ตอนที่ 12 : ตอนสุดท้าย - จุดหมายที่เฝ้ารอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ต.ค. 57

ตอนสุดท้าย จุดหมายที่เฝ้ารอ

 

            กาบุลากเมอิผ่านทุ่งหญ้าเข้ามาในถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของมัน มันแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ส่งเสียงหัวเราะผ่านไรฟันที่แหลมคม

            เมอิถูกวางไว้ในถ้ำนั้นนานพอควร ขณะที่กาบุเฝ้าอยู่ที่ปากถ้ำพลางโยนก้อนดินเล่นในมือ ไม่นานเมอิก็ตื่นขึ้น พอมันเห็นกาบุ มันก็วิ่งโผเข้ามาอย่างดีใจ

            กาบุ! ดีใจจัง...อุ๊บ

            เมอิถูกฝ่าเท้าของกาบุยันจนไปชนหินด้านหลัง มันค่อยๆลุกขึ้นยืนปัดขนสีขาวด้วยความงุนงง

            นี่... นายคือกาบุใช่มั้ย... แล้วเราอยู่ที่ไหนล่ะ... แล้วนายจะทำอะไร?

            หุบปากน่า!” กาบุตวาดลั่น ทำเอาเมอิตกใจ เพราะไม่เคยเห็นเพื่อนตัวตวาดเสียงดังแบบนี้

        แต่นี่คือกาบุไม่ผิดแน่...

            แกก็น่าจะรู้นี่หว่า... กาบุแสยะยิ้ม ข้าไม่ยอมให้อาหารมื้อสำคัญหลุดมือไปได้หรอก

            อาหารเหรอ? เมอิยังงง หมายถึงฉันเหรอ?

            เมอิรู้สึกแปลกๆจึงเดินเข้าไปเพื่อจะอธิบาย กาบุ... นี่ฉันไง เมอิ...

            ใครวะ กาบุ กาบุ ข้าเนี่ยเหรอ!” เจ้าตัวกลับถามออกมาแบบนั้น ทำเอาเมอิอึ้งไป

            กาบุ... นี่นายจะแกล้งล้อฉันเล่นใช่มั้ยเนี่ย? หรือนายไม่รู้จริงๆว่าฉันคือใคร

        “อุวะ ไอ้แพะตัวนี้พูดมากจริง กาบุสบถ แกพูดแต่เรื่อง กาบุ เมอิ อะไรที่ข้าไม่เข้าใจอยู่นั่นแหละ แต่ข้าไม่สนหรอกว่ะ ว่าแกจะเป็นใคร

        ฮึ่ม... และตัวข้าเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครเหมือนกัน

            โธ่ กาบุ... เมอิเริ่มจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา มันจะพูดแล้ว แต่กาบุชิงพูดก่อน

            แต่มีอย่างหนึ่งว่ะที่ข้ารู้ กาบุหัวเราะในลำคอ

            อะไรหรือ!?”           

            เมอิถามขึ้น หวังว่าจะมีสักอย่างที่กาบุจะจำได้เกี่ยวกับตัวมัน ทว่า กาบุกลับพูดว่า

            เฮะๆๆ... ข้าน่ะชอบกินเนื้อแพะที่สุดเลยล่ะ

            หา!!?” เมอิก้าวถอยหลังราวกับไม่รู้จักสัตว์ตรงหน้า... มันจ้องมองกาบุอย่างไม่อยากเชื่อ

            แต่จะว่าไป กาบุพินิจพิจารณาเหยื่อของตน แกนี่มันก็น่ากินจริงๆ ว่ะ ข้าจะกินแกเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าข้าอยาก หึๆ แต่ข้าจะเก็บแกไว้เป็นพิเศษหน่อย ข้าจะนั่งเลาะเนื้อแกออกขณะที่ข้ากำลังนั่งชมจันทร์จากที่นี่

            โธ่ กาบุ ได้โปรดนึกให้ออกเถอะ เราเคยเป็นเพื่อนกันนะ เมอิพยายาม แต่กาบุไม่ได้สนใจเลย

            อย่าเอาเรื่องไร้สาระมาพูดน่า ข้าเป็นหมาป่า ส่วนแกเป็นแพะ...

            แต่มันคือเรื่องจริงนะ!” เมอิตะโกน เราเคยไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน แต่นายทำอาหารตกไง และเรายังเคยสัญญาว่าจะมาที่นี่ด้วยกันด้วย.... นี่กาบุ มองหน้าฉันให้ดีๆสิ มองสิ... เราเป็นเพื่อนกันนะ...

