คดีฆาตกรรมเพื่อนบ้าน

  • 83% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 9,594 Views

  • 152 Comments

  • 251 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    78

    Overall
    9,594

ตอนที่ 12 : คุมขัง (รีไรท์แล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    16 มี.ค. 57

ตอนที่ 11 – คุมขัง

 

            วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2530

            เวลา 00.30 น.

 

                เข้าวันใหม่มาประมาณครึ่งชั่วโมงแล้ว เอกชัยยังคุมเข้มทุกคนเหมือนเดิม

                “สวัสดีปีใหม่” เอกชัยพูดเบาๆ และมองไปข้างนอกบ้าน

                ทุกคนไม่พูดไม่จากัน เพียงแต่นั่งกับพื้นในห้องรับแขก เอกชัยหันไปมองนาฬิกาที่แขวนบนผนัง

                “พอหกโมงเช้า ผมจะปล่อยทุกคนไป” เขาว่าแบบนั้น ทุกคนหันมามองเขา ตอนนั้นในใจของเอกชัยคิดอีกอย่าง

                ไม่มีทางหรอกที่จะปล่อยไป

            ต้องฆ่าปิดปากทุกคนทิ้ง

            เราจะยอมเป็นฆาตกรใจโหดหรือ? การสังหารหมู่มันเป็นเรื่องโหดร้ายมากเลยนะ

            แล้วจะทำยังไง?

            เขาปวดหัว ปัญหานี้แก้ไม่ตก เขาจะทำอย่างไร? ในเมื่อทุกคนรู้แล้วว่าเขาเป็นทั้งผู้บุกรุกและฆาตกร จะมีใครยอมปิดปากเงียบแทนเขาหรือเปล่าล่ะ?

                ไม่มีแน่

                เพราะงั้น ถ้าไม่อยากซวย เขาก็ต้องปิดปากทุกคน ซึ่งเขาก็ทำไม่ได้! เขาจะฆ่าคนไม่ได้อีกแล้ว

                แล้วจะทำยังไง?

                เอกชัยกำลังคิดตรึกตรอง....

 

                “ผมอยากเข้าห้องน้ำ” จู่ๆ ณวัตน์ ลูกชายของธนพลกับรสสุคนธ์ ก็เอ่ยขึ้น เอกชัยหันไป

                “ทนเอาหน่อยละกัน” เอกชัยว่า

                “แต่ผมไม่ไหวแล้ว” อีกฝ่ายพูด เอกชัยคิดอยู่ครู่หนึ่ง

                “ก็ได้ แต่ฉันต้องไปด้วย” เอกชัยว่า “ถ้าเกิดใครคิดตุกติก ไอ้เด็กนี่ไม่รอดแน่”

                “อย่าทำอะไรเขานะ” ธนชัยและรสสุคนธ์พูดอย่างเป็นห่วงลูกชาย แล้วเอกชัยก็พาณวัตน์ไปห้องน้ำโดยเอาปืนจ่อหลัง พอคลาดสายตาไปพักหนึ่ง ตริณภพก็ลุกขึ้นยืน ทำเอาทุกคนหันมาสนใจ

                “คุณจะไปไหนน่ะ?” เกศินี ภรรยาของเขาถาม

                “มีกุญแจสำรองในห้องนอนผม” ตริณภพว่า “ผมจะขึ้นไปเอา... เราจะได้ออกไปจากบ้านนี้ได้”

                “คนเรานี่มันไว้วางใจยากจริงๆ นะ”

                เอกชัยเดินกลับมาพอดี และได้ยินทุกอย่าง เขาเหวี่ยงตัวณวัตน์ทิ้งกับพื้น

                “เอากุญแจสำรองคุณมาคุณตริณภพ” เอกชัยแบมือ แต่เขาไม่ให้

                “หรือคุณอยากจะให้ลูกเมียคุณตาย หืม?”

                “อย่ายุ่งกับครอบครัวผม” ตริณภพกล่าวเสียงเข้ม

                “ได้ข่าวว่าจะหย่ากันแล้วนี่” เอกชัยหัวเราะ “ยังจะมาห่วงใยกันอีกหรือไง?”

