ตอนที่ 11 : การเปลี่ยนมือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ต.ค. 57

ตอนที่ 10 – การเปลี่ยนมือ

 

            กาบุเดินออกมาจากโพรงหลังจากพายุหิมะเริ่มสงบลงบ้างแล้ว มันเดินย่ำเท้าออกมาด้วยสีหน้าเฉยเมย พลางเมียงมองหาบางสิ่ง มันหันกลับไปยังโพรงเมื่อครู่อีกครั้งหนึ่งก่อนจะรีบเดินต่อไป...

            เมอิมองเพื่อนจากภายในโพรงด้วยน้ำตานองใบหน้า สุดท้ายแล้ว กาบุก็เป็นฝ่ายเดินออกจากโพรงไป เพราะไม่อยากจะกินมันนั่นเอง มันพึมพำด้วยเสียงอ่อนเบา ลาก่อน กาบุ

            ฝ่ายกาบุนั้น มันพอจะระงับความหิวได้บ้างแล้ว ที่แท้จริงมันออกมาข้างนอก ไม่ใช่เพื่อทิ้งเมอิ แต่จะออกมาหาอาหารให้เมอิต่างหาก แต่ว่าเมอิอาจจะยังไม่รู้... ก็มันเล่นเดินดุ่มๆ ออกมาเลยนี่นา....

            กาบุเริ่มขุดค้นตามพื้นหินที่น่าสงสัย แต่มันก็รู้ดีอยู่ว่า สภาพอากาศแบบนี้ ต้นหญ้ามันจะมาขึ้นได้ยังไง....

            มันหอบอย่างเหนื่อยอ่อน นิ้วมือก็แข็งเกร็งไปหมด แต่ก็ยังไม่อยากหยุดหา...

            ถ้าเรากินหิมะได้ละก็คงไม่ต้องกังวลหรอก... กาบุถือก้อนหิมะไว้ในมือราวกับตัดสินใจจะลองกินดู แต่โชคดีที่มันไม่ได้ทำ

            ....ยังไงมันก็ปล่อยให้เมอิตายไม่ได้... มันเชื่อว่าถ้าหาอะไรให้เมอิกินได้ เมอิอาจจะมีชีวิตยืนยาวต่อไปได้อีก

            กาบุเดินมาจนเกือบจะถึงขอบเหว แต่แล้วมันก็ได้ยินเสียงฝีเท้ากลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งตรงมาทางนี้ มันแทบไม่ต้องคิดเลยว่าเป็นเสียงฝีเท้าของฝูงสัตว์ตัวไหน เพราะมันได้ยินมาแทบทั้งชีวิตแล้ว...

            ฝูงของจิโร่กำลังมุ่งหน้าตรงเข้ามาหาทางมันโดยบังเอิญ หลังจากพายุสงบแล้ว พวกมันก็ออกมาเช่นเดียวกัน กาบุจ้องพวกมันด้วยแววตาดูหมิ่น ...พวกนี้จะมาทำให้เมอิต้องเดือดร้อนอีกแล้ว...

            ...หากไม่กำจัดพวกนี้ พวกมันก็จะไม่มีวันมีชีวิตได้อย่างสงบสุข

            แต่เราเนี่ยนะ... กาบุกำหมัดในมือแน่น.... ในตอนนั้น เสียงของเมอิได้ดังขึ้นในหัว

            ...ฉันดีใจที่สุดที่ได้พบกับนายนะ กาบุ ...ดีใจที่ได้พบกับเพื่อน ที่ฉันสามารถสละชีวิตให้ได้....

            เพื่อนที่สละชีวิตได้งั้นรึ? กาบุทวนคำแล้วก็หัวเราะ มันกระโดดขึ้นไปบนชะง่อนผาที่ตั้งสูงขึ้น ท่าทางของมันสง่าราวกับเจ้าแห่งขุนเขา ดวงจันทร์สีเหลืองนวลกลมโตเฉิดฉายอยู่บนท้องฟ้าด้านหลังมัน

            กาบุเปล่งเสียงหอนดังไปทั่วหุบเขา ไม่ใช่เป็นการบอกสัญญาณ แต่เป็นการท้าทาย เสียงนั่นหยุดฝูงหมาป่าทั้งฝูงไว้ได้ จิโร่กัดฟันกรอดพลางหันไปมองบนยอดเขา

            ไอ้กาบุ!” จิโร่เปล่งเสียงออกมาเบาๆ และดวงตาของมันก็ฉายแววขึ้นมาอย่างน่ากลัว

            กาบุหยุดหอนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรู้ตัวกันแล้ว จู่ๆ มันก็กระโจนออกจากหน้าผา ร่างของมันดิ่งลงไปยังพื้นเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว ในชั่วขณะนั้น แววตาของมันก็เปลี่ยนไป มันตกลงบนพื้นหิมะโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ และวิ่งเข้าไปประจันหน้ากับฝูงของจิโร่

