หวามรักซ่านใจ

ตอนที่ 10 : บทที่ 3: น่าปรารถนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    26 ต.ค. 63

“ช่วย...หน่อย” อมลสิริส่งเสียง

ชายหนุ่มสะท้านเยือก เขาดึงอมลสิริขึ้นเหมือนเธอเป็นเพียงตุ๊กตาตัวเล็ก เธอเห็นกล้ามเนื้อต้นแขนของเขาอย่างชัดเจนตอนที่เขายกเธอไปนั่งบนเตียง ร่างสูงใหญ่ชันเข่ากับพื้นด้านหน้า แล้วเขาก็ดึงกระโปรงเธอลงอย่างว้าวุ่นก่อนจะจิกมือทั้งสองลงบนฟูกข้างๆ สะโพกเธอ

“คุณมากกว่าที่เมา”

เขาดูเบลอๆ ไม่ค่อยมีสติ ดวงตาสีน้ำผึ้งฉ่ำเยิ้มวาววับ และเขาก็ดูน่ากลัวเหมือนกับหมาป่าหิวโซที่หนูน้อยลิปแดงไม่ควรไว้วางใจ

“จะถอดรองเท้าใช่ไหม” ชายหนุ่มถามเสียงห้วน

“ใช่...อ๊ะ!

อมลสิริอุทานเพราะชายหนุ่มยกเท้าเธอไปวางบนเข่าข้างที่ชันอยู่กับพื้น มือเขาดูใหญ่โตเกินไปสำหรับสายรัดเส้นเล็กๆ ถึงอย่างนั้นเขาก็แกะมันออกอย่างง่ายดาย เธอพอใจกับการที่เขาคลึงข้อเท้าให้ ความคิดแสนซุกซนของเธอหัวเราะคิกคัก พวกมันกระซิบกระซาบกันในหัวว่าเธอน่ะชอบอยู่ในกำมือของเขามากแค่ไหน

เขาวางเท้าข้างนั้นของเธอลงกับพื้นพรมและยกอีกข้างขึ้นมาแทน อมลสิริมองศีรษะที่ก้มต่ำของเขา รอยลิปสติกสีแดงยังคงติดอยู่ที่บ่าเสื้อเชิ้ต หญิงสาวกัดริมฝีปาก เธอชอบบ่าที่หนาและกว้างของเขา ชอบความใหญ่โตของร่างกายเขา ซึ่งกว่าจะรู้ตัวมือเรียวทั้งสองข้างก็วางลงบนตัวเขาแล้ว

เธอลูบไปตามลาดไหล่ของเขาอย่างใจลอย ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำยังไงกับรอยลิปสติกบนเสื้อเชิ้ตดี อึดใจถัดมาเธอก็ค้อมศีรษะลงไปใกล้ๆ ซอกคอเขา มันยังอยู่ตรงนั้นจริงๆ รอยลิปสติกสีแดงอีกที่น่ะ

อมลสิริใช้ปลายนิ้วถูวนเบาๆ เพื่อเช็ดมันออก เธอต้องลบหลักฐานความเฟอะฟะของตัวเอง ชายหนุ่มหลับตาพร้อมกับเอียงคอ เขาคำรามแผ่วต่ำในอก และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งประกายปรารถนาที่เขาไม่คิดจะปิดบังก็ทำเอาเธอสั่นระริกไปทั้งตัว

“ฉัน...เช็ดลิปสติกออก”

เขาวางเท้าเปล่าของอมลสิริลงบนพื้นโดยไม่ละสายตาไปใบหน้าเธอ ฝ่ามือใหญ่ลูบขึ้นมาตามปลีน่องและหยุดที่ข้อพับขา หญิงสาวหายใจผิดจังหวะ เธอเผลอห่อไหล่ระหว่างที่ชูปลายนิ้วเปื้อนลิปสีแดงให้เขาดู

“ฉันจะรับผิดชอบเสื้อคุณที่ฉันทำเปื้อนด้วย”

