ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 10 : ปอบปรสิต (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 361 ครั้ง
    4 ธ.ค. 63

สิงเดินเข้าไปภายในบ้านเขาเห็นกลิ่นหอมทำตามที่บอกทุกประการ เขาไม่รอช้า จุดเทียนขึ้นอีกครั้งเป็นมุมทั้งแปดมุมรอบๆ เด็กสาว ก่อนที่จะหยิบเชือกขนาดเล็กขึ้นมา “นำมือทั้งสองข้างของเจ้ายื่นออกมา” สิงไม่รอช้ามัดมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันโดยทันที

“ดื่มนี่ซะ” สิงยื่นน้ำที่ลอยไปด้วยเทียนเต็มไปหมดให้กับเด็กสาว ก่อนที่จะหยิบตุ๊กดินปั้นมาวางเอาไว้บนผ้าขาวเบื้องหน้า “รีบดื่มมัน” สิงต้องย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่ากลิ่นหอมยังกล้าๆ กลัวๆ เธอหันไปจ้องปู่ของตน เมื่อเห็นว่าเขาพยักหน้าให้จึงดื่มมันลงไป

รสสัมผัสของน้ำไหลลงไปในลำคอมันทั้งแปลกประหลาดและหอมหวานอย่างบอกไม่ถูก สิงดึงมีดงาช้าออกมาจี้ไปยังร่างของหุ่นดินปั้นโดยทันที “ข้าสั่งให้เจ้าจงสละ ข้าบอกให้เจ้าจงละวาง ข้าสั่งให้เจ้าจงหลีกหนี ข้าบอกให้เจ้ายอมจำนน” สิ้นคำเขากดมีดลงไปยังร่างของตุ๊กตาดิน ร่างของกลิ่นหอมค่อย ๆ ชักกระตุก ดวงตาของเธอขาวโพลน ทิตที่มองภาพเบื้องหน้าอย่างไม่อยากเธอ เขากำลังจะก้าวเข้ามาแต่กลับถูกเสียงตวาดของสิงหยุดเอาไว้ “ห้ามเข้ามา กำลังทำพิธีเดี๋ยวของเข้าตัว”

“ออกมา!” สิงตวาดอีกครั้ง อยู่ ๆ บริเวณคอของกลิ่นหอมกลับพองตัวขึ้น มันพองขึ้นมาเป็นลูกกลม ๆ ที่คอหอยใหญ่โตเท่าลูกเทนนิส เมื่อก้อนกลม ๆ ไหลออกมาบริเวณปาก ดวงไฟทั้งหมดดับลง ร่างของกลิ่นหอมอ้วกเอาเส้นผมเศษใบไม้ออกมาก่อนที่เธอจะหมดสติลงไป

“นั่นมันอะไร” ทิตชะงักค้างเมื่อเห็นว่าอยู่ ๆ หลานสาวของตัวเองอ้วกเอาสิ่งที่ไม่ทราบที่มาออกมา เส้นผมกับใบไม้ค่อย ๆ หลอมรวมตัวกันขึ้นมา ร่างอันแปลกประหลาดของเส้นผมค่อย ๆ ขยายตัวขึ้น มันพยายามดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด ความเจ็บปวดของมันสามารถมองออกจากท่าทางของมันเท่านั้น มันไม่อาจเปล่งเสียงใด ๆ ออกมาได้

“ยอมจำนนต่อข้าเสียปอบปรสิต มิเช่นนั้นอย่างหาว่าข้าไม่เตือน” เมื่อเห็นว่ามันกำลังจะพยายามหนี ไฟทั้งแปดดวงกลับถูกจุดขึ้นอีกครั้ง ร่างของมันถูกกำแพงบางอย่างปิดป้องเอาไว้ ไม่อาจหนีได้ และเมื่อพยายามจะกลับเข้าไปในร่างของเด็กสาว เพียงแตะสัมผัสกับร่างของเธอ ตัวมันกลับต้องบิดเบี้ยวถอยห่าง ตอนนี้มันไม่มีทางไปแล้ว

