จบแล้ว {Fic BTS} The Flower {KookV} #Flowerkookv

ตอนที่ 12 : Chapter 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,832
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 368 ครั้ง
    24 เม.ย. 62


Chapter 12


ว่ากันว่าเทพเจ้าน่ะ จะเดินทางไปอีกพิภพหนึ่งก็แค่ใช้สะพานสายรุ้งข้ามไป ตัดภาพมาที่พวกเรา...ต้องใช้อาคมขั้นสูงสุดในการเปิดประตูไปยังเฮลไฮล์มซอกจินผู้เชี่ยวชาญด้านอาคมที่สุดกางแผ่นหนังเก่าแก่ผืนหนึ่งลงบนโต๊ะประชุม วันนี้พวกเขาทั้งเจ็ดคนนัดรวมตัวกันที่สวนสนุกของโฮซอก เนื่องด้วยอีกฝ่ายเสนอให้ใช้ห้องประชุมสุดไฮเทคของเขาได้อย่างเต็มที่

แสงไฟบนโต๊ะสว่างวาบ ช่วยขับตัวอักษรเก่าแก่ที่เขียนด้วยหมึกบนแผ่นหนังให้ดูคมชัดขึ้น เผยให้เห็นภาพลวดลายสลับซับซ้อน ดูคล้ายวงแหวนอาคมวงแล้ววงเล่าที่วางทับซ้อนกันอยู่เป็นร้อยวง แม้แต่ศิษย์ของจอมปราชญ์ทั้งเจ็ดที่อยู่ดูโลกมานานอย่างพวกเขายังถึงกับรู้สึกตาลายขึ้นมาอย่างกะทันหัน

เราต้องวาดไอ้นี่เหรอ?” มินยุนกิผู้ไม่เชี่ยวชาญการวาดวงแหวนอาคมที่สุดในกลุ่มถามเสียงเครียดพลางจิ้มนิ้วลงบนแผ่นหนัง จีมินต้องรีบดึงมือของเขาที่มีประกายไฟลุกพรึบออกมาก่อนที่เขาจะเผลอเผาแผ่นหนังบันทึกอันทรงคุณค่าด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

ไม่มีทางอื่นนี่ เฮลล่าถ้ากลับเองได้คงกลับไปนานแล้ว แปลว่านางเองถ้าไม่มีสะพานสายรุ้งจากแอสการ์ดส่งมาช่วยนางก็ไปไหนไม่ได้เช่นกัน และราชินีแห่งความตายก็ใช่ว่าจะเชี่ยวชาญอาคมเสียเมื่อไหร่ ถ้าเป็นพ่อของนางก็ว่าไปอย่างนัมจุนเอ่ยไพล่ไปถึงเทพเจ้าแห่งการหลอกลวงและเวทมนตร์ผู้ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่ากำลังสร้างความปั่นป่วนให้สงครามเบื้องบนไปถึงไหนแล้ว

อาคมซับซ้อนระดับนี้ เกรงว่าจะต้องใช้เวลาเป็นวันๆในการเขียนแทฮยองก้มหน้าลงวิเคราะห์วงแหวนอาคมในแผ่นหนัง เขาวางมือลงไปแตะที่แผ่นหนังอย่างแผ่วเบา อักษรรูนก็พลันลอยขึ้นมาจากแผ่นหนัง จากนั้นเรียงตัวอยู่กลางอากาศให้พวกเขาได้เห็นถึงรายละเอียดปลีกย่อยอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นคงเขียนเสร็จได้เร็วอยู่ถ้าหากแบ่งกันเขียนคนละส่วน ปัญหาคือ..เราจะหาพื้นที่ตรงไหนในการเขียนวงแหวนพวกนี้ แล้วจะเขียนอยู่ตรงนั้นโดยที่ไม่ให้คนในเมืองที่เล็กแสนเล็กนี้เห็นหรือเข้ามายุ่มย่ามด้วย

สถานที่ย่อมต้องเป็นรอบอิกดราซิล ลำต้นของเขาอยู่ในมิดการ์ด รากของเขาเชื่อมไปถึงเฮลไฮล์ม เฮลล่าเองก็ผุดขึ้นมาจากตรงนี้ แปลว่าต้องเป็นตำแหน่งที่เชื่อมไปเฮลไฮล์มได้ง่ายที่สุดนัมจุนสร้างผังเมืองขึ้นมาจากความว่างเปล่า เขาสร้างพื้นที่จำลองบริเวณรอบต้นอิกดราซิลขึ้นมา ก่อนจะวางลงบนโต๊ะ แทฮยองบังคับอักษรรูนที่เขาเรียกขึ้นมาให้เรียงตัวลงไป เกิดเป็นภาพจำลองการวางวงแหวนอาคมในพื้นที่จริงขึ้นมา

