลี้ยงเด็กคงรู้ตัวจริงของเสือแต่ก็ไม่ได้บอกเธอสินะ มีแค่เธอนั้นแหละที่ยังไม่รู้ตัวว่า ตัวเองเป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ เหมือนกัน ผู้ใช้พลังพิเศษกลายร่าง เป็นสัตว์ร้ายหิวโหยภายใต้แสงจันทร์

ทันทีที่ดาไซพูดจบเสือที่เป็นอัตสึโกะก็วิ่งเข้ามาตะขุบจะทำร้ายแต่ดาไซก็ไหวตัวทันหลบได้อย่างไม่เกรงกลัวเสือตัวข้างหน้า

“สุดยอดเลยนะเนี่ย แบบนี้แค่การหักคอคน คงทำได้สบายๆเลยสินะ” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่หลบไปหลบมาสักพักขาเขาก็ไปชนติดกับกำแพงเข้า เสือก็พุ่งเข้ามาจากข้างหน้าไม่ยอมให้หนีรอด

“วาระสุดท้ายที่โดนสัตว์ร้ายขย้ำตายก็ฟังดูไม่เลวนะ”

“แต่อย่างเธอฆ่าฉันไม่ได้หรอก”

[ พลังพิเศษ: สูญสิ้นมนุษย์สมบัติ ]

พูดจบเขาก็ยืนนิ้วมือไปจิ้มที่ตรงหน้าผากของเจ้าสัตว์ร้ายที่กำลังบ้าคลั่งอย่างไม่เกรงกลัว

“พลังพิเศษของฉันคือการทำให้พลังพิเศษอื่นไร้ผลด้วยเพียงสัมผัสเดียว”

พูดจบสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่งก็กลับกลายเป็นเด็กสาวร่างบอบบางดั้งเดิมแต่เพราะยังไม่ได้สติเธอเลยสลบลงไปที่อ้อมกอดของคนตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว

ดาไซจับตัวเธอไว้ก่อนจะพานอนลงที่พื้นดีๆ พลางปัดผมที่ปิดแก้มเอาไว้

“ยัยแมวน้อย คงจะเหนื่อยสินะ”

“เฮ้ย! ดาไซ!” คุนิคิดะวิ่งตะโกนมาหาดาไซกับอัตสึโกะ

“โอ้ มาช้าไปนะ คุนิคิดะคุง จับเสือได้แล้วนะ” ดาไซหันไปมองทางอัตสึโกะ เพื่อเป็นคำตอบให้กับเพื่อนร่วมงาน

“เอาจริงดิ ยัยหนูนี่เรอะ”

“ผู้มีพลังพิเศษที่กลายร่างเป็นเสือได้น่ะ”

“ให้ตายเถอะ” คุนิคิดะพูดอย่างหัวเสีย

“หืม?”

“แล้วไอ้โน้ตที่มันอะไรกัน?”

“เสือจะโผล่มาที่โกดังในเมืองเขต วางกำลังไว้รอบพื้นที่อย่าให้มันหนีไปได้ เป็นโน้ตที่กระชับได้ใจและเยี่ยมจริงๆเนอะ” ดาไซพูดอ่านจบก่อนจะชมตัวเองที่เป็นคนเขียนโน้ตแผ่นนี้

“ข้ามประเด็นสำคัญไปหมดเลยต่างหาก! ที่หลังก็หัดอธิบายกันก่อนด้วย เพราะแบบนั้นฉันเลยลากพวกที่อยู่นอกเวลางานมาหมดเลยเนี่ยไว้หาเหล้าหรืออะไรมาเลี้ยงด้วยล่ะ”

โยซาโนะ อากิโกะ

พลังพิเศษ: แก้วตาอย่าอาสัญ

“อะไรกัน ไม่มีคนเจ็บเลยเหรอ?” สาวสวยผมม่วงที่มีกิ๊บผีเสื้อกล่าวอย่างน่าเสียดาย

 

