{Fic BTS} Legacy [KookV] #Legacykookv

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 139,908 Views

  • 7,412 Comments

  • 4,275 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    11,829

    Overall
    139,908

ตอนที่ 49 : บทที่ 6 การโจมตี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 599 ครั้ง
    16 ธ.ค. 61

บทที่หก

การโจมตี

 

“คีแรน”

“ครับ คุณฮาดิ” เด็กหนุ่มหันมองฮาดิ ฮามิลตันที่เรียกเขาเอาไว้ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นรถไฟด้วยสีหน้างุนงง เมื่อเห็นพ่อของวาเลอเรียสกวักมือเรียก เด็กหนุ่มจึงหันกลับไปหาเขา ทิ้งพวกวาเลอเรียสให้ชะเง้อคอมองจากบนรถไฟ วาเลอเรียสมองคีแรนถูกพ่อของเขาโอบไหล่เดินห่างออกไปด้วยสายตาสงสัย

“ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอนิดหน่อยก่อนที่เธอจะไปโรงเรียน” ฮาดิเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ คีแรนเงยหน้ามองเขาถามว่า “เรื่องอะไรเหรอครับ”

“ฝากดูแลวาเลอเรียสแทนฉันทีนะ”

ฮาดิเอ่ยประโยคนี้ออกไปพลางกดน้ำหนักมือลงบนไหล่ทั้งสองข้างของคีแรน ดวงตาของชายหนุ่มทอประกายแรงกล้าจนคีแรนรู้สึกฮึกเหิมไปด้วย ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกตื้นตันใจเหลือเกินที่อีกฝ่ายถึงกับเอ่ยปากแบบนี้ออกมา

“วาโลน่ะ...เธอคงได้เห็นและรู้มาเยอะแล้วว่าเขาค่อนข้างพิเศษ ดังนั้นที่ผ่านมาพวกฉันเองก็ระมัดระวังเป็นอย่างดีในการเลี้ยงดูอบรมเขาให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ร้ายแรงทั้งหลายได้ เรามั่นใจกันมาตลอดว่าเขาจะปลอดภัยเพราะเขาสามารถรับรู้ถึงอันตรายล่วงหน้าได้ ไม่มีใครคาดคิดว่าวันหนึ่งพลังนั้นของเขาจะหายไป ซึ่งให้ฉันเดา..มันน่าจะเกิดจากสภาวะทางจิตใจของเขาเอาที่ทำให้พลังพิเศษเกิดการสั่นสะเทือนและหายไป” ฮาดิเอ่ยอย่างรวดเร็วและระมัดระวังอยู่ตลอดว่าจะมีใครได้ยินที่เขาพูดหรือไม่ “วาโลเคยชินมากกับการรู้อะไรล่วงหน้า ดังนั้นพอเขาไม่มีมันแล้ว เขาก็จะ...”

“วิตกกังวลและขาดความมั่นใจ” คีแรนสามารถกล่าวต่อได้ในทันที เขาพยักหน้าให้ฮาดิด้วยสีหน้าจริงจัง “ผมทราบครับ”

“และช่วยไม่ได้ที่ฉันพอจะรู้อยู่ว่าตัวตนของเธอในใจวาโล และตัวตนของวาโลในใจเธอก็ค่อนข้างพิเศษ มันจึงมีเพียงเธอที่จะดูแลเขาได้ คอยฉุดรั้งจิตใจเขาเอาไว้...”

“เหมือนแม่เหล็กขั้วบวก ที่ต้องคอยดึงดูดรักษาสมดุลกับแม่เหล็กชั้วลบใช่ไหมครับ” คีแรนพยักหน้าหงึกหงักอีกครั้ง “ได้เลยครับ”

ฮาดิมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ “เธอนี่รู้จักวาเลอเรียสดีพอๆกับพวกฉันที่เป็นคนในครอบครัวของเขาจริงๆนะ”

“เขื่อเถอะครับ ว่าถ้าผมไม่ได้เป็นคนชอบเสนอหน้าเข้ามาตามประกบติดวาโลอยู่ตลอด ก็คงไม่มีทางมาถึงขั้นนี้ได้” คีแรนเอ่ยติดตลกพลางสบตาฮาดิแล้วเอ่ยย้ำว่า “ผมจะดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ”

“ขอบคุณ” ฮาดิกล่าวจากใจ ก่อนที่เขาจะปล่อยให้คีแรนวิ่งกลับไปที่รถไฟเมื่อเสียงระฆังดังขึ้น

