[Fic Naruto] The smile in the heart~[Yaoi]

ตอนที่ 4 : กวนประสาท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 974
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    17 ม.ค. 56

Smile of : 4 

ใหนบอกพี่ฮานะว่าไม่ได้เป็นอะไรมากไง  เรื่องแค่นี้ก็ทำเองสิ...  นารูโตะย้อนให้อีกฝ่ายด้วยคำพูดยียวนเช่นกัน

เชอะ...ทำเองก็ได้...  คิบะตัดบทก่อนจะลุกไปหาอะไรกินเองตามที่พูดจริง ๆ โดยมีอากามารุตามติดไปด้วย ในตอนแรกนารูโตะก็เบือนหน้าหนีไม่สนใจแต่พอเริ่มมีเสียงดังโครมครามมากขึ้นก็เริ่มทนไม่ไหว

เอ่อ...ก็ได้ ชั้นทำให้ก็ได้ เลิกทำเสียงดังซักที...  นารูโตะร้องบอกอีกฝ่ายก่อนจะลุกไปจัดการข้าวของที่คิบะรื้อค้นกระจัดการจายให้เรียบร้อยแล้วก็หาอะไรมาให้อีกฝ่ายกินตามที่ขอ

ถ้าทำให้แต่แรกก็หมดเรื่องแล้วแท้ ๆ...  คิบะแอบบ่นเบา ๆ แต่ถึงอย่างนั้นนารูโตะก็ยังได้ยินชัดเจน

เอ้า...กินซะแล้วก็หุบปากเสีย ๆ ของนายซะด้วย...  นารูโตะว่าพลางวางอาหารที่ฮานะเตรียมไว้ให้แล้วลงตรงหน้าอีกฝ่ายแบบขอไปที คิบะเองก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อแต่หันไปให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้าแทนแต่เพราะมือที่เจ็บเป็นข้างขวาการใช้มือซ้ายจับตะเกียบจึงทำได้ยากเย็นกว่าที่คิดไว้  นารูโตะที่นั่งมองอีกฝ่ายก็เริ่มรู้สึกเห็นใจขึ้นมานิด ๆ เพราะท่าทางทุกลักทุเลที่เป็นอยู่ของอีกฝ่ายมันเหมือนกับว่าตัวเค้าเองเป็นคนใจดำที่ปล่อยให้คนป่วยช่วยเหลือตัวเองทั้งที่ยังทำไม่ได้  สุดท้ายจึงตัดสินใจขยับเข้าไปนั่งข้าง ๆ แล้วคว้าตะเกียบจากมือของอีกฝ่ายมาถือไว้เอง

เอามานี่...บอกไว้ก่อนเลยนะว่าชั้นจะทำให้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น แล้วนายก็ช่วยสำนึกบุญคุณชั้นด้วย...  พูดจบก็คีบอาหารยื่นไปตรงหน้าให้อีกฝ่าย คิบะเองทีแรกก็ยังงง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่พอเห็นการกระทำของอีกฝ่ายแล้วก็อมยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะยอมกินอาหารที่อีกฝ่ายป้อนมาให้เข้าไปอย่างยินดี เพราะตัวเค้าเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะยอมทำให้ถึงขนาดนี้ ทีแรกก็แค่คิดจะแกล้งเล่นเฉย ๆ เท่านั้นแต่ในเมื่อมันเลยเถิดมาถึงขนาดนี้ตัวเค้าเองก็ยินดีจะรับมันไว้อย่างเต็มใจที่สุด...

...นารูโตะเองขณะที่ป้อนอาหารให้อีกฝ่ายก็พยายามบังคับมือตัวเองไม่ให้สั่น เพราะว่าตอนนี้ในใจมันเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจะต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้ให้กับคนตรงหน้านี้ด้วย  ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย...

