จบแล้ว {Fic BTS} The Flower {KookV} #Flowerkookv

ตอนที่ 11 : Chapter 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,079
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 395 ครั้ง
    21 เม.ย. 62

Chapter 11

 

                “นิดฮอกก์เป็นอสุรกายที่ร้ายกาจมากตัวหนึ่ง เฉกช่นเดียวกับอสุรกายอีกหลายตัวที่อิกดราซิลใช้รากกักขังเอาไว้ใต้สุดของทั้งเก้าโลก” คิมนัมจุนพาทุกคนกลับไปที่ห้องทำงานของเขา และเริ่มเลกเชอร์ข้อมูลสำคัญให้กับทูตคนอื่นๆทันที พวกเขากราบอาจารย์คนเดียวกันก็จริงอยู่ แต่สิ่งที่อาจารย์ถ่ายทอดให้ศิษย์แต่ละคนกลับแตกต่างกันไป และนั่นทำให้หลายคนยังไม่รู้จักมังกรที่ชื่อว่านิดฮอกก์ดีพอ

“ที่เรียกว่ามังกรสายพันธุ์เซอร์เพนท์ ก็เพราะว่ามันไม่ใช่มังกรที่มีสี่ขาและมีปีกแบบค้างคาว แต่เป็นมังกรชนิดที่มีลำตัวยาวคล้ายงู มีขาสั้นๆ และไร้ปีก อ้างอิงจากคำพูดของอาจารย์ เจ้าสิ่งนี้กัดกินรากของอิกดราซิลมาเนิ่นนาน นานจนทำให้อิกดราซิลเริ่มไม่ไหวแล้ว”

“เพราะอะไร” จองกุกถามด้วยความไม่เข้าใจ นิสัยช่างซักถามแต่เดิมเริ่มหวนกลับมาทำให้เขากล้าตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ ขอเพียงเป็นเรื่องที่เขาไม่เข้าใจ เขาจะไม่ลังเลเลยที่จะซักถามเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มากขึ้น คนที่เหลือต่างก็เคยชินกับนิสัยนี้ของเขานานแล้ว จึงไม่ได้มีใครมีท่าทีไม่พอใจกับการตั้งคำถามทะลุกลางปล้องนี้

“นายหมายถึงว่า เพราะอะไรมันถึงกัดอิกดราซิล หรือเพราะอะไรอิกดราซิลผู้ยิ่งใหญ่ถึงทนไม่ไหวแล้ว” นัมจุนย้อนถามกลับยิ้มๆ

“ทั้งสองอย่างครับ”

“ว่ากันว่าบนต้นของอิกดราซิลมีสิ่งมีชีวิตหลากหลายอาศัยอยู่...” นัมจุนเกริ่นอย่างไม่รีบไม่ร้อน “อิกดราซิลจะมีใบที่เขียวสดอยู่ตลอดทุกฤดูและจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป ถึงแม้ว่าบางครั้งใบของมันก็กลายเป็นอาหารของสัตว์ต่างๆที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ ที่ปลายสูงที่สุดของอิกดราซิลจะมีไก่ตัวผู้สีทองเกาะอยู่ มันคอยทำหน้าที่ตรวจตรา หน้าที่ของมันคือขันร้องเตือนเทพเจ้าหากมีศัตรูรุกรานเข้ามา นอกจากนี้บนกิ่งของอิกดราซิลยังมีนกอินทรีอยู่ตัวหนึ่ง ตำแหน่งของมันอยู่ตรงกับตำแหน่งที่นิดฮอกก์ขดตัวอยู่ หน้าที่ของนกอินทรีก็คือคอยตรวจตราไม่ให้พญางูนิดฮอกก์กัดกินรากของอิกดราซิลมากจนเกินไป โดยทุกครั้งมันจะส่งกระรอกที่ชื่อราตาโทสค์ให้วิ่งลงไปถ่ายทอดคำพูดของมันต่อนิดฮอกก์”

“โดยปกติแล้วนิดฮอกก์จะกัดกินซากศพเป็นอาหาร แต่ถ้ามันกินจนเบื่อแล้วหรือไม่มีซากศพให้มันกิน มันก็จะหันกลับมากัดกินรากไม้ของอิกดราซิลด้วยความแค้นเคืองแทน” ยุนกิเอ่ยเสียงเรียบขึ้นมาบ้าง “เมื่อครั้งที่อาจารย์สอนฉันถึงเรื่องของเจ้ามังกรครึ่งงูตัวนี้ ฉันไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก แต่เห็นได้ชัดว่าอาจารย์น่าจะรู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งจะต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ให้พวกเราไปจัดการ”

“ตามหลักแล้วพวกเขาก็สมควรจะรู้เรื่องพวกนี้ล่วงหน้าอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” จองกุกแย้งขึ้น “โนร์นคือเทพีแห่งโชคชะตา พวกนางสามพี่น้อง คนหนึ่งคือตัวแทนของอดีต คนหนึ่งคือตัวแทนของปัจจุบัน และอีกคนคือตัวแทนของอนาคต พวกนางตักน้ำพุแห่งความเยาว์วัยที่มีรากหนึ่งของอิกดราซิลไปถวายทวยเทพแอสการ์ดทุกวัน อิกดราซิลถูกกัดกินรากจนตัวแทนที่อยู่ในมิดการ์ดแห้งเหี่ยวเกือบตาย เฮลล่าหลุดออกมานั่งยิ้มอยู่ในเมืองมนุษย์ คำถามที่ผมสงสัยคือ เพราะอะไรทวยเทพถึงนิ่งเฉย”

