ตอนที่ 5 : ,มุมมองใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    3 พ.ย. 57

ธนัทเครียดมาตั้งแต่ตอนกลางคืน

ไม่ได้นอนก็ว่าได้

เพราะเขาอ่านแฟ้มข้อมูลที่อมลกาญจน์ให้พริมมา มันก็เยอะอยู่นะ อ่านแล้วคิด วิเคราะห์ ไม่หวังกับการมองนาฬิกาใช้พลังจิตเพราะไม่เห็นอะไรที่ต้องการสักที

กี้ช่วยเขาจนถึงเวลาต้องไปทำงานช่วงดึก ธนัทรู้ว่า งานเธอไม่เป็นเวลาเท่าไหร่ แต่ก็ได้ผังความสัมพันธ์ และสรุปถึงข้อมูลต่าง ๆ

จักร เทพลิขิต สร้างตัวจนมีฐานะมั่งคั่ง มีธุรกิจนับพันล้าน ไม่สิ เวลานี้ ต้องบอกว่าเป็นหมื่นล้านแล้ว

จักรมีบุตรธิดา ห้าคน

คนแรก คือ ฤกษ์ ดูจักรจะไว้ใจและมั่นใจในลูกคนโตมากที่สุด เพราะฤกษ์เป็นคนเก่ง ว่านอนสอนง่าย จักรจึงมอบกิจการส่วนใหญ่ให้ ที่ถือว่าเป็นไข่แดงของตระกูล คือ พื้นที่ธุรกิจ ทั้งศูนย์การค้า โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ของตระกูล

ฤกษ์ถือธุรกิจที่เป็นไข่แดงของตระกูลไว้ ถ้าบุตรคนอื่น หรือญาติมีปัญหา ก็สามารถตัดสินใจและมีอำนาจที่จะอนุมัติเงินสดของตระกูลเข้าโอบอุ้มช่วยเหลือ แต่จักรก็กำชับไว้ว่าอย่าตามใจกันจนเกินไป

คนที่สอง ภพ ถือธุรกิจขนส่ง ภพมีปัญหาเรื่องการทำธุรกิจ เป็นคนไม่รอบคอบ จนธุรกิจขาดทุน มีหนี้สิน และรบกวนฤกษ์เรื่องการเงินมากที่สุด จนฤกษ์ต้องยื่นคำขาดว่า ถ้าไม่ปรับปรุงวิธีการทำธุรกิจ คงอุ้มต่อไม่ไหว ท้ายสุด ก็ขัดแย้งกับฤกษ์เพราะเรื่องนี้

คนต่อมาเป็นผู้หญิงชื่อราศี แต่งงานกับนายทหารซึ่งเวลานี้ติดยศนายพล จักรไม่ค่อยชอบลูกเขยคนนี้ เพราะรู้ว่า พัวพันกับกลุ่มมือปืนซุ้มประจิม และธุรกิจผิดกฏหมายหลายอย่างตามประสาทหารนอกแถว จักรจึงให้แค่บ้าน ที่ดิน เงินสดและทรัพย์สินจิปาถะที่พอจะให้เลี้ยงตัวและเป็นหน้าเป็นตาได้ ไม่ให้ข้องแวะกับธุรกิจประจำตระกูลเลย ราศีไม่พอใจจักร แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ พาล ๆ ไม่พอใจพี่ชายคนโตด้วย

ที่น่าสนใจจากข้อมูลของ N.I.D ที่กี้หามาให้ เสธ.ไตรรัตน์ สามีของราศี ก็วางมือจากธุรกิจผิดกฏหมาย รวมถึงมือปืนซุ้มประจิมแล้ว เพราะถูกนายที่เกลียดทหารนอกแถวจับตามองถึงกับต้องยอมล้างตัวเองให้หมดจด คนใหม่ที่เข้ามาดูแลซุ้มก็ริดรอนอำนาจจนบารมีที่มีแต่เดิมไม่เหลือแล้ว ระดับที่ว่า จะมีใครจ้างยิงเสธ.ซะเอง ซุ้มก็คงจะรับงานโดยไม่ทราบแน่ว่า ตกลงเสธ.เคยมีความเกี่ยวข้องยังไง

แต่ยังไงเสธ.ก็รู้ล่ะ ว่าจะไปจ้างวานยังไง ตรงไหน กับใคร

คนที่สี่  พิจิก คนนี้ได้ธุรกิจร้านอาหาร กับค่ายมวย เขาเป็นนักพนัน และบ่อยครั้งที่เสียพนันจนฤกษ์ต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เป็นปากเสียงกันบ่อยครั้งเพราะพิจิกหมดเงินกับการพนันไปมาก

คนสุดท้าย ทักษิณา เป็นน้องสาวคนเล็ก ทำธุรกิจแฟชั่น ทำตัวเป็นเซเลปหน้าใหญ่และใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เป็นสาวปาร์ตี้ที่วัน ๆ เอาแต่เที่ยวเตร่ ดูเหมือนจะติดยาเสพติด และน่าจะมีธุรกิจผิดกฏหมายบางอย่างด้วย

จักรตั้งชื่อลูก ๆ ด้วยศัพท์ทางโหราศาสตร์ ดูเหมือนเขาจะเรียนวิชาโหราศาสตร์มาอย่างช่ำชอง จนรู้ว่า อนาคตของลูก ๆ แต่ละคนควรจะเป็นอย่างไร และเขาก็มอบมรดกให้ฤกษ์ดูแลเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะในบรรดาลูก ๆ ทั้งหมด ฤกษ์ดูดีที่สุดแล้ว