ขอบใจนะ...นารูโตะ...  คำขอบคุณที่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่หลากหลายมันทำให้คนรับฟังใจเต้นแรงมากขึ้นแถมยังทำให้ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกด้วย

มะ...ไม่เป็นไร...

นี่...นารูโตะ...  คิบะที่อิ่มแล้วก็หันมานั่งจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาวาวระยับอย่างที่นารูโตะเห็นแล้วรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเท่าไหร่

อะไร...  นารูโตะขานรับไปด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ ก่อนจะเลี่ยงลุกขึ้นไปเก็บกวาดบนโต๊ะให้เรียบร้อยเพื่อหลีกหนีจากสายตาที่กำลังจ้องมองมา

วันนี้นายก็ไปฝึกคนเดียวด้วยเหรอ...

อืม...ก็ชั้นไม่ได้ไปทำภารกิจเหมือนอย่างนายนี่นา แล้วป้าซึนาเดะเองก็ไม่มีอะไรให้ทำด้วย ตอนนี้ก็แค่รอช่วยชิกามารุคุมสอบเด็ก ๆ เท่านั้นเอง...  นารูโตะเอ่ยตอบไปพลางมือก็จัดเก็บข้าวของบนโต๊ะไปพลาง แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ผิวแก้มของตัวเองจนต้องนิ่งค้างไปก่อนจะหันกลับมาถลึงตาใส่อีกฝ่ายแถมด้วยมะเหงกอีกสองทีติด ๆ กัน

โอ้ย !!...”  เสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดของคนถูกเขกดังขึ้นเพราะว่านารูโตะไม่ได้ออมแรงแต่กลับใส่ลงไปเต็มที่

สมน้ำหน้า...อยากกวนประสาทดีนัก...  เสียงใส ๆ ร้องว่าไปพร้อมกับขยับกายถอยห่างอีกฝ่ายออกมาเล็กน้อย

ชั้นเป็นคนเจ็บนะเพลา ๆ มือหน่อยไม่ได้รึไง...หัวแตกรึเปล่าเนี่ย...  คิบะร้องขอความเห็นใจพร้อมกับยกมือขึ้นคลำหัวตัวเองไปมา

ก็เล่นบ้าอะไรไม่รู้เรื่องคราวก่อนก็ทีนึงแล้ว พูดขึ้นมาก็โมโหมันน่าจะซัดอีกซักเปรี้ยงดีมั้ยเนี่ย...  ว่าพลางเตรียมเงื้อมือขึ้นหมายจะฟาดใส่อีกฝ่ายจริง ๆ คิบะเองพอเห็นท่าไม่ดีก็รีบโดดหลบด้วยความว่องไวโดยอาศัยอากามารุเป็นโล่กำบัง แต่ก่อนจะเกิดศึกซ้ำซากเสียงหนึ่งก็ดังห้ามทัพไว้ได้พอดี

อ้าว ๆ...เป็นคนเจ็บแล้วทำไมถึงลุกมาวิ่งเล่นแบบนี้ล่ะ...  พอได้ยินเสียงคิบะก็หน้าซีดขึ้นมาทันทีเพราะเจ้าของเสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคุณแม่จอมโหดของตนนั่นเอง

แม่ !!...”

คุณป้า !!...”

แล้วทำอะไรกันอยู่ละเนี่ย...ขอบใจนะนารูโตะที่อยู่เป็นเพื่อนไอ้ลูกบ้าเนี่ย ชั้นเจอฮานะกลางทางเค้าบอกว่าเธอช่วยอยู่เป็นเพื่อนเจ้า
คิบะให้น่ะ...

เอ่อ...ไม่เป็นไรครับ งั้นผมขอตัวกลับก่อนดีกว่าครับ...  นารูโตะรีบลากลับเพราะแม่ของคิบะก็กลับมาแล้วเค้าคงไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อแล้วเช่นกัน

งั้นเหรอ...คิบะออกไปส่งนารูโตะทีสิ...