“เพราะพวกเขากำลังทำสงครามอยู่” โฮซอกไม่รู้ว่าเรียกหน้ากากชึ้นมาตอนไหน เขาสวมหน้ากากเอาไว้บนใบหน้า ดวงตาเรืองแสงสีฟ้าอมขาวออกมาเรืองรอง เขากำลังใช้พลังของตัวเองในการตรวจดูความเป็นไปของโลกอื่นๆในจักรวาล “ฉันก็ยังเห็นภาพติดๆดับๆ แต่...เทพแห่งแอสการ์ดไม่มีเวลาพอจะลงมาจัดการนิดฮอกก์ อีกทั้งหน้าที่ในการพิทักษ์อิกดราซิลแต่เดิมก็เป็นของพวกเรา ปัญหาคือพวกเราถูกแทรกแซงโดยเฮลล่า ซึ่ง ณ จุดนี้ถ้าอิงตามตำนาน เธอต้องหลุดออกมาจากเฮลไฮล์มด้วยฝีมือของคนบางคนแน่ คนที่ชอบก่อสงครามอยู่เสมอ”

“นายหมายถึงเทพเจ้าแห่งการหลอกลวง โลกิ บิดาของเฮลล่า?” ซอกจินหันไปมองนัมจุนเป็นเชิงขอความคิดเห็น “อาจารย์พูดถึงแรคนาร็อค ตามตำนานแต่เดิม กล่าวว่าหากรากของอิกดราซิลถูกกัดกินจนขาด ไม่สามารถนำน้ำจากบ่อน้ำในนิฟล์ไฮล์มไปหล่อเลี้ยงลำต้นได้ อิกดราซิลจะพังทลายไปพร้อมกับที่มหาเพลิงจะเผาผลาญโลกทั้งเก้าเป็นจุณ”

“แล้วเราจะสู้กับนิดฮอกก์ได้ยังไง ไม่สิ ก่อนอื่นคือเราจะท้าทายเฮลล่าได้ยังไง นายพูดเอง นางเป็นธิดาของเทพเจ้าแห่งการหลอกลวง เราจะทำอย่างไรถึงสามารถยื่นเงื่อนไขต่อนางได้”

ฟังศิษย์พี่รุ่นใหญ่ทั้งหลายถกกันเรื่องเคร่งเครียด โดยมีจองกุกแทรกถามคำถามอยู่เป็นระยะ แทฮยองกับจีมินมองหน้ากันก่อนจะถอนหายใจเงียบๆ

บรรยากาศเช่นนี้พวกเขาไม่ได้สัมผัสมานานแล้วจริงๆ เพียงแต่น่าเศร้าตรงที่ภารกิจแรกหลังจากได้กลับมารวมตัวกัน กลับเป็นภารกิจที่ยากที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยแบกรับมาในชีวิต

ประการแรก พวกเขาซึ่งเป็นมนุษย์ที่ถือกำเนิดในมิดการ์ด นอกจากเทพีแห่งโชคชะตาแล้วก็ยังไม่เคยได้พานพบกับเทพเจ้าองค์ใดมาก่อน ยามนี้กลับต้องท้าทายเทพีแห่งความตายเฮลล่า พวกเขาไม่อาจแม้แต่จะประเมินความสามารถของตนเองว่าจะรับมือกับนางได้มากน้อยแค่ไหน จริงอยู่ ในอดีตพวกเขาเจ็ดคนรวมกำลังกันกักนางไว้ใต้พิภพได้ แต่นั่นก็ทำให้พวกเขาต้องตายเช่นกัน คราวนี้ทำอย่างไรพวกเขาถึงจะต่อกรกับนางได้โดยไม่ตาย ทั้งยังต้องมีชีวิตรอดไปสู้กับมังกรอีกหนึ่งตัว

ประการที่สอง พวกเขาซึ่งเป็นมนุษย์ที่ถือกำเนิดในมิดการ์ด ดังนั้นนอกจากเดินทางไปทั่วมิดการ์ดแล้วพวกเขาก็ไม่เคยเหยียบย่างไปยังพิภพอื่นเลยแม้เพียงครั้งเดียว นอกจากโฮซอก...ดรีมเมอร์ที่มีพลังในการมองเห็นนิมิต มองเห็นอดีต ปัจจุบันและอนาคตได้ผ่านทางความฝันของเขาแล้ว คนอื่นๆแม้แต่ภาพของพิภพอื่นก็ยังยากจะจินตนาการภาพออกได้ แต่คราวนี้พวกเขาจำต้องเดินทางไปทั้งเฮลไฮล์ม ทั้งนิฟล์ไฮล์มเลยทีเดียว

ประการที่สาม พวกเขาซึ่งเป็นมนุษย์ที่ถือกำเนิดในมิดการ์ด ปกติแล้วภารกิจมักจะเป็นการเดินทางปราบปีศาจทั่วๆไป บางครั้งตามหาของวิเศษ บางครั้งช่วยเหลือประชาชนที่ทุกข์ยาก บางครั้งช่วยบรรเทาภัยพิบัติบนโลก งานง่ายสุดที่เคยทำคือสอนหนังสือเด็กๆ งานยากสุดที่เคยทำก็คือการสังเวยวิญญาณตัวเองกักเฮลล่าเอาไว้ในพื้นดินมิดการ์ด ไม่ให้ความตายหลุดออกไปนอกเมือง แต่ตอนนี้...ภารกิจของพวกเขาคือสู้กับอสุรากายที่แม้แต่อิกดราซิลยังทำได้แค่กักมันเอาไว้ พวกเขาจะทำอะไรได้บ้าง?

ที่สำคัญคือผลของการปฏิบัติภารกิจไม่สำเร็จ อาจหมายถึงการล่มสลายของโลกทั้งเก้าใบ

น้ำหนักของภารกิจที่แบกรับนี้ หนักหนาราวกับว่าพวกเขาคืออิกดราซิลที่แบกโลกทั้งเก้าใบเอาไว้บนหลังเสียเอง!

