ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 11 : ความเชื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 362 ครั้ง
    21 ม.ค. 64

เมื่อนั่งหลับตาทำกรรมฐานเหมือนดั่งพระอิฐพระปูน ยิ่งรอบข้างไร้ซึ่งจิตสังหารใด ๆ สิงยิ่งไม่ต้องใช้พลังวิญญาณให้สิ้นเปลือง ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ภายในบ้านที่เงียบสงบ แต่เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจำนวนมากที่รอบด้านดวงตาของเขาค่อย ๆ เปิดขึ้น เด็กน้อยที่นั่งรอคอยอยู่แต่แรกตะโกนขึ้น

“ท่านหมอ ท่านตื่นแล้ว”

“ใช่ ข้าตื่นแล้ว” สิงมองไปรอบ ๆ เมื่อเห็นว่าแสงแดดสาดส่องเข้ามาผ่านช่องไม้ของบ้าน จึงถามขึ้นมา “นี่มันเพลาใดแล้ว”

“ตะวันคล้อยแล้วเจ้าค่ะท่านหมอ เดี๋ยวข้าไปเตรียมสำรับอาหารมาให้ท่านนะเจ้าคะ ท่านปู่บอกไว้ว่าเมื่อท่านตื่นให้รีบไปจัดสำรับมา” กลิ่นหอมไม่รอฟังคำสั่ง เธอกระโดดขึ้นจากพื้นแล้ววิ่งออกไป

สิงเองก็ลุกขึ้น หูของเขาขยับเบา ๆ เมื่อเสียงความเคลื่อนไหวของผู้คนมากยิ่งขึ้น เมื่อหลับตาลงคิดจะใช้ดวงตาวิญญาณมองทะลุกำแพง ทิตก็วิ่งเข้ามาเสียก่อน

“ท่านหมอ ท่านตื่นแล้ว มาขอรับมา ข้าจัดเตรียมสำรับอาหารเอาไว้ให้แล้ว”

“เกิดอะไรขึ้นขอรับท่านลุง ทำไมข้าได้ยินเสียงของผู้คนมากมายถึงเพียงนี้”

“อ้อ” ชายชราเกาศีรษะเล็กน้อยก่อนที่จะพูดตอบกลับ “พอดีว่าเมื่อเช้าข้าไปที่ตลาดเพื่อหาซื้อวัตถุดิบมาประกอบสำรับอาหารเพื่อเลี้ยงขอบคุณท่านหมอ แล้วข้าก็เผลอ...เอ่อเผลอเล่าเรื่องที่ท่านหมอทำเมื่อคืนที่ตลาดน่ะขอรับ”

ด้วยวิธีการรักษาอันแปลกประหลาด ชายชรากลับคิดไปเองว่าสิงเป็นหมอรักษาผู้ลึกลับ ที่พึ่งออกมาจากสำนักหมอโบราณ หมอเทวดาผู้เดินทางไปทั่วหล้าเพื่อฝึกฝนฝีมือการรักษาของตน เขาทั้งแต่งเติมความยิ่งใหญ่ของสิงขึ้นมาเองตามใจชอบ จากปากต่อปาก ปากต่อปากในตลาด ยิ่งมายิ่งใหญ่โต ยิ่งมายิ่งน่าเลื่อมใส ผู้คนมากมายแห่กันมายังที่แห่งนี้เพื่อต้องการโยนโฉมหมอเทวดาตามคำเล่าลือสักครั้ง ยิ่งบอกเล่าว่าเห็นคนผมดำสามารถใช้เวทมนตร์ได้ผู้คนยิ่งแตกตื่นจนมีคนคาดคิดว่าสิงอาจเป็นลูกศิษย์ของหมอจอมเวทเทวดาท่านไหนที่สามารถรักษาโรคผมดำได้หรือไม่ขึ้นมากันเลยทีเดียว

“ท่านบอกพวกเขาทั้งหมด?”

“ขอรับท่านหมอ ข้าผิดเอง ข้าไม่ทราบว่าท่านต้องการปกปิดตัวตน ขอท่านหมอให้อภัยกับความเขลาของข้าด้วย” น้ำเสียงการกระทำของทิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือจริง ๆ เมื่อวานเขายังวางตัวเป็นผู้อาวุโสแต่วันนี้กลับวางตัวเป็นผู้ต่ำต้อยคนหนึ่ง แต่นั่นจะโทษทิตก็ไม่ได้ หากท่านเห็นวัวทุกตัวกินหญ้าอยู่บนพื้น แต่กลับมีวัวตัวหนึ่งเหาะลอยอากาศขึ้นไปเลาะเล็มยอดต้นมะม่วง เหตุการณ์น่าอัศจรรย์ใจเช่นนี้จะเปลี่ยนผู้คนให้กลับเป็นอีกคนได้ทันที

“ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจ เพียงแต่มันออกจะวุ่นวายอยู่บ้าง” สิงเป็นหมอผีผู้ชำนาญการ เขาต้องการใช้ช่วงเวลานี้ให้เป็นประโยชน์ “ท่านนำน้ำมาให้ข้าถังหนึ่ง ข้าจะบริกรรมคาถาสักเล็กน้อย แค่ก แค่ก” สิงรีบไอออกมาทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองพูดอะไรแปลก ๆ ออกไป “ข้าหมายถึง ข้าจะทำให้มันกลายเป็นยาวิเศษตามที่ร่ำเรียนมาเพื่อให้ท่านไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน”

“ได้ขอรับ” ทิตรีบกล่าวคำแล้วเดินออกไปในทันที สิงที่ตื่นมาด้วยความหิวโหย เขารับสำรับอาหารที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้มาเปิดขึ้นรับประทานทันที อาหารที่นี่ค่อนข้างเรียบง่ายเมื่อเทียบกับยุคปัจจุบัน พวกเขาจะเน้นไปที่สมุนไพรเสียมากกว่า รสชาติของอาหารจะมาจากตัววัตถุดิบเอง บางอย่างยากที่จะทานลงไป สิงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกเครื่องเทศและเกลือถึงได้มีราคาแพงในยุคอดีต แต่น่าแปลกใจที่ร่างของเขาสามารถทานได้สบาย ๆ เมื่อคิดย้อนกลับไปกลับพบว่า ถึงแม้ดำจะเป็นองค์ชายใหญ่ แต่ในใจกลับรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในตัวตนของตนเอง ยิ่งมีตำแหน่งใหญ่โตแต่ตนเองไร้อำนาจ เต็มไปด้วยความคาดหวังที่ต้องแบกรับไว้ยิ่งขื่นขม ตั้งแต่เด็กจนตายเขาเลือกที่จะประชดชีวิตตนเอง ปฏิบัติตนเช่นชาวบ้านทั่วไป และสร้างสังคมของตนเองขึ้นมาเพื่อพัฒนาพวกเขาไปพร้อม ๆ กัน

หลังจากทานอาหารจนอิ่ม น้ำถังใหญ่ก็ถูกยกขึ้นมา มันทำมาจากถังไม้ถึงแม้จะไม่สวยงามสักเท่าไหร่ แต่กลับใช้งานได้เป็นอย่างดี “พวกท่านออกไปก่อน” สิงกล่าวคำ แน่นอนว่าวิชาแพทย์ไม่ใช่สิ่งที่สอนกันหรือลักลอบแอบร่ำเรียนกันได้ วิชาหลาย ๆ วิชาในอดีตจึงได้หายไปโดยไร้ร่องรอย ไร้ผู้สืบทอด และเหล่าครูบาอาจารย์จึงมีคุณค่าสูงมากในสังคม

สิงไม่รอช้าหยิบเทียนขึ้นมาจุดด้วยไฟวิญญาณแล้วร่ายคาถาน้ำมนต์ทั่ว ๆ ไปทันที แต่เขากลับไม่รู้เลยว่าน้ำถังนี้จะสร้างชื่อเสียงให้กับเขาจนโด่งดังไปทั่วหมู่บ้าน “ฟูว!” เสียงเป่าลมดับไฟจากปลายเทียนดังขึ้น น้ำผสมพลังวิญญาณช่วยชำระล้างร่างกาย ไล่อาการเจ็บไข้ บรรเทาอาการป่วยร้ายแรง

แต่เมื่อมองดูแล้วมันไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่สิงจึงหยิบผักแกล้มในสำรับมาบี้กับมือบัดจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมก่อนที่จะปามันลงไปในน้ำ “เข้ามาได้” สิ้นเสียงของสิง ทิตเป็นคนแรกที่เดินเข้ามา

“แบ่งให้ชาวบ้านนะคนละขัน บอกพวกเขาว่ามันเป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ สามารถช่วยรักษาไข้กับบรรเทาอาการป่วยร้ายแรงได้ อย่าลืมล่ะ คนละขันเท่านั้น อย่ามากหรือน้อยกว่านี้ ยานี้จะมีผลก็ต้องมีทานเท่ากับขันนี้เท่านั้น” สิงยกขันล้างมือให้ดูถึงจำนวนของมันที่ใช้แจกจ่าย

“ขอรับท่านหมอ” ทิตรีบรับคำ แต่เมื่อกำลังจะเรียกคนเข้ามายกออกไป เขาต้องชะงักแล้วเดินไปหยิบถังน้ำอีกใบมาตั้งน้ำลงไปสี่ขันก่อนจะเรียกผู้คนเข้ามายก สิงมองภาพเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้ม เขาส่ายศีรษะเบา ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป

หลังจากชาวบ้านรับน้ำมนต์แล้วจากไปทันที สิงไม่ได้ปรากฏตัวทำให้ผู้ที่เห็นใบหน้าของเขามีแต่คนที่ยกถังน้ำเข้าออกเท่านั้น เมื่อเหตุการณ์สงบเขาถึงได้เดินออกมาจากบ้าน สิงบิดตัวไปมาหยิบของที่จำเป็นแล้วบอกลาทิตกับหลานสาวทันที เขาต้องการเดินทางไปหนานเจ้าให้ไวที่สุด ตอนนี้เขาล่าช้ามากแล้ว

“ท่านหมอ นี่เป็นสินน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ขอรับ” ทิตหยิบห่อผ้าเปื้อนเศษดินออกมาให้ น่าจะเป็นเงินที่เก็บสะสมฝังดินเอาไว้ ในสมัยนี้ผู้คนนิยมเอาเงินฝังดินเอาไว้ หากมีภัยพวกเขาจะทิ้งทุกอย่างไป หากมีชีวิตรอดกลับมาค่อยมาขุดเอาเงินหรือสมบัติที่ฝังไว้ขึ้นมาใช้ หากไม่รอดกลับมาก็ให้มันถูกฝังไปชั่วกาล

“พวกท่านเก็บไว้เถอะ ท่านก็เห็นเงินในย่ามข้าแล้ว ข้าไม่ได้ยากจนอันใด ขอเพียงได้เสบียงอาหารที่ท่านจัดหามาให้เท่านี้ก็เพียงพอแล้วขอรับท่านลุง”

“ท่านหมอรับไว้เถอะขอรับ” ทิตเปิดผ้าขึ้นมาทันที เขากลัวว่าสิงจะเห็นว่าสิ่งที่เขามอบให้มันเล็กน้อยเกินไป จึงได้หยิบเอาสร้อยของต้นตระกูลมาใส่ลงไปด้วย เขาไม่ยอมเสียหน้าต่อผู้มีพระคุณเป็นแน่ อย่างไรเสียสร้อยประจำตระกูลก็มีค่าน้อยกว่าชีวิตหลานสาวของเขาอยู่แล้ว

“เฮ้อ ก็ได้ ก็ได้ เซ้าซี้จริงเชียว” สิงหยิบเหรียญเงินในถุงหนึ่งเหรียญแล้วหันหลังเดินออกมาทันที “ข้ารับมาแล้วนะ อย่าพูดมากอีก” เขาส่งยิ้มให้ชายชราก่อนที่จะเดินจากไปเงียบๆ ปล่อยให้ชายชรายืนมึนงงทำตัวไม่ถูกอยู่กับที่

สิงเดินออกมาได้ประมาณร้อยเมตร เขาดีดเหรียญขึ้นบนฟ้าแล้วยิ้มออกมา “เท่จริง ๆ เลย นี่ซินะความรู้สึกของพระเอกในละคร” พูดเสร็จก็หัวเราะคิกคักเอาเอง แต่เสียงนกที่ดังขึ้นบนท้องฟ้ากลับขัดความสนุกทางอารมณ์ของเขาเสียได้

.

.

กลางคืนมืดดับ ตะวันล่องลอยปรากฏถึง ภายในหมู่บ้านอันเงียบสงบ กลับมีเสียงร่ำไห้ดังมาที่จากบ้านหลังใหญ่ ผู้คนของที่นี่แตกต่างจากบ้านอื่น ด้วยไพร่ทาสล้วนสวมใส่เสื้อผ้า ดูแล้วไม่จำเป็นต้องบอกก็รู้ว่าเป็นชายคาของคหบดีท่านหนึ่ง แต่วันนี้บ้านไม้หลังใหญ่หลังนี้ทุกคนต่างร่ำไห้ทั่วทุกหนแห่ง ที่ลานกลางบ้านชั้นบนกลับตั้งเอาไว้ด้วยรู้สลักน้ำแข็งของหญิงสาว เธอถูกห้อมล้อมเอาไว้ด้วยผู้คนอีกชั้นหนึ่งทั้งชายหญิง มันแตกต่างจากลานบ้านชั้นล่างอย่างชัดเจน ที่นี่ผู้คนทั้งชายหญิงกลับนั่งลงด้วยความเงียบสงบ พวกเขาไม่แม้แต่จะกล้าเปิดปากทำเสียงอันใดออกมา

“น้องหญิงทำใจเถอะ อันใดก็ช่วยลูกของเรามิได้แล้ว”

