[Super Junior] :: Problem Child :: (SJ-KangTeuk feat. All members)

ตอนที่ 52 : Problem Child 10 #Reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    7 ก.พ. 60



ทำไมมิวสิกแบงก์ต้องทำเวทีกระจกแบบนี้ด้วยวะ

คิมยองอุนขยับผ้าใบของตัวเองไปมาอย่างหงุดหงิดเมื่อพื้นเวทีแก้วใสทำให้ความสามารถในการเสียดทานของรองเท้าลดลงไปเป็นเท่าตัว  เพลง U เน้นความพร้อมเพรียงและความรุนแรงมั่นคงในการออกท่า  นั่นยิ่งสร้างความลำบากให้กับรองเท้าผ้าใบเจ้าปัญหาอีกเป็นเท่าตัว เขาไม่สามารถออกแรงเต้นได้อย่างเต็มที่เมื่อรองเท้าคู่เก่งดูเหมือนจะเกิดปัญหาดอกยางละลายหายไปหมด ชายหนุ่มหมุนตัวทีเรียกได้ว่าเสียงพรืดดังกระทบหูทุกครั้ง

ความหงุดหงิดยิ่งทวีมากขึ้นเมื่อสายตาเยาะเย้ยจากสมาชิกคนที่สี่ถูกส่งมาให้เป็นระยะทุกครั้งที่คังอินและเยซองต้องเต้นในไลน์ข้างกัน หันไปอีกทางก็ปะเข้ากับสายตาเป็นห่วงเป็นใยจนเกินเหตุของหัวหน้าวงอีก สายตาแบบที่เขาเกลียดนัก เพราะมันแสดงว่าเขากำลังอ่อนแอจนต้องมีคนมาสงสาร

จะอะไรกันนักหนา !!!

คนมีปัญหากับรองเท้าพยายามทุ่มสมาธิให้กับเพลงและเนื้อร้องทว่าดูจะยากนักเมื่อสมาธิมันกระเจิงหายไปหมด ช่วงกลางๆเพลง จู่ๆเขาก็รู้สึกว่าจังหวะการเต้นสะดุดเพราะขาข้างซ้ายไปเกี่ยวเข้ากับอะไรซักอย่าง

ถ้าเป็นยามปกติ คังอินคงแค่เสียหลักแล้วก็เต้นต่อ แต่เมื่อวันนี้สภาพรองเท้าไม่เป็นใจและความรู้สึกภายในที่ตีกันวุ่นวาย จากที่แค่พันกันชายหนุ่มจึงถลาไปข้างหน้าเต็มตัว ความแรงเพิ่มเป็นทบทวีเมื่อสิ่งที่เกี่ยวขาเขาไว้กระชากกลับไปเต็มที่ ไม่แม้แต่จะให้ได้ตั้งตัว 

ปึง!!

หัวเข่าสองข้างกระแทกพื้นเต็มแรงรวมถึงสะโพกด้วย ความเจ็บแล่นปราดไม่เพียงกล้ามเนื้อทว่าเข้าไปถึงในกระดูก เจ็บจนขยับแทบไม่ได้ คนที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุบนเวทีก้มหน้า กัดฟันข่มความเจ็บร้าวที่ร่างกายรีบยันตัวขึ้นกลับไปเข้าจังหวะกับคนอื่นโดยไม่มองใคร ในห้วงคิดคือทั้งเจ็บ...ทั้งอับอาย อายสมาชิกในวง อายผู้กำกับเวทีเบื้องหลัง อายกลุ่มคนมากมายที่มาดูในวันนั้น

เขาไม่เคยพลาดอย่างน่าสมเพชขนาดนี้มาก่อน

คังอินเมินหลบสายตาเป็นห่วงยิ่งกว่าเดิมของปาร์คจองซูไปในทางที่คิมคิบอม เด็กหนุ่มเจ้าของฉายายิ้มแก้มแตกกำลังเต้นอยู่ นัยน์ตาคู่นั้นเบือนมาสบกับเขาแวบหนึ่งอย่างไม่ธรรมดา มันเหมือน...ตกใจ เสียใจ และไม่ได้ตั้งใจ หากก็เพียงเสี้ยววินาทีจนคังอินจับความหมายสุดท้ายได้เลือนรางนัก คิบอมก้มลงมองขากางเกงของตัวเอง แล้วจึงหันกลับไปเต้นต่อโดยไม่เหลียวกลับมาอีก

