ตอนที่ 22 : ตัวประกัน (100% เต็มแล้วจ๊า)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    13 ก.ค. 57

ตอนที่ 19 – ตัวประกัน

 

                “เอาล่ะ” กันต์เตรียมพร้อม “เราจะไปสำรวจบ้านไหนก่อนดี?”

                “มันไม่มีใครหลบซ่อนอยู่หรอกน่า” ตริณภพยังยืนยันคำเดิม เขาดูจะไม่เชื่อเลยว่ามีใครบางคนแอบแฝงอยู่ในหมู่พวกเรา

                “ผมจะเชื่อก็ต่อเมื่อเราหาใครไม่เจอจริงๆ ครับ” กันต์บอก “เอาล่ะ เกาะกลุ่มกันไปทุกคน ค้นบ้านแต่ละบ้านกัน”

                “เริ่มจากบ้านคุณพรหมพรดีกว่า” วราลีพูด และทุกคนที่ยืนอยู่ใกล้ประตูก็พากันเดินเข้าไป

                “เราคงไม่เจออะไรหรอก... ยาก” ตริณภพยังพูดอยู่อีก พลางหันไปดูรสสุคนธ์กับณวัตน์ที่ยังคงมีน้ำตาซึมอยู่จากการสูญเสียบิดาและสามี แต่ก็ยังคงเดินมาร่วมกัน พวกเขาคงจะรู้สึกกลัวที่จะอยู่กันแค่สองคน การเกาะกลุ่มกันไปแบบนี้ดูจะปลอดภัยที่สุดสำหรับสถานการณ์อันน่าหวาดระแวงเช่นนี้

                “เจออะไรมั้ย?” กันต์ถาม ศรัณย์อยู่ชั้นสอง และตรวจดูทั่วหมดก็ไม่พบใคร

                “สงสัยจะไม่ใช่บ้านนี้....” กันต์พูด “ไปบ้านหลังถัดไปดีกว่า”

 

                แล้วทั้งหมดก็พากันไปบ้านของวสันต์กับวลัยลักษณ์ พอจะเข้าประตู วลัยลักษณ์ก็ยกมือกุมหน้า

                “คุณวลัยลักษณ์?”

                “ไม่เป็นไรค่ะ” เธอบอก เช็ดน้ำตาที่ไหลริน “เราเข้าไปข้างในกันดีกว่า”

                ทุกคนคิดว่าวลัยลักษณ์คงเศร้าใจเรื่องของวสันต์ สามีที่ตายไป เพราะถูกเอกชัยฆ่า ฝ่ายเอกชัย... คนที่เป็นคนสังหารวสันต์ด้วยมือตัวเองก็รู้สึกผิดจนแทบจะยืนอยู่ตรงนั้นไม่ได้ เขาไม่พูดอะไรเลย วลัยลักษณ์หันมามองเขานิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน ทั้งหมดเดินเข้าบ้านไป และหลังจากค้นดูจนหมดแล้วก็ไม่พบอะไร

                “คนที่สิบแปดไม่มีจริงหรอก” ตริณภพบอกอีก

                “ยังเหลืออีกหลายบ้าน....” กันต์บอก “ต่อไปบ้านป้าผมเอง”

                กันต์เป็นคนนำทั้งหมดขึ้นไป บ้านที่เขาอยู่อาศัยมาร่วมปี แต่ตอนนี้ไม่มีป้าอยู่แล้ว พอมาถึงห้องรับแขก สายตาเขาก็หันไปเห็นรูปภาพที่เขาชอบมอง เป็นรูปภาพของทุกๆ คนในแยกนี้ที่ถ่ายเมื่อหนึ่งปีก่อน ทุกคนยิ้มแย้ม ดูมีความสุข...

                แล้วดูตอนนิ้สิ กันต์คิด จากพวกเราที่เคยรักใคร่ ปรองดองกัน และมีความสุข กลับต้องมาหวาดระแวงกันเอง ขนาดนี้....

