[Super Junior] :: Problem Child :: (SJ-KangTeuk feat. All members)

ตอนที่ 54 : Problem Child 12 #Reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    1 ก.พ. 61

          สวัสดีค่ะ Psyche เองนะคะ หายไปนานมากๆๆๆๆๆเลย ต้องขอโทษทุกๆคนด้วย เพราะว่าตอนนี้ก็โตขึ้น เรียนจบแล้ว ทำงานแล้ว จนกระทั่งกลับมาเรียนต่อโทอยู่ตอนนี้ เลยทำให้เวลาที่จะแต่งฟิค ติดตามศิลปินหายไปเกือบหมดเลย (แต่ยังรักเอสเจอยู่เสมอนะ ;P) 

          เรื่องของเรื่องคือ #SS7inBKK เพิ่งจะผ่านไปใช่มั้ยคะ ปกติก็ไม่เคยพลาดเลย มีครั้งนี้แหละที่อยู่ตปท. นี่ก็ดีดดิ้นมากอยากจะไปอยู่ตรงนั้น พอตามดูพวกแฟนแคมแล้วก็คิดถึงช่วงเวลาดีๆมากๆ เพราะเราชอบมาตั้งแต่สมัยม.ต้น เรียกได้ว่าเอสเจอยู่ในทุกช่วงชีวิตของเราจริงๆ ผ่านมากับเค้าทั้งหมดทั้งสุขและทุกข์ เลยรู้สึกอยากเอาเรื่องเก่าๆขึ้นมาอัพอีกครั้ง บวกกับมีคนนึงในทวิตส่งมาหาเราถามว่าจะยังรีอัพต่อให้จบอยู่รึเปล่า บอกตามตรงว่าทั้งตกใจแล้วก็ดีใจมากเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะยังมีคนรอติดตามอยู่ 

          วันนี้พอจะว่างๆไม่มีเรียนเลยไปค้น Harddisk มาอัพให้ต่อจากที่อัพค้างไว้นะคะ (ดีมากๆที่เอาติดมาที่นี่ด้วย) หวังว่าทุกคนที่ย้อนกลับมาอ่านอีกครั้ง หรือจะเป็นนักอ่านใหม่ที่เพิ่งเคยเห็นฟิคเรื่องนี้จะย้อนกลับไปคิดถึงช่วงเวลาดีๆของเอสเจด้วยกันนะคะ 

          ปล. เรื่องนี้เป็นฟิคอิงวงนะคะ ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่เอสเจเพิ่งเริ่มต้นเดบิวต์เลย ไทม์ไลน์อยู่ในช่วง 2005-2007 ราวๆนั้น แม้แต่สรรพนามในเรื่องบางคนก็อาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำเพราะมันนานมากจริงๆ เนื้อหาอาจจะรุนแรงต่อจิตใจนิดหน่อย แต่จบลงด้วยดีนะ :)


Problem Child 12 #Reup

 

 

 ห้องซ้อมใหญ่ของบริษัทแน่นขนัดเมื่อเด็กหนุ่มถึงสิบสามคนกำลังออกท่าทางไปตามจังหวะเพลงเต็มที่ วอลเปเปอร์ลายท้องฟ้าแต้มเมฆขาวถูกชักขึ้นเปิดทางให้กับกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่ถึงสามด้านของห้อง อำนวยความสะดวกในการสำรวจท่าเต้นของตนเอง


เด็กหนุ่มร่างเล็กนิ่วหน้า เคลื่อนตัวอย่างเก้ๆกังๆเมื่อสเต็ปเพลงใหม่ยากเกินกว่าที่เขาจะทำความเข้าใจได้ เหลือบมองไปด้านข้างสมาชิกคนอื่นต่างก็ไม่มีปัญหาส่งให้ใจยิ่งเสียลง


และแล้วเขาก็พลาด

ไม่มีคำว่าล้มแล้วลุกสำหรับซูเปอร์จูเนียร์ แต่บุคคลนั้นจะถูกเหยียบซ้ำจมดิน ไม่มีโอกาสได้หายใจอีกต่อไป


คิมรยออุก เต้นให้มันดีๆหน่อยสิ เคยซ้อมมาบ้างหรือเปล่าหา!!”


ฮีชอลตวาดอย่างสุดกลั้นเมื่อเห็นว่าจังหวะการเต้นต้องสะดุดลงเพียงเพราะน้องชายตัวเล็กเป็นครั้งที่สาม เสียงเพลงหนักแน่นจากวิทยุถูกกดปิดพร้อมกับที่สมาชิกคนอื่นถอนหายใจเซ็งๆ แยกย้ายกันไปนั่งพักตามมุมห้อง


ขอโทษครับ หนุ่มร่างเล็กก้มหน้า


คนอายุมากกว่าเขวี้ยงผ้าขนหนูที่พันศีรษะไว้ลงกับพื้น ขยี้ปลายจมูกจนขึ้นสีก่ำ


ขอโทษแล้วมันหายไหม ต้องเอาใหม่มากี่รอบแล้ว นายคิดว่าคนอื่นเขาสนุกนักกับการเต้นซ้ำๆอยู่กับที่เพียงเพราะคนๆเดียวที่มันไม่ได้เรื่องหรือไง

ผมขอโทษแล้วไงครับ


รยออุกไม่มีอารมณ์ปั้นหน้าตาหรือน้ำเสียงให้ฟังอ่อนแอแต่อย่างใดนอกจากย้ำคำซ้ำๆเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง


คิมรยออุก!!

