Veronica C. รักไม่ได้ ไม่ใช่ไม่รัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 39 Views

  • 1 Comments

  • 3 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7

    Overall
    39

ตอนที่ 9 : 8 Orange

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ม.ค. 62

Orange

 

         เอสเดินขึ้นบันไดของบ้านแคนเชลส์กี้ไปอย่างงง ๆ ใจจริงเขาก็ไม่ได้อยากขึ้นมาแบบนี้เลย มันดูไม่ควรยังไงไม่รู้ ส่วนเทียน่ากับบอรีสเองที่ยืนมองอยู่ข้างล่างก็มีรู้สึกที่ไม่ต่างกัน เขาทั้งสองอยากจะทดสอบผู้ชายที่จะเข้ามาดูแลคุณหนูเวโรนิก้าว่ามีความเหมาะสมหรือเปล่า

            “ใครเหรอคะ หล่อจัง” น้ำเข้ามาถาม

            “ถนัดนักนะ เรื่องสอดรู้สอดเห็นเนี้ย” เทียน่าหันไปพูด

            “น้ำถามก็ตอบ ๆ มาเถอะป้า” น้ำเองก็ยังคงเหมือนเดิม

            “งานเสร็จหมดแล้วเหรอที่ต้องทำวันนี้น่ะ” เทียน่าถาม

            “ยังหรอก แต่เห็นผู้ชายหล่อ ๆ คนนั้นเข้ามาในบ้านเลยวิ่งมาถาม แล้วไม่เป็นไรเหรอ ให้ขึ้นไปข้างบนแบบนั้น” น้ำยกมือขึ้นมากอดอก

            “ถ้าอยากจะรู้เรื่องนู้นเรื่องนี้มากนัก เดี๋ยวฉันตามคุณหนูลงมาให้ถาม เอาไหม” เทียน่าจ้องไปที่น้ำ

            “ไม่ต้อง! ไม่ถามแล้วก็ได้” น้ำที่ได้ยินแบบนั้นก็กลัวขึ้นมาทันที

            “ไปทำงานได้แล้วไป” เทียน่าไล่ ส่วนน้ำเองก็เดินกระแทกเท้าออกไปอย่างไม่สบอารมณ์

 

            เอสที่เดินมาถึงชั้นสองก็มองซ้ายมองขวา บ้านนี้กว้างเกินไป แล้วเขาจะหาทางไปห้องของอนาสตาเซียได้ยังไง เมื่อเขาไม่รู้ทางเขาก็ค่อย ๆ เดินหาไปทีละห้องเริ่มจากฝั่งตะวันออกไปถึงฝั่งตะวันตก ในที่สุดสายตาของเขาก็มองไปเห็นป้ายชื่อที่ติดอยู่หน้าห้อง

            :::Anastasia:::

            เขาตัดสินใจเคาะไปที่ประตูสามครั้งแล้วยืนรอ

            “เข้ามาได้เลยค่ะ” เสียงของเวโรนิก้าดังขึ้น แต่เอสก็ไม่เปิดประตูเข้าไป

            เอสเคาะประตูอีกครั้ง

 

            เวโรนิก้าที่พักผ่อนอยู่บ้านเริ่มที่จะชินกับชีวิตที่ต้องแบกเฝือกไปมาแล้ว ตอนนี้เขากำลังดูหนังอยู่ ก่อนหน้านี้เทียน่าแนะนำให้เขาดูหนัง ถ้าไม่ชอบก็มีสารคดีให้ดู เธอเลยเปิดใจ เปิดหนังดู และเป็นที่น่าแปลกใจที่เธอกลายเป็นคนชอบดูหนังไปแล้ว หนังที่เธอชอบมากที่สุดคือ หนังแนวระทึกขวัญ เธอดูแล้วรู้สึกตื่นเต้น ไม่รู้สึกน่าเบื่อเหมือนหนังแนวอื่น ๆ

            ขณะที่เธอดูหนังอยู่นั่นเอง เธอก็ได้ยินเสียงเคาะประตูแต่ไม่มีเสียงของใครดังขึ้นหลังจากที่เคาะประตู ปกติจะมีแค่บอรีสกับเทียน่าเท่านั้นที่จะมาเคาะประตู แล้วทุกครั้งทั้งสองคนก็จะเรียกเธอ

