หวามรักซ่านใจ

ตอนที่ 9 : บทที่ 3: คุณแอบมองกางเกงในฉัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,697
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    29 ต.ค. 63

“งั้นเคาะทีละห้อง ดูว่าห้องไหนไม่มีคน”

“ไม่” เขาค้านเสียงแข็ง

“งั้นฉันจะตะโกนเรียกชื่อเพื่อนฉัน ไอ้หวาน!

“เฮ้! ไม่! มีวิธีอื่นที่ดีกว่าตั้งเยอะ” เขาขัด

เมื่อเธออ้าปากอีกครั้งเขาก็รีบตะปบปิดปาก เสียงประท้วงของอมลสิริดังอู้อี้ระหว่างที่เขายกตัวเธอจนลอยขึ้นจากพื้นและมุ่งหน้าตรงไปยังห้องหนึ่ง ชายหนุ่มแตะคีย์การ์ด หมุนตัวใช้หลังดันประตูเพื่อพาเธอเข้าสู่ด้านใน

พ่อหนุ่มฮอตผ่อนลมหายใจยาวราวกับโล่งอกนักหนา ไฟสีเหลืองนวลติดสว่างเมื่อเขาเสียบคีย์การ์ดไว้กับช่องบนผนัง แขนแข็งแรงคลายออกจากร่างเพรียวระหง เธอเดินโซเซออกห่างเขาเมื่อเป็นอิสระ

แต่พอเทียบกันแล้วร่างกายของเธอบอกว่าชอบตอนที่ได้แนบชิดติดกับเขามากกว่า และก็เหมือนเดิมนั่นแหละ เธอไม่ชอบที่เธอชอบ

“ห้องฉันนี่นา คุณเจอคีย์การ์ดฉันที่ไหน”

“ห้องผมต่างหาก”

“ฉันจำสีผ้าปูเตียงได้ พรมก็ด้วย โซฟากับโต๊ะไม้ โคมไฟอันนั้นที่ฉันไม่ชอบ”

“พวกเขาคงจัดทุกห้องของชั้นนี้ไว้เหมือนกัน”

เขาเป็นพวกขี้ตู่จอมตื๊อ เห็นกันอยู่ว่านี่ห้องเธอ เธอเดินชนเหลี่ยมตู้ที่ไม่รู้ว่ามีประโยชน์อะไรตัวนั้นตอนที่เข้ามาครั้งแรก และเธอก็รูดม่านสีครีมหนักๆ นั่นปิดทุกบานตั้งแต่ค่ำ อมลสิริโคลงศีรษะอย่างจับได้ไล่ทัน เธอหมุนตัวหันขวับไปมองเขาด้วยสายตาคมกริบ

“ว๊าย!” แล้วเธอก็ล้มคว่ำลงกับพื้น!

ห้องหมุนคว้าง เพดานเคลื่อนไหวและพื้นก็โยกเยก อมลสิริคว้าร่างสูงที่รีบคุกเข่าต่อหน้าเธอ หัวใจเธอเต้นโครมครามจากความตกใจและตื่นกลัว

“แผ่นดินไหว! แผ่นดินไหว!” เธอละล่ำละลัก

“ไม่มีแผ่นดินไหว” เขาบอกเสียงเรียบด้วยสีหน้าขบขัน

“เชียงใหม่มีแผ่นดินไหวนะคุณ! เราจะรู้สึกโคลงเคลง วูบๆ บางทีก็รู้สึกเหมือนรถบรรทุกวิ่งผ่าน”

“คุณเมา”

“ฉันไม่ได้เมา!” อมลสิริหวีดเสียง

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น จ้องเธอดุๆ ราวกับจะบอกว่าเขาให้โอกาสเธอพูดใหม่ เธอบ่นงึมงำในคอ

“โอเค๊! แต่ฉันไม่ได้เมาขนาดนั้น ชั้นพูดรู้เรื่อง ชั้นพูดตั้งเยอะ”

“คนเมาพูดมากกันทั้งนั้น และคุณก็เมา” เขาจับคางเธอและเขย่าเบาๆ “ไม่รู้ตัวรึไงว่าคุณเดินให้ตรงยังไม่ได้เลย”

“มันเป็นเพราะรองเท้าฉันมีปัญหาหรอกนะ!

