Private Eye นักสืบ บันทึก ฆาตกรรม และ... เวทมนตร์

ตอนที่ 11 : เวทมนตร์ลำดับที่ 1 'สมุดความจริง'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ต.ค. 53


            นักสืบวีรธรรมต้องยืนชักสีหน้าไม่สบอารมณ์หลังจากเจอถ้อยคำสบประมาทจากเด็กหนุ่มปริศนาสวมเสื้อโค้ทสีน้ำตาลที่กำลังนั่งเท่ไม่เกรงใจใครบนหน้าต่างชั้นสอง แถมยังบอกให้ได้ยินชัดแจ้งว่าตัวเองเป็นนักสืบ

            นักสืบธรรมดาไม่พอ ยังเป็นนักสืบเวทมนตร์ซะด้วย...

            เฮ้ร่างสูงร้องขึ้นก่อนชี้ไปทางเด็กหนุ่มเชื้อฝรั่งแล้วว่าต่อ ไอ้หนูนี่เพื่อนแกใช่มั้ย

            ซึ่งคนถูกถามฉีกยิ้มล้อเลียนและให้การเอาตัวรอดทันใด เปล่า แล้วไอ้นั่นมันใครล่ะเนี่ยว่าพร้อมแสร้งทำหน้าใสซื่อแบบกวนอารมณ์ทำเอาคนเป็นนักสืบมืออาชีพรู้สึกคันเท้าขึ้นมาตะหงิดๆ

            อย่ามาแกล้งโง่เลยไอ้หนู ฉันรู้ว่าหมอนี่มันเพื่อนของแกวีรธรรมยังว่าเสียงเข้มแบบไม่ยอมง่ายๆ ก่อนคนซึ่งบอกตัวเองว่าเป็นนักสืบเวทมนตร์จะหัวเราะในลำคอเล็กน้อยแล้วกล่าวถ้อยคำแทงใจทันใด

            หึ หึ หึ... ที่คุณเปลี่ยนประเด็นแบบนี้ เพราะกลัวว่าผมจะแฉการสันนิษฐานเห่ยๆของคุณใช่มั้ย... นักสืบวีรธรรม

            เส้นเลือดบริเวณขมับของร่างสูงบวมโตขึ้นทุกขณะ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนยั่วโมโหอยู่ยังไงชอบกล ถึงจะไม่มีหลักฐานใดยืนยันตัวตนของไอ้บ้านี่ แต่เขามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ามันต้องเป็นเพื่อนกับไอ้หนูสกปรกที่ถูกจับอยู่แน่ๆ

            บ่นบ้าอะไรของแก ไอ้หนูเขาขึ้นเสียงก่อนหมุนไปมองร่างปริศนาด้วยใบหน้าเอาเรื่อง

            เผอิญว่าผมกำลังเดินเล่นแถวๆนี้พอดีแล้วได้ยินการสันนิษฐานมั่วๆของคุณเขา รู้สึกสงสารก็เลยอยากมาช่วยน่ะครับอธิบายเสียงเรียบ แล้วสูปไปป์อีกหนึ่งฟู่ด

            หืม...วีรธรรมส่งเสียงในลำคอ เขาฉีกยิ้มอยู่นิด คิ้วเลิกขึ้นสูงอย่างท้าทาย งั้นก็ลองแจงหน่อยได้มั้ย ว่าข้อสันนิษฐานของฉันมันมั่วตรงไหน

            ทว่านักสืบเวทมนตร์กลับส่ายหน้าเบาๆแล้วพูดไปอีกทาง เปล่า... น่าเสียดายเป็นบ้าที่ผมไม่ได้ฉลาดพอจะวิเคราะห์หรือวินิจฉัยหลักฐานทางฆาตกรรมได้ขนาดจะชี้ตัวหรอกนะเว้นช่วงอยู่ครู่ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะฉีกกว้าง แต่มีดีกว่านั้น...พลางทิ้งถ้อยคำมีเลศนัยให้สงสัยเล่นต่อพลัน