“นัมจุน นี่ก็จะเช้าแล้ว เด็กๆยังไม่ได้นอนกันมาเลยทั้งคืน” ในที่สุดหลังเวลาล่วงเลยไปจนเกือบจะถึงตีห้า ซอกจินก็กล่าวยุติการประชุมที่ชวนหัวระเบิดนี้ เขาวางมือลงบนไหล่ญาติผู้น้อง ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “จะอย่างไรเสียก็ยังพอมีเวลา ให้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักก่อนเถอะ นอนหลับพักผ่อนให้สมองปลอดโปร่งแล้ว ใช้เวลาอยู่กับความทรงจำที่เพิ่งย้อนกลับมาให้มากหน่อย แล้วพวกเราค่อยกลับมาวางแผนกันอีกครั้งดีไหม”

นัมจุนเพิ่งสังเกตเห็นสีหน้าง่วงหงาวหาวนอนของจีมินกับแทฮยอง แม้แต่จองกุกที่ช่างถามก็ยังมีดวงตาที่หรี่ปรือกว่าในยามปกติ ยุนกินั้นเงียบเสียงลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วไม่มีใครทราบ เหลือเพียงเขา ซอกจิน และโฮซอกที่ยังคงกรัปรี้กระเปร่าอยู่

“อืม งั้นวันนี้เราเลิกประชุมแค่นี้ แยกย้ายกันกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ”

ขณะที่แต่ละคนรับคำแล้วเริ่มแยกย้ายกันเดินทางกลับบ้านของตัวเอง จองกุกก็พลันดึงแขนแทฮยองเอาไว้ รอจนอีกฝ่ายหันมามองด้วยสายตาตั้งคำถาม เขาก็เอ่ยชวนว่า “ก่อนหน้านี้นายสัญญาเอาไว้ว่าจะช่วยฉันตามหาวิญญาณปู่ของฉัน จำได้ไหม”

แทฮยองลังเลเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับ เขาหันกลับไปบอกพี่ชายทั้งสองว่าจะไปกับจองกุก ซึ่งทั้งสองก็ไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างไร แค่กำชับว่าถ้าหมดธุระแล้วก็แวะกลับบ้านด้วยไม่อย่างนั้นแม่ของเขาจะเป็นห่วง หลังขออนุญาตพี่ชายทั้งสองเรียบร้อย แทฮยองก็เดินเคียงข้างจองกุกออกสู่ถนน บรรยากาศเช้ามืดของ Ghost Town ในวันนี้ให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากในยามปกติจนพวกเขาต่างก็สัมผัสได้

เสียงฝีเท้าของพวกเขาแผ่วเบา แต่ด้วยประสาทรับรู้ที่เฉียบคมของพวกเขา เสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นก็ไม่ต่างอะไรกับเสียงที่ดังกังวานอยู่ในหูของพวกเขาเลย

โดยไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดๆ ทั้งสองก็ทอดฝีเท้าเคียงข้างกันไปจนกระทั่งถึงสุสานที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง

“นายเจอเขาไหม” เสียงของจองกุกฟังดูสบายๆ ราวกับกำลังสอบถามเรื่องดินฟ้าอากาศ แทฮยองกวาดสายตามองสุสานรอบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เขายืนอยู่ข้างนาย มองนายด้วยสายตาภาคภูมิใจ”

เอ่ยจบเขาก็เดินเข้ามายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามจองกุก จากนั้นจึงยกมือขึ้นมา จองกุกหลับตาลงอย่างไว้เนื้อเชื่อใจ แทฮยองจึงวางปลายนิ้วแตะลงบนเปลือกตาของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา จองกุกรับรู้ได้ถึงพลังงานที่กระเพื่อมไหวในเปลือกตา และเมื่อน้ำหนักบนเปลือกตาหายไป จองกุกก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

ภาพแรกที่เขาเห็นคือแทฮยองที่มีแสงเจิดจ้าโอบล้อมร่างของเขาเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลางดงามถูกแสงสว่างเรืองรองนั้นขับจนดูเหมือนเทพเจ้ามากกว่าจะเป็นเพียงมนุษย์ หัวใจของจองกุกหยุดเต้นไปชั่วขณะ เนิ่นนานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เห็นแทฮยองด้วยตาแห่งจิตเช่นนี้

เมื่อเบนสายตาไปด้านข้าง เขาก็มองเห็นชายชราคนหนึ่งกำลังยิ้มให้เขา มองเขาด้วยสายตาภาคภูมิใจที่ยากปกปิด ปู่ของเขาส่ายหน้ากล่าวว่า “เป็นเกียรติของกระผมจริงๆที่ได้ส่งหน้ากากคืนสู่มือของท่านด้วยตัวกระผมเอง”

“ปู่ครับ” จองกุกรีบก้าวเข้าไปกอดชายชราเอาไว้แน่น เมื่อมีพลังที่แทฮยองให้ยืมใช้ เขาสามารถมองเห็นพลังงานต่างๆในโลกได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง และนั่นทำให้เขาสามารถจับต้องได้กระทั่งดวงวิญญาณ “ปู่อย่าทำเหมือนผมเป็นผู้ยิ่งใหญ่อะไรแบบนั้นเลยนะครับ ผมน่ะ...ตั้งแต่มีชีวิตมาสองภพชาติใหญ่ๆที่จำได้ ผมมีปู่คนเดียวเป็นคนในครอบครัวอย่างแท้จริง”

พ่อกับแม่แทบไม่ได้เลี้ยงดูเขา ชาติก่อนเขาก็เป็นเพียงเด็กกำพร้า เพิ่งมีชีวิตนี้เองที่เขาได้มีปู่ มีครอบครัวที่เกี่ยวพันกันทางสายเลือด ก่อนหน้านี้จูเลียสยึดถือทูตเป็นพี่น้อง แต่มีเพียงชายชรา มนุษย์ธรรมดาตรงหน้าเขาเท่านั้นที่เขายึดถือเป็นญาติผู้ใหญ่อย่างแท้จริง ที่เลี้ยงดูเขามา