ท่าทางแปลกๆชวนสะกิดใจก่อนที่ดวงตารูปพระจันทร์เสี้ยวจะเบิกกว้างกับความคิดที่พุ่งเข้ามา นัยน์ตาเรียวเล็กเป็นประกายดุดัน  มือใหญ่กำไมค์ที่ถืออยู่แน่นจนเจ็บเมื่อเข้าใจอะไรบางอย่าง

 

 

มาคุยกันหน่อยดีไหมคิมคิบอม    

อีทึกและน้องคนอื่นๆ รวมถึงเหล่าสต๊าฟที่ทำงานกันวุ่นอยู่แถวนั้นชะงักเมื่อได้ยินเสียงเยียบเย็นดังมาจากร่างสูงใหญ่ตั้งแต่ยังไม่ทันพ้นเวทีเดินลง  เจ้าของเสียงไม่สนใจ แต่กลับก้าวปราดเข้าไปกระชากแขนน้องชายต่อหน้าผู้คนเต็มสถานีลากหายเข้าไปในส่วนห้องแต่งตัวก่อนจะปิดประตูดังปัง ขณะที่คนอื่นได้แต่ยืนอึ้งเมื่อพบเห็นอีกภาคอารมณ์ของเทพบุตรยิ้มง่ายแห่งเอสเจ

ปาร์คจองซูเป็นคนแรกที่รู้สึกตัว

ร่างโปร่งเพรียวรีบสาวเท้าตามเข้าไปด้วยสีหน้าร้อนรนพร้อมขบวนคุณชายเอสเจอีกเป็นพรวน และแล้วประตูห้องก็ถูกปิดลงอีกครั้ง 

พลั่ก!!

ร่างเล็กกว่าของคนเป็นน้องถูกผลักกระแทกกำแพงไม่เบานัก ตามด้วยมือใหญ่ที่ฉกเอาลำคอไว้มั่น

มีอะไรจะแก้ตัวไหม คิมคิบอม นัยน์ตาดำที่กล้าหาญสบคือคำตอบ

ปัง!!

คังอินยกร่างนั้นออกระยะประมาณข้อศอกก่อนจะกระแทกซ้ำลงไปกับกำแพง แรงจนได้ยินเสียงกระดูกช่วงแผ่นหลังลั่นกร๊อบทว่าสีหน้าสงบเย็นชาก็ยังไม่แปรเปลี่ยนทั้งผู้ทำ...และผู้ถูกกระทำ  

คิบอม!!!!”  

คนที่แตกตื่นกลับเป็นผู้เข้ามาทีหลัง อีทึกร้องลั่นเมื่อโผล่เข้ามาทันเห็นช็อตทำร้ายร่างกายรอบที่สองพอดี ร่างบางถลาเข้ามาง้างแขนโตๆออกจากลำคอที่เริ่มเห็นเป็นรอยแดงของน้องชายโดยอัตโนมัติ หากความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายก็ยากที่อีทึกจะประสบความสำเร็จ

ปล่อย ยองอุน ความตระหนกทำให้อีทึกลืมแม้กระทั่งจะเรียกแทนชื่อน้องว่าคังอินต่อหน้าสมาชิกคนอื่น  น่าแค้นนักเมื่อคนที่ตามมาได้แต่ยืนดูเฉย ไม่มีใครคิดจะช่วยอีทึกแยกคู่กรณีออกจากกันเลยซักคนเดียว

พวกไร้น้ำใจ

ยองอุน ฉันบอกให้ปล่อยคิบอมไง

เจ้าของชื่อเลิกคิ้ว กระตุกยิ้มเย็นชาให้

ไม่

ยองอุน!!” 

