[Super Junior] :: Problem Child :: (SJ-KangTeuk feat. All members)

ตอนที่ 53 : Problem Child 11 #Reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 เม.ย. 60

Problem Child 11



กองถ่ายเอ็มวีไทม์เลสตั้งกล้องในร้านขายดอกไม้ริมถนนใหญ่ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นสตูดิโอชั่วคราว เด็กสาววัยสิบแปดผู้รับบทเด่นลอบกลืนน้ำลายฝืดคอเมื่อเห็นสายตาถลึงกินเลือดเนื้อจากคุณชายแห่งซูเปอร์จูเนียร์จ้องเขม็งยามหล่อนถ่ายฉากป้อนเค้กและหยอกล้อกับสมาชิกรุ่นพี่ชาวจีนของอีกคน มันเกร็ง...จนต้องเทคซ้ำถึงสามรอบอย่างที่หล่อนไม่เคยเป็นมาก่อน

คัทๆๆ หลังจากพยายามถ่ายมาได้ซักพัก ชายวัยกลางคนผู้เป็นหนึ่งในทีมกำกับหลักก็ยกธงขาวยอมแพ้ในที่สุด

เป็นอะไรไปยอนฮี ทุกทีไม่ใช่แบบนี้นี่

เด็กสาวก้มหน้าไม่ตอบ หากด้วยความที่เป็นลูกรัก ทำงานโดยไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยทำให้ไม่มีใครกล่าวโทษหล่อนแรงๆ

เฮ้อ ไปๆๆ ไปพักก่อน เดี๋ยวค่อยมาถ่ายใหม่ แบบนี้ทำไปก็ไม่ได้ดีหรอก

ค่ะ ขอโทษนะคะ

มีอะไรไม่สบายใจก็บอกกันได้นะยอนฮี

ค่ะ ขอบคุณมากค่ะชายวัยกลางคนพยักหน้าอย่างอารี

ไปเถอะ

ได้ยินเช่นนั้นอียอนฮีจึงก้มหัวโค้งให้กับผู้กำกับ ช่างกล้อง รวมไปถึงชายหนุ่มเสื้อเชิ้ตดำที่เลิกปั้นยิ้มตั้งแต่หล่อนทำกองถ่ายชะงักแล้วเดินแกมวิ่งหายไปทางห้องพักนักแสดงด้านหลังร้านโดยเร็ว ชายหนุ่มเชื้อสายมังกรมองตามแผ่นหลังบางไปจนลับตา ก่อนจะก้มหัวให้กับทีมงานบ้าง เดินตรงแน่วมายังจุดที่สมาชิกอันดับสิบยืนกอดอกยิ้มท้าทายอยู่

มาทำไม

น้ำเสียงนั้นไม่บ่งบอกความรู้สึก เสมือนพูดกับคนแปลกหน้าไม่ใช่สมาชิกร่วมวงที่รักกันปานจะกลืนกิน

อีกฝ่ายตอบกลับด้วยท่าทางเดียวกัน

ต่อไปซีนฉันนี่ มองนิดมองหน่อยถึงกับถ่ายไม่ได้เลยหรือไง ฮึ กระจอก

ทำเสียงขึ้นจมูกเมื่อกล่าวกระทบทั้งรุ่นพี่ร่วมวงและรุ่นน้องสาวร่วมค่าย

อียอนฮี สาวน้อยที่ซีวอนไม่เคยนึกชื่นชมยินดีไปกับความสำเร็จและความโด่งดังซึ่งนับวันยิ่งจะทวีขึ้นเรื่อยๆหลังจากเจ้าตัวได้แสดงมิวสิควีดีโอให้กับนักร้องวงคู่อริอย่างทงบังชินกิ

ฮันกยองถอนหายใจเฮือกอย่างไม่คิดปกปิดความรำคาญ การถ่ายทำมิวสิกวีดีโอให้กับรุ่นน้องร่วมค่ายเชื้อสายเดียวกันกับเขาดำเนินมาเป็นระยะเวลาสามวันแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับยังไปไม่ถึงไหนเสียทีเพราะมีไอ้ตัวก่อกวนบางตัวมาคอยวุ่นวายอยู่นี่แหละ

