ตอนที่ 3 : The last kiss

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 พ.ย. 57

วันต่อมา เก้าโมงเช้า

ธนัทนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ขณะที่จอยกำลังเช็คนาฬิกาในห้อง

ห้องที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่นาฬิกา

"ตรงทุกเรือนแล้วค่ะ คุณนัท"

"ฉันจะไม่ซื้อเรือนใหม่แล้วนะ ไม่งั้น เธอจะเสียเวลากับมันมากไป" ธนัทพูด "แต่ก็เนอะ ถ้าไม่เห็นนาฬิกาทุกมุม ก็ไม่ดีเหมือนกัน "

" ทำไมคุณนัทไม่บอกพริมล่ะคะ เรื่องความสามารถที่แท้จริงของคุณนัทน่ะ"

"พริมไม่เหมือนเธอ ฉันบอกไม่ถูก พริมไม่ได้ถูกฝึกให้เก็บความลับ ไม่เหมือนเธอกับกี้ ฉันไม่ไว้ใจคนทั่วไปเด็ดขาด กี้เคยเล่าให้ฟังว่า เธอเคยถูกฝึกทรมาณสารพัด แล้วก็ต้องปิดปากเงียบ ต้องฝึกตัวเองไม่ให้เครื่องจับเท็จจับได้ เธอล่ะจอย เป็นยังไงบ้าง"

"หน่วยซีลฝึกให้ทนต่อการถูกทรมาณเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ถึงกับฝึกกับเครื่องจับเท็จเหมือนสายลับ"

"ดีนะ ที่ฉันไม่ไ้ด้ตั้งใจจะเป็นทหารหรือตำรวจ รด.ยังไม่เรียนเลย ฮ่าฮ่า ฉันติดสบายไปหน่อย "

" คนเราควรจะเก่งกันคนละแบบไม่ใช่หรือคะ คุณนัทมีความสามารถพิเศษ มีสมองที่ยอดเยี่ยม แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ"

" บางที ความสามารถพิเศษก็มีข้อจำกัดนะ อย่างเช่น ถ้าไม่มีนาฬิกา ฉันก็ไม่เห็นอะไรที่อยากเห็น แล้วถ้านาฬิกาเดินไม่ตรงแค่นาทีเดียวก็เห็นอะไรเพี้ยนกระจาย"

"แต่บางทีก็เห็นคุณนัทมึนเหมือนกันนะคะ นาฬิกามันก็ตรงอยู่แล้ว ฉันรับรองได้ "

"ความเป็นจริงไม่เคยหลอกใครหรอก แต่ปัญหาคือ เราหาทางเจาะมันไม่เจอ อย่างเมื่อวาน เคสคุณอ้ำ ฉันบอกตามตรง ว่าฉันมองไม่เห็นคนบงการฆ่าเลยจริง ๆ ทั้งที่จ้องดูนาฬิกาหลายครั้ง"

"มีด้วยหรือคะที่คุณไม่เห็น"

" ดันขึ้นภาพอะไรมาก็ไม่รู้ เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ " ธนัทถอนหายใจ" ก็น่าสงสารอยู่หรอกนะ ถ้ามองเฉพาะเรื่องนี้ "

"ถ้าฉันเดานะคะ ภาพที่คุณนัทเห็น มันขึ้นกับคำถามหรือเปล่า ถ้าคำถามแรกผิด มันจะทำให้คุณถามอะไรต่อไม่ได้"

" ก็น่าจะเป็นไปได้ แต่ก็นะ ฉันก็ตั้งคำถามที่ควรจะถามแล้ว ภาพที่ซ้อนออกมา มันกลับเป็นเรื่องอื่นซะนี่ ภาพความรักของอ้ำ ซึ่งก็น่าเห็นใจเหมือนกัน ภาพนี้ขึ้นบ่อยมาก ตั้งแต่ฉันเจอคุณอ้ำครั้งแรกเลยล่ะ" ธนัทไม่อยากให้จอยรู้เรื่องที่เขาเห็นภาพความสัมพันธ์ของอ้ำกับพริมในอดีต มันเพิ่งมาบรรจบกันเมื่อวานพอดี กับภาพที่เขาเห็นพริมในครั้งแรกที่เจอกัน

เขายังจำได้ คืนนั้น กลางสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เรื่องของพริมขึ้นเป็นฉาก ๆ แต่ก็ไม่ได้ขึ้นหน้าตาของคนที่หักอกพริม เพราะเขาไม่ได้อยากจะรู้เรื่องนั้น