เอโดงาวะ รัมโป

พลังพิเศษ: สุดยอดสันนิษฐาน

“เก่งขึ้นเยอะเหมือนกันนี่ ดาไซ แต่ก็นะ ยังสู้ผมไม่ได้หรอก” ชายหนุ่มที่สวมหมวกกับผ้าคลุมสีน้ำตาลพูดด้วยรอยยิ้มที่มีความมั่นใจ

 

มิยาซาว่า เคนจิ

พลังพิเศษ: ไม้แพ้กระแสฝน

“แต่จะเอายังไงกับคนๆนี้ดีละครับ?ทำไปโดยไม่รู้ตัวนี่” เด็กหนุ่มหน้ากระผมทองหันมาถามคุนิคิดะ

 

คุนิคิดะ ดปโปะ

พลังพิเศษ: ยอดกวีร่ายคำ

“นั้นสินะ เอาไงดี ดาไซ ยังไงก็ถือเป็นสัตว์ร้ายที่ก่อภัยพิบัติได้เลยนะ” ทางนี้เองก็ไม่รู้จะว่าไงเลยหันไปถามเพื่อนร่วมงานของตน

 

ดาไซ โอซามุ

พลังพิเศษ: สูญสิ้นมนุษย์สมบัติ

“หึๆที่จริงตัดสินใจไว้แล้วล่ะ” ดาไซพูดด้วยรอยยิ้มก่อนทุกคนจะมองหน้ากันงง เขาหันมามองเด็กสาวตัวน้อยที่นอนไม่ได้สติพลางนึกถึงเรื่องที่เธอพูดออกมา

“ขนาดบ้านเด็กกำพร้าก็ยังโดนบอกว่าเป็นเด็กไม่ได้เรื่อง อยู่ตลอด ยิ่งไปกว่านั้นที่ซุกหัวนอนคืนนี้กับเงินเลี้ยงปากท้องพรุ่งนี้ก็ยังไม่มีเลย คนแบบฉันจะไปนอนตายข้างถนนที่ไหนก็คงไม่มีใครสนหรอกค่ะ”

“ไม่สิ โดนเสือเขมือบไปเลยยังดีซะกว่า…”

ต่อจากนี้เธอไม่ต้องเจ็บปวดอีกแล้วนะ อัตสึโกะจัง….

“ให้มาเป็นพนักงานของเราแล้วกัน”

“โอ้” เคนจิ

“อะไรละนั้น” โยซาโนะ

“บ้าจริงๆด้วยนะ ดาไซเนี่ย” รัมโป

“หา! นี่แกเอาสิทธิ์จากไหนมาตัดสินเองคนเดียวฟะ!!!” คุนิคิดะกับความหัวเสียคูณสิบ

“ตื่นได้แล้ว สาวน้อย!” ดาไซพูดตะโกนเสียดังให้เด็กสาวตรงหน้าตื่น

ฉันค่อยๆลืมตามาอย่างช้าๆตามเสียงเรียกของเขา แม้ดวงตาจะหนักอึ้งจนตัวเองยังประหลาดใจแต่ก็ลุกขึ้นตามเสียงนั้น

“อ่า..นี่ฉัน”

“อัตสึโกะจัง ไม่มีความทรงจำในช่วงกลายร่างเลยเหรอ”

“เรื่องอะไรเหรอคะ?” เขาพูดเรื่องอะไรกันน่ะ กลายร่างเหรอ? แล้วทำไมเราถึงสลบได้ล่ะ

“โอ๊ะ แต่ล่องลอยยังเหลืออยู่ที่มือขวาอยู่เลยนะ” ดาไซว่าพร้อมชี้มาที่มือขวาของฉัน

“หืม???” ฉันเคลื่อนสายตาตัวเองมายังแขนข้างขวาตัวเองก่อนจะประหลาดใจที่ตอนนี้แขนที่น่าจะเป็นแขนน้อยๆบางๆกลับกลายเป็นแขนขนปุยนุ่มสีขาวพาดเส้นสีดำอยู่ ไหนจะกงเล็บที่ยาวใหญ่นี่อีก…

ก็เลยลองขยับมือข้างขวานั่นดู…

“…..”