คุณชายชเวซีวอนเริ่มแสดงท่าทางไม่พอใจมาตั้งแต่ได้รับทราบว่าในมิวสิควีดีโอเศร้าซึ้งกินใจเรื่องนี้ตนเองไม่ได้รับบทเป็นพระเอกแต่เป็นตัวร้าย และยิ่งเพิ่มความหงุดหงิดมากขึ้นเมื่อคู่อริชาวจีนกลับได้บทนั้นไป อีกทั้งความไม่ชอบหน้านางเอกสาวคนสวยก็เป็นหนึ่งในตัวแปรเช่นกัน นี่ยังไม่รวมถึงว่าเพลงไทม์เลสนั้น นอกจากจางรีอินวัยสิบหกปีแล้ว กลับมีซีอาจุนซูแห่งทงบังชินกิคู่อาฆาตมาร่วมร้องประสานด้วย

สรุปโดยรวมทุกองค์ประกอบของเอ็มวีนี้สามารถทำให้ทายาทเจ้าของห้างดังฟิวส์ขาดได้อย่างสบายๆ

อย่าหาเรื่องไปหน่อยเลย งานก็คืองาน นายไม่ใช่เด็กแล้ว อย่าเอามันมาปนกันสิ

ซีวอนตาวาว

แกไม่ใช่พี่ฉัน พูดเกาหลียังไม่ชัดเลยก็หุบปากไปซะ ไม่ต้องมาทำเป็นสั่งสอน

คนถูกว่าเพียงแต่ยักไหล่ไม่ถือสากับคำพูดก้าวร้าวของคนเป็นน้อง

ก็ตามใจ

มันแน่อยู่แล้ว อย่างแกไม่มีหน้ามาบังคับฉันได้หรอก

ในเมื่อเตือนแล้วไม่ฟัง...เดือดร้อนขึ้นมาก็รับไปเองละกัน

ร่างสูงเพียงปรายตามองก่อนจะหันหลังกลับจนชายเสื้อเชิ้ตสีดำสะบัด เดินผ่านหน้าน้องชายหายไปหลังร้านทางเดียวกับที่นางเอกสาวเพิ่งลับตัว

ท่าทางไม่ไยดียิ่งทำให้ซีวอนเลือดขึ้นหน้า เกลียดที่สุด ไอ้การมองผ่านเหมือนไม่เห็นหัวใครของพี่ชายคนที่สาม แล้วคนอื่นก็ยังคิดว่ามันดีกว่าเขา

ซักวันเขาจะทำให้มันมาก้มหัวอยู่ตรงหน้าให้ได้

 

 

ฮันกยองบิดลูกบิดประตูเงียบกริบจนผู้อยู่ภายในไม่แม้กระทั่งรู้สึกตัว ร่างบอบบางในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกางเกงยีนส์ นั่งพิงผนังห้องหลับตาอย่างเหนื่อยอ่อน มือกำแน่น เรือนผมสลวยถูกรวบเป็นหางม้า ส่วนใบหน้าผมถูกขมวดไว้ด้านบนเผยให้เห็นหน้าผากขาวนูนที่มีเม็ดเหงื่อประปรายทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าร้อน ความเครียดเกร็งจากภายในแผ่ซ่านออกมาชัดในบรรยากาศ

อียอนฮีคือนางเอกในสังกัดค่ายเดียวกับพวกเขา แถมยังฝึกมาตั้งแต่รุ่นแรกๆ...ก่อนหน้าเขาเสียอีก แน่นอนว่าย่อมรู้ถึงกิตติศัพท์ของศิลปินทั้งสิบสามคนรวมถึงได้ประสบพบเจอมากับตัวเอง ไม่แปลกที่เจ้าตัวจะทำท่าหวาดระแวง สั่นจนพาลจะเป็นลมเป็นแล้งแบบนี้

นักร้องหนุ่มมองรุ่นน้องคนสวยด้วยสายตาเฉยชา ไม่รู้สึกเกลียดชังเฉกน้องชาย แต่ก็ยังห่างไกลนักกับคำว่าสงสารเห็นใจ

