หวามรักซ่านใจ

ตอนที่ 8 : บทที่ 3: เราพักชั้นเดียวกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    13 ต.ค. 63

“ฉันรู้จักคุณ”

“ผมก็รู้จักคุณแล้ว และผมหวังว่าเราจะได้ทำความรู้จักกันให้มากขึ้นอีก”

พ่อหนุ่มฮอตกระซิบ แขนแข็งแรงข้างนั้นยังคงกระหวัดรอบเอวอมลสิริและยึดร่างเพรียวระหงให้แนบชิดกับตัวในระหว่างที่เขาพูดอะไรบางอย่างกับบริกร เธอเงยขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลา เขาคือ...

เขาคือใครก็ไม่รู้ที่เธอรู้จัก

อมลสิริโขกหัวกับอกกว้างอย่างจนปัญญา ตัวเขาหอมชะมัด เธอแทบจะยกจมูกออกจากเสื้อเชิ้ตของเขาไม่ได้ ชายหนุ่มโน้มศีรษะลงถาม

“คุณโอเครึเปล่า”

เธอช้อนตามองเขา เธอไม่โอเคกับเขา เธอว่าเขาหน้าตาเหมือนเรื่องผิดบาป เหมือนเรื่องผิดพลาดที่เธอทำเพราะไม่ยับยั้งชั่งใจ เหมือนขนมสีหวานที่แปะป้ายห้ามสัมผัสแต่เธอก็แอบเลียเบาๆ เพื่อชิมรสชาติและคิดว่าจะไม่มีใครรู้

“ไปกันได้รึยังคะ”

เขาคลายวงแขนออกจากตัวเธอและเปลี่ยนไปโอบหลวมๆ ว่าแต่เขามีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องใกล้ชิดเธอขนาดนี้นะ เธอจดเอาไว้ในใจว่าเขาจะไม่สามารถสัมผัสตัวเธอได้อีก เขาใช้สิทธิ์ทั้งชีวิตของเขาหมดแล้ว

“เป็นถึงโรงแรมห้าดาวทำไมไม่เทพื้นให้มันเท่าๆ กัน พื้นเอียงไปเอียงมาแบบนี้เดินลำบากจะแย่” เธอบ่น

“ตอนที่คุณเข้ามา พื้นบาร์เอียงแบบนี้รึเปล่า” เขาถามเสียงเบื่อ

“ฉันไม่ได้เดินผ่านตรงนี้สักหน่อย ฉันเดินไปที่เคาเตอร์บาร์เลย แล้วตอนนั้นรองเท้าของฉันก็ยังใช้ได้ดี”

อมลสิริมาถึงโถงด้านนอกอย่างทุลักทุเล เธอคิดว่าเธอเดินครึ่งหนึ่งและอีกครึ่งถูกเขากึ่งลากกึ่งยกออกมา ประตูลิฟต์เปิดพอดี พวกเขาก้าวเข้าไปโดยไม่มีใครคนอื่นอีก เธอถอยไปยืนติดผนัง เขาตามมาหยุดยืนด้านหน้า โน้มศีรษะลงมาเล็กน้อยจนเกิดเงาทาบทับบนตัวเธอ พวกเขาอยู่ใกล้กันเหลือเกิน โลกทั้งใบของเธอราวกับจะหดแคบเหลือเพียงดวงตาสีน้ำผึ้งคู่นั้น

“คุณพักชั้นไหน”

ฝ่ามือใหญ่คาอยู่ที่ปุ่มลิฟต์ข้างๆ เธอ

“ชั้น...” อมลสิริทอดเสียงระหว่างที่เรียกความทรงจำ “ชั้นสิบค่ะ”

“เราพักชั้นเดียวกัน”

เขาแตะปลายนิ้วกับปุ่มลิฟต์ ไม่เคลื่อนไหวอีกหลังจากนั้น ร่างสูงยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาไม่ได้ทำเหมือนลิฟต์มันแคบ เขาแค่ทำเหมือนอยากอยู่ใกล้ๆ เธอ

เสียงเตือนลิฟต์ดังขึ้น ประตูขยับแยกเปิดออก ชายหนุ่มสอดมือเข้ามาทาบแผ่นหลังเปลือยของเธอและออกแรงรั้งเบาๆ ให้เข้าไปหาร่างสูง อมลสิริลืมหายใจไปหลายวินาทีก่อนที่เธอจะรู้ว่าเขาแค่จะช่วยประคองให้ออกเดิน

โถงที่ทอดยาวหน้าห้องพักเงียบสนิท พื้นพรมหนานุ่มซับเสียงเดินได้เป็นอย่างดี สีข้างและขาเรียวของอมลสิริเสียดสีไปกับร่างกายของชายหนุ่ม อุณหภูมิที่อุ่นจนเกือบร้อนจากฝ่ามือใหญ่ทำให้จิตใจของเธอสับสนปั่นป่วน

“คุณพักห้องไหน” เขาถาม

“ห้องไหนสักห้อง” อมลสิริหยุดฝีเท้า เธอมุ่ยหน้า “ทำไมทุกห้องดูเหมือนกันหมด”