ฉัน...ไม่...ปล่อยว่าแล้วก็ยิ่งขย้ำปลายนิ้วเข้ากับกล่องเสียงเด็กที่ไม่นับเป็นน้องหนักมือขึ้นเป็นการตอบแทน

แต่จะทำมันให้มากกว่าเดิมอีก อีทึกตาโต เปลี่ยนจากการง้างแขนเป็นจิกเล็บข่วนเข้าไปที่มือข้างนั้นโดยแรงทันที

โอ๊ย คนถูกจิกสะบัดมือเร่า เผลอปล่อยมือจากที่มั่นที่กุมมานานหันมาจ้องหน้าคนทำร้ายอย่างโกรธเคือง

หายบ้าแล้วใช่มั้ยอีทึกเอ่ยหลังจากหุบเล็บเข้าที่แล้ว หน้าจืดลงเมื่อเห็นรอยแดงเป็นทางยาวห้าทางประทับอยู่กลางหลังมือใหญ่

เป็นรอยสวยขนาดนี้ไม่รู้มันจะตอบแทนเขายังไงนะ แต่เอาเถอะ อีทึกยอมได้  ดีกว่าให้มันขย้ำเส้นเสียงคิบอมจนใช้การไม่ได้ไปเลยก็แล้วกัน  เหลือบมองไปด้านข้างเมื่อเห็นว่าฝ่ายที่เพิ่งถูกปลดปล่อยถอยห่างไปอยู่ในระยะปลอดภัยแล้วก็วางใจ

นายจะมาทำอย่างนี้กับน้องไม่ได้นะ มีอะไรก็พูดกันดีๆ ย้ำเมื่ออีกฝ่ายยังทำหน้าจะกินคนอยู่ คังอินตวาด

ทำไมฉันจะทำไม่ได้ ทีมันกล้าขัดขาฉันให้ล้มกลางเวทีมันยังทำได้เลย มันมาพูดดีๆกับฉันก่อนไหมล่ะ แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ

ดวงตาหลายๆคนในห้องเบิกกว้าง รวมทั้งเจ้าของเล็บเมื่อครู่ด้วย อีทึกถอยหลังไปก้าวหนึ่ง หลุดคำพูดออกมาแผ่วเบายิ่งกว่ากระซิบ  

นาย...ว่าอะไรนะ คังอินไม่ยิ้ม

ก็ไม่ได้หูหนวกนี่ มันนั่นไง ตัวการที่ทำให้ฉันล้มนิ้วชี้ชี้ตรงไปที่เป้าหมายราวปลายดาบ

...............................

ลีดเดอร์หน้าสวยพูดไม่ออก ในใจมันสั่นสะท้าน เนื้อตัวเย็นเฉียบกับความจริงที่เพิ่งได้รับมาโดยไม่ทันตั้งตัว ไม่มีใครไม่รับรู้ถึงเหตุการณ์นั้นบนเวที ทว่าก็ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจากน้ำมือผู้ร่วมวงเดียวกัน

บะ บ้าน่า นายคิดไปเองหรือเปล่า คิบอมไม่ทำแบบนั้นหรอก

ก็ถามมันดูสิ

คิบอม... อีทึกหันไปหาน้อง หวังสุดใจว่าจะได้ยินคำพูดปฏิเสธ หรือ...หรืออะไรก็ได้ที่แสดงว่าเด็กแก้มแตกไม่ได้ทำ หากน้องชายตัวโตก็ทำเพียงกะพริบตาเฉย

ว่าไง แกมีอะไรจะแก้ตัวไหม

ผมไม่มีอะไรจะพูด คนถูกขัดขายิ่งแค้น จะกระโจนเข้าใส่อีกรอบแต่ติดแขนขาวๆของใครบางคนรั้งเอาไว้

ยองอุน อย่า...

ถ้าบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ พี่จะเชื่อไหมล่ะ

ไม่คังอินสวนทันควัน เรียกรอยยิ้มหยันจากผู้พูด

งั้นผมก็ไม่มีอะไรจะพูดจริงๆนั่นแหละ พี่โตสุดแทบจะทรุดลงกองกับพื้นเมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น แว่วเสียงคนที่มีรอยยิ้มพระจันทร์เสี้ยวพูดว่า

แกคงไม่คิดว่าฉันจะปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆหรอกใช่ไหม หืม กระแสเหี้ยมโหดที่จับได้จากคำพูดทำให้อีทึกกระตุกแขนน้องชายคนที่ห้าหนักมือขึ้น กล่าวแกมขอร้อง