แทฮยองมองเขาด้วยสายตาอบอุ่นอ่อนโยนอยู่ด้านข้างโดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ทว่าดวงตาของเขากลับรื้นหยาดน้ำตา ราวกับว่าความรู้สึกของสองปู่หลานทำให้เขารู้สึกสุขระคนเศร้าไปพร้อมกันด้วย

“จริงสิครับ ปู่” จองกุกผละออกจากอ้อมกอดของชายชรา “ปู่ได้หน้ากากมาจากไหน”

“ย่าของหลานได้รับมันสืบทอดมาจากต้นตระกูล” ชายชราลูบใบหน้าหล่อเหลาของหลานชายด้วยสายตารักใคร่ “ปู่ไม่รู้หรอกว่าหลานคือหนึ่งในคณะทูตทั้งเจ็ด เพิ่งได้รู้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง”

“ปู่ครับ” จองกุกยิ้มให้ชายชราอย่างอ่อนโยน “ผมมีภารกิจที่ยิ่งใหญ่มากรออยู่ และต้องทำมันให้สำเร็จให้ได้เท่านั้น ดวงวิญญาณของปู่จึงจะสามารถไปจากที่นี่ได้ และผมสัญญาว่าผมจะต้องทำมันให้สำเร็จให้ได้”

“หลานทำได้อยู่แล้ว”

“อีกเรื่องหนึ่งครับปู่” จองกุกยิ้ม เขาดึงแทฮยองเข้ามายืนข้างๆกันก่อนจะเอ่ยว่า “ผมอยากแนะนำให้ปู่รู้จักคิมแทฮยอง คุณชายคนที่สามของตระกูลคิม”

“คุณชายคิม” คนเป็นปู่ยิ่มให้เด็กหนุ่มพลางโต้งศีรษะทักทายอย่างเคารพนบนอบ แทฮยองรีบโบกมือปฏิเสธแล้วเอ่ยว่า “เรียกผมว่าแทฮยองเถอะครับ คุณปู่”

จองกุกมองปู่ด้วยดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะเอ่ยว่า “ผมอยากจะแนะนำเขาให้ปู่รู้จัก เพราะว่า...เขาคือคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผมครับ”

ร่างของแทฮยองแข็งทื่อ ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้น พลางสะบัดหน้ามามองจองกุกด้วยสีหน้าตื่นตะลึง ชายชราเองก็ตกตะลึงถึงขั้นอึ้งไปหลายอึดใจเหมือนกัน

“เขาสำคัญกับผมมากครับ ผมตกหลุมรักเขามานานแสนนานแล้ว แต่เพราะผมขี้ขลาดจึงไม่กล้าที่จะยอมรับออกไป วันนี้ผมถือโอกาสทำเรื่องสำคัญสองอย่าง นั่นคือมาพบปู่อีกครั้ง และบอกให้เขารู้ว่าผมรักเขา เผื่อว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นระหว่างภารกิจ ผมจะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังอีกที่ไม่พูดมันออกไป...เหมือนอย่างในชาติที่แล้ว”

แทฮยองเชี่ยวชาญด้านอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าใครทั้งหมด เขาย่อมรับรู้ได้ว่าทุกคำพูดของจองกุกนั้นแฝงความจริงใจเอาไว้มากมายเสียจนหัวใจของเขาสั่นไหว

นี่จึงเป็นชายหนุ่มที่เขาตกหลุมรัก ทูตแห่งการแสวงหาผู้ตรงไปตรงมา ผู้ชายที่ใช้ชีวิตโดยบอกตัวเองอยู่เสมอว่าจะต้องไม่ทำในสิ่งที่ตัวเองจะเสียใจในภายหลัง

“ปู่รู้ไหมครับ ในบรรดาทูตทั้งเจ็ด เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ครอบครองพลังด้านตรงข้ามกับผม ผมมีพลังในการค้นหา ไม่มีสิ่งใดในโลกที่ผมตามหาไม่เจอ มีเพียงเขา...ทูตแห่งการหลบซ่อน ที่หากเขาต้องการจะซ่อนตัวและหนีหายไปจากผม ผมจะไม่มีวันหาเขาเจอ” จองกุกยิ้มเศร้าพลางจับมือของแทฮยองเอาไว้แน่น บอกเล่าเรื่องราวความผิดพลาดของตนเองโดยมีวิญญาณปู่ของเขาเป็นพยาน “ชาติที่แล้วผมทำผิดพลาด ผมถูกจุดอ่อนที่กัดกินใจผมไม่ต่างจากมังกรที่กัดกินรากของอิกดราซิลทำให้เลือกเส้นทางที่โง่งมจนน่าตายไป ผมปฏืเสธที่จะเป็นคู่บำเพ็ญกับเขา ผมหลอกลวงเขาด้วยคาถาทำให้เขาอ่านอารมณ์ปลอมๆของผม ทำให้เขาคิดว่าผมไม่เคยมีใจให้เขา ทำให้เขาเสียใจจนหนีไป หลบซ่อนจากผม ไม่ว่าในภายหลังผมจะเสียใจเพียงไหน ผมก็ไม่อาจหาเขาเจอ”

“จองกุก...” แทฮยองถูกคำพูดของจองกุกโจมตีจนสมองอื้ออึงไปหมด เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจะพูดอะไรดี

“วันนี้...ผมไม่รู้ว่าหลังจากทำภารกิจสำเร็จ ผมหมายถึง ถ้าหากว่ามันสำเร็จ ผมก็ไม่รู้ว่าเมื่อกลับมาที่นี่จะได้เจอปู่อีกไหม ดังนั้นผมจึงอยากขอให้ปู่ ญาติผู้ใหญ่เพียงหนึ่งเดียวของผมเป็นพยานให้ผม” จองกุกหันกลับมากระชับมือของแทฮยองจนแน่น “คิมแทฮยอง เวลาที่เรารู้จักกันในชาตินี้สั้นเพียงสองวัน แต่เวลาที่แท้จริงที่เรารู้จักกันมากลับยาวนานกว่านั้นมาก หากนายยินดี เมื่อเราจบภารกิจใหญ่ครั้งนี้ นายยินดีจะเป็นคู่บำเพ็ญของฉันไหม”