เด็กหนุ่มจากบ้านกริฟฟินดอร์กระโดดขึ้นรถไฟโดยมีลูกชายของเขายืนรออยู่ที่ข้างประตู วาเลอเรียสโบกมือลาเขาก่อนจะพาคีแรนเดินหายไปท่ามกลางระเบียงทางเดินบนรถไฟ ฮาดิกวาดสายตามองไปก่อนจะต้องเลิกคิ้วสูงเมื่อเห็นคนอีกคนกำลังกระโดดขึ้นรถไฟอีกตู้หนึ่งพอดี

แฮร์รี่ พอตเตอร์

“หมอนั่นตัดสินใจไปฮอกวอตส์พร้อมพวกเด็กๆ”เสียงยานคางของเดรโกดังขึ้นที่ด้านหลังเขา เมื่อหันไปก็เห็นชายหนุ่มผมบลอนด์ยืนกอดอกพิงเสาอยู่ “ก็หวังว่าการที่หมอนั่นถ่อไปถึงฮอกวอตส์จะช่วยให้พวกเซอร์เพนท์ระมัดระวังตัวกันมากขึ้นหน่อย ไม่โผล่หัวออกมาลงมือโดยง่าย”

“ถ้านายเป็นพวกเซอร์เพนท์ นายจะแคร์พอตเตอร์เหรอ” ฮาดิย้อนถาม

เดรโกนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า “ไม่แคร์หรอก แต่จำเป็นต้องสงวนท่าที พอตเตอร์ขึ้นชื่อเรื่องปราบพ่อมดฝ่ายมืดอยู่แล้ว ถ้าอยากครอบโลกในนามพ่อมดฝ่ายมืด ก็ต้องเคลื่อนไหวอย่างรัดกุม ไม่ให้ตัวเองโดนปราบไปเสียก่อนจะทำการใหญ่สำเร็จ”

“แต่ถ้าใช้คาถาสะกดใจคนไปทำ มันก็พอจะได้อยู่ใช่ไหมล่ะ” ฮาดิถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ถ้าเลือกได้ ฉันอยากให้วาโลไม่นึกอยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่อะไรนั่นเลยจริงๆ อยากให้เขาเป็นแค่เด็กธรรมดาๆที่โตมาสืบทอดกิจการที่บ้าน แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อลูกเลือกแล้วอย่างชัดเจน คนเป็นพ่ออย่างฉันก็ทำได้แค่คอยสนับสนุนเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

เดรโกมองเพื่อนก่อนจะส่ายหน้า “ให้ตายสิ ฉันล่ะอยากเปลี่ยนตัวนายกับพ่อของฉันจริงๆ”

 

รถไฟด่วนฮอกวอตส์เคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วที่คงตัว ตู้รถไฟของวาเลอเรียสในวันนี้ถูกผู้คนแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเสียจนประตูแทบจะไม่เคยปิดสนิท ตั้งแต่รุ่นพี่ไปจนถึงเพื่อนร่วมรุ่นในบ้านสลิธีริน คนส่วนใหญ่ต่างก็เข้ามาเพื่อจะดูว่าวาเลอเรียสเป็นอย่างไรบ้างหลังจากเกิดเรื่องใหญ่ในงานเลี้ยงที่บ้านพาร์กินสัน

“ฉันตกใจมากตอนได้ข่าวเรื่องนาย” ไอแซคกล่าวจากใจ “แต่วินาทีต่อมาฉันก็นึกขึ้นมาได้ ว่าคนอย่างนายไม่มีทางเป็นอะไรไปได้หรอก”

“ฉันล่ะปลื้มใจในความเชื่อมั่นที่ทุกคนมีต่อนายแทนนายมากจริงๆ วาโล” จามิลที่ถูกเบียดจนแทบจะแบนติดหน้าต่างรถไฟเอ่ยเสียงอู้อี้เพราะมีขนมอยู่เต็มปาก “แม้แต่ไอแซคยังคิดว่านายไม่มีทางเป็นอะไรไปเลย”

“ยังไงซะเราก็เป็นลูกน้องของนายอยู่แล้ว ต่อให้เกิดอะไรขึ้นจริง พวกเราจะหาทางแก้แค้นให้นายเอง” อีสตันเอ่ยเสียงเรียบ

“พูดได้ดี” คีแรนยกมือให้เขา เด็กหนุ่มคนเดียวที่สวมเสื้อคลุมต่างบ้านในตู้นี้กลับดูกลมกลืนกับกลุ่มเด็กสลิธีรินเหล่านี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ “ใครกล้าทำอะไรวาโล ฉันจะไปสั่งสอนพวกมันเอง”

“นายไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้ามันเก่งถึงขนาดฆ่าวาเลอเรียสได้ นายก็คงต้องตายตามเขาอยู่ดี เพราะนายเองก็คงไม่มีอะไรไปสู้เขา” สกอร์เปียสเลิกคิ้วถามยิ้มๆ

“ฉันว่าบางที...” วาเลอเรียสเอ่ยขึ้นมาเสียงเบา ทว่าทุกคนกลับพร้อมใจกันหันไปตั้งใจฟังเขาพูด เมื่อเห็นทุกคนมองมาวาเลอเรียสก็ยิ้มน้อยๆแล้วเอ่ยว่า “ฉันว่าบางที ในสถานการณ์เดียวกัน คีแรนคงทำอะไรได้ดีกว่าฉันเยอะ อาจจะเอาชนะพ่อมดคนนั้นได้ก็ได้นะ”

ถ้าคีแรนเป็นลูกโป่ง ป่านนี้เขาก็คงลอยขึ้นฟ้าไปแล้ว

“เฮ้ๆ นายคนนั้นน่ะ กลับลงมาที่พื้นก่อ...”

ตึง!

ทันใดนั้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้น ก่อนที่รถไฟจะกระชากตัวหยุดวิ่งราวกับชนเข้ากับบางสิ่งอย่างรุนแรง เด็กหนุ่มหลายคนเด้งตัวลุกขึ้นนั่งด้วยสัญชาตญาณพลางถอยห่างจากหน้าต่างที่ด้านนอกปรากฏควันสีดำลอยละล่องอยู่และบานกระจกก็กำลังสั่นไหวจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เพล้ง!

 กระจกรถไฟแตกกระจายออก เสียงหวีดร้องด้วยความตกใจกลัวดังขึ้นอื้ออึงไปทั้งขบวนรถ พวกเด็กหนุ่มส่งสายตาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันไปมา พวกเขาไม่ได้ร้องตกใจ ทว่าหลายคนเช่นไอแซคหรือสกอร์เปียสต่างก็มีสีหน้าซีดขาวลง บ่งบอกว่าสถานการณ์เช่นนี้ทำให้พวกเขาตื่นตระหนกไม่น้อยเลย

“พ่อบอกว่าปีสามมีผู้คุมวิญญาณบุกขึ้นรถไฟ...”

สกอร์เปียสเพิ่งจะพูดได้ไม่กี่คำ ก็ถูกเกรเซียสกระทืบเท้าให้หุบปากอย่างแรง เด็กหนุ่มผมดำหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาพลางชี้ไปทางประตูตู้ของพวกเขาที่ปิดสนิทอยู่แล้ว พลางสั่งให้มันล็อกตัวเองอย่างเงียบเชียบ

ที่นอกทางเดิน เด็กนักเรียนเริ่มออกมาชะเง้อหาต้นตอหรือออกความคิดเห็น ในตอนนั้นเองที่ร่างของหัวหน้ากองมือปราบมารเดินดุ่มๆมาตามทางเดินพลางสั่งให้ทุกคนกลับเข้าไปอยู่ในห้องของตัวเอง เมื่อเดินผ่านห้องของพวกวาเลอเรียส แฮร์รี่หยุดชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า “ระวังตัวด้วย”

คีแรนเหลือบสายตามองวาเลอเรียสแวบหนึ่ง เด็กหนุ่มรับรู้ได้ในทันทีว่าเรื่องนี้ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับวาโลของเขาอีกแล้ว “ทุกคนเตรียมไม้ไว้” คีแรนกระซิบ

เกรเซียสขมวดคิ้วก่อนที่จะค่อยๆหลับตาลง พลังของเขาแผ่ตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานเขาก็พึมพำว่า “มีคนลักลอบขึ้นรถไฟมาหกคน กำลังหาตัววาเลอเรียสอยู่”

“นายรู้ได้ยังไง” อีสตันถาม แต่ถูกวาเลอเรียสปรายตาใส่เป็นเชิงสั่งให้เงียบ

“อย่าเสียงดัง เขาต้องใช้สมาธิ” จามิลยกนิ้วทาบริมฝีปากพลางถลึงตาใส่คนอื่นๆไม่ให้พวกเขารบกวนการใช้พรสวรรค์ของเกรเซียส