ที่ไม่พอจองกุกชี้ให้เห็นขอบบางส่วนของวงแหวนที่กินพื้นที่เข้าไปในบ้านคน

ต้นไม้นั่นตั้งอยู่กลางเมืองนะทุกคนจีมินส่ายหน้าถ้าเราเขียนวงแหวนทั้งวันทั้งคืน แถมยังต้องล้ำที่เข้าไปในบ้านพวกเขา โอเค เรามีวิธีที่จะหายตัวได้ เสื้อคลุมทำให้เราพรางตาจากสายตาของมนุษย์ได้ แต่วงแหวนยังไงก็ต้องปรากฏขึ้นให้คนเห็นด้วยตาเปล่าอยู่ดี และที่สำคัญที่สุดพ่อแม่ของพวกเราจะต้องสงสัยว่าพวกเราหายไปไหนทั้งวันทั้งคืน

เราต้องสร้างเรื่องโกหกครั้งใหญ่ขึ้นมา เพราะพวกเราจะหายไปนานแค่ไหนก็ไม่มีใครรู้ เราต้องเดินทางไปเฮลไฮล์ม นิฟล์ไฮล์ม เรายังต้องคิดเผื่อด้วยว่าจะทำอย่างไรถ้าพวกเราไม่รอดกลับมา...

ทุกคนต่างก็นิ่งงันไปเมื่อได้ยินคำพูดของซอกจิน แต่พวกเขาเองก็รู้ดีว่าที่อีกฝ่ายพูดมานั้นเป็นความจริง ภารกิจครั้งนี้มีความเสี่ยงสูงว่าพวกเขาอาจถึงตายได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคิดเผื่อไว้แต่เนิ่นๆว่าจะบอกครอบครัวของตนเองยังไง

พวกเขาไม่ได้อยู่ในยุคสมัยก่อนที่ฐานะของทูตสูงส่งอีกแล้ว แต่อยู่ในยุคสมัยที่ทูตมีตัวตนอยู่แค่ในตำนานพื้นบ้านเท่านั้น ต่อให้เป็นพ่อและแม่ของพวกเขาที่เป็นคนพื้นที่ ก็ใช่ว่าพวกเขาจะเข้าใจและยอมรับได้ว่าลูกชายของบ้านตัวเองเป็นทูตในตำนานเหล่านั้นมาเกิดใหม่

พวกตระกูลคิมยังดี เพราะทางบ้านของพวกเขารับรู้อยู่แล้วว่าทายาทของพวกเขาเกี่ยวข้องกับหน้ากาก ดังนั้นย่อมสามารถยอมรับสถานะของพวกเขาได้ง่ายดาย โฮซอกก็เช่นกัน ปัญหาจึงตกอยู่ที่จองกุก จีมิน และยุนกิ ซึ่งครอบครัวไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับหน้ากากเหล่านี้ที่พวกเขาครอบครองอยู่เลย

หรือมันจะเป็นการดีที่สุด ถ้าพวกเราจะทำมันทุกอย่างอย่างเปิดเผยไปเลยจองกุกที่ครุ่นคิดอยู่นานเอ่ยขึ้นมา

ทุกสายตาหันมามองทางเขา สีหน้าราวกับจะถามย้ำว่า นายพูดว่าอะไรนะ?

วันที่เราปล่อยเฮลล่าออกมา นางจะผุดกลับขึ้นมาบนพื้นโลก มันก็ไม่ต่างอะไรกับในตำนานของเมืองใช่ไหมล่ะ พวกเราเจ็ดคน ก็คือทูต ที่มีป้ายเขียนไว้ยังกับป้ายหลุมศพว่าวิญญาณของพวกเราจะสถิตอยู่ที่นี่ชั่วกาล แล้วมันจะแปลกอะไรถ้าพวกเราจะใส่หน้ากากกับเสื้อคลุม ออกไปทำพิธีมันตรงนั้นเลย พวกเขาอยากดูก็ให้ดูไป เราก็แค่กันไม่ให้พวกเขาเข้าใกล้เฮลล่าพอที่วิญญาณจะออกจากร่างเท่านั้นเองจองกุกเอ่ยออกมารวดเดียวจบ