ช่วยไม่ได้ ก็ถือเสียว่าเป็นกรรมของเจ้าตัวเองที่ต้องมารับบทคู่กับเขาและซีวอน

 

 

อากาศแม้จะเริ่มหนาวแต่สำหรับชาวกรุงโซลแล้วก็ยังอยู่ในข่ายที่เรียกว่ากำลังดีเหมาะแก่การจิบน้ำชากาแฟพร้อมกับขนมจานสวย และยิ่งเป็นช่วงบ่ายๆแม้จะไม่มีลูกค้ามากเท่าตอนเที่ยงแต่ก็ถือว่าคึกคักพอสมควรสำหรับร้านเครื่องดื่มบวกเบเกอรี่เจ้าเล็กๆ

ร่างสูงและร่างโปร่งบางที่นั่งหันหน้าเข้าหากันตรงโต๊ะริมกระจกเรียกสายตาและความสนใจได้จากคนทั่วทั้งร้าน แม้จะอยู่ในชุดไปรเวทธรรมดาทว่ารัศมีความสวยและหล่อก็กลับเปล่งประกายอย่างเห็นได้ชัด   

อย่าเงยหน้ามากสิคะพี่ เดี๋ยวแฟนคลับก็แห่กันมาหรอก ฉันไม่อยากโดนรุมทึ้งนะ

เสียงใสกระซิบเบาทำให้คิบอมกระชับหมวกแก็ปสีดำให้ปิดลึกลงมาถึงใบหน้ามากยิ่งขึ้น ยกแก้วกาแฟร้อนขึ้นจิบขณะที่เอ่ยว่า

เธอก็ด้วย อารา ใส่แว่นแค่นี้คิดเหรอว่าคนจะจำไม่ได้

สาวน้อยที่ซ่อนใบหน้าเกือบครึ่งไว้ภายใต้แว่นกันแดดสีชายิ้มหน้าทะเล้น

จำได้ก็ไม่เห็นเป็นไร ฉันไม่เหมือนพวกพี่นะที่จะต้องกลัวแฟนคลับมาลวนลามน่ะ

เกินไป คิบอมว่าด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

พี่ต่างหาก ไม่เคยมีอารมณ์ขัน

หึ

วันนี้เด็กหนุ่มกับเด็กสาวมีคิวถ่ายละคร Snow Flower เพียงอย่างเดียว ดังนั้นเมื่อเสร็จงานอาราจึงชวนเขาออกมาหาอะไรกินเล่น และคิบอมก็ตกลงเมื่อรู้สึกว่ามันดีกว่าการกลับไปที่บ้านอันแสนจะเยียบเย็นในตอนนี้

บ้านที่ไม่เคยต้องการเขามาตั้งแต่ต้น

พี่มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ฉันเห็นพี่เหม่อตลอดเลยตั้งแต่ตอนถ่ายแล้ว

คนตัวเล็กกว่าเริ่มตะล่อมถามเมื่อเวลาผ่านไปได้ซักพัก

ไม่นี่ ก็ปกติทุกอย่าง

แน่ใจ

อืม 

โกอาราส่ายหน้า จับผิดกับท่าทางของรุ่นพี่คนสนิท

ไม่จริงอะ ฉันรู้จักกับพี่มานานเท่าไหร่ ทำไมจะดูไม่ออกว่าพี่กำลังไม่สบายใจ เกิดอะไรขึ้นคะ

เด็กหนุ่มยิ้มบางให้กับน้ำเสียงเป็นห่วงจริงใจนั้น ถ้าหากเป็นคนอื่น กล้ามาถามซอกแซกแบบนี้เขาคงเหลือบตามองแล้วลุกเดินหนี แต่นี่คือโกอารา...เด็กสาวที่คิบอมสนิทสนมด้วยเรียกได้ว่ามากที่สุดในค่าย เพียงคนเดียวที่เคยฝ่าฟันกับชีวิตลำเค็ญยามเด็กในต่างแดนมากับเขา กินนอน  เติบโต ร้องไห้ และรับรู้ถึงปัญหามาด้วยกันตลอด