                ทุกคนสำรวจทั่วบ้านแต่ก็ไม่พบเจอใครเช่นเดิม

 

                “หรือคนที่สิบแปดจะไม่มีจริงๆ” กันต์เริ่มไม่แน่ใจ หลังจากหามาจนเกือบจะครบทุกบ้านอยู่แล้ว บ้านหลังสุดท้ายคือบ้านของมนัญญา ประตูทางเข้าบ้านยังเปิดอ้าอยู่ ไม่ได้ปิดแต่อย่างใด

                “หลังสุดท้ายแล้ว” ตริณภพบอก “ถ้าไม่มีก็แสดงว่าคนที่ฆ่าคนก็อยู่ในหมู่พวกเรา”

                “เดี๋ยวสิ...” วราลีนึกขึ้นได้และหันไปหาวลัยลักษณ์ “แล้วคนที่คุณวลัยลักษณ์พูดถึงล่ะ?”

                “ฉันไม่ได้โกหกนะคะ!” วลัยลักษณ์รีบบอก “ฉันเจอจริงๆ”

                “จะบอกว่าเขาหนีไปแล้วอย่างงั้นเหรอ?” เกศินีพูดบ้าง “เขาอาจจะหนีออกไปแล้วก็ได้นะ”

                ปึง!

                ทุกคนได้ยินชัดเจน ได้ยินเหมือนกันทุกคน มีเสียงอะไรบางอย่างอยู่บนชั้นสองของบ้านนี้

                “นั่นไง! กันต์พูด “มันอยู่นั่น!

                “รีบขึ้นไปดูเร็ว!” วราลีว่า แล้ววลัยลักษณ์กับตริณภพก็เดินแซงคนอื่นขึ้นไปพร้อมกับคนอื่นๆ

                “แกเป็นใคร ออกมานะ!!” ศรัณย์ค้นจนทั่ว “ออกมาเดี๋ยวนี้!

                เขาเข้ามาในห้องสุดท้าย ห้องนี้ไม่มีไฟฟ้าก็เลยลำบากหน่อยในการค้นหา เขาเข้าไปในห้องมืดๆ นั้น สายตาจับจ้องไปทั่ว แต่ก็ไม่เห็นอะไร

                “แกไปไหน?” ศรัณย์หันรีหันขวาง “ออกมา...”

                “กรี๊ดดดดดดดดดดด!!

                ทุกคนตกใจ ศรัณย์รีบวิ่งไปตามเสียงที่วลัยลักษณ์ร้องออกมา พอเข้าไป ในห้องมืดสนิท เขาควานหาสวิทซ์ไฟแล้วก็เปิด

                “เกิดอะไรขึ้นครับคุณวลัยลักษณ์!?

                “คนที่สิบแปด!” วลัยลักษณ์กล่าวเสียงสั่น เธอนั่งอยู่บนพื้น “ฉันเห็น! ผู้ชาย ใช่แน่ๆ คนที่สิบแปด!

                “ว่าไงนะ? แล้วเขาไปไหนล่ะครับ?”

                “เขาหนีออกไปทางหน้าต่าง กระโดดลงหลังคาไปแล้ว” วลัยลักษณ์ชี้ไปที่หน้าต่างที่เปิดอ้า ศรัณย์กัดฟันกรอด

                “อะไร? มีอะไรกัน?” พวกวราลีเดินขึ้นมา ศรัณย์หันไปมองทุกคน

 

                “มีคนที่สิบแปดจริงๆ....” กันต์ว่า “แต่เขาหนีไปแล้ว”

                “โธ่เอ๊ย เราจะจับได้อยู่แล้วเชียว” ศรัณย์บ่นอย่างเสียดาย “เรารอเถอะ มันต้องกลับมาแน่”

                “เขาอาจจะวกกลับมาฆ่าเราทีหลังก็ได้ สักวัน...” เกศินีเอ่ย

                “แล้วจะทำยังไง? จะรอถึงเช้าเหรอ?”

                ทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ในบ้านมนัญญาหันไปมองนาฬิกา เหลืออีกสองชั่วโมงก็จะถึงรุ่งเช้าแล้ว....