คนที่เหลืออีกหกคนต่างก็นิ่งค้างไป ราวกับกำลังคิดถึงสิ่งที่เขาพูดเสนอออกมา

เพราะถ้าเราทำแบบนั้น...เมื่อเราส่งเฮลล่ากับไปเฮลไล์มได้ คำสาปที่พวกเรากักขังนางเอาไว้ก็จะหายไป และวิญญาณก็จะสามารถไปผุดไปเกิดได้ และถ้าหากเราจัดการเรื่องนิดฮอกก์สำเร็จ อิกดราซิลก็จะกลับมามีสีเขียว ยังไงทุกคนก็จะต้องเห็นภาพนั้นอยู่แล้ว นายเลยคิดว่าทำทุกอย่างอย่างเปิดเผยไปเลยดีที่สุด บางทีมันอาจทำให้เมืองนี้กลับมาเป็นเหมือนก่อนจะเกิดเรื่องได้ เป็นดินแดนแห่งเวทมนตร์ นายคิดแบบนั้นใช่ไหม

คนที่สามารถทำความเข้าใจจองกุกได้อย่างรวดเร็วที่สุดก็คือคิมแทฮยอง เมื่อเขาเอ่ยออกมาเช่นนี้ ทุกคนจึงค่อยทยอยพยักหน้าอย่างเห็นด้วยทีละคน

การเปิดเผยว่าทูตทั้งเจ็ดมีตัวตนอยู่จริงไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร ถ้าหากกังวลว่าจะทำให้ใช้ชีวิตลำบากขึ้น เช่นนั้นใส่หน้ากากไว้ตลอดเวลาเสียก็สิ้นเรื่อง เท่านั้นก็ไม่มีใครจำได้แล้วว่าพวกเขาเป็นใครกันบ้าง ส่วนคนในครอบครัวก็บอกไปตรงๆ ถ้าเขาไม่เชื่อก็ใช้เวทมนตร์ให้ดูสักบทสองบท ถ้ายังไม่เชื่ออีกก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลยแล้ว

เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำเช่นนี้ ทุกคนก็เริ่มหารือกันต่อถึงแผนการคร่าวๆ

ดรีมเมอร์ ขอภาพเฮลไฮล์มกับนิฟล์ไฮล์มหน่อยเมื่อได้ยินนัมจุนออกคำสั่ง โฮซอกก็ไม่รอช้ารีบหลับตาลงทันที เมื่อเขายื่นมือทั้งสองข้างออกมา จองกุกกับจีมินที่ยืนอยู่ทั้งสองด้านของเขาก็จับมือของเขาเอาไว้ จากนั้นทั้งเจ็ดคนก็จับมือต่อๆกันไป จนครบรอบวง

ภาพที่โฮซอกเห็น พวกเขาต่างก็ได้เห็นด้วยผ่านวิธีการนี้

เฮลไฮล์มเป็นดินแดนของคนตาย ปกครองโดยเฮลล่า ผู้คนจินตนาการดินแดนแห่งนั้นไว้ค่อนข้างดำมืด วังเวง น่าหวาดหวั่น ทว่าในความเป็นจริงนั้น ที่นั่นกลับดูคล้ายมิดการ์ดกว่าที่คิด แม้จะหม่นหมองไปบ้าง กว้างใหญ่ และรกร้างเสียเป็นส่วนใหญ่ ทว่าในเขตเมือง...อันเป็นที่ตั้งของพระราชวังแห่งความตายกลับดูเหมือนเมืองเมืองหนึ่งที่มีความเจริญและมั่งคั่งไม่น้อยเลยทีเดียว

มองๆไปก็คล้าย Ghost Town อยู่เหมือนกัน

ตึกรามบ้านช่องดูคล้ายสร้างจากปูนเปล่า ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นคือดวงวิญญาณนับร้อย มีทหารในชุดเกราะสีดำไร้ประกายเดินตรวจตราอยู่รอบๆเมือง พระราชวังของเฮลล่าตั้งเด่นตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางเมืองนั้น สร้างจากทองคำ ประดับอัญมณีอร่ามตา