            ตากล้องกระหน่ำชัตเตอร์อย่างบ้าคลั่ง ถ่ายภาพทุกช็อตและบันทึกคำพูดของเด็กหนุ่มที่อ้างตัวเองว่าเป็นนักสืบเวทมนตร์ให้ได้มากที่สุด ซึ่งเหมือนพวกเขาจะลืมคดีฆาตกรรมอาจารย์มหาวิทยาลัยไปเสียสนิท... เมื่อถูกบางอย่างดึงดูดความสนใจไปซะหมด

            และประโยคถัดมาของทิวทัศน์ก็ยิ่งทำให้ทุกคนต้องเบิกตากว้าง... เมื่อเด็กหนุ่มหยิบสมุดโน้ตเล่มหนึ่งซึ่งมีหน้าปกรูปเคียวสีแดงฉานขนาดใหญ่พร้อมถ้อยคำอักขระยาวเฟื้อยเต็มปกหลัง มันดูสะท้อนแสงในความมืดและกำลังสะกดให้ทุกคนจ้องมองสมุดเล่มดังกล่าวไม่วางตา

          สมุดอะไร...

            คำถามปรากฎในมโนสำนึกทันที ซึ่งเจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมฉีกยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นทุกอย่างเหมือนจะเดินไปตามแผนของเขาอย่างราบรื่นเกินคาด

            หึ หึ หึ... เตรียมตะลึงได้เลย

            ผมขออธิบายความสามารถของผมก่อนนะครับท่านผู้มีเกียรติ... ผมไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นมนุษย์ที่มีพลังเวทมนตร์ หึ หึ หึ ทำได้หลายอย่างนะครับ โดยเฉพาะไอ้สมุดเล่มนี้

            คำพูดราวลอกแบบมาจากหนังการ์ตูนถูกว่าซะยืดยาวแถมเรียกหัวคิ้วเรียวหลายคู่วิ่งมาผูกกันแน่นบ่งให้เห็นว่าพวกเขากำลังสงสัยและสับสนเพียงใดกับคำกล่าวของเด็กหนุ่ม

            ฉันไม่มีเวลาฟังเรื่องงี่เง่าของแกนักสืบวีรธรรมว่าขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ รู้สึกอยากจะเดินไปกระชากคอหมอนั่นลงมาซะเดี๋ยวนี้

            ฟังให้ดีๆล่ะท่านผู้มีเกียรติ ผมน่ะร่ายมนต์ลงสมุดเล่มนี้แล้ว... นี่น่ะเป็นสมุดพิเศษที่จะสะท้อนความจริงทุกอย่างขอแค่ท่านตั้งคำถาม คำตอบพวกนั้นก็จะปรากฎลงบนหน้ากระดาษแผ่นนี้ทันทีอธิบายเสียงแหบแห้งพร้อมโบกสมุดเล่มดังกล่าวไปมาแต่น่าเสียดายที่ข้อความในหน้ากระดาษจะเป็นภาษาเอสเปนโซ่ดังนั้นผมจึงสามารถอ่านได้แค่คนเดียว

            ไร้สาระร่างสูงสรุปสั้นๆ เรื่องพรรค์นั้นไม่มีทางเป็นไปได้

            “ก็เพราะเวทมนตร์น่ะคือการทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้จริงมั้ย... คุณนักสืบวีรธรรมย้ำเสียงแข็งยืนยันความหนักแน่นของถ้อยคำที่ตนกล่าวมา

             และนั่นยิ่งเป็นการทำให้เหล่านักข่าวยิ่งตาโตหนักกว่าเก่า แทบจะอยากเข้าไปสัมภาษณ์ด้วยตัวเองถ้าไม่ติดสายตาดุๆกับใบหน้าเครียดขึงของสารวัตรศักดิ์ชัยที่ยืนห้ามซะก่อน

            แดนเนียลยืนยิ้มแห้งด้านหลังขณะเลิกคิ้วกระตุกแบบอึ้งๆเล็กน้อย

          ตอแหลเห็นๆ...