                “ออกไปแจ้งตำรวจกันเถอะ เขาหนีไปแล้วนี่....” กันต์พูดบ้าง “ถ้าเรากลัวเขาจะกลับมาทำร้ายอีก เราก็... เรียกตำรวจมาเฝ้าละกัน”

                “นั่นสิ” ตริณภพเห็นด้วยและลุกขึ้น “เรา... ไปกันหมดนี่แหละ”

                กันต์ลุกขึ้น วราลีลุกตาม ทุกคนลุกขึ้นยืน และก็เดินออกจากบ้านมนัญญาไป

                “อ๊ะ...” ศรัณย์ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างบนชั้น 2 ก่อนจะเดินออกจากบ้าน เขาเดินกลับขึ้นไปดู

                “อะไรน่ะ?” เขาเดินขึ้นบันไดไปห้องเดิมเมื่อครู่ ในความมืด เขากดสวิทซ์เปิดไฟ

                ศรัณย์จ้องมองสิ่งที่อยู่ข้างหน้าตาค้าง

                “เป็นแกนี่เอง”

 

            ในขณะที่จะถึงหน้าประตูอยู่แล้ว ก็มีคนสังเกตได้ว่าศรัณย์หายไป

                “คุณศรัณย์ล่ะ?” ตริณภพถาม

                “อย่าบอกนะว่า” วราลีหันไปมองยังบ้านมนัญญา “หรือว่า...”

                “คุณศรัณย์!” ตริณภพวิ่งไปยังบ้านมนัญญาทันที เดินเข้าไปในบ้านพลางร้องเรียกชื่อศรัณย์

                “คุณศรัณย์” ตริณภพเรียก “อยู่ไหนครับ?”

                “หรือว่า... โดนซะแล้ว....” กันต์ไม่อยากจะพูด ถ้าเป็นตามที่ผ่านมา ถ้าศรัณย์หายไป ก็แสดงว่าเขาอาจถูกฆ่าไปแล้ว....

                “คุณศรัณย์”

                “เอาอีกแล้ว!

                ตริณภพหันไปตามเสียงของรสสุคนธ์ ซึ่งอยู่หน้าห้องน้ำ ตริณภพเดินเข้าไปหา

                “มีอะไรหรือครับ?”

                “มีข้อความเขียนในห้องน้ำอีกแล้ว!” รสสุคนธ์ชี้ไปที่กระจก ตริณภพเดินเข้ามาอ่าน

                ลูกชายของบ้านหลังนี้ ถูกฉันจับตัวไว้แล้ว

                อย่าคิดแจ้งตำรวจ ไม่งั้น มันตายแน่

            “นี่มัน!” ตริณภพยกมือกุมหัว “คุณศรัณย์ถูกจับตัวไป”

                “ฆาตกรยังอยู่ในแยกหรือนี่?” เกศินียกมือกุมปาก “เขายังไม่ไปไหน”

                “เราจะทำไงดีล่ะ?” กันต์ถามขึ้น

                “เราต้องแจ้งตำรวจ” ตริณภพพูด “เรารอต่อไปไม่ไหวแล้ว”

                “แล้วคุณศรัณย์ล่ะ?” วราลีถามขึ้น “ถ้าเราแจ้ง คุณศรัณย์ก็ตาย”

                “เราควรจะตามหาคุณศรัณย์ดีไหม?” กันต์พูด “บางทีอาจจะเจอคนร้ายด้วยก็ได้”

                “คนร้ายคงจับตาดูเราอยู่จากที่ไหนสักแห่ง แต่เขาคงไม่รู้ไปมากกว่านี้หรอก...” ตริณภพว่า “อย่าลืมสิว่าเรามีทางอื่น”

                “ทางอะไรครับ?” กันต์ถาม

                “เรายังมีโทรศัพท์” ตริณภพว่า “ยังมีบ้านคนอื่นที่มีโทรศัพท์”

                “จริงด้วย” กันต์พยักหน้า “ถ้าเราแอบโทร คนร้ายคงไม่รู้ตัว”