ยองอุน ฉันขอ มีอะไรกลับไปพูดกันที่บ้าน ไม่ใช่ที่นี่ ตอนนี้

ปล่อย

อย่าบ้าน่า มีสติหน่อย

ฉันบอกให้ปล่อยไง ชายหนุ่มเริ่มใส่อารมณ์

ความเกลียดชังยิ่งพุ่งพล่านอยู่ภายใจจิตใจราวกับหม้อน้ำเดือด เกลียดไปหมด ทั้งคิมคิบอม คิมจงอุน  พาลไปถึงทุกคนที่อยู่ร่วมเป็นพยานในช่วงเวลาหน้าอับอายของเขา ชายหนุ่มหันขวับ...กราดสายตาเรียงคน 

ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะ ใครหน้าไหนจะทำอะไร ก็เล่นกันซึ่งๆหน้า อย่ามาทำเป็นลอบกัดแบบนี้ ฉันไม่สนใจว่าคนอื่นจะรู้เรื่องนี้หรือไม่ กล้าทำมา ฉันจะซัดกลับไปให้หนักยิ่งกว่าเดิมร้อยเท่า...อยากลองก็เอา...แต่มันไม่ได้ตายดีแน่

ไม่เอานะยองอุน” อีทึกครางเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายชักจะหลุดการควบคุมตัวเองเลยเถิดไปไกล “อย่าทำแบบนี้  พวกนายเคยสัญญาไม่ใช่เหรอว่าจะไม่ทะเลาะกันระหว่างอยู่ที่อื่นที่ไม่ใช่บ้าน นายจะผิดสัญญาหรือไง

สิ่งที่คนหน้าสวยทวงถามทำให้คิมยองอุนชะงัก และปาร์คจองซูก็ไม่รั้งรอที่จะไขว่คว้าโอกาสนั้นเอาไว้ อีทึกเลือกประนีประนอมกับคนฉุนเฉียวมากกว่าก่อน

ฉันสัญญาว่าจะไม่เข้าข้างใครทั้งนั้น แต่เรื่องมันยังไม่ชัดเจนนายจะไปโทษคิบอมเอาปังใหญ่มันก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะฉะนั้นกลับบ้านก่อนแล้วค่อยคุยกันอีกที นะ...ยองอุน

นัยน์ตาคู่งดงามช้อนขึ้นอ้อนวอนจนคนมองลมหายใจสะดุด เสน่ห์นางฟ้าที่เคยตรึงตาตรึงใจผู้ร่วมรายการทุกคนบัดนี้คิมยองอุนรู้สึกว่าโดนมันเข้าไปอย่างเต็มๆ

...........................

ฉันไม่ปล่อยให้นายเจ็บตัวฟรีหรอกน่า

คนกำลังเป็นต่อพยายามบอกกับตัวเองหนักแน่นว่ามันเป็นเพราะท่าทีและสายตาที่พี่ชายคนโตแสดงให้เห็นว่าใส่ใจในความรู้สึกของเขามากกว่าอีกฝ่ายจึงทำให้เพลิงโกรธในตัวที่เตรียมปะทุจึงราแรงลงนิดหนึ่ง ไม่ใช่อะไรอย่างอื่น

ก็แค่ความรู้สึกดีขึ้นเมื่อคนตัวบางทำให้เห็นว่ายังมีความยุติธรรมอยู่ในใจมากพอ...ก็เท่านั้น

ชายหนุ่มลดอาการแข็งขืนลง พุ่งสายตาเกลียดชังไปหาคนที่เขาปักใจว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องโดยที่อีกฝ่ายก็ยืนจ้องกลับมาเงียบๆ

...............................

ยองอุน...