ครับ

นาย!

พอได้แล้วฮีชอล พักก่อนก็ได้ ยังมีเวลาซ้อมอีกตั้งนาน อย่าใส่อารมณ์ให้มากนักเลย


ในที่สุดทั้งด้วยตำแหน่งหัวหน้าวงและความสงสาร อีทึกก็ต้องยื่นมือเข้าช่วยไม่ให้คนเป็นน้องถูกพายุอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนักของเพื่อนโหมใส่จนกระเด็นไปก่อน...โดยการรับพายุนั้นมาไว้กับตัวเสียเอง


คิมฮีชอลสะบัดหน้ามาจ้องเขม็ง


แล้วนายจะทำไม เต้นแทนมันไหมล่ะ เอาใหม่มากี่รอบแล้วกะไอ้ท่อนเดิมๆเนี่ย วันนี้มันจะได้ถึงไหน เกินหนึ่งนาทีหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย แล้วมันยังมาทำเสียงแข็งอีก

รยออุกถนัดร้อง ไม่ใช่เต้น นายก็ต้องให้เวลาน้องบ้าง เขาพยายามอธิบาย

นั่นไม่ใช่เหตุผลของการที่เต้นผิดซ้ำๆซากๆมากกว่าสามรอบนะจองซู มันต้องมีพัฒนาการบ้าง ไอ้แบบนี้มันแสดงถึงความไม่เอาใจใส่มากกว่า


ริมฝีปากเชือดเฉือน สายตาก็จิกแทงไปทางคนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้อง


แบบนี้อย่าหวังจะขึ้นแสดงเลย เดินไม่ให้ตกบันไดหลังเวทีได้ก็เก่งแล้ว

เอาน่าๆ คนเรามันผิดพลาดกันได้ นายก็ใจเย็นๆหน่อย ซ้อมบ่อยเข้าเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเองนั่นแหละ เจ้าของฉายาซินเดอเรลล่าทำเสียงหึในจมูก

ก็เป็นซะอย่างนี้ อ่อนไปหมดทุกเรื่อง คอยดูเถอะ ถ้าวันจริงแล้วมันล่มขึ้นมาฉันจะหัวเราะให้ ถึงวันนั้นก็อย่าลืมยื่นหัวมาแสดงความรับผิดชอบแทนเด็กงี่เง่าบางคนด้วยละกันปาร์คจองซู ฉันไม่ยุ่งด้วยแล้ว   


พายุลูกใหญ่หอบพัดตัวเองออกไปจากห้องด้วยความเร็วและความแรงสูงจนน่ากลัวว่าข้างนอกอาจจะกระจุยกระจายไม่เหลือซาก อีทึกถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าไปหาต้นเหตุของเรื่อง ตบบ่าบอบบางพอกับตัวเองเบาๆ


อย่าถือพี่เขาเลยนะ มันหงุดหงิดอารมณ์เสียง่าย ใจจริงไม่ได้มีอะไรหรอก ปากร้ายไปอย่างนั้นเอง

.........................ไม่ตอบเพราะไม่อยากตอบแต่พี่ชายก็ยังเซ้าซี้

นายอยากให้พี่ช่วยสอนท่าให้ไหม

ไม่ต้องครับ

แต่ว่า...

ผมไม่เป็นไร พี่ไปดูคนอื่นเถอะ


รยออุกปฏิเสธความช่วยเหลือนั้นโดยไม่คิดรักษาน้ำใจ รู้ตัวว่าถ้าขืนลองพูดต่ออีกไม่เกินสองประโยคภาคปีศาจร้ายของตัวเองได้แล่นออกมาโชว์ให้ประจักษ์เป็นขวัญตาแก่ทุกคนในห้องซ้อมแน่


เด็กหนุ่มเบี่ยงตัวออกก้าวยาวๆไปซุกตัวอยู่ที่มุมหนึ่ง ทิ้งให้คนหวังดียืนคว้างอยู่กลางห้อง นางฟ้าแห่งเอสเจยกมือขึ้นลูบปอยผมข้างแก้ม หมุนตัวไปมาเก้อๆท่ามกลางสายตาเฉยชาของสมาชิก สุดท้ายเมื่อไม่รู้จะทู่ซี้ยืนคนเดียวไปทำไมเจ้าตัวก็เดินเหี่ยวๆไปนั่งพิงกระจกเงาด้านหนึ่ง งอขาขึ้นมากอด ก้มหน้าจนคางชิดหัวเข่าแล้วโยกตัวไปมา ท่าทางลอยๆที่เห็นจากการสะท้อนของกระจกทั่วทั้งห้องทำให้คนบางคนซึ่งกำลังนั่งเล่นหมวกของตัวเองอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมอง


คังอินสูดลมหายใจลึกกับภาพที่เห็น


ไหล่บางเบียดชิดเหมือนพยายามจะห่อร่างทั้งร่างให้เล็กที่สุด กอปรกับผิวแก้มใสเนียน  เนียน...เกินกว่าจะเป็นบุคคลที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางแสงไฟแรงสูงและเครื่องสำอางประทินหนาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง


            อีทึกเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้สึกได้ว่ากำลังถูกจับตามอง ดวงตาหวานสบกับของดวงตาคมกริบของน้องชายก่อนหน้าก้มหน้าอีกครั้ง ปิดบังความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าและความรู้สึกในเบื้องลึกบางประการ  


ไม่ใช่!!