เอ่อ...ไม่เป็นไร...ไม่ต้องหรอกครับ...  นารูโตะรีบปฏิเสธเป็นพัลวันเพราะไม่อยากอยู่ใกล้อีกฝ่ายไปมากกว่านี้แล้ว แต่พอเห็นสายตาดุ ๆ ที่อีกฝ่ายส่งมาให้ก็เลยจำต้องปิดปากเงียบแล้วยอมให้คิบะเดินไปส่งที่หน้าบ้าน

ส่งแค่นี้นะ...กลับบ้านดี ๆ ล่ะ...  คิบะเอ่ยบอกอีกฝ่ายเมื่อเดินมาส่งที่หน้าบ้าน

กลับเข้าไปเหอะ...  นารูโตะเอ่ยตอบกลับมาอย่างไม่เต็มใจเท่าใดนัก

อ้อ...จริงสิเกือบลืมแนะ...  จู่ ๆ คิบะก็ร้องขึ้นมาเมื่อนึกอะไรได้

อะไร...ลืมอะไร...  นารูโตะหันมาถามด้วยความสงสัยเช่นกัน  คิบะอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายหันมาหาตนก็ขยับกายเข้าไปใกล้แล้วกระซิบบอกที่ข้างหูเบา ๆ ว่า

แก้มนายก็ยังนุ่มเหมือนเดิม แล้วก็ยังเหม็นเหมือนเดิมด้วยหัดปรับปรุงบ้างนะ...  พูดจบก็รีบเผ่นหนีเข้าบ้านปิดประตูแน่นหนาทันทีเพราะถ้าคิบะไม่ทำอย่างนั้นคงได้เจ็บหนักแน่ ๆ เพราะฝีมือของคนขี้อายนั่นเอง

ไอ้บ้าคิบะ!!!...  นารูโตะตะโกนด่าอีกฝ่ายอยู่หน้าบ้านด้วยทีท่าฮึดฮัดขัดใจที่ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ ก่อนจะตัดใจเดินกลับไปบ้านของตน

ฝากไว้ก่อนเถอะ...หนอยอุตส่าห์อยู่เป็นเพื่อนแต่ยังมาพูดแบบนี้กับเราอีกแถมยัง...  ประโยคสุดท้ายนารูโตะไม่ได้เอ่ยออกมาแต่กลับยกมือขึ้นมาคลำแก้มตัวเองเบา ๆ แล้วจิตใจก็หวั่นไหวขึ้นมาอย่างประหลาด

คนบ้า...ชอบทำให้รู้สึกแปลก ๆ อีกแล้ว...  นารูโตะบ่นกับตัวเองยามที่นึกถึงใครบางคนขึ้นมา  ฝ่ายคิบะที่หลบเข้ามาด้านในได้สำเร็จก็เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนผู้เป็นแม่สงสัย

นั่งยิ้มบ้าอะไรอยู่คนเดียว...  พอโดนทักด้วยประโยคระคายหูคิบะจึงต้องรีบหุบยิ้มในทันที

ผมไปนอนก่อนนะแม่...ราตรีสวัสดิ์...  คิบะตัดบทก่อนจะพาตัวเองหายเข้าไปในห้องพร้อมกับอากามารุ

เฮ้อ...แกล้งเจ้านั่นก็สนุกดีเนอะอากามารุ...  คิบะหันไปพูดกับสุนัขคู่ใจด้วยน้ำเสียงร่าเริงสดใส อากามารุที่เหมือนจะเห็นด้วยก็กระดิกหางไปมาเช่นกัน

แต่ว่า...ทำไมชั้นถึงทำแบบนั้นลงไปได้ล่ะ...  คิบะถามตัวเองเบา ๆ เมื่อนึกถึงตอนที่นั่งมองหน้าอีกฝ่ายอยู่ดี ๆ ร่างกายก็ขยับเข้าไปหาร่างบางราวกับถูกดึงดูดไปด้วยอะไรบางอย่าง แล้วก็ทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะทำลงไป แถมยังรู้สึกพอใจอีกต่างหาก