ใบหน้าหล่อเหลาหม่นลงเล็กน้อย

ต่างกันตรงที่ว่าสาวน้อยวัยเพียงสิบหกปีสามารถเรียนรู้ที่จะจัดการกับมันและยิ้มสู้ให้ชีวิตใหม่ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ผิดกับพี่ชายอย่างเขาที่ยังคงเก็บเรื่องราวขมขื่นเอาไว้เป็นเนื้อร้ายอยู่ในจิตใจไม่เปลี่ยนแปลง  ปมปัญหานั้นยิ่งลุกลามแพร่ขยายเมื่อเขาไม่อาจยอมรับคนอีกสิบสองคนให้เข้ามาในชีวิตใหม่ได้อย่างสนิทใจ

พี่อย่าเงียบสิ นี่จริงจังนะ  

เด็กสาวรบเร้าเมื่อคนตรงหน้าทำเป็นมองเมินไปไกลสุดสายตา

คิมคิบอมในสายตาหล่อนก็คือลูกโป่ง อัดลมเข้าไปมากๆซักวันก็ต้องแตก หน้าที่ของหล่อนคือต้องบังคับรีดเค้นให้ลมบางส่วนคลายออกมาบ้าง ตอนนี้พี่ชายกำลังอัดลมชีวิตแน่นเกินไปแล้ว

ก็...ไม่มีอะไรมากหรอก เสยกแก้วที่เริ่มคลายความร้อนเหลือเพียงอุ่นจางๆขึ้นจิบอีกครั้ง

แค่ทะเลาะกับพี่ในวงนิดหน่อย อารานิ่วหน้า

ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอคะ

อืม ก็บอกแล้วว่ามันเรื่องปกติ

มือหนาคลึงถ้วยในมือไปมา รับไออุ่นทดแทนความเย็นเยือกในจิตใจ

มันไม่ปกติตั้งแต่พวกพี่เริ่มทะเลาะกันแล้วต่างหาก เด็กสาวค้าน หล่อนไม่เข้าใจเลย อยู่วงเดียวกันแท้ๆจะหาเรื่องตีกันไปทำไมนักนะ แทนที่จะปรองดองชีวิตจะได้สงบๆ...รวมถึงประสาทความเครียดของคนในค่ายที่ต้องมาเป็นพยานรับรู้ด้วย

ถ้าปกติพี่ไม่เครียดขนาดนี้หรอก เกี่ยวกับพี่ตรงๆเลยใช่ไหมล่ะงานนี้...และถ้าเดาไม่ผิด... โกอาราเงยขึ้นสบตาดำเข้ม

...เกี่ยวกับช็อตที่พี่คังอินล้มบนเวทีมิวสิคแบงก์ด้วยหรือเปล่า

อาชีพนางแบบนักแสดงทำให้หล่อนมีเส้นสายด้านการข่าวมากมาย และข่าวที่ดังสนั่นอย่างซูเปอร์จูเนียร์คังอินล้มกลางเวทีมีหรือว่าจะไม่แว่วมากระทบหู และที่สำคัญ...ที่อารารู้มามันลึกกว่านั้น

ข่าวดังขนาดนั้นเลยเหรอ

ไม่ออกไปนอกเอสเอ็มหรอกค่ะ วางใจได้ ฉันก็รู้มาจากพวกช่างแต่งหน้านั่นล่ะ ไม่น่าจะกระทบอะไรพวกพี่มากนักหรอก คนข้างนอกก็ยังเข้าใจว่าพี่คังอินเสียหลักล้มไปเองเหมือนเดิม

คิบอมยิ้มเหยียดกับคำกล่าวนั้น มือกุมแก้วแน่นจนเกรงว่าจะแตกได้ถ้าหากไม่ใช่แก้วเนื้อหนาดังที่เป็นอยู่

พี่...จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ

เป็นจำเลยสังคมแล้วนี่ จะให้แก้ตัวอะไรอีกล่ะ คนอื่นดีกว่า เขาว่ายังไงบ้าง

เขาก็พูดกัน...ว่าพี่แกล้งขัดขาพี่คังอินให้ล้ม แต่ฉันดูเทปอัดรายการนั้นแล้ว ฉันไม่คิดว่าพี่จะตั้งใจทำมัน...ใช่ไหม    

...........................

