Veronica C. รักไม่ได้ ไม่ใช่ไม่รัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 82 Views

  • 2 Comments

  • 3 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    10

    Overall
    82

ตอนที่ 10 : 9 Restaurant

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ม.ค. 62

Restaurant

 

         ในช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์เวโรนิก้าตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนหกโมงเช้าเพื่อมาออกกำลังกาย หนึ่งอาทิตย์ก่อนหน้านี้ เธอไม่ได้มาออกกำลังกายที่ห้องฟิตเนสเลย ตอนนี้เธอเอาเฝือกออกแล้ว อีกทั้งแขนก็เริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว แค่มาวิ่งคงไม่ทำให้แขนกระทบกระเทือนหรอก

            หลังจากที่เธอออกกำลังกายจนพอใจแล้ว เธอก็ไปอาบน้ำแต่งตัวและลงมาทานข้าวเช้าที่เทียน่าเตรียมไว้ให้ เธอเริ่มจะคุ้นชินกับอาหารไทยเข้าไปทุกทีหลังจากที่เธออยู่ที่นี่มาได้ครึ่งเดือนแล้ว และเพื่อไม่ให้เป็นการยุ่งยากในภายหลังเธอเลยเรียกเทียน่าให้เข้ามาหา

            “มีอะไรเหรอคะ คุณหนู” เทียน่าถาม

            “หลังจากนี้ช่วยทำอาหารแบบรัสเซียได้ไหมคะ” เวโรนิก้าบอก

            “คุณหนูเบื่ออาหารไทยแล้วเหรอคะ” เทียน่ามองไปที่โต๊ะ เวโรนิก้ายังไม่แตะอาหารเลย

            “เปล่าค่ะ” เวโรนิก้าส่ายหัวเล็กน้อย “อีกไม่นาน เวกก็จะกลับไปรัสเซีย แล้วก็คงไม่ได้กลับมาที่ไทย ถ้าขืนตอนนี้เวกทานแต่อาหารไทย ตอนที่กลับไปรัสเซียมันจะลำบากเรื่องการกินนิดหน่อย”

            “เข้าใจแล้วค่ะ” เทียน่าบอก “ว่าแต่ แม่บ้านทุกคนที่ทำกับข้าวจะไม่สงสัยเหรอคะ”

            “ไม่ว่า เวกหรือนาส ก็เป็นคนเชื้อสายรัสเซียนะคะ อยากจะกินอาหารรัสเซียบ้างมันจะแปลกตรงไหน” เวโรนิก้ายิ้มออกมา

            “นั่นสิ ดิฉันลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย”

            “ฝากด้วยนะคะ”

            “ค่ะ ดิฉันขอตัวเลยนะคะ เชิญคุณหนูทานข้าวค่ะ”

            เทียน่าก้มหัวทำความเคารพเวโรนิก้าเล็กน้อยแล้วเดินออกมาจากห้องรับประทานอาหาร แล้วน้ำก็โผล่พรวดออกมาหาเทียน่า

            “ว๊าย!” เทียน่าอุทานออกมาด้วยความตกใจ เธอเอามือขวากุมหน้าอกไว้

            “ป้านี่หนวกหูจัง” น้ำพูด

            “นี่เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ ฉันเกือบหัวใจวาย เล่นอะไรพิเรนทร์แบบนี้” เทียน่าดุน้ำ

            “ก็น้ำกลัวป้าจะรีบเดินออกไปนี่ เลยรีบมาขวางไว้ก่อน” น้ำเอื้อมมาจับมืองขวาของเทียน่า

            “จะทำอะไร” เทียน่าไม่ไว้ใจ

            “ช่วยน้ำหน่อยสิ ป้า” น้ำทำสายตาอ้อนวอน

            “ช่วยอะไร” เทียน่าถาม

            “น้ำขัดสนเรื่องเงินน่ะ ขอคุณหนูเบิกล่วงหน้าหลายครั้ง คุณหนูก็ไม่ให้ คุณหนูเปลี่ยนไปแบบนี้ น้ำลำบากนะป้า เมื่อก่อนขอเบิกก็ได้ตลอด แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว น้ำต้องการเงินน่ะป้า ขอน้ำยืมสักหนึ่งหมื่นสิ นะป้า นะ” น้ำเขย่ามือที่จับมือของเทียน่าขึ้นลงไปมา

            “นี่เธอจะบ้าเหรอ จะเอาเงินไปทำอะไรเยอะแยะขนาดนั้น ฉันไม่มีให้หรอก” เทียน่าปฏิเสธพร้อมกับดึงมือของเธอกลับมา

            “ป้าอย่ามาโม้เลย น้ำรู้นะว่าป้าได้เดือนละตั้งสามหมื่น น้ำได้แค่หมื่นห้าเอง ป้าต้องมีตังเหลือให้น้ำยืมสิ แต่ถ้าป้ามีเงินเหลือมาก จะให้น้ำฟรี ๆ เลยก็ได้นะ” น้ำพูดข้อเสนอที่ทำให้เทียน่าถอนหายใจออกมาเสียงดัง