ปีนี้พี่ชายของจามิลอายุสิบห้าแล้ว นั่นหมายความว่าพลังในการพินิจใจของเขามาอยู่ในจุดที่เสถียรและสามารถควบคุมได้ ดังนั้นเขาจึงสามารถรับฟังความคิดในระยะที่เขาพอจะรับฟ้งได้ ใช้พลังนั้นในการค้นหาว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบนรถขบวนนี้

“คุณพอตเตอร์ไปคุยกับคนขับแล้ว..ด้านหน้ารถชนเข้ากับกำแพงเวทมนตร์ที่ใครบางคนเสกขึ้น ทำให้รถไปต่อไม่ได้ ต้องหาคนไปกำจัดคาถาบทนั้นให้ได้ก่อน” เกรเซียสกล่าวช้าๆ “คุณพอตเตอร์คิดจะให้เจมส์กับอัลบัสไปจัดการ ส่วนตัวเขากำลังจะย้อนกลับมาที่นี่ มาคุ้มกันวาโล”

เอเดรียนมองพวกเขาด้วยสายตาที่เหมือนจะเข้าใจ แต่ก็เหมือนไม่เข้าใจอยู่ในที เขามองวาเลอเรียสก่อนจะเอ่ยว่า “พ่อบอกว่ากระทรวงกำลังสืบหาตัวองค์กรหนึ่งอยู่ เชื่อกันว่าองค์กรนั้นมีจุดประสงค์ที่จะฆ่าวาเลอเรียส ไม่ให้คำทำนายเกิดขึ้นได้สำเร็จ”

“พ่อของนายนี่ไม่น่าเรียกตัวเองว่าผู้ปิดปากเงียบเลยจริงๆนะ” จามิลบ่นอย่างอดไม่ได้ เขาไม่ได้ห้ามไม่ให้คนอื่นๆส่งเสียงอีก เพราะเกรเซียสดูเหมือนไม่ต้องทุ่มสมาธิมากแบบตอนแรกอีกแล้ว “นายเข้าใจถูกแล้ว เอเดรียน เพราะฉะนั้นปีนี้พวกนายจะได้ใช้ชีวิตแบบเซอไวเวิลไปกับวาเลอเรียสแล้วก็ฉัน หวังว่าพวกนายจะสนุกสนานไปกับมันนะ”

“ดีเลย ฉันชอบ” อีสตันยิ้มเหี้ยม

ไม่นานนักแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็กลับมาถึงที่หน้าตู้ของพวกเขาจริงๆ ชายหนุ่มร่ายคาถาซ้ำใส่ประตูของพวกเขาจนแน่ใจแล้วว่าจะไม่มีใครพังประตูเข้าไปได้ ก่อนจะชักไม้กายสิทธิ์ออกมาแล้วยืนเตรียมพร้อมอยู่ตรงนั้น

“รู้อะไรไหม” จู่ๆวาเลอเรียสก็เอ่ยขึ้นมา

“อะไรเหรอ” คีแรนถามทันที

“บางทีพวกที่ขึ้นมาบนรถไฟอาจเป็นแค่ตัวล่อก็ได้ ส่วนตัวจริงก็คงจะมาจาก...” วาเลอเรียสชี้ไม้กายสิทธิ์ไปทางหน้าต่างที่ว่างโล่ง “ทางนั้น”

ไม่ทันขาดคำที่วาเลอเรียสพูด พ่อมดคนหนึ่งก็โผล่พรวดมาที่ด้านนอกหน้าต่างรถไฟ ไม้กายสิทธิ์ของเขาเล็งมาทางวาเลอเรียสทันทีพร้อมกับปากที่เตรียมจะร่ายคาถา “อะวาดา...”

“สตูเปฟาย!” โดยที่ยังไม่ทันได้มีใครตั้งตัว คีแรนก็โบกไม้กายสิทธิ์ส่งคาถาสะกดนิ่งใส่อีกฝ่ายไปแล้ว พ่อมดคนนั้นหงายหลังล้มตึงลงไปบนพื้น ที่ด้านฝั่งประตูของพวกเขาเองก็เกิดการต่อสู้ขึ้น แฮร์รี่เจอพ่อมดสามคนรุมเล่นงานจนเขาปลีกตัวมาช่วยเด็กๆไม่ได้ ทว่าวาเลอเรียสก็ไม่ได้เรียกร้องขอความช่วยเหลือเขา ทันทีที่พ่อมดอีกคนปรากฏตัวที่หน้าต่าง คาถาหลากหลายก็ถูกส่งออกมาจากบรรดาเด็กหนุ่มในห้องโดยสารนั้นทันที

