Private Eye นักสืบ บันทึก ฆาตกรรม และ... เวทมนตร์

ตอนที่ 12 : นักเรียนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 97
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ต.ค. 53


            “ฮ้าว~” เสียงหาวนอนแบบยานคางของแดนเนียล ยอร์คเซล เด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสดังขึ้น หน้าห้อง4/8 หลังจากเขาต้องแหกขี้ตาตื่น ตอน 8โมงเช้า ใช้เวลาอาบน้ำเพียงห้านาทีเพื่อเร่งรีบมาให้ทันเวลาสอบที่จะเริ่มใน 8.30 น. ทว่าไอ้อาการแบบนี้หาได้เกิดกับเขาแค่คนเดียว เพราะไอ้เพื่อนร่วมชมรมอีกคนก็มีสภาพอ่อนเพลียไม่ต่างกัน หรืออาจหนักกว่า เพราะเท่าที่ฟังดู ตอนหมอนั่นไม่อยู่ เหมือนจะวิ่งหาหลักฐานตาตั้งเกือบทั่วซอยกว่าจะเจอซากเสื้อกันฝนยืนยันข้อสันนิษฐานในหัวตัวเองเสร็จสรรพ

            แต่ปัญหาที่ควรจะหนักกว่าคือการสอบสามวิชารวด วิชาละสองชั่วโมง ซึ่งแดนก็หารือคร่าวๆกับทิวทัศน์ และได้คำตอบชวนเหงื่อตกกลับมาว่า

            เยี่ยมเลย มีเวลาตั้ง 6 ชั่วโมง นอนเต็มอิ่มพอดี

            ตอบกลับหน้าซื่อที่เรียกรอยยิ้มแห้งๆผุดขึ้นมุมปากของเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศส กับถ้อยคำที่เหมือนจะไม่สนใจทำข้อสอบเหมือนชาวบ้าน

            แดนลองถามทิวเรียบร้อยเกี่ยวกับเหตุผลของเจ้าตัว ว่าทำไมถึงไม่สนใจเรียนแม้สักนิดถ้าเทียบกับเด็กคนอื่นๆ... ซึ่งคำตอบของทิวก็ทำให้แดนแอบเห็นด้วยนิดหน่อย

            ไม่เห็นจะแปลก... จะให้ฉันตั้งใจเรียนแบบไม่มีเป้าหมายน่ะไม่เอาด้วยหรอกอธิบายพลางไหวไหล่ก่อนเบือนหน้าไปทางเพื่อนร่วมชั้น พวกนี้ส่วนใหญ่ก็ยังหาเป้าหมายไม่เจอทั้งนั้นแหละ แต่ที่ตั้งใจเรียนก็เพราะเหตุผลเดียว คือ ไม่อยากโดนผู้ปกครองดุ... ถึงจะมีบางคนโดยเฉพาะพวกที่เรียนเก่งๆหน่อย พร่ำบอกซะเลิศเลอเต็มประดาว่าอยากเป็นหมอมั่ง ทนายความมั่ง พวกอาชีพที่มันมีเกียรติแล้วก็รวยๆไอ้พวกนี้แหละน่าสงสารที่สุด เพราะไอ้พวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้รู้รายละเอียดของอาชีพที่อยากจะเป็นนักหรอกแต่วันๆแค่ถูกผู้ปกครองเป่าหูว่า เออ... ไอ้อาชีพนี้มันสบายนะ จบมาแล้วรวยโคตรๆสร้างภูเขาทั้งหลังยังได้ประมาณนั้น ก็เลยแห่กันอยากเป็นว่าพลางทำท่าประกอบได้น่าหมั่นไส้สมจริง

            ‘แต่เป้าหมายหลักจริงๆฉันไม่เห็นจะพ้นเงิน ถ้ามองย้อนกลับไปดีๆ เริ่มจากเป้าหมายหลัก ตั้งใจเรียนก็เพื่อจะมีงานดีๆทำ และถ้ามีงานดีๆทำ ก็จะได้เงินมากๆ นี่แหละที่เบื่อ... ถ้าเป้าหมายสุดท้ายเป็นเงินจริง จะประกอบอาชีพอะไรก็ได้หรอกมั้งขอแค่ให้ได้เงินแล้วก็ไม่ผิดกฎหมาย ดังนั้นก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องเรียนเลยจริงมั้ย... เพราะยังไงฉันก็ไม่ได้อยากเป็นไอ้พวกทนายความหรือหมออยู่แล้ว... สำคัญคือทำสิ่งที่ตัวเองชอบต่างหาก’

