คดีฆาตกรรมเพื่อนบ้าน

  • 83% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 9,578 Views

  • 152 Comments

  • 251 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    62

    Overall
    9,578

ตอนที่ 7 : อีกครั้ง (รีไรท์แล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 897
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    16 มี.ค. 57

ตอนที่ 6 – อีกครั้ง

 

                “ผมจะกดกริ่งแล้วบอกทุกคนว่าคุณทำอะไร” กันต์พูดอย่างห้าวหาญ

                “แกไม่กล้าหรอก....” เอกชัยเล็งปืนไปยังกันต์ แต่ในใจเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้ว

                “ผมกล้า”

                “หยุดอยู่แค่นั้น” เอกชัยพูดเสียงเข้ม

                “ไม่งั้นคุณก็ต้องยิงผมก่อน”

                ทั้งคู่นิ่งไปนาน และแล้ว เอกชัยก็ลดปืนลง

                “ทำไมล่ะ?” เอกชัยโอดครวญ “ทำไมต้องทำแบบนี้?”

                “ผมต้องถามคุณต่างหากว่าทำแบบนี้ทำไม?” กันต์พูด “เลิกซะเถอะ ตอนนี้ยังทัน คุณยังทำผิดเล็กๆ น้อยๆ อย่าถลำลึกไปมากกว่านี้เลย”

                “แต่ผมไม่มีทางเลือกนอกจากจะทำแบบนี้” เอกชัยว่า “ถ้าไม่ทำแบบนี้ผมก็เสีย”

                “อย่าดันทุรังเลยคุณเอกชัย” กันต์เอ่ย “เชื่อผมเถอะ ตอนนี้ยังกลับตัวทันนะ”

                เอกชัยก้มหน้าลง

                “ใครกันบอกว่าคนเราไม่มีค่า” เขาว่า “คนเราน่ะมีค่าจะตาย ขนาดตายไปแล้ว ยังมีคุณค่าให้ต้องชำระ หึๆ ตลกจริงๆ”

                กันต์ยังเฝ้ารอดูสถานการณ์

                “ผมควรจะไม่ทำต่อไปหรือ?”

                กันต์พยักหน้า เอกชัยมีสีหน้าเศร้านิดหนึ่งก่อนจะเดินเข้ามา

                “ก็ได้” เอกชัยยอมในที่สุด “ผมจะยอมล้มเลิก จะไม่ถลำลึกมากไปกว่านี้”

                “ทำถูกแล้ว คุณเอกชัย” กันต์ยิ้มออกมา เดินเข้ามาจับมืออีกฝ่ายที่ถือปืนอยู่

                “ไปเถอะ ไปเก็บศพมา แล้วแจ้งตำรวจ”

                “อืม” เอกชัยรับคำและเดินไปยังลานรกชัฏ กันต์รู้สึกโล่งใจ ทีนี้ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว

                เอกชัยเดินไปยังที่ซ่อน เขาเปิดโซฟาเก่าๆ ออกมา แต่ไม่พบกระเป๋า

                “หายไปไหน?” เอกชัยค้นจนทั่ว “กระเป๋า กระเป๋าหายไป!

                “อะไรนะครับ?” กันต์เข้ามาบ้าง เอกชัยค้นรื้อของเหมือนคนบ้า

                “กระเป๋าหายไป!” เอกชัยร้อง และเขาก็หันไปทางขวา ก็เห็นกระเป๋าวางอยู่ห่างจากที่ซ่อนไปมาก และซิปถูกเปิดอีก ทั้งที่เขาปิดไปแล้ว

                “ใครกัน? ใครกัน? เป็นไปไม่ได้ ใครกันมาย้ายกระเป๋า?” เอกชัยพูดรัวเร็ว “นายกันต์ นายทำใช่มั้ย?”

                “เฮ้ย ไม่ใช่ผมนะ”

                “งั้นใครล่ะ?” เอกชัยว่า “ใครกันที่อยู่ในบ้านฉันตอนสี่โมงเย็น ใครกันที่ย้ายกระเป๋า?”