                “งั้นบ้านใครที่ยังมีโทรศัพท์ที่ใช้งานได้” ตริณภพถาม เอกชัยยกมือขึ้น

                “ดีล่ะ” ว่าดังนั้น ทุกคนก็พากันไปบ้านของเอกชัย ตริณภพรี่ตรงไปหาโทรศัพท์

                “ฮัลโหล อ้าว?” เขาลองกดที่แป้นอีกครั้ง แต่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

                “ทำไม?” เขาก้มลงมอง แล้วก็พบว่าสายโทรศัพท์ขาด

                “เฮ้ย? ทำไมล่ะ?” ตริณภพถือสายโทรศัพท์แสดงต่อหน้าทุกคน “สายขาด”

                “เป็นไปไม่ได้ ผมไม่ได้ทำ” เอกชัยว่าอย่างตกใจ เขาไม่รู้จริงๆ

                “แล้วบ้านอื่นๆ ล่ะ” ตริณภพพูด “บ้านคุณวลัยลักษณ์ล่ะ?”

                ทุกคนพากันไปบ้านของวสันต์กับวลัยลักษณ์ แต่ก็เหมือนกัน สายโทรศัพท์ถูกตัดขาด

                “เป็นไปได้ยังไง คนร้ายมาตัดเอาตอนไหน?” ตริณภพตั้งข้อสังเกต “ก็เราเกาะกลุ่มกันไปค้นบ้านแต่ละบ้าน ในตอนนั้นคนร้ายไม่ได้อยู่ด้วยนี่”

                “สรุปคนร้ายเป็นคนหรือผีกันแน่?” กันต์ถาม “ทำไมเขาถึงเคลื่อนไหวไปได้รอบๆ โดยที่ไม่มีใครเห็น?”

                “ก็ต้องเป็นคนน่ะสิ เพราะเขาฆ่าคนไปแล้ว” ตริณภพบอก “แต่ก็อย่างที่เธอว่า เขาเหมือนวิญญาณที่ตามยังไงก็ตามไม่เจอ”

                “เราควรจะนั่งรอจนถึงรุ่งเช้าหรือ?” กันต์พูดขึ้นมา “ถ้าคนร้ายไม่อยากให้เราแจ้งตำรวจ เราก็ต้องปิดตายแยกนี้ไปตลอดกาล”

                “ยังไงเราก็ต้องแจ้งตำรวจ” ตริณภพพูดอย่างหนักแน่น “เราจะแอบออกไป แล้วให้ตำรวจปิดไซเรนมา คนร้ายจะได้ไม่รู้”

                “แล้วไม่กลัวคุณศรัณย์....” วราลีว่า

                “เราส่งคนไปดูบ้านคุณมนัญญาดีไหม?” กันต์พูดขึ้น “บางทีคุณศรัณย์อาจจะยังอยู่ในบ้านตัวเองก็ได้”

                “ก็ดีนะ” ตริณภพพูด “งั้น... ใครจะไป?”

                “ฉันไปเองค่ะ” วราลีอาสา คนอื่นๆ เหมือนจะอยากตามเธอไปด้วย วลัยลักษณ์เดินเข้ามาใกล้เธอ

                “ให้ฉันไปด้วยสิ” เธอบอก “อยู่คนเดียว ฉันกลัวน่ะ”

                “เราแบ่งพวกไปละกัน” ตริณภพบอก “กันต์กับผมมาที่ประตู ส่วนคนอื่นๆ ไปตามหาคุณศรัณย์”

                “ครับ” กันต์รับคำ แล้วพวกวราลีก็เข้าบ้านมนัญญาไป

 

                “คุณศรัณย์จะถูกขังที่ไหนนะ?” วลัยลักษณ์ถามขึ้นพลางเมียงมอง ทุกคนก็ตอบไม่ได้

                “คนที่สิบแปดหลบซ่อนอยู่ที่ไหนแน่?” วราลีถามบ้าง “ทำไมเราหาเขาไม่เจอเสียที”

                “หรือจริงๆ แล้ว มีคนแอบอ้างคนที่สิบแปด...” ณวัตน์พูดพลางหันไปมองมารดาของตน “มีคนแอบอ้าง แต่จริงๆ คนที่ฆ่าพ่อ ฆ่าทุกคนนั้นอยู่ในหมู่พวกเรานี่เอง”

                “ไม่จริงน่า” เกศินีพูด “เขาจะทำไปเพื่ออะไร?”