เฮ้อ...มันยังไงกันน้อ เอาเป็นว่าถ้าพอใจก็ทำต่อไปแล้วกัน ถึงจะต้องเจ็บตัวนิด ๆ หน่อย ๆ ก็เถอะนะ  แต่พูดก็พูดเถอะเจ้านารูโตะเห็นตัวแค่นั่นแต่มือหนักเป็นบ้าเลยแฮะ...

...วันต่อมานารูโตะไม่ได้ออกไปฝึกคนเดียวเหมือนเคยแต่กลับหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน  เพื่อทบทวนตำราเรียนที่สมัยเรียนไม่เคยคิดจะใส่ใจเลยแม้แต่น้อย  และที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะกลัวว่าวันที่ต้องไปคุมสอบให้เด็ก ๆ แล้วเกิดหลงลืมสิ่งที่เรียนมาจนอาจจะขายหน้าได้นั่นเอง  วันนี้เค้าจึงตัดสินใจหยุดฝึกซ้อมภาคปฏิบัติแต่หันมาทบทวนภาคทฤษฏีด้วยความสงบแทน  แต่ความสงบที่นารูโตะคาดหวังไว้ก็ถูกทำลายลงด้วยฝีมือของใครบางคน...

ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก...  เสียงเคาะประตูรัวอยู่ด้านนอกทำให้สมาธิอันน้อยนิดของนารูโตะกระเจิงไปในทันที

ใครมาเรียกอีกล่ะ...  ขณะที่กำลังจะเดินไปเปิดประตูก็นึกขึ้นมาได้ว่าถ้าเป็นคนที่เค้าไม่อยากเจอมาเรียกจะทำยังไงล่ะ  พอคิดได้แบบนั้นจึงกลับมานั่งลงตามเดิม โดยไม่สนใจคนที่กำลังยืนเคาะประตูอยู่ด้านนอกอีก...

หนอย...ทำเป็นเงียบอย่างงั้นเหรอ ก็ได้ถ้านายไม่เปิดเดี๋ยวชั้นหาทางเข้าไปเองก็ได้...  คิบะที่เป็นคนมาเคาะประตูยืนบ่นอย่างหัวเสียเพราะจากประสาทรับกลิ่นของเค้านั้นรับรู้ได้ว่าเจ้าของห้องยังอยู่ในห้องแต่ไม่ยอมมาเปิดประตูให้นั่นเอง

...แล้วเสียงเคาะประตูก็เงียบลงอย่างที่นารูโตะต้องการ เค้าจึงเผลอถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะหันกลับมาสนใจตำราตรงหน้าต่อแต่ทว่าจู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีของหนัก ๆ ตกลงมาที่ระเบียงด้านนอกด้วยความสงสัยจึงเดินไปประตูออกดูแล้วสิ่งที่พบก็ทำให้นารูโตะต้องหัวเสียหนักกว่าเดิม...

ไง...  คิบะที่นั่งอยู่บนหลังอากามารุร้องทักทายมาด้วยทีท่ายียวนเหมือนเช่นเคย

ทำอะไรของนายเนี่ย...คิบะ...  เสียงใส ๆ ร้องถามไปอย่างขุ่นเคือง

ก็เคาะเรียกดี ๆ แล้วนายไม่ยอมเปิดเองนี่นา...ชั้นก็เลยต้องหาทางเข้ามาเองแบบนี้แหละ...

บุกรุกบ้านคนอื่นแล้วยังจะมาลอยหน้าลอยตาพูดแบบนี้อีกเหรอ...

มันก็เป็นความผิดของนายเอง ถ้าเปิดประตูซะตั้งแต่แรกชั้นก็ไม่ทำแบบนี้หรอก...

