องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 53 : ราชทูตต่างแคว้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 395 ครั้ง
    10 ต.ค. 63

             *********************************


ภาพหิมะหนาที่ปกคลุมไปทั่ว ทำให้ผู้คนที่สัญจรไปมาเดินทางลำบากมากขึ้น 

“ทูล รัชทายาท ข้างหน้ามีหิมะหนามาก ไม่แน่ว่าจะฝ่าไปได้พะยะค่ะ”บุรุษหนุ่มบนหลังม้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ รับสั่งให้ทหารไปสำรวจเส้นทางว่ามีทางหลีกเลี่ยงได้หรือไม่ เพราะหากเป็นเพียงเขากับเหล่าทหาร ก็อาจจะฝืนฝ่าไปได้  แต่คนที่นั่งในรถม้ามาด้วย มีน้องสาวที่อ้อนขอเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ตามมาด้วย และเขาเองก็ใจอ่อนให้นางตามมา

“เสด็จพี่หยุดพักหรือเพคะ”น้ำเสียงหวานใสดุจแก้วเจียระไนดังรอดออกมา เหล่าทหารต่างทำสีหน้าเคลิบเคลิ้ม แต่พวกเขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อรัชทายาทปรายสายตามองมา 

“ข้างหน้ามีหิมะตกหนักมาก เกรงว่าจะฝ่าไปไม่ได้ พี่เลยให้คนไปสำรวจเส้นทางอื่น เผื่อหลีกเลี่ยงได้”

“น้องออกไปได้หรือไม่เพคะ”

“เจ้าเบื่อหรือ”

“เพคะ น้องอยู่แต่ในรถม้ามาตกจะสิบวันแล้ว ยังไม่ได้เห็นสภาพด้านนอกเลย ให้น้องออกไปนะเพคะ”องค์รัชทายาทหนาน หยางหมิง ครุ่นคิด สักครู่ก่อนอนุญาต 

ครู่ต่อมา ร่างระหงอันงดงามก็ก้าวออกมาจากรถม้า พวกทหารและองค์รักษ์รีบก้มหน้าจนแทบจะติดพื้นดิน เมื่อจับรัสมีพลังปราณของผู้เป็นนายที่ส่งออกมาเตือนพวกเขา

“จินเอ๋อร์ อากาศเย็นนัก เจ้าไหวหรือไม่”

“เสด็จพี่ แคว้นเราก็มีหิมะนะเพคะ ถึงจะน้อยกว่า แต่น้องก็เคยสัมผัสอากาศที่มีหิมะ เพราะฉะนั้น น้องไม่เป็นไรเพคะ แต่ไม่คิดว่าที่แคว้นหลี่จะมีหิมะตกหนักถึงเพียงนี้ แบบนี้การแข่งขันต้องยกเลิกไหมเพคะ”

ใช่แล้ว ชายหญิงคู่นี้เดินทางมาจากแคว้นหนาน ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแคว้นหลี่ 

บุรุษหนุ่มที่ดูเป็นผู้นำ มีนามว่า หนาน หยางหมิงทรงเป็นรัชทายาท 

ส่วนสตรีที่มีรูปโฉมงดงาม ดวงตากลมโต ดวงหน้าหวานซึ้ง รูปโฉมของนางสามารถฟาดฟันกับหลี่ฝูเหยาได้เลย

นางเป็นองค์หญิงของแคว้นหนาน  นามเต็มว่า หนาน จินเหมย ปีนี้ครบ สิบห้าชันษา 

“เจ้าจำที่พี่บอกได้หรือไม่”หยางหมิงกล่าวทวนข้อห้ามที่กล่าวเตือนนางก่อนจะออกจากวัง

ด้วยปัจจุบัน แคว้นหนานตกเป็นเมืองขึ้นของแคว้นหลี่

เช่นนั้นเขาไม่อาจล่วงเกินใครได้โดยง่าย

“เพคะ น้องจำได้ ห้ามล่วงเกินชินอ๋อง แต่เสด็จพี่ก็บอกว่าช่วงฤดูเหมันต์ชินอ๋องทรงกักตน น้องคงไม่เจอได้ง่ายหรอกเพคะ”

“พูดต่อ”

“เพคะ คนที่สอง ถ้าไม่นับฮ่องเต้กับฮองเฮาก็เป็นรัชทายาทอันหลินหลางกับว่าที่พระชายาอู๋หลิงซีใช่หรือไม่เพคะ”

“เจ้ากล่าวผิดแล้ว. หากไม่นับชินอ๋อง ที่คาดว่าคงไม่ปรากฏตัว คนที่เจ้าต้องเฝ้าระวังอย่าไปหาเรื่องนาง คือคุณหนูรองจวนตระกูลอัน”