                “ไม่ใช่เรื่องของคุณ”

                “เอาล่ะ เอากุญแจสำรองมา” เอกชัยเร่งอีกครั้ง “เร็วๆ เข้า ก่อนที่คุณจะไม่ได้เห็นหน้าลูกเมียคุณอีกเลย”

                จังหวะที่เอกชัยไม่ทันระวังตัว วสันต์กับธนพลก็ลุกขึ้นไปจับตัวเอกชัยทันที เอกชัยร้องโวยวายพยายามสลัดทั้งสองออก แรงของเอกชัยเยอะมาก เขาเหวี่ยงวสันต์กับธนพลลงพื้น แล้วใช้ปืนยิงธนพลเข้าที่ต้นขา

                “พ่อ!!!

                “คุณ!!!

                ทั้งณวัตน์และรสสุคนธ์ร้องเสียงหลง รสสุคนธ์และณวัตน์วิ่งเข้าไปดูสามี และในตอนนั้นเอง ทุกคนก็พากันหนีขึ้นชั้นบน กระจัดกระจายกันไปหมด รสสุคนธ์ช่วยกันกับณวัตน์แบกพ่อหนีไปด้วย

                “หยุดนะ!!” เอกชัยพูด แต่ตรงห้องรับแขกก็ไม่มีใครเหลือแล้ว

                เอกชัยยิ้มออกมา

                “จะเล่นซ่อนหากันใช่มั้ย?” เขาพูด “ก็ได้ อย่าให้หาเจอล่ะ”

                เขาเดินเข้าไปในห้องครัวของบ้าน แล้วก็หยิบมีดหั่นเนื้อมาด้ามหนึ่ง

 

                วสันต์กับวลัยลักษณ์และตริณภพกับภรรยาและลูก หนีเข้ามาในห้องนอนชั้นสามซึ่งเป็นห้องนอนของอิศรา หลังจากเข้ามาได้ก็ปิดประตูล็อก

                “แค่นี้จะกันได้หรือเปล่าก็ไม่รู้” วสันต์ลากเก้าอี้มากันประตูไว้อีก “คุณเอกชัยมีปืน เขาอาจจะยิงกลอนและเปิดเข้ามาก็ได้”

                “โอย ผมแย่ล่ะ” ตริณภพกุมหัว “กุญแจสำรองอยู่ในห้องนอนผมชั้นสอง”

                “ต้องอาศัยจังหวะที่คุณเอกชัยขึ้นมาด้านบน แล้วเราถึงจะลงไปข้างล่างได้” วสันต์ว่า “ให้ผมทำดีกว่า พวกคุณดูแลกันเองเถอะ”

                “มันเสี่ยงนะ คุณวสันต์”

                ขณะที่พวกตริณภพปรึกษากัน อีกส่วนหนึ่งก็อยู่ในห้องเก็บของชั้นสี่ มีคนที่หลบอยู่คือ วราลี มนัญญา ศรันย์ กันต์ พรหมพร ณวัตน์ รสสุคนธ์ และธนพลที่บาดเจ็บตรงขา

                “เราจะทำยังไงดี?” ณวัตน์พูดอย่างร้อนรน “ต้องรีบพาพ่อไปโรงพยาบาลแล้ว เลือดไหลเต็มเลย”

                “จะออกไปได้ยังไง คุณเอกชัยเฝ้าอยู่แล้วก็มีปืนด้วย” วราลีว่า ทำให้ลูกพี่ลูกน้องของเธอหันมาตวาดใส่

                “ไม่ใช่ธุระของแก อย่ามายุ่ง!

                “เอ๊ะ ฉันก็พูดดีๆ นะ”

                “ไม่มีใครอยากดีกับแกหรอก”

                “เราควรจะสามัคคีกันไว้นะ” กันต์เอ่ยเบาๆ ทุกคนหันมา

                “เราจะทำยังไงดีล่ะ?” ศรันย์พูดบ้าง “จะหนีทางหน้าต่างได้หรือเปล่า?”