อมลสิริย่นจมูก เธอกดไหล่เขาไว้เพื่อจะลุกยืน จังหวะนั้นเธอก็คะมำไปข้างหน้าและอกอิ่มก็กดแนบกับใบหน้าของเขา เธอว่าเธอรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาผ่านเนื้อผ้า โอ๊ะ! เขาหายใจเข้าด้วย

“ขอ...เอ่อ...ขอโทษค่ะ รองเท้าพัง”

อมลสิริขยับออกห่าง ถึงพ่อหนุ่มฮอตจะมีผิวสีแทนแต่ตอนนี้เธอเห็นใบหูของเขาแดงก่ำอย่างชัดเจน เขายังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิม มือกำแน่นราวกับกำลังอดทนอย่างยิ่ง

เขาโมโหเหรอ ไม่หรอก...เขากำลังอดกลั้นกับอารมณ์อื่นมากกว่า

อมลสิริยกขาขึ้นเพื่อจะถอดรองเท้าแก้เก้อ อันที่จริงเธอตั้งใจจะถอดอยู่แล้ว เธอจะเดินเท้าเปล่าให้เขาดู ยืนยันว่าที่เธอเดินได้ไม่มั่นคงก็เพราะส้นสูงสีดำแหลมปี๊ดคู่สวยบาดใจคู่นี้

“หยุด! เอาขาลง” เขาสั่ง

“ฉันจะถอดรองเท้า”

สายรัดข้อเท้าเส้นเพรียวบางเป็นแบบกลัดเหมือนเข็มขัด กระชับแน่น ไม่หลุดง่าย และแน่นอนว่ากลายเป็นภาระยุ่งยากซะจริงในตอนนี้ อมลสิริพยายามงัดก้านเล็กๆ ออกจากรูเล็กจิ๋ว

“อื้อ! อื้ออ” เธอส่งเสียงอย่างขัดอกขัดใจ

“บ้าเอ๊ย!” ชายหนุ่มสบถ “อย่าเล่นกับความอดทนของผมได้ไหม”

“ฉันเล่นอะไร ฉันแค่พยายามถอดรองเท้า”

“นั่งลงถอด!

“ไม่! อย่ามาสั่งว่าฉันต้องทำอะไร ฉันยืนถอดได้ มันเป็นความสามารถพิเศษ”

อมลสิริรู้ว่าเธอน่ะงี่เง่า แต่ดวงกาลกิณีทำให้เธอสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง ดังนั้นเธอจะยืนถอดรองเท้าส้นสูงให้ได้ มันจะช่วยให้เธอรู้สึกว่าเธอยังเหลือเรื่องน่าภูมิใจในชีวิต

ชายหนุ่มหายใจแรงชนิดที่อกกว้างขยับตาม เขาเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง จากนั้นเขาก็ทำให้ตัวเองสงบ เยือกเย็นขึ้นอย่างน่าประทับใจ

“รู้อะไรไหม” เขาบอกเสียงเรียบ “การที่คุณก้มลงแบบนี้ทำให้ผมเห็นหน้าอกคุณ และการที่คุณยกขาขึ้นมันก็ทำให้ผมเห็นกางเกงในลูกไม้สีขาวของคุณชัดแจ๋ว”

อมลสิริชะงักค้าง เธอค่อยๆ โน้มศีรษะลงมองบ้าง มันชัดแจ๋วจริงๆ ด้วย

“คุณแอบมองกางเกงในฉัน” เธอจ้องตรงไปที่เขาด้วยแววตาที่ผู้หญิงเรียบร้อยสักคนจะใช้มองพวกโรคจิต

ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ เขาไหวไหล่อย่างไม่สนใจการกล่าวโทษของเธอ ดวงตาของเขาเป็นประกายระยับ

“ผมเห็นโดยที่ไม่ต้องแอบเลยละคนสวย ผมเตือนคุณแล้ว แต่คุณก็ยังใจกว้างกับผมอยู่ดี”

“คนเลว!