            อธิบายซะยืดยาวแต่มันก็ทำให้แดนรู้มุมมองความคิดของทิวทัศน์ขึ้นมาบ้าง... ไม่รู้เหมือนกันว่าคนอื่นจะคิดยังไง แต่ถ้าถามเขาก็คงคิดไม่ต่างกับเด็กหนุ่มเท่าไหร่

            นั่นสินะ... เรียนไปก็เพื่อเงิน พวกที่เรียนไม่จบเกกมะเหรกเกเรไปวันๆรวยล้นฟ้ามีถมเถ

            และนั่นคือเหตุผลคร่าวๆที่ทิวทัศน์ไม่ตั้งใจเรียนหนังสือเหมือนชาวบ้านทั่วไป

            ฮ้าว~” ว่าจบก็หาวน้ำตาเล็ดอีกรอบ ก่อนแดนเนียลจะหูผึ่งเล็กน้อยกับถ้อยคำของเพื่อนร่วมชั้นกลุ่มหนึ่งที่กำลังสนทนาด้วยหัวข้อแปลกๆน่าสนใจ

            นายอ่านหนังสือพิมพ์รึยังเด็กหัวเกรียนท่าทางเหมือนพวกติดเกมส์ว่าขึ้น น้ำเสียงตื่นเต้น

            หา นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบอ่านข่าวสังคมที่มีแต่นักการเมืองเพื่อนอีกคนบอกปัดพลางชักสีหน้าสงสัยเพราะปกติไม่เคยโดนถามแบบนี้มาก่อน

            งั้นนายก็ต้องอ่านเดี๋ยวนี้เลย... แป๊ปนะ ฉันเอามาอยู่ รับรองนายตาค้างหัวตั้งแน่ว่าพร้อมอมยิ้มน้อยๆก่อนคุ้ยกระเป๋าเป้นักเรียนแล้วชูหนังสือพิมพ์ขึ้นมา1ฉบับพร้อมเคาะไปยังกรอบรูปหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ที่มีหัวข้อข่าวตัวใหญ่แปะติดด้านหน้าว่า

นักสืบปริศนา... Private Eye  เปิดตัวนักสืบเวทมนตร์’

            “เป็นไง เป็นไง เจ๋งใช่มั้ย ดูจากเนื้อหาสิ มันบอกว่าเขาใช้เวทมนตร์ได้จริงๆด้วย งั้นก็แปลว่าโลกของเรามันต้องมีสิ่งที่เหมือนการ์ตูนอยู่แน่ๆ ฉันเอะใจตั้งแต่แรกแล้วกล่าวพลางกระโดดโลดเต้นด้วยแววตาเป็นประกายเหมือนถ้อยคำแห่งความหวังในจินตนาการของเด็กๆ

            แดนเนียล หูผึ่งขณะเขยิบตัวเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มสองคนนั้น แม้จะอดอมยิ้มน้อยๆไม่ได้กับท่าทางตื่นเต้นตกใจเกินเหตุ ก่อนชะโงกหน้าเข้าไปดูหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวอีกคน

            เจ้าของหัวเกรียนคนเดิมเริ่มลูบๆคลำๆร่างตัวเอง แล้วทำท่าเบ่งพลังจนหน้าบู๋เหมือนในหนังการ์ตูนขณะกล่าวว่า ไม่แน่นะ ฉันอาจจะมีเวทมนตร์จริงๆก็ได้ อาจจะเป็นเวทไฟ เวทน้ำ หรืออะไรสักอย่างพูดอย่างมีความหวัง หารู้ไม่ว่า ไอ้ตัวการของข่าวนักสืบเวทมนตร์เนี่ยก็คือ ทิวทัศน์ เลิศล้ำ เด็กหนุ่มสวมแว่นกรอบเหลี่ยมที่กำลงฟุบหลับอยู่หน้าห้องน้ำลายไหลยืดอยู่ในขณะนี้

            หมอนั่นจะรู้มั้ยนะ ว่ากำลังหลอกเด็กน้อยบางคน(ที่อายุเท่ากันกับเขา) ให้ฝันลมๆแล้งๆอยู่