“ช่วยมิได้คุณพี่ก็ควรลองช่วยมิใช่เหรอ? ให้น้องป้อนยานี่ให้กับลูกของเราเถอะ” เธอถือถ้วยทองคำที่มีน้ำใส ๆ อยู่ในมือ

“ลูกของเราถูกเวทเหมันต์ปะทุทำร้ายจากภายใน นางมีชีวิตอยู่ได้เพียงคืนนี้เท่านั้น เจ้าควรปล่อยนางไปอย่างสงบได้แล้ว” รูปสลักน้ำแข็งนั้นกลับเป็นหญิงสาวผู้หนึ่ง เธอยิ้มขึ้นมาอย่างยากลำบากกล่าวกับผู้เป็นบิดาด้วยรอยยิ้ม

“พ่อท่านปล่อยให้แม่ท่านป้อนยาเถอะเจ้าค่ะ ต่อให้เป็นยาพิษตามพ่อท่านสงสัย แต่อย่างไรเสียลูกก็จะตกตายอยู่แล้ว ให้ลูกได้ทานตามความต้องการของแม่ท่านเถอะ ให้แม่ท่านได้สบายใจ” คหบดีมองไปยังลูกสาวกับภรรยาหลวงต้องถอนหายใจออกมา เขามีลูกผู้มีผมสีฟ้าแต่กำเนิดหนึ่งคน เธอมีพรสวรรค์ทางเวทสูงส่ง แต่ด้วยเหตุนี้ทำให้เธออายุสั้น พลังเวทในตัวเธอมีมากเกินไปจนไม่อาจกักเก็บเอาไว้ได้ไหว คหบดีจึงส่งคนไปเชิญหมอจากทั่วสารทิศ มีทั้งหมอจริง หมอปลอม จนถึงวันนี้กลับไม่มีผู้ใดรักษาลูกสาวของเขาให้หายได้ และในวันสุดท้ายนี้เองภรรยาหลวงของเขากลับนำน้ำเปล่าที่ชาวบ้านไปได้จากหมอบ้านที่ไหนก็ไม่รู้มา แทนที่จะให้ลูกสาวจากไปอย่างสงบแต่กลับทำเรื่องวุ่นวายใจมากมาย จะไม่ให้เขารู้สึกโกรธได้อย่างไร แต่เมื่อเห็นว่าลูกขอเอาไว้เขาจึงได้พยักหน้า

“ลูกค่อย ๆ ดื่มนะลูก ยานี้ต้องดื่มจนหมดห้ามขาดห้ามเกิน ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้ผล...” เมื่อคหบดีหันกลับไปมองภรรยาพร้อมทั้งบุตรสาวเขากลับต้องหลับตาลง ภาพที่เห็นยากที่จะทำใจได้ หนึ่งบุตรีที่เจ็บป่วยจนเขาไม่สามารถช่วยเหลือใด ๆ ได้ กับอีกหนึ่งภรรยารักสุดสวาทที่ซูบผอมจนเห็นแต่กระดูก “เฮ้อ” เขาได้แต่ถอนหายใจออกมาแล้วคิดจะเดินจากไปเพื่อใช้ยาสูบบรรเทาใจ แต่เสียงของลูกสาวกับภรรยาของเขากลับทำให้คหบดีต้องรีบหันมา

“นี่มัน!” เพียงดื่มเข้าไปไอเย็นในร่างกายของเธอก็หายไปทันที ถึงแม้ผิวยังไม่กลับคืนเป็นผิวเนื้อหนังของมนุษย์แต่เธอก็เริ่มที่จะใกล้เคียงเหมือนมนุษย์ปรกติเข้าไปทุกทีแล้ว

“ไอ้บุญ!!!! รีบไปตามไอ้บุญมาที่เรือนกูบัดเดียวนี้!” คหบดีรีบตะโกนขึ้นมาทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 362 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

203 ความคิดเห็น

  1. #66 bbbttry (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2563 / 08:09

    สรุปเป็นต่างโลกนี้วัฒนธรรมไทยหรือยุโรปหรอครับ

    #66
    1
    • #66-1 DayDreamW(จากตอนที่ 11)
      17 ธันวาคม 2563 / 09:45
      มันเป็นโลกที่แต่ละพื้นที่มีวัฒนธรรมเป็นของตนเองครับ
      #66-1
  2. #44 Burning Legion Leader (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 18:28
    ตามยุคไม่ทัน ตามวัฒนธรรมไม่ทันด้วย
    #44
    0
  3. #32 kingowen2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 20:03
    ภาษาเปลี่ยนจริงนึกว่าอ่านผิดเรื่อง
    #32
    0
  4. #20 masukusang (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 23:08
    ตกใจจนภาษาเปลี่ยน5555
    #20
    0