เก็บไว้คนเดียวไม่ดีหรอกนะคะ คนอื่นพร้อมจะเชื่อพี่ขอแค่พี่พูด การเงียบไม่ใช่ทางออกนะพี่คิบอม

พี่อาจจะตั้งใจก็ได้ เธอรู้ได้ยังไงว่าพี่ไม่ได้ทำ

พี่ชายฉันไม่ใช่คนแบบนั้น นัยน์ตาเชื่อมั่นแทนคำอธิบายต่างๆได้จนหมดสิ้น

เราน่ะนะ...

คิบอมยกมือขึ้นลูบศีรษะปกคลุมเส้นผมนุ่มสลวยเบาๆแทนคำขอบคุณ

ฉันรักพี่นะคะ พี่คิบอมเป็นพี่ชายที่ดีที่สุดของฉันนะ

พี่ก็รักอาราเหมือนกัน

ถ้อยคำของน้องสาวนำพาความชุ่มชื่นมาให้หัวใจแห้งผากอย่างบอกไม่ถูก หล่อนบอกว่าเชื่อเขา...เชื่อทั้งๆที่ยังไม่รู้รายละเอียดใดๆด้วยซ้ำ แต่กับคนที่เห็นทุกอย่างมาโดยตลอดอย่างสมาชิกในวง กลับไม่เคยมีแม้เศษเสี้ยวของความไว้วางใจ  แววตาหลายคู่มีแต่ความคลางแคลง

แล้วอย่างนี้...เขาจะยอมรับและพยายามปรับตัวเข้าหาคนเหล่านั้นเพื่ออะไรกัน...?

 

 

โกอาราจากไปพักใหญ่แล้ว แต่คิมคิบอมยังคงนั่งแช่ตัวเองอยู่ที่เดิมอีกนานนับชั่วโมง ร่างสูงใช้ช้อนเขี่ยคนช็อกโกแลตร้อนที่เริ่มจะเย็นและจับตัวกันเป็นก้อนอย่างเนือยๆ ทอดสายตาออกไปไกลนอกหน้าต่างกระจกเบื้องนอกที่ยังสับสนวุ่นวาย

เรื่องราวความจริงถูกร้อยเรียงถ่ายทอดออกจากปากไปสู่รุ่นน้องคนสนิทจนหมดสิ้นทำให้ความตึงเครียดที่สั่งสมมานานได้ถูกปลดเปลื้องออกไปบ้าง แต่ก็มิใช่ทั้งหมด

คิบอมเล่าแต่เพียงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแต่ไม่ได้ปริปากบอกถึงลักษณะสงครามเย็นซึ่งพี่ชายได้นำมาใช้กับเขา แม้หัวหน้าวงจะคลี่คลายสถานการณ์และบอกต่อหน้าทุกคนแล้วว่าเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุโดยไม่เจตนา รวมถึงบังคับให้เด็กหนุ่มเอ่ยคำขอโทษต่อพี่ชายร่างใหญ่

ทว่าปฏิกิริยาจากเพื่อนร่วมวงก็ยังแผกไปอยู่ดี...ห่างเหิน เย็นชา  จนเหมือนคิบอมไร้ตัวตนในบ้าน แม้แต่ตอนเต้นก็พยายามรักษาระยะในการเต้นให้ห่างและระวังตัวมากถึงมากที่สุด  

โดยเฉพาะอีทงเฮ...คู่อริที่เขาเคยคิดว่าไร้พิษสง รายนั้นทำสีหน้ายิ่งกว่าสะใจ แทบจะเอาน้ำมนต์มาสาดไล่คิบอมออกจากบ้านด้วยซ้ำ ยิ่งมีกองหนุนอย่างอีซองมิน อีทงเฮยิ่งแผลงฤทธิ์ ทั้งเสียงหัวเราะบาดหู ถ้อยคำเยาะเย้ย ท่าทางการกระทำและทุกๆอย่าง คงจะตอบแทนที่เขาเคยทำไม่ดีกับอีกฝ่ายเอาไว้มาก มีเพียงพี่อีทึกคนเดียวที่ยังพอมองเห็นเขา