“เซอไวเวิลจริงด้วย” เอเดรียนพึมพำพลางยิงคาถาสะกดนิ่งใส่แม่มดคนหนึ่งที่โผล่เข้ามาเกาะขอบหน้าต่างห้องพวกเขาเอาไว้ “คนเราที่อายุแค่สิบสามถึงกับต้องมีพ่อมดแม่มดมากขนาดนี้อยากมาฆ่าเลยเหรอ”

“พวกเขาโดนถคำสาปสะกดใจ” วาเลอเรียสเอ่ย “ฉันมั่นใจว่าไม่มีคนมากขนาดนี้อยากฆ่าฉันแน่ๆ แถมพวกเขาก็ดูไร้สติกันจะตายไป”

เสียงต่อสู้ของพวกเขาทำให้นักเรียนที่อยู่ในตู้โดยสารอื่นๆเกิดความตื่นตระหนกระคนตื่นเต้น กลุ่มเด็กสลิธีรินผู้ตามหลักแล้วไม่ควรจะเป็นคนที่เชี่ยวชาญด้านวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดมากที่สุดกลับสามารถแสดงศักยภาพในการต่อสู้ด้วยเวทมนตร์ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ส่วนนี้นั้นต้องยกความดีความชอบให้กับวาเลอเรียสผู้มักศึกษาคาถาสำหรับต่อสู้ให้พวกรูมเมทของเขาได้เห็นอยู่เสมอ

ครืด

ประตูห้องผู้โดยสารถูกเปิดออก แฮร์รี่ พอตเตอร์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเดือดดาล “ฉันจะเรียกเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมาควบคุมตัวพวกเขา ระหว่างนี้พวกเธอทุกคนต้องเกาะกลุ่มกันเอาไว้ และฉันไม่อนุญาตให้มีการทำร้ายคนพวกนี้ถึงตาย เพราะพวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อของคำสาปสะกดใจ”

“ทราบแล้วครับ” วาเลอเรียสรับคำอย่างเคร่งขรึม แฮร์รี่จึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วก้าวข้ามร่างที่กองระเนระนาดอยู่หน้าประตูห้องของพวกเขาไป

“รู้อะไรไหม...” ไอแซคเอ่ยขึ้นมาขณะลองเอาเท้าเขี่ยๆร่างพ่อมดคนหนึ่งที่หมดสติอยู่บนพื้นดู “ฉันรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในหนังเอเชียเรื่องหนึ่ง ที่คนในขบวนรถไฟกลายเป็นซอมบี้เลย”

ทุกคนมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า สกอร์เปียสเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้นมาว่า “ไร้สาระ คนบนรถไฟจะกลายเป็นซอมบี้ไปได้ยังไง”

“พ่อมดรับมือกับซอมบี้ได้ เพราะมันเกิดจากโรคระบาดของพวกมักเกิ้ล” วาเลอเรียสเองก็อ้าปากอธิบายอย่างหาได้ยากยิ่ง “แต่ในโลกของผู้วิเศษ ที่น่ากลัวที่สุดคืออินเฟอไร”

“คืออะไรอ่ะ” คีแรนกับไอแซคถามขึ้นมาพร้อมกัน

“คล้ายซอมบี้ในสายตามักเกิ้ล เป็นซากศพที่ถูกทำให้กลับฟื้นคืนชีพมาเป็นหุ่นเชิด เป็นทาสรับใช้ของพ่อมดฝ่ายมืด ทำตามคำสั่งแบบไม่สนอะไรทั้งนั้น ฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้าได้เพื่อภารกิจที่ได้รับมอบหมาย แต่ก็ค่อนข้างโง่ คงชีพอยู่ได้ด้วยอำนาจเวทมนตร์ของเจ้านายเท่านั้น และแพ้ไฟ...อืม แต่ถ้าพ่อมดฝ่ายมืดฉลาดพอ เขาก็จะร่ายคาถากันไฟเอาไว้ให้พวกมันด้วย”

เพราะทุกคนเคยชินอยู่แล้วและล้วนแต่เป็นคนกันเอง จึงไม่มีใครติดใจสงสัยเรื่องที่วาเลอเรียสรู้จักศาสตร์มืดเหล่านี้ดีเลยแม้แต่น้อย เมื่อครั้งที่รู้จักกันใหม่ๆวาเลอเรียสเคยบอกพวกเขาแล้วว่าเด็กบ้านฮามิลตันล้วนแต่เคยศึกษาศาสตร์มืดด้วยกันทุกคน