            “ถ้าอยากได้เงินหนึ่งหมื่นก็กลับไปทำงาน แล้วก็รอสิ้นเดือน” เทียน่าบอก “จะว่าไป เงินเพิ่งออกไปเมื่อสามวันที่แล้วเองนี่”

            “ถ้าน้ำได้ถึงหมื่น น้ำไม่มาขอป้าแบบนี้หรอก” น้ำถอนหายใจออกมาบ้าง

            “หมายความว่ายังไง” เทียน่าไม่เข้าใจ

            “เดือนนี้น้ำได้แค่ห้าพันเองนะป้า”

            “เธออย่ามาโกหกฉันนะ” เทียน่าไม่เชื่อในสิ่งที่เธอได้ยิน

            “จริง ๆ น้ำเองก็อยากจะเข้าไปถามคุณหนู แต่ก็ไม่กล้า” น้ำทำหน้าจ๋อย

            “ถ้างั้น เธอก็ประหยัดหน่อยก็แล้วกัน สำหรับเธอ ห้าพันก็อยู่ได้สบาย ๆ บ้านก็มีให้อยู่ ค่าน้ำค่าไฟก็ไม่ต้องเสีย แถมยังมีข้าวกินทุกมื้ออีก”

            “ไม่ตลกนะป้า น้ำต้องใช้เงิน”

            “แล้วเธอจะเอาเงินไปทำอะไร” เทียน่าถาม

            “ป้าไม่ต้องรู้หรอก ถ้าป้าไม่ให้ก็บอกมาตรง ๆ ไม่ต้องมาเสนออะไรให้น้ำ”

            “ฉันไม่ให้ จบนะ” เทียน่าเดินออกไปทันทีที่พูดจบ ส่วนน้ำเองก็สบถออกมา เธอหันไปมองเวโรนิก้าที่กำลังกินข้าวอย่างไม่พอใจ

 

            เมื่อเวโรนิก้าทานข้าวเสร็จ เธอก็เดินออกจากบ้านแล้วเดินไปขึ้นรถ บอรีสเองก็เตรียมเปิดประตูรถรอเวโรนิก้าอยู่แล้ว

            “ขอโทษนะครับ คุณหนู” บอรีสพูดขึ้นหลังจากที่ขับรถออกมาได้สักพักแล้ว

            “คะ?” เวโรนิก้าหันไปมอง

            “เมื่อสักครู่เทียน่าเข้ามาคุยกับผม เรื่องของน้ำ”

            “ค่ะ”

            “คุณหนูหักเงินเดือนของน้ำเหรอครับ” บอรีสถามออกไปตรง ๆ

            “แค่หักส่วนที่น้ำเคยเบิกล่วงหน้ากับนาสไป ถ้าหักแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็คงจะสักครึ่งปีถึงจะหมด” เวโรนิก้าบอก

            “เยอะขนาดนั้นเลยเหรอครับ” บอรีสที่คิดตามตกใจกับจำนวนเงินที่น้ำขอเบิกล่วงหน้ากับอนาสตาเซียไป

            “ใช่ค่ะ ครั้งแรกที่เวกไปเปิดดูบันชีที่เอาไว้จ่ายเงินเดือนให้พ่อบ้านแม่บ้านก็ตกใจเหมือนกัน น้ำเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงสองเดือน แต่กลับเบิกเงินกับนาสไปตั้งเยอะ ไม่รู้ว่าเอาไปทำอะไร เงินมากมายขนาดนั้น”

            “ขอโทษนะครับคุณหนู เมื่ออาทิตย์ที่แล้วพวกแม่บ้านที่พักบ้านหลังเดียวกับน้ำเขามาร้องเรียนว่าน้ำชอบขอไปนอนด้วย สร้างความเดือดร้อนให้พวกเธอ เพราะน้ำอยากนอนห้องแอร์เย็น ๆ แต่ห้องของน้ำต้องเสียเงินค่าเปิดแอร์ชั่วโมงละสี่สิบ น้ำเลยไม่เคยนอนห้องตัวเองเลย ผมก็เห็นใจพวกแม่บ้านเลยให้ช่างมาแก้ไขระบบหยอดเงินให้เหลือชั่วโมงละสิบบาท ผมต้องขอโทษจริง ๆ นะครับที่ทำไปโดยพละการ”

            “ไม่เป็นไรค่ะ บอรีสสามารถจัดการได้ตามสมควรเลย” เวโรนิก้าไม่ว่าอะไร เพราะเธอก็ไม่ค่อยจะใส่ใจน้ำอยู่แล้ว ตอนนั้นที่ให้เก็บเงิน 40 เป็นค่าแอร์รายชั่วโมง เพราะอยากจะสั่งสอนน้ำเท่านั้นเอง

            “คุณหนูไม่คิดที่จะให้น้ำออกบ้างเหรอครับ” บอรีสสงสัย ตั้งแต่ที่เขารู้จักกับแม่บ้านคนนี้ เขายังไม่เห็นข้อดีใด ๆ จากตัวเธอเลย