            “เข้ามาได้เลยค่ะ” เวโรนิก้าตะโกนบอกไป

            ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น คราวนี้เวโรนิก้าเริ่มหันไปสนในที่ประตูแล้ว มันแปลก แปลกแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันหมายความว่ายังไง หรือเราจะหูฝาด ?? เธอยังไม่ทันได้คิดต่อ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง

            ไม่มีทางที่เธอจะหูฝาด เธอค่อย ๆ ลงจากเตียงแล้วเดินตรงไปที่ประตู เธอค่อย ๆ เปิดประตูออกไปอย่างช้า ๆ แต่แล้วเธอก็ตกใจเมื่อไม่เห็นใคร เธอเลยรีบดึงประตูกลับและปิดลง มือซ้ายของเธอยังคงจับที่ลูกบิดอยู่

            “ผีหลอกเหรอ? ไม่ นี่มันบ้าเกินไปแล้ว จะมาอินกับหนังที่เพิ่งดูไปเพื่ออะไร” เวโรนิก้าพึมพำออกมาหน้าประตู แล้วเธอก็ตกใจเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะข้างนอกประตู เธอเลยเปิดพรวดออกไปเต็มบาน

            “นี่นาย!!” เวโรนิก้าเริ่มอายเมื่อเห็นเอสยืนหัวเราะอยู่

            “ขอโทษนะครับ ผมไม่ใช่ผี” เอสยิ้มให้เวโรนิก้า

            “เล่นบ้าอะไรเนี้ย” เวโรนิก้าอายสุด ๆ มันแปลกมาก ยิ่งมาเห็นเอสหัวเราะและยิ้มให้แบบนี้ ทำไมกัน ทำไม ทำไมเราต้องรู้สึกเขินกับผู้ชายคนนี้ด้วย

            “ตอนนาสอายหน้าแดงแบบนี้ก็น่ารักนะครับ” เอสมองไปที่ของเวโรนิก้า เขารู้สึกดีกับผู้หญิงคนนี้จริง ๆ ตอนนี้หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมาแล้ว

            “เลิกล้อฉันได้แล้ว” เวโรนิก้าเบือนหน้าหนีแล้วแอบยิ้มออกมา แต่เอสก็หันไปเห็นพอดี

            “ลงไปข้างล่างกันเถอะครับ” เอสบอก

            “ลงไปทำไม” เวโรนิก้าถาม

            “นี่ไง ไปกินส้มกัน ผมไม่อยากเข้าไปในห้องของนาส มันดูไม่เหมาะ ลงไปข้างล่างดีกว่า” เอสอธิบาย

            “งั้นเหรอ รอก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปปิดทีวีก่อน” เวโรนิก้าเดินเข้าห้องไปปิดทีวี ส่วนในใจเขาก็รู้สึกแปลก ๆ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมหัวใจถึงเต้นแรงแบบนี้

            “เดินระวัง ๆ หน่อยนะครับ” เอสบอก

            “รู้แล้วน่า” เวโรนิก้าเดินตามเอสออกมาแล้วลงบันไดไปที่ชั้นล่าง

            “ชอบส้มเหรอครับ เหมือนผมเลย” เอสชวนคุย

            “ใช่ ฉันชอบส้ม” เวโรนิก้าบอก

            “แล้วชอบผมหรือยังครับ” เอสหันไปยิ้มให้เวโรนิก้า

            “ฉันชอบองุ่นรองจากส้ม” เวโรนิก้าทำเป็นไม่ได้ยินและพยายามเปลี่ยนประเด็น แต่หัวใจของเธอนั้นเต้นแรงมาก

            “ผมจะรอนะครับ” เอสบอกพร้อมกับเดินนำเวโรนิก้ามาก้าวหนึ่ง

            “รออะไรของนาย” เวโรนิก้าถาม

            “ก็รอวันที่นาสจะชอบผมบ้างไง”

            เวโรนิก้าเผลอกัดริมฝีปากล่างโดยที่ไม่รู้ตัว เธอรู้สึกแย่ยังไงก็ไม่รู้ที่ได้ยินประโยคนั้น รอวันที่นาสจะชอบผมงั้นเหรอ?? อีกไม่นานหรอก อีกไม่นานนาสก็จะกลับมาเจอนายแล้ว ช่วยรออีกหน่อยก็แล้วกันนะ

 

