คดีฆาตกรรมเพื่อนบ้าน

  • 83% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 9,594 Views

  • 152 Comments

  • 251 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    78

    Overall
    9,594

ตอนที่ 24 : ไม่สำเร็จ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 585
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    1 ส.ค. 57

ตอนที่ 21 – ไม่สำเร็จ

 

                “เราจะทำยังไงกันดี?” วราลีเอ่ยอย่างร้อนรน แต่ว่าทุกคนก็ตอบไม่ได้ เกศินีกับอิศรานั่งอยู่ข้างๆ ร่างไร้วิญญาณของตริณภพและร้องไห้อยู่ กันต์มองไปรอบๆ บ้าน

                “เราเอาศพของคุณตริณภพไปวางรวมกับศพอื่นๆ เถอะ” กันต์ว่า “ผมจะทำเอง”

                แล้วกันต์ก็แบกศพของตริณภพไปวางนอนอยู่ในที่ลานรก เขามองศพทุกคนแล้วก็รู้สึกเศร้าใจ

                “เราคงทำอะไรไม่ได้อีกแล้วล่ะ....”

                “เดี๋ยวก่อนนะ”

                กันต์หันไปหารสสุคนธ์ที่พูดขึ้น

                “พวกเธอรู้สึกอะไรกันบ้างหรือเปล่า?” เธอถาม “คิดว่าคนที่สิบแปดน่ะมีจริงหรือเปล่า?”

                “มีจริงสิครับ” กันต์ตอบ

                “แต่ทำไมเราหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอเลยล่ะ?” เธอถามกลับ “แล้วอีกอย่าง ทำไมเพิ่งจะมาปรากฏตัวเอาทีหลัง”

                “เขาอาจจะกลัวคุณเอกชัยที่มีปืนก็ได้” กันต์พูด

                “แต่รูปแบบนี้ มันเหมือนกับ...”

                “เหมือนกับอะไรครับ?”

                “มันเหมือนกับคนร้ายแอบแฝงว่ามีคนที่สิบแปด เป็นบุคคลนอก ตั้งใจโยนความผิดให้คนไร้ตัวตน แต่จริงๆ แล้ว คนที่สิบแปดน่ะอยู่ในหมู่พวกเรานี่แหละ”

                “ถ้าคนที่สิบแปดไม่มี แล้วใครล่ะที่ลักพาตัวคนอื่นๆ ไป” วราลีถามกลับ “อีกอย่าง ตอนที่เราตามหาคนที่สิบแปดในบ้านคุณมนัญญา เราก็ได้ยินเสียงคนจริงๆ อยู่ชั้นบน ซึ่งสาบานได้เลยว่าตอนนั้น ทุกคนอยู่กันครบที่ชั้นล่าง ไม่มีใครขึ้นไปด้านบนเลย”

                “ตอนนั้นคุณวลัยลักษณ์บอกเองว่าเห็นคนที่สิบแปด เขาไม่ได้ทำร้ายเธอ แต่เขาหนีไป และเขาก็วกกลับมาอีกครั้ง” กันต์พูด

                “อ้าว ถ้าเอาจริงๆ นะ ถ้าอยากจะควบคุมเราทั้งหมด ทำไมต้องเขียนข้อความด้วย ทำไมไม่ปรากฏตัวให้พวกเราเห็นไปเลย มันน่าจะได้ผลมากกว่าไม่ใช่เหรอ?”

                คำพูดของรสสุคนธ์สร้างความสงสัยให้ทุกคนอย่างมาก

                “จะบอกว่า.... จริงๆ คนที่สิบแปดอยู่ในหมู่พวกเรานี่เหรอ?” กันต์เอ่ยเสียงเบา

                “แล้วเป็นใครล่ะ?”

                “ฉันไม่ใช่นะ เพราะฉันกับลูกคือผู้เสียหาย” รสสุคนธ์บอก “สามีฉันถูกฆ่าตายนะ”

                “คุณตริณภพก็ตายไปแล้ว และผู้เสียหายก็คืออิศรากับคุณเกศินี” กันต์พูด “ก็แสดงว่าไม่ใช่”

                “ก็เหลือแค่คุณเอกชัยกับคุณวลัยลักษณ์” วราลีพูด “แต่คุณเอกชัยก็เป็นผู้เสียหาย.... เพราะฉะนั้น”

                กันต์กับวราลีมองหน้ากัน

                “คุณวลัยลักษณ์?”