แต่ฤกษ์ก็เสียที่เป็นคนอ่อนไหว รักใครรักจริง เคยอกหักจนจะฆ่าตัวตายมาครั้งหนึ่ง เพียงแต่พอวัยวุฒิมากขึ้น ก็แยกแยะได้ระหว่างเรื่องส่วนตัวและการงาน จึงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก

จักรเสียชีวิตไปแล้ว ก่อนเสียชีวิต ก็ได้แต่มองฤกษ์อย่างฝากความหวัง ฤกษ์เท่านั้นที่จะทำให้ตระกูลเทพลิขิตยังคงอยู่ต่อไปได้

ธนัทมองดูชาร์จที่ผนัง

ดู ๆ แล้ว ถ้าจะเกิดศึกสายเลือดในตระกูลกันจริง ๆ  ทางน้องคนที่สาม หรือราศี น่าจะเข้าข่ายมากที่สุด แต่ก็ยังสรุปไม่ได้ ราศีอาจจะไม่ได้ทำเอง แต่ถ้าสามีนายพลทหารนอกแถวล่ะก็ไม่แน่

ยกเว้นแต่ทักษิณาแล้ว พี่น้องทุกคนมีปมที่จะขัดแย้งกับฤกษ์ได้ทั้งสิ้น แถมยังได้ประโยชน์เต็ม ๆ ทุกคนถ้าฤกษ์เสียชีวิต

ข้อมูลบอกว่า ถ้าฤกษ์ตาย มรดกที่ฤกษ์ถือไว้ จะต้องถูกแบ่งเค้กกันใหม่ และเป็นสิ่งที่น้อง ๆ ทุกคนต้องการ

ยิ่งถ้าอ้ำตายด้วย ยิ่งแบ่งกันได้มากเข้าไปอีก ต่อให้มีเหลือถึงแมค ลูกชายวัยสองขวบ แต่แมคก็ยังเด็ก คงทำอะไรไม่ได้ น้อง ๆ ของฤกษ์คงแย่งกันดูแลแมค เป็นคนดูแลผลประโยชน์ให้หลานชายตัวน้อยคนนี้ ซึ่งกว่าแมคจะโตพอจะรู้เรื่อง มรดกจะเหลือสักเท่าไหร่กัน

ตระกูลใหญ่ มรดกเยอะ มันก็แย่งชิงกันมากขนาดนี้แหละ

ข้อมูลทั้งหมด เหมือนจะทำให้ทุกคนสรุปว่า น่าจะมาจากฝีมือของราศีและสามี แต่ธนัทคิดว่ามันง่ายเกินไปไหม และเขาก็ยังไม่เห็นอย่างที่ข้อมูลชี้มา

กี้ส่งคนของหน่วยเธอไปตรวจสอบมือปืนสองคนที่เธอจับส่งสน.ทองหล่อ แค่เห็นหน้า คนของเธอก็บอกได้ชัดเจนว่ามือปืนสองคนนี้ มาจากซุ้มประจิมแน่นอน แต่รู้ไปก็แค่นั้น เอาหลักฐานที่ไหนสืบต่อล่ะ

จะสอบปากคำยังไง ก็คงไม่รู้เรื่องอะไรหรอก เพราะมือปืนซุ้มนี้มีระบบการจัดการที่ดี รู้แต่เหยื่อและเป้าหมาย ไม่รู้จักผู้ว่าจ้าง ถามยังไงก็ตอบไม่ได้ ถ้าจะว่า เสธ.ไตรรัตน์ที่เป็นสามีของราศี น้องสาวของฤกษ์ส่งมา ก็ดูจะง่ายไปหน่อย

และชั่วประเดี๋ยว บางอย่างก็จะทำให้เรื่องเงียบไปเอง เรื่องนี้ เป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว มือปืนคงถูกจับติดคุก แต่ก็แค่นั้น

ฉะนั้น ความสำคัญของมือปืนสองคนนั้น จึงหมดอยู่แค่นี้ ปล่อยให้ตำรวจจัดการกันเอง ไม่ต้องไปยุ่งอะไรมาก

ที่น่าเครียดคือ ถามถึงคนบงการฆ่าผ่านนาฬิกา ก็ไม่เห็นอะไรอีก ทำไมถึงเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้

ธนัทครุ่นคิดจนถึงเช้า จอยเข้ามาในห้องทำงานเขา ก็อดจะเตือนให้เขาพักผ่อนบ้างไม่ได้

เวลานี้ ธนัทกำลังมุ่งเป้าไปที่คนที่ต้องสงสัยน้อยที่สุด คือ ทักษิณา เธออาจจะไม่มีข้อขัดแย้งกับพี่ชายคนโตเลยก็จริง แต่ยิ่งมีปมปัญหาระหว่างกันน้อย มันก็ยิ่งน่าสงสัยไปอีกแบบ

ทักษิณาเอง ก็มีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฏหมาย เพียงแต่ยังไม่สามารถสืบสาวถึงแค่นั้นเอง

