ตอนที่ 4 : มันไม่รู้ซะแล้ว ว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 พ.ย. 57

ธนัทมองดูแฟ้มเอกสารหลายแฟ้มตรงหน้า

พริมนั่งอยู่ด้วย และหญิงสาวผิวขาว ผมดำขลับ สวมแว่นตานกฮูกกรอบดำ ชุดทะมัดทะแมง

โชคดี ที่คุณกี้มาทันนะคะพริมพูด ตอนแรกคิดว่าจะไม่รอดซะแล้ว

ธนัทดูครุ่นคิด

รัญชนา รวิวรุณ ส่ายหน้า

นี่ไปยุ่งกับเรื่องพวกนี้ได้ยังไง

ลูกค้าน่ะสิ แย่งชิงมรดกตระกูลเทพลิขิต ธนัทพูดมูลค่าพอที่จะทำให้ทำแบบนี้ได้

พักนี้ ฟอร์มตกไปหรือไง บอกซะเกือบเลท ปรกติ ควรบอกเร็วกว่านี้รัญชนาบ่น ฉันบึ่งแทบแย่

ธนัทถอนใจ

พริม ไปทำธุระที่ห้องทำงานเธอเถอะ ฉันขอนั่งวิเคราะห์ข้อมูลกับกี้สักหน่อย มีอะไรเดี๋ยวเรียก

คุณนัทอย่าบอกเรื่องที่ฉันถูกลอบยิงให้พิมฟังนะคะพริมรดาพูด

โอย ใครจะไปบอก เดี๋ยวพิมป๊อดเครียดขึ้นมา เธอจะโดนตื๊อให้ออกจากงานไปทำร้านขายหมาช่วยกันสองผัวเมีย ฉันก็ไม่มีเลขาไว้ใช้งานน่ะสิ

พริมหัวเราะ

ยังไงฉันก็ไม่ทิ้งคุณนัทหรอกน่า อยู่จนคนจะมองว่าเป็นเมียน้อยคุณอยู่แล้ว

กี้กระแอมเบา ๆ

แหย่แซวอะไร ก็นึกถึงกันบ้าง

ถ้าจะถามถึงผู้หญิงทั้งโลกที่กี้จะไม่คิดหึงหวงเลย รับรองว่าพริมเป็นคนแรกแน่นอน

พริมออกจากห้องไปแล้ว

ธนัทสีหน้าเครียดขึ้น

ทำไมมองไม่เห็นก็ไม่รู้

กี้ขมวดคิ้ว

มีด้วยเหรอ ที่นายมองไม่เห็น

ก็นี่ไง ล่าสุด กว่าจะเห็นอะไร พริมก็ไปเจอลูกค้าแล้ว ถึงได้โทรฯตามแทบไม่ทันเนี่ย

แปลกนะ นายจะเสียพลังจิตไปช่วงนี้ล่ะหรือ

คิดว่า ไม่ใช่นะ ไม่น่าจะเป็นไปได้ ธนัทมองนาฬิกาด้านหลัง

อือม์ กี้ เดี๋ยวจะต้องไปทำงานแถวสุวรรณภูมิอีกแล้วนี่

กี้หัวเราะ

ก็ใช่นะ ข่าวเรื่องอิมพอร์ตขบวนการผู้ก่อการร้ายจากต่างชาติท่าจะเป็นจริง แผนของพวกมันคือ ลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ แล้วลงใต้ต่อ ฉันต้องไปดักสืบ นายยังใช้ได้เหมือนเดิมนี่

แต่ฉันกลับมองไม่เห็นคนบงการฆ่าคุณอ้ำกับสามีเธอ

แปลกจริง ๆ ทำไมพลังเธอเพี้ยนเป็นจุด ๆ ได้ขนาดนี้ เอางี้ ใช้พลังจิตไม่ได้ ก็ใช้สมองคิดเอานี่แหละ ดีที่สุดแล้ว นายเขียนหนังสือ หนึ่งจิต คิดแปดยังไงก็ควรใช้จริง ๆ เสียบ้าง ไม่ใช่เนียนแต่จะใช้พลังจิตอย่างเดียว ฉันมีเวลาจะช่วยนายวิเคราะห์

ธนัทถอนใจ

งั้นก็อ่านแฟ้มกันซะให้หมดก่อน ธนัทวาดตารางเก้าช่องในกระดาษบนโต๊ะ วางตัวเลขลงไปในตาราง