                “เหลือแค่คนเดียว” กันต์คาดคะเน “แต่ถ้าเธอคือคนที่สิบแปดจริงๆ เธอจะทำไปเพื่ออะไร? เธอจะฆ่าคนมากมายทำไม?”

                “เอาเป็นว่าเราร่วมกันออกตามหาคุณวลัยลักษณ์ให้เจอดีกว่า จะได้....”

                ปัง!

                เสียงปืนลั่นทำให้ทุกคนในบ้านตกใจ กันต์ลุกยืนขึ้นทันที พร้อมๆ กับวราลี

                “ออกไปดูกันเถอะ” วราลีเดินนำออกไปพร้อมกับกันต์ รสสุคนธ์กับณวัตน์ก็เดินตามไปด้วย ส่วนเกศินีกับอิศรายังนั่งอยู่ในบ้าน

                สี่คนเดินออกมาจากบ้านตริณภพ ถนนยังมืดมิด กันต์เดินขากะเผลกๆ ไป แล้วเขาก็สะดุดกับอะไรบางอย่างบนพื้น

                “หืม?”

                “กันต์ นั่นมัน!” วราลีเอามือกุมปาก

                ที่กันต์สะดุดนั้นคือร่างร่างหนึ่ง คือร่างที่เขากำลังจะตามหา แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว

                “คุณวลัยลักษณ์....”

                ทั้งหมดยืนอยู่เหนือศพของวลัยลักษณ์ที่ถูกยิงเข้าที่กลางอก กันต์มองหน้าวราลี

                “ผู้ต้องสงสัยเบอร์หนึ่งของเราตายแล้ว” กันต์พูด “คนร้ายคงเอาปืนของคุณตริณภพไปและฆ่าเธอ เพราะงั้นคนที่สิบแปดก็มีจริง และเขาฆ่าคุณวลัยลักษณ์”

                “เราจะต้องตายกันหมดแน่เลย...” ณวัตน์เริ่มกลัวขึ้นมาแล้ว “จากสิบเจ็ดคน เราเหลือกันแค่เจ็ดคนเท่านั้นเองนะ!

                “ไม่ จะไม่มีใครต้องตายอีกแล้ว” กันต์ปลอบใจ “เราเข้าบ้านก่อนเถอะ ไปปรึกษาหารือกัน....”

                “เดี๋ยวสิ” วราลีรู้สึกผิดปกติ “ทำไมเราเจอศพเธอกลางถนนล่ะ? เหมือนเธอกำลังวิ่งออกมาจากที่ไหนสักแห่งเลยนะ...”

                ทุกคนหันไปมองหน้าประตูปากแยก

                “เธอหนีจากคนร้ายหรือ? ฆาตกรเพิ่งจะยิงเธอ? ก็แสดงว่าเขาอยู่แถวนี้น่ะสิ”

                “หนีจากบ้านใครล่ะ?”

                “แล้วคุณเอกชัยล่ะ? เขายังถูกคนร้ายจับกุมตัวหรือเปล่า?”

                ทุกคนมองหน้ากัน

                “ผมจะออกไปตามหา” กันต์เดินกะเผลกไป แต่วราลีห้ามเอาไว้

                “ไม่ได้นะ อันตรายเกินไป เขามีปืนนะ”

                วราลียึดแขนกันต์ไว้ ทำให้เขาไม่สามารถปฎิเสธเธอได้

                “เราเอาศพคุณวลัยลักษณ์ไปวางไว้ที่ลานรกก่อนดีกว่า” รสสุคนธ์เอ่ย แล้วก็พยุงศพของวลัยลักษณ์ นำไปวางไว้เคียงข้างศพอื่นๆ

                “จะมีใครตายอีกไหมนะ?” กันต์ถามตัวเองพลางถอนหายใจ

 

                เอกชัยเดินออกจากประตูและเฝ้ามองพวกของกันต์ที่พากันเดินกลับเข้าบ้านตริณภพไป เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกที่คนพวกนั้นไม่คิดจะตามหาเขา