            ใช่... ทุกเรื่องที่ทิวทัศน์กล่าวมา ทั้งเวทมนตร์ หรือภาษาเอสเปนโซ่ และไอ้สมุดความจริงอะไรนั่นล้วนแต่เป็นเรื่องที่กุขึ้นมาทั้งนั้น... ไอ้นี่เนี่ยนะคือแผนการที่จะทำให้ชื่อเสียงโด่งดังได้ในข้ามคืน... คิดก่อนเหลือบไปมองบรรดานักข่าวที่แทบจะเหยียบคอกันก้าวเข้ามาเพื่อต้องการถ่ายรูปแม้สักมุมของไอ้จอมเจ้าเล่ห์ริมหน้าต่าง

          เหมือนจะทำให้ดังได้จริงๆแฮะ...

            แต่หมอนั่นจะลืมไปรึเปล่านะ... ว่าไอ้การทำแบบนี้มันทำให้ชื่อเสียงโด่งดังได้ในข้ามคืนก็จริงอยู่... แต่นั่นมันกรณีที่สำเร็จ แล้วถ้ามีอะไรผิดแผนขึ้นมาล่ะ...

            คิดก่อนกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ หวังแค่ว่าหมอนั่นจะมีดีมากพอรับมือปัญหาของจริงที่จะประดังเข้ามาหลังจากนี้ก็แล้วกันนะ...

            รู้รึเปล่านักสืบวีรธรรม ตอนที่คุณอธิบายทริคคดีฆาตกรรมในห้องปิดตายนี้คนร้ายกำลังยิ้มกว้างเปรยขึ้นพลางเปิดสมุดโน้ตเวทมนตร์ดังกล่าวแล้วก้มลงอ่าน ก่อนหันกลับมาฉีกยิ้มยียวนให้ร่างสูง เพราะจากการสันนิษฐานของคุณมันเพ้อเจ้อเข้าทางคนร้ายเลยน่ะสิ

            คนถูกกล่าวหายืนเงียบ พยายามสะกดอารมณ์ให้อยู่นิ่งแล้วถามกลับ มันเพ้อเจ้อตรงไหน

            “แค่อ้าปากก็มั่วแล้วว่าต่อเสียงเหนื่อยหน่ายแถมยิ้มกวนประสาทให้เห็นต่อหน้าเล่นเอาร่างสูงต้องกำหมัดแน่นเกร็งตัวจนเส้นเลือดปูด

            ถ้าไม่ติดที่ตอนนี้คนมุงเยอะ แถมนักข่าวเพียบ เขาคงพุ่งไปต่อยหมอนั่นหงายตกหน้าต่างตายไปแล้วแน่ๆ

          ไอ้เวรเอ้ย...

ได้แค่สบถลั่นในใจเมื่อรู้สึกเหมือนหมอนั่นมันจะจงใจมาเพื่อกวนประสาทเขาโดยเฉพาะ

            ทิวทัศน์ในคราบนักสืบเวทมนตร์พลิกหน้ากระดาษต่อพร้อมพ่นควันจากไปป์สีดำออกมาฟู่ดใหญ่แล้วลุกจากขอบหน้าต่างย่ำลงบันไดพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เผยให้เห็นใบหน้าใต้แว่นกรอบเหลี่ยมชัดขึ้น และเป็นโอกาสให้นักข่าวได้ถ่ายรูปเด็กหนุ่มปริศนาชัดๆ ก่อนเริ่มเข้าประเด็นหลักตามเป้าหมายเดิมของ ไพรเวส อายส์

            “ขออนุญาติให้ผมสันนิษฐานคดีนี้นะครับ สารวัตรศักดิ์ชัยโค้งตัวลงอย่างสุภาพต่อหน้าชายวัยกลางคนที่กำลังใช้แววตาเจนโลกจ้องเขานิ่ง ซึ่งอีกฝ่ายเพียงตีหน้าเคร่งนิดหน่อย ก่อนกล่าวขึ้นสั้นๆว่า