เหมือนที่จอยบอก ภาพมันขึ้นกับคำถาม ถ้าไม่อยากรู้เพราะไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการ มันก็ไม่ขึ้น อย่างมากก็ขึ้นเป็นเงา ๆ ให้เห็นพอเป็นตุ๊กตาแค่นั้น

ทุกอย่างเพิ่งมาบรรจบปะติดปะต่อได้เมื่อวานนี้เอง คนที่ทำให้พริมคิดจะกระโดดสะพานในคืนนั้น ก็คืออ้ำ

มิน่าล่ะ พริมถึงแกล้งทำเป็นไม่รับงานของอ้ำ ทีแรกนึกว่าเลขาที่งานเยอะยุ่งวุ่นวายจะลืมเสียอีก

ถ้าเขารู้แต่แรก ก็ไม่รับเหมือนกัน

แต่ก็ดีไปอย่าง จะได้ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์

 เสียงเคาะประตู คงได้เวลาที่พริมมาเจอเขาตามปรกติทุกเช้าตอนไม่มีงานข้างนอกแบบนี้แหละ

จอยยิ้มให้

"เดี๋ยวจะให้เอลลี่จัดคาปูชิโน่ให้นะคะ พักนี้ เอลลี่ชงอร่อยขึ้นกว่าเดิมมาก"

ธนัทยิ้มที่มุมปากบาง ๆ

"เหมือนมีหนุ่ม ๆ มาจีบเอลลี่นะ ความรักทำให้ชงกาแฟดีขึ้น เธอว่ามั้ย"

จอยหัวเราะ พริมเข้ามา จอยเลี่ยงเดินออกไป

หน้าตาเธอเหมือนยังเครียดอยู่ แต่ธนัทเห็นแววตาที่ชัดเจนขึ้นกว่าเมื่อวาน

"ก่อนอื่นนะ "ธนัทพูด "ฉันรู้ว่า เธอมีอะไรในใจกับคุณอ้ำ"

พริมนั่งหน้าโต๊ะทำงานก่อนจะพยักหน้า

"เธอคือคนที่ทำให้ฉันคิดจะโดดสะพานในคืนที่เราเจอกันครั้งแรกนั่นแหละค่ะ"

"วันหลังถ้าจะไม่รับงาน ก็บอกผมได้นะ แม้ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ต้องเนียนก็ได้ "

พริมพยักหน้า

"เอาล่ะ เธออาจจะสงสัยว่าทำไมถึงเจาะจงให้ไปรับเอกสารกับคุณอ้ำ ทั้งที่เรื่องแค่นี้ใช้จอยก็ได้ แต่ฉันคิดว่า เธอควรจะสางปมในใจสักที"

"ค่ะ ฉันมีคำตอบให้ตัวเองแล้ว"

"เธอเชื่อในรักแท้แล้วใช่ไหม"

"ค่ะ เมื่อคืนฉันคิดได้แล้ว ไอ้แสบมันเป็นคนที่ฉันควรจะรักทั้งชีวิตจริง ๆ ค่ะ "

"คุณอ้ำคงนัดเธอที่ร้านอาหารหรือร้านกาแฟที่ไหนสักที่ คงไม่กล้านัดที่ออฟฟิศตรง ๆ เธอควรใช้โอกาสนี้ เคลียร์ซะให้เรียบร้อย"

"ฉันก็คิดอยู่ค่ะ"

"ฉันว่า อย่างช้าพรุ่งนี้ คงมีการติดต่อมา เธอจะให้จอยไปด้วยไหม"

"ไม่เป็นไรค่ะ พริมจะขับรถไปเองค่ะ"

"ดีแล้ว สู้ ๆ นะ แม่สาวแวมไพร์"

พริมยิ้ม

"คุณนัทไม่ได้เรียกฉันอย่างนี้มานานแล้วนะคะ"

"นึกถึงตอนนั้นน่ะ แล้วก็ห่วงยางเป็ดด้วย ฉันพูดไปได้ยังไงวะเนี่ย"

พริมหัวเราะใส ๆ ธนัทคิดว่า ถ้าเธอเป็นผู้หญิงสายตรง สงสัย อาจจะไม่ได้คบกี้พอดี เพราะยัยนี่เสน่ห์เหลือร้ายจริง ๆ