“อย่างไรเล่าเพคะ นางไม่ใช่เชื้อพระวงศ์ เหตุใดต้องเฝ้าระวัง”

“พี่ไม่ได้กลัวนาง แต่เบื้องหลังของนางต่างหาก ตั้งแต่ที่รู้ว่างานประลองอสูรปีนี้จัดขึ้นที่แคว้นหลี่ พี่ก็ส่งคนมาสืบเรื่องราวที่นี่ไปบ้าง” หยางหมิงเล่าเรื่องราวที่เขาได้ฟังจากองค์รักษ์ข้างกายที่ตนส่งมาสืบให้น้องสาวฟัง 

จินเหมยที่ได้ยินเรื่องราวเหล่านั้นถึงกับตาโต 

“ที่แท้ชินอ๋องทรงปกป้องนางนี่เอง แต่น้องจะรู้ได้ยังไงเล่าเพคะ ว่านางคือคนไหน”

“ไม่ยากหรอก สังเกตคนไหนที่มีหน้ากากสีขาวปิดใบหน้า 

นางก็คือคนนั้น”

“เพคะ น้องจะจดจำไว้”นางรับคำพอๆกับทหารที่ส่งออกไปกลับมารายงานว่ามีเส้นทางที่สามารถเคลื่อนขบวนผ่านไปได้ 

แม้จะเสียเวลาสักเล็กน้อย แต่ก็ดีกว่าฝ่าหิมะที่หนาเตอะเข้าไป

“เจ้ากลับไปนั่งบนรถม้าได้แล้ว”จินเหมยพยักหน้า นางจึงหมุนกายกลับมาขึ้นรถม้าโดยมีสาวใช้ช่วยพยุงร่างของนาง เมื่อเห็นว่าน้องสาวเข้าไปในรถม้าเรียบร้อย หยางหมิงก็คลายแรงกดดัน เหล่าทหารถึงกับหน้าถอดสี เหตุใดจึงซวยขนาดนี้ 

“เร่งเดินทางต่อ อย่างไรก่อนค่ำวันนี้เราต้องเข้าเขตเมืองหลวงของแคว้นหลี่”

“พะยะค่ะ”


“นายหญิง มีคนมาเจ้าค่ะ เป็นยอดฝีมือผู้หนึ่ง แข็งแกร่งยิ่งนัก”เป่าเปากระซิบบอกเมื่อจับกระแสพลังปราณได้ 

“เป็นมิตรหรือศัตรู”อันลู่ว่างหมากล้อมในมือลง  มือบางเอื้อมหยิบหน้ากากสีขาวขึ้นมาสวมปิดบังใบหน้างาม

“น่าจะเป็นมิตรนะเจ้าคะ เปาเอ๋อร์จับกระแสพลังอย่างอื่นไม่เจอเลยเจ้าค่ะ”

“อืม เปาเอ๋อร์ เจ้านั่งอยู่เฉยๆ ปล่อยให้คนเข้ามา”เป่าเปาตัวน้อยในชุดสีฟ้าจึงนั่งลงข้างๆกับหญิงสาว 

อันลู่หยิบหมากมาวางลงบนกระดานอีกครั้งเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น 

พึ่บ! 

ร่างของชายชุดดำ พุ่งเข้ามาจากหน้าต่าง ไร้เงาองค์รักษ์ติดตาม อันลู่จึงค่อนข้างมั่นใจว่าคนผู้นี้ไม่ใช่ศัตรู หญิงสาวจึงผ่อนคลายลง 

“องค์..คุณหนู”ชายชุดดำรีบเปลี่ยนคำพูดเมื่อคิดถึงถ้อยคำของจ้าวหลงได้ 

‘กงจู่ มีผนึกความทรงจำ เจ้าจงไปดูแลนางแทนข้า ไม่ต้องบอกฐานะของเจ้า รวมทั้งไม่ต้องบอกเล่าถึงฐานะของนาง ยังไม่ใช่สิ่งที่นางสมควรรู้’

“เจ้าเป็นใคร”

“ข้าถูกคนผู้หนึ่งส่งมาคุ้มครองท่าน”คนชุดดำรับคำ

“ผู้ใดส่งเจ้ามา”

“ข้าไม่อาจบอกท่านได้  แต่ขอท่านมั่นใจ คนที่ส่งข้ามา ย่อมเป็นคนสุดท้ายที่จะทำร้ายท่าน”น้ำเสียงอีกฝ่ายนักแน่นและมั่นคง 

“นายหญิง เขาพูดความจริงเจ้าค่ะ”เป่าเปาส่งกระแสจิตสื่อสาร

“บอกนามของเจ้ามา”

“เป่ยอินขอรับ”