ขณะที่นิฟล์ไฮล์มนั้น สภาพที่แท้จริงยิ่งกว่าที่ผู้คนจินตนาการเอาไว้เสียอีก

มันเวิ่งว้าง ขาวโพลน และเต็มไปด้วยหมอกขาว ทั้งๆที่ไม่ได้ถูกปกคลุมด้วยสีดำ แต่กลับ...ไร้ซึ่งความหวัง ดูหนาวเหน็บและน่าหวาดหวั่น พวกเขามองเห็นรากของอิกดราซิลที่หยั่งลงไปในบ่อน้ำ จากนั้นจึงมองเห็นงูยักษ์ตัวหนึ่งขดตัวอยู่รอบๆรากไม้ ใช้ฟันซี่โตขบกัดรากของอิกดราซิลอยู่

การกัดกินรากไม้นั้น ทำให้อิกดราซิลไม่อาจส่งน้ำไปหล่อเลี้ยงลำต้นได้เพียงพอ

โฮซอกปล่อยมือออก พลางกล่าวว่าเวลาเหลือน้อยลงทุกที ยิ่งเรายิดเวลาออกไป อิกดราซิลยิ่งได้รับบาดเจ็บหนัก

แล้วนกอินทรีกับกระรอกที่คอยดูนิดฮอกก์หายไปไหนจองกุกโพล่งถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยความสงสัย

ทุกคนชะงัก

คืองี้นะ ด้วยความที่พวกเราก็มีอาจารย์คนเดียวกัน ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน นายก็เห็นว่าเราทุกคนรู้เรื่องทุกอย่างพร้อมๆกันกับนาย คำถามนั้น...ฉันก็อยากรู้คำตอบเหมือนกันนัมจุนแบมือทั้งสองข้างออกแต่นายก็เห็นแล้ว ไม่ว่ากระรอกกับอินทรีหายไปไหน มันทำให้ไม่มีใครไปห้ามไม่ให้นิดฮอกก์ละความสนใจจากรากของอิกดราซิล เราต้องไปกันเอง

เราเห็นนิดฮอกก์แล้ว จะจัดการมันได้ยังไง ตัวมันใหญ่แบบเอาหางฟาดเราทีเดียวตายหมดแล้วโฮซอกเลิกคิ้วถาม ท่าทางขนลุกขนพองกับหน้าตาของนิดฮอกก์ไม่น้อย

ดูทรงแล้ว...ถ้าฆ่าไม่ไหวก็ต้องสะกดมันเอาไว้ รอให้รากของอิกดราซิลฟื้นตัว จากนั้นก็ให้ทุกอย่างกลับคืนสู่ระบบเดิม ให้กระรอกกับอินทรีเฝ้าไว้

มันก็ย้อนกลับไปปัญหาที่ซีกเกอร์ถาม พวกมันหายไปไหน?”

ใครจะรู้ ไปช่วยโอดินทำสงครามอยู่มั้ง

เสียงถอนหายใจดังขึ้น จากนั้นห้องประชุมก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง

จองกุกยังคงทำหน้าที่ตั้งคำุถามอีกครั้งแล้วเฮลล่า เราจะท้าทายแล้วตั้งเงื่อนไขกับนางยังไง

เรื่องนั้น ฉันมีแผนอยู่รอยยิ้มบนใบหน้าของนัมจุน บ่งบอกว่าสมองอัจฉริยะของเขาคิดอะไรบางอย่างได้แล้ว และเขากระตือรือร้นที่จะนำเสนอแผนการนั้นมากเลยทีเดียว

 

 

เสียงฝีเท้าเร่งร้อนของผู้คนมุ่งหน้าไปยังทิศทางเดียวกัน บนถนน Main Street รถราติดขนัดถึงขั้นหยุดนิ่งไม่อาจเคลื่อนที่ไปด้านหน้าต่อได้ ทว่าหลังจากที่ผู้คนในรถเห็นข่าวล่าสุดที่อัพเดทในช่องทางโซเชียลมีเดีย พวกเขาก็ถึงกับตัดสินใจดับเครื่องยนต์ ทิ้งรถเอาไว้ตรงนั้น แล้วพากันเดินตามฝูงชนที่กำลังหลั่งไหลไป

มุ่งหน้าไปยังต้นไม้ใหญ่ที่แห้งเหี่ยว อันเป็นสถานที่สำคัญประจำเมือง

Dead tree

“เกิดอะไรขึ้น” ใครหลายคนที่ยังไม่ทราบเรื่องราวถามไถ่ผู้คนที่กำลังมุ่งหน้าไปที่นั่น