จอยไม่เคยเห็นธนัทเครียดขนาดนี้ ที่ผ่านมา เขามักจะแก้ไขทุกเรื่องได้อย่างปลอดโปร่ง เพราะเขา เห็นทุกอย่างมาตั้งแต่ต้น

ครั้งนี้ เขาไม่เห็นอะไรเลย ก็น่าเครียดอยู่หรอกนะ ดูสิ เครียดจนยังไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตั้งแต่เมื่อวาน อยู่เข้าไปได้ยังไง

จอยเอาคาปูชิโน่มาให้ สวนทางกับพริมรดา ที่เข้ามาในห้อง

พริมรดาตกใจที่เห็นธนัทยังอยู่ในชุดเดียวกับเมื่อวาน น้ำท่าก็คงยังไม่อาบด้วยกระมัง

เธอกะว่าจะไม่บอกเรื่องที่เธอได้รับแมสเสจ ทั้งข้อความ ทั้งรูปที่ทำให้พิมพ์อุษาเครียดจนมึนตึงกับเธอไป มันอาจจะให้เบาะแสอะไรบางอย่างได้บ้างล่ะนะ แต่มันจะทำให้คุณนัทเครียดมากขึ้นหรือเปล่าที่เอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาให้ในตอนนี้ 

ธนัทนั่งหลังโต๊ะทำงาน ตาเหม่อดูนาฬิกา คิดอะไรคนเดียวอยู่นาน

 พริมนั่งหน้าโต๊ะ คิดอยู่นานเช่นกัน  ในที่สุดก็ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

เมื่อวาน ฉันได้แมสเสจสองข้อความนี่ค่ะ ดูเหมือนจะส่งผ่านอินเตอร์เนต ระบุหมายเลขไม่ได้

เธอยื่นแมสเสจให้ธนัทดู

ธนัทรับมา เหม่อมองชั่วระยะเวลาหนึ่ง สลับกับมองนาฬิกาที่ผนังด้านหลังพริม

ทำไมเพิ่งบอกธนัทเบิกตากว้างเหมือนเจออะไรบางอย่าง

เห็นว่าคุณธนัทเครียด แล้วก็น่าจะหาหลักฐานจากส่วนอื่นได้มากกว่า

ธนัทตาเป็นประกาย

ใครบอกล่ะ นี่หลักฐานชั้นดีเลยล่ะ โธ่เอ๊ย ฉันนี่โง่จริง ๆ

พริมรดาเห็นสีหน้าเขาเปลี่ยนก็ดีใจ เพราะความเครียดของธนัทเหมือนหายไปเป็นปลิดทิ้ง

แค่แมสเสจขู่ กับรูปที่อ้ำจูบฉันนี่อะนะ

พริม ฉันเดาเอานะ เธอมีคิสแบบนี้กับอ้ำที่อื่นอีกใช่ไหม

พริมอึ้ง จะบอกได้ยังไง ลาสต์คิส ที่ร้านกาแฟซอยทองหล่อ

แต่คงต้องบอกแล้วล่ะ

ค่ะ อ้ำขอจูบลา เพื่อจะได้ไม่ค้างคาใจอะไรกันอีก นับแต่นี้ เราก็จะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

เชื่อไหม เดี๋ยวมันจะมีรูปเหล่านั้นออกมาด้วย อือม์ เธอจูบกันที่ร้านกาแฟที่อ้ำนัดเจอเธอใช่ไหม

ค่ะ

ถ้าเดาไม่ผิด รูปนี้ ควรจะส่งให้พิมพ์อุษาเห็นด้วย และถ้าเดาต่อ เมื่อคืนเธอควรจะมีปัญหากับพิมพ์อุษาเพราะรูปนี้

ไม่รู้พริมจะรู้สึกอย่างไรดี เครียดก็เครียด แต่ดีใจก็ดีใจ ที่เจ้านายเป็นเหมือนเดิม

พริมรดานึกอะไรขึ้นมาได้

เมื่อวาน ฉันเห็นรถน่าสงสัยมาจอดหน้าออฟฟิศเรา ให้จอยไปเช็ค ก็บอกว่า หลงทาง

แล้วก็มีใครมาปรากฏตัวให้เธอเห็นตอนทานข้าวใช่ไหม

พริมอึ้ง

คุณนัทพูดยังกะนั่งอยู่ด้วยเลยค่ะ

เพราะฉันรู้เรื่องหมดแล้วล่ะสิ ฮ่า ๆ ๆ ธนัทดีใจ และมีแววตาคล้ายเด็ก ๆ พริมก็พลอยดีใจไปกับเขาด้วย

แต่แล้วพริมก็สะอึก

รู้กระทั่งเมื่อคืน เธอกับไอ้แสบของเธอ ฟินกันขนาดไหน ฉันไม่คิดนะพริมรดา ว่าเธอจะหื่นได้ขนาดนั้น ฮ่า ๆ ๆ

แซวแรงไปไหมคะพริมเขินจริง ๆ แต่ก็แกล้งทำเสียงเข้ม

ขอโทษที มัวดีใจ เลยอดแหย่ไม่ได้ ตอนนี้ ช่วยโทรฯหาสุดที่รักของฉันด่วนเลยนะ ด่วนสุด ๆ