นี่คือ แบบแผนการอ่านวิเคราะห์ความคิด และความเป็นจริง ซึ่งธนัทยกมันขึ้นมาอ้าง เพื่อปกปิดความสามารถที่แท้จริงของเขา

แต่ถ้าจะใช้แบบจริง ๆ จัง ๆ มันก็ใช้ได้เหมือนกันนั่นแหละ เขาใช้มันมาก่อน

จนวันดีคืนดี เขาก็ค้นพบพลังจิตของตัวเอง

ธนัทไม่อยากจะคิดหรอกว่า เป็นไปได้ไหม ที่ยิ่งใช้แบบแผนความคิดในรูปแบบตารางเลขเก้าช่องนี้บ่อย ๆ ท้ายสุด พลังจิตมันจะเกิดขึ้นเอง

แต่ที่แน่ ๆ หนังสือที่เขาเขียน และขายดีอยู่จนทุกวันนี้ เขาไม่สามารถบอกทุกอย่างของความลับวิชาที่เขามีอยู่ได้ เพียงแค่ตัดบางส่วนมาเขียนประยุกต์ให้เข้ากับความรู้ในการวิเคราะห์ และการบริหารของยุคใหม่ และไม่ได้เอ่ยอ้าง หรือทำให้มันเกี่ยวข้องกับวิชาเลขตารางเก้าช่องนี้เลย

หลังจากทิ้งมานาน ในที่สุด ก็ต้องกลับไปใช้อีกครั้ง

เมื่อรวมกับความรู้ความสามารถของสายลับระดับรัญชนาแล้ว น่าจะมองอะไรออกบ้างล่ะน่า

 

พิมพ์อุษาปิดร้านเพทชอบ วันนี้ เธอคิดจะไปอยู่กับพริมรดาอีกวันหนึ่ง

พิมพ์อุษาเรียกมอร์เตอร์ไซด์รับจ้างเจ้าประจำ ให้ไปส่งที่ออฟฟิศของธนัท และเมื่อลงด้านหน้าอาคารออฟฟิศ เธอก็สังเกตว่า มีรถคันหนึ่งจอดอยู่ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เห็นว่าน่าจะเป็นรถของคนแถว ๆ นั้น

พิมเข้าไปในร้านกาแฟ เนฟเวอร์ไมด์ ซึ่งตอนนี้ เอลลี่กำลังแขวนป้าย “close”พอดี

ว่าไง คุณไอ้แสบเอลลี่ทักทาย

ฉันให้พริมเรียกว่าไอ้แสบได้แค่คนเดียวนะเอลลี่

รู้น่า เลยเติมคำว่าคุณให้ไง

พิมส่ายหน้า

มีอะไรกินบ้างวันนี้

โห ใจคอจะประหยัดข้าวเย็นหรือไงยะ

พริมลงมาจากชั้นสองพอดี

พิมพ์อุษายิ้มเยาะ

ชั้นไปกินกับพริมข้างนอกก็ได้ ไม่ซื้ออะไรมาฝากด้วย

โอ๋ ๆ ๆ อย่างอนนะ ขอโรตีราดนมข้น ๆ เหมือนเดิมนะจ๊ะ พิมพ์อุษาคนสวย

พิมพ์อุษายี่ปาก

พริมยิ้มเล็กน้อย เมื่อเห็นเอลลี่กับไอ้แสบของเธอต่อปากต่อคำกัน

ให้นักฟุตบอลซื้อให้ก็แล้วกันพริมแหย่

เอลลี่หน้าแดง พิมพ์อุษาได้ทีก็รีบพูด

ตกลงเธอขายออกแล้วใช่ไหมเอลลี่ ต๊าย นักฟุตบอลมาจีบด้วย ระวังเจอพวกดาวซัลโวนะยะ จะไม่ได้พักผ่อนเอา

เอลลี่ยิ้ม หน้าแดง คนเพิ่งมีความรักก็แบบนี้ ความสามารถในการต่อปากต่อคำลดลงไปเยอะ

ยังไงก็โรตี เอามาสองอันเลย เอลลี่เฉไฉ จะแบ่งให้จอยอันนึง

ชั้นจะซื้อให้จอยสองอัน แล้วเธอไปขอจอยเอาก็แล้วกันพิมหัวเราะ

เอลลี่พึมพัมทำปากขมุบขมิบ หน้าหมวยญี่ปุ่นของเธอดูน่ารักเสมอ

พริมฉุดไอ้แสบออกมาจากอาคาร กะจะชวนกันไปกินข้าวข้างนอก แล้วก็ชะงักกับรถเก๋งที่จอดหน้าตึก จะมากจะน้อย รถของคนแถวนี้ พริมก็ผ่านตาจนจำได้