            คังอินกระซิบในใจ


เงาที่สะท้อนในแก้วตาของเขา ณ วินาทีนี้ไม่ใช่หัวหน้าวงซูเปอร์จูเนียร์ที่เจ้ากี้เจ้าการจนเขาชักจะหวั่นไหว ไม่ใช่นางฟ้าแห่งวงการเพลงคนเดียวกับที่หลับตายิ้มเบิกบานในธรรมชาติรอบกายเมื่อคืนก่อนนั้น อัญมณีสีสวยในแววตาอันเคยเปล่งประกายไม่ท้อแท้สื่อถึงหลายสิ่ง ลมหายใจคนเป็นน้องกระตุกกับความหมายที่แปลความออกมาได้


            ไร้บ้าน...ไร้ครอบครัว...ไร้ที่พักพิง  


            ปาร์คจองซูคนตรงหน้านี้ก็เป็นแค่เด็กน้อยหลงทางคนหนึ่งเท่านั้นเอง

 

 


ฟุ่บ!!

สัมผัสสากๆนุ่มๆของอะไรบางอย่างหล่นมาครอบศีรษะกลม กลิ่นหอมสะอาดทว่าชื้นเหงื่อจางๆทำให้พอจะเดาได้ว่าเป็นผ้าขนหนู มือเรียวตะปบไว้ก่อนจะดึงออกจากหน้ามาถือไว้ในมืออย่างงงๆ หันไปยังทิศทางที่มันลอยมาก่อนจะอ้าปากค้าง


เช็ดซะสิ เหงื่อออกจะหมดตัวอยู่แล้ว


ใครจะนึกว่าคิมจงอุนคือบุคคลนั้น


พี่ชายก้อนเมฆนั่งพิงกระจกเงาอยู่ข้างๆห่างไปไม่ถึงสองเมตร กำลังหันใบหน้าเย็นชามาที่เขา เรือนร่างกำยำชื้นเหงื่อเช่นเดียวกันหากไม่มีร่องรอยของผ้าซับใดๆอยู่ในระยะใกล้ตัว


ดวงหน้าเรียวตอบก้มลงมองก้อนสีขาวที่อยู่ในมือตัวเอง


ทำไม รังเกียจหรือยังไง เสียงชักห้วนทำให้คนเป็นน้องสะดุ้ง

ปละ เปล่าครับ เปล่า

ก็เช็ดซะ

ครับ


พูดพลางมือก็ยกผ้าขนหนูขึ้นซับหน้าอย่างเกร็งๆระคนไม่เข้าใจ ผ้ามันก็...สะอาดดีอยู่หรอก แต่ที่แปลกใจคือจุดประสงค์ของผู้ให้ต่างหาก


คิมจงอุน...คิมรยออุก

เยซอง...รยออุก

สมาชิกลำดับสี่...สมาชิกลำดับสิบเอ็ด


ดูยังไงก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม รยออุกไม่เคยตีรวนใส่พี่ชายคนนี้ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่พยายามทำตัวสนิทสนมหรือพูดคุยด้วยแม้แต่ครั้งเดียว จะว่ารู้จักแค่หน้าก็ไม่ผิดนัก


ความสงสัยมากขึ้นจนอยากจะกลั่นกรองออกมาเป็นคำถามทว่ามันก็สายเกินไปเสียแล้ว คนถือผ้ายิ่งงงหนัก


โยนผ้ามาครอบหัวรยออุกเสร็จ เยซองก็นั่งหลับตาพริ้ม เอนศีรษะไปด้านหลังเล็กน้อย ทำสมาธิเข้าสู่โลกส่วนตัวไปโดยไม่ได้คิดกลับมาสนใจคนที่ถูกทิ้งไว้ในโลกแห่งความเป็นจริงอีก


ลมเพลมพัดดีแท้


            ถึงกระนั้นรอยยิ้มบางก็ถูกวาดขึ้นบนริมฝีปากเฉียบ ความเหน็ดเหนื่อยอ้อนล้าและท้อใจปลิวหายไปกว่าครึ่ง มือเรียวกำผ้าแล้วก็คลี่ออกแล้วก็กำอยู่อย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมา


ช่างเถอะ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ เขาก็จะขอตีความหมายว่ามันเป็น น้ำใจเล็กๆน้อยๆที่จะไม่มีวันลืม  ปลายผ้าขาวช่วยเหนี่ยวรั้งความคิดที่จะออกจากวงให้สิ้นเรื่องสิ้นราวออกไปอีกพักหนึ่ง 


ใบหน้าเล็กหันไปทางคนที่ยังหลับตาพริ้ม พึมพำคำพูดแผ่วเบา


 “ขอบคุณครับ พี่จงอุน


ไม่มีถ้อยคำใดโต้ตอบกลับ ทว่ารอยกระตุกที่มุมปากหยักนั้นทำให้เด็กหนุ่มได้รับรู้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจมัน


คิมรยออุกนั่งก้มหน้า ลอบยิ้ม

คำขอบคุณอย่างจริงใจครั้งแรกของเขาต่อสมาชิกในวง...ก็ให้ความรู้สึกที่ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่นักหรอก

 


 

ฮีชอลกระแทกฝีเท้าปังๆไปตามทางเดิน ไม่ปกปิดอารมณ์ขุ่นมัวภายในของตน ตาโตแฝงแววดุกราดจิกไปทั่วจนคนที่เดินผ่านไปมาต้องหลบวูบ ไม่กล้าสบตา และเจ้าตัวเองก็ไม่คิดจะใส่ใจ


นักร้องหนุ่มยังคงหมกมุ่นกับการก่นด่ารุ่นน้องในวง


รำคาญโว้ย เด็กเวร ไอ้งี่เง่า ไอ้อ่อน เต้นไม่ได้แล้วยังจะมาทำหน้าตายใส่อีก อยากจะต่อยลงไปบนโหนกแก้มสูงๆนั่นซักที มันจะได้หายอวดดีขึ้นมาบ้าง


นางพญาแห่งซูเปอร์จูเนียร์มุ่งตรงไปที่ลิฟท์มุมสุดของชั้น จุดมุ่งหมายคือการลงไปสูบบุหรี่ดับเครียดซักตัว  นิ้วชี้ยาวเรียวจิ้มไปที่ปุ่มกลมๆ ไม่นานประตูเหล็กสีเงินด้านก็เปิดออก นัยน์ตาคมสวยแม้จะปราศจากอายไลเนอร์เบิกกว้างก่อนจะหรี่ลง แสยะรอยยิ้มทักทายเมื่อบุคคลที่เพิ่งก้าวออกมานั้นเป็นคนที่รู้จักดี


หึ วันดีจริงๆ แต่ละคนที่เจอ


สวัสดีครับพี่โซรี ไม่ได้เจอกันนานนะ พาใครมาด้วยเนี่ยหน้าตาคุ้นๆ


ฮีชอลตวัดสายตาไปที่เด็กหญิงตัวผอมซึ่งหลบอยู่ข้างหลังเจ้าของชื่อ แม้หน้าคนปราศรัยจะมีรอยยิ้มฉาบอยู่หากคนฟังดูไม่ได้ยินดีไปด้วยซักนิด กลับกัน มันมีทั้งความตระหนกและหวาดกลัว


ซึ่งชายหนุ่มก็ต้องการให้เป็นเช่นนั้น


ฮะ ฮีชอลอา

ยังจำชื่อผมได้ด้วย ดีใจจัง ความเย็นค่อยเพิ่มมากขึ้นน้ำเสียง

น่าเสียดายนะครับที่วงผมไม่ ร่วงไปอย่างที่พี่แช่งไว้ และดูถ้าว่าคงจะอยู่ไปได้อีกนาน  


หญิงสาวหน้าซีด ระล่ำระลัก


พะ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะหมายความอย่างนั้น

ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ว่ายังไงครับพี่ เด็กใหม่เทรนด์ดีไหม อยากให้ผมไปช่วยหรือเปล่า ประกายตายามจับจ้องศิลปินฝึกหัดรุ่นน้องมาดร้าย 

ไม่ ไม่เป็นไรหรอก จูฮยอน ลาพี่เขาเสียสิ จะได้ไปฝึกต่อนะ


ซอจูฮยอนคือเด็กฝึกหัดในความดูแลของหล่อน เนื้อเสียงหวานใสทำให้มีแววว่าจะไปได้ไกล จะไม่ยอมให้อนาคตอันสดใสต้องมาดับลงด้วยน้ำมือของพวกเด็กมีปัญหาเด็ดขาด


แม่หนูโค้งตัวต่ำหากคนเป็นรุ่นพี่มองเมินไม่เหลียวแล ฮีชอลเบนสายตามาที่ซงโซรี...สต๊าฟในบริษัทเอสเอ็ม เอนเตอร์เมนเม้นท์อีกครั้ง    


ดูแลดีเหลือเกินนะครับ นั่นสิ ก็ลูกรักนี่ไม่ใช่ลูกชังอย่างพวกผม อย่าเผลอก็แล้วกัน ไม่งั้นล่ะก็...  


รอยยิ้มร้ายกับท่าทางที่ปล่อยของในอากาศตกจากมือเป็นสิ่งสุดท้ายที่สองสาวต่างวัยทันได้เห็นก่อนประตูลิฟท์จะปิดลง

ซงโซรีถอนหายใจหมดแรง กระชับมือเล็กๆของเด็กหญิงแน่นขึ้นอีกตามอารมณ์หวั่นไหว หล่อนรู้ รู้ดีทีเดียวว่าคิมฮีชอลยังไม่เคยลืมเรื่องราวแต่หนหลังและเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นอยู่ตลอดเวลา