เป่ยอิน องค์รักษ์ข้างกายของจ้าวหลง 

“เอาละ ข้าจะไม่ถามสิ่งใดกับเจ้า เพราะถึงข้ารู้ ข้าก็จดจำสิ่งใดไม่ได้อยู่ดี  ดูเหมือนเจ้ารู้จักตัวตนที่แท้จริงของข้า”การที่คนผู้นี้ถูกส่งมาเพื่อคุ้มครองนาง ทำให้อันลู่ยิ่งแน่ใจว่าตัวตนของนางไม่ธรรมดา  

“ข้าทราบขอรับ”

“ดียิ่ง เอาละก่อนเจ้าจะเข้ามาคงสืบเรื่องราวในเมืองหลวงได้พอควรกระมัง”

“ขอรับ ตอนนี้เริ่มมีราชทูตจากแคว้นรอบๆเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อร่วมงานประลองสัตว์อสูร

ฮ่องเต้กับรัชทายาทกำลังวางแผนที่จะกำจัดท่าน”ตอนที่เป่ยอินได้ยินแผนการเหล่านั้น เขาแทบจะบุกเข้าวังหลวง แต่ดีที่จ้าวหลินเว่ยห้ามไว้ 

“และข้ายังได้ยินมาว่าพระสนมอันชงอี๋ติดต่อกับคนเผ่าซวง แต่ไม่อาจสืบได้ว่านางตั้งใจทำสิ่งใด ข้าจึงอยากให้ท่านระวังตน คนจากเผ่าซวง ค่อนข้างอันตราย”

“แล้วคนเผ่าซวงอันตรายเท่าคนเบื้องหลังของข้าได้หรือไม่”เป่ยอินส่ายหน้า แน่นอนว่าถ้าตอนนี้องค์หญิงยังเป็นองค์หญิงองค์เดิม จะมีใครกล้าแตะต้องพระองค์ แต่ยามนี้ท่านอ๋องพระคู่หมั้นกักตัว ท่านอ๋องผู้เป็นพี่ก็หายออกจากวังหลวงไป ส่วนพระองค์เองก็ถูกผนึกทั้งความทรงจำ ผนึกทั้งพลังปราณ ยังดีที่ข้างพระองค์ยังมีองค์รักษ์เงา ทั้งของสำนักปฐพี ที่ผลัดเวียนมาดูแล คนของชินอ๋อง ที่ซ่อนอยู่ในที่ต่างๆ ถ้าเมื่อครู่เขาไม่ชูหยกที่เป็นสัญลักษณ์ของแคว้นจ้าว คาดว่าคงต้องปะทะกับกลุ่มองค์รักษ์ด้านนอกเป็นแน่

“เอาเถอะ ข้าจะระวังตนเอง เจ้าไปเตรียมตัวเถอะ งานประลองสัตว์อสูร อย่างไรข้าก็ถูกลากออกไปอยู่ดี หากคาดไม่ผิด พี่สาวของข้าคงใช้จังหวะนี้เล่นงานข้าแน่ ไหนจะรับมือฮ่องเต้ องค์รัชทายาท คนจากตระกูลอู๋ ดูเหมือนข้าจะมีศัตรูมากเกินไปแล้ว”น้ำเสียงของอันลู่กล่าวคล้ายบอกเล่า แต่แววตาของนางกับเย็นชายิ่งนัก

นางเผลอยกมือสัมผัสขลุ่ยหยกข้างเอว

หวังว่า นางคงไม่ต้องใช้มัน !



“ฝ่าบาทตรัสหาหม่อมฉันกับหลางเอ๋อร์หรือเพคะ”จินฮองเฮาย่างกายเข้ามาในห้องทรงอักษร 

“หลางเอ๋อร์เล่า”

“หม่อมฉันให้คนไปตามแล้วเพคะ”

“เฟยเอ๋อร์ เจ้าก็นั่งลงก่อนเถอะ รอหลางเอ๋อร์มาค่อยพูดคุยพร้อมกัน”

“เพคะ”จินฮองเฮาไม่ได้นั่งเฉยๆ พระนางเอื้อมมือไปหยิบจานหมึกมาฝน ดั่งที่พระนางเคยทำตอนยังรั้งต่ำแหน่งไท่จื่อเฟย

“ทูลฝ่าบาท รัชทายาทขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ”กงกงประจำตำหนักเข้ามาทูลรายงาน

“ให้รัชทายาทเข้ามา”

“พะยะคะ”กงกงออกไปแล้ว ไม่กี่วินาทีร่างของอันหลิงหลางก็ก้าวเข้ามา 

“เสด็จพ่อเรียกหาลูกเหรอพะยะค่ะ”