                เขาฆ่าทั้งตริณภพและวลัยลักษณ์ไปแล้ว เขาฆ่าเธอเพราะเธอพยายามจะหนีไปจากเขา และตอนนี้เขากำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง

                “คงต้องฆ่าทิ้งหมดมั้ง...” เขาคิดอย่างใจลอย มือถือปืนที่มีกระสุนมากพอที่จะฆ่าคนอีกหกคนได้

                “เรา... เป็นปีศาจไปแล้ว เป็นฆาตกร เพราะงั้น...” เขาพูดแล้วก็หยุด แล้วก็หัวเราะออกมา

                “เรา...” เขามองปืนในมือตัวเอง จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน

 

                คนทั้งหมดหกคนที่เหลือรอดชีวิตอยู่ยังอยู่แต่ในบ้านตริณภพ เกศินีมองกุญแจที่ตริณภพมอบเอาไว้ให้ เธอยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียสามีไปอย่างกะทันหัน

                หากหนีไปตอนนี้ก็ทำได้ แต่บางคนยังห่วงเอกชัยที่กำลังถูกลักพาตัวไปและยังไม่รู้ชะตากรรม หากใครสักคนออกไปจากแยก ทุกคนเชื่อว่าเอกชัยต้องถูกฆ่าแน่

                ไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากรอคอย รอคอยเวลา...

                แต่แล้ว

                “ยังไง คุณเอกชัยก็เป็นคนร้าย เราไม่น่าจะห่วงเขา...” รสสุคนธ์พูดขึ้นกลางวง ทำให้วราลีหันมาทันที

                “พูดออกมาได้ยังไงกันคะ ชีวิตคนทั้งชีวิตนะ!

                “ไม่ต้องมาเสนอความคิดเห็น!” รสสุคนธ์ตวาดใส่วราลีและหันไปหาลูก “เราว่าเราออกไปกันดีกว่า คุณเกศินี ส่งกุญแจมา”

                “เอ่อ...” เกศินีดูอิดออด รสสุคนธ์เลยดึงกุญแจทั้งหมดออกจากมือเธอไปทันที

                “ฉันทนไม่ไหวอีกแล้ว ใครจะรอคอยเวลาให้มันมาเชือดถึงที่ก็ช่างเถอะ” รสสุคนธ์ว่า “ไปเถอะลูก”

                ทุกคนไม่อาจห้ามรสสุคนธ์กับณวัตน์ไปได้ ทั้งสองแม่ลูกเดินออกไปนอกบ้าน และตรงไปยังประตูลูกกรงที่ปิดปากแยก ในตอนนั้นเอง เอกชัยที่ซ่อนตัวอยู่หลังประตูบ้านก็กำลังแอบเฝ้ามองอยู่

                “ใครจะตาย ฉันไม่สนแล้วล่ะ ขอเอาตัวรอดดีกว่า” เธอว่าแล้วก็เสียบกุญแจและหมุนข้อมือเพื่อจะไข

ในตอนนั้น... เอกชัยก็กำลัง...

                “จะทำไงดีวะ?” เขาถามตัวเอง “จะยิงทิ้งตอนนี้ดีมั้ย? ไม่สิ ถ้ายิงตอนนี้ เดี๋ยวพวกกันต์จะตามมาเจอเรา...”

                เธอกำลังแกะโซ่ที่วุ่นวายนั่นออก เอกชัยลุกยืนเดินไปหน้าบ้านแต่ยังคงเฝ้าระวัง

                “พอกันที ฉันจะออกไปแจ้งตำรวจ” เธอว่า เกือบจะแกะโซ่ออกหมดแล้ว เอกชัยกำปืนในมือไว้แน่น

                “เปิดออกแล้ว!

                ...ต้องฆ่าสองแม่ลูกนี่ทิ้งซะแล้วมั้ง... เอกชัยคิดแล้วก็เดินออกมา เล็งปืน เตรียมจะเหนี่ยวไก

                “เดี๋ยวก่อน!