            “ถ้าจะให้ออก มันก็ต้องมีเหตุผลที่มากพอสิคะ ถ้าจะให้ออกเพราะชอบสอดรู้สอดเห็นหรือทำตัวน่ารำคาญ เวกว่ามันไม่น่าจะใช่เหตุผลที่เอามาใช้ในการไล่คนออก”

            บอรีสยิ้มออกมาหลังจากที่ได้ยินคำตอบของเวโรนิก้า เขารู้สึกดีใจที่ได้รับใช้คนแบบเธอ ต่อให้เธอไม่ชอบน้ำมากแค่ไหนก็ตาม แต่เธอก็จะไม่ใช้อำนาจของเธอขับไล่น้ำออกจากบ้านเพราะอารมณ์ส่วนตัวของเธอ เธอมักจะมีเหตุผลเสมอไม่ว่ากับเรื่องใด

            บอรีสขับรถเลี้ยวเข้ามาในมหาวิทยาลัยแล้วตรงเข้าไปจอดหน้าตึกที่เวโรนิก้าเรียนในช่วงเช้าของวันนี้ เวโรนิก้าก้าวลงมาจากรถและเห็นเอสยืนอยู่ไม่ไกล

            “ขอบคุณค่ะ” เวโรนิก้าหันไปขอบคุณบอรีสที่มาเปิดประตูรถให้

            “ผมเป็นคนโทรไปบอกเขาก่อนที่คุณหนูจะออกมาจากบ้านน่ะครับ” บอรีสที่เห็นว่าเวโรนิก้ามองไปที่เอสเลยบอกให้เธอรู้ “ผมไม่อยากให้คุณหนูคลาดสายตาอีก อย่างน้อยตอนที่ผมมาส่งคุณหนู ก็มีเขามาดูแลความปลอดภัยของคุณหนูต่อ คุณหนูคงจะไม่ว่าอะไรนะครับ”

            “ค่ะ” เวโรนิก้าพยักหน้า

            “ทำใจแข็งไว้นะครับคุณหนู” บอรีสยิ้มให้กำลังใจเวโรนิก้า

            “ขอบคุณค่ะ” เวโรนิก้ายิ้มตอบ และหันไปมองเอสที่กำลังเดินมาทางเธอ

            “สวัสดีครับ ทั้งสองคน” เอสทักทาย

            “ฝากคุณหนูด้วยนะ” บอรีสตบไปที่บ่าของเอสก่อนจะหันไปหาเวโรนิก้า “เรียนเสร็จแล้ว โทรหาผมนะครับ”

            “ค่ะ”

 

            เอสและเวโรนิก้าเดินเข้าตึกเรียนไปพร้อมกัน ระหว่างทางที่จะเดินไปลิฟต์ พวกเขาสองคนก็เจอกับแองจี้ที่กำลังจะเดินไปที่ลิฟต์เหมือนกัน

            “ทำไมสองคนถึงมาด้วยกันน่ะ” แองจี้ถาม เธอรู้สึกหงุดหงิดที่เห็นเอสกับเวโรนิก้าเดินมาด้วยกัน

            “หายไปเป็นอาทิตย์เลยนะแองจี้” เอสที่เห็นแองจี้ก็รู้สึกโล่งใจที่แองจี้สบายดี

            แองจี้หยุดเรียนไปหนึ่งอาทิตย์เพื่อไปพักทำใจที่บ้านของเธอที่ต่างจังหวัด ตอนนี้เธอเริ่มทำตัวให้เป็นปกติได้แล้ว เธอตั้งใจว่าจะลืมในสิ่งที่เธอเห็นไปให้หมด และในตอนนี้เธอกำลังหงุดหงิดที่เห็นเวโรนิก้าเดินมากับเอส

            “ยัยรัสเซีย ฉันหายไปแค่อาทิตย์เดียวก็หันมาควงเอสแล้วเหรอ จะข้ามหน้าข้ามตาเกินไปแล้วนะยะ” แองจี้หันไปจ้องเวโรนิก้าเขม็ง

            “ก็แค่เจอกันที่หน้าตึก” เวโรนิก้าบอก

            “อย่าให้รู้นะยะ ว่าสองคนกำลังแอบคบกันอยู่โดยที่ไม่ให้ฉันรู้น่ะ” แองจี้มองไปมาระหว่างเอสกับเวโรนิก้า

            ก่อนออกจากบ้าน เวโรนิก้าตั้งใจว่าถ้าเจอแองจี้ก็จะขอบคุณที่ช่วยเธอเอาไว้ แต่พอเธอมาเจอแบบนี้เธอเลยตัดสินใจว่าไม่ขอบคุณจะดีกว่า อีกอย่าง แองจี้เองก็คงไม่อยากได้คำขอบคุณของเธอด้วย

