ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 15 : สังหารสิ้น (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,831
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 321 ครั้ง
    6 มี.ค. 64

“วิ๊ว” เสียงผิวปากดังขึ้น กองทหารม้าจากมุ่งตรงกลับแยกออกอีกครั้งแล้วชะลอฝีเท้าลงเปิดทางให้กับทัพหลังนำเข้าไปก่อน เพียงแต่สิ่งที่มาไม่ใช่เพียงทหารม้า เสียงแหวกอากาศของสายลมดังขึ้น เงาร่างสีดำแหลมยาวพุ่งตรงเข้าใส่นักรบทมิฬด้วยความรวดเร็ว เสียงร้องของอากาศบ่งบอกได้ถึงความรุนแรงของการเสียดสีได้เป็นอย่างดี

ทหารรับจ้างใช้หอกเปิดทาง หยิบดาบยาวบนหลังม้าชูขึ้นวิ่งฝ่าวงล้อมของนักรบทมิฬออกไป บ้างปาดซ้าย ฟันขวา แขนขาศีรษะกระจัดกระจาย นักรบทมิฬเองถูกฝึกการต่อสู้มาทั้งชีวิต แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจจู่โจมนักรบรับจ้างบนหลังม้าที่ผ่านสงครามมานักต่อนักได้ พวกเขาเหมือนเป็นกระสอบทรายที่มีไว้ให้เหล่าทหารรับจ้างฆ่าฟันเป็นน้ำพุเลือดต้นหนึ่งเท่านั้น

แต่เมื่อทหารรับจ้างเดินทางมาถึงกำแพงดินพวกเขากลับไม่สามารถที่จะควบขับม้าต่อไปได้ กลุ่มแรกที่ไม่ยอมลงจากหลังม้าล้วนถูกประเคนเวทรวมไปถึงอาวุธระยะไกลซัดสาดจนบาดเจ็บน้อยใหญ่ ตัวม้าเองก็ตกตายทันทีเมื่อเข้าไปยังอาณาเขตของเวทพืชที่วางกับดักรอเอาไว้

นักบุญไม่ยิ้มสะบัดมืออีกครั้ง กำแพงดินถูกเปิดออกเป็นช่องเหมือนประตู เหล่านักรบทมิฬหลังกำแพงปาพลังออกไปในระยะประชิดเพื่อเสริมสร้างกำลังและความแม่นยำมากกว่าเดินก่อนที่กำแพงดินจะปิดกลับอีกครั้งเพื่อป้องกันพวกเขา

“ลงพื้น ใช้เวทเสริมพลัง บุกฝ่าเข้าไป” เมื่อกลุ่มผู้คุ้มกันมีผู้ใช้เวทดินและเวทพืชอันหายาก นี่แทบไม่ต่างจากสงครามตีเมือง ทหารม้าไม่อาจใช้การได้

“อ๊าก” เสียงร่ำร้องดังขึ้นจากกองกำลังทหารรับจ้าง พวกเขาเสริมร่างกายด้วยพลังเวทบ้างแข็งแกร่งขึ้น บ้างเปลี่ยนร่างกลายเป็นสรรพสัตว์ โลกใบนี้ทุกคนจะมีพลังเวทประจำตัวได้เพียงหนึ่ง ทำให้ผู้ที่มีเวทมนตร์หายากนั้นเป็นที่ต้องการของหัวเมืองใหญ่ ๆ ส่วนบุคคลที่มีพลังเวทธรรมดาล้วนต้องหาเช้ากินค่ำไม่ต่างจากผู้ไร้พลัง ถึงอย่างนั้นยังมีความเจริญก้าวหน้ามากกว่า ทหารรับจ้างเลือดหินล้วนเป็นการรวมตัวของผู้มีพลังเวทสายเสริมกำลัง พวกเขาไม่แข็งแกร่งเมื่อต้องตั้งรับ แต่พวกเขาน่ากลัวยามบุกฆ่าฟัน

“ฆ่าให้หมด” เหล่าทหารรับจ้างเลือดหินรับคำสั่งแล้วพุ่งกระโจนเข้าใส่กำแพงดินที่เต็มไปด้วยหนามอย่างไม่เกรงกลัว ถึงแม้จะมีหอกไม้หอกดินพุ่งเข้าใส่ก็ไม่อาจระคายผิว