"เอางานมาคุยกันเถอะ" ธนัทตัดบท

 

 

พริมได้รับโทรศัพท์จากอ้ำในวันรุ่งขึ้น หลังจากนัดหมายกันเรียบร้อย พริมก็ขับรถออกไป

สถานที่นัดหมายคือซอยทองหล่อ

พริมรู้ว่า อ้ำคงไม่อยากจะพบกับพริมใกล้ออฟฟิศของเธอจนเกินไป นั่นคือ สิ่งที่เธอคิดไว้อยู่แล้ว

พริมมีรถอีโคคาร์ส่วนตัวอยู่คันหนึ่ง ธนัทบอกว่า ถ้าเขาไม่ได้ไปไหน จะใช้บีเอ็มซีรีส์5 ของเขาได้ตามอัธยาศัย แต่พริมก็ยังมีความเกรงใจอยู่ไม่น้อย รายได้จากธนัทก็มากพอจะผ่อนรถไว้ใช้สักคัน เลยตัดสินใจออกอีโคคาร์คันเล็กคันนี้ไว้ใช้

มันก็ดี เพราะจะได้มีเวลาไปไหนมาไหนส่วนตัวบ้าง โดยเฉพาะกับไอ้แสบ

พริมออกมาช่วงบ่าย และมาถึงจุดหมายในเวลาไม่นานนัก

ร้านกาแฟร้านนี้เงียบดีจัง

พริมพบว่า คนนัดหมายรออยู่แล้ว ในมุมที่สงัดคน เค้กแสนอร่อยรอพริมอยู่หนึ่งชิ้น พร้อมกาแฟแสนอร่อยที่พริมชอบ

พริมอึ้ง เพราะอ้ำเหมือนจำได้ว่า พริมชอบเค้กแบบไหน และกาแฟสไตล์ใด

แต่ไม่ว่าอย่างไร เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้าอ้ำแล้ว

อมลกาญจน์ยิ้มรับ แววตาเป็นประกาย

เราพูดกันเหมือนเดิมได้ไหมพริม

ได้สิอ้ำ พริมนั่งลงตรงข้าม ยกแก้วกาแฟจิบ

ฉันจำได้ว่าเธอชอบมัคเคียโต้ และมัคคาเดเมียชีสเค้กอ้ำพูด

พริมยิ้ม จิตใจเธอเป็นปรกติแล้ว ไม่มีอะไรจะทำให้เธอหวั่นไหวจากไอ้แสบของเธอได้อีก

แววตาของอ้ำหม่นหมองยื่นกระเป๋าเอกสารให้

ฉันรวบรวมมาได้แค่นี้ แต่ก็น่าจะมากพอนะ

ยังไงก็ต้องให้คุณนัทตรวจก่อน

เธอเป็นยังไงบ้าง

ก็สบายดีนะ ฉันเห็นเธอตามสื่อต่าง ๆ ละครบ้าง หนังสือบ้าง หนังบ้าง เธอคงโอเคล่ะนะ

เธอก็น่าจะรู้ว่า ฉันเป็นยังไง

เธอแต่งงาน ลูกกี่ขวบแล้ว สองหรือสามขวบนะ

สองขวบ มีลูกก็เครียดหน่อย แต่ก็สนุกดี  รู้ไหมเขาชื่ออะไร

น้องแมคใช่ไหม ฉันรู้จากสื่อ

ใช่ มาจากคำว่า แมคคาเดเมีย

พริมอึ้ง เพราะมันคือ ของโปรดของเธอเอง

อ้ำพูดอีกว่า

ฉันไม่เคยลืมเธอ พริม เธอคือ คนที่ดีที่สุดของฉัน

ขอบคุณที่ยังนึกถึงกันอยู่นะ

แล้วเธอล่ะ

อะไร

ฉันคงทำให้เธอเจ็บปวดมากเกินไป  จนไม่คิดถึงกันแล้วใช่ไหม

คิดอยู่นะ แต่มันไม่เหมือนเดิมแล้วล่ะอ้ำ เราคงคุยกันได้แบบเพื่อนเท่านั้นนะ

อ้ำถอนใจ

ฤกษ์เป็นคนดี รักฉันมาก แต่เธอก็รู้ แม้ว่าจะดีสักแค่ไหน รักฉันมากสักแค่ไหน มันก็เท่านั้นแหละ