            ห้ะ เดี๋ยว...เพื่อนอีกคนร้องขัด ก่อนจ้องเขม็งไปยังกรอบรูปบนหน้ากระดาษที่แม้จะปรากฎรูปของนักสืบเวทมนตร์ไม่ชัดเพราะถ่ายย้อนแสง แต่เขาก็เสนอความคิดขึ้นมาเสียงสั่นเพราะรู้สึกสะกิดใจอะไรบางอย่าง

            
คิดมั้ยว่านี่... คล้ายทิวทัศน์เลย

            เขาเปรย ขณะเหลือบมองไปยังคนที่ถูกพูดถึงแล้ววนกลับมาหน้าหนังสือพิมพ์อย่างหวาดระแวง ซึ่งเด็กหนุ่มหัวเกรียนอีกคนก็หมุนหน้าตาม... เงียบไปพักใหญ่ขณะมองหน้ากันนิ่ง จนเด็กหนุ่มหัวเกรียนเอ่ยขึ้นมาเสียงแผ่ว

            เอ่อ... คล้ายๆ... เหมือนกันนะ

และเห็นด้วยทันใด พวกเขาสองคนกลืนน้ำลายลงคอไปหนึ่งอึกโตๆกับข้อสงสัยของคนในรูป เรียกให้แดนเนียลต้องเหงื่อตกพลัน และตามที่เขาคุยกับทิว เหมือนเจ้าตัวจะไม่อยากให้ข่าวนี้แพร่ในหมู่เด็กมัธยม โดยเฉพาะห้องเดียวกับเขาเท่าไหร่ แน่นอนว่าแดนก็เหมือนกัน...

            หืม... ข่าวน่าสนใจนะตีหน้าซื่อแล้วร่วมวงสนทนาด้วยทันใด

            อ้าว... แดนเนียลพูดเสียงแผ่วเล็กน้อย เพราะไม่ค่อยสนิทกับเด็กหนุ่มสองเชื้อชาติเท่าไหร่ ก่อนเปลี่ยนอารมณ์เสร็จสรรพและขอความคิดเห็นทันที

            คิดว่าคนในรูปเหมือนทิวทัศน์มั้ย... แบบนายนั่งใกล้หมอนั่น อาจจะรู้ก็ได้

            “หืม...ครางในลำคอขณะเลิกคิ้วสูงแสร้งขมวดคิ้วแล้วจ้องกรอบในหัวข้อข่าวที่เป็นรูปทะมึนๆไม่ชัดเพราะถูกถ่ายตอนทิวนั่งอยู่ริมขอบหน้าต่าง

            ไม่นะแดนสรุป เพราะเมื่อวานฉันกับหมอนั่นอ่านหนังสืออยู่ในห้องชมรมด้วยกันทั้งคืน... จากรายละเอียดเห็นว่าเหตุการณ์พึ่งเกิดเมื่อคืนนี่นา ดังนั้นไม่มีทางเป็นไปได้หรอก

            และหลักฐานยืนยันที่อยู่ก็ทำเอาเด็กหนุ่มสองคนเป่าปากโล่งอกทันใด

            ค่อยยังชั่ว... เพราะถ้าหมอนั่นเป็นมีเวทมนตร์จริง เวลาจะขอเข้าไปเรียนวิชาด้วยคงกระอักกระอ่วนแย่... หมอนั่นยิ่งดูพิลึกๆอยู่

            แดนยิ้มแห้งก่อนขอตัว และแอบเห็นด้วยนิดๆที่ว่าทิวเป็นคนพิลึก แต่เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมตัวเองถึงจับผลัดจับพลูไปสนิทกับคนพิลึกขนาดนั้นได้ล่ะเนี่ย...

            และเท่าที่เขาดูผ่านๆเนื้อหาของข่าวก็เป็นอย่างที่คิด นักสืบวีรธรรมถูกตอกไข่ใส่สี วิจารณ์ซะเละไม่มีชิ้นดี จนแดนรู้สึกสงสารแทนไม่ได้ ถ้าเป็นคนจิตใจอ่อนแอนิดหน่อยคงหนักถึงขั้นยุบกิจการ แต่สำหรับนักสืบวีรธรรม เขาก็เดาไม่ออกว่านิสัยเหี้ยมๆอย่างเขาจะทำงานนักสืบต่อไปรึเปล่า... ไม่แน่ว่าอาจทำต่อ

            ทว่านอกจากเรื่องของหนังสือพิมพ์ที่โพสหัวข้อข่าวของ ไพรเวส อายส์แล้ว ในคลาส 4/8 ยังมีเรื่องให้แปลกใจอยู่อีกหนึ่งเรื่อง

            ทุกคน วันนี้เรามีนักเรียนใหม่อาจารย์จำรัส เดือนแสง ผู้คุมสอบประจำวันนี้กล่าวขึ้นเสียงดัง เรียกคิ้วเข้มของแดนมาขมวดกันมุ่น ขณะทวนคำในสมองอย่างแปลกใจ

          มีนักเรียนเข้าใหม่ในวันสอบเนี่ยนะ...