นักบุญไม่ยิ้มมองภาพเบื้องหน้าที่นักรบของตนค่อยๆ ตกตาย บ้างเริ่มบาดเจ็บสาหัสจนแทบจะไม่เหลือสภาพเช่นผู้คนปรกติ เขาต้องระบายลมหายใจออกมาอย่างยากลำบาก

“เปิดใช้งานอุปกรณ์เวทเสีย” นักบุญไม่ยิ้มกล่าวเบา ๆ ก่อนที่จะพนมมือทั้งสองขึ้น

“ขอรับ” สิ้นเสียง เหล่าผู้คุ้มกันทั้งยี่สิบคนนำมีดขึ้นมีกรีดข้อมือตนเอง กรอกเลือดที่กำลังไหลอยู่ใส่กระบอกไม้ไผ่สีดำ เมื่อเลือดถูกเติมเต็มเข้าไปในกระบอกไม้ไผ่สีดำ อยู่ ๆ ดวงตาสีแดงจำนวนมากปรากฏขึ้น พร้อมทั้งการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

“ข้าไม่คิดเลยว่าเราต้องใช้มันเร็วขนาดนี้” นักบุญไม่ยิ้มพูดอย่างเสียดาย ก่อนที่กระบอกไม้ไผ่สีดำจะหยุดสั่น มันพ่นไอหมอกสีแดงเข้มเหมือนสีของโลหิตออกมาแทนที่

“พวกเจ้าคงมิใช่กองโจรธรรมดา พิธีคืนชีพ” เสียงสั้น ๆ ร่างของหมอกสีแดงก่อตัวขึ้นกลายรูปเปลี่ยนร่างเป็นดั่งรูปปั้นยักษ์อันน่าเกลียดน่ากลัวตนหนึ่ง มันแสยะยิ้มให้กับทั่วล้าจนผู้คนรู้สึกหวาดกลัว แม้แต่ทหารรับจ้างยังต้องตราตรึงและหยุดนิ่ง ร่างของนักรบทมิฬที่ตกตายค่อย ๆ ประกอบติด หัวที่หลุดไปไหลกลับไปยังร่าง แขนที่ขาดหายลอยกลับไปประกอบใหม่ เลือดที่สาดรดพื้นดินกลับระเหยหายไป การต่อสู้นอกเลือดก่อนหน้านี้กลับเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นักรบทมิฬทั้งหมดลุกขึ้นมาสลัดความมึนงงหลังจากตกตายทิ้ง พร้อมทั้งหันหน้าจับอาวุธพุ่งเข้าหาเหยื่อของพวกมัน

ญ่าญิงรู้สึกถึงความตายที่กล้ำกรายเข้ามาแล้ว เมื่อเธอพบเจอรูปปั้นยักษ์ตั้งตระหง่าเธอก็รับรู้ได้ว่ากำลังพบเจอกับสิ่งใด “มันคือนักบุญไม่ยิ้ม” ญ่าญิงไม่ต้องคิดให้มากความ เธอดวงซวยจริง ๆ นักบุญไม่ยิ้มคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในสนามรบ หากพลังเวทของเขาไม่หมด ต่อให้ฆ่าเท่าไหร่คนของเขาก็ไม่ตาย หากเธอรู้ว่าเป็นเขาเธอคงไม่เอาตัวเข้ามาตายเปล่าเช่นนี้ ความคิดแรกของเธอเมื่อเห็นรูปปั้นสีแดงนี้คือ หนี เธอต้องหนี แต่จะหนีได้ยังไงล่ะ นั่นแหละคือปัญหา เธอเดินทางเข้ามาไกลเกินไป

แน่นอนว่าเธอถอยไม่ได้แล้ว และเมื่อตัดสินใจแล้ว ญ่าญิงไม่รอช้า เธอแหวกอกฉีกผิวหนังของตนเองกลายร่างเป็นเสือโคร่งตัวใหญ่ กระโจมเข้าหาผู้คุ้มกันทั้งยี่สิบคนพร้อมทั้งควงดาบเอาไว้ในมือ

ผู้คุ้มกันทั้งยี่สิบไม่แตกตื่น ต่างหยิบโล่ขนาดใหญ่ขึ้นมาต้านรับ พละกำลังของชนเผ่าสัตว์นั้นยากที่มนุษย์ธรรมดาจะต้านได้ เพียงแต่พวกเขาไม่มีวันตายเมื่อนักบุญไม่ยิ้มยังคงยืนอยู่ ขอเพียงปกป้องเขาเอาไว้ให้สุดความสามารถ