ความผิดเกิดขึ้นจากหล่อนเอง หล่อนเพียงคนเดียวเท่านั้น


สรุปแล้วโปรดิวเซอร์จะดูแลสิบสองคนนั่นจริงๆเหรอ

ก็คงอย่างนั้นแหละ ไม่มีทางไปแล้วนี่ คนโตสุดก็ตั้งยี่สิบสามเข้าไปแล้ว นานกว่านี้ก็ขายไม่ออกแล้วล่ะ

แล้วมันจะไปรอดเร้อ คงอยู่ได้ไม่นาน

แหม ผู้ใหญ่เขาก็คงคิดๆไว้อยู่แล้วล่ะ ก็เพราะมันจะไปไม่รอดแน่ๆน่ะสิ เลยจับพวกตัวเอ้ๆมารวมๆกันแล้วส่งเดบิวต์รอบเดียวไปซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว จะได้ไม่ต้องมีปัญหาตกค้างอะไรในค่ายอีก ถ้ามันรุ่งก็ได้เงิน แต่ถ้าดับ...ก็จบกัน บริษัทก็โล่ง หมดตัวปัญหา ง่ายจะตาย


ซงโซรีเอ่ยขึ้นด้วยความสนุกปาก สำหรับปลายปี 2005 นี้คงไม่มีเหตุการณ์ใดน่าตื่นเต้นและตื่นตระหนกสำหรับคนในค่ายเอสเอ็ม เอนเตอร์เทน เม้นท์มากไปกว่าการเดบิวต์ของเด็กหนุ่มสิบสองคน

สิบสองคนที่ได้ชื่อว่าอยู่ในโปรเจกต์ของเด็กฝึกหัดที่ไม่มีใครต้องการ  


บ้าน่า คิดอะไรในแง่ร้ายแบบนั้น สงสารเด็ก...เหมือนไปแช่งซะอย่างนั้นแหละ

โอย เห็นแต่ละคนแล้วยังจะหวังให้รุ่งอะไรอีกล่ะมินจี เมื่อกี้เธอก็พูดอยู่หยกๆว่าจะไปรอดเหรอ ไม่ไปต่อยกันตายตั้งแต่เดบิวต์วันแรกก็บุญเท่าไหร่แล้ว รู้ไหมว่าวันนั้นน่ะเปิดทีวีดูกันทั้งค่าย  ลุ้นกันแทบตาย

พวกเธอก็พูดเกินไป ฉันว่าเด็กพวกนั้นก็แสดงเก่งกันดีออก เต้นพร้อมกันเชียว

ตีสองหน้าล่ะสิไม่ว่า เธอก็เห็นๆอยู่ว่าเวลาเป็นเด็กฝึกหัดมันมีปัญหากันขนาดไหน หาเรื่องกันได้ไม่เว้นวัน อยากรู้จริงๆเลยใครเป็นคนคัดเด็กพวกนั้นเข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัดในเอสเอ็ม ตาบอดหรือตาถั่วไม่รู้จะว่ายังไงดะ...อ๊ะ...ฮีชอล


สตาฟสาวมองข้ามไหล่บอบบางของเพื่อนไปแล้วก็เบิกตาโต ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อพบว่าบทสนทนากับเพื่อนสาวสองคนไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป


หนึ่งในหัวข้อสนทนาของหล่อนกำลังยืนกอดอกพิงผนัง ส่งสายตาเย็นเยียบมุ่งตรงมาแทบไม่กะพริบ มุมปากแดงกระตุกขึ้นข้างเดียวเหมือนเวลาที่เจ้าตัวโกรธถึงขีดสุด


ขอบคุณสำหรับคำชมเชยนะครับ แล้วพวกผมจะนำไปปรับปรุง


นับเป็นความเยือกเย็นอย่างที่สุดสำหรับบุคคลเช่นคิมฮีชอล  


เด็กหนุ่มร่างเพรียวบางที่อารมณ์ร้อนดั่งไฟ พร้อมที่จะเผาผลาญทำลายล้างไม่ขวางหน้า หากคราวนี้สัญชาตญาณในส่วนลึกมันกระซิบบอก


ไม่ใช่หรอก


ถึงจะนิ่งแต่เขากำลังโกรธ โกรธยิ่งกว่าครั้งไหนๆที่เคยเป็นมา โกรธจนเข้าใกล้จุดเยือกแข็ง เกินกำแพงของสีแดงส้มไปเสียแล้ว

อัคคีที่ร้อนที่สุด...ไฟสีน้ำเงิน  



จากนั้นคนที่เด็กที่สุดก็มองกวาดเรียงคน ดุจจะสลักลึกลงไปถึงจิตวิญญาณแล้วจึงหันหลังกลับไปเงียบๆ ไม่เคยปริปากพูดถึงและไม่เคยมองหน้าคนพูดอีกเลย หล่อนและเพื่อนเสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้นมาโดยตลอดแม้จะล่วงเลยมาจนจะครบปี


ความไม่รู้จักคิดในครานั้นก่อเกิดรอยร้าวอันยากจะลบเลือน

 



 