อ้ำจับมือเธอกุมไว้ ยกขึ้นแนบแก้ม

พริมนิ่งงัน

ก่อนจะดึงมือออก

ไม่ได้หรอกนะอ้ำ เธอมีครอบครัวแล้ว ให้มันผ่านไปได้แล้ว เราเป็นเพื่อนที่ดีกันเถอะนะ

ฉันไม่อยากคบกับเธอแค่เพื่อน สักวันหนึ่ง ถ้ามันเป็นไปได้ที่เราจะคบกัน เธอจะคบกับฉันอีกครั้งไหมพริม

พริมถอนใจ

ไม่ได้หรอก ไม่มีทาง

ทำไมล่ะ

ฉันมีคนที่ฉันรักอยู่แล้ว

อ้ำชะงัก

ผู้หญิง???”

อ้ำ เราเป็นอะไร เธอก็น่าจะรู้ ฉันคบได้แต่คนที่เหมาะสมเท่านั้น ฉันซื่อสัตย์ต่อตัวเองกระทั่งยอมออกจากบ้านซึ่งเธอก็เห็นอยู่ ฉันรู้ว่า สักวันหนึ่ง ไม่ว่าอย่างไร ฉันก็คงหนีตัวเองไม่พ้น

เธอคนนั้น คงโชคดีมากสินะ

ผิดแล้วล่ะอ้ำ คนโชคดีคือ ฉันมากกว่า

อยากรู้จังว่า เธอคนนั้นเป็นใคร อ้ำแม้จะดูเศร้า ๆ แต่เธอก็ต้องยอมรับสิ่งที่เธอทำไปเช่นกัน

จะดีหรือ พริมถาม

ชุดเจ้าสาวแสนสวยที่ใส่คู่กันที่เราเคยคิดกันไว้ เธอลืมไปหรือยัง และเธอใส่ร่วมกับเธอคนนั้นหรือยัง

พริมส่ายหน้า

เราคบกันด้วยใจ อาจจะฝันถึงชุดเจ้าสาวแสนสวยสองชุดบ้าง แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะยึดถืออะไรหรอกนะ ฉันใช้ชีวิตแบบที่ฉันเป็นจริง ก็พอแล้วล่ะ

อ้ำยิ้มให้ พริมรู้สึกดีที่อ้ำส่งสายตาแสดงความจริงใจให้

เธอรู้สึกดีเช่นกัน ที่ไม่ว่าอย่างไร อ้ำก็ไม่มีผลอะไรกับเธออีกแล้ว

ขออะไรหน่อยได้ไหม แล้วฉันจะไม่ขอเธออีก

อะไรล่ะ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงล่ะก็ได้เสมอ

ลาสต์คิส จูบครั้งสุดท้ายระหว่างเรา และต่อจากนี้ เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดไป

พริมรู้สึกแปลก ๆ

ยังจะมีลาสต์คิสอีกนะ

เธอมองไปรอบ ๆ เงียบ ไม่มีคน ไม่มีใคร ร้านมืดนิด ๆ กระจกร้านมีม่านไม่ให้คนเห็นจากด้านนอก

คงไม่มีอะไรมั้ง แค่จูบลา

เอาสิ เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดไปพริมพูด

ทั้งสองลุกขึ้น ก้าวมาใกล้ และจูบ

สำหรับอ้ำ คือความรู้สึกที่หอมหวาน

สำหรับพริม มันคือ ความรู้สึกที่สื่อด้วยความเป็นมิตร

อ้ำจูบดูดดื่ม อาจจะคิดว่า คงไม่มีโอกาสจูบแบบนี้อีกแล้ว

จนพริมชักเคลิบเคลิ้ม

ไอ้แสบเธอพึมพัม

จูบนี้ เงาร่างของพิมพ์อุษาทาบทับเข้ามา ไม่ใช่อ้ำ พริมเคลิ้มแต่ก็คิดว่า คนตรงหน้าคือ พิมพ์อุษาของเธอ

ม่านที่บังกระจกมีเงาดำ และเหมือนกำลังจะพยายามมองเข้ามาข้างใน และเงาในมือนั่น

ปืน !!!!!!!!!!!!!