ผู้คุ้มกันทั้งยี่สิบคนบ้างใช้ตัวเองเข้ารับการโจมตี ดาบที่ฟันมาอย่างรุนแรงของญ่าญิงถูกร่างของมนุษย์เผ่าทมิฬรับเอาไว้ แม้จะขาดเป็นสองท่อนแต่เพียงชั่วพริบตาร่างของเขาก็กลับมาเป็นปรกติ เธอสามารถสังหารพวกเขาไปได้นับสิบแต่พวกเขาก็ฟื้นคืนชีพมานับสิบ ชั่วเวลาเพียงครึ่งก้านธูป ญ่าญิงสังหารผู้คุ้มกันไปมากกว่าร้อยชีวิตแล้ว เสียงร้องแห่งความตายยิ่งมายิ่งเงียบลง ยิ่งเธอเดินเข้าใกล้นักบุญไม่ยิ้มมากเท่าไหร่เสียงการต่อสู้ยิ่งเบาบางลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งขาของเธอถูกหนึ่งในผู้คุ้มกันทั้งยี่สิบใช้ดาบเสียบเข้าไปเป็นผลสำเร็จ

ญ่าญิงทรุดนั่งลงแต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองกลับพบว่ารูปปั้นยักษ์สีแดงนั้นหายไปแล้ว มันหายไปพร้อมทั้งความเงียบสงบในสนามรบ ญ่าญิงหันกลับไปมองที่ด้านหลังอย่างยากลำบาก เหงื่อที่ไหลรดจากการต่อสู้กลับเย็นยะเยือก เมื่อหันมองกลับไปที่ด้านหลังกลับเป็นนักรบทมิฬนับร้อยยืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ ที่รอบ ๆ พวกเขาเต็มไปด้วยกองซากศพ แน่นอนว่าในจำนวนนั้นไม่มีซากศพของนักรบทมิฬเลยแม้แต่คนเดียว มันคือการฆ่าเพียงฝ่ายเดียว

“อ๊าก!” เธอพยายามกู่ร้องเพื่อที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง แต่เมื่อคิดต่อสู้ขัดขืนเสียทุบหนัก ๆ กลับดังขึ้นพร้อมทั้งสติของเธอที่ดับลงไปทันที

“รักษาแผลให้มันแล้วลากไปขังไว้ก่อน” นักบุญไม่ยิ้มสั่งการก่อนที่จะหันไปมองแขกผู้มาใหม่ นักรบทมิฬที่กำลังปล่อยตัวปล่อยใจกับชัยชนะกลับตึงเครียดขึ้นพร้อมทั้งชักอาวุธเตรียมเข้าปะทะทันที

“ข้ามาอย่างเป็นมิตร” ผู้มาใหม่สวมชุดดำไปทั้งตัว พวกเขามีเพียงไม่กี่คนและทุกคนสวมหน้ากากไม้เช่นเดียวกันหมด แน่นอนย่อมเป็นหน่วยหน้ากากของสิง

“พวกเจ้าเป็นใคร” นักบุญไม่ยิ้มถามไปอย่างตึงเครียด พวกเขาสามารถลอบเข้ามาในการต่อสู้ได้ในช่วงการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดระแวดระวังยังสามารถเดินทางเข้ามาเจรจาทันทีเมื่อการต่อสู้จบลงแล้วอีก

เพียงแต่ชายในหน้ากากนั้นไม่ตอบ เขาหยิบป้ายออกมาแสดงต่อนักรบทมิฬ “เธอเป็นนักโทษของทางการเมืองขุนเขา กรุณาให้ความร่วมมือด้วย” เสียงกล่าวอันเรียบเฉยทำให้บรรยากาศตึงเครียดไปมากกว่าเดิม

“ทางการเมืองขุนเขาเกี่ยวอันใดกับเรื่องนี้” นักบุญไม่ยิ้มถามต่อ

“ทางการเมืองขุนเขาเราติดตามจับกุมทหารรับจ้างกลุ่มนี้มานานแล้ว ในขณะที่พวกเราทราบที่กบดานของพวกมันและกำลังรอคอยกองกำลังเพื่อล้อมปราบ พวกมันกลับไหวตัวทันแล้วชิงหลบหนีออกมาก่อน คาดว่าเมื่อมันพบพวกท่าน มันคงคิดว่าเป็นกองกำลังทหารเมืองขุนเขาเราจึงได้เข้าปะทะโดยทันที”

‘เช่นนั้นหรือ?’ นักบุญไม่ยิ้มคิด เพียงแต่เขาก็ยังไม่พอใจอยู่ดี เขารู้สึกเหมือนตนเองต้องมีเสียแรงไปโดยเปล่าประโยชน์

“ท่านไม่ต้องห่วง นางเป็นหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างที่ทำการลอบปลงพระชนองค์ชายใหญ่ของเรา ทางการเมืองขุนเขาต้องตบรางวัลพวกท่านอย่างงาม”

“ท่านมั่นใจ?”