“ทูตทั้งเจ็ดปรากฏตัวแล้ว” คนที่เอ่ยตอบเป็นชาวเมือง ท่าทางของเขาตื่นเต้นดีใจ พอตอบคำถามเรียบร้อยแล้วก็รีบเร่งเดินจากไปทันที ส่งผลให้คนที่ถามต้องรีบสาวเท้าตามไป ในใจครุ่นคิดไปด้วยว่าอะไรที่หมายความว่าทูตทั้งเจ็ดปรากฏตัวขึ้นแล้ว

เมื่อไปถึงที่หมาย ดวงตาทั้งสองข้างของผู้ถามก็ถึงกับต้องเบิกตากว้างขึ้น

ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่มีบุคคลผู้สวมผ้าคลุมสีดำยืนอยู่เจ็ดคน พวกเขายืนกระจายตัวห่างกันหลายเมตร มือของพวกเขาขยับไหวไม่หยุด กำลังขีดเขียนกลางอากาศด้วยแสงสีขาวอันน่าพิศวง ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกันเอาไว้ด้านนอก ไม่อาจเข้าไปใกล้กว่านี้ได้ หลายคนยกมือถือขึ้นว่าหวังถ่ายคลิปวีดีโอ แต่กลับต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม เมื่อในกล้องของเขาไม่อาจจับภาพใครได้เลย

ราวกับว่านอกจากตาเปล่าแล้ว สิ่งใดๆก็ไม่อาจบันทึกภาพบุคคลในชุดผ้าคลุมสีดำที่สวมหน้ากากเหล่านั้นได้

หลายคนที่นึกถึงตำนานของเมืองขึ้นมาได้พลันรู้สึกขนลุกซู่อย่างไร้สาเหตุ จู่ๆก็รู้สึกว่าอากาศในวันนี้หนาวเย็นกว่าปกติ ทั้งๆที่แสงแดดก็ดูจะเจิดจ้าดีแม้ว่าท้องฟ้าจะยังถูกปกคลุมไปด้วยหมอกก็ตาม หลายคนยังสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหมอกนั้นวนเวียนอยู่รอบนอกไม่ต่างจากพวกเขา บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่นั้นไม่มีหมอกกล้ำกรายเข้าไปเลยราวกับว่าหวาดกลัวคนทั้งเจ็ดนั้น

“พวกเขากำลังทำอะไร”

“ไม่มีใครรู้หรอก”

“บางที...พวกเขาอาจกำลังพยายามแก้คำสาปให้กับเมืองนี้...”

ไม่ว่าผู้คนโดยรอบกำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร ชายในชุดคลุมสีดำทั้งเจ็ดต่างก็ยังคงวาดมือเขียนอักษระประหลาดต่อไปอย่างขมักขเม้น ระหว่างพวกเขาไม่มีการพูดคุย มีเพียงแสงสีขาวที่สว่างเจิดจ้าอยู่โดยรอบ วงแหวนแปลกประหลาดที่ซ้อนทับกันไปมาวงแล้ววงเล่า

ราวกับว่าวงแหวนที่พวกเขากำลังวาดนั้นมันไม่มีจุดสิ้นสุด

ทั้งเจ็ดขยับกายย้ายที่ไปเรื่อยๆ มือยังคงค่อยๆวาดอักษรเก่าแก่โบราณออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่นานก็เริ่มขยับออกห่างจากบริเวณโคนต้นไม้ กระจายตัวออกราวกับกลีบของดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานเจ็ดกลีบ โดยมีลำต้นเหี่ยวแห่งของ dead tree เป็นดั่งเกสรตรงกลาง

จนกระทั่งตะวันลาลับขอบฟ้า เมืองตกอยู่ภายใต้ห้วงรัตติกาล พวกเขาก็ยังไม่หยุดมือ และฝูงชนก็ยังเฝ้าดูไม่จากไปไหน ราวกับพวกเขาคิดว่าหากนี่คือนาทีประวัติศาสตร์ หากนี่คือเรื่องอัศจรรย์ที่พวกเขาจะได้เห็นแม้เพียงครั้งเดียวในชีวิต พวกเขาก็ขอเลือกที่จะอยู่เป็นสักขีพยานตรงนี้

“กะ กรี๊ด”

“เหวอ ผี”