อมลสิริกระโจนเข้าหาเขาอย่างเหลืออด แต่เธอสะดุดขาตัวเองและล้มเข้าใส่เขาแทน หน้าเธอครูดลงไปตามอกกว้างก่อนซุกเข้ากับตักของเขา มันเกิดขึ้นเร็วโดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัว แม้แต่เขาที่รับมือกับเธออย่างว่องไวมาตลอดทั้งคืนก็ยังทำได้เพียงสบถลั่นอย่างตกใจ

พวกเขาทั้งคู่ต่างก็แน่นิ่ง ภายในห้องเงียบเหมือนกับจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นดังกระหน่ำ บางอย่างที่ตักของเขาให้ความรู้สึกแปลกประหลาด เหมือนเจ้าสิ่งนั้นกำลังดุนดันใบหน้าของเธอ

“ช่วย...หน่อย” อมลสิริส่งเสียง

 

ขอโทษที่หายไปนานนะคะทุกคน กลับมาแล้วจ้า แหะๆ หวังว่าจะชอบตอนนี้กันน๊า

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ จุ๊บๆ

  

 พื้นที่โฆษณาจ้า

นิยายในชุด The Wedding มีทั้งหมด เล่มนะคะ ฝากอีก เล่มด้วยจ้า

1.     เผลอรักพลั้งใจ

e-book: https://bit.ly/3dYi5df

แบบเล่มซื้อได้ที่ร้านหนังสือและช่องทางออนไลน์ของสนพ.ไลต์ออฟเลิฟจ้า

ช่อดอกไม้เจ้าสาวของก๊วนเพื่อนสนิทเป็นสิ่งที่ อรพนิต หมายมั่นว่าต้องแย่งชิงมาให้ได้! จากสถิติที่คำนวณมา ถ้าเธอพลาดจากงานนี้ จะต้องรอไปอีกเจ็ดปี หญิงสาวจดจ้องเป้าหมายในมือเจ้าสาวตาวาว...ในวินาทีสำคัญนั้นเธอกระโดดคว้าจนตัวลอย มันต้องเป็นของเธอแน่ๆ

ไม่นะ! เธอถูกคู่แข่งชนจนกระเด็นหล่นตุ้บไปคร่อมทับอยู่กลางลำตัวของ เจย์เดน บรูคส์ เจ้านายเพื่อนสนิท! ปากเขาบอกว่าไม่เป็นไร แต่กลับเกรี้ยวกราดและเล่นงานเพื่อนของเธอแทน คนผิดอย่างเธอตามตื๊อขอโทษเขา แต่ก็ถูกขับไล่ไสส่งออกมา

ไม่เป็นไร เธอไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆ ถึงเขาจะดุจะโหดอะไรก็ช่างเถอะ เจอลูกตีมึนเข้าถึงบ่อยๆ เจย์เดนต้องยอมยกโทษให้เธอแน่ๆ

“ฉันเข้าใจค่ะที่คุณจะอายมากและโกรธมาก แต่การที่คุณไม่เลื่อนตำแหน่งแถมยังจะไล่เพื่อนฉันออกอีกมันไม่ถูกต้อง ฉันอยากขอร้องให้คุณพิจารณา...”

เดี๋ยว! เจย์เดนยกมือห้าม เขาขมวดคิ้วและรีบถามสวนกลับ

“ผมเนี่ยนะ!”

“ค่ะ” เธอตอบเบาๆ แต่ก็ชัดถ้อยชัดคำมากพอจะทำให้เจย์เดนฉุนเฉียว

“ผมเนี่ยนะที่โกรธเรื่องอุบัติเหตุนั่น...”

ก็เขาน่ะสิ จะมีใครอีกล่ะ

“คุณเพิ่งขู่จะไล่เพื่อนฉันออกเมื่อวาน คุณลืมไปแล้วจริงๆ เหรอคะ”

อาจเพราะเมาค้าง บางทีอรพนิตน่าจะโทร.สั่งน้ำขิงหรือไม่ก็ชาสมุนไพรให้เขาดื่ม การจำเรื่องระหว่างเมาไม่ได้น่ะไม่แปลกหรอก แต่จำเรื่องก่อนหน้านั้นไม่ได้นี่สิ…

อรพนิตชักเป็นห่วงเขาแล้ว

“อย่ามองผมแบบนั้น”

แบบไหน เธออยากจะหยิบกระจกมาส่องหน้าตัวเอง มือเรียวทั้งสองข้างเอื้อมไปกุมฝ่ามือใหญ่ เจย์เดนกระชากออกแล้วชี้หน้าเธอ

“ฉันแค่เป็นห่วงคุณค่ะ ฉันไม่ได้คิดอะไรแย่ๆ อยู่ในหัว สาบานได้!”