            “เรื่องนั้นมันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว เลิกเพ้อเจ้อสักที” คำพูดของเวโรนิก้าทำให้เอสก้มหน้าลงเล็กน้อย ส่วนแองจี้ที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมา

            “ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย” แองจี้เดินเข้าไปควงแขนเอสแล้วพาเดินไปที่ลิฟต์ทันที

            ทั้งสามคนออกมาจากลิฟต์แล้วเดินไปที่ห้อง เมื่อเข้าไปก็เห็นว่าเพื่อนคนอื่น ๆ ของทั้งสามคนมาพร้อมกันหมดแล้ว แต่นั่งกันคนละแถว แองจี้รู้สึกไม่พอใจ

            “นี่พวกเธอบ้ารึเปล่าเนี้ย ทำไมไม่มานั่งใกล้ ๆ กันยะ” แองจี้บ่นออกไป

            “แองจี้!” ทุกคนเรียกชื่อแองจี้

            “อะไรยะ” แองจี้มองไปที่พวกนั้นอย่างงง ๆ

            “เธอหายไปไหนมา พวกเราเป็นห่วงมากเลยนะ” เมย์เข้ามาหา

            “ฉันคิดว่าแกโดนลากไปฆ่าหั่นศพแล้วด้วยซ้ำ ยัยบ้านี่ หัดเป็นห่วงความรู้สึกของพวกฉันบ้างสิยะ!” มินเองก็เข้ามาบ่นแองจี้

            “ขอโทษนะ เมย์ มินนี่ ที่ทำให้เป็นห่วง” แองจี้รู้สึกอุ่นใจที่อย่างน้อยมีคนเป็นห่วงเธอจริง ๆ

            “นี่แองจี้” บัสเรียกแองจี้

            “อะไรยะ” แองจี้หันไปมอง

            “ฉันสองคนมีของมาให้” แมนโยน ของบางอย่างไปให้แองจี้

            “กรี๊ดดดด” แองจี้ร้องออกมา เธอวิ่งหนีจิ้งจกตัวเป็น ๆ ที่แมนโยนมาหาเธอ “เล่นบ้าอะไรของพวกแกยะเนี้ย”

            “ก็แค่อยากจะขอโทษ” บัสบอก เขาหันไปหัวเราะกับแมน

            “ขอโทษประเทศไหนยะ หา! โยนจิ้งจกตัวเป็น ๆ มาขอโทษเนี้ย” แองจี้ใจเต้นตุบ ๆ เธอกลัวจิ้งจก

            “ก็อยากเห็นเธอร่าเริงด้วยไง พวกเราของโทษนะ ที่คิดว่าเธอเป็นคนผลักนาสน่ะ” แมนหยุดหัวเราะและพูดด้วยน้ำเสียงที่สำนึกผิด

            “พวกเราด้วยนะ แองจี้” รัณเองก็รู้สึกผิดกับแองจี้เหมือนกัน

            “นี่มันเกิดอะไรขึ้นช่วงที่ฉันไม่อยู่เนี้ย” เวโรนิก้าสงสัย

            “โอ้ย ช่างเถอะน่า ยัยรัสเซีย หาที่นั่งได้แล้ว เดี๋ยวอาจารย์ก็เข้ามาพอดี แล้วก็พวกแก หัดหาที่นั่งใกล้ ๆ กับพวกเอสหน่อยสิ ฉันอยากนั่งใกล้เอสนะยะ” แองจี้บอกกับพวกแมนและเมย์ เธอเบือนหน้าไปมองเวโรนิก้า “ส่วนเธอ อยากจะไปนั่งตรงไหนก็เชิญย่ะ”

            “นาส มานั่งตรงนี้เลย พวกเราจองที่ไว้ให้แล้ว” อัยชี้ไปตรงที่ว่างที่เขาจองเอาไว้ให้เวโรนิก้า

            คลาสช่วงเช้าเสร็จสิ้น พวกเวโรนิก้าเองก็กำลังเก็บของใส่กระเป๋าของแต่ละคน ขณะนั้นเอสก็เดินเข้ามายืนอยู่ข้างหน้าโต๊ะที่เวโรนิก้านั่ง แองจี้เองก็เดินมาด้วย

            “นี่เอสจะเดินมาทางนี้ทำไมเนี้ย” แองจี้เหล่มองที่เวโรนิก้า

            “ผมบอกแล้วไงครับว่าผมมีธุระจะคุยกับนาส” เอสหันไปบอกแองจี้ แองจี้ที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำเสียง ชิ ออกมา

            “ธุระอะไรของนาย” เวโรนิก้าที่ได้ยินก็ถามขึ้น

            “ผมอยากจะคุยเรื่องตามหาคนร้ายน่ะ จะได้วางแผนกันเลยว่าจะต้องทำอะไรยังไง” เอสบอก

            “ตอนนี้เลยเหรอ” เวโรนิก้าถามเพราะเธอหันไปมองเพื่อน ๆ ของนาส ดูท่าพวกนี้จะหิวน่าดู

