คดีฆาตกรรมเพื่อนบ้าน

  • 83% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 9,594 Views

  • 152 Comments

  • 251 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    78

    Overall
    9,594

ตอนที่ 23 : ตาลปัตร (100% แล้วจ้า)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 695
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    26 ก.ค. 57

ตอนที่ 20 – ตาลปัตร

 

            ตริณภพแบกศพของศรัณย์ออกมาจากบ้านของมนัญญา และนำมาวางไว้ที่ลานรกพร้อมกับศพอื่นๆ เขามองดูศพเพื่อนบ้านที่เสียชีวิตไปแล้วทุกคน ศพของทุกคนนั้นนอนแข็งนิ่งเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ

                เขาถอนหายใจ จากนั้นก็เดินกลับเข้าบ้านของตัวเองไป ซึ่งทุกคนที่ยังมีชีวิตนั้นยังคงเกาะกลุ่มกันอยู่ ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นอีก

                ถูกแล้ว ทุกคนไม่กล้าทำอะไรวู่วามอีก หลังจากถูกขู่ขวัญจากบุคคลปริศนาว่าจะฆ่าคนเพิ่ม หากตามหาหรือแจ้งตำรวจ ทำให้ทุกคนเริ่มถอดใจ โดยเฉพาะตริณภพ เขาเริ่มหมดแรงแล้ว

                “คุณตริณภพ” กันต์เอ่ย ตริณภพหันไปมอง

                “พอแล้วล่ะ” ตริณภพพูด “เรา... นั่งรอกันที่นี่จนถึงรุ่งสาง หรือไม่ก็จนกว่าคนที่ 18 จะอนุญาตให้เราออกไป...”

                ทุกคนรู้ดี ตริณภพทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา

                “ไม่เอาอีกแล้ว จะเป็นไงก็ช่างมัน” เขาว่าแล้วก็เอนตัวลงนอน

                “พอซะที...”

 

                ขณะที่ทุกคนที่มีชีวิตอยู่ในบ้านตริณภพ ที่ลานรก ในหมู่ศพที่นอนเรียงกันอยู่ในความมืด กลับมีร่างหนึ่งที่มีชีวิตเดินวนเวียนอยู่แถวนั้น จากศพนี้เดินไปศพนั้น ราวกับกำลังตรวจสอบศพเหล่านั้นอยู่

                “เรียบร้อยดีแล้ว” ร่างนั้นพูดเสียงเบา “ไม่มีอะไรสาวถึงตัวเราได้แล้ว”

                “ทุกอย่างจะจบ.... เมื่อรุ่งอรุณมาเยือน”

 

                เหลือไม่กี่ชั่วโมงก็จะเช้าแล้ว แต่ทุกคนยังไม่มีใครอ่อนเพลียหรือหลับเลยแม้แต่คนเดียว

                “คุณวลัยลักษณ์จะเป็นยังไงบ้างนะ?” กันต์เอ่ยขึ้น

                “ไม่รู้สิ ถ้าเราไม่ทำอะไร เธอคงไม่ตายหรอก” วราลีที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ตอบ

                “เมื่อตะวันใหม่มาเยือน ทุกอย่างก็คงจะจบ” กันต์พูด “เราจะ... มีชีวิตรอด คงไม่มีใครตายอีกแล้ว”

                “คิดว่าถ้าเราไม่ทำอะไร คนร้ายจะปล่อยคุณวลัยลักษณ์ไหม?” เกศินีถาม

                “ก็คงจะ...” ตริณภพพูดแบบไม่มั่นใจ “เธอคงจะปลอดภัย”

                “ถ้าเราทำตัวดีๆ ฆาตกรอาจจะปล่อยเราไปทั้งหมดก็ได้” วราลีว่า

                “เราจะปล่อยให้ฆาตกรปล่อยเราแล้วหนีไปอย่างสบายๆ อย่างงั้นหรือ?”

                ทุกคนหันไปมองณวัตน์ที่อยู่ดีๆ ก็เอ่ยขึ้น

                “ผมจะแก้แค้นให้พ่อ” ณวัตน์ว่า “ผมจะตามล่าฆาตกรมารับผิดให้ได้”

                “ฉันด้วย” รสสุคนธ์พูดบ้าง “ฉันจะไม่ยอม....”