เมื่อเวลาเคลื่อนคล้อยจนกระทั่งเลยเที่ยงคืนของวันถัดมา ฝูงชนก็เกิดเสียงร้องด้วยความตกใจขึ้น เมื่อร่างสีขาวเลือนรางปรากฏตัวขึ้น พวกเขายืนปะปนกับผู้คน ตั้งใจมองดูทูตทั้งเจ็ดเขียนวงแหวนเก่าแก่เพื่อทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งไม่มีมนุษย์โลกคนไหนเคยทำมาก่อน

การเปิดประตูไปสู่ดินแดนของคนตาย สถานที่ที่พวกเขาเองต่างก็ต้องมุ่งไป

เป็นเวลาตีสองสิบเจ็ดนาทีตอนที่วงแหวนทุกวงถูกเขียนจนเสร็จ ชายหนุ่มทั้งเจ็ดพลันหยุดมือ เส้นแสงทั้งหมดซึ่งถูกวาดให้เชื่อมถึงกันพอดิบพอดี รวมทั้งหมดทั้งสิ้นสองร้อยยี่สิบสี่วงแหวน ทูตหนึ่งคนรับหน้าที่เขียนวงแหวนถึงสามสิบสองวง และพวกเขาต้องเขียนในส่วนของตัวเองอย่างระมัดระวัง ห้ามมิให้ผิดพลาดแม้เพียงอักษรเดียว

ดังนั้นเวลาจึงใช้ไปราวยี่สิบชั่วโมงเต็มในการวาดวงแหวนนี้

ในขณะที่ฝูงชนเงียบเสียงลงอย่างพร้อมเพรียง และกลั้นหายใจรอคอย ชายในชุดคลุมคนหนึ่งก็ก้าวเข้าไปที่ใต้ต้นไม้ ทะลุผ่านวงแหวนที่ลอยอยู่เหนือพื้นไปอย่างไม่สะทกสะท้าน เขาวางมือลงบนพื้นดิน ก่อนที่คนอื่นๆจะทำแบบนั้นเช่นเดียวกันในตำแหน่งที่แตกต่างกันออกไป

แผ่นดินพลันสะเทือนไหวขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ทว่ายังเพียงพอจะให้ผู้คนสัมผัสได้ถึงการสั่นไหวนั้น จากนั้น...ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ แผ่นดินพลันยกสูงขึ้น จากนั้นค่อยๆแยกตัวออก

ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ใบหน้าของเธองดงามจนแทบบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ เส้นผมสีดำทอดตัวยาวสยายอยู่เต็มแผ่นหลัง เธอดูราวกับว่ากำลังหลับใหลอยู่ ไม่รับรู้ถึงเหตุการณ์ใดๆทั้งสิ้น

เสียงสูดหายใจเข้าลึกดังขึ้น “ตำนานเป็นความจริง!

ตำนานเป็นความจริง...

ว่ากันว่ากาลครั้งหนึ่งมีหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวที่ใต้ต้นไม้ นำมาความตายมาสู่เมืองแห่งนี้ หญิงสาวผู้นั้นก็คือราชินีแห่งความตาย

หากตำนานเป็นความจริง...

อะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับเมืองนี้อย่างนั้นหรือ?

ทันใดนั้นบุคคลในชุดคลุมก็ก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวคนนั้นแล้วดีดนิ้วคราหนึ่ง

เสียงดีดนิ้วดังกังวาน สะท้านไปทั่วทั้งบริเวณ ดวงตาสีม่วงงดงามราวกับอเมทิสต์พลันลืมขึ้น นัยน์ตาสีม่วงวาววับจับจ้องบุคคลทั้งเจ็ด ก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงาม

“ทูตแห่งอิกดราซิล...”

“เทพี...” ใครบางคนกล่าวขึ้น น้ำเสียงของเขาให้ความรู้สึกที่คุ้นหูอย่างน่าประหลาดใจต่อชาวเมือง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นยังไม่มีใครได้ทันนึกเชื่อมโยงไปว่าเขาเคยได้ยินเสียงนี้ที่ไหนมาก่อน “เรามีข้อเสนอต่อท่าน แลกเปลี่ยนกับการที่ท่านจะช่วยเหลือพวกเรา”

“พวกเจ้าฝังข้าเอาไว้ในดินเน่าๆของมิดการ์ดมานานเป็นร้อยปี” เฮลล่าเผยรอยยิ้มประหลาดที่ให้ความรู้สึกบิดเบี้ยวไม่น้อย “ยามนี้ต้องการความช่วยเหลือจากข้ากระนั้นหรือ”