ตุ๊บ! เสียงของบางอย่างตกลงพื้นใกล้บริเวณที่มันอาศัยอยู่ ปอบปรสิตจ้องมองตุ๊กตาดินนั้นอย่างสงสัย “หากเจ้ายอมจำนน เจ้าจักไม่ทรมานอีกต่อไป จงสิงสู่มัน” สิงกล่าว เขาจ้องมองปอบปรสิตตัวนี้อย่างจริงจัง คำพูดของเขาเหมือนประกาศิตคำสั่งขั้นสูงสุด ปอบปรสิตเป็นเพียงผีประเภทปรสิต ความแข็งแกร่งของมันขึ้นอยู่กับเจ้าของร่างที่มันสิงสู่ หากมันถูกขับไล่ออกมาจากกายหยาบ ไม่นานก็จะต้องตาย ตัวมันจึงต้องพยายามค้นหาร่างสิงสถิตอยู่ตลอดเวลา

ปอบปรสิตเองรู้ดีว่าตัวมันไม่อาจสู้กับชายหนุ่มเบื้องหน้าได้ มันหดตัวลงกลายเป็นเส้นผมกองหนึ่งไหลเข้าไปหลอมรวมกับตุ๊กตาดินเผา “ด้วยนามของเทพทั้งห้า ข้าขอใช้นามแห่งเทพผู้คุมขังเพื่อเรียกหาแลจองจำเจ้า” เสียงของสิงจบลงพร้อมด้วยเทียนไขที่ดับตามไปด้วย ภาพเบื้องหน้าทำเอาทิตถึงกับตกตะลึง เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าภาพเบื้องหน้าจะเป็นความจริง หลานสาวของเขามีสิ่งของแปลกประหลาดในร่างกาย มันคือเรื่องอันใดกันแน่

“ท่านหมอ หลานข้า...”

“เรียบร้อยแล้วขอรับท่านลุง นางเพียงแค่สลบไปเพราะหมดแรงเท่านั้น” สิงหันกลับมายิ้มตอบ เขาผ้าเข้าห่อร่างของหุ่นดินเอาไว้เพื่อไม่ให้ทิตได้เห็น ร่างของหุ่นดินกลับกลายเป็นร่างเนื้อขนาดเล็กร่างหนึ่ง

“จริงเหรอท่านหมอ”

“ท่านมาตรวจสอบเองได้ท่านลุง ข้าเหนื่อยแล้วคงต้องขอตัวพักผ่อนก่อนล่ะ” สิงถอนหายใจ ทิตเองก็รีบวิ่งเข้ามาดูร่างของกลิ่นหอม เมื่อเห็นว่าเธอเพียงนอนหลับไปเท่านั้นเขาถึงวางใจขึ้น แต่เมื่อกำลังจะหันมาขอบคุณสิง เขากลับเห็นว่าสิงเดินไปนั่งลงที่มุมห้องทำกรรมฐานเสียแล้ว

‘ขอบคุณขอรับ’ ทิตกล่าวภายในใจก่อนที่จะกราบลงกับพื้นอย่างเงียบ ๆ อุ้มหลานสาวขึ้นไปบนเตียงแล้วนั่งเฝ้าเธออย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้สิงได้พักผ่อน

แน่นอนว่ามันไม่ใช่การพักผ่อน ถึงแม้กายหยาบของเขาจะนั่งกรรมฐานอยู่แต่ร่างวิญญาณของสิงกลับพุ่งเข้าไปภายในหุ่น ลำแสงที่มองไม่เห็นยิงตรงเข้าไปยังบริเวณหน้าผากของหุ่นดินใต้ผ้าขาว

“นายท่าน” ร่างวิญญาณของปอบปรสิตรีบหมอบกราบลงไปกับพื้นเพื่อรอต้อนรับนายเหนือคนใหม่

“ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าที่นี่จะมีผีเช่นพวกเจ้าด้วย” สิงกล่าว ถึงแม้โลกภายนอกเธอจะเข้าใจคำพูดของผู้คนแต่ไม่อาจตอบออกมาเป็นภาษาได้ แต่ตอนนี้ทั้งคู่เป็นร่างวิญญาณมันจึงแตกต่าง

“เจ้าค่ะนายท่าน”

“ลองบอกข้าหน่อยว่าที่นี่ยังมีผีชนิดอื่นอีกหรือไม่” สิงถามต่อ แม้แต่ปอบปรสิตที่ไร้รูปร่าง ไร้ซึ่งพลังใด ๆ ยังสามารถขัดขืนเขาได้ถึงเพียงนี้ เหมือนปอบปรสิตจะมองเขาอย่างไม่เข้าใจแต่เธอก็ตอบออกมาแต่โดยดี “มีเจ้าค่ะ ที่นี่ยังมีปีศาจเช่นข้าอีกหลายประเภท เพียงแต่พวกเราไม่คิดว่าจะมีใครสามารถรับรู้ถึงเราได้”