            “ผู้ชายคนนี้ไว้ใจได้จริง ๆ” เทียน่ารู้สึกโล่งใจ

            “นั่นสิครับ” บอรีสเองก็คิดแบบนั้น

            ทั้งสองคนยิ้มออกมาที่เห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เอสขึ้นไปข้างบนแต่ไม่ได้ขึ้นไปหาเวโรนิก้า แต่ขึ้นไปบอกให้เวโรนิก้าลงมาข้างล่าง ผู้ชายคนนี้มีความบริสุทธิ์ใจกับคุณหนูเวโรนิก้าเป็นอย่างมาก สำหรับเขาทั้งสองเห็นพ้องตรงกันว่า ผู้ชายที่เดินนำหน้าผู้หญิงคือสุภาพบุรุษที่แท้จริง เพราะมันเป็นการให้เกียรติฝ่ายหญิง เป็นการหลีกเลี่ยงในการใช้สายตามองสัดส่วนของผู้หญิง

            “ทำไมลงมาเร็วจัง” เทียน่าถามเอส

            “ให้ผมไปอยู่บนชั้นสองกับนาสนาน ๆ มันดูไม่เหมาะสมครับ ผมเลยไปเคาะประตูแล้วชวนนาสลงมาข้างล่าง” คำตอบของเอสทำเอาเทียน่ายิ้มกว้าง ผู้ชายคนนี้ไม่คิดจะเข้าไปในห้องคุณหนูเลย

            “งั้นไปนั่งตรงที่รับรองแขกก็ได้” บอรีสชี้ไปตรงที่ที่จัดเอาไว้สำหรับรองรับแขกที่มาเยือน

            “ขอบคุณครับ” เอสก้มหัวให้เทียน่ากับบอรีสเล็กน้อย “ไปเถอะ นาส”

            เวโรนิก้าไม่พูดอะไรออกมาแต่ก็เดินตามเอสไป

            “แย่แล้วสิ” บอรีสเริ่มเห็นอะไรแปลก ๆ ระหว่างสองคนนี้

            “อะไรแย่เหรอ” เทียน่าหันไปมองบอรีส

            “ก็คุณหนูกับเอสไง” บอรีสหันไปมองทั้งสองคน เอสยื่นถุงส้มให้เวโรนิก้า แต่พอเวโรนิก้าจะหยิบ เอสก็ดึงมือกลับมา เวโรนิก้ายิ้มออกมาแล้วพูดอะไรบางอย่างกับเอสแล้วเอสหัวเราะ

            “ก็เหมาะสมกันดีนะ ดูสิ หยอกเล่นกันเหมือนคู่รักเลย ฉันล่ะมีความสุขจริง ๆ ดูคุณหนูมีความสุขมาก คุณหนูสามารถยิ้มออกมาจากใจได้แล้ว” เทียน่ามองไปที่สองหนุ่มสาวอย่างเอ็นดู

            “อย่าลืมนะครับ ว่านั่นคือคุณหนูเวโรนิก้าที่ต้องมาเป็นตัวแทนของคุณหนูอนาสตาเซีย” คำพูดของบอรีสทำให้เทียน่าคิดได้

            “จริงด้วยสิ”

            “เรื่องของเอสผมไม่ห่วงหรอกครับ ที่ผมเป็นห่วงคือคุณหนูเวโรนิก้า ถ้าคุณหนูเกิดไปมีใจให้เอส คนที่จะเจ็บที่สุดก็คือคุณหนู เพราะถ้าเอสรักคุณหนูอนาสตาเซียจริง ๆ ต่อจากนี้เอสจะรักมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายในใจของเอสก็จะมีแต่คุณหนูอนาสตาเซีย แล้วเมื่อถึงตอนนั้น ถ้าคุณหนูเวโรนิก้ามีใจให้เอส คุณหนูจะต้องรู้สึกเจ็บแค่ไหนกัน”

            “นั่นสิ” แค่เทียน่าคิดตาม ก็น้ำตาคลอแล้ว “อย่าเผลอไปมีใจให้เอสนะคะ คุณหนูเวกของเทียน่า”

 

            “เชิญนั่งครับ” เอสผายมือไปที่โซฟาที่อยู่ใกล้ ๆ กับเขา

            “ทำเหมือนเป็นบ้านตัวเองเลยนะ” เวโรนิก้าเดินไปนั่งโซฟาใกล้ ๆ เอส

            “นี่ครับ ส้ม” เอสยื่นถุงส้มให้เวโรนิก้า แต่พอเวโรนิก้ายื่นมือมา เขาก็ดึงมือกลับ

            “นี่นาย! สนุกมากไหมเนี้ย” เวโรนิก้าเผลอยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว ตอนนี้เธอไม่รู้สึกโกรธเลยที่โดนเอสแกล้งแบบนั้น แต่เธอกลับรู้สึกสนุก เอสเองก็หัวเราะออกมา