                “ก็เพื่อ...”

                ณวัตน์จะพูด แต่แล้วก็มีเสียงเหมือนคนเดินอยู่บนชั้นสอง ทุกคนหันมามองหน้ากัน

                “เสียง?”

                “อะไรน่ะ?” รสสุคนธ์ยืนขึ้น “หรือว่า....”

                “เราขึ้นไปดูกันดีกว่า” วราลีเสนอขึ้นมา วลัยลักษณ์เดินตาม เกศินีกับลูกชาย รสสุคนธ์กับณวัตน์ก็รีบเดินขึ้นบันไดตามไป เพราะกลัว ไม่อยากอยู่คนเดียว

                “เสียงมาจากไหน?” วลัยลักษณ์เดินหาไปทั่ว ทุกคนเดินอยู่บนชั้นสอง ในห้องที่ไม่มีมากนัก

                “แล้วห้องอีกห้องหนึ่งล่ะ?” เกศินีชี้นิ้วไปยังประตูห้องที่เปิดอ้าอยู่ “ห้องนั้นน่ะ...”

                “กรี๊ดดดดดดดดดด!!!

                 ทุกคนตกใจเสียงร้อง ต่างพากันรุดไปยังที่เกิดเหตุโดยเร็ว แล้วก็เห็นวราลีทรุดตัวนั่งลงกับพื้นอยู่หน้าห้องห้องหนึ่ง

                “คุณศรัณย์!!

                รสสุคนธ์หันหน้าหนี ไม่กล้ามองศพของศรัณย์ที่ตอนนี้เหลือแต่ร่าง เขาถูกฆ่าโดยการทุบศีรษะ เลือดไหลนองเต็มพื้น

                “ไปบอกคุณตริณภพเร็ว คนร้ายลงมืออีกแล้ว” วราลีพูด “ไปเร็วสิคะ!

                “ค่ะ ค่ะ” วลัยลักษณ์และพวกรสสุคนธ์วิ่งลงไปด้านล่าง ไปยังหน้าประตูแยก โชคดีที่ตริณภพยังไม่ได้แกะโซ่หมด  “คุณศรัณย์ตายแล้ว?” กันต์อ้าปากค้าง “เพราะผม....?”

                “เพราะผมจะแจ้งตำรวจเหรอ?” ตริณภพหน้าถอดสี “ทุกอย่าง.... เป็นเพราะ”

                “ผมก็บอกแล้วไงว่าอย่าเปิด อย่าเปิด!!” กันต์แทบจะตะคอกใส่ตริณภพ “มีคนตายอีกแล้วจนได้”

                “ความผิดผมหรือ กันต์?” ตริณภพตะคอกกลับ “ผมตั้งใจจะช่วยเหลือทุกคน....”

                “แต่ก็ทำคนตายอีกจนได้” กันต์ส่ายหน้า “ผม... ไม่ไหว... จะบ้าอยู่แล้ว”

                “ทุกคน!!” รสสุคนธ์ที่ตามมาหลังสุด หยุดวิ่งและหายใจเข้าออกสักพัก ก่อนจะพูด “อย่า... อย่าแจ้งตำรวจ”

                “อ้าว แล้วคุณวลัยลักษณ์ไปไหนล่ะคะ?” วราลีถามเมื่อมองไม่เห็น เกศินีและรสสุคนธ์มองหน้ากัน

                “ไม่ได้อยู่.... กับ กับคุณเหรอ?”