รถคันนี้ไม่คุ้นเลย

เธอหยิบโทรศัพท์

จอย เธอพูดกับคนที่เพิ่งรับสาย มีรถจอดอยู่หน้าออฟฟิศ ท่าทางมีพิรุธ ช่วยมาเช็คหน่อยได้ไหม

---ได้ เดี๋ยวจะไปจัดการให้

ระวังตัวด้วยนะจอย

สักพัก จอยก็ออกมาเคาะกระจก ถามว่ามีอะไรไหม

คนในรถสนทนากับจอยสักพัก ก็ขับรถออกไป

จอยส่ายหน้า เดินเข้ามาหาพริมกับพิม

เค้าไม่รู้จักทาง เลยจอดรถแล้วโทรถามเพื่อน

พิมขมวดคิ้ว

ฉันเห็นตั้งแต่มาถึงออฟฟิศแล้วนะ

พริมดูโล่งอก

คงไม่มีอะไรมั้ง ชั้นคิดมากไปเองแหละ ไป ไปกินข้าวกัน  จอยเอาอะไรไหม จะซื้อมาฝาก

ไม่ล่ะ ขอบใจนะ จอยยิ้มให้สองสาว

เอารถมอร์เตอร์ไซด์ไปนะ คงไม่มีใครใช้อะไร”  พริมพูด พร้อมทั้งชูกุญแจ

จ้า คงไม่มีอะไรหรอก มีอะไรจะโทรบอก กินข้าวกันให้สนุกนะ จอยผละไปจากที่นั่นแล้ว

สองสาวเดินไปที่มอร์เตอร์ไซด์ของออฟฟิศ ที่ซื้อไว้เพื่อให้ใครต่อใครออกไปซื้อของใกล้ ๆ

 

ระหว่างกินข้าว ดูพริมสบายใจผิดไปจากที่ผ่านมา

เธอตักอาหารป้อนให้ไอ้แสบ ดูร่าเริงมีความสุข

พิมพ์อุษามองหน้าคนรัก เห็นดูมีความสุขขึ้นก็เบาใจ

แกเหมือนเดิมแล้วพริมรดา

ชั้นเคลียร์กับแฟนเก่าจบแล้ว ชั้นไม่ติดค้างอะไรกับเขาอีก โคตรมีความสุขเลยพิม

ดีใจด้วยนะ ดีใจให้กับตัวเองด้วยพิมพ์อุษาหัวเราะชั้นล่ะไม่อยากให้แกเครียดเลยจริง ๆ

พริมขยี้หัวอีกฝ่าย ก่อนจะมองหน้า

ไอ้แสบน่ารักที่สุด

ชั้นหลงใหลตาตี่ ๆ แก้มพอง ๆ เสียงห้าว ๆ ของแกไปได้ยังไงวะเนี่ย ยิ่งมองก็ยิ่งหลง

โคตรรักแกเลยไอ้แสบ

มองอะไร ไอ้แสบดูเหมือนจะเขิน เพราะสายตาของพริมรดา เหมือนอยากจะกินเธอเข้าไปทั้งตัว

อยากจะจัดหนักแก้มือให้น่ะสิ

ไอ้บ้าพิมพ์อุษาเขิน

ไม่ติดว่าอยู่ในร้านอาหารล่ะก็ แกโดนชั้นฟัดตายไปแล้วไอ้แสบ

วันนี้ชั้นผสมพันธ์กระต่ายไปสามคู่ สงสัย ได้บุญเรื่องนี้แหง

คืนนี้ให้จัดหนักใช่ไหม

ไอ้บ้า พูดแบบนี้เขินนะเว้ย

มีคนมองจากนอกร้าน ผ่านหน้าต่างซึ่งเป็นกระจกใส

พริมสะดุด สักพักก็แว่บหายไป

มือเธอเย็นเฉียบ

นึกถึงแมสเสจลึกลับ

---ใครขวาง ตายทุกคน ทั้งแก และคนของแก---

                    คนของเรา พริมใจหาย

                    ไอ้แสบ มันจะทำไอ้แสบรึ

 