            “นาสปอกเปลือกส้มได้เหรอ” เอสถาม เขามองไปที่แขนข้างขวาที่ยังใส่เฝือกและคล้องผ้าอยู่กับคอ

            “ฉันเรียกเทียน่าให้มาช่วยก็ได้” เวโรนิก้าบอก

            “จะไปรบกวนเทียน่าทำไม มีผมอยู่ทั้งคน” เอสส่งยิ้มให้เวโรนิก้าอีกครั้ง

            “นี่นายเลิกยิ้มแบบนั้นได้ไหม” ก่อนที่เธอจะลงไปลึกจนขึ้นมาไม่ได้ เธอต้องหยุดทุกอย่างเอาไว้

            “นาสไม่ชอบเหรอ” เอสถาม

            “ไม่ใช่ไม่ชอบ แค่

            “โอเค แสดงว่านาสชอบ งั้นผมก็จะยิ้มแบบนี้กับนาสต่อไป” เอสรู้สึกโล่งใจ เขานึกว่าเวโรนิก้าจะไม่ชอบที่เขายิ้มให้ เขาเลยรีบชิงพูดก่อนที่เวโรนิก้าจะพูดจบ

            “ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ” เวโรนิก้าถอนหายใจออกมาเบา ๆ แต่ดูเหมือนว่าถึงพูดอะไรต่อ เอสก็คงไม่ฟังเขา

            “นี่ครับ” เอสที่ปอกเปลือกส้มเสร็จก็จัดการแกะส้มออกเป็นกลีบ ๆ และยื่นไปให้เวโรนิก้า

            “ขอบคุณค่ะ” เวโรนิก้ายื่นมือซ้ายไปแต่เอสก็เบี่ยงมือหลบไปอีกทาง “อะไรของนายอีกเนี้ย”

            “อ้าม”

            เวโรนิก้าเข้าใจที่เอสจะสื่อทันที

            “จะบ้ารึไง” เวโรนิก้าเลิกสนใจส้มในมือของเอสและไปหยิบส้มที่เอสวางไว้ในจานมากินแทน

            “อะไรกัน” เอสที่เห็นว่าเวโรนิก้าไม่เล่นด้วยเลยเอาส้มในมือใส่ปากตัวเอง

            “พูดธุระของนายมาได้แล้ว” เวโรนิก้าพูดเข้าเรื่อง เพราะเธอคิดว่ามันอันตรายกับเธอเกินไปถ้าเธอต้องอยู่กับเอสนาน ๆ

            “นาสนี่ใจร้ายจังเลยนะครับ” เอสหยิบส้มอีกลูกมาปอกเปลือก “ผมจะมาบอกเรื่องที่ว่ามีใครบางคนกำลังคิดทำร้ายนาสอยู่น่ะ”

            “เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว” เวโรนิก้าสงสัยมาตลอดว่าอนาสตาเซียไปสร้างศัตรูไว้ตั้งแต่ตอนไหน

            “ผมเลยอยากจะหาตัวคน ๆ นั้น” คำพูดของเอสทำให้เวโรนิก้าหันมาสนใจเขาได้

            “นายจะทำอะไร”

            “ผมว่าจะตามหาคนที่ลักพาตัวนาสไปข่มขืน ผมยังพอจำหน้ามันได้อยู่” เอสยื่นส้มให้เวโรนิก้า

            “บ้าบิ่นเกินไปแล้ว นายคิดว่ามันจะง่ายดายขนาดนั้นเลยเหรอ” เวโรนิก้ารับส้มมา

            “น่าจะนะ” เอสยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย

            “หมายความว่ายังไง”

            “นาสจำหอพักที่ถูกลักพาตัวไปได้ไหม”

            เวโรนิก้าที่ได้ยินแบบนั้นก็เกิดสำลักส้มจนไอออกมา

            “ค่อย ๆ เคี้ยวสิครับ” เอสรินน้ำในเหยือกใส่แก้วแล้วยื่นให้เวโรนิก้า

            “ขอบคุณค่ะ” เวโรนิก้าดื่มน้ำเข้าไปหลายอึก

            “ว่าไงครับ พอจำได้ไหม”

            “ไม่ ฉันจำไม่ได้” เวโรนิก้าคิดต่อในใจ ใครจะไปรู้ล่ะ คนที่ถูกพาไปคือนาสนะ ไม่ใช่ฉัน