พริมได้สติ รีบผลักอ้ำออกห่าง เสียงเก้าอี้เคลื่อน ทำให้เงาดำนั้นรีบวิ่งไปอีกทาง 

อ้ำดูงุนงง

อะไร

เมื่อกี้ เงาคน ถือปืน เหมือนจะพยายามมองมาทางนี้ แต่มันไปแล้วล่ะ

อะไรนะ

พริมดูหงุดหงิด

บ้าชะมัด เธอกับสามีถูกปองร้ายอยู่นี่ อาจจะมีคนสะกดรอยตามมานะ

อ้ำหน้าซีด

ฉันว่า ฉันแอบออกมาแล้วนะ

เธอจอดรถไว้ที่นี่เถอะ เดี๋ยวฉันไปส่ง แล้วค่อยให้คนมารับรถอีกที

ได้ ๆ

อ้ำวางเงินลงบนโต๊ะ พริมหิ้วกระเป๋าเอกสาร ก่อนจะออกจากร้าน ขอเช็คให้แน่ใจก่อน

ถ้ารถออกไปคันเดียว มันจะผิดสังเกตไหม อ้ำถาม

เอางี้ รถเธอจอดตรงไหน ของฉันคันสีเขียวนั่นแหละ

ของฉันก็จอดหน้ารถเธอไปสองคัน

พริมหยิบกุญแจรถตัวเอง

แลกกันขับนะ

จะดีหรือพริม

เธอขับเบนซ์ ฉันมิราจ รู้สึกว่ามันถูกลดคลาสไปรึไง

ไม่ใช่อย่างนั้น ถ้ามือปืนประกบยิง มันอาจจะเข้าใจผิดยิงเธอก็ได้นะ

ก็นั่นแหละถ้ามันจะยิงจริง ๆ ก็เป็นสิ่งที่ฉันอยากให้เป็นอย่างนั้น

เธอปกป้องฉันเหรอ

ก็ควรทำไมใช่หรือ

พริมหมายถึงการทำตามหน้าที่ของเธอ ในฐานะที่อ้ำจ้าง เพื่อนเก่า คนรักเก่า หรืออะไรก็ตาม

แต่อ้ำดูฟินเล็ก ๆ เพราะรู้สึกว่า พริมยังเหลือเยื่อใยอยู่

ไม่ต้องหรอกพริม ฉันนั่งมิราจไปกับเธอนั่นแหละ

 

 

มิราจ รถอีโคคาร์สีเขียวของพริม

เธอไม่ได้ชอบสีเขียวอ้ำพูด เธอชอบที่สุดคือ สีฟ้า

ไม่มีรถสีฟ้าให้จองเสียด้วยสิ พริมหัวเราะเบา ๆ อารมณ์เคร่งเครียดลดลง ดูท่าจะไม่มีอะไรแล้วล่ะมั้ง

อ้ำมองดูรูปผู้หญิงคนหนึ่งที่ติดอยู่บนคอนโซลหน้า

เธอเห็นแล้ว สาวดูหน้าหมวย แก้มพอง ตาเล็ก ๆ แต่น่ารักมากเหมือนกัน

ชื่อพิม แปลกดีนะชื่อคล้ายเธอเลยอ้ำมองชื่อเจ้าของรูปที่เขียนไว้ว่า รักแก...พิม

อือม์ เรียกดัง ๆ บางทีหันมามองทั้งคู่

ตลกดีนะ แฟนเธอก็น่ารักเหมือนกันนี่นะ ทำงานอะไรล่ะ

ทำร้านเพทชอบ เอานามบัตรไปสิ เผือจะไปซื้อหมามาเลี้ยงบ้าง

สายตาพริมเห็นมอร์เตอร์ไซด์คันหนึ่ง ที่กระจกมองหลัง

เธอเหยียบคันเร่ง

แต่รถคันนั้น เร็วจนหนีไม่ทัน

พริมเห็นว่า มอร์เตอร์ไซด์จะเข้ามาประกบ

คนสองคน ใส่หมวกกันน็อคทั้งคู่

และคนหนึ่งดูจะหยิบอะไรออกมา

พริมใจหายวาบ แต่แล้ว เธอก็เห็นมอร์เตอร์ไซด์อีกคัน เร่งขึ้นมาประกบมอร์เตอร์ไซด์คันนี้

คาวาซากิสีดำ บิ๊กไบค์กระทัดรัด

เธอรู้ว่าคนขับเป็นใคร

เธอเหยีบคันเร่ง เจ้าของคาวาซากิสีดำ ถีบรถที่ตามประกบล้มคว่ำ

พริมเป่าปาก

ทิ้งเหตุการณ์ไว้เบื้องหลัง

อ้ำยังตกใจไม่หาย

ใครน่ะ

ไม่ต้องกลัว เธอมาช่วยเรา

เธอ

แฟนเจ้านายฉันเอง

แล้วไม่กลัวว่าเธอจะเป็นไรไปหรือ

ฉันว่า ไอ้สองตัวนั่นโชคร้ายมากกว่านะ

 