            หุบปากน่า!!” กาบุกระทืบเท้าอย่างแรง หยุดแต่งเรื่องไร้สาระเพื่อเอาชีวิตรอดได้แล้ว

            เมอิทรุดตัวลงอย่างหมดแรง... ตลอดหนึ่งปี มันตามหากาบุมาตลอด แต่พอเจอแล้วก็กลับมาเป็นแบบนี้....

            เพราะความช็อกหรืออุบัติเหตุอะไรสักอย่างในคืนนั้น ทำให้กาบุลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมด

            เมอิยังจ้องหน้าหมาป่าที่เคยเป็นเพื่อนกับมันด้วยน้ำตาซึม ขณะที่เวลาล่วงเลยไปจนถึงเย็น เมอิก็ยังคงจ้องอยู่แบบนั้นและไม่พูดอะไรสักคำ... ยังจ้องใบหน้าของผู้ที่เคยเป็นเพื่อน แต่บัดนี้กลับไม่หลงเหลือมิตรภาพนั้นไว้แม้แต่สักเศษเสี้ยวเดียว

            ที่อยู่ต่อหน้าเมอิตรงนี้เป็นแค่หมาป่าธรรมดาๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น.....

            ก่อนหน้านั้น เมอิเริ่มพูดอย่างอดทนไม่ไหวอีกต่อไป ...ฉะ ฉันยอมสละชีวิตให้นายกินได้ เพราะ....นายคือกาบุ

            กาบุหันมาหาเมอิด้วยความรำคาญ แต่มันเบื่อกับการรอคอยเวลาพระจันทร์ขึ้นจนขี้เกียจจะสั่งแล้ว

            แต่ว่า... นายไม่ใช่กาบุอีกต่อไปแล้ว เมอิเริ่มเสียงแข็งขึ้นมา ฉันไม่อยากถูกหมาป่าที่ไหนไม่รู้มาจับกินอย่างนี้

            เออ รู้ตัวก็ดีแล้ว กาบุหัวเราะลั่น นานแค่ไหนแล้วน้าที่ไม่ได้กินเนื้อแพะอร่อยๆ ฮ่าๆๆ แค่คิดก็...ฮึ้ย... อยากให้พระจันทร์โผล่มาเร็วๆจริง

            ฉันไม่อยากตายแบบนี้ เมอิเริ่มร้องไห้ ถ้าหากว่านี่คือสิ่งที่จะจบลง คงดีซะกว่าถ้าฉันจะไม่เจอนายในป่าแห่งนี้

            ก็คงงั้นแหละ กาบุพูดแบบเบื่อๆ แต่ในใจเริ่มมีบางอย่างสะกิดขึ้นมาจนมันต้องเริ่มฟังสิ่งที่เมอิกำลังจะพูดต่อไป

            ถ้าหากว่าเรื่องมันจะจบลงแบบนี้ คงดีซะกว่าถ้าฉันจะไม่ข้ามภูเขาลูกนั้นมา

            เมอิสะอื้นไห้ราวกับจะขาดใจ คำที่ถูกกลั่นกรองออกมาจากหัวใจถูกเปล่งออกมาอย่างสุดจะกลั้น

        “ถ้าหากว่าเรื่องมันจะจบลงแบบนี้!! คงดีซะกว่าถ้าหากฉันไม่เคยพบนายในคืนที่พายุพัด!!!”

            หา? กาบุหันไปมองหน้าเมอิ เมื่อกี้แกว่าไงนะ?

            เอ๋? ฉะ...ฉัน เมอิสะดุ้งเล็กน้อย ฉันบอกว่า คงดีซะกว่า ถ้าหากฉันไม่เคยพบนายในคืนพายุพัด...

            คืนที่พายุพัด... กาบุกลอกตาไปมาเพราะรู้สึกคุ้นในบางสิ่ง... มันทวนคำซ้ำไปซ้ำมาราวกับคุ้นเคยว่าเหมือนได้ยินจากที่ไหนมาก่อน

            คืนที่พายุพัด...

            คืนที่พายุพัด....

            คืนที่....... พายุพัด

           

            ....ขอโทษนะที่ส่งเสียงออกไป ฉันเกลียดฟ้าผ่าเข้าไส้เลย....

            ....ฮ่ะๆฉันก็เหมือนกัน....

            ....พูดถึงเรื่องอาหารน่ะ สมัยก่อนฉันน่ะตัวผอม....

            ....อาหารที่หุบเขานั่นอร่อยจริงๆนะ....

            ....พรุ่งนี้ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันมั้ย....

            .....ชีวิตเรานี่มันเหมือนกันจังเลยนะ...

            ....นายเป็นหมาป่าหรือ... นายล่ะ แพะหรอกเหรอ?

            ....เมื่อก่อนฉันชอบเนื้อแพะก็จริง แต่ตอนนี้ขอแพะเป็นเพื่อนดีกว่า....