“งั้นเหรอ” สิงยิ้มออกมา “ไหนลองลุกขึ้นมาให้ข้าดูเจ้าหน่อย” ใบหน้าของเขาหยาบช้าขึ้นจนแม้แต่ผียังสยอง เธอสั่นกลัวแต่ไม่อาจขัดขืนใด ๆ ได้อีกแล้ว ร่างของปอบปรสิตลุกขึ้นมาเปิดเผยร่างกายของตัวเองเช่นตอนแรกที่เขาเห็นคราแรก หากเธอยังมีชีวิตอยู่เธอคงเป็นหญิงงามนางหนึ่งอย่างแน่นอน สิงไม่รอช้ารีบจับไปยังปลายคางของหญิงสาว เขาบังคับให้เธอหันซ้ายขวาก่อนที่จะพยักหน้าอย่างพอใจ “ถือว่าไม่มีความบอบช้ำใด ๆ โชคยังดีที่เจ้ายอมจำนนแต่แรก ไม่เช่นนั้นดวงวิญญาณคงได้รับความบอบช้ำ”

“ล้วนเป็นความเมตตาของนายท่านเจ้าค่ะ” เธอแสดงอากัปกริยาท่าทางเอียงอาย ก่อนที่จะรู้สึกได้ว่าตอนนี้สิงกำลังดึงคางเธอให้เข้าไปใกล้เขามากยิ่งขึ้น ปอบปรสิตสาวปิดดวงตาลงแล้วเปิดปากขึ้นเพื่อปล่อยให้เขารุกล้ำ เพียงแต่ว่า เมื่อริมฝีปากของสิงประกบลง ดวงตาของเธอกลับเบิกโพลง ร่างของวิญญาณสาวกรีดร้องขึ้นมาในลำคอ วิญญาณที่เก็บสะสมค่อย ๆ หดหายลงไป ร่างของเธอเปลี่ยนจากหญิงสาวกลับกลายเป็นชราอย่างรวดเร็ว เธอพยายามผลักไสสิงออกไปให้ห่างตัวสลัดหลุดจากจูบมรณะแต่ไม่อาจทำสำเร็จได้

ปอบปรสิตชักกระตุกอีกไม่กี่ครั้งเธอก็หมดแรงแล้วสลายหายไป สิงเช็ดริมฝีปากของตนเองอย่างพึงพอใจ เปลี่ยนร่างเป็นลำแสงกลับไปยังร่างของตน ในขณะทื่ลืมตาตื่น ร่างของหุ่นดินในผ้าขาวกลับกลายเป็นทรายไม่อาจก่อร่างขึ้นมาใหม่ให้เป็นรูปร่างใด ๆ ได้อีก

สิงบิดกล้ามเนื้อไปมาก่อนที่จะลุกขึ้น เขาเดินกลับไปยังกองไฟแล้วเทผงทรายลงไป เชื้อไฟที่ยังคงหลงเหลืออยู่สร้างสิ่งที่น่าอัศจรรย์ มันเปลี่ยนให้ทรายกลับกลายเป็นควันสีขาวสลายหายไปทันที เมื่อปะทะเข้าด้วยกันกับความร้อนของกองไฟ

ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงบ ทุกสิ่งทุกอย่างหายไปเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน ตัวผ้าขาวเองสิงก็นำไปห่อดินจากป่าช้าที่ยังหลงเหลืออยู่ใส่เข้าย่ามไป เขาหันหลังเดินเข้าบ้านเพื่อนั่งลงทำกรรมฐานที่ตำแหน่งเดิมของตนเองเงียบ ๆ อีกครั้ง

'ด้วยปอบตัวนี้ทำให้พลังวิญญาณของเราเพิ่มมาเกือบหนึ่งส่วนเลยทีเดียว โลกนี้พลังวิญญาณเข้มข้นถึงเพียงนี้ เหตุใดพวกมันทั้งหลายจึงสนใจแต่เวทมนตร์กันนะ ข้าไม่เข้าใจเลย' สิงคิด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 361 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #40 111555999888Jo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 09:14
    สนุกค่ะแต่ยังมีคำผิดนะค่ะ
    #40
    4
    • #40-3 Burning Legion Leader(จากตอนที่ 10)
      27 พฤศจิกายน 2563 / 18:21
      ลั่นโดยไม่มีเหตุผล
      นะค่ะไม่มีความหมายนะครับ
      #40-3
    • 20 ธันวาคม 2563 / 17:18
      คุณก็มีคำผิด"นะค่ะ"
      #40-4