            “นั่นสิ ผมไม่น่าถามเลย ตอนนั้นนาสถูกโปะยาสลบนี่นา” คำพูดของเอสทำเอาเวโรนิก้าอยากจะหยิบส้มในจานปาใส่เขา

            “นายนี่มัน

            “เอาน่า ตอนนั้นนาสอาจจะตื่นมาระหว่างทางก็ได้นี่นา”

            “แล้วนายคิดว่าถ้านาฉันตื่นขึ้นมาระหว่างทาง ฉันจะยอมตามมันไปถึงหอพักนั่นเหรอ” เวโรนิก้าเกือบจะพลั้งปากไปอีกแล้ว

            “ก็นั่นน่ะสิ เอาเป็นว่าถึงนาสจะไม่รู้ แต่ผมรู้” เอสยิ้มออกมา “ผมจำหอพักนั่นได้”

            “แล้วนายจะทำยังไงต่อ”

            “ผมกะว่าจะเข้าไปที่หอพักแล้วขอดูกล้องวงจรปิดน่ะ น่าจะถ่ายติดหน้าคนที่ลักพาตัวนาสไปอยู่” เอสเสนอความคิดออกมา

            “ก็อาจจะมีทางเป็นไปได้นะ” เวโรนิก้าพยักหน้าเห็นด้วย

            “ต้องเป็นไปได้สิ” เอสแก้ประโยคใหม่ เพราะคำว่า อาจจะ มันฟังดูแล้วไม่มีกำลังใจ

            “แล้วนายแน่ใจเหรอว่าที่หอพักนั้นมีกล้องวงจรปิด” เวโรนิก้าถาม

            “อาจจะ มั้งนะ” เอสเองก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อน ท้ายที่สุดเขาก็พูดคำว่า อาจจะ ออกมาจนได้

            “ขอบใจนะ” เวโรนิก้ารู้สึกขอบคุณเอสจากใจจริง เพราะดูเหมือนเขาพยายามเพื่อนาสน้องสาวฝาแฝดของเธอจริง ๆ

            “ขอบใจผมเรื่องอะไรเหรอครับ” เอสถาม

            “ก็ที่นายมาช่วยฉันนี่ไง”

            “ถ้าเป็นเรื่องนั้น ผมเต็มใจครับ” เอสยิ้มให้เวโรนิก้า พร้อมกับวางส้มที่เขาปอกเปลือกแล้วลงบนจานข้างหน้าเวโรนิก้า “เอ่อ นาสจะว่าอะไรไหม ถ้าผมจะขออะไรบางอย่าง”

            “อะไรเหรอ”

            “ผมขอเบอร์โทรศัพท์ของนาสได้ไหม ถ้ามีธุระอะไรผมจะได้ติดต่อได้” เอสรวบรวมความกล้าสักพักก่อนจะพูดออกไป แต่ในความเป็นจริงเขามีเบอร์ของเธออยู่แล้ว เพียงแค่เขาอยากรู้ว่าถ้าเขาขอเองกับตัว เธอจะให้หรือเปล่า

            “ก็ได้” คำตอบของเวโรนิก้าทำให้เอสยิ้มออกมาอย่างดีใจ “เอาโทรศัพท์ของนายมาสิ”

            “นี่ครับ” เอสยื่นโทรศัพท์มือถือของเขาให้หลังจากที่เขากดลบเบอร์ที่ได้มาจากบอรีสเรียบร้อยแล้ว

            หลังจากที่เวโรนิก้าพิมพ์เบอร์โทรของอนาสตาเซียไปแล้วก็ส่งคืนให้เอส พอเอสรับไปก็กดโทรออกทันที

            “แล้วนายจะโทรออกทำไมน่ะ” เวโรนิก้าถาม

            “ผมได้เบอร์ของนาสมาแล้ว นาสก็ควรมีเบอร์ของผมด้วยสิ” เอสยิ้มและกดวางสาย “อย่าลืมเมมชื่อผมไว้ด้วยนะครับ”

            “ถ้าไม่ลืม”

            “วันนี้ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่า ไว้วันจันทร์เจอกันนะครับ” หลังจากที่เอสหมดธุระที่ตั้งใจมาทำในวันนี้ก็ขอตัวกลับ จะได้ไม่รบกวนเวลาพักของเวโรนิก้าไปมากกว่านี้