แล้วมีอะไรถึงต้องพยายามเข้ามาขนาดนี้เนี่ย...  นารูโตะเห็นว่าปะทะฝีปากกันต่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาจึงถามถึงเรื่องที่อีกฝ่ายอยากพบตนเอง

หิวข้าว...

แล้วมาหาชั้นมันจะหายหิวรึไงเล่า...  นารูโตะด่าสวนกลับไปทันทีกับความคิดของอีกฝ่าย

ก็กินเองไม่ได้นี่นา...แม่กับพี่ฮานะก็ออกไปตั้งแต่เช้า...

เลยวิ่งโร่มาหาชั้นให้ช่วยป้อนข้าวให้นายอีกงั้นสินะ...

ใช่แล้ว...

ขอปฏิเสธ...บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าชั้นจะทำให้ครั้งเดียวเท่านั้น...

ก็รู้อยู่หรอก แต่ใช่ว่าชั้นจะไม่พยายามช่วยเหลือตัวเองหรอกนะ  แต่ว่ามันไม่ประสบความสำเร็จน่ะ...  น้ำเสียงอ่อน ๆ ที่เอ่ยออกมาพร้อมกับแววตาที่ดูขัดเขินนั้นมันทำให้จิตใจของนารูโตะอ่อนยวบลงได้อย่างไม่น่าเชื่อจนต้องรีบเบือนหน้าหนี

ไปให้คนอื่นช่วยแล้วกัน...  เสียงดุ ๆ ของนารูโตะที่เอ่ยก่อนหน้านี้เริ่มอ่อนลงเล็กน้อย

ไม่มีใครว่างเลยซักคนนะสิ...นายเป็นความหวังสุดท้ายของชั้นแล้วนะ...  คิบะใส่ลูกอ้อนลงไปเต็มที่และหวังจะให้อีกฝ่ายเห็นใจ ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะนารูโตะหันกลับมามองจ้องหน้าเค้าอยู่พักใหญ่ก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วรับปากในที่สุด

เฮ้อ...แล้วจะกินอะไร...

อะไรก็ได้...นายก็ยังไม่ได้กินใช่มั้ย งั้นไปกินราเมงที่นายชอบกัน...  คิบะรีบเสนอเมนูอาหารขึ้นมาด้วยทีท่ากระตือรือร้นที่จะได้กินข้าวซักที

เอางั้นก็ได้...

เอ่อ...ขอเข้าไปรอข้างในได้มั้ย...

แค่นายคนเดียวนะ  อากามารุตัวใหญ่เกินประตูบ้านชั้นให้รออยู่ตรงนั้นแหละ...  พอได้ยินคำอนุญาติคิบะก็โดดลงมาจากหลัง
อากามารุแล้วรีบเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปข้างในทันทีแต่เพราะไม่ทันระวังจึงเหยียบม้วนเอกสารที่นารูโตะโยนไว้เกลื่อนพื้นจนเสียหลักล้มหน้าทิ่มไปข้างหน้า

หวาาาาา !!!...”  นารูโตะตกใจกับเสียงร้องของคนข้างหลังจึงหันกลับมาดูแล้วก็ปะทะเข้ากับร่างของอีกฝ่ายที่ล้มมาทางตนเองเข้าอย่างจังจากนั้นร่างทั้งสองร่างก็ล้มกลิ้งลงไปนอนกองกับพื้นไม่เป็นท่าด้วยกัน

โอ๊ย !!...เจ็บนะเนี่ย...  เสียงคิบะร้องโอดโอยมาเบา ๆ ขณะยันกายลุกจากพื้นแต่พอเห็นเต็มตาว่าสิ่งที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าคืออะไรคำพูดทุกอย่างก็ถูกกลืนหายไปในความเงียบอย่างรวดเร็ว

...คิบะกำลังคิดไล่เรียงเรื่องราวว่าตอนที่กำลังจะล้มลงมาคงเผลอกอดร่างอีกฝ่ายไว้เลยต้องมีสภาพอย่างเช่นตอนนี้ คือร่างของเค้ากำลังทาบทับร่างบางที่นอนราบอยู่กับพื้นจนแนบสนิท  และที่ยิ่งร้ายกว่านั้นก็คือใบหน้าของทั้งสองคนอยู่ห่างกันเพียงแค่เส้นด้ายกันเท่านั้นเอง...