ชายหนุ่มจับมือเธอไปเช็ดกับเสื้อที่เขาสวมอยู่ ทำให้ปลายนิ้วของเธอสะอาดดังเดิมและเสื้อของเขาก็สกปรกขึ้น การเคลื่อนไหวของเขาเนิบช้า นุ่มนวลทว่าทรงพลัง ทุกอย่างที่เป็นเขาตอนนี้ดูอันตรายและเย้ายวนใจอย่างสุดขั้ว

“คุณจะรับผิดชอบยังไง” เขาถาม ดวงตาคู่นั้นหลุบลงมองริมฝีปากเธอ รอคอยสิ่งที่เธอจะเอ่ย

“ฉันจะส่งซัก”

เขากระตุกมุมปากข้างหนึ่ง รอยยิ้มเร้าใจนั่นบอกอมลสิริว่าเขาต้องการมากกว่าที่เธอเสนอและเธอก็นั่งนิ่งแทบไม่ได้ เขาเซ็กซี่ขึ้นอย่างแปลกประหลาดเมื่อทำตัวเป็นพวกช่างเรียกร้อง อากาศในห้องหนาวเย็นตัดกับอุณหภูมิจากฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งที่แตะใต้ข้อพับเข่าเธอและอีกข้างที่ยังกุมมือเธอไว้

“ผมต้องถอดให้คุณตอนไหน”

มันควรจะเป็นคำถามธรรมดา แต่บางอย่างในน้ำเสียงเอื่อยๆ และในแววตาของเขากระตุ้นเร้าสัญชาตญาณเธอ อมลสิริกะพริบตาอย่างเชื่องช้า ริมฝีปากค่อยๆ อ้าเผยอ เธอหายใจติดขัดโดยเฉพาะเมื่อต้องสูดเอาอากาศที่ข้นขลักด้วยแรงดึงดูดใจทางเพศเข้าไป

ชายหนุ่มจับมือเรียวทั้งสองข้างวางบนบ่ากว้าง ถามอีกครั้งด้วยเสียงทุ้มแผ่วต่ำที่สั่นสะเทือนไปตามเส้นประสาทของเธอ

“ให้ผมถอดตอนนี้เลยรึเปล่า”

อมลสิริไม่ได้ตอบ เสียงของเธอหายไปพร้อมกับสมองที่กลวงโบ๋ เธอละสายตาจากเขาไม่ได้ ขยับเยื้อนไม่ได้แม้ในตอนที่เขาลูบจากเข่าขึ้นมาจรดโคนขาช้าๆ เธอรู้อย่างชัดเจนว่าเขาให้เวลาปฏิเสธ ความเป็นกุลสตรีในตัวตะโกนสั่งให้เธอปัดมือเขาออก เธอต้องกระโจนหนีและกรีดเสียงใส่หน้าเขาว่าเป็นคนชั่วช้าสารเลว แต่เธอกลับทำได้เพียงหายใจเข้าทางริมฝีปาก ปล่อยให้ขนอ่อนทั่งตัวลุกเกรียว รอคอยสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนั้น

แล้วเขาก็จูบเธอ ริมฝีปากแนบกับริมฝีปากและเคลื่อนไหวแบบที่เผาผลาญเธอด้วยความรัญจวนจนอ่อนระทวยไปทั้งตัว อมลสิริใจเต้นโครมครามอยู่ในอ้อมกอดแข็งแรง หวามวาบไปทั่วทุกเซลล์จนทำอะไรไม่ถูก อึดใจนั้นเธอก็นึกได้ว่าเขาอยู่ส่วนไหนในความทรงจำ ก็ในส่วนที่ติดป้ายเด่นหราว่า น่าปรารถนานั่นไง