หึ

ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ หน่วยตาเย็นชาตวัดไปมองคิมจงอุนเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินกระแทกไหล่คิมคิบอมออกจากห้องไปพร้อมกับเปรยเสียงเย็นด้วยดวงตาวาววับว่า

กลับถึงบ้านฉันจะทวงสัญญา ปาร์คจองซู

 

 

พระจันทร์ดวงโตลอยละล่องอยู่กลางท้องฟ้าสีดำมืด ความหนาวเย็นเริ่มโชยพัดเข้าสู่กรุงโซลอย่างต่อเนื่องบ่งชัดว่าหน้าหนาวกำลังค่อยๆครอบครองพื้นที่ขับไล่ความอบอุ่นไปอย่างเชื่องช้า

ร่างโปร่งบางในชุดเสื้อโค้ตหนานุ่มนั่งไกวตัวสบายๆอยู่บนชิงช้าหน้าบ้าน นานาพรรณไม้ที่สรรหามาปลูกเกี่ยวพันรอบรั้วกลายเป็นที่กำบังชั้นดีสำหรับศิลปินที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ยามที่ความเงียบสงบรายล้อมรอบกาย อีทึกรู้สึกเหมือนอยู่คนละโลกกับความสับสนวุ่นวายภายในบ้าน

โลกนี้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว   

ชายหนุ่มหลับตาพริ้มสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้งหอบเอากลิ่นสดชื่นเข้าไปจนเต็มปอด ความละมุนละไมอันปรากฏอยู่บนใบหน้ายามผ่อนคลายนั้นทำให้คนมาใหม่ชะงักมือที่กำลังจุดบุหรี่สูบนิ่งอยู่ที่ปาก สายตาจับจ้องค้างอยู่ที่ดวงหน้าหวาน...สดใส

ปาร์คจองซูในยามนี้เปี่ยมไปด้วยความชื่นฉ่ำอันประดุจน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตความสดใส ความเป็นตัวของตัวเองที่ไม่เคยพบเห็นเลยซักครั้งเมื่อยามอยู่กับสมาชิกคนอื่นในวงส่งให้คนที่เขาคิดอยู่เสมอว่าน่าเบื่อน่ารำคาญดูมีเสน่ห์ดึงดูดขึ้นอย่างประหลาด ความคิดที่แวบผ่านเข้ามาทำให้เสี้ยวหนึ่งในใจก่อกำเนิดสิ่งที่เรียกว่าความรู้สึกผิดลึกๆ

รอยยิ้มหวานที่หายไปจากใบหน้าใสนั้นส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะตัวเขาเอง

กลิ่นฉุนๆจากควันบุหรี่ทำให้คนที่กำลังเบิกบานชักคันจมูก ผินหน้าไปทางต้นกลิ่นก่อนจะแสดงสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย

ยองอุน

บอกกี่ครั้งแล้วให้เรียกคังอิน

นายควรจะชินกับมันได้แล้วนะ

..............................

ไม่ตอบแต่กลับพ่นควันบุหรี่เป็นทางยาว คนไม่ได้สูบนิ่วหน้า

“ฉันไม่อยากตายเพราะปอดสีดำนะ อย่ามาพ่นใส่ฉัน”

คนฟังตอบรับคำพูดนั้นด้วยการสาวเท้าเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น จนหยุดยืนอยู่ข้างชิงช้า ความกระอักกระอ่วนยังเข้าครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ระหว่างคนทั้งสอง

มาเดินเล่นเหรอ

.........................

เจ้าของบุหรี่ตัวหนายังคงใช้ความเงียบในการตอบแทน  อีทึกไม่กล้ามองสบสายตาคมนั้นตรงๆ ความรู้สึกไม่ดียังเกาะกุมจิตใจบางส่วน

เมื่อวานเจ็บมากไหม

ทำไม รู้สึกผิดเหรอ

ฉันพยายามตัดสินอย่างยุติธรรมที่สุดแล้วนะ คิบอมไม่ได้ตั้งใจหรอก ดูจากเทปอัดก็เห็น แล้วรองเท้านายเองก็มีปัญหา

นั่นคือสิ่งที่ตกค้างอยู่ในใจคนเป็นกรรมการ

เมื่อวาน กลับถึงบ้านแล้วรายการสอบปากคำจึงเริ่มต้นขึ้นใหม่อีกครั้ง อีทึกตีความเอาจากท่าทางน้ำเสียงและทุกอย่างจึงสรุปได้ว่าคิมคิบอมผิดจริงที่กระชากขากลับโดยไม่ให้ผู้เป็นพี่ตั้งตัว ทว่ามันก็ไม่ใช่การกลั่นแกล้งโดยเจตนาอย่างที่คิมยองอุนคิดเช่นกัน  มันเป็นแค่การผิดจังหวะของทั้งสองคนที่ดันมาประสานงากันพอดี

