ราชสีห์ขนดำ

ตอนที่ 12 : หน่วยหน้ากาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 353 ครั้ง
    25 ม.ค. 64

ย้อนกลับไปเมื่อตอนกลางวัน เสียงนกร่ำร้องบนท้องฟ้าทำให้เขาหยุดการเดินทางลง ไม่นานนกกาตัวใหญ่กลับพุ่งลงมาเบื้องหน้า มันเปลี่ยนร่างของตนเองเป็นชายในชุดสีดำพร้อมทั้งหน้ากากไม้เต็มใบหน้าคุกเข่าลงทำความเคารพ

“หน่วยหน้ากาก คารวะองค์ชายใหญ่”

“เป็นยังไงบ้าง ได้ข้อมูลที่ข้าสั่งให้ไปสืบมาแล้วหรือยัง”

“ยังขอรับ ข้ารับหน้าที่ส่งสาสน์ให้กับองค์รัชทายาทถึงพระองค์” เขาหยิบนำเอาม้วนไม้ไผ่บริเวณอกออกมายื่นส่งให้กับสิง แต่บรรยากาศกลับแปลกประหลาดไม่เบา ทุกสิ่งอย่างหนักอึ้งขึ้นมาโดยทันที เพียงแต่ใบหน้าของสิงยังคงประดับรอยยิ้มเอาไว้ “อะไรกัน หน่วยหน้ากากที่ข้าอุตส่าห์สร้างขึ้นมากลับเป็นหมาส่งสาสน์ของผู้อื่นไปเสียแล้วอย่างนั้นเหรอ”

“ไม่ขอรับองค์ชายใหญ่ นี่เป็นภารกิจงานสุดท้ายก่อนที่ข้าน้อยจะถอนตัวตามคำสั่งขององค์ชาย เพียงแต่ว่าข้าน้อยไม่อาจหาตัวองค์ชายท่านพบจึงทำให้การทำภารกิจนี้ล่าช้าลงไป” เขาหยิบดาบออกมาวางไว้ด้านหน้าก่อนที่จะคุกเข่าทั้งสองข้างลงเปิดเสื้อขึ้นโชว์กล้ามหน้าท้องที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป้นน้อยใหญ่ของตนเองอย่างเงียบ ๆ

“ขอองค์ชายท่านโปรดรับสั่ง” รับสั่งที่ว่าคือสั่งให้ตาย

“อย่าได้คิดมากไป เพียงเจ้าอธิบายก็พอ” สิงจ้องมองไปยังม้วนไม้ไผ่ที่วางไว้บนหน้าขาของหน่วยหน้ากากคนนั้นแล้วกล่าวขึ้นมา “นำสาสน์ส่งมาให้ข้า”

“ขอรับ!” หน่วยหน้ากากไม่รอช้ารีบทำตามคำสั่งทันที สิงเพียงหยิบขึ้นมาแล้วบีบมันลงไป เสียงปริแตกของไม้ไผ่ดังขึ้นจนหน่วยหน้ากากที่นั่งอยู่เบื้องหน้าต้องเงยหน้าขึ้นมามอง องค์ชายใหญ่ท่านแตกต่างจากเดิมไปแล้วจริง ๆ หรือพระองค์ตัดสินใจที่จะเข้าแข่งขันชิงตำแหน่งกับองค์รัชทายาทแล้ว เขาได้แต่คิด อย่าว่าแต่เขาคิดแบบนั้นเลย หน่วยหน้ากากทุกคนต่างคาดคิดเช่นนี้ แม้แต่ทหารขนดำและคนในหมู่บ้านทั้งหมดก็คิดแบบนี้เช่นกัน การลอบสังหารครั้งนี้คงหนักหนามากจนความคิดขององค์ชายใหญ่เปลี่ยนไป มองหาความมั่นคงมากขึ้นเสียยิ่งกว่าเดิมที่เป็นอยู่

บรรยากาศภายในหมู่บ้านขนดำเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ผู้คนที่เคยเกษียณตัวเองหรือแม้แต่ผู้คนที่ไม่คิดจะเป็นทหารต่างหยิบอาวุธขึ้นมาขัดถูฝึกซ้อมกันแล้ว ลูกหลานทหารกล้าของพวกเขาสละชีพ แม้ภาคภูมิใจแลโศกเศร้า แต่กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศกระหายเลือดเสียยิ่งกว่า

“ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระ อย่าได้คิดมากเลย” เขาเดินไปตบที่ไหล่ของหน่วยหน้ากากคนนั้นเบา ๆ แล้วถามขึ้นพร้อมทั้งบีบไปที่ไหล่ของชายหนุ่มผู้นั้น “ข้าถามเจ้าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าคือสิ่งใด”

“ล้วนเป็นคำสั่งจากท่านขอรับองค์ชาย” เขาตอบโดยที่ไม่ต้องคิด

“ตอบได้ดี แต่เจ้ารู้ไหมสิ่งที่สำคัญที่สุดของข้าคืออะไร”

“ข้าน้อยมิกล้า”