เธอต้องการเขาและเธอต้องการเป็นที่ปรารถนาของเขา

ชายหนุ่มอุ้มเธอไปนอนกลางเตียง เธอทันเห็นรอยยิ้มพึงพอใจของเขาเพียงชั่วครู่ก่อนจะหลับตาเพราะถูกจูบจนหัวหมุน จูบของเขาให้ความรู้สึกที่ดีอย่างเหลือเชื่อ ความรู้สึกแบบที่สามารถแผ่กระจายไปได้ทั้งตัวในเวลาอันรวดเร็วและกระตุ้นให้เธอต้องการเขามากขึ้นอีก...ต้องการเขาทั่วทั้งตัว

เขาผงกศีรษะขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตาเธอ เงาของเขาทาบทับบนตัวเธอในยามที่ฝ่ามือใหญ่ลูบไปตามแขนเรียวและทิ้งรอยสัมผัสที่แทบจะทำให้เธอสะอื้น เขากัดริมฝีปากตัวเองซึ่งเสี้ยววินาทีถัดมาเขาก็งับลงบนริมฝีปากเธอแทน มอบจูบที่ทำให้เธอทั้งตื่นตระหนกและพอใจอย่างล้ำลึก

ริมฝีปากอุ่นร้อนพรมจูบไปบนแก้มเนียน ไล่เลยลงไปยังซอกคอและทำเอาเธอซ่านสยิวจนผวายึดเขาไว้ ฝ่ามือแข็งแรงเคลื่อนไหวบนกายเธออย่างรุกล้ำ แทรกผ่านชายชุดเข้าแตะต้องผิวเปล่าเปลือย เธอรู้สึกถึงการเป็นผู้หญิงทั้งเนื้อทั้งตัวและเขาก็เป็นผู้ชายอย่างยิ่ง จะมีความแตกต่างไหนในโลกที่ดึงดูดกันได้เท่านี้อีกล่ะ

“คุณจะส่งชุดของคุณไปซักพร้อมกันไหม”

เขากระซิบชิดใบหูในตอนที่ปลดสายเสื้อเส้นเล็กจิ๋ว แขนแข็งแรงช้อนเอวอมลสิริขึ้น เขารูดซิปด้านหลังกระโปรงและฟอนเฟ้นสะโพกกลมกลึงด้วยฝ่ามือ ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างเอ้อละเหย แม้ในตอนที่เขาดึงชุดออกทางปลายเท้า เนื้อผ้าก็ปัดผ่านผิวของเธอไปราวกับสายลมเอื่อย

แวบหนึ่งความเป็นกุลสตรีก็กลับมาอีก คำถามมากมายไหลเรียงเป็นเส้นสายในหัว เริ่มตั้งแต่ทำไมไม่บอกให้เขาหยุดตอนที่ฝ่ามือใหญ่กอบกุมอกเธอ ทำไมเธอไม่ดิ้นหนีตอนที่เขาแกะบราปีกนกออก ทำไมเธอถึงส่งเสียงครางน่าอายนั่นยามที่เขาเคล้าคลึงอกอิ่มราวกับว่าจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้

“ฉัน...”

ในที่สุดวินาทีหนึ่งเธอก็ปิดอกอิ่มอย่างเคอะเขิน พ่อหนุ่มฮอตเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขามองสบตากับเธอ จูบเธออย่างแผ่วเบาล่อลวงระหว่างที่ดึงมือเธอออกอย่างนุ่มนวลและย้ายให้ไปโอบรอบคอเขาแทน

 

อุ้ยๆๆๆ อะไรยังไงกันเนี่ยสองคนนี้ อ้อนจะห้ามหนุ่มปริศนาได้ไหมน๊อออ...แต่จะห้ามทำไมกันละน๊อออ....