                “ผมว่า...” กันต์จะพูด

                “หยุดนะ” เอกชัยเล็งปืนไปที่กันต์ ดวงตากลับมาแข็งกร้าวตามเดิม

                “อ๋อ ฉันรู้แล้ว” เอกชัยว่า “คนที่ทำแบบนี้ต้องการจะแบล็คเมย์ฉันนั่นเอง ถึงได้ไม่แจ้งตำรวจ แต่คิดจะขู่ให้ฉันต้องยอมจ่ายเงินน่ะสิ ฮ่าๆๆๆ ไม่ว่าใครก็ไม่จริงใจกันทั้งนั้น”

                “เดี๋ยวสิ คุณเอกชัย”

                “อย่ามาโกหก!!” เอกชัยแผดเสียงและยังเล็งปืนมาที่กันต์ “แกต้องไปอยู่ในบ้านฉันกับพรหมพร”

                “คุณวู่วามเกินไปแล้วนะ” กันต์บอกแต่เอกชัยเดินเข้ามาจับตัวเขาและบังคับให้เขาเดินเข้าไปในบ้าน กันต์กลัวมากจึงไม่ได้ขัดขืน ในบ้านของเอกชัย มีเสียงร้องของพรหมพรดังอยู่ในห้องเก็บของ เอกชัยปลดล็อกประตูแล้วโยนกันต์เข้าไปในนั้น

                “ช่วยด้วย!!” พรหมพรกรีดร้องจนเสียงแหบ กันต์ล้มลงไปกับพื้น เอกชัยปิดประตูทันทีและล็อกเสีย

                “ปล่อยนะ!” กันต์เคาะประตูปังๆ แต่เอกชัยก็เดินออกไปแล้ว เขาหันมาหาพรหมพรซึ่งนั่งอยู่

                “คุณพรหมพร?”

                “ทำไมเธอถึงถูกจับล่ะ?” พรหมพรเอ่ยเสียงแหบ “โอ้ย! ใครก็ได้ ช่วยด้วย ฉันถูกขังอยู่ ช่วยด้วย!

                กันต์นั่งลงกับพื้นขณะที่พรหมพรยังคงแหกปากตะโกน

 

                “ใครกัน? ใครกัน? มันเป็นใคร?” เอกชัยเดินวนไปวนมาหน้าบ้าน คิดไม่ตก กระเป๋าที่เขาซ่อนอย่างดี มันขยับอีกแล้ว เป็นฝีมือใครกันแน่?

                และคนที่อยู่ในบ้านเขาตอนสี่โมงเย็นอีก ถ้าไม่ใช่คนในละแวกเดียวกัน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นใครแล้ว

                “ตอนที่กระเป๋าถูกพบครั้งแรก เราก็อยู่กันครบ ไม่สิ...” เอกชัยวิเคราะห์ “ไม่สิ ไม่ครบ ตอนนั้นขาดใครไปนะ จงรักไง ป้าของกันต์ที่อยู่ในบ้าน หรือว่ามันเป็นคน...”

                เอกชัยจับปืนอีกครั้งและเดินไปยังบ้านของกันต์ กดกระดิ่งรัวๆ จนป้าจงรักออกมา

                “ใครกันน่ะ? มืดๆ ดึกๆ แบบนี้ เฮ้อ” ป้าจงรักเปิดประตูออกมาและเดินไปหน้าบ้าน ทันทีที่เปิดประตู เอกชัยก็เล็งปืนใส่ทันที

                “คุณเอกชัย ทำอะไรน่ะ?” ป้าถามอย่างงงๆ

                “อย่ามาไขสือ แกใช่มั้ยที่ย้ายกระเป๋าน่ะ?”

                “กระเป๋าอะไรของคุณ?”

                “อย่ามาโกหกน่า อีแก่!” เอกชัยตวาด “แกเป็นคนทำสินะ แล้วยังทำทองไม่รู้ร้อน ออกมา...”

                จงรักไม่ทำตาม เอกชัยเลยขู่อีก

                “จะออกมาดีๆ หรือจะไส้แตก หา!

                จงรักมองปืนอย่างกลัวๆ เธอค่อยๆ เดินออกมา เอกชัยพาจงรักเข้าไปในบ้าน และจับตัวเธอขังในห้องเดียวกันกับกันต์และพรหมพร

                เอกชัยโยนร่างของจงรักเข้าไปในห้อง กันต์เห็นจงรักเข้าก็ตกใจมาก เอกชัยแสยะยิ้มจากนอกห้องแล้วก็ปิดประตูล็อก

                “นี่มันเกิดอะไรกันเนี่ย?” ป้าจงรักดูสงสัยมาก “กันต์... คุณพรหมพร เกิดอะไรขึ้น?”