หมายถึงคุณกี้ใช่ไหมคะ

เอ๋า ถ้าหมายถึงคนอื่น ฉันก็ตายห่านพอดี มือปืนสองคนยังอัดซะหมอบ ฉันจะไปเหลือเหรอ

พริมรดาหัวเราะ ดีใจกับเจ้านายจนลืมไปว่าตัวเองก็เครียดกับไอ้แสบอยู่

เรื่องพิมพ์อุษา เดี๋ยวฉันเคลียร์ให้เอง ไม่ต้องกังวลไปนะธนัทยังอุตส่าห์รู้  

พริมรดาจะโทรศัพท์หากี้ แต่ไลน์เธอดังขึ้น

เมื่อเปิดอ่าน ก็ลังเลยังไม่กล้าตอบตอนนี้ เพราะจะโทรหากี้อยู่

ถ้าเป็นไลน์จากจอย ก็ตอบไปเถอะ เอากุญแจรถให้ไปด้วย กำชับจอยว่าอย่าเพิ่งรีบกลับ

พริมรดามองหน้าเขา คุณนัทคนเดิมกลับมาแล้วจริง ๆ ด้วยสิ

 

 

ธนัทกลับเข้ามาในห้องทำงานอีกครั้ง พริมยังรอเขาอยู่

เวลานี้ เขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย และคุยโทรศัพท์กับกี้ไปด้วย

พอคิดอะไรออก ก็ไปทำธุระส่วนตัวเลย ปล่อยให้พริมรออยู่นานขนาดนี้ แต่ก็ช่างเถอะ พริมไม่ซีเรียดอยู่แล้ว แค่เห็นเจ้านายสบายใจจนยอมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ ก็ดีนักหนาแล้ว

เขาวางสาย ก่อนจะพูดกับพริมว่า

อย่าเพิ่งตกใจนะ

ตกใจค่ะ พริมรดาแกล้งแหย่เจ้านาย

พิมพ์อุษาถูกลอบฆ่าที่ร้าน

พริมอ้าปากหวอ

หัวใจตกวูบ แทบจะทำอะไรไม่ถูกแม้แต่จะหายใจ

เฮ้ย เป็นไร บอกว่าอย่าตกใจไงธนัทโวย

ไอ้แสบเป็นไงบ้างคะ เธอฝืนพูดอย่างยากลำบาก นึกถึงแมสเสจขู่ฆ่า ในที่สุด มันก็ทำจริง ๆ

มีจอยอยู่ด้วย เธอวางใจได้ จะฆ่าไอ้แสบของเธอ คงต้องขนกันมาสักกองร้อยแล้วล่ะมั้ง

พริมรดาเป่าปาก เช็ดน้ำตา โล่งใจ

เมื่อกี้ยังจะเล่นมุกอีก ธนัทแหย่

ไม่นึกว่าจะซีเรียดขนาดนี้ คุณนัทก็รู้นี่คะ ไอ้แสบมันคือชีวิตของพริมนะ

แต่ไม่ต้องกังวล เพราะฉันคิดไว้แล้ว เลยต้องให้จอยอยู่ด้วย แต่เธอต้องช่วยฉันด้วยนะ

ช่วยอะไรคะ

แค่เสียใจเหมือนไอ้แสบมันตายจริง ๆ แค่นั้นแหละ

แล้วไอ้แสบมันบาดเจ็บ มันอะไรไหม

เดี๋ยวก็ถามเองสิ กำลังมาแล้วธนัทพูดห้วน ๆ พริมรู้สึกได้ว่า เขากำลังมีอะไรอยู่ในใจ ไม่ได้คิดมาก ไม่ได้เครียด แต่เป็นการวางแผนอะไรสักอย่าง

 “พร้อมจะเสียใจได้หรือยัง เสียใจอย่างเดียวไม่พอต้องเสียใจไปโทรศัพท์ไปด้วยนะ"

พริมรดางุนงง แต่ก็ตอบเบา ๆ

ค่ะ

 

 

คืนนั้น

ฤกษ์  เทพลิขิต นั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นในคฤหาสต์หลังใหญ่ของเขา

เขาเป็นชายหนุ่มใหญ่ที่มีเสน่ห์ รูปหล่อ และฉลาดมากคนหนึ่ง

เขานั่งดื่มคอนยัคเพียว ๆ สีหน้าเครียด

ดื่มหลายแก้ว จนเริ่มจะมึนเมาแล้ว

เขากุมศีรษะ ลูบผม แล้วดื่มอีก  แก้วทรงก้านสูงไม่พร่องเหล้าแม้แต่วินาทีเดียว

เขามองดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

ไม่ใช่เหล้า ไม่ใช่แก้วเหล้า แต่เป็นแทบเลตส่วนตัว

ใช่ รูปที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นมาก่อนในชีวิตนี้

มีคนเดินเข้ามา

ฤกษ์เงยหน้ามอง

ภรรยาสุดที่รักเขา อมลกาญจน์ หรืออ้ำ

ฤกษ์มีแววตาที่เจ็บปวด เจ็บปวดที่สุด

ไม่มีอะไรจะเจ็บปวดไปกว่าภรรยานอกใจอีกแล้ว สำหรับฤกษ์

แล้วก็หักมุมเจ็บหนักเข้าไปอีก เพราะภรรยาเขาไม่ใช่แค่นอกใจเท่านั้น

นั่งสิอ้ำ

มีอะไรคะฤกษ์ ดูคุณเครียดจัง

ฤกษ์หยิบของบนโต๊ะให้ดู

อ้ำมือเย็นเฉียบ แทบเลตบนโต๊ะ มีรูปเธอกับพริมรดา รูปในรถมิราจเขียว กับรูปในร้านกาแฟ