                “หมดสิทธิ์ ที่นี่ชั้นสี่นะ ออกไปก็ตาย” พรหมพรพูด

                ขณะเดียวกัน เอกชัยก็เดินตรวจสอบไปเรื่อยๆ บนชั้นสอง เขาไม่เห็นว่ามีใคร บนชั้นสาม เขาลองเคาะประตูห้องนอนของอิศรา

                “สวัสดี” เสียงเอกชัยดังอยู่อีกฟากของประตู พวกวสันต์และตริณภพเงียบกริบ

                “เปิดเถอะ ผมไม่ทำอะไรพวกคุณหรอก”

                ทุกคนในห้องต่างอยู่นิ่ง ลูกบิดเกิดขยับได้ ดูเหมือนเอกชัยจะขยับจากด้านนอก

                “ยังดื้อด้านใช่ไหม?” เอกชัยเล็งปืนไปที่ลูกบิด

                ปัง!

                ประตูเปิดออกทันใด เอกชัยเดินเข้ามาพร้อมกับผลักโต๊ะที่กั้นประตูอยู่ เขาถือปืนเข้ามาและพบว่าไม่มีใครอยู่สักคน

                “อยู่ไหนเอ่ย?” เอกชัยถือปืนมองไปรอบๆ “ไม่ต้องกลัวหรอกครับ ออกมาเถอะ ไม่ทำอะไรหรอก”

                ตริณภพและภรรยากับลูกอยู่ในห้องน้ำ ส่วนวสันต์กับวลัยลักษณ์อยู่ในตู้เสื้อผ้า เอกชัยเดินวนหาทั่วห้อง เขาเคาะประตูห้องน้ำ

                “มีใครอยู่ไหม?” เอกชัยแสยะยิ้ม “ไม่ต้องกลัวหรอก ออกมาเถอะ”

                ตริณภพเอามือปิดปากเกศินีเอาไว้ อิศรากอดพ่อกับแม่ไว้แน่น ทุกคนดูตื่นตระหนก เอกชัยเตะประตูดังโครม ทำเอาทั้งสามคนตกใจแต่ไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกไป

                “ไม่อยู่หรือ?” เอกชัยพูดและหันไปมองรอบๆ อีกครั้ง “สงสัยจะหนีไปแล้วมั้ง”

                “ไปดูชั้นสี่ดีกว่า” แล้วเอกชัยก็เดินออกไป วลัยลักษณ์กับวสันต์ที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าก็ถอนหายใจแบบโล่งอก ตริณภพค่อยๆ เปิดประตูห้องน้ำออกมา

                “เขาจะไปชั้นสี่ ได้โอกาสแล้วคุณตริณภพ คุณรีบไปเอากุญแจด้านล่างเลย ออกไปและฟ้องตำรวจเลย”

                “ครับ” หลังจากฟังวสันต์ว่า ตริณภพก็เปิดประตูออกไป แต่ก็ต้องหยุดเดินเพราะปืนเล็งหัวเขาอยู่

                “ก็บอกแล้ว....”

                ตริณภพหันไปมองเอกชัย

                “บอกแล้วว่าอย่าคิดตุกติก ก็ไม่เชื่อก็ไม่ฟังกัน” เอกชัยว่า “แล้วจะให้ผมทำยังไงครับ?”

                ตริณภพยกมือขึ้นสองข้างราวกับยอมแพ้ เอกชัยพูดต่อ

                “อย่าคิดว่าได้กุญแจไปแล้วจะออกไปจากบ้านได้ ประตูที่ปากแยกล็อกอยู่ และผมก็เป็นคนเดียวที่มีกุญแจปลดล็อก....” เอกชัยว่า “คุณต้องฆ่าผมตายซะก่อน คุณถึงจะได้กุญแจไปเปิดประตู”

                ตริณภพนิ่งไป

                “เอาล่ะ ลงไปห้องนอนคุณเถอะ แล้วเอากุญแจสำรองให้ผม”

                ตริณภพพยักหน้าแล้วค่อยๆ เดินลงบันไดไป เอกชัยเดินตาม พอตริณภพเข้าไปในห้อง เขาก็หยิบกุญแจบ้านสำรองที่อยู่ในลิ้นชัก ส่งให้เอกชัย

                “แค่นี้ก็จบ” เอกชัยว่า “คุณจะไปอยู่กับลูกเมียคุณก็ได้ เพราะยังไงก็ออกไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว”