            “งั้นเดี๋ยวฉันบอกให้บอรีสไปส่งก็แล้วกันนะ” เวโรนิก้าลุกขึ้นยืน

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่อยากรบกวน” เอสเกรงใจ แต่ก็แอบดีใจที่เวโรนิก้าพูดออกมาแบบนั้น

            “ไม่ได้รบกวนสักหน่อย ถ้านายไม่สบายใจก็ให้นึกว่าเป็นการตอบแทนที่นายมาช่วยฉันสืบหาคนร้ายก็แล้วกัน” เวโรนิก้าไม่อยู่รอให้เอสพูดอะไรอีก เธอเดินออกไปหาบอรีสทันที

            “ให้ตายสิ ยิ่งรู้จักยิ่งรู้สึกรักมากขึ้นไปทุกที” เอสมองตามเวโรนิก้าไป เขาก็หันมาปอกเปลือกส้มไว้ให้เวโรนิก้าอีกสองลูก แล้วเขาก็เดินออกไป

            “ทำอะไรอยู่เหรอ ถึงได้ออกมาช้า” เวโรนิก้าถาม เธอยืนอยู่กับบอรีสที่หน้าบ้านแล้ว

            “ผมปอกส้มไว้ให้นาสอีกสองลูก อย่าลืมไปกินนะครับ” เอสส่งยิ้มให้เวโรนิก้าอีกครั้ง

            “ส่งให้ถึงบ้านนะบอรีส” เวโรนิก้าทำเป็นไม่ได้ยินประโยคที่เอสพูด และหันไปพูดกับบอรีสแทน

            “ครับ” บอรีสก้มหัวรับคำ “ไปเถอะ เอส”

            “ครับ ไปก่อนนะครับ นาส” เอสหันไปลาเวโรนิก้า

            เวโรนิก้าพยักหน้าให้แทนคำตอบ แล้วบอรีสก็เปิดประตูบ้านเดินนำเอสออกไปก่อน เอสหันมายิ้มให้เวโรนิก้าแล้วเดินตามบอรีสออกไป เมื่อประตูปิดลงเวโรนิก้าก็ถอนหายใจออกมา เธอกำลังจะรู้สึกในสิ่งที่เธอไม่ควรรู้สึก ก่อนหน้านี้เธอไม่ค่อยแน่ใจว่าเธอเป็นอะไรไป แต่หลังจากที่เธอดูหนังมาหลายเรื่อง มันก็ทำให้เธอแน่ใจ เธอกำลังรู้สึกดีกับเอส และดูเหมือนมันจะไม่ใช่แค่นั้น นี่มันแย่สุด ๆ เธอไม่ควรรู้สึกแบบนี้ ไม่ควรเลยจริง ๆ

            เวโรนิก้าเดินกลับมาที่ห้องรับรองแขก มีส้มอีกสองลูกถูกปอกเปลือกไว้ และเอสก็ไม่ลืมที่จะแกะส้มออกเป็นกลีบ ๆ แล้ววางเรียงไว้บนจาน

            “นี่เวกควรจะทำยังไงต่อไปดีคะ ทุกคน” เวโรนิก้านึกถึงครอบครัวขึ้นมา เธอนั่งลงที่เดิมที่ที่เธอเคยนั่งแล้วก้หยิบส้มขึ้นมากิน

            เวโรนิก้านั่งอยู่ในห้องรับแขกจนกระทั่งส้มในจานหมดลง เธอก็ดื่มน้ำในแก้วจนหมด ระหว่างนั้นเธอตั้งใจจะขึ้นไปบนห้อง แต่บอรีสก็เปิดประตูเข้ามาก่อน

            “คุณหนู??” บอรีสแปลกใจที่ยังเห็นเวโรนิก้านั่งอยู่ในห้องรับแขก เขาตั้งใจจะเข้ามาช่วยเทียน่าเก็บของที่เวโรนิก้าใช้ไปเท่านั้นเอง

            “ทำไมกลับมาเร็วล่ะคะ” เวโรนิก้าถาม

            “เร็วยังไงครับคุณหนู ตั้งแต่ที่ผมออกไปส่งเอสก็ผ่านไปชั่วโมงกว่า ๆ แล้วนะครับ” บอรีสบอก “ผมก็นึกว่าคุณหนูขึ้นไปข้างบนแล้ว”