แทฮยองมองเขาด้วยสายตาเหม่อลอย

“นายยินดีจะออกเดินทางไปด้วยกันกับฉัน ยินดีจะผ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน ยินดีจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน ยินดีที่จะปกปักษ์พิทักษ์พญาพฤกษาแห่งชีวิตเคียงข้างกันกับฉันตลอดไปไหม”

ชายชรามองเด็กหนุ่มผู้มีศักดิ์ฐานะไม่ธรรมดาทั้งสอง เขาไม่รู้รายละเอียดถึงพิธีกรรมของทูตทั้งเจ็ด เขาไม่รู้ว่าการเป็นคู่บำเพ็ญนั้นหมายถึงอะไร

แต่จากที่ฟังดู...เขารู้สึกว่านี่คล้ายไม่ต่างอะไรกับคำขอแต่งงาน

หยดน้ำตาอุ่นๆพลันไหลลงมาที่ข้างแก้มของเด็กหนุ่ม แทฮยองรีบปาดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาปรากฏริ้วรอยของความขัดเขิน ทำให้ท่าทางที่ดูสุขุมของเขาอ่อนเยาว์ลง จนดูเหมือนกับว่าวิญญาณของเขาไม่ได้มีอายุเป็นพันปี แต่เป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกสารภาพรักครั้งแรก

“ตอนนั้น นายโกหกฉันเพราะกังวลเรื่องฐานันดรศักดิ์แค่นั้นเองเหรอ” แทฮยองไม่ตอบรับทันที แต่กลับตั้งคำถามนี้ขึ้นมา จองกุกพยักหน้ารับอย่างจริงจัง “แค่นั้นจริงๆ”

“นายคิดว่า ตัวเองที่มีชาติกำเนิดเป็นขอทานไม่เหมาะสมกับฉัน?”

“พูดกันแบบหน้าไม่อายเลย ฉันรู้ว่าฉันเหมาะสมกับนายทุกอย่าง ฉันรู้ว่าด้วยฐานะทูตนี้ หรือด้วยฐานะหมอผี หรือด้วยฐานะของจอมปราชญ์ก็ตาม ฉันสูงส่งมากพอที่จะเดินเคียงข้างเจ้าชายได้อยู่แล้ว” จองกุกยิ้มด้วยท่าทางที่แฝงความละอายไม่น้อย “แต่นายก็รู้ ตั้งแต่มาเจอพวกนายทั้งหกคน ฉันก็เกิดปมเล็กๆอยู่ในใจที่สลัดไม่หลุดมาตลอด ว่าทำไมถึงมีฉันคนเดียวที่ฐานะต่ำต้อยเหลือเกิน”

“แต่ด้วยชาติกำเนิดแบบนั้นทำให้นายเป็นนาย และมันทำให้ฉันชอบนายนะ” แทฮยองเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“ฉันถึงได้บอกว่าตัวเองโง่มากที่ปฏิเสธนายแบบนั้น”

“นายเสียใจมากเลยเหรอที่หาฉันไม่เจอ?”

“ฉันปวดใจจนแทบมองไม่เห็นแผนที่ดวงดาวอีกเลย” จองกุกกล่าวเรื่องน่าขายหน้าของตนเองให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง “ฉันเหมือนพวกพระรองหนังรักที่เสียใจแล้วไม่เป็นอันทำอะไร แทบจะกลายเป็นคนไร้สติ โชคดีที่ได้คุณทรอยเตือนสติ ฉันถึงกลับมาเป็นผู้เป็นคนได้”

“นายคงไม่คิดว่าพอได้มาเจอฉันอีกครั้ง วันนั้นดันเป็นวันตายของพวกเรา” แทฮยองเอ่ยยิ้มๆ รอยยิ้มน้อยๆ ของเขาทำให้จองกุกมองออกว่าแทฮยองไม่ได้ติดใจโกรธเรื่องโง่เขลาของเขาในวันนั้นแล้ว

“แต่ก็เป็นนายนี่ เป็นนายที่ปรากฏตัวต่อหน้าฉัน ดึงฉันให้กลับมาอีกครั้ง” จองกุกมองอีกฝ่ายด้วยสายตาอ่อนโยน “เหมือนทุกครั้งที่ฉันมองอะไรไม่เห็น ฉันจะเห็นนาย ...เป็นนายเสมอ”

แทฮยองส่ายหน้าพลางอมยิ้ม เขาหันไปหาปู่ของจองกุกที่กำลังยิ้มมองเด็กหนุ่มทั้งสองอยู่ ก่อนจะเอ่ยว่า “คุณปู่ครับ เราอาจเคยเจอกันครั้งแรกก็จริง แต่จริงๆแล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้เจอกัน ตอนผมยังเด็ก ผมเคยแอบหนีออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านแล้วหกล้ม ขาของผมเป็นแผล ผมไม่กล้ากลับบ้านไปให้พวกพี่ชายหรือแม่เห็น คุณปู่เป็นคนที่เปิดประตูร้านอาหารของคุณ แล้วชวนผมเข้าไปนั่งกินเค้ก คุณปู่ทำแผลให้ผม พอที่บ้านส่งคนมารับผม คุณปู่ก็ช่วยพูดกับพวกเขาไม่ให้ตีผมด้วย คุณปู่จำได้ไหมครับ”

ชายชราเบิกตากว้างขึ้น “อา เธอก็คือเด็กผู้ชายตัวผอมที่หกล้มอยู่ข้างบ้านคนนั้นน่ะหรือ”