กล้องสปาย ใช่แน่ ๆ ใครต้องแอบไปติดไว้ในร้าน

สิ่งที่ไม่คิดว่าจะเปิดเผยออกมากลับเปิดเผยออกมาแล้ว

มีภาพเคลื่อนไหวด้วยนะฤกษ์พูด จูบดูดดื่มมาก เธอเล่นละครเก่งจริง ๆ มีคนเคยบอกฉันว่า เธอเป็นเบี้ยนตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย แต่ฉันไม่เคยเชื่อเลย

อ้ำอึ้ง หลักฐานอยู่ตรงหน้า จะปฏิเสธก็คงไม่ได้แล้ว

ไม่ได้เป็นตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยหรอกค่ะ

อ้ำปิดหน้าร้องไห้

เป็นมาตั้งแต่เกิดแล้ว

เธอมาแต่งงานกับฉันทำไม

ฉันรักคุณค่ะฤกษ์

ฤกษ์จิบเหล้า

คิดว่าผมโง่หรือไง หยุดพูดเรื่องรักไปเลย คุณเนียนมากนะอ้ำ คุณมีลูกกับผม คุณทนกับผม คุณแสดงละครเพื่ออะไร เพื่อเงินของผมใช่ไหม

อ้ำพูดไม่ออก

ใครส่งรูปพวกนี้มาให้คุณ

คิดว่าใครล่ะ ยัยทักษิณาน่ะสิ ยัยทักษิณาบอกฉันตั้งแต่ที่ฉันคิดจะแต่งกับเธอแล้ว ว่าเธอเป็นเบี้ยน คนเขารู้กันทั้งคณะที่มหาวิทยาลัยเธอ แต่ฉันไม่เชื่อ เพราะฉันคิดว่า มันแค่เด็กวัยรุ่นเล่นสนุก ๆ หรือเธออาจจะคบตามแฟชั่น ฉันเชื่อสายตาเธอที่เธอมองฉันมากกว่า แต่ นี่อะไร ยัยทักบอกว่า ผู้หญิงคนนี้ คือคู่เบี้ยนตั้งแต่เธอเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว

อ้ำอึ้ง

คุณทักเธอรู้ได้ยังไงคะ

ทักษิณาอยู่กับสังคมที่มีแต่คนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ทำไมจะไม่รู้ล่ะอ้ำ เด็กที่เรียนคณะเดียวกับเธอ มหาวิทยาลัยเธอก็รู้จักทักษิณาหลายคน ฉันคิดว่า เค้าแค่ยุ่งเรื่องชาวบ้านไร้สาระไปวัน ๆ ใครจะรู้ว่า ทุกอย่างเป็นความจริง

อ้ำถอนหายใจ ถึงขนาดนี้ คงทำอะไรไม่ได้แล้ว

ฉันแค่ขอลาสต์คิส จูบลาเพื่อนเก่า ใช่ ฉันเคยคบกับเธอ แต่เวลานี้ ฉันมีคุณ ฉันรู้ว่าฉันอยู่ในสถานะไหน ฉันรักลูก รักคุณ แต่ขอให้ฉันได้จูบลาความหลังบ้าง มันผิดตรงไหน ฉันกับเธอมีความรับผิดชอบกับสิ่งที่เราเป็น และทุกอย่างมันแค่อดีต เวลานี้ ฉันมีแต่คุณ

ฤกษ์นิ่งงัน

เขาเมาแล้ว เมามาก เมาจนอยากจะนอน อยากจะหลับไปให้พ้น ๆ จากเรื่องนี้

เมา .....ฤกษ์ขมวดคิ้ว

อ้ำยิ้มเยือกเย็น

แต่อีกสักครู่ คงไม่มีคุณแล้วนะ

ฤกษ์ใจหายวาบ

อะไรนะ

หลับซะนะที่รัก หลับให้สบาย

ฤกษ์ฝืนไม่ไหวแล้ว ในเหล้าไม่ได้มีแต่เหล้า

แค่ยานอนหลับน่ะ แต่คุณจะไม่ตายด้วยยาหรอกฤกษ์ เพราะฉันคิดว่า การยิงตัวตายเมื่อเห็นเมียเป็นเลสเบี้ยน มันก็สมเหตุสมผลกับคุณดี เพราะใครก็รู้ว่าคุณเป็นคนอ่อนไหวกับความรักแค่ไหน

ฤกษ์ฝืนต่อไปไม่ไหวแล้ว ยาออกฤทธิ์จนเขาทรงกายไม่อยู่

เขาหลับไปตรงนั้น

อ้ำยิ้มเหี้ยมเกรียม

เธอใช้ผ้าเช็ดหน้า หยิบปืนจากกระเป๋าถือ ปืนกระบอกเล็ก ๆ

และวางไว้ในมือเขา ให้มือเขาถือปืนจ่อขมับ

เอาล่ะ พอได้แล้ว เสียงหนึ่งดังขึ้น

อ้ำใจหายวูบ บ้านนี้ไม่น่าจะมีใครอยู่แล้วนี่

หญิงสาวผิวคล้ำร่างสูงปราดเข้ามา ฉวยปืนออกไป

หญิงสาวอีกคนเข้ามารวบตัวอ้ำไว้

คงดิ้นไม่หลุดแล้วนะ คุณอมลกาญจน์

ธนัทก้าวเข้ามา พร้อมทั้งชายหญิงคู่หนึ่ง อ้ำจำได้ว่าคือ ราศีและสามี เสธ.ไตรรัตน์

  “แค่พยายามฆ่า แต่ยังไม่ได้ฆ่า โทษเบาหน่อย ก็ขึ้นกับคุณฤกษ์ ว่าเขาจะทำยังไงกับเธอแล้วกัน ไม่ต้องห่วงนะ คุณราศีบอกผมแล้ว ที่คุณจ้างผม เดี๋ยววางบิลกับสามีคุณได้เลย