“ผมไม่ได้ทำตัวงี่เง่า!”

 

2.     อุ่นรักหวานใจ

e-book: https://bit.ly/37Avfw6

แบบเล่มซื้อได้ที่ร้านหนังสือและช่องทางออนไลน์ของสนพ.ไลต์ออฟเลิฟจ้า

สำหรับ อัญชิตา...อธิป วรรธลักษณ์ คือมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อ ร่ำรวย ประสบความสำเร็จระดับโลก และเขายังเป็นอดีตพี่รหัสสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุด

เพราะอะไรน่ะเหรอ...เธอไม่อยากจะพูด!

งานแต่งงานเพื่อนสนิท อัญชิตาในฐานะเพื่อนเจ้าสาวที่กำลังยืนกั้นประตูเงินประตูทองอยู่นั้น หางตาเธอก็หันไปเห็นหูขวาและเสี้ยวหน้าเขานิดหน่อย โป๊ะเชะ! แล้วโลกกลมๆ ก็กำลังหมุนวนพาเขากลับมาเจอเธออีกครั้งในรอบหลายปี

เอาไงดี...เธอยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขาในระยะเผาขนขนาดนี้

อัญชิตากำลังเห็นช่องทางหลบหลีกอธิปสุดตัว และชาตินี้เราคงไม่ได้พบกันอีก ถ้าชุดราตรีที่รัดติ้วไม่ซิปแตกกลางงานแต่ง และก็ดันเป็นเขานี่สิที่ช่วยเธอไว้!

“ทำไมต้องเกรงใจ นี่พี่เองนะ พี่เอไง พี่รหัส” เขาขยับเข้ามาหาเธออีกก้าวหนึ่ง หลุบตาลงมองเธอเชิงจะถามว่า ‘จำได้ใช่ไหม’ ก่อนจะเลิกคิ้วซึ่งแปลความหมายว่า...กล้าดีอย่างไรถึงคิดจะจำไม่ได้

“หวานไม่อยากรบกวนพี่เอ”

“ทำไมต้องทำตัวเย็นชากับพี่ด้วยหวานใจ” เขาเอียงคอ คราวนี้ด้วยลักษณะของพวกอันธพาล

“หวานไม่ได้เย็นชาสักหน่อยนะ”

“เกรงใจ ไม่อยากรบกวน นี่ละคือความห่างเหินและเย็นชา” เขาก้มหน้าลงมาหาเธอ ปลายจมูกอยู่ใกล้ไรผมเหนือหน้าผาก คุกคามจนทำให้ว้าวุ่นใจ “เราสองคนสนิทกันมาก บอกพี่สิว่าใครเป็นคนติวจนหวานใจได้เอ”

“พี่เอ” เธอตอบเสียงเพลีย

“ใครเป็นคนสอนหวานใจขับรถ”

“พี่เอ” แต่เธอไม่ได้อยากเรียนสักหน่อย! เขาจับเธอยัดเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย เธอยังจำความรู้สึกที่เหมือนถูกคนคลั่งจับเป็นตัวประกันได้ เธอสั่นไปหมดด้วยความกลัว และเขาก็สั่งว่าถ้าเธอไม่ยอมทำตามที่เขาสอนเธอจะไม่มีวันได้กลับออกไปเหยียบพื้นโลกอีก

“ใครเป็นคนพาหวานใจไปเปิดหูเปิดตาที่ผับเป็นครั้งแรก”

“พี่เอ”

“ใครเป็นคนซื้อโยเกิร์ตสดกับชาไข่มุกให้หวานใจกินตลอด”

“พี่เอ”

“แล้วใครเป็นคนขับรถไปรับหวานใจตอนปวดท้อง” อธิปทอดเสียงถาม

“ก็พี่เอ”

   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

199 ความคิดเห็น

  1. #27 aranyaorchid (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 02:14
    รอสิคะ แบบนี้อ่ะ
    #27
    0
  2. #26 ianee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 01:08
    ไรท์กลับมาแล้ววว รอนะคะ
    #26
    0
  3. #25 aranyaorchid (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 14:41
    ยัยเปิ่นเฮ้ย
    #25
    0