เหรอ

 “แววตาเด็กคนนั้นไม่ได้ตั้งใจจริงๆ แล้วฉันก็บังคับให้เขาขอโทษนายแล้วด้วย พี่น้องกันนิดๆหน่อยๆอย่าไปถือเลยนะยองอุน

ใครนับไอ้ห่านั่นเป็นน้องกัน

ฉันไง นายก็น้องฉันคิบอมก็น้องฉัน ฉะนั้นพวกนายเลยเป็นพี่น้องกัน คราวนี้หน้าหล่อคมกระตุกยิ้มหยันกับการเอาสีข้างไถนั้น อ่อนใจ เหนื่อยใจและรำคาญจนหมดความรู้สึกโกรธไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

นายมันก็เป็นแบบนี้ทุกที ฝันเฟื่อง กัดพอให้แสบๆคันๆก่อนจะทิ้งก้นบุหรี่ลงกับพื้น ใช้เท้าบดขยี้ให้ดับ มองไกลออกไปจากคนที่กำลังคุยด้วยอยู่

คนเป็นลีดเดอร์ลอบมองท่าทีนั้น เบาใจลงว่าชายหนุ่มคงไม่ได้โกรธจัดมากนักกับคำตัดสินของเขา แต่อีทึกก็ทำดีที่สุดแล้วเท่าที่จะทำให้ได้ และสำหรับซูเปอร์จูเนียร์ บางที...คำขอโทษมันอาจจะเป็นอะไรที่หนักหนาและเสียศักดิ์ศรีมากยิ่งกว่าการโดนชกหน้าก็เป็นได้ 

                สรุปว่าเจ็บมากไหม

ถามได้ นายอยากลองให้ฉันผลักล้มบนเวทีดูบ้างไหมล่ะ จะได้รู้

ทิ้งระยะวันเดียวทว่าร่องรอยเขียวช้ำที่สะโพกเริ่มปรากฎเด่นชัด ซ้อมเต้นทีปวดแทบจะร้องไห้ เพียงแต่คนอย่างคิมยองอุนหยิ่งเกินกว่าจะขอความช่วยเหลือหรือร้องขอความเห็นใจจากใคร

แล้วทายาหรือยัง

แล้ว

เอามาจากไหน

ซื้อ

ดีมาก

น้ำเสียงเหมือนตะล่อมพูดกับเด็กทำให้คังอินชักจะหงุดหงิดขึ้นมานิดๆทว่าท่าทางมีความสุขเมื่อครู่ของคนอายุมากกว่าก็ทำให้เขายับยั้งเอาไว้

ครั้งนี้ฉันยอมให้แต่อย่าคิดว่าจะมีครั้งต่อไปนะปาร์คจองซู บอกไว้ก่อน คราวหน้าถ้ามันยังเสือกเล่นแบบนี้อีก ฉันก็จะจัดการตามวิธีของฉันเอง... ทอดเสียงยาวก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่ว

ซึ่งนายคงจะไม่ชอบเท่าไหร่นักหรอก ...เออะ ที่จริงจะไม่ชอบก็ตั้งแต่ตอนนี้เลยแหละ

พร้อมกับคำพูดคังอินก็ก้าวเข้ามาเอามือเท้ากับชิงช้าทั้งสองข้างไว้ เหมือนจะคร่อมคนเป็นพี่อยู่กลายๆอีกทั้งยื่นใบหน้าเข้ามาจนชิด สายตาวาวๆไม่น่าไว้ใจทำให้อีทึกต้องถอยเบียดตัวเองเข้ากับพนักพิง เพิ่มระยะระหว่างใบหน้าของเขากับช่วงแผงอกอีกฝ่ายให้มากที่สุด ลมหายใจเริ่มติดขัด

                มันไม่มีครั้งต่อไปหรอกน่า

ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น คิมยองอุนยังทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนแม้จะเห็นท่าทางยุกยิกของคนเป็นพี่ สุดท้ายอีทึกก็ต้องเอ่ยออกมาเองว่า

                นายกระเถิบออกไปหน่อย ฉันอึดอัด

อึดอัดตรงไหน เห็นก็นั่งสบายคนเดียว ฉันต้องยืนด้วยซ้ำ

ง่า...