 

ร้านกาแฟ เนฟเวอร์ไมด์ ปรกติไม่เปิดตอนดึก

แต่เวลานี้ แสงสว่างในร้าน แสดงให้เห็นถึงทุกคนที่กำลังดื่มฉลอง  ด้วยไวน์คูลเลอร์เป็นแพค 

แต่ไม่ว่าดึกขนาดไหน เครื่องดื่มโปรดของธนัทคือคาปูชิโน่อยู่นั่นแหละ เขาไม่ชอบดื่มของมึนเมา แต่กาแฟนี่ ยังไงก็ขาดไม่ได้ จนต้องตั้งร้านกาแฟส่วนตัวไว้ที่ออฟฟิศนี่แหละ

กี้ จอย ชนแก้วไวน์คูลเลอร์

พริมรดากับพิมพ์อุษายืนคู่กัน วันนี้ พิมพ์อุษาก็มาค้างที่นี่อีกเช่นเดิม 

นึกว่าจะไม่ได้เปิดร้านแล้ว เสียรายได้หลายวันคงแย่พิมพ์อุษาพูด โชคดี มันจบเร็วนะ

ต้องจบสิ เอลลี่พูด เราต้องเชื่อมั่นในตัวเจ้านายใช่ไหม

เธอพูดพลางจิบไวน์คูลเลอร์ ซัดไปหลายแก้วจนชักจะไม่ไหวแล้ว

พริมรดาหัวเราะ

เอาล่ะค่ะ นิยายหรือหนังนักสืบ มักจะเฉลยปริศนาตอนจบ ได้เวลาเฉลยแล้วค่ะ

ธนัทหัวเราะ

จอยเคยพูดเรื่องนึง ทำให้ฉันตาสว่าง นั่นคือ การตั้งคำถาม ฉันตั้งคำถามผิด มันก็เลยออกทะเลเข้ารกเข้าพงไปกันใหญ่ เพราะการตั้งคำถามว่า ใครบงการฆ่า มันผิด

หมายความว่ายังไงคะจอยถาม

เพราะมันไม่มีการบงการฆ่ามาตั้งแต่ต้นน่ะสิ มีแต่การสร้างสถานการณ์ อ้ำสร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนมีคนบงการฆ่า แต่จริง ๆ มันไม่มีเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก เธอจ้างมือปืนแต่ไม่ได้จ้างให้ฆ่า แค่ทำให้ดูเหมือนมาฆ่า จ้างคนวางกล้องไว้ในร้านกาแฟ จ้างคนแอบถ่ายรูป ให้คนตามพริม ทุกอย่างคือการสร้างสถานการณ์ให้เราเขวไปหาคนอื่นทั้งสิ้น ทีนี้ เรามุ่งประเด็นไปที่ญาติพี่น้องคุณฤกษ์ มันเลยขบไม่แตก เพราะพวกนั้นไม่ได้คิดจะทำอะไรเลย

การตั้งคำถามว่า ญาติพี่น้องคนไหน เป็นคนบงการฆ่า จึงไม่ใช่คำถามที่ถูกต้องใช่ไหมกี้ถาม เข้าใจแล้วว่าทำไมธนัทถึงไม่เห็นภาพจากการมองนาฬิกา

คำตอบที่แท้จริงคือไม่มีญาติคนไหนบงการฆ่า ก็ถูกแล้วที่จะไม่มีภาพใดขึ้น และก็ถูกแล้วที่มีภาพอ้ำที่มีความรักกับพริมรดาขึ้นในตอนแรก

มันคือสาเหตุสำคัญเลยล่ะ

ใช่ ถ้าคิดดูให้ดี ถ้าฤกษ์ตาย คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคืออ้ำ เพราะหนึ่ง  เธอจะได้มรดกในฐานะภรรยา และเลี้ยงดูลูกของคุณฤกษ์ไปจนโต ซึ่งก็คงได้เป็นผู้ดูแลมรดกให้ลูกอีก ถามว่าเท่าไหร่ มากไหม มันก็มากพอที่จะแลกกับชื่อเสียงที่เสียไป และออกจากวงการบันเทิงไปอยู่กับพริมได้สบาย ๆ

พริมรดากับพิมพ์อุษามองหน้ากัน พริมพูดขึ้น

"หรือว่า การเจาะจงใช้นัทคอนเซาลท์แตนส์จะมีเป้าหมายที่พริมตั้งแต่แรก"

คิดว่าใช่ อ้ำคงรู้ว่าเธอทำงานกับฉัน ทีนี้  ธนัทอธิบายต่อการส่งรูป ส่งแมสเสจมาให้พริมรดา มันนำไปสู่คำถามใหม่  ว่าใครส่ง มันจึงหลุดจากวังวนเดิม ๆ ได้  เพราะฉันได้มีการตั้งคำถามใหม่นั่นเอง