 

                   คืนนั้น พริมรดาจัดหนักตามคำสัญญา

                   เธออาจจะเครียดเรื่องแมจเสจบ้าง แต่คืนนี้ ขอจัดก่อน แล้วว่ากันทีหลัง

                  พริมรดาทำให้ไอ้แสบร้องครวญครางเหมือนคนใกล้ตาย

                  เริ่มแรก ก็ไม่ต้องทำอะไรกันมาก ถอดเสื้อผ้าให้ตัวเปล่าก่อน เหมือนอีกฝ่ายจะเขินจัด แต่พริมก็ไม่ปล่อยให้เขินนานนัก พรมจูบไปทั้งร่างสูดกลิ่นกายไปทุกส่วน จนพิมพ์อุษาแทบจะเสียสติไปดื้อ ๆ

                  ใช่ แกไม่สวยเท่าเขา แต่อะไรที่เป็นของแก ชั้นชอบทุกอย่าง

                  ชั้นชอบแม้แต่ เสียงห้าว ๆ ของแก ที่แกร้องออกมาตอนนี้

                  พริมรดาซุกไซร้จนอดพูดไม่ได้
                   "วันนี้ แกเมะมั่งได้ไหม"

                  “น่าเกลียดนะแก พิมพ์อุษาพูดแทบไม่ออก เขินก็เขิน

                  “เดี๋ยวจะสอนบทเมะให้ จะบอกให้นะไอ้แสบ กลิ่นตัวแกนี่มันทำให้ฉันหื่นว่ะ

                    “บ้า แกโรคจิตอะ

                   “โรคจิตใช่ไหมนี่แน่ะ ๆ ๆ พริมรดาเหมือนผู้ร้ายข่มขืนไปแล้ว

                  ไอ้แสบตาค้าง เพราะถูกฟัดจนแทบจะสำลักความสุขตาย                                

พิมพ์อุษารู้สึกว่าตัวเองแทบจะลอยไปบนฟ้า

ไม่เคยรักใครเท่านี้เลย ไม่เคยมีความสุขเท่านี้เลย

ทำไมแกดีกับฉันขนาดนี้วะพริมรดา ฉันรักแก ได้ยินไหม

เธอร่ำร้องในใจ

ชั้นรักแก ชั้นรักแก ชั้น ระ รัก กะ แก............

พิมพ์อุษาผ่อนคลาย

ให้พริมรดาตระเตรียมยกสอง

ไอ้แสบที่เพิ่งถึงสวรรค์ชั้นแรก กำลังเตรียมไต่สวรรค์ชั้นต่อไป

และต่อไป

 

ไอ้แสบหลับสนิท เพราะพริมรดาจัดหนักตามที่บอกไว้

เธอยังไม่หลับ ยังฟินไม่หายถึงไอ้แสบที่มันน่ารักสุด ๆ ภาพที่ไอ้แสบมันฟิน ทำไมมันน่าดูขนาดนี้ก็ไม่รู้ จัดทั้งคืนยังไหวเลย แต่นี่ มันคงไม่ไหวแล้วใช่ไหม

วันนี้ มันฟินไปกี่รอบนี่ ไม่รู้ล่ะ แต่เล่นมันจนหลับคาที่ได้ แปลว่า มันคงเหนื่อยสุด ๆ

พริมรดา นอนกอด และลูบเส้นผมไอ้แสบ

บ้า พริมรดาคนบ้า เสียงพึมพัมจากคนที่นอนอยู่ บ้ากามชะมัดเลย

พริมรดาหัวเราะเบา ๆ

เสียงเตือนแมสเสจจากโทรศัพท์

พริมรดาขมวดคิ้ว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

ข้อความภาพ และภาพที่ส่งมาคือภาพที่อมลกาญจน์กำลังจูบพริมในรถมิราจสีเขียว

พริมเม้มปาก

---มันจะถูกส่งให้พิมพ์อุษาด้วย---ข้อความพิมพ์ใต้ข้อความรูป

พริมมือสั่นระริก

ใครส่งมา ส่งมาทำไม ต้องการอะไร

 พริมหันไปมองไอ้แสบ

อ้าว ตื่นแล้ว กำลังมองมาทางนี้

ในมือพิมถือโทรศัพท์ของตัวเอง

รูปถ่ายในรถอาจจะเห็นอีกคนที่จูบพริมรดาไม่ชัด

แต่รถมิราจสีเขียว กับตัวพริมรดาเอง ต่อให้ไกล และไม่ชัดกว่านี้ พิมพ์อุษาก็จำได้

พิมไม่พูดอะไร วางโทรศัพท์ และล้มตัวลงนอน ตะแคงหันไปอีกทาง

น้ำตาไหลพราก

พริมรดาเข้าไปกอด

"ไอ้แสบ"