แล้วนังคนเขียนมาตัดตอนทำไมตรงนี้กันละน๊อออ... 5555555

ที่รัก เค้าตัดเท่านี้ก่อน ส่วนตอนหน้ามาวันพรุ่งนี้น๊า มาไวไปไว ก็คือจะลบไว เดี๋ยวโดนแบนจ้า แหะๆ

ใครชอบหวามรักซ่านใจอย่าลืมกดเป็นแฟนน๊า ทิ้งคอมเม้นต์คุยกันบ้างนะคะ เล่มจะวางแผงแล้ว เดี๋ยวฝนมีเล่มมาแจกจ้า จุ๊บๆ

  

 พื้นที่โฆษณาจ้า

นิยายในชุด The Wedding มีทั้งหมด 3 เล่มนะคะ ฝากอีก 2 เล่มด้วยจ้า

1.     เผลอรักพลั้งใจ

e-book: https://bit.ly/3dYi5df

แบบเล่ม: ซื้อได้ที่ร้านหนังสือและช่องทางออนไลน์ของสนพ.ไลต์ออฟเลิฟจ้า

ช่อดอกไม้เจ้าสาวของก๊วนเพื่อนสนิทเป็นสิ่งที่ อรพนิต หมายมั่นว่าต้องแย่งชิงมาให้ได้! จากสถิติที่คำนวณมา ถ้าเธอพลาดจากงานนี้ จะต้องรอไปอีกเจ็ดปี หญิงสาวจดจ้องเป้าหมายในมือเจ้าสาวตาวาว...ในวินาทีสำคัญนั้นเธอกระโดดคว้าจนตัวลอย มันต้องเป็นของเธอแน่ๆ

ไม่นะ! เธอถูกคู่แข่งชนจนกระเด็นหล่นตุ้บไปคร่อมทับอยู่กลางลำตัวของ เจย์เดน บรูคส์ เจ้านายเพื่อนสนิท! ปากเขาบอกว่าไม่เป็นไร แต่กลับเกรี้ยวกราดและเล่นงานเพื่อนของเธอแทน คนผิดอย่างเธอตามตื๊อขอโทษเขา แต่ก็ถูกขับไล่ไสส่งออกมา

ไม่เป็นไร เธอไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆ ถึงเขาจะดุจะโหดอะไรก็ช่างเถอะ เจอลูกตีมึนเข้าถึงบ่อยๆ เจย์เดนต้องยอมยกโทษให้เธอแน่ๆ

“ฉันเข้าใจค่ะที่คุณจะอายมากและโกรธมาก แต่การที่คุณไม่เลื่อนตำแหน่งแถมยังจะไล่เพื่อนฉันออกอีกมันไม่ถูกต้อง ฉันอยากขอร้องให้คุณพิจารณา...”

เดี๋ยว! เจย์เดนยกมือห้าม เขาขมวดคิ้วและรีบถามสวนกลับ

“ผมเนี่ยนะ!”

“ค่ะ” เธอตอบเบาๆ แต่ก็ชัดถ้อยชัดคำมากพอจะทำให้เจย์เดนฉุนเฉียว

“ผมเนี่ยนะที่โกรธเรื่องอุบัติเหตุนั่น...”

ก็เขาน่ะสิ จะมีใครอีกล่ะ

“คุณเพิ่งขู่จะไล่เพื่อนฉันออกเมื่อวาน คุณลืมไปแล้วจริงๆ เหรอคะ”

อาจเพราะเมาค้าง บางทีอรพนิตน่าจะโทร.สั่งน้ำขิงหรือไม่ก็ชาสมุนไพรให้เขาดื่ม การจำเรื่องระหว่างเมาไม่ได้น่ะไม่แปลกหรอก แต่จำเรื่องก่อนหน้านั้นไม่ได้นี่สิ…

อรพนิตชักเป็นห่วงเขาแล้ว

“อย่ามองผมแบบนั้น”

แบบไหน เธออยากจะหยิบกระจกมาส่องหน้าตัวเอง มือเรียวทั้งสองข้างเอื้อมไปกุมฝ่ามือใหญ่ เจย์เดนกระชากออกแล้วชี้หน้าเธอ

“ฉันแค่เป็นห่วงคุณค่ะ ฉันไม่ได้คิดอะไรแย่ๆ อยู่ในหัว สาบานได้!”