คิบะ !!...”  เสียงใส ๆ ร้องเรียกออกมาด้วยความประหม่า

เอ่อ...  คิบะเองก็พยายามเรียกสติกลับคืนมาแล้วค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นมานั่งแต่ดูเหมือนว่ามันจะทุกลักทุเลพอสมควร เห็นดังนั้น
นารูโตะจึงช่วยประคองให้อีกฝ่ายนั่งได้สะดวกมากขึ้น

แขนเป็นอะไรหรือเปล่า...  นารูโตะร้องถามด้วยความห่วงใย

ไม่เป็นไรหรอกมั้งพันผ้าไว้ซะแน่นหนาขนาดนี้...ว่าแต่ทำไม่ห้องนายมันถึงได้รกแบบนี้ล่ะ...  คิบะเอ่ยถามพลางกวาดสายตาไปตามพื้นห้องที่ตอนนี้มันมีม้วนเอกสารกระจายเต็มไปหมด

ก็แค่หาอะไรมาอ่านนิดหน่อย นายนั่งรอแป๊บนะ...  พูดจบนารูโตะก็ลุกขึ้นไปรื้อค้นอะไรซักอย่างก่อนจะเดินกลับมาหาคิบะอีกครั้ง

ไปกันได้แล้ว...

งั้นขึ้นหลังอากามารุไปนะ...  คิบะรีบเสนอทางเลือกขึ้นมาทันที

ไม่...นายก็ไปของนายส่วนชั้นก็จะไปของชั้น แล้วเจอกันที่ร้าน...  พูดจบก็เปิดประตูเดินออกไปโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะทำตามที่บอกหรือไม่

แล้วกัน...รอด้วยสิ...  แล้วคิบะก็กระโจนไปที่ระเบียงแล้วโดดขึ้นหลังอากามารุจากนั้นก็รีบตามนารูโตะไปทันที

โอ้...นารูโตะจะกินอะไรดีล่ะวันนี้...  คุณลุงเจ้าของร้านราเมงร้องทักทายมาอย่างอารมณ์ดี

ขอเหมือนเดิมครับ...  ว่าแล้วก็นั่งรอและในขณะที่กำลังนั่งรออยู่นั้นใครอีกคนก็ตามเข้ามา

อ้าวคิบะเองเหรอ...ลมอะไรหอบมาได้ละเนี่ย...  เจ้าของร้านร้องทักเมื่อเห็นลูกค้าหน้าใหม่ก้าวเข้ามา

ลมแห่งความห่วงใยละมั๊งครับ...ว่าแต่ขอแบบนารูโตะที่นึงนะครับ...  คิบะตอบด้วยรอยยิ้มพรายก่อนจะร้องสั่งอาหารของตัวเองไปบ้างแล้วนั่งลงข้าง ๆ ร่างบางที่เริ่มหน้าบูดขึ้นมาอีกแล้ว  เพียงไม่นานราเมงสองชามก็ถูกนำมาวางหน้าคนสองคนนารูโตะคว้าตะเกียบขึ้นแล้วทำท่าจะคีบเส้นราเมงเข้าปากแต่ก็เหมือนจะนึกขึนมาได้ว่ายังมีใครอีกคนนั่งรอเค้าอยู่ข้าง ๆ พอนารูโตะหันไปมองก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามใช้มือข้างที่ไม่ถนัดคีบตะเกียบอย่างน่าสมเพช สุดท้ายก็เลยตัดใจวางตะเกียบในมือตัวเองลงแล้วคว้าตะเกียบในมือคิบะมาถือไว้แทน