            เผอิญว่ามีปัญหาหลายๆอย่าง เธอเลยย้ายโรงเรียนมาในวันสอบพอดี ครูก็พึ่งได้รับเรื่องเมื่อเช้าเหมือนกัน ยังไงก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันด้วยนะแนะนำสั้นๆก่อนผายมือไปด้านหลังเผยให้เห็นร่างบางในชุดนักเรียนถูกเครื่องแบบกับผมสีทองยาวถึงกลางหลัง ใบหน้าขาวเนียนอมชมพู คิ้วเรียวงดงาม นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนเปล่งประกาย จมูกเล็กเรียวรับกันเหมาะเจาะ แถมด้วยทรวดทรงองเอวเกินวัย นี่ถ้าไม่มีคนบอกว่าเธอเป็นใคร เขาอาจคิดเอาเองว่าเป็นนางแบบต่างชาติก็ได้

            สวัสดีค่ะ... ฉันชื่อ เอริส ซูลเดอเรีย จะมาร่วมชั้นตั้งแต่วันนี้ค่ะแนะนำตัวอย่างนอบน้อมพร้อมโค้งหลังลงที่เล่นเอานักเรียนชายหลายคนแทบจะน้ำลายหกเคลิ้มกับใบหน้างดงามดุจนางฟ้านั่น จนลืมข้อสงสัยเกี่ยวกับการที่เจ้าหล่อนสามารถเข้ามาเรียนในกลางเทอมแถมเป็นช่วงสอบนี้ได้ยังไง...

            นี่ขนาดแดนเนียล ยังว่าแปลกแล้ว ยังมีคนหน้าด้านแปลกกว่าเด็กหนุ่มอีกรึไงเนี่ย...

 

            นั่นญาตินายรึเปล่าทิวถามไม่เงยหน้าขณะนั่งกินข้าวในโรงอาหาร แน่นอนว่าหัวข้อสนทนาของทั้งคู่ก็ไม่พ้นเรื่องของเด็กย้ายมาใหม่

            เฮ้ยๆ บ้าแล้ว ฉันลูกครึ่งฝรั่งเศส แต่หล่อนลูกครึ่งอเมริกัน ถึงจะหน้าตาฝรั่งเหมือนกันก็ใช่ว่าจะเป็นญาติกันสักหน่อย ท้วงกลับทันใด แม้จะแอบยิ้มกรุ่มกริ่มนิดๆเมื่อคิดถึงใบหน้าของเธอ

            ทว่าทิวก็แก้ความเข้าใจผิดหน้าซื่อให้ เปล่า... ฉันไม่ได้หมายถึงหน้าเหมือนกัน

            แดนคิ้วกระตุกทันที กับคำกล่าวมีเลศนัย

          อ๋อ... จะบอกว่าเป็นญาติกันเพราะมาสายเกือบครึ่งเทอมเหมือนกันใช่มั้ย

            “แต่แปลกนะ... ทำไมยัยนั่นถึงได้มาเข้าเรียนช้าขนาดนี้โดยไม่โดนอาจารย์ดุได้... ทีตอนฉันยังโดนเรียกไปฝ่ายปกครองแถมโดนสวดซะยับ... อีกอย่างเหมือนยัยนั่นจะพึ่งสมัครเข้าเรียนวันนี้เลยด้วยแดนว่าท่าทางหัวเสียหน่อยๆ สงสัยจะเป็นลูกเจ้าพ่อมีอิทธิพลที่ไหนสักแห่งล่ะมั้ง