            โทษของการบุกรุกเข้าที่เกิดเหตุมันหนักนะไอ้หนู... อาจไม่จบแค่ค่าปรับทิ้งคำขู่ ก่อนไหวไหล่ตามนิสัยง่ายๆของตน แต่เผอิญว่าฉันอยากรู้ความจริงของคดีนี้ ขอแค่มีหลักฐานและการสันนิษฐานเป็นเหตุเป็นผลก็น่าสนที่จะฟังจริงมั้ย

            เจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยมยิ้มระรื่น ก่อนเงยหน้าขึ้นงั้นก็เริ่มจากอธิบายช่องโหว่ของทริคฆาตกรรมของนักสืบวีรธรรมซะก่อนเลยละกันอธิบายพลางพลิกหน้ากระดาษสมุดโน้ต เอ่อ... พูดตามตรงนะ ไอ้ที่คุณสันนิษฐานไปน่ะผมไม่เข้าใจสักนิดเลย จะว่าไงดี แบบ... ฟังไม่รู้เรื่องน่ะ

            ถ้อยคำเสียมารยาทยิงออกเป็นชุดๆเล่นเอาเด็กหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสที่ยืนดูอยู่ห่างๆรู้สึกเหงื่อตกแทน แถมยอมรับอีกหนด้วยว่า ไอ้หมอนี่ยังกระตุ้นต่อมโมโหในสมองของคนได้เก่งเหมือนเคย

            ก็ตอนที่ฉันอธิบายแกได้ฟังซะที่ไหนวีรธรรมแย่งพลัน เมื่อไม่เห็นไอ้หนูนี่อยู่ตอนเขาอธิบาย เลือดฝาดขึ้นสีตามใบหน้า

            ซึ่งคนถูกแย้งตีหน้าใสซื่อแล้วอธิบายทันใด อ้าว... นี่ผมลืมบอกไปเหรอ ว่าผมน่ะเป็นมนุษย์ที่มีพลังเวทมนตร์ เพราะฉะนั้นแค่เวทมนตร์หูทิพย์อะไรงี้ก็ต้องใช้ได้อยู่แล้ว”  ตามด้วยคำโกหกแบบหน้าด้านๆชนิดที่เรียกเสียงกดชัตเตอร์จากนักข่าวหนักยิ่งกว่าเดิม

            โอเค โอเค แกจะมีพลังบ้าบอคอแตกเหมือนมนุษย์ต่างดาวอะไรฉันไม่รู้หรอกนะ แต่ไหนบอกมาสิว่าฉันสันนิษฐานพลาดที่ตรงไหนว่ากลับอย่างเหนื่อยๆ รู้สึกไม่อยากต่อปากต่อคำกับคนประหลาดๆแบบนี้มากนัก

            ได้อยู่แล้วรับคำท้าแล้วพูดต่อ อันดับแรกเลย คือ สภาพศพของผู้ตาย สีหน้าของผู้ตายไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวหรือหวาดระแวง ดังนั้นจึงสันนิษฐานได้ว่าคนร้ายต้องสนิทสนมกับผู้ตาย

            “เรื่องนั้นใครๆก็รู้วีรธรรมร้องขัดพลางตีหน้ายุ่ง

            ใจเย็นๆสิคุณนักสืบ... ผมกำลังจะพูดถึงทริคสร้างห้องปิดตายให้ฟังเดี๋ยวนี้ไง... และมันก็เป็นจุดสำคัญที่ทำให้คุณโดนหลอก... เพราะคนร้ายไม่ได้ใช้ทริคสร้างห้องปิดตายยุ่งยากแบบที่คุณบอกมา แต่วิธีการมันง่ายกว่านั้นเยอะบรรยากาศเงียบกริบลงทันใด เด็กหนุ่มตีหน้าระรื่นแล้วอธิบายต่อ หลังจากคนร้ายใช้ปืนบาเร็ตต้าสังหารผู้ตายเสร็จ เขาก็ก้าวออกมาจากห้อง โดยที่มีกุญแจสำรองอยู่ในมือ...