ชั้นช่วยนายขนาดนี้แล้ว...นายก็ช่วยสำนึกบุญคุณชั้นให้มาก ๆ ด้วยการเลิกกวนประสาทชั้นซักทีนะ...  นารูโตะกล่าวพร้อมกับคีบเส้นราเมงส่งไปให้อีกฝ่ายอย่างจำใจ คิบะเองก็ไม่ได้ตอบอะไรทำเพียงแค่ยิ้มรับด้วยดวงตาวาววับ แล้วก็กินราเมงที่อีกฝ่ายป้อนให้อย่างสบายใจ...ระหว่างที่นารูโตะป้อนราเมงให้อีกฝ่ายก็ต้องนึกภาวนาในใจไปเรื่อย ๆ ว่า...ขออย่าให้มีใครมาเห็นสภาพแบบนี้ของเค้าเลย...นั่นก็เพราะการที่คนสองคนจะป้อนอาหารให้กันมันก็ไม่แปลกหรอก แต่ว่าถ้าสองคนนั้นดันเป็นผู้ชายเหมือนกันจะบอกว่าไม่แปลกก็คงไม่ได้แล้วล่ะ ยิ่งตอนนี้เค้าแทบจะทนกับสายตาของคุณลุงเจ้าของร้านที่มองมาอย่างสงสัยไม่ไหวเสียแล้ว...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

651 ความคิดเห็น

  1. #580 anasia (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 / 16:28
    เอร๊ยยยย ลมแห่งความห่วงใย ช้ะๆๆ คิบะของเราน่ารักจริงอะไรจริง

    อ้อนเก่งเหลือเกิ๊นนน อ้อนแล้วอ้อนอีก น่ารักไปละ-///-



    นัตจังช่วยเลิกซึนหน่อยจะเป็นการดีมาก



    แหม่ บรรยากาศน่ารักกุ๊กกิ๊กตลอดๆ ช่วยเลิกบื้อแล้วยอมรับความรู้สึกตัวเองสักทีเถอะ ก่อนจะเขินไปมากกว่านี้
    #580
    0
  2. #537 sara (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 22:42
    ไม่อายเลยนะคิบะ ลมแห่งความห่วงใย -///- โตะเขินตายเลย
    #537
    0
  3. #508 น้ำ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มีนาคม 2557 / 19:18
    คิบะกวนได้ใจจิงๆ555
    #508
    0
  4. #493 Imixtateii Cnz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 / 13:29
    สมควรที่คิบะจะนอยยยยยยยยย
    #493
    0
  5. #454 l3oss_it (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2556 / 23:15
    เหมือนกับว่าจงใจแกล้งนารูโตะเลยอ่ะคิบะคุงที่ เลือกออกมากินอาหารนอกบ้านแทนที่จะกินในบ้านดีๆเนี่ยะ
    #454
    0
  6. #429 PrinceOfBlueRose (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 10:27
    มีป้อนข้าวกันด้วย เขินแทน ว่าแต่คิบะนายกินเองได้แต่อยากให้โตะป้อนมากกว่าก็บอกเถอะ อิอิ
    #429
    0
  7. #391 ใครง่ะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 03:17
    อย่าได้แคร์ค่ะน้องโตะ
    #391
    0
  8. #367 การคิด (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 22:56
    เขิลจังอะชอบมากมากกกกกกกกกก
    #367
    0
  9. #330 This my angel (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 21:46
    บอกว่าให้ปรับปรุงกลิ่น จะหอมอีกล่ะซี่
    ลมอะไรหอบมา
    ลมแห่งความห่วงใย
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #330
    0
  10. #302 diamus (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 21:31
    ไม่ใช่ลมแห่งความห่วงใยแล้วล่ะ เป็นลมแห่งความรักแน่ๆ 555+
    #302
    0
  11. #298 preechompoo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 03:10
    กลับมาอ่านของไรท์แล้วหลังจากหายไปนาน อิอิ พอติดนิยายไรท์แล้ววันๆไม่ทำไรเลย 55
    #298
    0
  12. #280 preechompoo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 00:40
    กลับมาอ่านของไรท์แล้วหลังจากหายไปนาน อิอิ พอติดนิยายไรท์แล้ววันๆไม่ทำไรเลย 55
    #280
    0
  13. #279 zd-knight (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 20:12
    อ่านแล้วเขิน
    #279
    0
  14. #250 สายลมแห่งรัตติกาล18 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2556 / 03:51
    หนุกๆๆๆ
    #250
    0
  15. #242 annchan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2556 / 20:29
    น่ารักอ่ะ
    #242
    0
  16. #234 p.p. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 18:09