ตัวก็ไม่ใหญ่นี่จองซู ทำไมใช้เนื้อที่เยอะนักล่ะ

นายบังแสงน่ะ ฉันจะดูพระจันทร์ วันนี้พระจันทร์สวย

คำแก้ต่างหาสาระไม่ได้แถมยังพูดด้วยใบหน้าที่แดงไม่ต่างจากสาวน้อยในเกมโชว์เลิฟเลทเทอร์ที่โดนเขาตามจีบทำให้คนฟังหัวเราะหึ

                นัยน์ตาลึกล้ำของเด็กตัวโตทำเอาอีทึกใจสั่น ร้อนซู่ตั้งแต่หน้าผากลงมาจนถึงลำคอ ความใกล้ชิดอย่างจงใจแกล้งของอีกฝ่ายทำให้ร่างกายของเขามีปฏิกิริยาไปโดยอัตโนมัติทั้งๆที่ปกติเห็นหน้ากันอยู่ทุกวันก็ไม่เคยจะรู้สึกรู้สาอะไร  

                กลิ่นกายที่เหมือนจะอวลอยู่โดยรอบสร้างบรรยากาศแปลกๆจนคนอายุยี่สิบห้าหมาดๆเริ่มไม่มั่นใจในตัวเอง

                คิมยองอุนในตอนนี้เป็นแค่น้องชาย...แน่หรือ... ?

                “ยองอุน

                ................................ ไม่มีคำตอบนอกจากร่างหนาที่ขยับเข้ามาชิดมากขึ้นจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง

                นายง่วงไหม 

เสียงอีทึกอู้อี้เล็กน้อยเมื่อแผงอกคนเป็นน้องแทบจะชิดติดปาก ไม่อยากเงยหน้าเพราะรู้สึกได้ว่าสายตาของอีกฝ่ายยังจับจ้องจากด้านบน

                ไม่ คนเป็นพี่หน้าจืด

                อื่อ แต่ฉันว่าฉันชักจะง่วงแล้วล่ะ

เมื่อกี้ยังบอกว่าจะดูพระจันทร์อยู่เลย ทำไมง่วงซะแล้วล่ะ

ไว้ดูพรุ่งนี้ก็ได้

                “................................

                ดึกแล้ว ไปกันเถอะ เดี๋ยวตื่นเช้ามาหน้าโทรมนะ

หน้าขาวๆที่แหยลงในทุกวินาทีทำให้คนเริ่มยิ่งสนุก...ชั่วขณะที่มนตร์แสงจันทร์ราวกับจะลบเลือนความขัดแย้งขุ่นข้องทั้งหลายแหล่ให้มลายหายไป เบื้องหน้าเขาไม่ใช่หัวหน้าของวงที่เกลียดแสนเกลียด ไม่ใช่คนที่พูดจากันไม่เคยเข้าใจแต่เป็นเพียง... 

ประกายบางอย่างฉายวาบในดวงตาคู่คมซึ่งเคยประดับด้วยความเย็นชาเสมอ หากแต่ ณ วินาทีนี้...มันหายไป

นั่นสิ เป็นเพียงอะไรล่ะ…?

อีทึกอาศัยช่วงที่คนอายุน้อยกว่าชะงักเพราะอะไรก็ไม่รู้มุดตัวลอดแขนน้องออกมาทางด้านข้างทันทีก่อนจะเผ่นแน่บกลับไปตั้งหลักที่หน้าประตูบ้าน เกือบพลาดไปเมื่อแก้มใสเฉียดติดกับปลายจมูกโด่งทำเอาคนร่างเล็กกว่าหน้าร้อนวาบ ถึงจะอายุล่วงเข้าเบญจเพสและก็เคยออกรายการจำพวกคัปเปิ้ลมามากแต่เขาก็ยังไร้เดียงสากับความใกล้ชิดเหล่านี้ไม่ว่าจะกับชายหรือหญิง ไม่เหมือนอีกฝ่ายที่แม้เด็กกว่าทว่ากลับมีประสบการณ์มาแล้วอย่างโชกโชน แถมปัจจุบันก็ยังใช้ความสามารถของตัวเองเที่ยวหว่านเสน่ห์ใส่สาวๆในวงการไปทั่วอีก