            เว้นช่วงอยู่ครู่ หลายๆคนเบิกตาค้าง

            “ใช่... อย่างที่เข้าใจ ถ้ามีกุญแจสำรองก็ไม่จำเป็นต้องใช้ทริค เพราะสามารถสร้างห้องปิดตายได้ง่ายๆอยู่แล้ว ส่วนสภาพห้องในที่เกิดเหตุมันเป็นสิ่งที่คนร้ายจงใจทิ้งอุปกรณ์ต่างๆหรือจัดสภาพไว้เพื่อให้นักสืบหลงคิดไปว่า ทริคฆาตกรรมในห้องปิดตายจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ชิ้นนั้นๆ เขาอาศัยประโยชน์จากความรอบคอบของนักสืบไงครับ

            อธิบายเชื่องช้าแถมเงียบลงเผื่อใครมีคำถาม ท่าทางดูดียิ่งกว่านักสืบมืออาชีพ

            และคนร้ายก็ใช้ประโยชน์จากความที่ตัวเองเป็นบุคคลใกล้ชิดสนิทสนมและอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันกับผู้ตายลวงข้อมูลของตำรวจ... เพราะเวลามีอะไรไม่ชอบมาพากล ตำรวจหรือนักสืบต้องถามเธอเป็นคนแรกอยู่แล้ว ถ้ายังงั้นก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะแค่ให้ข้อมูลมั่วๆก็ส่งผลให้การสันนิษฐานเบนไปคนละทางได้แล้ว... ที่สำคัญมันกลายเป็นความเชื่อฝังหัวของเหล่านักสืบไปแล้ว ว่า การฆาตกรรมต้องคู่กับทริค... แต่ความจริงไม่ต้องเป็นแบบนั้นก็ได้

            เงียบไปหลายอึดใจกระทั่งเสียงชัตเตอร์จากนักข่าว ทุกคนกำลังตกตะลึงกับการสันนิษฐานของเด็กหนุ่มปริศนาในเสื้อโค้ทสีน้ำตาลเบื้องหน้า เพราะพวกเขาไม่เคยได้ยินการสันนิษฐานทำนองนี้มาก่อน ไม่ต้องดูสภาพผู้ตาย จุดน่าสงสัย กระทั่งหลักฐานในที่เกิดเหตุ แล้วค่อยๆเหลือบไปทางผู้ต้องสงสัยตามคำอธิบายของเขา... คนที่อาศัยบ้านหลังเดียวกับผู้ตาย และมีกุญแจสำรองอยู่ในมือ

          นาง ณัฐกานต์ สกุลแก้ว...

            เธอรู้สึกน้ำลายเหนียวในปากทันใด ขณะหันหน้าซ้ายขวาเมื่อจู่ๆเธอก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างฉับพลันทั้งที่รอดพ้นจากข้อกล่าวหาไปในทีแรก

            หมะ... หมายความว่าไง จะบอกว่าฉันฆ่าสามีตัวเองงั้นเหรอ!” เธอแย้งเสียงดังตะกุกตะกัก บ่งให้เห็นว่าหวั่นไหวเพียงใดกับคำพูดของเด็กหนุ่ม

            ซึ่งทิวทัศน์เพียงฉีกยิ้มกว้างขณะเคาะลงบนหน้ากระดาษในสมุดสองสามที เปล่าเลย... ผมไม่ได้เป็นคนบอก แต่ไอ้สมุดโน้ตเล่มนี้ต่างหากที่เป็นคนบอก... สมุดโน้ตเวทมนตร์ไง หึ หึ หึและจงใจย้ำคำว่าสมุดโน้ตเวทมนตร์เป็นพิเศษ