            “ผมตั้งใจว่าจะไปที่หอพักนั้นหลังเลิกเรียนเลยน่ะครับ”

            “ก็ได้ค่ะ งั้นไปที่หอสมุดดีกว่า” เวโรนิก้าพูด หลังจากนั้นเธอก็หันไปหาเพื่อน ๆ ของนาส “ถ้าพวกเธอหิวข้าวก็ไปกินกันได้นะ”

            “ไม่เป็นไรหรอก นาส พวกเราก็อยากจะช่วยเธอบ้าง นิดหน่อยก็ดี พวกเราสามคนไม่กินข้าวก็ได้” รัณบอก

            “ใช่แล้วนาส” ตามเองก็ขอไปด้วย

            “ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่นา” อัยส่งยิ้มให้

            “บัส แมน พวกนายล่ะ เอาไง” เอสหันไปถามเพื่อนซี้ของเขา

            “ขอบายว่ะเพื่อน ฉันหิวข้าว” บัสเอามือลูบท้อง

            “ฉันก็นัดพลอยไว้ โชคดีนะ” แมนเองก็ปฏิเสธ

            “งั้นเราก็ไปกันแค่นี้” เอสหันไปบอกกับพวกเวโรนิก้า

            “เดี๋ยวก่อนสิคะ เอส” แองจี้พูดขึ้นหลังจากที่เธอยืนฟังมาได้สักพัก

            “ฉันก็จะไปด้วย!” แองจี้บอก แต่ดูเหมือนท้องของเธอจะไม่เป็นใจ

            โครก คราก

            “เอิ่ม” มินหันไปมองเมย์ เมย์เองยังถอนหายใจออกมา

            “นี่ ยัยมินนี่ มาตดอะไรแถวนี้ยะ ทุเรศ” แองจี้เอามือมาปิดจมูก

            “ตดบ้านแกสิ เสียงท้องแกร้องชัด ๆ” มินเถียงกลับไป

            “ไปกินข้าวกันเถอะ แองจี้” เมย์บอก

            “สองคนนี่ยังไงนะ ฉันไม่หิว จะให้ไปกินข้าวได้ไง” แองจี้หันไปบอกกับเพื่อนทั้งสองของเขา

            โครก คราก

            “นี่ ยัยเมย์ คราวนี้เธอตดเหรอ” แองจี้หันไปใส่ร้ายเมย์

            “มินนี่ ช่วยหน่อย” เมย์หันไปขอความช่วยเหลือจากมิน เมย์เข้าไปจับแขนข้างขวาของแองจี้

            “สุดท้ายก็ต้องใช้วิธีนี้สินะ” มินถอนหายใจออกมาแล้วเข้าไปจับแขนข้างซ้ายของแองจี้

            “ฉันบอกว่าไม่ได้หิว มาลากฉันไปไหนเนี้ย” แองจี้โวยวายออกมาหลังจากที่โดนเพื่อนทั้งสองของเธอลากแขนไป โดยที่เธอไม่สามารถขัดขืนได้

            “ท้องร้องดังขนาดนั้นยังบอกไม่หิวอีกนะยะ” มินบอก

            “เดี๋ยวกินข้าวเสร็จค่อยไปหาที่หอสมุดก็ได้นี่” เมย์บอก

            “แต่ฉันอยากไปกับเอส ถ้ายัยรัสเซียนั่นอ่อยเอสอีกใครจะเป็นคนห้ามล่ะยะ” แองจี้บอกจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมา แต่เพื่อนของเธอก็ยังคงพาเธอไปกินข้าวอยู่ดี

            “ตั้งแต่ที่ฉันรู้จักนาสมา ฉันยังไม่เคยเห็นนาสอ่อยเอสเลยสักครั้งเลยนะ” เมย์หันไปพูดกับแองจี้

            “โอ้ยเมย์ พูดไปยัยนี่ก็ไม่ฟังหรอก ก็มีแต่ยัยนี่คนเดียวแหละที่คิดว่านาสชอบไปอ่อยเอส เพ้อเจ้อ ถ้าบอกว่าเอสอ่อยนาสนี่ค่อยน่าเชื่อหน่อย” มินพูดเสริม

            “เรื่องนั้นฉันเห็นด้วยเต็ม ๆ เลย” เมย์เองก็คิดแบบนั้น

            “นี่ยัยบ้า ไม่ว่าแบบไหนฉันก็ไม่ยอม!