“ผมไม่ได้ทำตัวงี่เง่า!”

 

2.     อุ่นรักหวานใจ

e-book: https://bit.ly/37Avfw6

แบบเล่ม: ซื้อได้ที่ร้านหนังสือและช่องทางออนไลน์ของสนพ.ไลต์ออฟเลิฟจ้า

สำหรับ อัญชิตา...อธิป วรรธลักษณ์ คือมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อ ร่ำรวย ประสบความสำเร็จระดับโลก และเขายังเป็นอดีตพี่รหัสสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุด

เพราะอะไรน่ะเหรอ...เธอไม่อยากจะพูด!

งานแต่งงานเพื่อนสนิท อัญชิตาในฐานะเพื่อนเจ้าสาวที่กำลังยืนกั้นประตูเงินประตูทองอยู่นั้น หางตาเธอก็หันไปเห็นหูขวาและเสี้ยวหน้าเขานิดหน่อย โป๊ะเชะ! แล้วโลกกลมๆ ก็กำลังหมุนวนพาเขากลับมาเจอเธออีกครั้งในรอบหลายปี

เอาไงดี...เธอยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขาในระยะเผาขนขนาดนี้

อัญชิตากำลังเห็นช่องทางหลบหลีกอธิปสุดตัว และชาตินี้เราคงไม่ได้พบกันอีก ถ้าชุดราตรีที่รัดติ้วไม่ซิปแตกกลางงานแต่ง และก็ดันเป็นเขานี่สิที่ช่วยเธอไว้!

“ทำไมต้องเกรงใจ นี่พี่เองนะ พี่เอไง พี่รหัส” เขาขยับเข้ามาหาเธออีกก้าวหนึ่ง หลุบตาลงมองเธอเชิงจะถามว่า ‘จำได้ใช่ไหม’ ก่อนจะเลิกคิ้วซึ่งแปลความหมายว่า...กล้าดีอย่างไรถึงคิดจะจำไม่ได้

“หวานไม่อยากรบกวนพี่เอ”

“ทำไมต้องทำตัวเย็นชากับพี่ด้วยหวานใจ” เขาเอียงคอ คราวนี้ด้วยลักษณะของพวกอันธพาล

“หวานไม่ได้เย็นชาสักหน่อยนะ”

“เกรงใจ ไม่อยากรบกวน นี่ละคือความห่างเหินและเย็นชา” เขาก้มหน้าลงมาหาเธอ ปลายจมูกอยู่ใกล้ไรผมเหนือหน้าผาก คุกคามจนทำให้ว้าวุ่นใจ “เราสองคนสนิทกันมาก บอกพี่สิว่าใครเป็นคนติวจนหวานใจได้เอ”

“พี่เอ” เธอตอบเสียงเพลีย

“ใครเป็นคนสอนหวานใจขับรถ”

“พี่เอ” แต่เธอไม่ได้อยากเรียนสักหน่อย! เขาจับเธอยัดเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย เธอยังจำความรู้สึกที่เหมือนถูกคนคลั่งจับเป็นตัวประกันได้ เธอสั่นไปหมดด้วยความกลัว และเขาก็สั่งว่าถ้าเธอไม่ยอมทำตามที่เขาสอนเธอจะไม่มีวันได้กลับออกไปเหยียบพื้นโลกอีก

“ใครเป็นคนพาหวานใจไปเปิดหูเปิดตาที่ผับเป็นครั้งแรก”

“พี่เอ”

“ใครเป็นคนซื้อโยเกิร์ตสดกับชาไข่มุกให้หวานใจกินตลอด”

“พี่เอ”

“แล้วใครเป็นคนขับรถไปรับหวานใจตอนปวดท้อง” อธิปทอดเสียงถาม

“ก็พี่เอ”

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

254 ความคิดเห็น

  1. #29 yui-oi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 00:36
    มารอค่ะ
    #29
    0
  2. #28 309sereniTY (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 21:22
    รอเลยค่าาา
    #28
    0