แทฮยองพยักหน้ารับ “วันนั้นคุณปู่เล่าเรื่องหลานชายให้ผมฟังหลายเรื่องมาก ทำเอาผมอยากเจอตัวจริงของเขาเลย ว่าหลานชายที่ปู่ทั้งรักทั้งชื่นชมคนนี้เป็นแบบไหนกันแน่ ดังนั้นวันรุ่งขึ้นผมเลยแอบย้อนกลับมา เพื่อที่จะดักรอดูหน้าของคนที่ชื่อจอนจองกุก” เอ่ยถึงตรงนี้เขาก็หัวเราะพรวดออกมา “ใครจะคิดล่ะครับ ว่าเจ้าเด็กน่าอิจฉานั่นจะเป็นคนที่หักอกผมในชาติที่แล้วเสียได้”

จองกุกเผยรอยยิ้มเจื่อนออกมา

“แต่ว่านะครับปู่ ถ้าเราเคยรักใครสักคนมาก มากจริงๆ ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ตราบใดที่ไม่มีใครที่ใช่หรือคนที่ดีกว่าเข้ามา การจะลืมเขามันก็เป็นไปไม่ได้ใช่ไหมล่ะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ในเมื่อเขายอมรับผิดทั้งหมด และยืนอยู่ตรงหน้าผม ขอให้ผมเป็นคู่บำเพ็ญของเขา ถ้าผมปฏิเสธ ผมก็คงไม่ต่างไปจากเขาในชาติที่แล้วที่ตัดสินใจทำอะไรโง่ๆลงไปแน่ เพราะงั้นผมจึงตอบตกลงครับ ขอให้ปู่ช่วยเป็นพยานให้ผมด้วยนะครับ”

เด็กหนุ่มทั้งสองคนยื่นมือที่กุมกันแน่นออกไปเบื้องหน้า ชายชราถอนหายใจอย่างปลาบปลื้มก่อนจะวางมือเหี่ยวย่นลงบนมือของทั้งสอง

“ดวงวิญญาณผู้ต่ำต้อย ขออาจหาญทำหน้าที่เป็นสักขีพยานในวันนี้ เมื่อใดก็ตามที่ภารกิจของท่านทูตทั้งสองสำเร็จลุล่วง พวกท่านจักกลายเป็นคู่บำเพ็ญกัน ขอทวยเทพโปรดช่วยอวยพรด้วยเถิด”

ท้องฟ้าเบื้องบนพลันเกิดเสียงคำรามครั่นครื้นดังมา ราวกับว่าทวยเทพรับทราบเรื่องราว ณ ที่แห่งนี้แล้ว

“นายกลับไปที่บ้านก่อนเถอะ” จองกุกลูบมือของแทฮยองเบาๆ “พักผ่อนกันให้เต็มที่ งานใหญ่กำลังรอพวกเราอยู่”

แทฮยองพยักหน้าให้เขา ก่อนจะหันไปก้มศีรษะเป็นเชิงบอกลาชายชรา ก่อนที่ร่างของเขาจะหายวับไปจากสายตา สายลมอ่อนๆโชยพัดมา จองกุกมองดวงวิญญาณที่กระจัดกระจายอยู่ในสุสานก่อนจะถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “ถึงผมจะไม่ได้ผูกพันอะไรกับโลกทั้งเก้า แต่กลับผูกพันกับเมืองนี้มาก ดังนั้นผมจึงไม่มีทางยอมให้เมืองนี้ต้องเป็นอะไรไปได้เป็นอันขาด ปู่เอาใจช่วยผมด้วยนะครับ”

ชายชราเอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า “ตราบใดที่หลานรู้จักนามที่แท้จริงของตัวเอง รู้ว่าตัวหลานเป็นใคร ย่อมไม่มีอะไรที่หลานทำไม่สำเร็จหรอก ปู่เชื่อในตัวหลานนะ และเชื่อในโชคชะตาด้วย เชื่อว่าเมืองแห่งนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องตายอย่างแท้จริง ต้นไม้ใหญ่ของพวกเราก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องตายเช่นกัน”

“ต้นไม้...ไม่มีทางตายหรอกครับ” ดวงตาของจองกุกทอประกายมุ่งมุ่น “ต้นไม้แห่งชีวิตจะต้องเขียวชอุ่มตลอดไปเพื่อโอบอุ้มโลกเอาไว้ จะไม่มีทางตายโดยเด็ดขาด”

 



 Talk.

เราได้อ่านคอมเม้นต์ของทุกคนแล้วนะคะ ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบพระคุณทุกคนที่ยังกลับมาอ่านกันต่อและทุกคนที่เพิ่งเข้ามาอ่านใหม่ด้วย เราหายไปนาน แต่ตอนนี้ตั้งใจมาปั่นให้จบ ก็หวังว่าทุกคนจะอยู่กับเราไปจนจบเรื่องนะคะ > <

แต่คือ...ต้องอธิบายนิดนึงว่าเรื่องแต่งที่มีที่มาจากตำนาน ย่อมเป็นการอ้างอิงตำนานเพื่อมาเขียนนิยายในรูปแบบหนึ่ง ในที่นี้คือ Alternative Universe หรือที่วงการของพวกเรานิยมเรียกกันสั้นๆว่า AU 

AU ตีความได้หลายความหมายตั้งแต่โลกคู่ขนาน โลกสมมติ ไปจนถึง จักรวาลที่เรายกเอาตัวละครไปใส่ในโลกที่มีคนสร้างเอาไว้ก่อนหน้าแล้วอย่างพวก ฮอกวอตส์เอยู เพอร์ซีย์แจ็คสันเอยู อะไรพวกนั้น

Ghost Town คือโลกสมมติที่เราสร้างขึ้นมาเอง โดยเอาคนเอเชีย(เกาหลี)ไปโยนไว้ในโลกแฟนตาซีตามตำนานนอร์ส แค่ประเด็นแรกก็เป็นเรื่องสมมติแล้ว ดังนั้นเรื่องราวหลายส่วนมันจึงไม่ได้ตรงกับตำนานที่เขียนเอาไว้ทุกประการ 