"ไม่เอาแล้ว ง่วง" เสียงเครือ ๆ

พริมรดากอดคนรัก น้ำตาคลอทั้งคืน

 

 

ร้านกาแฟ เนฟเวอร์ไมด์  09.00 .

พิมพ์อุษาลงมาจากห้องของพริมรดา วันนี้ ธนัทไม่ได้ออกไปไหน และเธอก็ไม่ได้รีบเข้าร้าน เลยมานั่งที่เคาท์เตอร์ร้านกาแฟชั้นล่าง

เอลลี่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง เหลือบมองพิมพ์อุษาบ่อยครั้ง

ดูท่าทางจะทะเลาะกันมั้ง เอลลี่คิด

พริมรดาหลังจากแต่งตัวเสร็จ ก็หิ้วแฟ้มไปคุยงานกับธนัท แทบจะบอกได้ว่า ถ้าเรื่องงานแล้ว พริมต้องเป็นมือขวาของธนัทตลอด ไม่มีพริม ธนัทก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะทำงานยุ่ง ๆ ที่รับมาได้ยังไง เพราะเขามีหน้าที่คิด และสั่งการเท่านั้น

เรื่องประสานงานติดต่อลูกค้าทั้งหมด อยู่ที่พริมคนเดียวเท่านั้น

พิมพ์อุษาเอ่ยปากขอลาเต้จากเอลลี่ ท่าทางดูเครียด ๆ ทำให้เอลลี่ไม่กล้าแหย่อะไรมาก

"ขอด้วย" เสียงเรียบ ๆ ดังขึ้นข้าง ๆ พิมพ์อุษา

ร่างสูง ผิวคล้ำ ตาโต นั่งข้าง ๆ พิม

จอย หรือ จามรี บอดี้การ์ด คนขับรถ และทำทุกอย่างที่ธนัทสั่ง แม้แต่เรื่องตั้งเวลานาฬิกาทุกเรือน ทั้งในห้องธนัท ในตึกนี้ ในรถ ให้ตรงเสมอ

"ทำไมดูเครียดกันหมด" เอลลี่อดถามไม่ได้ วางลาเต้ร้อนให้พิม

"ของพิมฉันไม่รู้ แต่ของฉัน เห็นนายเครียดตั้งแต่เช้าแล้ว ตอนที่เอากาแฟที่เอลลี่ชงไปส่งที่ห้องทำงาน"

เอลลี่รู้ดี สำหรับจอยแล้ว ดูจะภักดีกับธนัทมากที่สุด ห่วงใยธนัทยิ่งกว่าแฟนเสียอีก

พิมอดถามด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักไม่ได้

"ตกลงเมื่อวันนั้นไปไหนกันมาบ้าง รับงานอะไรกันมา ถึงเครียดขนาดนี้ "

พิมเลียบเคียงถาม แน่นอน เธอเองก็อยากรู้ว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับพริม  แต่การถามเจ้าตัวเอง คงไม่ได้คำตอบอะไร เธอก็ไม่อยากจะพูดอะไรกับพริมแล้ว สู้มาเลียบ ๆ เคียง ๆ กับคนอื่น ๆ ดีกว่า

"งานบ่ายไม่เท่าไหร่ คุณนัทไปบรรยายที่กระทรวงศึกษา แต่งานเช้า บริษัทของอมลกาญจน์ที่เป็นดาราน่ะ "

"มีอะไรหรือ "

"ดูพริมเขาแปลก ๆ ไปตั้งแต่กลับมาขึ้นรถ แต่คุณนัทก็ดูเครียดเหมือนกัน "

พิมขมวดคิ้ว

"อมลกาญจน์ ดาราที่แต่งงานกับเซเลป ได้ข่าวว่าแฟนรวยมากนี่"

เอลลี่หลังจากวางลาเต้ให้จอย ก็ไปรื้อ ๆ ค้น ๆ หนังสือดาราที่ซื้อมาวางให้ลูกค้าอ่านในร้าน