“เฮลล่า เราจะส่งท่านกลับไปที่เฮลไฮล์ม โดยพวกเราจะติดตามท่านไปด้วย เราขอให้สิทธิ์ในฐานะตัวแทนแห่งโชคชะตา ฝ่าด่านในห้องปริศนาซึ่งอยู่ในพระราชวังของท่าน หากพวกเราสามารถผ่าด่านนั้นได้ ท่านจะต้องช่วยเปิดประตูที่เชื่อมไปยังนิฟล์ไฮล์ม”

คิ้วเรียวสวยเหนือดวงตาของเฮลล่าเลิกสูงขึ้น “โอ้ พวกเจ้าจะไปจัดการนิดฮอกก์อย่างนั้นหรือ”

คำตอบคือการพยักหน้ารับอย่างเงียบงัน

เฮลล่ามีท่าทางครุ่นคิดอยู่นานหลายนาที ราวกับว่านางกำลังชั่งใจถึงสิ่งที่พวกเขาพูด “ด่านในห้องปริศนามีไว้ให้คนมาท้าทายภารกิจจริงๆ บิดาของข้าสร้างขึ้นเพราะเขานึกสนุกและชื่นชอบการล่อลวงเล่นกับจิตใจผู้อื่นเป็นที่สุด ทว่าถึงตอนนี้ นับตั้งแต่ข้าถูกท่านปู่ที่รักเนรเทศมาอยู่ที่เฮล ด่านเหล่านั้นก็ยังไม่มีใครเคยพิชิตได้มาก่อน...เอาล่ะ เห็นแก่หน้าของอิกดราซิลและโนร์นทั้งสาม ข้าจะตอบรับการท้าทายภารกิจของพวกเจ้า แต่...หากพวกเจ้าไม่อาจฝ่าด่านไปได้ วิญญาณของพวกเจ้าจะติดอยู่ในดินแดนของข้าไปชั่วกัปชั่วกัลป์ พวกเจ้ายินดีรับการท้าทายครั้งนี้หรือไม่”

“พวกเรายินดี”

“เช่นนั้นก็เปิดประตูเถิด”

เมื่อเฮลล่ารับปาก วงแหวนอาคมโบราณก็เรืองแสงเจิดจ้าขึ้นเสียงยิ่งกว่าเดิม แสงสีขาวกระจ่างจ้าเสียจนสายตาของผู้ที่เฝ้ามองอยู่โดยรอบพร่าเลือนไม่อาจทนมองตรงๆได้

เมื่อแสงสีขาวนั้นจางหายไปพร้อมกับวงแหวนเวทโบราณ หญิงสาวผมดำและทูตทั้งเจ็ดก็หายไปแล้ว

ต้นไม้ที่สมควรจะตายไปแล้วสั่นไหว ที่ด้านบนท้องฟ้า วัตถุสีขาวเล็กๆพลันโปรยปรายลงมาอย่างไร้ที่มาที่ไป แวบแรกผู้คนคิดว่ามันคือหิมะ ทว่าเมื่อมันร่วงหล่นลงมาใกล้ถึงได้เห็นว่ามันคืออะไร

เป็นกลีบดอกไม้...

กลีบดอกไม้สีขาวที่มีกลิ่นหอมกำจาย ร่วงหล่นมาจากท้องฟ้าที่มีเมฆหมอกบดบัง ไม่นานก็โอบล้อมต้นไม้ใหญ่ มองๆไปราวกับว่ากำลังอยู่ในความฝันตื่นหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น

หลายคนตกอยู่ในห้วงภวังค์ หลายคนเริ่มถกเถียงกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าพวกเขากำลังคิดหรือตีความเหตุการณ์นี้ไปอย่างไร ความจริงที่พวกเขาต่างก็รับรู้ได้พร้อมกันคือ...

บางสิ่งที่ในอดีตไม่อาจทำให้สำเร็จได้ วันนี้...นาฬิกาที่หยุดเดินมาแสนนานนั้น เริ่มทำงานอีกครั้งแล้ว




Talk.