            หมาป่าเพียงตัวเดียววิ่งเข้าไปอยู่กลางฝูง กาบุแยกเขี้ยวและส่งเสียงขู่หมาป่าตัวอื่นๆที่พยายามจะเข้ามาโค่นมัน ชั่วจังหวะหนึ่ง หมาป่าที่อยู่ด้านข้างหวังจะกระโดดเข้ามางับที่คอของกาบุ แต่มันไหวตัวทันจึงกระโดดหลบไปได้

            จิโร่เดินฝ่าฝูงเข้ามา ร่างที่ใหญ่โตกว่าตัวอื่นๆ ทำให้มองเห็นได้ชัด กาบุจ้องตอบจิโร่ด้วยสายตาแข็งกร้าว ทั้งสองกำลังประจันหน้ากัน ขณะที่ตัวอื่นๆต่างหลบหลีกให้จิโร่จัดการ....

            กาบุมองอีกฝ่ายด้วยความระวังเต็มที่ ไม่เคยมีหมาป่าตัวไหนหาญกล้าสู้กับจิโร่มาก่อน แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว กาบุยอมสละตัวเองเพื่อปกป้องเมอิ หากมันฆ่าจิโร่ได้ จะไม่มีใครมายุ่งกับเมอิอีก...

            การยอมเสียสละแทนนั้น ทำให้กาบุมีพลังและความกล้ามากกว่าครั้งไหนที่ผ่านมา มันไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยที่อยู่ต่อหน้าจิโร่ ซึ่งจิโร่เองก็ถึงกับโกรธจัด เพราะรู้สึกเหมือนโดนเหยียบหน้า

            กาบุพุ่งตัวออกไปก่อน... จิโร่พุ่งตัวตามออกไป เวลาคลาดเคลื่อนเพียงนิดเดียว และจิโร่มีประสบการณ์การล่ามากกว่า มันจึงเบี่ยงตัวเล็กน้อยก่อนจะกระโดด ทำให้กาบุพลาดเป้าไป จิโร่ฝังเขี้ยวและกระชากเนื้อที่ต้นคอของกาบุจนเลือดสาด กาบุร้องด้วยความเจ็บและกระเด็นลงไปนอนฟุบอยู่กลางวงล้อม

            จิโร่หันมาอีกครั้ง เลือดของกาบุยังติดอยู่ที่เขี้ยวมัน มันเดินเข้ามาหากาบุหวังจะพิชิต

            ทว่าเกิดแผ่นดินไหวขึ้น... หมาป่าทุกตัวหันไปมองรอบๆ แล้วจู่ๆก้อนหิมะขนาดยักษ์ก็ถล่มลงมาตามทางลาด หมาป่าทั้งฝูงรีบวิ่งหนี แต่บางส่วนก็ถูกหิมะทับไป กาบุที่ไม่อาจจะขยับตัวได้ เฝ้ามองหิมะที่จะถล่มมาถึงตัวมัน กองหิมะเทราดลงมาเหมือนสายน้ำและพัดพาเอาตัวกาบุไปด้วย

           

            กาบุ... เมอิที่นอนอยู่ในโพรงสะดุ้งตื่นเพราะคิดว่าได้ยินเสียงเรียก มันค่อยๆมองออกไปที่โพรงก็เห็นแสงแดดส่องเข้ามา และพายุหิมะสงบลงโดยสิ้นเชิง ถึงเวลาเช้าแล้ว มันรีบขุดรูที่ถูกหิมะทับถมอยู่ออกมาอย่างดีใจ...

            แต่ก็ดีใจไม่นานนัก เพราะว่ามันหากาบุไม่เจอ....

            กาบุ....นายไปอยู่ที่ไหนนะ? เมอิพยายามมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นวี่แววแม้แต่น้อย เมื่อคืนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

            เมอิหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่ง หมอกข้างหน้าเริ่มจากลงไปจนน่าจะเห็นวิวทิวทัศน์ด้านล่างของหุบเขา...

            เมอิแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

            ป่า... มันร้อง มีป่าจริงๆด้วย!”

            ไม่น่าเชื่อว่าบนภูเขาที่ยังมีหิมะ ด้านล่างกลับเป็นสีเขียวของทุ่งหญ้าและต้นไม้ ราวกับเป็นคนละฤดูกัน แต่เมอิตื่นเต้นมากจนคิดได้ว่าตัวเองไม่ได้เห็นภาพหลอนไป มันมีป่าอยู่จริงๆ เป็นไปตามที่มันเชื่อมาตลอด!