    คิบะ อายบ้างก็ได้นะ



    อย่าดานอย่างเดียว
    #234
    0
  17. #193 ferincalobaramos (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556 / 01:03
    เขินแทนเลยนารุโตะ คิบะเนี่ยขี้อ้อนนะเนี่ย
    #193
    0
  18. #126 I_am_Hana (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:37
    คุู่นี้จะน่ารักไปไหนเนี้ยยยยยย>////<
    #126
    0
  19. #84 วันวานlove..naruto.... (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2556 / 22:35
    กรี๊ดดดด

    เขินแทนนารุ >///////<

    อยากรู้อย่างหนึ่งเลยว่าตกลงคิบะนายเป็น หมาหรือแมวกันแน่ อ้อนได้ น่ารักโดนใจเราสุด ๆ เลยอ่า

    สนุกมากคะไรเตอร์^^
    #84
    0
  20. #76 namecotton (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2556 / 00:10
    ป้อมข้าวคิบะ คิดว่าให้อาหารสุนัขล่ะกันนารุโตะ จะได้ไม่เขิน 555
    #76
    0
  21. #41 looky39 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2556 / 21:31
    สนุกมากค่ะ

    เรารู้สึกดีใจมากๆ เลยที่เห็นว่าไรท์เตอร์มาอัพแล้ว

    แต่ว่าก็เข้ามาอ่านไม่ได้เพราะว่ายังไม่มีเวลา

    ตอนนี้ก็ยังยุ่งๆ อยู่ แต่ว่าขอมาแอบอ่านหน่อยละกันนะคะ

    ก็ไรท์เตอร์อุส่าห์มาอัพแล้วตั้งสองรอบนี่น่า
    #41
    0
  22. #31 เบบี้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 09:59
    -//- เขิืนนนนแทน
    #31
    0
  23. #28 ✘H Y U K 'J A E✘ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มกราคม 2556 / 23:59
    น่ารักที่จุด ><
    #28
    0
  24. #25 ✿*゚’゚・✿Queen (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 20:03
    กรี๊ดดด ถ้าแม่ยกเห็นผู้ชายสองคนนั่งป้อนข้าวกันก็คงจะไม่ทำอะไรนอกจากยกกล้องเเร้วถ่ายรูปแหงมๆ 5555+
    #25
    0
  25. #21 เหมียวซ่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 15:07
    คิบะยังกวนโอ๊ยไม่เปลี่ยนจริงๆ ถ้าเราเป็นหนูโตะคิบะไม่เจอแค่มะเหงกหรอกค่ะ - -"

    นี่หมาหรือแมวกันแน่นะ อ้อนเก่งเหลือเกิ๊นนนนน แม่ยกก๊าวใจค่า >//////<

    ผู้ชาย 2 คนป้อนข้าวให้กันไม่แปลกหรอกค่าหนูโตะก็นี่มันฟิควานอะ 555 //โดนโบก
    #21
    0