                “ไม่ค่ะ”

                “เข้าบ้านคุณมนัญญาเร็ว!” กันต์ตะโกน ทั้งหมดพากันกรูเข้าไปในบ้านมนัญญาอีกครั้ง กันต์เร่งรีบเท่าที่จะทำได้ ตรงไปยังห้องน้ำชั้นล่างของบ้าน

                “ตรงตามที่คิด”

                บนกระจกห้องน้ำมีข้อความใหม่ปรากฏขึ้น

                บอกแล้วไม่เชื่อฟัง จึงต้องลงเอยแบบนี้

                ฉันขอลักพาตัวเพื่อนบ้านของพวกแกไปอีกคนละกัน

                ห้ามแจ้งตำรวจ ห้ามตามหา ไม่งั้นยัยคนนี้ตายแน่นอน

                “มันเป็นใครกันแน่?” กันต์หอบหายใจ “มันลักพาตัวคุณวลัยลักษณ์ไปแล้ว”

                “ถ้าเราแจ้งตำรวจ มันจะฆ่า อย่างที่ทำกับคุณศรัณย์...” เกศินียกมือกุมปาก “แสดงว่า...”

                “คุณวลัยลักษณ์อาจจะมีชีวิตอยู่” ตริณภพคาดคะเน “ถ้าเราตามหา.... เขาก็จะ”

                “เราไม่มีทางเลือกอีกแล้ว” ตริณภพยกมือกุมศีรษะ “เราจะทำยังไงดี?”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #147 Solla (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 15:39
    เราสงสัยวลัยลักษณ์อ่ะ เรื่องคนที่18ที่คิดกันไปว่าเป็นผชที่มาตามตอแยการิณ นั่นก็เพราะวลัยลักษณ์บอกว่าเห็น ซึ่งก็มีนางคนเดียวที่พูดเรื่องนี้ อาจจะกุขึ้นมาเพื่อโยนความผิดก็ได้ อีกอย่างคือจากที่สังเกตดู ทุกๆครั้งที่มีคนตาย วลัยลักษณ์จะไม่ปรากฏชื่ออย่างชัดเจนว่าอยู่ในกลุ่มผู้ที่เดินออกไปจากบ้านแล้วทุกครั้งเลย สุดท้ายเหตุจูงใจอาจจะมาจากนางหึงวสันต์ว่าชอบการิณก็ได้ และคนที่ยุยงก็คือพรหมพร การฆ่าก็จะดูมีเหตุมีผลนะ ศพที่เหลือก็เป็นเรื่องกลัวตำรวจจับ เดาไปเดาไป 55555555
    #147
    0
  2. #127 DoomAngel (@god--me) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 05:17
    ข้องใจมานานและ....สรุปว่าอยากเป็นฮีโร่? ผมล่ะโครตเกลียดคนแบบนี้เลย โดนขู่ว่าถ้าหนีจะฆ่าตัวประกัน? แล้วตายไปกี่ศพแล้วล่ะ ในเมื่อฆ่าไปขนาดนี้แล้วมันก็คงไม่ปล่อยให้มีพยานรอดไปใด้หรอก เรื่องเอกชัยก็เหมือนกันมันฆ่าไปกี่คนแล้วหลังจากนั้นก็ยกโทษให้ง่ายๆด้วยคำว่า"เข้าใจผิด"เรอะ?? ไม่ไหวแหะไม่สมเหตุสมผลเลย อ่านแล้วรู้สึกเหมือนตัวละครไร้สมองมาก
    #127
    0
  3. #90 shlove (@mint22tp) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 01:25
    ตรงๆนะ อีวราลีชัวร์
    #90
    0
  4. #56 wa-inin (@wa-inin) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 06:00
    บางทีอาจจะเป็นกันต์ก้อได้ใครจะไปรู้ แต่เกศินีก้อน่าสงสัยโอ๊ยเครียดอยากรู้มากกกกก
    #56
    0
  5. #55 Eissha(อิซช่า) (@papatad) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 19:01
    เราสงสัยวราลีค่ะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน (ฮา)
    รออ่านต่อค่ะ สนุกมาก อ่านทีเดียวรวดเลย
    #55
    0
  6. #54 happyme (@kenyan) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 08:18
    สงสารกันต์ทั้งเรื่องเลยแหะ
    ขาเป็นแบบนั้น แล้วยังมาเจอเรื่องแบบนี้อีก 55555

    รอนะ สนุกมากๆ ติดตามจ้า ^^
    #54
    0