คิบอมพยายามไม่ใส่ใจแต่ในบางครั้งก็อดคิดขึ้นมาไม่ได้  กรรมตามสนองเป็นอย่างไร คิบอมก็เพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เอง 

                รอยยิ้มขมขื่นปรากฏขึ้น

ความรู้สึกมันก้ำกึ่ง ฝ่ายแรกบอกว่ามันไม่ได้มีอะไรแตกต่างในเมื่อตามปกติก็แยกกันอยู่ ไม่มีใครโอภาปราศัยกันนอกเหนือไปจากตามหน้าที่อยู่แล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งมันก็คอยแต่จะค้านว่า...ไม่จริงหรอก มันไม่เหมือนเดิม และไม่มีวันจะเหมือนเดิมด้วย การอยู่เฉยๆต่างคนต่างอยู่แต่ปราศจากความรู้สึกขับไล่กับความรู้สึกไม่เป็นที่ต้องการของใครซักคนเดียวมันไม่มีทางจะเหมือนกัน

ถึงเมื่อก่อนจะทะเลาะขวางหูขวางตากันอย่างไร เขาก็ไม่เคยรู้สึก หนาวและ โดดเดี่ยว มากเท่ากับตอนนี้

ความอ่อนไหวอ่อนแอที่เพียรเก็บกดไว้นับตั้งแต่เกิดเรื่องพร้อมใจกันประดังประเด กลั่นตัวออกมาเป็นหยดน้ำใสที่ปลายตา ก่อนจะถูกกรีดซ่อนโดยเร็ว และแล้วมันก็จับกันเป็นหยดอีก วนเวียนไปแบบนี้จนกระทั่งเด็กหนุ่มตัดสินใจลุกออกจากร้านกลับบ้านในตอนเย็น

หมวกใบโปรดถูกนำมาใช้ปิดบังใบหน้าให้มิดชิดยิ่งขึ้นยามเดินดุ่มๆเข้าไปในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่ก็คงไร้ประโยชน์ เมื่อรังสีความโดดเดี่ยวและไม่น่าเข้าใกล้แผ่ออกมาชัดจากร่างเพรียวหากมีกล้ามเนื้อจนไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะเป็นคิมคิบอมแห่งซูเปอร์จูเนียร์

คิบอมเหยียดรอยยิ้มกับภาพโฆษณาไอศกรีมของตัวเองกับชายหนุ่มอีกสิบสองคนบนแผ่นป้ายในสถานี ท่าทางสดใสร่าเริงและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ซึ่งกันและกันทำให้ไอศกรีมหลากรสนั้นแลดูน่าลิ้มลองขึ้นอีกเป็นทบทวี

หึ รักหรือ...?

จอมปลอมชัดๆ

ซูเปอร์จูเนียร์ไม่เคยมีความรักหรอก และไอศกรีมหน้าตาชวนขยะแขยงแบบนั้นก็ไม่เคยอยู่ในความสนใจของพวกเขา  เอสเจที่คิดถึงแต่ตัวเองจนคนอื่นสิ่งอื่นหมดความหมาย

ซูเปอร์จูเนียร์คิบอมกำลังจะกลายเป็นสิ่งนั้นในบ้าน

น้ำตาอุ่นๆไหลลงมาอีกครั้งเมื่อความรู้สึกบางประการตีตื้น เด็กหนุ่มเลือกยืนหันหน้าเข้าหาผนังรถไฟ ปิดกั้นตัวเองจากสิ่งเคลื่อนไหวรอบตัวแม้ที่นั่งยังว่างยาวเหยียด นักร้องดังไม่ใส่ใจแม้จะมีคนมองมาแปลกๆก็ตาม

ภายใต้กำแพงน้ำแข็งเย็นเฉียบ เด็กชายคิมคิบอมก็ยังโหยหาความรักความอบอุ่นจากครอบครัวอยู่ไม่เสื่อมคลาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #983 จริงจริง (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 15:27
    ถึงจะนานๆอัพทีก็มาให้จบนะไรเตอร์
    #983
    0