            ที่เหลือก็แค่หลักฐาน... เอาล่ะสมุดโน้ตเอ๋ยบอกหน่อยว่าหลักฐานอยู่ที่ไหนและการกระทำถัดมาก็ยิ่งสร้างความตื่นตะลึงให้กับบุคคลที่อยู่รอบตัวเด็กหนุ่มมากขึ้นอีก เมื่อฉับพลันแสงสีส้มหลายดวงก็พวยพุ่งจากหนังสือลอยออกหน้าต่าง ราวกับเวทมนตร์ที่เคยปรากฎในหนังแฟนตาซีจริงๆ

            ทิวลอบมองอาการทุกคนเล็กน้อย สงสัยจะโดนเขาสะกดให้หลงเชื่อกันหมดแล้วจริงๆถึงไม่มีใครสังเกตเลยว่านั่นเป็นหิ่งห้อยที่เขาเตรียมไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

            บอกเลยว่าคนร้ายรอบคอบมากทีเดียว เพราะคนร้ายรู้เรื่องคราบเขม่าจากลำกล้องของปืนบาเร็ตต้าดีอยู่แล้ว ดังนั้นคนร้ายจึงสวมเสื้อกันฝนมิดชิดขณะลงมือแล้วเอาไปทิ้งที่ถังขยะหน้าปากซอย... ซึ่งนั่นจะพบเศษเส้นผมของคนร้ายติดตามเสื้อกันฝนแสร้งอ่านข้อความในสมุดแล้วสรุปต่อด้วยน้ำเสียงแหบแห้งสร้างบรรยากาศหลอกหลอนขึ้นทันใด

            แต่รอบคอบขนาดไหนก็ไม่มีประโยชน์... เพราะไม่มีอะไรสามารถปิดบังสมุดโน้ตความจริงเล่มนี้ได้เอ่ยพร้อมฉีกยิ้มกว้างเจ้าเล่ห์ขณะพ่นควันลอยกรุ่นอีกรอบ

            ไปดูถังขยะตามที่ไอ้หนุ่มนี่บอก!” สารวัตรศักดิ์ชัยออกคำสั่งเสียงเข้ม ลูกน้องในเครื่องแบบสองนายวิ่งตามคำสั่งทันที เรียกให้นักสืบวีรธรรมต้องหมุนหน้ามาทางสารวัตรวัยกลางคนพลางทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ

            นี่สารวัตรเชื่อไอ้เด็กบ้าพวกนี้จริงๆเหรอครับ

            “เปล่า... ฉันไม่เชื่อตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าพร้อมเหลือบมองวีรธรรมด้วยหางตา แต่มันก็ไม่มีอะไรเสียหายจริงมั้ยถ้าจะพิสูจน์ตามคำบอกของไอ้หนูนี่... ความจริงนายน่าจะดีใจด้วยซ้ำนะ เพราะมันจะเป็นการยืนยันข้อพิสูจน์ว่าใครเป็นคนถูกไงแถมย้ำให้คู่สนทนารู้สึกเจ็บใจเล่น ก่อนเขาจะเปลี่ยนเป้าไปหาเด็กหนุ่มสวมแว่นกรอบเหลี่ยม

            แต่ก็ไม่มีข้อยืนยันว่าฉันสันนิษฐานผิด!” วีรธรรมเถียงกลับ ซึ่งทิวทัศน์ชักสีหน้าลำบากใจทันใด ก่อนพูดต่อแบบอ้อมแอ้ม

            เอ่อ... เรื่องนั้นน่ะฉันยังบอกไม่ได้ แต่แน่นอนว่ามันผิด รอคำยืนยันจากตำรวจดีกว่านะเป็นครั้งแรกที่เขายอมอ่อนข้อให้ ซึ่งนั่นเป็นช่องโหว่ให้วีรธรรมจู่โจมเข้ามาได้

            เฮ้... อะไรกัน ไอ้หนังสือไร้สาระเล่มนั้นมันบอกได้ทุกอย่างไม่ใช่รึไง แล้ว...