ในงานแต่งวันพรุ่งนี้จะมีเพื่อนเจ้าสาวถึงสิบสองคน ซึ่งในนี้มีสองคนที่เป็นเพื่อนสนิทของอมลสิริ พวกเธอสามคนเดินทางมาจากรุงเทพฯ พร้อมกัน เพื่อนๆ รู้ดีว่าเธอกำลังเศร้าเสียใจและชวนนอนรวมกันในห้องเดียว แต่เธอก็ขอแยกมานอนคนเดียวเพราะห่วงว่าถ้านอนไม่หลับและลุกขึ้นมาทำอะไรเรื่อยเปื่อยอาจจะรบกวนเพื่อนๆ

อมลสิริพยายามแล้วที่จะนอน แต่ข่มตาอย่างไรก็ไม่หลับ เธอจึงย่องลงไปโดยที่บาร์โดยทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้บนห้อง ก็ถ้าเพื่อนที่สุดแสนจะห่วงใยเธอรู้เข้า มีหวังทุกคนต้องลงไปนั่งหาวที่บาร์เพื่ออยู่เป็นเพื่อนเธอแน่ๆ

“ขอผมดูคีย์การ์ดหน่อย”

เธอเปิดกระเป๋าใบเล็กที่สะพายไว้กับไหล่ มันจุของได้ไม่มากนัก ข้างในมีเงินสดนิดหน่อย บัตรเครดิต บัตรประชาชน...หมดแล้ว ไม่มีคีย์การ์ด

เธอหยิบทุกอย่างออกมายัดใส่มือใหญ่โตของเขาไว้ จากนั้นก็คว่ำกระเป๋าและเขย่า ไม่มีอะไรร่วงลงมาเลย

ไม่มี-อะไร-เลย!

อมลสิริกำมือแน่น เธอตรงดิ่งเข้าไปซบหน้ากับผนัง เธอหงุดหงิดจนร้องกรี๊ดแต่ชายหนุ่มก็รีบพุ่งเข้ามาปิดปากเธอจนแน่น

“กรื้อ! กรื้อ! กรื้อออ!” และนั่นก็คือเสียงที่ใครๆ อาจจะได้ยิน

“เฮ้! เฮ้...ใจเย็นๆ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เราจะหาห้องคุณให้เจอ โอเคไหม”

“กรื้อออ! อันอาอายอันอืออันอาเอี้ย!

อมลสิริร้องกรี๊ดแล้วก็ตะโกนว่ามันอะไรกันนักกันหนาเนี่ย เธอดึงมือเขาออก พลิกตัวหันหน้าไปหา ขยุ้มเสื้อเชิ้ตของเขาไว้ในมือเรียวทั้งสองข้าง

“เวลาที่เกิดเรื่องแย่ๆ ฉันก็อดคิดเรื่องดวงกาลกิณีไม่ได้”

ชายหนุ่มทาบมืออุ่นๆ เข้ากับแก้มเธอ ลูบผ่านใบหูช้าๆ ไปหยุดกอบกุมท้ายทอย ประคองให้เธอเงยหน้าขึ้น

“คุณแค่ทำของหาย ทุกคนบนโลกนี้เคยทำของหาย มันเป็นเรื่องปกติ”

เธออยากมีเขาอยู่ด้วยแบบนี้ไปตลอดจังเลย ผู้ชายที่ให้กำลังใจและบอกเธอว่าทุกอย่างจะโอเค คนที่เธอกล้าพูดบางอย่างออกมาตรงๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าเขาจะซ้ำเติม เอาล่ะ...ที่เขาหัวเราะเธอจนน้ำหูน้ำตาไหลครั้งแรกนั่นไม่นับ หรือถ้าวันหนึ่งเธออยากนับเธอก็จะคิดบัญชีเขาย้อนหลัง

“ฉันพยายามที่จะเข้มแข็ง พยายามที่จะช่างแม่ง พยายามที่จะเชิดๆ สวยๆ แต่มันโคตร...โคตรยาก” อมลสิริพ่นลมหายใจออกยาว “ฉันรู้สึกไม่ดี”

“คุณจะอ่อนแอบ้างก็ได้ ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ ความอ่อนแอก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์” เขาลูบศีรษะเธอช้าๆ “แต่จำไว้ด้วยว่าชีวิตคุณยังมีเรื่องสนุกๆ ให้ทำอีกตั้งเยอะ”

“อย่างเช่นอะไร”

“อย่างเช่นการได้รู้จักผมให้มากขึ้น”

“เฮ้อ!” อมลสิริแกล้งถอนใจดังลั่น “ฉันว่าเราตะโกนว่าไฟไหม้ดีกว่า หรือไม่ก็กดกริ่งสัญญาณเตือนไฟไหม้ ทุกคนจะวิ่งออกมากันหมด แล้วฉันก็จะเห็นว่าเพื่อนๆ ฉันอยู่ห้องไหน”

ชายหนุ่มเม้มปากพลางส่ายศีรษะ “ไม่ดี”

“งั้นเคาะทีละห้อง ดูว่าห้องไหนไม่มีคน”

  

ขอบคุณสำหรับการติดตามน๊า แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ ^__^

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

199 ความคิดเห็น

  1. #23 Sodasah (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 21:06
    รอนานไปใจจะขาดนะ ไรท์จ๋า
    #23
    0
  2. #22 aranyaorchid (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 22:45
    ความซวยมาเยือนอีกแล้วน้องอ้อน
    #22
    0
  3. #21 saifon2014in (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 21:05

    อะไรกัน จะมีเรื่องซวยกว่านี้อีกไหม

    น้องอ้อนดูแย่มาก... 🍉🍉🍉

    #21
    0
  4. #19 Larwan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 20:49

    รอค่าาาาาาาาม

    #19
    0