            “งั้นเหรอ” เวโรนิก้าพูดออกมาเบา ๆ

            “คุณหนูมีเรื่องหนักใจอะไรหรือเปล่าครับ” บอรีสถาม

            “ไม่มีอะไรหรอก” เวโรนิก้าส่ายหัว ซึ่งนั่นก็ทำให้บอรีสถอนหายใจออกมา

            “คุณหนูครับ” บอรีสเดินเข้ามาหาเวโรนิก้าและนั่งที่เดียวกับที่เอสนั่งก่อนหน้านี้

            “มีอะไรหรือเปล่าคะ” เวโรนิก้าถาม

            “ผมไม่สบายใจทุกครั้งเวลาที่คุณหนูเป็นแบบนี้ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะครับ ที่ผมได้ยินคุณหนูพูดโกหกออกมา” คำพูดของบอรีสเหมือนมีดที่บาดลงไปในใจของเวโรนิก้า

            “ไม่ใช่สองครั้ง บอรีส มันมากมายจนนับไม่ถ้วนแล้วต่างหาก” อยู่ ๆ น้ำตาของเวโรนิก้าก็ไหลออกมา บอรีสเอามือลูบหน้าตัวเอง “เมื่อกี้ เวกมีความสุขมาก เวกรู้สึกมีความสุข ทั้ง ๆ ที่มันเป็นความสุขจอมปลอม”

            “ผมก็เห็นแบบนั้น ผมเลยเป็นห่วงคุณหนูไงครับ”

            “เวกควรจะทำยังไงดี บอรีส” เวโรนิก้าเอามือปาดน้ำตาออก

            “คุณหนูหมายถึงเรื่องไหนเหรอครับ”

            เวโรนิก้านิ่ง ไม่พูดอะไรออกมา

            “เรื่อง เอส ใช่ไหม”

            เวโรนิก้าพยักหน้า

            “จากที่ผมเห็น เอส เขาดูเหมือนจะสนใจในตัวคุณหนูมากเลยนะครับ” บอรีสบอกในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกออกไป

            “เขาเคยบอกว่าชอบนาส ตอนที่เล่นเทนนิสกับเวก”

            “อย่างนี้นี่เอง คุณหนูเลยไม่ตีลูกกลับไปทั้ง ๆ ที่สามารถตีได้สินะ” บอรีสได้รู้คำตอบที่ทำให้เขาสงสัยมานานได้สักที

            “แล้วหลังจากนั้น เขาก็เข้าหาเวกบ่อยขึ้น ยิ้มให้เวกบ่อยขึ้น มาทำดีกับเวกบ่อยขึ้น” เวโรนิก้ากำลังเริ่มที่จะระบายสิ่งที่อัดอั้นออกมา

            บอรีสได้แต่นิ่งเงียบ เรื่องนี้มันเป็นปัญหาที่มองหาทางออกแทบไม่เจอเลย

            “ขนาดเวกพยายามไม่ติดต่อกับเขา หลบหน้าเขา เขาก็เข้ามาหา ปาปาเองก็ให้เขามาดูแลเวกตอนที่อยู่มหาวิทยาลัย เวกกลัว กลัวว่าสักวัน เวกจะทำให้นาสต้องมาเดือดร้อน”

            บอรีสเข้าใจดีว่าเวโรนิก้าต้องการจะบอกอะไรกับเขา

            “ผมว่าคุณหนูต้องทำใจแข็งไว้บ้างนะครับ เพราะตอนนี้เขายังไม่ได้สารภาพรักมาใช่ไหมครับ” บอรีสถาม

            “ยังค่ะ” เวโรนิก้าส่ายหัว

            “แบบนี้ก็แย่เลย เพราะถ้าเอสยังไม่สารภาพรัก ก็ยังบอกปฏิเสธเขาไม่ได้” บอรีสเริ่มหนักใจแทนเวโรนิก้า “หรือว่าเราจะบอกความจริงกับเอส ว่าคุณหนูไม่ใช่คุณหนูอนาสตาเซีย”

            “ไม่ค่ะ บอรีส จะบอกเขาตอนนี้ไม่ได้ เวกไม่อยากให้เขารู้”

            เวโรนิก้าปฏิเสธทันที เพราะสมัยที่เขาเรียนอยู่เกรดสิบ มีคนเข้ามาสารภาพรักกับเธอ เพราะคิดว่าเธอคืออนาสตาเซีย และพอผู้ชายคนนั้นรู้ว่าเธอไม่ใช่อนาสตาเซีย ผู้ชายคนนั้นก็ทำท่าผิดหวังและย้ายโรงเรียนไป เรื่องนี้บอรีสก็รู้