จอยพลิกอ่านไปพลางจิบกาแฟ

" เปิดบริษัทเครื่องสำอางค์นำเข้าจากเกาหลี คุณนัทคงไปช่วยเรื่องตลาดน่ะ นี่ไง บทสัมภาษณ์ตอนงานเปิดตัวสินค้า"

พิมมองดูรูปอมลกาญจน์ สวยมากทีเดียว

" บอกว่า ชอบเครื่องสำอางค์ยี่ห้อนี้มาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ​​J แต่ไม่เห็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ พอได้โอกาส เลยบินไปขอซื้อไลเซ่น มาจัดจำหน่ายเสียเอง"

จอยพูดจบก็ถอนใจ

" จริง ๆ ชั้นใช้อะไรก็ได้ แบรนด์ไฮโซคงไม่ได้ใช้อะไรหรอก ชั้นใช้ก็บุญแค่ไหนแล้ว"

เอลลี่หัวเราะ

" เธอจะคิดเหมือนผู้หญิงทั่วไปเขาได้บ้างไหม"

" บอกตรง ๆ คิดตามไม่ออกหรอกเอลลี่ ชีวิตชั้นครึ่งชีวิตอยู่กับการฝึก ๆ ๆ แล้วก็ฝึก นอนป่า นอนเขา ตระเวณชายแดน เอาเวลาที่ไหนไปเรียนรู้เรื่องแต่งหน้าแต่งตา หน้าตาทาแต่โคลน ฮ่าๆๆ"

จอยเป็นทหารหญิง และน่าจะเป็นคนเดียวของทหารหญิงในประเทศไทยกระมัง ที่บ้าไปฝึกหน่วยซีล แถมยังผ่านเสียด้วย

แต่กว่าจะเข้าไปฝึกได้ จอยต้องลงทุนต่อยกับหน่วยซีลจริง ๆ จนอีกฝ่ายคว่ำไม่เป็นท่า ถึงจะได้ฝึก

มีแต่เพื่อนในหน่วยเท่านั้นแหละ ที่รู้ว่า ผู้หญิงคนนี้ ยิ่งกว่าจีไอเจน แต่ผู้บังคับบัญชายังมีความห่วงใยจอยเบื่อที่ถูกกีดกันทางเพศมากเกินไป เลยลาออก

แล้วก็พบกับรัญชนา แฟนของธนัท แล้วก็ได้มาทำงานกับธนัทในฐานะบอดี้การ์ด รัญชนารู้ว่า ธนัทต้องมีใครสักคนที่สามารถดูแลความปลอดภัยให้ตัวเขาเอง และคน ๆ นั้น ต้องไม่ดูดุกร้าว แข็งจนเกินไป จอยจึงเหมาะสมที่สุด

ทีแรก จอยคิดจะทำแค่ฆ่าเวลา แต่ไป ๆ มา ๆ กลับอยู่ยาวจนบัดนี้ เพราะธนัทมีอะไรบางอย่างที่ทำให้จอยต้องภักดีต่อเขาไปชั่วชีวิต

เรื่องของจอยคงได้คุยละเอียดในภายหลัง แต่เวลานี้ พิมกำลังสะดุดใจกับคำสัมภาษณ์ของอมลกาญจน์ในหนังสือ

"เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับพริมรดาเลย"

เธอหยิบสมาร์โฟนของตัวเองมาค้นข้อมูลในอินเตอร์เนต

ประวัติของอมลกาญจน์

เกิดเมื่อ.....

การศึกษา คณะ.... มหาวิทยาลัย....

"น่าจะรุ่นเดียวกับพริมนะ" จอยชะโงกหน้าอ่านก่อนจะพึมพัม

พิมพ์อุษามือเย็นเฉียบ ตลอดเวลาที่พริมรดา พูดถึงแฟนเก่า ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร บอกแค่เป็นเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกัน ม.เดียวกันเฉย ๆ

นิ้วมือลากผ่านการค้นหาข้อมูลในกูเกิล

บทสัมภาษณ์เรื่องความรัก

" ความรักจริง ๆ ไม่อยากจะให้มันมีคำว่าเพศเข้ามาขวางเลย คนเราถ้ามีหัวใจที่ตรงกัน เทคแคร์กัน เพศก็ดูจะไม่สำคัญ"