สายลมโชยพัดนำพาใบไม้ที่โชคร้ายให้ลอยไปทางอื่นหลังจากที่ถูกบดขยี้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ความรู้สึกโกรธเคืองขุ่นแค้นยังคงตามติดแม้ว่าเขาจะออกจากลิฟต์มาแล้วและกำลังยืนรับลมอยู่หลังบริษัท พื้นที่ที่ยื่นออกมาจากอาคารสีเหลืองอ่อนค่อนข้างใกล้กับถนนข้างตึกทว่าเข็มนาฬิกาที่อยู่เลขสิบกว่าๆก็พอจะเป็นหลักประกันได้ว่าครูบาอาจารย์คงไม่ปล่อยพวกเด็กนักเรียนไร้สาระให้มาตามตื๊อตามกรี๊ดเขาในยามนี้  


ยามที่ไม่มีอารมณ์จะปั้นหน้าให้ใครดูทั้งนั้น


ฮีชอลอัดบุหรี่เข้าสู่ปอดอย่างรุนแรง ก่อนจะพรูควันสีขาวออกมาทางริมฝีปากบาง


แค่คิดถึงหน้าผู้หญิงปากเสียคนนั้นเขาก็ของขึ้นจนทนไม่ไหว ผ่านไปเกือบปีหากถ้อยคำร้ายกาจในวันนั้นยังแจ่มชัด อยากจะกระแทกหน้าเข้าไปซักหมัดแต่ด้วยความที่เติบโตขึ้น โลกแห่งมายาและเสียงเพลงสอนชายหนุ่มว่าการกระทำโดยตรงไม่บังเกิดผลดี สายตาและวาจา...จึงเป็นสิ่งที่คิมฮีชอลชอบใช้ยามต้องการทำร้ายใครซักคน


ปัง!!


เสียงปิดประตูดังๆอย่างไร้มารยาทตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นมาจากด้านหน้าทำให้คนที่กำลังต้องการความเงียบเงยหน้าขึ้นมองตาขวาง


ขายาวทั้งห้าคู่กำลังก้าวมาจากตัวตึกด้านหลังที่เชื่อมกับตึกใหญ่เอสเอ็มผ่านตรงส่วนกลางซึ่งเป็นพื้นที่โล่งมุ่งหน้าตรงมาทางนี้  เสียงฝีเท้าดังสนั่นไม่เกรงใจใคร และเพียงไม่นานยูโนว์ยุนโฮก็เป็นเทพเจ้าองค์แรกที่สังเกตเห็นเขา


ทำไมมายืนคนเดียว ไม่มีใครเอาแล้วเหรอครับ


เพียงประโยคแรกเส้นประสาทที่ขมับก็กระตุก

มันดวงซวยอะไรกันนะ เข้าบริษัทแต่ละทีไม่เจอไอ้ผีนรกพวกนี้บ้างจะได้ไหม...?


ฉันจะยืนตรงไหนก็ไม่ใช่เรื่องของนายเลย สอดรู้สอดเห็นน่ะมันไม่ใช่ลักษณะนิสัยของผู้ชายหรอกนะจองยุนโฮ อ๊ะ หรือนายไม่ใช่อยู่แล้ว อืมๆ เวลาเต้นก็พอจะเห็นอยู่นิดหน่อย ถ้าอย่างนั้นก็อย่าไปเผลอเปิดเผยตัวตนที่ไหนเข้าล่ะ จะเสียหายกันไปหมด  


ฮีชอลย้อนกลับด้วยรอยยิ้มข่มความหงุดหงิดเอาไว้ สายตาท้าทาย

คนถูกกล่าวหาว่าไม่ใช่ชายแท้หน้าแดงก่ำ ขณะที่คนสวยอีกคนของวงหลุดหัวเราะพรืด...ยองอุงแจจุงจะสะใจที่สุดหากมีใครไปสะกิดหัวหน้าวงคนขรึมได้แล้วตอนนี้คิมฮีชอลแห่งซูเปอร์จูเนียร์ก็ทำสำเร็จแล้วเสียด้วย


พี่...

ว่าไง ไม่ต้องกลัวฉันจะไปบอกคนอื่นหรอกนะ วางใจได้


ท่าทางประดุจพี่ชายที่แสนดีไม่ได้ทำให้ยุนโฮอารมณ์เย็นลง ชายหนุ่มถลาเข้าหาคนอายุมากกว่า เงื้อมือขึ้นซึ่งก็เข้าทางคนอยากมีเรื่องอีกคนที่ยืนตาเป็นประกายเตรียมตั้งรับ  ทว่ามือขาวเรียวไม่แพ้ของเขาเอื้อมมารั้งข้อมือใหญ่ไว้...เรี่ยวแรงนั้นมากผิดกับรูปลักษณ์ภายนอกโดยสิ้นเชิง


อย่าบ้าไปหน่อยเลยน่า พี่ใหญ่หากแต่ไม่ได้รับตำแหน่งหัวหน้าวงตะคอก

“ปล่อยฉัน”

ปล่อยให้โง่เรอะ นี่มันนอกบริษัทนะ ใช้หัวคิดหน่อย สงบสติซะ เสียเวลามามากแล้ว ไป!”