        ....นายลำบากใจไหมที่รับหมาป่าเป็นเพื่อน....

            ....แม่น้ำที่ไหลเชี่ยว....

            ....เราตัดสินใจกระโดดลงพร้อมกัน... พายุหิมะ....

            ....ฉันดีใจที่พบนายกาบุ...

            ....ฉันได้พบกับเพื่อน... ที่ฉันสามารถสละชีวิตให้ได้

            ....ฉันดีใจที่ได้พบนายกาบุ...

        ....ฉันโชคดีเหลือเกินที่ได้พบนาย....

 

        แววตาของกาบุเริ่มเปลี่ยนไป มันมองไปรอบๆก่อนที่สายตาจะไปสะดุดกับเมอิ...

            เมอิจ้องมองด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นว่ากาบุนิ่งไปนาน....

            กาบุเดินเข้ามาหาเมอิด้วยสีหน้าเรียบเฉย... เมอิหลับตาลง ...คงไม่มีวันอีกแล้วที่กาบุจะกลับมา

            ปากของกาบุยื่นไปที่แขนของเมอิ มันอ้าปากจนเห็นเขี้ยวแหลมคมตั้งเรียงเป็นแผง เมอิกอดตัวเองไว้แน่น เตรียมรอรับความเจ็บปวดที่ไม่เคยพานพบมาก่อน...

            กาบุงับเมอิ... แบบเบาๆที่หู

            อ๊า!” เมอิยกมือปัดพัลวันเพราะจั๊กจี้ มันมองหมาป่าตรงหน้าแบบงงๆ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหนกันแน่

            อิๆ กาบุยกมือปิดปากแล้วหัวเราะ ในที่สุดก็เจอนายจนได้ เมอิ

             กาบุ... เมอิเรียกเหมือนจะย้ำเตือนให้แน่ใจ สีหน้าของหมาป่าที่ดูไร้อารมณ์เมื่อครู่ กลับถูกเติมด้วยรอยยิ้ม ที่ตัวมันเห็นเป็นประจำ

            ใช่แล้ว กาบุเอง

            กาบุ...

            ใช่แล้ว...กาบุเอง

            กาบุกลับมาแล้ว....

            เมอิร้องไห้จนน้ำตานองหน้า

            ฉัน เมอิกระโดดเข้ากอดกาบุอย่างดีใจ รอเวลานี้มาตลอดเลยรู้มั้ย!”

            กลับมาแล้ว...กลับมาแล้ว....

            จากนี้ต่อไปเราจะได้อยู่ร่วมกัน....

            และมีความสุขตลอดไป...

 

            เมื่อถึงเวลาที่ท้องฟ้าดับแสงลง พระจันทร์ดวงโตก็ลอยเด่นขึ้นมาเหนือหุบเขา กาบุกับเอมินั่งเคียงคู่กัน เฝ้ามองดวงจันทร์ร่วมกันอย่างที่ทั้งคู่ใฝ่ฝันมานาน

            มันสวยมากใช่มั้ยล่ะ? กาบุถาม เมอิพยักหน้า

            ฉันน่ะ ต้องการจะมานั่งดูพระจันทร์กับนายตั้งนานแล้วนะ เมอิ

            ฉันก็เหมือนกัน เมอิพูด ในที่สุด เราก็ทำมันได้สำเร็จ

            ฮ่ะๆ... นี่เป็นคืนที่ดีที่สุดในชีวิตเลยล่ะ กาบุพูด

            กาบุ เมอิหันไปถามเพื่อนร่วมตายของมัน เหมือนจะเป็นการยืนยันอีกครั้งหนึ่ง เราจะอยู่ด้วยกันได้ตลอดไป ใช่มั้ย?

            กาบุหันหน้าไปรับแสงจันทร์ด้วยความอิ่มเอม มันมองเพื่อนแท้หนึ่งเดียวในชีวิตของมันแล้วก็เอ่ยขึ้น

            ใช่แล้ว... เราจะอยู่ด้วยกัน ตลอดไป

           

            ในผืนแผ่นดินที่กว้างใหญ่ ในผืนแผ่นดินที่ไร้พรมแดนแห่งนี้ ถึงแม้ธรรมชาติจะยังคงเป็นแม่ของทุกสรรพสิ่ง และสิ่งมีชีวิตที่เป็นลูกก็ควรต้องทำตาม

            แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มิตรภาพนี้จะไม่มีวันเปลี่ยนไป ตราบนานเท่านาน มันจะยั่งยืนตลอดไป จนกว่าร่างของเราจะกลายเป็นผุยผง

            ....ฉันก็ดีใจที่ได้พบนายนะ เมอิ....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

3 ความคิดเห็น