มันคงเห็นเขาอ่อนหัดเต็มทนถึงกล้ามาล้อเล่นกันแบบนี้ น่าเตะจริงๆ

มือขาวแปะลงกลางแก้มที่ยังรู้สึกได้ว่าร้อนอยู่นิดๆ หน้าตาบูดบึ้ง...โมโหโว้ย...คนเป็นลีดเดอร์หัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับเข้าบ้านเมื่อนึกรู้ว่าน้องชายชักจะจับจุดอ่อนเขามาเล่นได้อีกหนึ่งอย่างแล้ว จุดอ่อนที่น่าอับอายสำหรับการเป็นผู้ชายเสียด้วย

ไอ้หมีแบดบอย...บ้าจริง

แล้วที่บ้าบอที่สุดคือเขาก็ดันไปไม่เป็นกับยองอุนเวอร์ชั่นนี้เลย แม่ง เมื่อไหร่หน้าจะหยุดแดงเนี่ย !!

 

 

มนตราแห่งยามค่ำคืนติดตรึงอยู่กับฝ่ายที่ถูกทิ้งไว้นอกบ้าน กลิ่นหอมละมุนของแป้งเด็กยังติดจมูก ในใจคังอินสับสนกับการกระทำที่กึ่งจะยั่วอีกฝ่ายกลายๆของตัวเอง เมื่อแรกออกมา เขาคิดว่าทันทีที่ได้เห็นหน้าหวานๆนั้นก็คงโกรธจนทะเลาะกันอีก แต่กลับกลายเป็นว่าเขาละมันไปเฉยๆ แถมยังนึกชอบใจกับความไร้เดียงสาของคนที่คงไม่เคยได้อยู่ใกล้ชิดชนิดเนื้อแนบเนื้อกับใครมาก่อนจนเผลอเล่นสนุกกับสีหน้าที่เดี๋ยวแดงเดี๋ยวอึดอัดนั้น

                ชอบใจ...คำที่แสนจะอันตรายสำหรับคนมีเป้าหมายเช่นเขา

คิมยองอุนไม่เหมือนคนอื่นๆในวงที่ก่อเรื่องมากมายโดยไม่ได้หวังอะไร

นอกจากความสนุกสะใจไปวันๆ เขาคิดไปไกลกว่านั้นมาก

ชายหนุ่มกำลังอดทนรอคอย รอให้ซูเปอร์จูเนียร์ดังยิ่งกว่านี้ เกาะติดกระแสมากกว่านี้จนมีอำนาจในการต่อรองกับค่าย เมื่อนั้นอีกสิบสองคนที่ไร้ประโยชน์ก็จะถูกสลัดทิ้ง เหลือเพียงคิมยองอุนคนเดียวที่จะผงาด กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ไม่มีใครเทียบ และเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ไม่สมควรอย่างยิ่งที่เขาจะเกิดคำว่าชอบใจ...กับใครคนใดก็ตามในสิบสองคน 

                ปาร์คจองซูกำลังจะทำให้เรื่องทุกอย่างยุ่งยากขึ้นเมื่อหัวใจคังอินมันปฏิเสธว่าสายเกินไปแล้วที่จะกลับมาเกลียดชังดูแคลนเช่นแต่ก่อน น้ำใจงดงามของอีกฝ่ายค่อยๆชำระล้างโคลนตมมืดดำออกไป  

                คังอินควรจะทำอย่างไรดี  

ยอมรับความเปลี่ยนแปลงนี้หรือตัดทุกอย่างทิ้งเสียก่อนที่จะถลำลึกจนเกินเยียวยา

 

ปีกนางฟ้ากำลังรัดรึงหัวใจเขา...อย่างช้าๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #980 seage (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 01:16
    เยยย่ สนุกมากก ไรเตอร์กลับมาแล้วคิดถึงเรื่องนี้สุดๆ ขอบคุณที่กลับมา ยังติดตามอยู่นะคะ
    #980
    0