รีบปั่นมาก ถ้ามีตรงไหนผิดพลาดหรือมีคำผิด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

 



 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 368 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,142 ความคิดเห็น

  1. #1120 VenitaKq (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 12:52

    โอ้ยยย ขนลุกกก

    #1,120
    0
  2. #1109 lv.skmag (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 14:50
    ขนลุกมากแม่
    #1,109
    0
  3. #1090 JkkkVVV (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 16:03
    ได้นะ บรรยายดีมากค่ะ 😁
    #1,090
    0
  4. #1083 mxngkhwxn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 07:10
    อยากเห็นหน้าเฮลลาจัง คงจะสวยมากๆจริงๆ
    #1,083
    0
  5. #1068 Apollon~kv (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 21:07
    แพ็คกระเป๋าพร้อมเตรียมตัวผจญภัยค่ะ Let's go!!
    #1,068
    0
  6. #1040 boahammock (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 10:46
    ได้เวลาผจญภัยยยย!!
    #1,040
    0
  7. #1003 PINARMY1318 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 16:45
    ขนลุกอีกเเล้วเเม่ ชอบมากกกก
    #1,003
    0
  8. #947 MhyTaeYoΠ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 22:03
    ใจเต้นตึกตัก ตื่นเต้นๆ ขนลุกสุดๆ
    #947
    0
  9. #913 butterr. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 21:57
    สุดติ่งมากกกกชอบบบบบโอ้ยยย
    #913
    0
  10. #896 tomyongsw (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 20:52
    โอ้มายก๊อต.. สุดยอดมากกกแ;_; ยิ่งใหญ่จริงๆฉากนี้ อ่านตาม คิดภาพตามแล้วขนลุกเลยค่ะ สุดยอดยิ่งกว่าสุดยอด ฮือ แต่ก็กังวล จะฝ่าด่านปริศนาได้ใข่ไหม ยิ่งโลกิเป็นคนสร้างอีก
    #896
    0
  11. #885 Hiii29220 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 15:23
    ขนลุกเลยยยยย
    #885
    0
  12. #872 @S_CB (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 19:07
    รู้สึกยิ่งใหญ่อะ แบบ ขนลุกกกกกกก
    #872
    0
  13. #871 Chompoonic Petruk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 18:58
    ไรท์ทำเราขนลุก พรึบพรับเลย ไปสุดมาก ขอให้ทั้ง 7 คนทำได้ สู้ๆ
    #871
    0
  14. #825 MMP_P'M49 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 13:19
    อยากเป็นคนที่ฟด้มุงดูโว้ยยยยย ฮืออออ ชั้นอนากไปอยู่ตรงนั้น 5555

    ไรท์แบบ

    มันแบบ แง
    มันนึกภาพทุกิย่างออกรุ้สึกเหมือนได้ไปอยู่ตรงนั้นจริงๆเลย
    #825
    0
  15. #792 Preen14-07 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 16:32
    โอ้ววววววววว ขอให้ทุกคนปลอดภัย
    #792
    0
  16. #782 PaiiKanj (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 13:55
    โอ้ยยย ลุ้นจนนิ้วหงิกเลยต่ะ
    #782
    0
  17. #775 Plíða (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 12:57
    ขอให้ผ่านด่านได้นะ เจ้าทูตทุ้งเจ็ด
    #775
    0
  18. #673 thonghan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 17:21
    ขนลุกทุกครั้ง ที่แทฮยองแสดงความสามารถ แงงงวง สู้ๆนะทุกคน
    #673
    0
  19. #619 sofar_fa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 11:06
    ทุกคนสู้ๆ!
    #619
    0
  20. #588 Moonlionz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 18:18
    เสี่ยงมากๆ ขอให้ทุกคนผ่านด่านไปได้ เอาใจช่วยน้าา
    #588
    0
  21. #543 Kwzen_p (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 16:28
    ฮรือออ ลุ้นมาก ด่านในวังจะเป็นยังไงๆๆเป็นการเดิมพันที่เสี่ยวมากๆๆ แล้วฉากตอนเขียนวงแหวนนี่อ่านแล้วคือขนลุกมาก สู้ๆนะคะไรท์
    #543
    0
  22. #497 lazymint (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 11:49
    ลุ้นไม่ไหวแล่ววววว
    #497
    0
  23. #496 FJK (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 03:02

    เป็นการเดิมพันที่แบบเสี่ยงมากอ่ะ

    #496
    0
  24. #495 tyoki (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 00:32
    ลุ้นมาก ขอให้ทุกคนทำงานนี้ให้สำเร็จ
    #495
    0
  25. #494 Daduean (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 00:13
    ลุ้นมากๆ ด่านจะยากและอันตรายแค่ไหน ตื่นเต้นนนน
    #494
    0