 

            เมื่อทั้งห้าคนเดินไปถึงห้องสมุดกลางก็พบว่า มีนักศึกษามาใช้บริการเยอะมาก ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาแปลกใจสักเท่าไหร่ เพราะอีกแค่เดือนกว่า ๆ ก็จะสอบไฟนอลแล้ว

            “เอาไงดีครับ สาว ๆ ดูเหมือนที่นี่จะไม่ค่อยสะดวกแล้วสิ” เอสถามพวกเวโรนิก้า สายตาของเขามองไปที่โถงกลางของห้องสมุด

            “ชั้นอื่นล่ะ หอสมุดนี้มีตั้งห้าชั้นนะ” เวโรนิก้าถาม

            “งั้นขึ้นไปดูกันไหม” รัณเสนอ

            “ก็ได้”

            เมื่อทั้งห้าคนตกลงเป็นเสียงเดียวก็เข้าไปข้างในแล้วขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นบนสุด เริ่มที่ชั้นห้า ถึงจะพอมีที่ให้พวกเขาทั้งห้าคนนั่งแต่เสียงดัง ไม่เหมาะสำหรับการมาคุยเรื่องสำคัญ ถัดลงมาชั้นสี่ ชั้นสาม และชั้นสอง ไม่แตกต่างจากชั้นห้าที่ขึ้นไป สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่าออกไปหาที่อื่นคุยกันจะดีกว่า

            “แค่เดินหาที่นั่งคุยทั่วทั้งหอสมุดทำไมมันถึงได้เหนื่อยแบบนี้” อัยหอบออกมาเล็กน้อย เขาดูจะเหนื่อยกว่าคนอื่นเพราะเธอตัวใหญ่ที่สุดในกลุ่ม และไม่ค่อยออกกำลังกายเลย

            “เอาไงต่อดีล่ะ” ตามถาม

            “พวกเธอหิวไหม” เวโรนิก้าหันไปถามเพื่อน ๆ ของเนาสตาเซีย

            “จริง ๆ ก็หิวแหละ” รัณตอบออกมาตรง ๆ ส่วนอัยกับตามก็พยักหน้าเห็นด้วยกับรัณ

            “แล้วนายล่ะ” เวโรนิก้าหันไปถามเอส

            “ผมยังไงก็ได้ครับ” เอสยิ้ม

            “งั้นก็ไปหาอะไรกินกันดีกว่า”

            คำพูดของเวโรนิก้าทำให้เพื่อน ๆ ของอนาสตาเซียทั้งสามคนยิ้มออกมา เวโรนิก้าหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าแล้วโทรหาบอรีสทันที

            “มารับฉันที่หน้าหอสมุดกลางหน่อยค่ะ”

            ทั้งห้าคนรอไม่ถึงห้านาที บอรีสก็ขับรถมาจอดที่หน้าหอสมุด เวโรนิก้าขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ

            “สวัสดีครับ คุณหนู” บอรีสออกจากรถมาทักทายเวโรนิก้า

            “ทำไมมาเร็วจังคะ” เวโรนิก้าสงสัย เธอเดินไปที่รถพร้อมกับอีกสี่คน

            “ผมกำลังจะขับรถไปหาอะไรทานอยู่พอดีน่ะครับ แล้วคุณหนูก็โทรมาตอนที่ผมกำลังจะขับรถผ่านมหาวิทยาลัย ผมก็เลยเลี้ยวเข้ามาเลย” บอรีสบอก เขาเปิดประตูให้เวโรนิก้าเข้าไปนั่ง

            “เบียดกันหน่อยนะทุกคน” เวโรนิก้าหันไปบอกกับรัณ อัย และตาม

            “ให้ผมนั่งข้างหลังก็ได้นะครับ นาสจะได้นั่งข้างหน้าสบาย ๆ” เอสที่เห็นว่าสาว ๆ ทั้งสี่คนจะไปนั่งเบียดกันข้างหลัง เลยเสนอให้เวโรนิก้าไปนั่งข้างบอรีส

            “ไม่เป็นไรค่ะ มันดูไม่เหมาะถ้าจะให้นายมานั่งเบียดกับผู้หญิง”

            เอสยิ้มออกมาเมื่อได้ยินคำตอบของเวโรนิก้า มันทำให้เขายิ่งรักผู้หญิงคนนี้มากขึ้นไปอีก เธอไม่สนเลยว่าเธอจะได้นั่งแบบสบาย ๆ หรือนั่งแบบเบียด ๆ เธอสนแต่ความเหมาะสม

            “เข้าไปก่อนเลยทุกคน” เวโรนิก้าหันไปบอกสามสาว

            “ขอบใจนะ นาส” รัณหันไปบอกเวโรนิก้าแล้วมองไปที่อัย อัยเองก็รู้ว่าเธอต้องเข้าไปก่อน ตามมาด้วยตาม รัณ และเวโรนิก้าที่เข้าไปเป็นคนสุดท้าย บอรีสก็ปิดประตูทันที

            “ขึ้นรถเลย เอส” บอรีสหันไปบอก

            “ครับ”

 

            ภายในรถ

            “คุณหนูจะให้ผมพาไปไหนครับ” บอรีสถาม

            “พาไปร้านอาหารที่เงียบ ๆ ค่ะ บอรีสมาก็ดีเลย พวกเราจะไปวางแผนเรื่องหาตัวคนร้ายอยู่พอดี” เวโรนิก้าบอก

            “ร้านที่เงียบ ๆ ใหญ่ ๆ โอเค ผมนึกออกแล้วว่าจะพาไปที่ไหน”