            กาบุ! กาบุ! นายอยู่ที่ไหนน่ะ มาดูนี่เร็ว! มีป่าอย่างที่ฉันบอกจริงๆนะ

            กาบุ!”

            มีเพียงแต่เสียงของเมอิ เสียงของมันเท่านั้นที่พูดอยู่... ไม่มีกาบุมาคอยตอบรับ

 

            .....เป็นฤดูใบไม้ผลิแล้วที่ป่าแห่งนี้.....

            ....ฉันเองได้ผ่านฤดูหนาวอันน่าทรมานมาได้แล้ว....

            ....แต่กาบุ... เกิดอะไรขึ้นกับนายกัน...

            .....นายน่าจะมาที่นี่แล้วนี่... แต่ทำไมฉันไม่เห็นหมาป่าเลยสักตัวล่ะ?

            .....ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน... ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว...

            .....มันผ่านมาเป็นปีแล้วนะ..... แต่ฉันยังไม่เห็นนายเลย....

            .....นี่นายไปอยู่ที่ไหนกันแน่.....

            ......ทำไมนายไม่มาที่นี่?

 

            ปีหนึ่งผ่านไปกับความหวังที่เฝ้ารอ ณ ผืนป่าแห่งใหม่...

            เมอิเดินทางออกตามหามาตลอดปี สุดขอบป่าแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แววของสัตว์ที่เขาอยากเจอ... ไม่มีฝูงแพะที่นี่ เมอิอยู่ตัวเดียวมาตลอด

            วันหนึ่ง มันเดินวนมายังต้นไม้ต้นนี้เป็นรอบที่ห้าสิบเก้า และถ้าหากจะทำอีกครั้งก็จะครบหกสิบ แต่จู่ๆ มันก็ทรุดตัวลงไปอย่างเหนื่อยล้า อายุที่มากขึ้นทำให้เมอิเริ่มไร้เรี่ยวแรงไปแล้ว

            ...ช่วงเวลานั้น ภาพเก่าๆในอดีตก็บังเกิดขึ้น ทั้งแท็บ... ทั้งคุณยาย.... ทั้งมีมี่... ป่านนี้พวกมันจะเป็นยังไงบ้าง ทำอะไรอยู่... สบายดีหรือเปล่า?

            ......เราไปต่อไม่ไหวแล้ว......

            .........................

            ..........

            หมาป่า!”

            คำหนึ่งแทรกเข้ามาในภวังค์ของเมอิที่เกือบจะหลับไปแล้ว มันลืมตาตื่นขึ้นทันที เห็นฝูงลิงกำลังปีนต้นไม้หนีอะไรบางอย่าง พวกมันพร่ำร้องตะโกน หมาป่า! หมาป่ามาแล้ว!”

            หมาป่า.... เมอิครุ่นคิด ป่านี้สงบสุขเพราะไม่เคยมีหมาป่า... หมาป่าอยู่แต่หุบเขาฟากโน้น ก็แสดงว่า....

            กาบุ!” เมอิลุกยืน เรี่ยวแรงกลับมาโดยพลัน มันออกวิ่งไปยังทิศทางที่ฝูงสัตว์พากันอพยพหนี.... แม้จะมีเสียงเตือนจากสัตว์รอบๆ แต่เมอิไม่ฟังเลย มันวิ่งเท่าที่แรงของมันจะมี ออกไปยังทุ่งกว้าง ขึ้นไปบนเนินสีเขียว และแล้วก็มองเห็น ร่างของหมาป่าตัวหนึ่ง ขนเป็นสีน้ำตาลไปทั่ว.... สีขนแบบนี้มีแค่ตัวเดียวนี่แหละ

            กาบุจริงๆ ด้วย!” เมอิร้องลั่นแล้วรีบวิ่งเข้าไปหาพลางร้องตะโกนอย่างดีใจ หมาป่าตัวนั้นหันมาตามเสียงเรียก พอเห็นเมอิ มันก็วิ่งเข้าหาเหมือนกัน

            กาบุ!” เมอิร้องเรียกชื่อเพื่อนที่อยากเจอมานาน... ปีหนึ่งที่มันออกเดินตามหา ทุกคืนได้แต่เตรียมที่ว่างเปล่าไว้เฝ้ารอ หวังว่าสักวันจะมีหมาป่าเดินเข้ามาในป่าแห่งนี้บ้าง... และแล้ววันนี้ก็เป็นจริง กาบุมาแล้ว และกาบุยังไม่ตาย

            เมอิน้ำตาคลอเบ้า มันโผเข้าเพื่อจะอ้าแขนกอดอีกฝ่าย

            แต่จังหวะนั้นเองที่กาบุฟาดกรงเล็บเข้าที่หัวของเมอิ จนมันถึงกับสลบไปทันที

3 ความคิดเห็น