ใช่แล้ว ความโชคร้ายมาเยือนมือปืนสองคนนั่นจริง ๆ

เพราะรถคาวาซากิจอดเอี๊ยด เจ้าของรถที่ยังไม่ถอดหมวกกันน็อค เดินเข้าไปหามือปืนที่รถกลิ้งอยู่

ทีแรกสองมือปืนจะหนี แต่เห็นอีกฝ่าย  ก็รู้สึกวางใจ

พริบตาที่วางใจ คนถือปืนก็ถูกเตะปืนหล่น

อีกคนถูกเตะที่กระดูกหน้าแข้งด้วยบู๊ทหนา จนกระดูกหัก

หันมาอีกคนที่เพิ่งปืนหล่น ก็ถูกบิดล็อค แล้วหักแขน

เธอยิ้มหยัน ๆ ในหน้ากากหมวกกันน็อค

วันหลังจะทำอะไร ดูบ้างว่า นี่มันหน้าสถานีตำรวจ สน.ทองหล่อ

หน้าสถานีตำรวจพอดี

ตำรวจมาแล้ว

หญิงสาวที่ยังไม่ถอดหมวกกันน็อค ชี้นิ้วสั่งตำรวจ

มือปืน พยายามฆ่า แต่ทำไม่สำเร็จ จับซะ

ตำรวจคนหนึ่งตะเบ๊ะ

ขอบคุณครับ ต้องขอตัวคุณไปเป็นพยานที่โรงพัก

หญิงสาวถอนใจ

ไม่อยากยุ่ง คุณเห็นเหตุการณ์แล้วนี่ เอางี้ ถ้าอยากจะถามอะไร ยังไง ติดต่อไปที่ N.I.D “

ตำรวจตาเหลือก 

ถามถึงฉันก็ได้ รัญชนา รวิวรุณ

เธอพูดจบ ก็ไปคร่อมคาวาสีดำ และขับออกไป

 

No Identity Department หน่วยไร้ตัวตน เป็นหน่วยงานสืบราชการลับสูงสุด ของหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ

บอกว่า N,I.D ทุกอย่างก็จบ

ถ้าจะถามว่า ในประเทศเรา มีซูเปอร์สปายอย่าง เจมส์ บอนด์ 007 หรือ แบล็ควิโดว์แห่งหน่วยชีลด์ ก็คงต้องหากันที่หน่วยนี้แหละ

รัญชนาเป็นคนของหน่วยนี้

เมื่อเธอมาช่วย พริมก็วางใจ

เธอมาส่งอ้ำที่ออฟฟิศ

ก่อนที่อ้ำจะลงจากรถ อ้ำก็ดึงเธอมาหอมแก้ม

ขอบคุณมากนะ ฉันรอดได้ก็เพราะเธอ

พริมจับแก้มถู ๆ เบา ๆ

นึกว่า จะลาสต์คิสไปแล้วเสียอีก พริมยังสีหน้าปรกติ 

แถมนิดหน่อยคงไม่เป็นไรใช่ไหม อ้ำยิ้ม พูดอีกว่า

ระหว่างเราถ้ามันเป็นไปได้ ก็ถือว่า ดีใช่ไหม

พริมส่ายหน้าช้า ๆ

ไม่ทันแล้วนะ ไม่ทันแล้ว

ฮ่ะ ๆ  ๆ  จ้า

อ้ำดูสดใสขึ้นจริง ๆ

พริมส่ายหน้าช้า ๆ อยากจะโทรหาธนัทสักหน่อย เพราะเชื่อว่าที่รัญชนามาช่วยได้ทัน ก็คงเป็นเพราะธนัทนั่นแหละ

แต่เสียงแมสเสจดังขึ้น

พริมขมวดคิ้ว เบอร์ที่ส่งมา เหมือนไม่ใช่เบอร์โทรศัพท์ทั่วไป

มันถูกส่งมาจากคอมพิวเตอร์ เว็บไซต์ที่ส่งแมสเสจในอินเตอร์เนต

ใครขวาง ตายทุกคน ทั้งแก และคนของแก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น