            บอรีสใช้เวลาขับรถไปร้านอาหารไม่ถึงสิบนาที เขาเลี้ยวเข้าไปจอดในที่จอดรถที่ทางร้านจัดเตรียมเอาไว้ให้ เขารีบลงมาเปิดประตูให้เวโรนิก้าทันที เวโรนิก้ายิ้มออกมาเมื่อเห็นร้านอาหารที่บอรีสพามา ส่วนรัณ อัย และตามต่างก็ตกตะลึงในความอลังการของร้านอาหาร

            “ร้านนี้จะดีเหรอ นาส” รัณถาม

            “นั่นสิ ดูท่าจะแพงโขเลยนะนั่น” ตามเองก็เริ่มใจคอไม่ดี

            “ตอนนี้ฉันมีเงินในกระเป๋าแค่แปดสิบบาทเองนะ” อัยเองก็เริ่มไม่อยากเดินเข้าไป

            “งั้นเดี๋ยวมื้อนี้ ฉันเลี้ยงเองก็แล้วกัน ถือซะว่าเป็นการขอบคุณที่พวกเธอมาเป็นเพื่อนฉัน” เวโรนิก้ายิ้มให้กับพวกเธอทั้งสามคน

            “พวกเราเกรงใจนะ” รัณรู้สึกแบบที่พูดออกไป

            “เอาน่า อย่าคิดมาก” เวโรนิก้าเดินนำเข้าไปในร้าน

            “ไปกันเถอะ ถ้าไม่เข้าไป นาสจะเสียใจนะ” เอสหันไปบอกกับสามสาว

            “กี่ที่คะ” พนักงานต้อนรับถาม

            “หกค่ะ” เวโรนิก้าตอบ เธอยกมือขึ้นเล็กน้อย “ขอโทษนะคะ สอบถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”

            “ได้ค่ะ” พนักงานต้อนรับตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้ม

            “มีห้อง VIP ไหมคะ พอดีว่าพวกเราอยากจะนั่งคุยธุระกันด้วย” เวโรนิก้าถาม

            “มีค่ะ ตามดิฉันมาเลยค่ะ” พนักงานต้อนรับเดินนำไป

            “ฉันจะเป็นลม ห้อง VIP นี่มันแพงกว่าปกติด้วยนี่” อัยถอนหายใจออกมา

            “เกร็ง ๆ ยังไงไม่รู้สิ เกิดมาไม่เคยเข้าร้านอาหารหรู ๆ แบบนี้” ตามมองไปรอบ ๆ

            “รีบตามนาสไปเถอะ เดี๋ยวหลงกันพอดี” รัณเรียกสติทั้งสองคนแล้วเดินตามนาสไปก่อนที่จะคลาดสายตา

            เมื่อเข้าไปที่ห้อง VIP พวกรัณก็ไม่กล้าสั่งอาหาร เพราะเห็นราคาแล้วกินไม่ลง น้ำเปล่าที่นี่ยังแก้วละ 80 บาท เป็นน้ำแร่อะไรก็ไม่รู้ พวกเธอไม่รู้จัก เอสเองไม่ค่อยมีปัญหาเพราะเขาคุ้นชินกับอาหารแบบนี้อยู่แล้ว เลยกลายเป็นว่า เวโรนิก้า เอส และบอรีสเป็นคนสั่งอาหาร

            เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ ทั้งหกคนก็เริ่มทาน รัณ อัย และตามรู้สึกมีความสุขกับการกินมากที่สุด เพราะรสชาติอาหารที่เธอกำลังกินมันเทียบกับที่เธอเคยกินมาทั้งชีวิตไม่ได้เลย สมกับราคาจริง ๆ การสนทนายังไม่เกิดขึ้นระหว่างทานข้าว แต่เมื่อทานข้าวกันเสร็จหมดทุกคนก็ถึงคราวของหวาน ในช่วงนี้เองที่บทสนทนาเริ่มเกิดขึ้น

            “ผมว่าเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ” เอสกำลังจะเปิดประเด็น

            “นายก็ว่ามาสิ” เวโรนิก้าบอก

            “ผมตั้งใจว่าจะไปที่หอพักที่นาสโดนลักพาตัวไปเย็นนี้” เอสพูดเข้าเรื่อง

            “นายไปถูกเหรอ เอส” บอรีสถาม

            “ไปถูกครับ ผมจำชื่อหอได้ แล้วก็พอจำเส้นทางไปหอนั้นได้” เอสพยักหน้า

            “ไปแล้วจะทำไงต่อ” รัณถามขึ้นมา

            “ก่อนอื่นเลย ผมว่าเราต้องไปหาเจ้าของหอพักแล้วขอเขาดูกล้องวงจรปิดในวันที่นาสโดนจับตัวไป” เอสเริ่มบอกถึงแผนที่เขาได้วางเอาไว้ “หลังจากนั้นเราก็จะขอก๊อปปี้ไฟล์วีดีโอนั่น เพื่อที่จะเอามาเป็นหลักฐานในการเอาผิดคนร้าย แต่ถ้าเจ้าของหอไม่ให้ ผมก็คิดว่าคงต้องขอซื้อ”