            “ก็ไม่เห็นต่างกับนายทิวพูดสั้นๆแล้วตักข้าวใส่ปากอีกหนึ่งช้อน

            “ต่างสิ เพราะฉันก็สมัครเข้าเรียนตามปกติ แค่ไม่มาโรงเรียนเองเฉยๆ แต่หล่อนไม่ใช่ เพราะเธอเล่นมาสมัครซะตอนวันสอบ แถมได้ซะด้วย ไม่เห็นจะมีอะไรเหมือนกันสักนิดแย้งเสียงสูง กลับเมื่อเห็นอีกฝ่ายเหมือนจะเชื่อฝังหัวซะเหลือเกินว่าเขากับเธอเหมือนกันแทบทุกอย่าง

            “แล้วมีอะไรสะดุดตาบ้างมั้ยเจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมถามต่อ

            และมันทำให้แดนยิ้มกรุ่มกริ่ม แววตากะล่อนขึ้นทันใด เขาเงียบไปครู่ก่อนเอ่ยว่า ก็หน้าสวย... หุ่นดี... ที่สำคัญอกใหญ่

            ทิวยิ้มแหยงทันใดกับสิ่งสะดุดตาของเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศส เพราะมันเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากมองสนองความกาม

            แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก... เพราะสำหรับทิวทัศน์ เธอจะเป็นใครไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอแค่อย่ามายุ่มย่ามกับเขาก็พอ เพราะเขาเองก็ไม่อยากยุ่มย่ามกับใครเหมือนกัน 

 

            ร่างใหญ่กำยำหน้าเห่ยผิวดำ รุ่นพี่ ม.5 เพศชายสองคนกำลังยืนขวางทางบนระเบียงขณะยิ้มโรคจิตท่าทางหื่นกระหายเมื่อเห็นนักเรียนเข้าใหม่ ผู้หญิงลูกครึ่งอเมริกันชาวต่างชาติที่ชื่อ เอริส ซูลเดอเรีย ของคลาส 4/8 ที่มีใบหน้าขาวเนียนสวยเชื้อฝรั่งชวนหลงใหล เดินผ่านถิ่นของเขาโดยบังเอิญ

            เธอใช้นัยน์ตาสีฟ้าเหลือบมองเจ้าของร่างใหญ่สองคนก่อนก้มตัวต่ำๆแล้วพยายามเดินเลี่ยงไปข้างตัวของพวกเขา แต่ก็ถูกมือหนาๆยื่นขวางไว้ซะก่อน

            เอริสหยุด ก่อนเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายเล็กน้อย ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ไม่กลัว... ไม่ยิ้ม... จนเหมือนตุ๊กตาธรรมดาตัวหนึ่ง ต่างกันแค่เจ้าหล่อนสามารถขยับได้ด้วยตัวของตัวเองเท่านั้น

            มีธุระอะไรเหรอคะเจ้าของเรือนผมสีทองเอ่ยสั้นๆ

            ถ้าไม่มีจะคุยกับน้องไม่ได้เหรอไงครับรุ่นพี่ ม.5 หยอกเย้ากลับทันใด พลางยื่นมือไปจับคางคมๆของอีกฝ่ายให้หันมาสบตากับเขาโดยไม่ได้ขออนุญาติ รู้รึเปล่า... ว่าน้องน่ะน่ารักมากเลย หึ หึ หึตามด้วยถ้อยคำบ่งบอกความเป็นโรคจิตต่อพลัน

            ยังดีที่อีกฝ่ายไม่ได้แลบลิ้นน้ำลายยืดเหมือนพวกหื่นกามในหนัง ไม่งั้นคงทุเรศเกินรับน่ะนะ

            ชัยวัฒน์ ไก่สูง...เธออ่านชื่อบนหน้าอกของอีกฝ่ายแล้วเหลือบไปยังคนข้างๆ กับ วิเชียร เลิศประสบ

            “ว้าว... รู้ชื่อพี่ด้วยเหรอจ้ะ น่ารักที่สุดเลย”  ว่าต่อด้วยน้ำเสียงกะลิ้มกะเหลี่ย พลางหันไปหัวเราะคิกคักกับคู่หูข้างตัวเมื่อรู้สึกเด็กหญิงเชื้อฝรั่งคนนี้ไม่ได้แสดงท่าทางรังเกียจ แถมมีท่าทีเล่นตามเกมซะด้วย...