เข้าใจล่ะ กี้พยักหน้ารวมถึงการส่งคนไปฆ่าพิมพ์อุษาด้วยใช่ไหม

ใช่ เพราะครั้งนี้ แม้เป็นการสร้างสถานการณ์เหมือนเช่นเดิม แต่ก็มีวัตถุประสงค์แฝง พริมรดาคงกลับไปรักอ้ำอีกไม่ได้ ถ้ามีไอ้แสบอยู่ การสร้างสถานการณ์ในครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์ในการกำจัดพิมพ์อุษารวมอยู่ด้วย ดังนั้น คำถามที่ว่า ใครส่งคนมาฆ่าพิมพ์อุษา จึงเป็นคำถามที่ทำให้หลุดจากวังวนเดิม ๆ อีกเช่นกัน นั่นแปลว่า อั้มพลาดที่ทำให้ฉันตั้งประเด็นคำถามใหม่ ๆ ได้ถึงสองครั้ง

ธนัทพูดอีกว่า

พริมรดาคงเสียใจมากมายอยู่ล่ะ ตอนที่ไอ้แสบตาย แล้วตอนนั้น ถ้าอ้ำเข้ามาล่ะ การหวนกลับไปคบหาก็จะทำได้ง่ายขึ้น เพราะสามีเธอก็ตายเหมือนไอ้แสบ

พริมรดาถอนใจ

ไม่อยากบอกเลย ว่าเปล่าประโยชน์

หมายความว่ายังไงอะแกพิมพ์อุษาถาม

ถ้าแกตายจริง ฉันก็จะไม่มีใครอีก เพราะคงหาใครที่ฉันรักได้เท่าแกไม่มีอีกแล้ว

น้ำเน่าจริง ๆ เอลลี่หัวเราะเสียงดัง ก่อนจะล้มกลิ้งเพราะเมาจัด

พิมพ์อุษาประคองเพื่อน แต่เอลลี่ไปซะแล้ว

ธนัทหัวเราะ

ปล่อยไว้นั่นแหละ แต่แหม  พูดดูจริงจังเวอร์ดี

จอยพูดว่า

วัตถุประสงค์ของอ้ำ คือ หลุดจากชีวิตแต่งงานกับคนที่เธอไม่สามารถรักได้อย่างคุณฤกษ์ พร้อมทั้งมรดกก้อนโตที่พึงจะได้ในฐานะภรรยา แล้วกลับมาคบกับพริมรดา คนรักเก่าที่เธอทิ้งไป นี่คือสาเหตุที่แท้จริงสินะ

"ถ้าจะมองว่าทำไมไม่หย่าและบอกความจริง คิดว่าเธออาจจะได้เงินน้อยเกินไป จนดูไม่คุ้มค่า ความโลภเลยทำให้เธอต้องวางแผนเพื่อจะนำไปสู่การฆ่าตัวตายของคุณฤกษ์ในที่สุด"กี้พูดต่อ"เพราะไม่ว่าอย่างไรสิทธิ์ของภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายก็ยังคงมีอยู่"

ธนัทเสริมว่า

มันคือแรงจูงใจในการก่อเหตุที่ฉันมองข้ามไปตั้งแต่แรกได้ยังไงก็ไม่รู้ ญาติพี่น้องคนอื่น อาจจะต้องการเงิน แต่อ้ำ นอกจากเงินแล้ว เธอยังต้องการชีวิตของเธอคืนมาอีกด้วย มันสมเหตุสมผลอย่างที่สุดแล้วล่ะ ใช่ไหมพริมรดา

ค่ะ การอยู่กับคนที่ไม่มีทางรักไปได้ มันคือความทรมาณอย่างที่สุด เธอไม่สามารถอยู่แบบนั้นได้ตลอดไปแน่นอนค่ะ ฉันก็ถึงกับต้องยอมออกจากบ้าน เพื่อจะได้เป็นตัวของตัวเองนี่ยังไง แต่จะว่าไป ต่อให้ไม่มีฉันเข้าไปเกี่ยวข้อง สำหรับเธอ การหลุดออกมาจากสิ่งที่เป็นอยู่ ก็คุ้มค่าอยู่ดี

ที่เหลือ ก็คือ การสร้างสถานการณ์ให้เกิดความไขว้เขว และไม่มีใครสาวไปถึงตัวเธอได้ เธอจงใจจ้างมือปืนซุ้มประจิม เพื่อให้คนมองไปที่คุณราศีกับเสธ.ไตรรัตน์ ซึ่งจริง ๆ แม้เสธ.จะเคยเกี่ยวข้องกับซุ้มประจิม แต่ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวนานแล้ว เธอให้คนส่งรูปและคลิปทั้งหมดไปให้คุณทักษิณาน้องสาวคนเล็กเพราะรู้ว่า ยังไงเสีย คุณทักษิณาคงต้องส่งต่อให้พี่ชายเธอดูแน่ ๆ ซึ่งรูปคลิปมันจะมาจากไหน คงไม่สำคัญเท่าไหร่สำหรับคุณทักษิณา แต่สำหรับคุณอ้ำมันคือการทำให้คนอื่นสงสัยว่าคุณทักษิณาอาจจะอยู่เบื้องหลัง"