                “คือว่า...” กันต์เล่าเรื่องทั้งหมดให้จงรักฟัง

                “ป้าไม่ใช่คนทำนะ” จงรักบอกจริงๆ “ไม่ใช่ความจริงเลย”

                “แล้วเรื่องที่คุณเคยให้ยาคนไข้ผิดจนตายนั่นจริงหรือเปล่าล่ะ?” พรหมพรถามเสียงแหบๆ จงรักได้ยินก็พูด

                “ฉันไม่เคยทำใครตาย”

                “แต่คุณเอกชัยบอกว่าป้าน่ะ...” กันต์พูด “ป้าฆ่าคนตาย”

                “เขาโกหกต่างหาก” ป้าจงรักถอนใจ “ไม่ใช่เรื่องจริง”

                “ใช่ เรื่องของฉันก็ไม่จริงเหมือนกัน” พรหมพรบอก “แต่เราจะทำยังไงดีถึงจะออกจากห้องนี้ได้ หน้าต่างก็ไม่มี คงขาดใจตายในนี้แหละ”

                “คงต้องพึ่งพี่วราลีแล้วล่ะครับ” กันต์บอกทุกคน “ถ้าพวกอาของพี่วราลีกลับมาและเธอบอกทุกคน คุณเอกชัยก็จะ....”

                ทั้งสามนิ่งเงียบไป

 

                รถของอาของวราลีกลับเข้ามาในแยกแล้ว และพอเอารถเข้าบ้านแล้ว วราลีก็เดินออกมาทักทาย

                “สวัสดีค่ะ”

                ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกไม่พูดอะไรกับเธอ เธอมองตามคนเหล่านั้นเข้าไปในบ้าน และเธอก็เข้าบ้านตามไป

                “เฮ้อ ยังทันเวลานับถอยหลังนะ” อาธนพล อาของเธอพูดกับภรรยาและลูกชาย “ไปหาอะไรให้พ่อดื่มหน่อยสิ ณวัฒน์

                “โห พ่อก็ไปเอาเองดิ” ลูกชายหรือณวัฒน์บอก ธนพลเลยต้องเดินไปหยิบน้ำมาดื่มเอง ขณะที่รสสุคนธ์ ภรรยาของเขาเปิดโทรทัศน์

                วราลีมองคนในบ้านและเธอก็หลบออกมา ยังจำคำพูดที่พูดกับเอกชัยไว้ได้

                “เธอจะให้ความร่วมมือกับฉัน?”

                วราลีในตอนนั้นพยักหน้า

                “ค่ะ ฉันจะคอยสังเกตคุณมนัญญากับกันต์เอง ไม่ให้ทำอะไรตุกติก” วราลีว่า “เพียงแต่แลกกับการที่จะให้คุณเปิดโปงเรื่องของอาฉันที่ทุจริตโครงการรัฐบาล”

                “ทำไปทำไมน่ะ?”

                “อาของหนู ทำให้พ่อหนูต้องตาย” วราลีว่า “นะคะ ช่วยหน่อยเถอะ ฉันจะเป็นพวกคุณเอง”

                วราลีเดินกลับเข้าไปในห้องนอน

                “หวังว่าคงจะสำเร็จนะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #142 รันดร์ Life (@19992542soul) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 21:58
    สู้ๆนะ สำเร็จเถอะๆ
    #142
    0
  2. #9 Reshiram ♕ (@SweetPeary) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 18:58
    ใครกันแน่เนี่ยที่เป็นคนย้ายกระเป๋า
    #9
    0
  3. #2 Hanhan Karanyasit (@hanhann) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มีนาคม 2557 / 01:57
    มาอ่านตอนตีสอง รู้สึกขนลุกตลอด กลัวแต่ก็ลุ้นระทึก พร้อมๆกับสงสัยว่ากระเป๋ามันย้ายที่ได้ยังไง รออ่านตอนต่อไปอยู่นะครับ
    #2
    0