“ไม่เป็นไร ข้าจะบอก ตอนแรกข้าคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดต่อชีวิตข้าคือราชวงศ์ แต่หลังจากผ่านความเป็นตายมาทำให้ข้าคิดได้ เจ้าพวกนั้นไม่ได้โง่ พวกมันต่างลอบฝึกกองกำลังเป็นของตนเองอย่างลับ ๆ ต่างกับข้าที่เปิดเผยทุกสิ่งอย่าง แต่สุดท้ายแล้วกองกำลังที่ข้าสามารถใช้ได้มีเพียงหยิบมือ ทั้ง ๆ ที่ข้าฝึกพวกเขามากมายแต่ถูกจับจ้องจับตา จึงจำต้องส่งออกไป เพื่อไม่ให้เกิดเภทภัยขึ้นกับตัวเองแลพวกเจ้า แต่สุดท้ายเป็นเช่นไร...เราท่านเห็นบทสรุปในเรื่องนี้ดีที่สุด”

“เพื่อความปลอดภัยขององค์ชายใหญ่ท่าน ทุกสิ่งอย่างล้วนคู่ควรพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้ายังไม่เข้าใจ การส่งพวกเจ้าออกไปทำให้ตัวข้าขาดกองกำลังที่สามารถใช้งานได้ อีกทั้งพวกเจ้าล้วนเป็นตัวแทนแห่งข้าในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ผลส่วนท้ายกลับเป็นตัวข้าที่ต้องแบกรับความไม่ปลอดภัยในครั้งนี้ เจ้าสังเกตหรือไม่ว่ากองกำลังหลวงเมื่อทราบข่าวของข้า แท้จริงแล้วไม่ขยับแม้แต่น้อย” สิงเพิ่มน้ำหนักในการบีบมือของเขาเข้าไปอีก

“หรือว่าจะเป็นฝีมือของ...หากเช่นนั้นพวกเราก็ทำสงครามเถอะขอรับ เพียงท่านสั่งคำเดียวเมืองขุนเขาจะลุกเป็นไฟในทันที”

“ไม่เลยไอ้หนู แกเข้าใจผิดแล้ว ไม่ซิ ต้องบอกว่าพวกเจ้าทั้งหมดเข้าใจผิดมากแล้ว ข้าไม่ได้อยากจะทำสงคราม ข้ายังเป็นข้าที่ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองภายในของราชวงศ์ เพียงแต่ว่าข้าต้องการสิ่งของที่เป็นของข้าคืนเท่านั้น” เขาจ้องมองไปรอบ ๆ ก่อนที่หน่วยหน้ากากคนอื่น ๆ จะปรากฏตัวแล้วคุกเข่าโขกศีรษะลง

“ส่งคำพูดของข้าออกไป ต่อแต่นี้หมู่บ้านขนดำขึ้นตรงต่อข้าผู้เดียว แม้แต่กษัตริย์ก็อย่าแม้แต่จะเข้ามาแทรกแซง”

“แต่พระองค์”

“ไม่มีแต่ หึ เขาคนนั้นไม่เคยเห็นข้าเป็นลูกหรอก หากไม่ใช่เพราะสายเลือดในตัวข้าเขาคงขับข้าออกไปนานแล้ว แล้วหากไม่มีท่านแม่ข้าก็คงมาไม่ถึงจุดนี้ พวกเจ้าทำตามคำสั่งเถอะ”

“ขอรับองค์ชายใหญ่” บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบลง เพียงแต่บนท้องฟ้านั้นกลับแตกต่าง สิงมองขึ้นไปยังท้องฟ้าผ่านเมฆหมอกออกไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขากระทำตกอยู่ภายใต้สายตาของคนสองคน

พวกเขาจ้องมองลูกแก้วที่ตั้งไว้กลางห้อง มันฉายภาพเหตุการณ์ทั้งหมดรวมไปถึงเสียงภายในเหตุการณ์นี้ทั้งหมดให้กับคนทั้งสองในห้องได้ชมดู ชายชราผมสีทองกลับทุบโต๊ะด้วยเสียงอันดัง

“ดูมัน ดูมัน ไอ้ลูกคนนี้มัน มัน...”

“เหนือหัวท่านโปรดระงับความพิโรธด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ชายชราในชุดหลากสีที่ยืนอยู่ประดับหมวกขุนนางทรงสูงสีดำประดับขนห่านสีแดงกล่าวอย่างระวัง

“ท่านไม่เห็นเหรอท่านอำมาตย์ ฟังมันพูดว่ายังไง”

“ล้วนเป็นพวกเราบีบบังคับองค์ชายใหญ่ท่านเกินไป ก็สมควรแล้วที่องค์ชายใหญ่ท่านจะทำเยี่ยงนี้” เขาโค้งตัวลงอีกครั้ง “หากเปรียบเป็นพระองค์หากต้องฝึกกองกำลังทั้งหมดแล้วยกให้กับผู้ที่อาจฆ่าตนเองได้ทุกเมื่อ ข้าเชื่อว่าพระองค์คงต้องลุกขึ้นสู้แต่แรก องค์ชายใหญ่ท่านพึ่งผ่านเหตุการณ์นองเลือด คาดว่ายังคงตื่นตระหนักไม่เชื่อถือในผู้ใดนอกจากตนเอง ปล่อยให้เขาเรียกกองกำลังตนเองกลับเถอะพ่ะย่ะค่ะ” พวกเขาทั้งสองไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากกษัตริย์แห่งเมืองขุนเขาและอำมาตย์คู่พระทัย