                “แต่ถ้าคุณสองคนตามหาฆาตกร คุณวลัยลักษณ์อาจจะโดนฆ่า...” ตริณภพพูด

                “ฉันไม่ขอรับรู้ด้วยหรอก ฉันจะออกไป” รสสุคนธ์ว่าแล้วลุกยืนขึ้น จะเดินไปที่ประตู แต่ตริณภพขวางเอาไว้

                “ไม่ได้หรอกครับ” เขาว่า “คุณต้องถูกฆ่าตายเหมือนคนอื่นแน่ๆ”

                “แต่ที่คุณรสสุคนธ์กับณวัตน์ว่ามามันก็ถูกนะ”

                ตริณภพหันไปหากันต์ที่เพิ่งพูดขึ้นมา

                “ผมอยากจะทำตามความต้องการของคุณศรัณย์ที่เสียไปแล้ว” กันต์บอก “เขาตั้งใจจะจับฆาตกรจนในที่สุดตัวเองก็ตายไปด้วย”

                “ฉันเองก็เหมือนกัน” เอกชัยพูดขึ้นบ้าง “ฉันจะหาต้นตอของคนที่ทำให้ฉันต้องมีความผิดและแปดเปื้อนตามไปด้วย”

                เอกชัยลุกขึ้นยืน

                “ผมจะไปกับคุณรสสุคนธ์ด้วย” เขาว่า “ให้ผมไปด้วย”

                “แต่ถ้าเราตามหา คุณวลัยลักษณ์จะตกอยู่ในอันตรายนะคะ” วราลีว่า “ยังไง...”

                “เดี๋ยวสิ” กันต์นึกอะไรขึ้นมาได้ “เราอาจจะตามหาฆาตกรโดยไม่ให้ฆาตกรรู้ตัวก็ได้”

                “จะทำยังไงหรือ? กันต์?” ตริณภพถาม กันต์ยิ้มอย่างมีเลศนัย

 

                เอกชัยและตริณภพยืนอยู่หน้าประตูบ้าน ตริณภพยังมีปืนอยู่ เขาส่งกุญแจบ้านและกุญแจรั้วทั้งหมดให้กับเกศินี

                “ถ้าผมไม่กลับมาหรือเกิดอะไรขึ้น” ตริณภพว่า “ใช้กุญแจนี้ไขประตูแล้วหนีออกไปซะ”

                “ฉันจะทิ้งคุณได้ยังไงกัน?” เกศินีเป็นห่วง “แล้วฉันกับลูกล่ะ?”

                “พ่อจะไม่ทิ้งผมไปใช่ไหมฮะ?” อิศราวิ่งเข้ามากอดเอวตริณภพไว้ ตริณภพเอามือลูบหัวลูกชาย

                “แค่เผื่อไว้เฉยๆ น่ะลูก” ตริณภพบอก “ไปอยู่กับแม่ซะนะ ทำตัวดีๆ”

                ตริณภพหันไปรอบตัว อากาศยังคงหนาวเย็น

                “แค่เปิดทีวีในบ้านทิ้งไว้ มันจะทำให้ฆาตกรเชื่อเหรอว่าเราอยู่แต่ในบ้าน?” เอกชัยถาม

                แผนที่กันต์เสนอว่า ให้พวกตริณภพตามหาฆาตกรแบบที่ฆาตกรไม่รู้ตัวนั้น ก็คือให้เปิดเสียงโทรทัศน์ในบ้านให้ดังๆ เพื่อฆาตกรจะได้คิดว่าทุกคนอยู่แต่ในบ้านและกำลังดูโทรทัศน์อยู่ ส่วนเอกชัยกับตริณภพก็จะออกตามหาโดยใช้แค่เทียนไขกับไฟแช็ค

                “ก็คงไม่มีแผนอะไรดีไปกว่านี้แล้วล่ะครับ....” ตริณภพถอนหายใจ “เอาล่ะ เราจะไปบ้านไหนก่อน?”