หากนักอ่านชื่นชอบตำนานนั้นๆอยู่แล้ว หรือเกิดความสนใจจึงไปหาอ่านเพิ่ม เราขออนุญาตออกตัวก่อนเลยว่า มันไม่เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ เราไม่ได้เลอะเลือนเขียนผิดหรือบิดเบือนตำนาน เพราะเราตั้งใจยกตำนานมาเขียนในรูปแบบของเราเองอยู่แล้ว ชุนเทียนก็เป็นแบบนี้ กาลนิรันดร์ก็เป็นแบบนี้ และฟลาวเวอร์ก็จะเป็นแบบนี้เช่นกัน

และข้อมูลบางข้อที่เราให้ไม่ครบ เราไม่ได้ลืมหรือรีเสิร์ชไม่ละเอียด เราเพียงแต่ต้องเก็บบางส่วนไว้เฉลยในตอนต่อๆไป เพราะบางจุดมันอาจเป็นข้อมูลส่วนที่เป็นปมของเรื่อง ถ้าศึกษามาแล้วเกิดข้อสงสัย อยากให้ทักมาสอบถามหรือพูดคุยกันหลังไมค์ดีกว่า บางทีข้อมูลเหล่านั้นถ้าเขียนลงไปในที่สาธารณะ จะกลายเป็นการสปอยนักอ่านท่านอื่นที่รออ่านได้ค่ะ

ขออภัยหากทำให้ต้องลำบากนะคะ เจตนาของเราคือไม่อยากให้มีข้อมูลเชิงสปอยหลุดออกมา ฟีลเหมือนผู้กำกับอเวนเจอร์สที่ทุ่มเทกับเอนด์เกมมาสามปีแล้วไม่อยากให้มีสปอยหลุดออกมาจนต้องลุกมาตั้งแฮซแท็กรณรงค์นั่นแหละค่ะ555555

แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ ขอบคุณค่ะ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 395 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,142 ความคิดเห็น

  1. #1101 CU68 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 16:29

    ตอนขอเป็นคู่บำเพ็ญคือเขินมาก เหมือนโดนขอเอง แต่พอคิดไปคิดมา เอ๊ะ? ตอนนี้พวกนายอยู่ในสุสานนี่ ขอแต่งงานในสุสาน!? เดี๋ยวนะ จะเขินหรืออะไรก่อนดีเนี่ย!?!!

    #1,101
    0
  2. #1067 Apollon~kv (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 20:43
    ตื้นตันเวอร์ ร้องไห้เเล้ว
    #1,067
    0
  3. #1039 boahammock (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 10:16
    อ่าา ที่แท้ก็เคยปฏิเสธแทไปนี่เอง พอจำได้ปุ๊บพี่แกก็ออกตัวแรง แอคแทคแทฮยองไม่หยุดเลยน้าา เอาซะแทตั้งตัวไม่ทันกันเลยทีเดียว ใจเย็นน้ากุก จู่โจมเหมือนกลัวจะเสียแทแทไปอีก คนอ่านได้กลิ่นฟามรักหอมฟุ้งไปหมดเล้ยยย><
    #1,039
    0
  4. #912 butterr. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 21:35
    ฉันร้องไห้ คือตื้นตันนนน ฮืออออออออ
    #912
    0
  5. #895 tomyongsw (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 20:38
    งือ ตอนนี้อ่านแล้ว น้ำตาคลอเลย ใจเต้นมากๆ ซึ้งด้วย คือจองกุกแบบ.. อยากลุกขึ้นปรบมือให้10ชุดดังๆ คือนายสุดยอดมาอ่ะแงงงงง โคตรเท่ ยอมรับผิดเต็มๆ แล้วคำพูดคำจาแบบ เป็นเราเป็นแทฮยองคงระเบิดตัวตายตอนนั้น ฮื้อ เขินมากๆค่ะ ชอบบบบ มันมีความหมายมาก ขำความปวดใจจนแทบมองไม่เห็นแผนที่ดวงดาว คงจะเสียใจมากเลยจริงๆ รอบนี้ก็ดูแลกันให้ดีๆนะ มีโอกาสได่บอกแล้วด้วย // เอาใจช่วยให้ทุกคนทำสำเร็จ ต้องทำได้สิ!
    #895
    0
  6. #870 @S_CB (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 18:55
    แงง ซาบซึ้งจนน้ำตาจะไหล แม่จ๋าา เค้ารักก๊านนนนนนนน
    #870
    0
  7. #857 taetan06518 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 07:34
    เหมือนประโยคขอเเต่งงานเลย เเต่นี่ไม่ใช่โบสถ์เเต่เป็นหน้าสุสานให้ความรู้สึกเเปลกใหม่ไปอีกเเบบ เเงงงงงงงง
    #857
    0
  8. #824 MMP_P'M49 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 12:41
    โอ๊ยยยยยยยกุเขินนนนนนนน นสดสกกสกสะทากำ กุมั่ยหวัย ดขิน จิตายแร้ว ฮืออออออออออออออออ เลาเขิ๊น แง เขิน เขินๆๆๆๆๆ
    #824
    0
  9. #789 kkkanunnn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 15:40
    อุแง ชอบฉากที่ปู่เป็นพยานรักมากเลยค่ะ อบอุ่น
    #789
    0
  10. #781 PaiiKanj (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 13:39
    ชอบการแต่งของไรท์แบบนี้สุดๆเลยค่ะ ตามอ่านกันทุกเรื่องเลย
    #781
    0
  11. #772 Plíða (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 12:35
    ชอบความข้อมูลแน่นของพี่แพทอ่านทุกเรื่องมีความรู้เกี่ยวกับตำนานเพิ่มขึ้นเยอะเลย
    #772
    0
  12. #750 ่Airino (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 23:00
    ฟีลเหมือนแต่งงานกันจริงๆเลยค่ะ น่ารักมากกกก
    #750
    0
  13. #717 lollipoppu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 12:36
    ฟีลเหมือนจอแต่งงานเลยค่ะ เขินมากกกก >w<
    #717
    0
  14. #698 nlull (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 02:27
    อดยิ้มไม่ได้จริงๆ เป็นอย่างงี้นี่เอง เขินๆๆๆๆพูดตรงมากพ่อหนุ่ม!!!
    #698
    0
  15. #661 Preen14-07 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 11:42
    แอบน้ำตาคลอกับตอนนี้เหมิอนกันㅠㅠㅠㅠ