            เอ่อ... พวกพี่จะมาจีบฉันเหรอคะถามกลับเสียงเรียบขณะแสร้งหน้าขึ้นสีเล็กน้อยชนิดที่เล่นเอาเด็กหนุ่มหื่นกาม ม.5 อีกสองคนต้องถลึงตาโตกับท่าทางของเด็กสาว

            แซวใครมาก็นาน ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง กระทั่งรุ่นเดียวกัน ไม่เคยมีใครมีปฏิกิริยาแบบนี้เลย... แถมหน้าตาดีกว่าพวกที่เขาเคยแซวๆมาลิบลับ

            ถ้าน้องเข้าใจอย่างนั้นก็ไม่ผิด... ว่าแต่น้องชื่ออะไรนะว่าพลางหัวเราะร่วน เพราะแซวมาก็นานแต่ยังไม่รู้ชื่อของเด็กสาวเลย แต่พูดๆไปเขาก็พึ่งเห็นเธอแค่วันนี้น่ะนะ ทั้งที่ปกติเขาจะรู้จักเด็กผู้หญิงน่ารักทั้งโรงเรียนแท้ๆยิ่งหน้าตาระดับนี้ก็ไม่น่าพลาด

            “เอริส ซูลเดอเรียค่ะ... แต่มาจีบฉันแบบนี้ระวังแฟนฉันจะโมโหเอานะคะพร้อมยิ้มเล็กๆตามด้วยถ้อยคำที่ทำให้ร่างใหญ่กว่าต้องชะงักงัน แล้วเปลี่ยนมาขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าดูถมึงทึงขึ้นทันใด

            "มีแฟนแล้วงั้นเหรอ..." ถามย้ำสีหน้าบึ้งตึง

            "ใช่ค่ะ" เอริสพยักหน้าเบาๆ

            แฟนของเธออยู่ที่โรงเรียนนี้มั้ยเขาพูดเสียงกร้าว  บรรยากาศรอบตัวดูดุร้ายขึ้นทันใด เห็นได้ชัดว่าประโยคของเด็กสาวลูกครึ่งอเมริกันส่งผลกับเขามากขนาดไหน

            เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าอมยิ้มอยู่นิดๆ ก่อนเปรยขึ้นว่า อยู่ค่ะ... ทั้งสองคนเลย

            “ใคร!!” ตะคอกกลับทันใด ชนิดที่คนบริเวณนั้นยังต้องสะดุ้งตัวตาม แต่เอริสกลับยืนนิ่งไม่แสดงท่าทางหวาดกลัวอย่างที่ควรเป็น มีกระทั่งรอยยิ้มเหยียดที่เผยมุมปากนิดๆ... รอยยิ้มเจ้าเล่ห์คล้ายกับทิวทัศน์

            คลาส 4/8...เว้นช่วงอยู่ครู่แล้วว่าต่อ ทิวทัศน์ เลิศล้ำ เด็กหนุ่มสวมแว่นกรอบเหลี่ยม กับ แดนเนียล ยอร์คเซล เด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศส... พวกเขาเป็นแฟนของฉันค่ะ

            จบคำร่างใหญ่กว่าก็เดินทุ่มๆหนีจากทันทีโดยอาจจะลืมสงสัยไปว่า ทำไมผู้หญิงแค่คนเดียวถึงได้มีแฟนตั้งสองคน... และไอ้สองคนที่ถูกกล่าวถึงนั้นยังเป็นคนที่ถูกลงความเห็นจากบรรดานักเรียนว่าพิลึกที่สุด แล้วไอ้คนประเภทนั้นจะสามารถคว้าหัวใจของเอริสที่งดงามราวนางฟ้านี้ไปได้งั้นหรือ...

            เธอยิ้มพอใจเล็กน้อยขณะมองไล่หลังของรุ่นพี่ ม.5 แล้วพึมพำกับตัวเองว่า

          นี่เป็นแค่ปัญหาเล็กๆเองนะถ้าเทียบกับเรื่องราวถัดจากนี้... ขอดูวิธีแก้ปัญหาหน่อยก็แล้วกัน... นะ...  Private Eye

           

           

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น

  1. #34 NichtbraroN (@lovenon123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2553 / 20:49
    ว้าวววว



    เรื่องเพิ่มตัวละครทำได้ดีมากแบงค์


    ตอนแรกอ่านคิดว่าจะไม่ไหว แต่ไหงอ่านไปอ่านมา อ่านได้สองประโยคก็ว่าสนุกแล้ว


    จะตามดูว่าเอริสจะมีบทบาทเช่นไร


    สู้ ๆ จ้า
    #34
    0