เมื่อกษัตริย์เมืองขุนเขาระงับความโกรธ เขาถอนหายใจออกมาแล้วมองบุตรชายที่ไม่ได้พบหน้ามาหลายปีผู้นี้หันหลังเดินจากไปก็ต้องพิงหลังไปกับเก้าอี้แล้วบ่นขึ้นมา “มันไม่เป็นข้ามันจะไปรู้อะไร เอาเถอะมันอยากจะทำอะไรก็ให้มันทำ ไอ้ลูกไม่รักดีคนนี้....” เหมือนเขาจะคิดอะไรบางอย่างได้ “เรื่องที่เขาถูกลอบสังหารไปถึงไหนแล้ว” อย่าว่าแต่หน่วยหน้ากากทำงาน แม้แต่หน่วยข่าวกรองของเมืองหลวงขุนเขาก็ทำงานเช่นกัน

“พ่ะย่ะค่ะ การจ้างวานนั้นมาจากทางใต้ตามที่พระองค์คาดคิดจริง เพียงแต่มันน่าแปลกอยู่บ้าง พวกเราทราบว่าเมื่อข่าวการลอบสังหารถูกส่งไปยังวังหนานเจ้าพวกเขากลับเป็นผู้ที่ร้อนใจที่สุดเสียเอง”

“พวกวัวสันหลังหวะ”

“ตามสายลับของเรารายงานมา คาดว่ามีผู้ใช้โอกาสนี้ลอบสังหารมากกว่าพ่ะย่ะค่ะ เพราะตามที่เราได้ข้อมูลมาพวกเขาเพียงต้องการขับไล่ขณะราชทูตขององค์ชายใหญ่ท่านไปเท่านั้น”

“ต่อให้มันลอบสังหารหรือขับไล่จับตัว ไม่ว่าทางไหนเราล้วนต้องทำสงครามอยู่แล้วมิใช่หรือไง”

“พ่ะย่ะค่ะ...เพียงแต่ว่า...”

“ว่ามาเถอะ”

“เพียงแต่ว่าองค์ชายใหญ่ท่านก็ลอบเดินทางเพื่อที่จะไปเมืองหนานเจ้า ข้าเกรงว่าองค์ชายใหญ่ท่านยังไม่ล้มเลิกการสมรสของทั้งสองเมือง...” เขาหยุดไปสักพักแล้วพูดต่อ “ข้าน้อยขอบังอาจคาดเดาว่าองค์ชายใหญ่ทราบว่านี่มันออกจะเกินกว่าเหตุไป ฝ่าบาทคงมิได้สังเกต องค์ชายใหญ่ท่านเหมือนจะทราบแผนการนี้แต่แรกจึงได้นำเพียงองครักษ์รักษาพระองค์หมู่บ้านขนดำออกเดินทางเป็นทัพเดี่ยว เพื่อให้ดูเหมือนเป็นการขัดคำสั่งทัพแลมิได้จัดพวกทูตติดตามไปด้วย ป้องกันการทำร้ายโดยไม่จำเป็น เพียงแต่องค์ชายใหญ่ท่านก็มิคาดคิดเช่นกันว่าสุดท้ายแล้วทั้งหมดจะเป็นเพียงการจัดฉากลอบสังหารเท่านั้น พระองค์คงต้องการสืบเสาะด้วยตนเองว่ามันผู้ใดกล้าคิดวางแผนลอบสังหารพระองค์”

“ข้ากลับคิดว่ามันพึ่งตาต้องใจเจ้านางน้อยเมืองหนานเจ้าเสียมากกว่า” กษัตริย์เมืองขุนเขายิ้มขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี “เอาเถอะ ส่งข้อมูลของหน่วยข่าวกรองให้กับหน่วยหน้ากาก ให้พวกมันทำงานได้ง่ายขึ้น ส่งคนของเราออกไปตามสืบในสิ่งที่พวกเขาขาดด้วย”

“พ่ะย่ะค่ะองค์เหนือหัว” อำมาตย์คู่พระทัยน้อมรับสั่งแล้วถอยตัวเดินออกไปโดยทันที

“น่าเสียดาย เฮ้อ” เมื่อไร้ผู้คน กษัตริย์เมืองขุนเขาก็ต้องถอนหายใจออกมายาวๆ อีกครั้ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 353 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #8 0867816597n (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 20:18
    สนุกๆรอติดตาม
    #8
    1
    • #8-1 (จากตอนที่ 12)
      11 พฤศจิกายน 2563 / 20:29
      ขอบคุณครับ
      #8-1