“เดี๋ยวอยู่ๆไปนายก็ยิ่งชิน และจะมีความรู้รอบตัวเรื่องสัตว์ประหลาดใจโลกผู้วิเศษเองแหละเพื่อน” จามิลตบไหล่ไอแซคด้วยสีหน้าขบขัน เขารู้ว่าสถานการณ์ในวันนี้ไม่ได้มีอะไรเกิดการรับมือ ดังนั้นจึงค่อนข้างผ่อนคลายลงกว่าคราวที่แล้วที่วาเลอเรียสเกือบถูกฆ่ามาก

“แปลกนะ” เกรเซียสเอ่ยขึ้นพลางหันไปหาวาเลอเรียส “มันเอิกเกริกเกินไป จนน่าสงสัยไหมว่าจุดประสงค์ของการส่งพ่อมดแม่มดพวกนี้มาโจมตีพวกเราคืออะไร”

“ก่อกวนล่ะมั้ง” จามิลออกความคิดเห็นขณะที่วาเลอเรียสก้มหน้าลงเพื่อใช้ความคิด เด็กหนุ่มผมบลอนด์มีสีหน้าลังเลก่อนจะวิเคราะห์ว่า “ดูเหมือนจะมีแผนการอะไรบางอย่างซ้อนกับสิ่งที่ให้พ่อมดแม่มดเหล่านี้มาลงมือ จุดประสงค์อื่นๆที่จำเป็นจะต้องเล่นใหญ่เอาไว้ ให้ทุกคนมุ่งเป้าความสนใจไปที่เหตุการณ์นี้ โดยสอดแทรกแผนการหลักเอาไว้...เป็นไปได้ว่าจะมีคนแอบแฝงตัวขึ้นมาบนรถไฟแล้ว เป็นตัวจริง..ที่ไม่ได้ถูกสะกดให้มาทำ”

เกรเซียสพยักหน้า “คุณพอตเตอร์ก็คิดเหมือนกันกับนาย เขากำลังคิดถึงวิธีการป้องกันไม่ให้มีใครลอบเข้าไปในปราสาทได้ เขาคิดว่าเขามีประสบการณ์มาก่อนแล้ว เรื่องที่มีคนแอบเข้าฮอกวอตส์เพื่อจะฆ่าใครสักคน”

วาเลอเรียสซึ่งเคยอ่านบันทึกของพ่อ ผู้เป็นนักเรียนรุ่นเดียวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ย่อมทราบดีว่าฮอกวอตส์เคยผ่านเหตุการณ์อะไรมาแล้วบ้างในช่วงเวลานั้น เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ “งั้นก็ยิ่งแปลก เพราะถ้าจะฆ่าฉันให้ได้ ไม่ต้องรอแฝงตัวเข้าไปในปราสาทหรอกมั้ง”

คีแรนโพล่งขึ้นมาว่า “งั้นก็แปลว่าจริงๆแล้วเขามีจุดประสงค์อย่างอื่นอีก และมันอยู่ในปราสาท”

วาเลอเรียสสบตาเขา ก่อนจะพยักหน้า “ใช่ และสำหรับพวกนั้น...พวกเซอร์เพนท์ พวกมันต้องอยากได้อะไรหลายอย่างจากในปราสาทอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..สมบัติของซัลลาซาร์ สลิธีรินยังไงล่ะ”

กำไลงูสีเงินที่ข้อมือของเขาแผ่ไอเย็นจางๆออกมา วาเลอเรียสรู้สึกได้ว่าโอโรโบรอสตอบสนองต่อความคิดและอารมณ์ของเขา เขาลูบมันเบาๆพลางเอ่ยว่า “ฆ่าฉันน่ะไม่ต้องรีบฆ่าก็ได้ แต่ของจำเป็นบางอย่าง ฉันคิดว่าพวกเขาคงจะรีบใช้ เพียงแต่ฉันก็เดาไม่ออกเหมือนกันว่าพวกเขาอยากได้ของชิ้นไหน เพราะเท่าที่ฉันรู้และเห็นมา สมบัติของสลิธีรินมีเป็นภูเชาเลากา แต่พวกเขาล้วนไม่มีคุณสมบัติจะได้ไป”