---พูดแบบนี้ เหมือนคุณอ้ำจะชอบเพศเดียวกันมาก่อน---นักข่าวถาม

"ก็เกือบ ๆ นะคะ สมัยเรียนมีเพื่อนคนนึง เค้าชอบมาดูแล เทคแคร์ จนมองว่าเป็นแฟนกัน แต่จริง ๆ มันก็แค่ว่าเราสนิทสนมกันแค่นั่นแหละค่ะ แต่ปัจจุบันหนูลูกโตแล้วค่ะพี่ "พูดพร้อมกับหัวเราะ

พิมพ์อุษาปะติดปะต่อเรื่อง

ก่อนจะคิดถึงสารรูปตัวเอง

แพ้เขาขาดลอยหลุดลุ่ย

อารมณ์น้อยใจ เสียใจ เกิดขึ้นลึก ๆ

เมื่อคืน รูปนั้น มันคงเป็นรูปพริมกับอ้ำแน่

พิมพ์อุษานิ่งงัน สับสน เสียใจ หดหู่ สิ้นหวังบอกไม่ถูก

"เฮ้ย พิม เป็นไรไป" เอลลี่ถาม

"ฉันจะเข้าร้านแล้ว" พิมพูด

จอยตบบ่าพิม

"เดี๋ยวไปส่งให้ คุณนัทคงยังไม่ใช้รถตอนนี้หรอก"

"ไม่เป็นไร ขอบคุณมาก จอย เกรงใจคุณนัทน่ะ"

" งั้นใช้รถพริมก็ได้ รถแฟนแก คงไม่ต้องเกรงใจสินะ" จอยพูด "ชั้นมีหน้าที่ขับรถอยู่แล้วบางทีก็ช่วยขับให้แฟนแกด้วย" ไม่พูดเปล่า หยิบสมาร์ทโฟนส่งไลน์ถึงพริมอีกด้วย ว่ายืมรถไปส่งพิมพ์อุษาหน่อย

อีกฝ่ายไลน์กลับมาว่า  โอเค  ขึ้นมาเอากุญแจได้เลย

พิมก็ไม่สามารถหาเรื่องปฏิเสธได้

 

 

ระหว่างทางที่ขับไปส่งพิม จอยสังเกตเห็นพิมเหม่อมองรูปตัวเอง ที่เจ้าของรถติดไว้ วางไว้ในรถ

ดูเหมือนจะร้องไห้นะ

สองคนนี้มีเรื่องอะไรกัน

รถคันนี้ แต่งให้ดูมุ้งมิ้งน่ารัก เป็นอีโคคาร์ที่เหมาะกับการใช้งานของพริมรดาที่สุด และทั้งหมดที่แต่ง เป็นสี เป็นลาย เป็นสิ่งที่ไอ้แสบพิมชอบทั้งนั้น

พิมพ์อุษาชอบสีเขียวมากที่สุด มิราจคันนี้ เลยสีเขียว

จอยจอดรถที่ด้านหลัง

ร้านพิม เพทชอบ ตั้งชื่อง่าย ๆ แต่มันก็เป็นร้านเพทชอบที่น่ารัก น่าเข้าไปชมสักรอบสองรอบ

จอยว่าจะส่งพิมแล้วกลับเลย แต่ก็รู้สึกเป็นห่วงเพื่อน เลยตามเข้ามาดูแลสักหน่อย

พิมมีลูกน้องคอยช่วยอยู่คนหนึ่ง ร้านเปิดแล้ว วันนี้ คงจะมีอาบน้ำหมาสักสองสามรายตามที่โทรฯมาถามราคาเมื่อวานนี้

พิมคิด คำพูดหนึ่งที่พริมรดาชอบพูดให้เธอฟัง "แกอย่าให้ความทุกข์มันมีเวลา ถ้าเราไม่ให้โอกาสมัน มันก็ทำให้เราเสียใจไม่ได้ แกรู้ไหม คำพูดนี้ ช่วยชีวิตฉันไว้"

"ใครพูดวะ ดูดี แต่สำหรับฉันมันโคตรฟังดูน้ำเน่า"

" เออ เอาเหอะ แกคงได้ใช้มันสักวัน"

สงสัยครั้งนี้ได้ใช้แล้วจริง ๆ

ประตูเปิดออก ลูกค้ามาแล้ว

พิมเห็นลูกน้องอยู่หลังร้าน ก็เข้าไปต้อนรับ

ชายคนนี้ ดูไม่น่าชอบเลี้ยงสัตว์นะ แปลกจัง

"ต้องการให้ช่วยอะไรไหมคะ"