                ตริณภพมองเอกชัยอย่างโกรธแค้น แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้จึงกลับเข้าห้องไป

 

                “คุณเอกชัยได้กุญแจไปแล้ว” วสันต์ยกมือกุมหัว “เราหมดสิทธิ์หนีแล้ว”

                “ออกไปทางหน้าต่างไม่ได้หรือคะ?” วลัยลักษณ์ถาม

                “ไม่ได้ครับ เพราะติดเหล็กดัดอยู่” ตริณภพตอบ

                “โทรศัพท์ก็พังไปแล้ว” เกศินีพูดพลางโอบกอดลูกชาย “เพราะคุณนั่นแหละ ถ้าคุณไม่ปลุกฉัน ไม่ปลุกลูก ไม่ออกไป เราก็จะปลอดภัย คุณเอกชัยก็จะ...”

                “นี่ยังจะมาโทษกันอีกเหรอ? ผมผิดที่ไหนกัน?” ตริณภพเริ่มหัวเสีย “ขอร้อง อย่าทำให้เครียดเลย”

                “ใช่สิ คุณผิดเต็มประตู” เกศินีพูด “เป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นของคุณนั่นแหละ

                “นี่จะให้ผมผิดให้ได้ใช่ไหม?”

                “แล้วทำไมล่ะ?”

                “พ่อแม่อย่าทะเลาะกันสิครับ” อิศราวิงวอน ทั้งตริณภพและเกศินีหยุดชะงัก

                “คุณหาเรื่องผมก่อน ทำให้ผมต้องทะเลาะแล้วทำให้ลูกไม่สบายใจ”

                “เอ๊ะ ทำไมโยนความผิดกันแบบนี้? คุณเองที่เถียง”

                “พอเถอะครับ นึกถึงลูกบ้างเถอะ อย่าเอาแต่ตัวเอง” วสันต์ที่สังเกตมานานพูดบ้าง “สงสารเด็กเถอะครับ”

                “ยังไงฉันก็จะหย่า!” เกศินีพูด “ฉันทนไม่ไหวแล้ว”

                อิศราเริ่มร้องไห้ ตริณภพเห็นเข้าก็รีบโอบกอดลูก ฝ่ายเกศินีเองก็รู้สึกผิดขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้ปลอบใจลูก

                “ไม่ต้องกลัวนะลูกนะ เราจะรอดพ้นไปได้ พอถึงพรุ่งนี้เช้า” ตริณภพบอก แล้วลูบหัวลูกชาย

                “เขาจะยอมปล่อยเราไปเหรอ?” วสันต์พูด “เรารู้เรื่องทั้งหมด ไม่ใช่ว่า... เขาจะ...”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #95 p_ice (@p-ice) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2557 / 01:01
    นี้แม่งอัฟเกรดตัวเองจากพยานรู้เห็นศพ เป็นฆาคกรโรคจิตเสียแล้ว 
    เอกชัย สมองกล้อมเนื้อจริงๆ เดี๋ยวกระสุนมุงก็หมดเอกชัย
    #95
    0
  2. #48 Chanokchanut (@chanokchanut) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2557 / 22:10
    เดี๋ยวนะ ๆ ไรท์เตอร์ ๆ
    ถ้าเป็นวันใหม่แล้ว ปีใหม่แล้ว !!
    ต้องเป็นวันที่ 1 มกราคม 2531 ไม่ใช่หรอ ?
    เพราในบทนำน่ะ .. มันเป้น 31 ธันวาคม 2530 .
     

    #เนื้อเรื่อง สนุกมากๆ ค่ะ
    #48
    0
  3. #44 haruuta (@chatcharinaomsin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 14:58
    กลัวจะใช้มีดฟันทุกคนอ่ะ
    #44
    0
  4. #14 Reshiram ♕ (@SweetPeary) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 19:20
    เสียเส้นจริงๆ มีคนตั้งเยอะดันสู้คนบ้าคนเดียวไม่ได้
    กระสุนจะหมดอยู่แล้วนะนายเอกชัย ไม่มีทางยิงทุกคนตายได้หมดแน่
    จะรออ่านตอนต่อไปค่ะ
    #14
    0