                เอกชัยลดปืนลงและเดินกลับเข้าบ้าน เมื่อได้ยินเสียงกันต์

                “เดี๋ยวก่อน ทั้งสองคน” กันต์เดินออกมาอย่างยากลำบากเพราะขาหุ้มเฝือกอยู่ รสสุคนธ์กับณวัตน์หันมา

                “ถ้าจะมาห้ามไม่ให้ออกไปละก็ เปล่าประโยชน์” รสสุคนธ์พูด

                “คุณรู้ไหม?” กันต์หอบหายใจขณะพูด “ว่าถ้าคุณหนีออกไป จะทำให้คนถูกฆ่าตาย”

                “คุณเอกชัยเป็นฆาตกร ฉันไม่ใส่ใจ!

                “แต่มันคือชีวิตชีวิตหนึ่งเลยนะครับ” กันต์พยายามพูดให้ทั้งสองล้มเลิก “คุณอยากเป็นส่วนร่วมที่ทำให้คนตายอีกเหรอครับ?”

                ทางด้านเอกชัยที่ยืนฟังอยู่ก็รู้สึกเศร้า.... เขาฆ่าคนไปมากมาย เป็นฆาตกรต่อเนื่อง แต่ทำไมกันต์ยังห่วงว่าเขาจะถูกฆ่าอีก

                การที่เขาหายไป ทำให้ทุกคนเข้าใจผิดคิดว่า คนร้ายจับกุมตัวเขาไว้ แต่จริงๆ คนที่สิบแปดหนีไปแล้ว

                “ยังไงฉันก็จะไป!” รสสุคนธ์ยังยืนยัน เธอเอื้อมมือไปเปิดประตู

                “คุณรสสุคนธ์” กันต์ยื่นมือมาจับแขน

                “ปล่อยฉัน! ฉันจะแจ้งตำรวจมาจับคนผิด”

                “ถ้าจะแจ้งตำรวจจริงๆ ล่ะก็ ช่วยแจ้งเรื่องของตัวเองด้วยนะคะ”

                นั่นคือเสียงของวราลี เธอเดินตามหลังกันต์มา

                “พี่วราลี?”

                “ฉันรู้นะว่าคุณอาธนพลทำผิดอะไรไว้” วราลีเดินเข้ามา รสสุคนธ์หน้าซีดเผือด

                “เรื่องอะไรครับแม่?” ณวัตน์ถามมารดาตน

                “เอ่อ คือ”

                “คุณอาธนพลโกงโครงการของรัฐบาล” วราลีเฉลย “เขาคือคนผิด”

                “หุบปากไปซะ นังบ้า!” รสสุคนธ์ตวาด “อย่ามาพูดโกหกนะ”

                “โกหกไม่โกหกรู้อยู่แก่ใจ ฉันจะออกไปด้วย จะบอกตำรวจให้หมดเลย”

                “แกไม่กล้าหรอก”

                “กล้าสิคะ” วราลียังยืนยัน กันต์เห็นท่าไม่ดี รีบเข้ามาระงับ

                “ผมว่า ทางที่ดี เราอย่าแจ้งตำรวจเลยดีกว่าไหมครับ?” เขาว่า “นะ จะได้ไม่ต้องมีเรื่องกัน”

                รสสุคนธ์หันไปมองณวัตน์ แล้วก็มองวราลีที่กำลังเชิดหน้าขึ้นอยู่ แล้วก็บอก

                “แกบังอาจมาขู่ฉันนะ” รสสุคนธ์ชี้หน้าวราลี “ฝากไว้ก่อนเถอะ”

                ว่าแล้ว รสสุคนธ์ก็จับมือณวัตน์เดินหนีกลับเข้าแยกไป กันต์ถอนหายใจอย่างโล่งอก ส่วนวราลีก็เดินกลับตามไปด้วย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #77 Answer – SE • (@055440769) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 15:07
    เฮ่อ เหนื่อยแทน
    #77
    0
  2. #59 wa-inin (@wa-inin) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 / 01:10
    ไม่ใช่วลัยลักษณ์แล้วคัยอ่ะ เราค่อนข้างมั่นใจว่าคนที่สิบแปดไม่มีจิงนะ แต่ก้อไม่รุ้ไรท์จะหักมุมป่าวหรืออาจมีใครแกล้งตาย?????
    #59
    0