    ไรท์เป็นคนที่ทุ่มเทกับการเขียนนิยายมาก ทุกเรื่องที่ไรท์เขียนสัมพัสได้ว่าตั้งใจ และงานจะออกมาดีเสมอ สู้ๆนะคะ
    #661
    0
  16. #637 AonnyJimin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 21:59
    ฮือออออ รู้สึกอิ่มเอมมากๆตอนนี้ ทวยเทพเป็นพยานแล้วนะ ;-;

    เขินหนักมาก
    #637
    0
  17. #617 sofar_fa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 10:38
    ดีใจจังเลยที่ได้พบคุณปู่อีกครั้ง จริงๆนี่ก็น้ำตาคลอกับฉากปู่หลาน แต่พออ่านไปคือ เอ้า ไม่ได้มีแค่เราที่น้ำตาคลอ แทฮยองก็ด้วยอ่ะ 555555
    #617
    0
  18. #570 TaTa_p19 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 14:03
    น้ำตาคลอเลยค่ะ โรแมนติกมาก เขิน เขินมากกกกค่ะะะฮืออออออ จองกุกคือพูดออกมาหมดเลยเขินมาก ในที่สุดก็ปรับความเข้าใจกันนะ T v T นี่จุกๆตอนแทยอกวันที่เราเจอกันอีกครั้งกลับเป็นสันตายของเรา ฮืออออ ครั้งนี้พวกเธอค้องรอดนะคะะะ T v T

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆนะคะ สนุกมากๆเลย
    #570
    0
  19. #554 borivvy-kookie (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 20:58

    ขอบคุณที่ไรท์กลับมานะคะ

    เราเพิ่งมาอ่านครั้งแรก

    ถือเป็นโชคดีของเราจริง ๆ

    แรก ๆ เราก็สงสัยว่าเอ๊ะ

    เรื่องราวที่ลึกลับ มีแต่ความตาย

    และหน้าที่ผู้พิทักษ์

    จะสามารถเชื่อมโยงกับความรักได้เหรอ ไรท์ได้ให้คำตอบเราชัดเจนแล้ว

    ไม่ใช่ต้องรออ่านถึงตอนนี้ แต่เหมือนค่อย ๆ เริ่มต้นมาแต่แรกอยู่แล้ว

    นั่นเป็นสิ่งที่น่าประทับใจมาก ๆ

    อ่านแล้วลื่นไหลเหมือนอ่านหนังสือดี ๆ เล่มนึงเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้คุณไรท์นะคะ

    #554
    0
  20. #542 Kwzen_p (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 16:13
    ฮืออ นอกจากจะซึ้งกับการพบกันของปู่หลายแล้วยังจะเขินกับฉากที่คล้ายการขอแต่งงานมาก5555 ความรู้สึกตอนนี้คือเหมือนอ่านพล็อตยักษ์ใหญ่เรื่องหนึ่ง จะกี่เรื่องไรท์ก็ยังเขียนได้สุดยอดเหมือนเดิมเลย เราชอบจินตนาการกับการเขียนของไรท์มากๆ สู้ๆนะคะ ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้อ่านเลย5555
    #542
    0
  21. #519 Moonlionz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 22:03
    เราน้ำตาคลอเลยอะ เหมือนขอแต่งงานจริงๆ แงง แต่แทฮยองก็ไม่ได้ติดใจอะไรแล้วเนอะ ขอแค่ชาตินี้ได้กลับมาอยู่ด้วยกันก็ดีมากแล้ว
    #519
    0
  22. #493 Dem9ons9 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 23:19

    จองกุกคือแบบบบบ.....เธอสุดมากอะ

    เราเป็นแทฮยองคงเขินตายไปแล้วอะ

    ส่วนเรื่องที่บางอย่างบิดเบือนจากตำนานไปบ้างเราไม่ได้อะไรอยู่แล้วค่ะ เพราะตั้งแต่กาลนิรันดร์เราก็เข้าใจอยู่แล้ว ดังนั้นเราคิดว่านิยายสักเรื่องมันก็คือจินตนาการของคนเขียน ไรท์ไม่ต้องแคร์เรื่องความจริงเท็จหรอกค่ะ เขียน ในสิ่งที่อยากเขียน เพราะมันจะทำให้นิยายออกมาดีที่สุดค่ะ สู้ๆนะคะ รอติดตามค่าา

    #493
    0
  23. #469 LoveHowHeRap (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 22:48
    จองกุก

    นายแน่มาก เขินแทนแทได้มั้ยอะ 55555
    #469
    0
  24. #458 ArmyPoupae (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 16:55
    หู้วววววววววว เรานับถือไรท์จริงๆ เหมือนเราดูภาพยนตร์หรือซีรี่ย์ ความรู้สึกมาเต็มมาก ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆไๆๆๆๆๆๆๆ
    #458
    0
  25. #455 BamBammiee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 16:06

    ขอวิ่งไปกรี้ดก่อนนะคะ โรแมนติกมากเลยค่าาา เขินไปหมดดด // ภารกิจชั่งใหญ่หลวงยิ่งนัก ปวดหัวตามเลย5555 เนื้อเรื่องล้ำสุดยอด ชอบมากเลยนะคะ ทั้งนิยายทั้งไรท์ /บ้างจริง55555
    สู้ๆนะคะ จะตามอ่านตอนต่อไปอย่างแน่นอน
    #455
    0