            “เรื่องนั้นไม่มีปัญหา เท่าไหร่ฉันก็จ่ายได้” เวโรนิก้าบอก

            “โอเค ถ้างั้นพอเราได้ไฟล์วีดีโอมาแล้ว เราก็ต้องสืบหาให้ได้ว่าคนร้ายคือใคร ตรงนี้นี่แหละ ที่ดูท่าจะเป็นปัญหา” เอสยังคงหาข้อสรุปไม่ได้จริง ๆ ว่าถ้าได้รูปของคนร้ายมาแล้ว จะไปตามหาได้ที่ไหน

            “งานยากเลยนะ มีแต่รูปแถมไม่รู้ที่อยู่ ชื่อของมันก็ไม่รู้จัก” ตามพูดออกมา แค่เธอคิดก็รู้สึกท้อขึ้นมาแล้ว

            “ตั้งกระทู้ถามในบอร์ดอินเตอร์เน็ตดีไหม” อัยเสนอ

            “ไม่/ ไม่” เอสกับเวโรนิก้าหันไปมองหน้ากันหลังจากที่ทั้งสองพูดขึ้นมาพร้อมกัน

            “ทำไมล่ะ ฉันก็คิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดีนะ” รัณถาม เอสหันไปพยักหน้าให้เวโรนิก้าเป็นเชิงว่าให้เธอเป็นคนอธิบาย

            “แบบนั้นมันโจ่งแจ้งเกินไป ฉันไม่อยากให้เรื่องนี้ถูกส่งเข้าไปในอินเตอร์เน็ต เดี๋ยวกลายเป็นข่าวขึ้นมา ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องมันจะบานปลาย” เวโรนิก้าอธิบาย

            “ก็แบบที่นาสบอกแหละ” เอสยิ้ม เขาดีใจที่อย่างน้อยเขากับเวโรนิก้าก็ใจตรงกัน คิดแบบเดียวกัน

            “งั้นเดี๋ยวเรื่องนี้ให้ผมจัดการเองครับ คุณหนู” บอรีสที่นั่งฟังมาสักพักพูดขึ้น

            “แน่ใจเหรอคะ บอรีส” เวโรนิก้าถาม

            “สบายมากครับ คุณหนู ผมพอจะมีวิธีตามหาอยู่” บอรีสยิ้มให้เวโรนิก้า

            “ถ้าอย่างนั้นก็ฝากด้วยนะคะ” เวโรนิก้ายิ้มกลับให้บอรีส เอสที่มองอยู่ก็รู้สึกอิจฉาบอรีสเล็กน้อย เขาเองก็อยากให้เวโรนิก้ายิ้มให้เขาแบบนั้นบ้าง

            “เอส เอส เอส!” บอรีสเรียกเอส แต่เอสไม่ตอบสนองเขาเลยเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นกว่าเดิม

            “ครับ” เอสมองไปที่บอรีส “เมื่อกี้พูดอะไรนะครับ”   

            “เป็นอะไรไป นั่งเหม่อเชียว” บอรีสถาม “ว่าแต่หลังจากที่ได้ที่อยู่คนร้ายแล้ว นายจะทำยังไงต่อ”

            “ก็คงต้องไปหาเขาแหละครับ” เอสตอบ เมื่อสักครู่เขาเหม่ออย่างที่บอรีสบอกจริง ๆ เป็นเพราะยิ้มนั่น ยิ้มที่เขาหลงใหล ยิ้มที่เขาไม่เคยได้เลยสักครั้ง

            เมื่อบทสนทนาสิ้นสุดลง เวโรนิก้าก็เรียกพนักงานมาเช็คบิลค่าอาหาร รัณ อัย และตามตกใจมากเมื่อเห็นตัวเลขในบิลค่าอาหาร มื้อนี้ทั้งของคาวของหวานเบ็ดเสร็จแล้วสามหมื่นกว่าบาท เอสที่ตั้งใจจะหารครึ่งกับเวโรนิก้าแต่เวโรนิก้าไม่ขอรับเอาไว้ เธอขอจ่ายคนเดียว เอสเองไม่ยอม ท้ายที่สุดเวโรนิก้าเลยยื่นข้อเสนอที่ทำให้เอสยิ้มออกมา และยอมในที่สุด

            “งั้นเอาไว้คราวหน้า ถ้ามีโอกาส นายค่อยเลี้ยงฉันก็แล้วกัน”

            เอสรู้สึกมีความหวัง ในขณะที่เวโรนิก้าไม่หลงเหลือความหวังไว้ให้เอสเลยแม้แต่น้อย เธอพูดว่า ถ้ามีโอกาส แต่สำหรับเธอกับเอส โอกาสที่จะได้มากินข้าวด้วยกันอีก มันคงไม่มีอีกแล้ว

 

 

 

 

 

           

 

  

 

           

 

0 ความคิดเห็น