กี้ชูแก้วไวน์คูลเลอร์แล้วจิบ

นายก็สร้างสถานการณ์ย้อนรอย เหมือนกับว่า ที่อ้ำเธอส่งคนมาฆ่าพิมพ์อุษา สามารถทำได้สำเร็จ ให้ฉันจัดฉาก เพื่อจะให้มีข่าวไปถึงอมลกาญจน์ ให้พริมรดาเสียใจ โทรไปคร่ำครวญกับอ้ำอีก มันทำให้อ้ำวางใจ  และเธอจะใช้จังหวะที่พิมพ์อุษาตาย รีบกำจัดคุณฤกษ์เสีย ด้วยการจัดฉากฆ่าตัวตาย โดยใช้สาเหตุที่รู้ว่าภรรยาตัวเองเป็นเลสเบี้ยน แม้จะทำให้สังคมรู้ว่าตัวเธอเองเป็นอะไร แต่เธอคงไม่สนใจแล้ว

แล้วฉันก็ติดต่อคุณราศีกับเสธ.ไตรรัตน์  แจ้งเรื่องให้ทราบ เพื่อจะได้แอบเข้าบ้านเทพลิขิต ให้ได้หลักฐานคาหนังคาเขา คุณราศีแม้จะไม่ชอบพี่ชาย แต่ก็ไม่อยากให้พี่ชายตาย ฉันรู้ว่าเธอไม่ใช่คนโหดเหี้ยมอะไรขนาดนั้น ธนัทเสริม

พริมรดาถอนใจ

อ้ำจะได้รับโทษมากไหมคะคุณนัท

ถ้าเดานะ คุณฤกษ์คงไม่เอาเรื่องเพราะเห็นแก่ลูก แต่ก็คงหย่า และให้ไปอยู่ต่างประเทศ เธอคงเงียบเหงาหน่อย แต่ก็สมกับความผิดที่เธอก่อแล้ว ดีที่ยังไม่มีใครตาย เพราะฉันคงไม่ยอมให้มีใครตายแน่ ๆ อ้ำเลยเหมือนกับตั้งใจ แต่ไม่ได้ทำจริง เธอจึงรอดพ้นข้อหาอุกฉกรรจ์ไปได้

พริมรดาถอนใจอีกครั้ง แม้จะไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว แต่ก็ถือว่าอ้ำเป็นเพื่อนคนหนึ่ง

พริมรดาชวนไอ้แสบไปนอน เหลือแค่จอย กี้ และธนัท

จอยลากเอลลี่ไปนอนในห้อง ก่อนจะกลับห้องตัวเอง ก็อดยกนิ้วให้เจ้านายไม่ได้

ขอบคุณมากนะจอย เธอทำให้ฉันคิดออกธนัทยิ้มให้

การอ่านเวลาของคุณยังเหมือนเดิม แค่รอบคอบตั้งคำถามให้ตรงขึ้นเท่านั้น

แล้วจอยก็กลับเข้าห้องนอนซึ่งก็อยู่ไม่ห่างจุดที่เป็นร้านกาแฟนี่แหละ

เหลือแค่กี้กับธนัท

วันนี้ค้างที่นี่ไหมที่รักธนัทถาม

ลองมองนาฬิกาตอบสิกี้อมยิ้มจะว่าไป คนอื่น ๆ คงฟังเคลิ้มจนลืมถามเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง

อะไร

ทุกอย่างที่คุณทำ มันจะสำเร็จได้ยังไง ถ้าไม่รู้จังหวะเวลาที่เหมาะสม ใช่ เพราะคุณอ่านเวลาได้ มันเลยเหมาะเจาะลงตัวไปหมด

ธนัทอมยิ้ม พูดตัดบท

ให้ผมมองนาฬิกาตอบใช่ไหม ว่าวันนี้จะค้างที่นี่หรือเปล่า

ลองดูสิกี้หัวเราะ

ธนัทหยิบแว่นกรอบดำออกจากใบหน้าเธอ

ทำอะไรน่ะกี้ตาพร่า

ผมรู้ว่าคุณจะตอบว่าไม่ ผมเลยไม่ให้คุณไปไหนไง คุณไปไหนไม่รอดแล้วนะกี้ ไปห้องผมเสียดี ๆ ฮ่า ๆ ๆ

กี้พยายามทุบธนัทจนได้ทั้งที่เบลอไปหมด

คุณแกล้งฉันอีกแล้วนะนัท

 

ห้องนอนพริมรดา ชั้นสอง

พิมพ์อุษารู้สึกดีกับสิ่งที่เธอได้ยินตอนอยู่ข้างล่าง

ตกลง ถ้าเกิดฉันถูกฆ่าจริง แกจะไม่มีใครอีกแล้วจริง ๆ อะ

พริมรดาหันมาพยักหน้ายิ้ม ๆ 

 “อื้อ...”

แล้วถ้าแกฆ่าฉันเองล่ะ

จะบ้าแล้วหรือจะฆ่าแกทำไม

ฆ่าด้วยอะไรต่างหาก แกคงทำให้ฉันฟินจนตายแน่ ๆ คืนนี้

พริมรดาหัวเราะ

ฉันว่า ถ้าฟินจนตาย คืนนี้ มีหลายศพแน่ไอ้แสบเอ๊ย

                 -จบตอน-

...................................................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น