โดยไม่รอฟังคำตอบ แจจุงกระชับแขนหัวหน้าวงตัวเองออกแรงลากให้เดินไปข้างหน้า คนเป็นน้องฮึดฮัดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายก็ลงกับพื้นดินข้างตัว


โว้ยยย”  


ยุนโฮวาดปลายเท้าเตะก้อนสีน้ำตาลจนฝุ่นกระจายแล้วจึงโดนดึงหายลับไปในประตูที่ฮีชอลเพิ่งออกมา หนุ่มหน้าสวยเลิกคิ้วกับอีกสามสมาชิกที่ถูกทิ้งไว้โดยไม่ทันตั้งตัว มิกกี้ยูชอนยักไหล่ เดินล้วงกระเป๋าตามไปติดๆ ตบท้ายด้วยชิมชางมินกับหูฟังเสียบใส่หู โวลลุ่มสูงสุดจนดังออกมาข้างนอก...น้องเล็กทงบังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ และคาดว่าคงไม่ได้ยินเสียด้วยซ้ำว่าพวกพี่ๆหยุดคุยเรื่องอะไรกัน เหลือแต่คนสุดท้าย  ซีอาจุนซูโค้งให้เขาเร็วๆแล้วจึงวิ่งตามคนอื่นๆเข้าไปในตึก


และแล้วความเงียบสงบก็กลับคืนมาสู่คิมฮีชอลแห่งซูเปอร์จูเนียร์อีกครั้ง


ครั้งแรกที่เขาชนะจองยุนโฮอย่างขาดลอยภายในเวลาอันสั้น



คนที่คิดว่าตัวเองสุดแสนจะโชคร้ายถอนหายใจแรงๆ นัยน์ตาขุ่นขวาง  ชายหนุ่มทิ้งก้านบุหรี่ที่สูบไปยังไม่ถึงครึ่งลงกับพื้น  ขยี้ด้วยปลายรองเท้าจนกระทั่งสีแดงจากปลายมวนวาบหายไปกลายเป็นเพียงเศษขี้เถ้า

ชนะไปหนึ่งยกก็ใช่ว่าเขาจะอารมณ์ดีขึ้น จะมีมารตัวไหนมาลองใจเขาอีกไหมเนี่ยตอนนี้บุหร่งบุหรี่อะไรก็เอาไม่อยู่แล้วทั้งนั้นแหละ

หงุดหงิดโว้ย

 



 

รถแวนสีดำติดฟิล์มมืดทั้งสองคันแล่นตามกันไปบนถนนสายหลักในโซล สรุปแล้วการเข้าบริษัทในเช้าวันนั้นก็กลับกลายเป็นการเอาเวลามาทิ้งเสียเปล่าเมื่อคิมฮีชอลหายจ้อยไม่กลับมาอีกขณะที่คิมรยออุกก็นั่งหมกมุ่นอยู่กับผ้าขนหนูสีขาว  เมื่อเห็นดังนั้นลีดเดอร์หน้าสวยจึงตัดสินใจได้ว่าอยู่ต่อไปก็ไร้ประโยชน์


อีทึกเหลือบสายตามองผู้ร่วมโดยสารแต่ละคนภายในคันของตนอย่างเงียบๆพลางคิดว่าคันหลังจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า


คิมฮีชอล คิมยองอุน ชินดงฮี อีทงเฮและโจคยูฮยอน...น้องชายทั้งห้านั่งสงบปากสงบคำแผ่รังสีทะมึนไม่น่าคบหาออกมาเห็นเด่นชัดโดยเฉพาะคิมฮีชอลคนแรกทซึ่งนั่งอยู่เบาะข้างๆ สายตาที่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างติดฟิล์มดำมืดเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน และแปลความหมายของมันไม่ออก


ฮีชอล นายโอเคนะ


แทบอยากจะตบปากตัวเองเมื่อสิ่งที่คิดดันหลุดออกมาเป็นคำพูดเสียได้ ทว่าไม่นานอีทึกก็เปลี่ยนเป็นตกตะลึงเมื่อคนที่ปกติจะฟาดกลับมาด้วยถ้อยคำเจ็บๆกลับตอบสั้นง่ายได้ใจความเพียงแค่


อือ ไม่เป็นไร

งะ งั้นก็ดีแล้ว คนเริ่มคำถามพึมพำอย่างเกรงใจกับปฏิกิริยาที่ดูจะนุ่มนวลกว่าปกติ พลิกบทบาทจากฮาร์ดคอร์มาเป็นซอฟท์ๆแบบนี้ก็ทำเอาคนรับตั้งตัวไม่ทันเหมือนกัน


แปลก แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ...?


ชายหนุ่มเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ของตนให้เป็นปกติแล้วยักไหล่ ทำใจกับตัวเอง ถึงจะเป็นห่วงแต่เขาก็รู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาสมควรที่จะมาซักไซ้เอาความให้ได้อะไรขึ้นมา ขืนยุ่งมากเข้าจากที่เงียบๆจะกลายเป็นทอร์นาโดลูกใหญ่ไปซะเปล่า


            อารมณ์ของซูเปอร์จูเนียร์แปรปรวนได้ง่ายเสมอ 


ลีดเดอร์คนเก่งของวงไม่รู้ว่าภายในรถคันที่สอง บรรยากาศทะมึนก็เข้าครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ภายในรถไม่ต่างกัน อึนฮยอกนั่งยิ้มเย็น เล่นจ้องหน้ากับสมาชิกในวงอีกหกคนในรถอย่างไม่เดือดร้อนนัก คนอื่นหงุดหงิดจะเป็นจะตาย แต่ เขากลับอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก


            ก่อนที่พี่อีทึกจะลากตัวสมาชิกทุกคนกลับ  เด็กหนุ่มตัวขาวบังเอิญเดินผ่านห้องซ้อมของทงบังชินกิแล้วได้ยินยูโนว์ยุนโฮกำลังเล่นงานน้องชายเจ้าของสมญาเสียงปลาโลมาอยู่จนคนถูกเล่นงานหัวหดน้ำตาร่วง น้ำเสียงแหบๆสะอื้นฟังแทบไม่เป็นถ้อยคำ


ไม่รู้หรอกว่าหัวหน้าวงโรคจิตนั่นไปกินรังแตนมาจากไหน หากการกระทำอันนับเนื่องมาจากนั้นทำให้อีฮยอกแจมีความสุขอย่างที่สุด   


            ทำไมน่ะหรือ

เกลียด เขาเกลียดคิมจุนซูจนไม่อยากจะมองหน้า ไม่อยากแม้แต่จะได้ยินชื่อ เกลียดจนอยากให้อีกฝ่ายต้องเจ็บปวดเสียใจอย่างถึงที่สุด

แล้วทำไมถึงได้เกลียดนัก ทั้งที่เคยรักกันจะเป็นจะตาย


เคยฟังนิทานไหม...?


กาลครั้งหนึ่งมีเด็กชายสองคนวิ่งไล่ตามความฝันมาด้วยกัน พวกเขาสัญญาว่าจะก้าวไปพร้อมกัน ล้ม ลุก และพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยกัน แต่แล้วเด็กชายคนหนึ่งก็ทิ้งเด็กชายอีกคนหนึ่งไป...โดยไม่ไยดี

เด็กชายที่กำลังเติบโตเป็นเด็กหนุ่มสองคนนั้นมีชื่อว่าอีฮยอกแจและคิมจุนซู  

มองย้อนกลับไปทีไร เด็กหนุ่มแร็ปเปอร์ก็ทั้งผิดหวัง ทั้งเคียดแค้นเพื่อนรักที่เสียงแตกกลางคันระหว่างการเป็นเด็กฝึกหัด จนทำให้ตนเองต้องถูกเก็บตัวค้างในบริษัทเพราะต้นสังกัดนึกว่าเจ้าตัวอยากจะอยู่รอเดบิวต์พร้อมกับผู้เป็นเพื่อน


ริมฝีปากสีแดงบิดออกเป็นรอยยิ้มขมขื่นโดยไม่ทันรู้ตัว


ใช่ เขาเคยอยาก เคยฝันว่าเวทีของฮยอกแจและจุนซูเป็นเวทีเดียวกัน  แต่แล้วผลสุดท้ายมันก็เป็นแค่ฟองอากาศ  สิ่งที่เขาเห็นก็มีแต่ทงบังชินกิ ซีอาจุนซูและซูเปอร์จูเนียร์ อึนฮยอก


อึนฮยอก...ที่เดบิวต์หลังจุนซูนานนับปี   


ความเจ็บมันหยั่งรากลึก ทุกคนบอกแต่ให้เขารอ แล้วไอ้บ้าตัวนั้นมันเคยรอฮยอกแจไหม มีโอกาสมันก็ตีปีกสบาย ถีบหัวส่งเขาแล้วบินไปเป็นเทพเจ้าแห่งโลกตะวันออก


ยิ่งคิดอารมณ์ของเด็กหนุ่มก็ยิ่งโหมขึ้นสูง


ไม่เคยมีใครใส่ใจความเจ็บช้ำของคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง  ใบหน้าที่ต้องฝืนยิ้มแย้มทั้งๆที่ในใจร้องไห้จนแทบไร้น้ำตาในวันที่เห็นเพื่อนรักโดดเด่นอยู่ท่ามกลาง สปอตไลท์บนเวทีแจ่มจ้า ขณะที่เขาทำได้เพียงเปิดโทรทัศน์ดู...เป็นเพียงแค่ เงามืดอยู่หลังเวที


 

อีฮยอกแจผู้มีความเกลียดชังให้กับทุกสิ่งถือกำเนิดขึ้นในตอนนั้น



TBC. 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #991 meepung (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:12
    ดีใจที่มาอัพนะคะ เคยรอตอนอัพครั้งแรกเมื่อ 5 กว่าปีก่อนจำได้ว่าเข้ามารอทุกวันว่าจะอัพไหม กว่าจะอ่านจนจบใช้เวลาตั้งหลายปี
    อยากได้หนังสือ ไรท์จะรวมเล่มอีกไหมอ่ะคะ อยากได้จริงๆนะ รวมเล่มเถอะค่ะ (。•́︿•̀。)
    #991
    0
  2. #990 punpun3012 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:53
    ไรท์คะ เราแทบกรี๊ดตอนที่เห็นฟิคอัพ ฮือออออออออออ
    #990
    0
  3. #989 little-ship (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:40
    เย้ มาอัพแล้ว คิดถึงจังเลยค่ะ
    #989
    0
  4. #988 kangin (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:39
    เย่ๆๆๆอัพแล้วววว
    #มาอัพบ่อยๆๆน๊าาาา
    #988
    0