            สารวัตรครับ! พบเสื้อกันฝนในถังขยะหน้าปากซอยตามที่ ไพรเวส อายส์บอกจริงๆครับ

ยังพูดไม่ทันจบประโยคก็โดนเสียงเสียงหนึ่งขัดขึ้นเสียก่อน ซึ่งเหมือนลูกน้องของสารวัตรศักดิ์ชัยจะเจอหลักฐานตามที่หมอนี่บอกจริงๆ แต่ที่น่าขัดใจมากกว่าคือ ดันมีคนบ้าจี้ไปเรียกชื่อที่ฟังไม่รู้ความหมายอย่างไพรเวส อายส์ ตามไอ้หนูนี่จริงๆน่ะสิ

ไอ้หนู!” วีรธรรมร้องดังลั่นอย่างเหลืออด นี่เป็นแผนที่แกเตรียมเอาไว้ใช่มั้ย... ใช่มั้ย บอกให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้!” ว่าเสียงสั่นเหมือนคนสติแตกพลางคว้าคอเสื้อของทิวทัศน์ทันใด จนนายตำรวจหลายคนต้องวิ่งเข้ามาห้าม

อย่า...ไปว่าเขาเลยค่ะ ทุกอย่างมันเป็นไปตามที่เขาคนนั้นบอกจริงๆเสียงสั่นๆของ นาง ณัฐกานต์ สกุลแก้ว ดังขึ้นเรียกความสนใจของนักสืบวีรธรรมที่เส้นเลือดนัยน์ตาบวมเป่งจนเกือบเป็นสีแดง

และหลังจากนั้น ภรรยาของผู้ตายหรือคนร้ายตัวจริงของคดีนี้ก็สารภาพหมดเปลือกทั้งเหตุผลและวิธีการ ที่เธอต้องฆ่าสามีของเธอเป็นเพราะ นาย เชิดพงศ์ เป็นชู้กับ นาง มาริษา ผู้ต้องสงสัยอีกคนอย่างเปิดเผย... วันๆแทบไม่กลับบ้าน เอาเงินไปปนเป่อกับชู้จนมีหนี้สินมากมาย... ซึ่งเธอทนไม่ไหวจึงตัดสินใจฆ่าเขาในที่สุด...

ฟังเหมือนละครเศร้าเคล้าน้ำตาแต่คนที่ท่าทางจะโชคร้ายที่สุดเห็นจะเป็นนักสืบวัยกลางคนของสำนักงานนักสืบวีรธรรมที่หน้าแตกยับเยินเพราะการสันนิษฐานผิดไปคนละเรื่อง ชื่อเสียงที่เคยสร้างมาคงหายวับเหลือแค่เม็ดฝุ่น เมื่อฟังเสียงซุบซิบจากนักข่าวที่กำลังจดบันทึกเหตุการณ์ลงสมุดสนุกมือ... และคงไม่ต้องเดาให้ยากว่าข่าวหน้าหนึ่งวันพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร ได้แต่ภาวนาให้ชะตาชีวิตของนักสืบวีรธรรมไม่เลวร้ายเกินไปก็แล้วกันนะ...

ก็บอกตั้งแต่ต้นแล้ว... ว่าเขาเป็นเทวทูต ที่จะทำให้มีคนโชคร้ายมากถึงสองคน คนแรกก็คนร้าย ส่วนคนที่สองก็นักสืบวีรธรรมไง หึ หึ หึ

 

ให้ปล่อยตัวไอ้เด็กนี่สารวัตรศักดิ์ชัยถามย้ำกับเจ้าของแว่นกรอบเหลี่ยม เมื่อเขาถูกเสนอเงื่อนไขจากที่ช่วยไขคดีให้ปล่อยตัวเด็กหนุ่มหน้าฝรั่งที่กำลังโดนกุญแจมือล็อกอยู่คนนี้