            “คุณหนูกลัวว่าเอสจะผิดหวังและทำตัวห่างเหินเหรอครับ”

            “เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอกค่ะ มันสำคัญตรงที่พวกเราต้องช่วยกันตามหาคนร้ายที่คิดทำร้ายนาส ถ้าเกิดเขาตีตัวออกห่างไป มันจะลำบากน่ะสิคะ เมื่อกี้เราคุยกันว่าจะเริ่มจากการไปตามหาคนที่มาจับตัวนาสไป เอสเขาเสนอว่าจะไปที่หอพักนั้นแล้วขอดูกล้องวงจรปิด เขาจำเป็นกับแผนการในครั้งนี้ เราจะเสียเขาไปไม่ได้ค่ะ” เวโรนิก้ากำมือแน่น

            “ถ้าอย่างนั้น คุณหนูก็ต้องทำใจให้แข็งไว้ก็แล้วกันนะครับ จนกว่าจะหาตัวคนร้ายได้ คุณหนูก็พยายามอย่าไปมีใจให้เอสก็แล้วกันครับ เพราะถ้ามันเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น คนที่เจ็บที่สุด ก็คือคุณหนูเองนะครับ”

 

            เวโรนิก้าเดินออกมาจากห้องรับแขกและตรงขึ้นไปที่ชั้นสอง ทุกก้าวที่เธอเดินไปเธอก็คิดถึงสิ่งที่บอรีสพูดกับเธอก่อนที่เธอจะออกมา ตอนนี้ความรู้สึกของเธออยู่ในโซนสีแดงแล้ว หลุมที่เธอลงมามันเริ่มลึกขึ้นไปทุกที จนเกือบจะหาทางปีนขึ้นไปไม่ได้แล้ว

 

            09:45 . วันเสาร์

            ในที่สุดก็ถึงวันที่เวโรนิก้าต้องมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อเอาเฝือกออก บอรีสพาเธอมาก่อนเวลานัดสี่สิบห้านาที พวกเขาสองคนนั่งรอคุณหมอไม่นานคุณหมอก็เรียกเธอเข้าไปในห้อง ซึ่งบอรีสเองก็ตามเข้าไปด้วย

            “สวัสดีครับ คุณอนาสตาเซีย” คุณหมอส่งยิ้มทักทาย

            “สวัสดีค่ะ คุณหมอ” เวโรนิก้ายิ้มกลับ

            “ตอนนี้ยังรู้สึกปวดแขนอยู่ไหมครับ” คุณหมอถาม

            “ไม่ค่ะ” เวโรนิก้าส่ายหัวเบา ๆ

            “ทานยาครบถ้วนตามที่ผมสั่งใช่ไหมครับ”

            “ค่ะ”

            “โอเค งั้นขึ้นไปบนเตียงเลยครับ เดี๋ยวผมผ่าเฝือกออกให้”

            คุณหมอใช้เวลาไม่นานในการฝ่าเฝือกให้เวโรนิก้า เมื่อคุณหมอถอดเฝือกออก เวโรนิก้าก็มองไปที่แขนของเธอ แขนของเธอไม่ได้เบี้ยวแต่อย่างใด เพราะกระดูกไม่ได้หัก เพียงแต่ตอนนี้มันลีบไม่มีน้ำมีนวลเหมือนแขนข้างซ้าย

            “รออีกสักพักนะครับ แขนถึงจะกลับมาเต่งตึงเหมือนเดิม” คุณหมอบอก

            “ค่ะ”

            “เอาล่ะ งั้นเดี๋ยวผมขอเอกซเรย์กระดูกอีกครั้งนะครับ” คุณหมอพาเวโรนิก้าไปที่ห้องเอกซเรย์

            เมื่อตรวจเสร็จหมดแล้ว ก็สรุปว่าเวโรนิก้าหายแล้ว กระดูกที่ร้าวก็เชื่อมกันปกติแล้ว

            “ถึงกระดูกแขนจะแข็งแรงแล้ว แต่ช่วงนี้ก็พยายามอย่าไปใช้มือข้างขวายกของหนัก ๆ หรือไปกระแทกอะไรนะครับ ระยะปลอดภัยสุด ๆ ก็รอให้พ้นหนึ่งเดือนไปก่อน” คุณหมอบอก

            “ขอบคุณค่ะ”

            “โอเคครับ เรียบร้อยแล้ว”

           

 

  

 

           

 

0 ความคิดเห็น