“ต้องมีคุณสมบัติยังไงถึงจะได้สมบัติของสลิธีรินไปเหรอ” ไอแซคถาม

“หนึ่ง เป็นเลือดบริสุทธิ์ สอง พูดภาษางูได้ สาม เป็นทายาทของสลิธีรินโดยชอบธรรม”

“อ้าว” เด็กหนุ่มผู้เติบโตมากับมักเกิ้ลขมวดคิ้ว “นั่นมันมีแต่พวกนายไม่ใช่เหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ” วาเลอเรียสพยักหน้า “เพราะงั้นฉันถึงได้บอกไงล่ะ ว่าพวกเขาไม่มีคุณสมบัติจะได้ไป ไม่ว่าจะหาทางเข้าปราสาทได้ หรือฆ่าตระกูลฮามิลตันทั้งหมดทิ้งแล้วก็ตาม สมบัติทุกอย่างของสลิธีรินพวกเขาก็จะยังไม่มีวันได้ไป สิ้นตระกูลพวกฉัน สิ้นตระกูลก๊อนท์ ข้าวของเหล่านั้นก็ไร้ความหมาย พวกมันจะถูกปิดตายเป็นความลับอยู่ในปราสาทตลอดกาล”

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 599 ครั้ง

68 ความคิดเห็น

  1. #5902 boahammock (@boahammock) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:09
    แค่เริ่มปีการศึกษาใหม่ก็ไม่ธรรมดาแล้วฮ้ะ
    #5902
    0
  2. #5853 PaiiKanj (@PaiiKanj) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:45
    ลุ้นระทึกมากเลยค่ะตอนนี้
    #5853
    0
  3. #5379 b9zazagtz (@b9zazagtz) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 23:42

    สิ้นตระกูลก๊อนท์ มันรวมคีแรนด้วยมั้ยวะ?

    #5379
    1
  4. #5235 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 23:51
    ถึงแม้จะมองไม่เห็น แต่ยัยหนูก็ยังมีลางสังหรณ์กัยสมองที่ชาญฉลาดอยู่นะ
    แต่งานนี้ยอมรับจริงๆว่าคีแรนไหวพริบดีและไวมาก
    #5235
    0
  5. #5192 ChompunutEksuk (@ChompunutEksuk) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 14:11
    คีแรน​ วาโลของเขา​ ออกตัวแรงน่ะ
    #5192
    0
  6. #4911 tomyongsw (@GUNDAMZ) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 18:17
    มันเอิกเกริกเกินไปจริงๆตอนนี้... แบบ ซ้อนแผนแน่นอน จากที่ฟังวาโลพูด ถ้าอยากได้ของจริงๆ ก็ต้องใช้คนในฮามิลตันไปเอามารึป่าว? เด็กๆคนอื่นจะปลอดภัยมั้ยเนี่ย หรือมีจุดประสงค์อื่นกันนะ ปล.วาโลของเขา.. แหม 5555555 คีแรนน้าาาาา เอาใหญ่เลยย
    #4911
    0
  7. #3849 @S_CB (@sutattacb) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 23:14
    เกลียดความวาโลของเขาอะ เอาใหญ่เลยนะคีแรน 555555555
    #3849
    0
  8. #3660 Lala_Land (@Lala_Land) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 17:10
    ก็จับตัวคนที่พูดพาเซลได้เเละบังคับให้เปิดออกเลยไงล่ะ!!
    #3660
    0
  9. #3581 borivvy-kookie (@borivvy-kookie) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 17:13

    ว้าว ๆ ชอบตอนนี้อ่ะ รู้สึกว่าชนะ

    ทั้ง ๆ ที่การต่อสู้เพิ่งเริ่ม

    คือชอบคำพูดของวาโลมาก

    ถึงแม้จะแอบเข้ามาได้แต่ก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะคู่ควรกับมัน