ชายคนนั้น มองไปรอบ ๆ

พิมเห็นท่าไม่ดี

เขาชักมีดออกมา

" เงินอยู่ไหน "เขาพูดเสียงดังลั่นร้าน 

พิมใจหายวูบ

ที่ใจหายกว่า คือ ชายคนนั้น ไม่ได้ฟังเธอพูดอะไรต่อ รีบโถมเข้ามาจ้วงแทงเธอ

แต่มีดไม่กระทบร่างเธอ

เพราะมีมือมาจับที่ข้อมือเขา

"กะแทงจุดตายเลยนี่ แกไม่ใช่โจร" เสียงเย็นเยียบของจอยดังขึ้น

ท่าจับข้อมือของจอย คือ การจับในแบบผู้ที่เรียนรู้วิชาการต่อสู้มาอย่างช่ำชอง เพราะจับแบบพร้อมบิด

ซึ่งเมื่อบิด มีดก็หล่น

เท้าเตะที่ขาพับ

การต่อสู้ที่ฝึกมาอย่างโชกโชน เพื่อสังหารคนในสนามรบ ฝีมือของจอยยังเคยล้มหน่วยซีลที่ตัวโตกว่าเธอได้สบาย ๆ เพื่อจะได้ไปฝึกในหน่วยซีลอีกที

เสียงกร็อบ แขนชายคนนั้นถูกบิดหัก

และถูกกดใต้คาง กระแทกถูกจุดสลบ

เรียบร้อย

รวดเร็ว หมดจด ข้าวของไม่พัง ลูกน้องพิมเพิ่งวิ่งมาดูด้วยซ้ำ

จอยมองดูคนที่กองบนพื้นอย่างเย็นชา พิมอ้าปากค้าง ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้

เห็นจอยจับขาคนที่สลบบิดกร๊อบ

"เธอทำอะไร "

"แขนหักไปข้างกระดูกเข่าหลุดไปข้าง หนีไปไหนไม่ได้ ผู้ร้ายในหนัง มันชอบหนี แต่ในชีวิตจริง ถ้าจะจับ ต้องไม่ให้หนี ไม่งั้นสอบปากคำไม่ได้ "

กุญแจมือล็อคข้อมือแน่นหนา

"ไอ้นี่มันไม่ได้ตั้งใจจะมาปล้น แต่มันต้องการสร้างสถานการณ์ วัตถุประสงค์หลัก คือ มาฆ่าเธอ"

จอยหยิบมือถือ ติดต่อหาใครคนหนึ่ง

พิมยังตกใจอยู่

"แจ้งตำรวจหรือ"

"คุณกี้แฟนคุณนัทเป็นสายสืบพิเศษ อยู่ N.I.D อารมณ์ประมาณแบล็ควิโดว์ในเรื่องอเวนเจอร์นั่นแหละ ไอ้พวกนี้มันไม่รู้ซะแล้วว่าเล่นอยู่กับใคร"

จอยโทรศัพท์ อีกฝั่งคงจะเป็นกี้ รัญชนา พิมพ์อุษารู้จักดี แต่ไม่คิดว่า กี้จะทำงานอะไรแบบนั้น

"ค่ะ มันมาฆ่าแฟนพริมค่ะ" จอยพูด "ได้ค่ะ คุณกี้จะส่งคนมาจัดการให้นะคะ ไปที่ออฟฟิศคุณนัทเลยค่ะ"

วางสายแล้ว พิมอดสงสัยไม่ได้

"ฉันไม่เคยมีศัตรูนะ"

"ตอนนี้มีแล้ว เธอควรปิดร้าน และไปกับฉันกลับไปออฟฟิศคุณนัท"

"แล้วจะไม่ส่งหมอนี่ให้ตำรวจหรือ"

"นั่นต้องแล้วแต่คุณกี้ เพราะหน่วยงานคุณกี้ ตำรวจก็ไม่กล้ายุ่ง"

จอยถอนใจเฮือก

"ชีวิตเธอกำลังตกอยู่ในอันตรายนะพิม

เสียงไลน์ดังขึ้น

จากธนัท

จอยเปิดอ่าน


-รอกี้อยู่ที่นั่นก่อนนะ มีอะไรให้ทำนิดนึง

 

---

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น