“เอ๋!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! นี่มันอะไรเนี่ยยยยยย!!!”

“นาคาจิมะ อัตสึโกะ!!”

“จากนี้ไปเธอเป็นพวกเดียวกับเราแล้ว ตั้งแต่วันนี้ไปเธอคือสมาชิกคนนึงของสำนักงานนักสืบบุโซ”

“คะ!?”

หลังดาไซพูดจบสมองอันน้อยนิดของฉันก็กำลังประมวลผลอย่างงงๆก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองแต่ละคน ใครกันนะ คนพวกนี้ นักสืบงั้นเหรอ แล้วทำไมมือฉันถึงเป็นแบบนี้ด้วยละ เสือล่ะ เจ้าเสือกินคนนั่นล่ะ เอ๋ เอ๋…เอ๋!!!!!!!!!!

ตู้มม!!

เหมือนได้ยินเสียงอะไรสักอย่างระเบิดออกมาจากหัว ฉันที่คิดอะไรต่อไม่ไหวเลยสลบลงพื้นไปอีกรอบ ทุกคนที่ยืนมองอยู่ถึงกับอึ้ง….

“สลบไปซะแล้ว”

“ก็เพราะแกดันไปพูดอะไรแปลกๆไง เจ้างี่เง่า!!”

“ยังไงนายก็อุ้มเธอไปส่งที่หอพักด้วยล่ะ ดาไซ”

“เอ๋…ทำไมถึงเป็นฉันล่ะ”

[ ก็ นาย/แก เป็นคนตัดสินใจเกี่ยวกับเด็กนี่ไม่ใช่หรือไง ก็รับผิดชอบสิฟะ!! ] ทุกคนถึงกับถอนหายใจแล้วประสานเสียงความคิดที่เหมือนกันขึ้นมาในหัวอย่างไม่ได้นัดหมาย

“รู้แล้วๆน่า เลิกมองหน้าฉันแบบนั้นกันได้แล้ว ชิ แค่ไปส่งใช่มั้ย!” ดาไซที่ทนต่อสายตาทุกคนไม่ไหวเลยยอมทำตามอย่างว่าง่าย

เขาอุ้มเด็กสาวขึ้นมาในอ้อมกอดอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เธอตื่นขึ้นมา เบาจังนะ…อย่างกับลูกแมวน้อยจริงๆด้วย แต่ก็เป็นลูกแมวน้อยที่เป็นสัตว์ร้ายใต้แสงจันทร์ล่ะนะ เขาคิดในใจก่อนจะแอบยิ้มน้อยๆออกมา

“งั้นพวกฉันไปแล้วล่ะนะ บ๊ายบาย”

“ง่วงแล้วล่ะนะ เจอกัน”

หลังจากลาพวกเพื่อนร่วมงานเขาก็ยังคงอุ้มเด็กสาวไปเรื่อยๆจนถึงที่หมาย พร้อมปูที่นอนกับฟูกไว้แล้ววางตัวเธอลงอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้

เด็กสาวเอามือสอดเข้าไปในฟูกก่อนจะนอนขดเหมือนแมวน้อยและส่งเสียงเล็กออกมา

“อะ อือ…”

“หึ ฝันดีนะ อัตสึโกะจัง…”

 

 

 

*** ข้อความจากไรท์ 30/04/2020 ***

สวัสดีค่ะ เป็นยังไงบ้างคะกับสามตอนแรกหวังว่าจะเขียนอ่านออกมารู้เรื่องนะคะ ฮ่า ตอนต่อไปก็ขอฝากด้วยนะคะ

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น