ใช่ครับ แลกกับการไขคดีไง ถ้าไม่อย่างนั้นคงมีผู้เคราะห์ร้ายแทนคนร้ายตัวจริงเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยล่ะครับว่าพร้อมฉีกยิ้มกว้างอ้างเหตุผลเสร็จสรรพที่เล่นเอาสารวัตรศักดิ์ชัยขมวดคิ้วแน่นอย่างลังเล

เงียบคิดไปสักพัก จนชายวัยกลางคนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยหน่าย โอเค โอเค อย่าให้มันมีเรื่องแบบนี้อีกล่ะไอ้หนู คราวหน้าไม่เว้นแน่พร้อมทิ้งคำขู่ไม่น่ากลัวตามนิสัยง่ายๆของเขา...

แดนเนียลโล่งใจนิดหน่อยพลางสะบัดข้อมือสองสามทีหลังจากถูกจองจำครู่ใหญ่ และอดคิดไม่ได้ว่า กระทั่งนิสัยง่ายๆของสารวัตรศักดิ์ชัยจะอยู่ในแผนของหมอนี่ด้วยรึเปล่า...

 

เวรเอ้ย!” นักสืบในสูทเนี้ยบสบถลั่นพลางสะบัดขาเตะฝุ่นจนปลิวกระจาย เมื่อรู้สึกหงุดหงิดจนแทบบ้ากับการโดนเด็กคราวลูกฉีกหน้าชัดเจนแถมจงใจกวนโมโกเขาโดยเฉพาะด้วยเห็นๆอยู่ว่าเรื่องพวกนั้นมันแหกตา แต่ทุกคนก็ยังทำท่าเหมือนจะเชื่อซะเต็มประดาอีก

ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด...

แดน... ไม่มีอะไรจะพูดกับหมอนั่นหน่อยเหรอไง บอกทริคสุดท้ายหน่อยก็ดีนะหัวหน้าชมรมนักสืบพยักเพยิดไปทางร่างสูง ซึ่งแดนเนียลเพียงเลิกคิ้วขึ้นนิดยิ้มมุมปากหน่อยๆก่อนเดินไปตามคำแนะนำของเพื่อนร่วมชมรม

คุณวีรธรรมครับเขาร้องเรียก เจ้าของชื่อหันขวับดวงตาจ้องเขม็งไปยังเด็กหนุ่มอย่างโหดเหี้ยมราวสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำคอเขาทุกเมื่อ

อะไร!” ตะคอกเสียงหนักกลับทันควัน

คือผมมีเรื่องจะบอกนิดหน่อยพนันได้เลยว่าคุณต้องอยากรู้แน่ ว่าพร้อมยื่นใบหน้าเข้าข้างหูและกล่าวถ้อยคำเสียงแผ่วขณะยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เล่นเอาคนฟังต้องถลึงตาอย่างโกรธแค้นเมื่อจบประโยค

ฮ่า ฮ่า ฮ่าทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเชิงเย้ยหยันดังไล่หลังของเด็กหนุ่ม

อ๊ากกกกวีรธรรมคำรามลั่น ถ้อยคำที่ไอ้หนูสกปรกนั่นพูดถึงยังดังก้องในหัว

 

ถ้อยคำที่ว่า...

ฉันเป็นคนเอาเอ็นตกปลาใส่ไว้ในซอกของตู้หนังสือเอง   ใช่... และมันก็จบเห่ตั้งแต่ที่คุณเอาอุปกรณ์ที่ผมทิ้งเอาไว้ไปใช้สันนิษฐานแล้วนั่นแหละ  หึ หึ หึ

 

 

 

           


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น

  1. #32 NichtbraroN (@lovenon123) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2553 / 21:11
    ฮ่า ๆ


    ทิวกับแดนเป็นคู่ที่สุดยอดดี ชอบ ๆ โดยเฉพาะคำพูดสุดท้าย


    กร๊าก ๆ
    #32
    0