                จู่ๆ เอกชัยตกอยู่ในห้วงคำนึงอย่างหนึ่ง เขาหันไปหาประตูแยกที่ปิดตาย

                “ประตูล็อกอยู่...” เขาพึมพำ และยังคงจ้องมอง

                เมื่อถึงรุ่งเช้า เมื่อประตูเปิด ตำรวจก็จะเข้ามา คนร้ายก็จะถูกจับ และเราก็จะถูกจับไปด้วย

            เราจะถูกจับไปด้วย

                “ไม่น่ะ อย่าคิด” เขาสั่นหัวไปมา “ยังไงคุณตริณภพก็บอกว่าจะช่วยเรานี่นา...”

                “ใช่แล้ว อย่าคิดอะไรมากเลย”

                “มีอะไรหรือเปล่าครับ?” ตริณภพถาม

                “อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกครับ” เอกชัยพูดแล้วเกาศีรษะ “ไปเถอะครับ”

 

                เอกชัยและตริณภพกำลังเข้าค้นบ้านของวลัยลักษณ์กับวสันต์ แสงจากเทียนไขนั้นริบหรี่เหมือนจะดับตลอดเวลา แต่ก็ไม่อาจใช้ไฟฉายได้ เพราะคนร้ายอาจจะรู้ตัว

                “บ้านนี้คงไม่มี...” ตริณภพเอามือป้องเปลวไฟ “ไปหาบ้านอื่น”

                “ช่วยด้วย!!

                ทั้งเอกชัยและตริณภพหันไปทันที แสงจากเทียนส่องให้เห็นใครคนหนึ่งที่พวกเขาตามหาอยู่

                “คุณวลัยลักษณ์!

                เอกชัยและตริณภพรุดเข้าไปหา วลัยลักษณ์คลานออกมาจากใต้โต๊ะ โผเข้ากอดตริณภพ

                “ฉัน... ฉัน... เขาปล่อยฉันออกมาแล้ว” วลัยลักษณ์พูดพลางร้องไห้ “ฉัน กลัว... กลัว”

                “เขาไปไหนครับ คนที่สิบแปด?” ตริณภพถาม

                “หนีไปแล้วค่ะ” วลัยลักษณ์ตอบ “เขาหนีไปแล้ว”

                “งั้นเราทุกคนก็ปลอดภัยแล้วล่ะสิ” ตริณภพบอกอย่างโล่งใจ

                “แต่เราก็จับมันไม่ได้” เอกชัยกัดฟันกรอด “ทำไมนะ?”

                “เอาเป็นว่าคนร้ายหนีไปแล้ว” ตริณภพพูด “เราปลอดภัยแล้ว”

                “ค่ะ.....” วลัยลักษณ์กอดตัวเอง “เราเรียกตำรวจกันเถอะค่ะ”

                “เรียกตำรวจ?” เอกชัยได้ยิน เขาเหมือนสติหลุดลอยไปครู่หนึ่ง

                ตำรวจมาจับใคร? ในเมื่อฆาตกรหนีไปแล้ว?

            คำตอบมันก็ง่ายๆ ไม่ใช่เหรอ?

            ก็มาจับแกไง ไอ้หน้าโง่!

                “ไม่มีทาง!” เอกชัยตะโกนออกมา ร่างเขาสั่นสะท้านไปทั่ว

                “คุณเอกชัย?”

                “แก แกเป็นคนบอกเองว่าจะเกลี้ยกล่อมไม่ให้ทุกคนเอาเรื่องฉัน” เอกชัยชี้ไปที่ตริณภพ “แต่แท้จริง แกก็โกหกแล้วก็จะเรียกตำรวจมาจับฉันสินะ!

                “ไม่จริง คุณเอกชัย คุณจะ...”

                “โกหก!!” เอกชัยตะคอกกลับ ตารื้นด้วยน้ำ “ฉันมันโง่เองที่ดันไปเชื่อคนอย่างแก เพราะงั้น...”

                เอกชัยเข้าจู่โจมทันที ลงมือแย่งปืนที่ตริณภพยึดมา ทั้งสองต่อสู้กัน โดยที่วลัยลักษณ์ได้แต่ยืนมองอย่างช่วยอะไรไม่ได้

                “ปล่อยผม คุณเอกชัย!!

                “ใครจะยอม ฮะ? ไอ้สวะ!!

                ปัง!

                เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ท่ามกลางความเงียบงัน ตริณภพก็ทรุดตัวลงไป

                “ตายแล้ว!!!” วลัยลักษณ์จะหนี แต่เอกชัยไวกว่า เขารวบตัววลัยลักษณ์ไว้

                “แกต้องมาเป็นตัวประกันของฉัน”

                ตริณภพที่นอนอยู่บนพื้น เงยหน้าขึ้นมามองเอกชัย เลือดเริ่มไหลมากขึ้นจนนองพื้น

                “ขอร้อง คุณเอกชัย.... อย่าทำร้ายลูกเมียผม”

                “ถ้าคุณไม่คิดตุกติก เรื่องแบบนี้มันก็ไม่เกิดหรอก!” เอกชัยตะโกนและจ่อปืนไปที่ตริณภพอีกครั้ง

                “ตายซะเถอะ คุณตริณภพ!

                เอกชัยลั่นไกอีกสองนัด เจาะเข้ากลางอกของตริณภพทันที ตริณภพนอนนิ่ง ดวงตาเบิกค้าง หมดลมหายใจ

                วลัยลักษณ์ยกมือกุมปาก

                “ฉันจะ ฉันจะ....” เอกชัยกลอกตาหมุนไปมาราวกับคนบ้า วลัยลักษณ์เริ่มรู้สึกกลัว

                “ไปกับฉัน!” เอกชัยพูดกับวลัยลักษณ์ “แล้วทีนี้ แกจะได้ตามผัวของแกต่อไปในนรก!

                “ไม่! ปล่อยฉันนะ” วลัยลักษณ์พยายามจะหนีแต่ทำไม่ได้ เธอถูกเอกชัยลากออกไปนอกบ้าน

 

                “เมื่อกี้เสียงปืนนี่...” เกศินีลุกขึ้น “เกิดอะไรขึ้น?”

                “มาจากบ้านคุณวสันต์” กันต์เอ่ย “หรือว่า เจอคนร้าย?”

                “เราออกไปดูกันดีกว่า” วราลีลุกยืน ทุกคนพากันทยอยออกไปนอกบ้าน ไปยังบ้านของวสันต์กับวลัยลักษณ์

                “คุณเอกชัย คุณตริณภพ” กันต์ร้องเรียกพร้อมกับเปิดประตูเข้าไปในบ้าน แล้วเขาก็เห็น

                “คุณตริณภพ!

                กันต์ส่งเสียงร้องอย่างตกใจ เมื่อเห็นศพตริณภพนอนเลือดไหลนองอยู่ เกศินีก้าวเข้ามาพร้อมกับอิศรา

                “คุณ?”

                เกศินีค่อยๆ เดินเข้ามาหาร่างสามี

                “คุณตริณ....”

                ทั้งเกศินีและอิศราทรุดตัวลงข้างๆ ศพของตริณภพ อิศราเริ่มร้องไห้

                “ไม่จริง...”

                “คนที่สิบแปด!” กันต์ตะโกน “คนที่สิบแปดฆ่าคุณตริณภพแล้วก็ลักพาตัวคุณเอกชัยไป”

                “แล้วเราจะทำยังไงดี?” วราลีเอ่ย

                “นึกแล้วว่าแผนไม่ได้ผล” กันต์ตบศีรษะตัวเอง “ไม่น่าเลย เราตามหาฆาตกร ฆาตกรก็เลย....”

                “คุณวลัยลักษณ์กับคุณเอกชัยตกอยู่ในอันตราย” วราลีพูด “เราจะทำไงดี? จะตามหาก็ไม่ได้ จะแจ้งตำรวจก็ไม่ได้ ไม่งั้นทั้งสองถูกฆ่าแน่ๆ” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #128 DoomAngel (@god--me) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 05:22
    ไอ้การทำอะไรวู่วามมันก็ไม่แย่นักหรอกแต่ไอ้ที่แย่คือหลังจากทำอะไรวู่วามลงไปแล้วไม่สานต่อให้จบนี่มัน........
    #128
    0
  2. #92 shlove (@mint22tp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 16:12
    ฆาตรกรคือทุกคนป้ะ?
    #92
    0
  3. #91 shlove (@mint22tp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 01:35
    ไม่ก็วลัยลักษณ์นั่นแหละ
    #91
    0
  4. #57 wa-inin (@wa-inin) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 / 22:49
    วลัยลักษณ์แน่ๆเป็นแกใช่มั๊ยแกทําไปเพื่อ????
    #57
    0