    ชนะไปเลยจ้าวาโลลูกแม่

    #3581
    0
  10. #3557 AbsTxz_ (@AbsTxz_) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 17:06
    คีแรนนนน เท่มากกกกก ทำดีมักๆที่ช่วยวาโลไว้ได้
    #3557
    0
  11. #3478 LFNii (@Nnok2012) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:54
    คิดถึงเทรนทูปูซานเลย มันลึกซึ้งงงงงงง ปีนี้จะต้องลุกเป็นไฟฟฟฟฟฟ คือยังไม่ทันเข้าฮอกวอร์ตก้โดนโจมตีแล้วอ่ะ ฮะโหลนี่เด็กอายุเท่าไหร่เองคุ้นนนนนน ใจร้ายมั่ก;^;
    #3478
    0
  12. #3421 GamNT (@GamNT) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 15:21
    เราคิดว่า พวกนั้นคงต้องการจะใช้พวกวาโลเอาสมบัติสลิธิรินออกมาจากนั้นค่อยกำจัดทิ้ง เพราะจะได้ครอบครองเองทั้งหมด พวกวาโลเก่งมากๆเลย สู้ๆนะลูก;-;
    #3421
    0
  13. #3374 miffyTT (@miffyTT) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 21:12
    คีแรนเก่งมากกกก ต้องดูแลปกป้องวาโลได้ดี สมกับที่รับคำไว้กับฮาดิแน่ๆ สู้ๆนะ ทุกคนต้องปลอดภัยยยย
    #3374
    0
  14. #3342 Doublet0108 (@zazaji) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 06:15
    คีแรนมีสติมากเก่งมากลูก!

    เหมือนปีนี้จะได้ผจญภัยพอสมควรเลย
    #3342
    0
  15. #3341 PPasavEE (@PPasavEE) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 06:04
    นี่คือความคิดของเด็กอายุ13 อ่าา วาโลฉลาดมากจริงๆ คีแรนก็เสกคาถาเร็วมาก เก่งทุกคนเลยๆๆๆ
    #3341
    0
  16. #3336 The-ChaBae (@The-ChaBae) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 03:27
    วาโลฉลาดมากกก
    #3336
    0
  17. #3331 Luvtae (@SodaSody) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 02:27
    โอโหหหหห ขนลุกกกกกกกกกกกกกก กลัววาจะเป็นอันตรายแต่ก็มีเพื่อนคอยปกป้องงง แง้ ดูอบอุ่นกันมากเลย พ่อพระเอกคีแรนน่ารักกกกกกก
    #3331
    0
  18. #3330 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 01:04
    คีแรนเร็วมากกกกก องค์รักษ์ของวาโลก็พร้อมเพียงกันสุด
    #3330
    0
  19. #3329 raina? (@numbea) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 00:34
    ขำฉากที่เด็กๆร่ายคาถากันเยอะแยะเพื่อปกป้องวาเลอเรียส

    เพื่อนน้องดีมากๆ มิตรภาพ

    กลัวว่าถ้าต่อไปมีใครซักคนโดนหางเลขเป็นอะไรขึ้นมา

    เราคงน้ำตาแตก
    #3329
    0
  20. #3328 Mmuaylulee (@Mmuaylulee) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 23:05
    ฮื่ออ ทุกคนปกป้องวาเลอเรียสด้วยนะ
    #3328
    0
  21. #3327 mintmintzar (@mintmintzar) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 23:03
    ตอนนี้ถึงจะไม่มีพลังวาโลก็ยังสุดยอดอยู่ดีวิเคราะห์ได้เก่งมาก ทุกคนก็เก่งขึ้นจริงๆ เกรเซียสก็เริ่มควบคุมได้แล้ว เป็นตอนที่ทำให้ตื่นเต้นได้ตลอดเลยค่ะ สนุกมากๆ // สู้ๆนะคะ
    #3327
    0
  22. #3326 Daduean (@nickname05) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 22:19
    น้องโครตเก่ง เก่งกันมากๆจริงๆ ชอบมากๆ
    #3326
    0
  23. #3322 ขอบตาคล้ำ (@bamoonsri) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 21:20
    น้องวาโลฉลาดมากจริงๆ
    #3322
    0
  24. #3319 amoniee (@rossamonie) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 20:54
    เด็กๆเก่งกันมาก ดีนะที่ทุกคนได้ฝึกคาถากับวาโล เอาจริงๆตอนที่กระจกแตก ก็คิดแล้วว่าต่อให้ล็อคประตูก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี แล้วก็มีพ่อมดโผล่มาจริงๆด้วย อ่ายแล้วรู้สึกตื่นเต้นอ่ะ ทุกคนดูใจเย็น และจัดการสถานการณ์ได้ดี แล้วพลังของเกรเซียสก็เสถียรแล้วด้วย ช่างเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากจริงๆ

    อ้อ อีกอย่างเราน่ะรักความกลมกลืนของเจ้าคีแรนในหมู่สลิธิรินมากๆเลย
    #3319
    0
  25. #3316 Winken_310 (@Winken_310) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 19:48
    ตอนที่วาโลบอกว่าอาจมีคนโผล่มาทางหน้าต่างนี่เหมือนญาณพยากรณ์กลับมาแล้วเลยอะ
    #3316
    0