“ย่อมแน่นอน องค์ชายข้าพูดคำไหนคำนั้น อีกทั้ง ต่อให้ท่านได้นางไปอย่างมากก็แค่เอาไว้เล่นสนุกกัน นางผู้เป็นนักรบจะสนุกสนามเท่าพวกทาสสาวที่ถูกฝึกมาโดยตรงได้เช่นไร สุดท้ายพวกท่านก็ทำได้เพียงสังหารหรือขายยังตลาดทาส เช่นนั้นไม่สู้ส่งมอบนางให้กับทางการเมืองขุนเขามิดีกว่าหรือ”

ทั้งสองจ้องมองหน้ากันชั่วขณะก่อนที่นักบุญไม่ยิ้มจะนำมือมาทาบที่หน้าอกแล้วกล่าว “ย่อมแน่นอน การให้ความร่วมมือกับทางการเมืองขุนเขาเป็นสิ่งที่ประชาชนอย่างเราต้องปฏิบัติตาม”

“ทางการเมืองขุนเขาต้องขอขอบคุณในความร่วมมือของท่าน องค์ชายใหญ่แห่งขุนเขาท่านจักจดจำในน้ำใจครั้งนี้ของชนเผ่าทมิฬท่านเอาไว้” หน่วยหน้ากากไม่รอช้าสั่งการให้หน่วยหน้ากากอีกสองคนเดินเข้าไปหาญ่าญิงทันทีก่อนที่เธอจะเลือดหมดตัวตายไปเสียก่อน เมื่อพวกเขากำลังจะจากไปหน่วยหน้ากากที่รับหน้าที่เจรจาทำการขอบคุณอีกครั้งแล้วจากไปทันที

การสู้รบนี้จบลงด้วยความมึนงง พวกเขาสูญเสียพละกำลังไปมากมาย สูญเสียอุปกรณ์พิเศษอีกยี่สิบชิ้น แต่กลับเหมือนไม่ได้อะไรเลย แต่หากมานั่งคิดดูให้ดี ต่อให้ทางการเมืองขุนเขาไม่เข้ามาในช่วงสุดท้ายพวกเขาก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี

นักบุญไม่ยิ้มกลับยิ้มออกมาอย่างแปลกประหลาด “เรื่องนี้จะว่าไปก็แปลก แต่หน้าที่ของเราคือคุ้มกันขบวนสินค้าของพ่อค้าเร่อยู่แล้ว แถมยังได้หน้าจากการช่วยจับพวกโจรที่ลอบปลงพระชนองค์ชายใหญ่อีก…”

“แต่ข้าก็ยังรู้สึกแปลกอยู่ดี เพียงแต่คิดไม่ออกว่ามันแปลกที่ตรงไหน” อยู่ๆ หัวหน้าพ่อค้าเร่เดินมุดออกมาจากที่หลบภัยถึงข้างตัวนักบุญไม่ยิ้ม

“นั่นซิ ข้าก็มองไม่ออกว่ามันแปลกตรงไหน เอาเถอะ สินค้าของเราไม่เสียหาย ผู้คนของเราไม่บาดเจ็บตกตายก็นับว่าดีแล้ว เพียงแต่หลังจากนี้พวกข้าคงต้องเร่งให้พวกท่านเดินทางให้เร็วกว่านี้อีกสักนิด หวังว่าพวกท่านจะไม่ตำหนิเผ่าทมิฬเรา” นักบุญไม่ยิ้มกล่าวพร้อมทั้งถอนหายใจอีกครั้ง

“ข้าเข้าใจและย่อมทำตาม”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 321 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

203 ความคิดเห็น

  1. #13 จะพัด (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 23:54
    แปลกตรงไหนน้ออ
    #13
    0
  2. #11 NightHeart (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 01:15
    รอตอนต่อไปครับ
    #11
    0