“รัชทายาทแคว้นหนาน มาถึงแล้ว เจิ้นจะให้เจ้าไปช่วยรับรองแขกบ้านแขกเมือง อย่างน้อยก็กู้ชื่อเสียงกลับมาบ้าง”ตั้งแต่เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนตระกูลอู๋แพร่ออกมา ชื่อเสียงของหลี่อันหลางก็ตกต่ำลง 

“ลูกทราบแล้วพะยะค่ะ”

“เจิ้นรู้มาว่าองค์หญิงจินเหมยร่วมขบวนเสด็จมาด้วย”หลี่อันหลางนัยน์ตาเป็นประกาย 

เพราะในปีที่แล้ว งานประลองสัตว์อสูรจัดขึ้นที่แคว้นหนาน แม้แคว้นหนานจะเป็นแคว้นภายใต้การปกครองของแคว้นหลี่ แต่แคว้นหลี่ก็ไม่มีอำนาจในการยึดครองแคว้นหนาน นั่นก็เพราะแคว้นหลี่เองก็ตกเป็นเมืองขึ้นของแคว้นจ้าว ซึ่งแคว้นที่อยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นหลี่ก็ตกอยู่ใต้ปกครองของแคว้นจ้าวเช่นกัน 

ครานั้นเขามีโอกาสได้เดินทางไปรวมการประลองสัตว์อสูรเช่นกัน และเขามีโอกาสได้ยลโฉมองค์หญิงเพียงพระองค์เดียวของแคว้นหนาน ยามนั้นนางเพียงสิบสี่ชันษา แต่ความงดงามของนางกับทำให้ผู้คนเคลิบเคลิ้ม เพียงสบตานางคราหนึ่ง ก็ยากที่จะลืมลง

ยามนั้นนางงดงามจนเป็นที่หมายปองของผู้คน เขาเองก็เผลอแอบมองนางหลายครา 

แต่ไม่อาจเข้าไปทักทายได้ เพียงเพราะต้องรักษาหน้าตาตนเอง 

ยามนี้ผ่านไปหนึ่งปี นางคงงดงามกว่าเดิมกระมัง เพียงแค่ฟังวาจาของเสด็จพ่อ หลี่อันหลางก็รู้ความต้องการของบิดา 

“เสด็จพ่อ แล้วเรื่องคุณหนูรองตระกูลอัน”จนบัดนี้เขายังเจ็บใจไม่หาย ต้องพูดว่าทรัพย์สินที่เขาเก็บรักษามาทั้งชีวิต ตอนนี้แทบจะถูกถ่ายเทไปไว้ที่จวนตระกูลอันหมดแล้ว ซ้ำยังไม่นับที่เขามาอ้อนวอนขอจากท้องพระคลังหลวงไปอีก นับว่าตอนนี้ตนกลายเป็นรัชทายาทที่ยากจนยิ่งกว่าขอทานเสียอีก

“เสด็จอาของเจ้ายามนี้คงไม่อาจออกหน้าปกป้องนางได้ เช่นนั้นเจิ้นจะช่วยเจ้าลากนางออกมาจากจวนเอง”ต้องยอมรับว่าพระองค์เองก็เคยส่งคนไปจวนของอันหลิงหลาง แต่ไม่อาจผ่านองค์รักษ์รอบนอกเข้าไปได้ 

นั่นทำให้พระองค์รู้ว่าน้องชายของตนปกป้องสตรีนางนั้นแค่ไหน 

แม้กระทั่งความปลอดภัยในวังหลวง ยังไม่อาจเทียบจวนขุนนางได้ 

“ฝ่าบาทหาก ชินอ๋อง เลิกกักตน พวกเราจะรับมือกับโทสะของพระองค์อย่างไรละเพคะ”จินฮองเฮาอดกังวลไม่ได้ รู้ไว้เถิดว่าพยัคฆ์ผู้นั้น ทำสิ่งใดไม่อาจมีผู้ใดคาดเดาความคิดได้ 

หากพวกเขาลงมือกำจัดอันลู่ ใครจะรับประกันได้ว่าภายภาคหน้ายามหวงหลงออกจากการกักตน  

แล้วรับรู้เรื่องราวที่พวกเขากระทำ พยัคฆ์ผู้นั้นจะไม่เกิดโทสะ

“การประลอง สัตว์อสูรไม่อาจแบ่งแยกมิตรหรือศัตรู บนลานประลอง ดาบย่อมไร้ตา ยามนั้นหวงหลงจะลงโทษ หรือมีโทสะ เขาก็ต้องคำนึงถึงเหตุผลด้วย”

แน่นอนว่า ฮ่องเต้พระองค์นี้ไม่รู้จักน้องชายของพระองค์เลยสักนิด

กว่าพระองค์จะรู้ว่าการกระทำของพระองค์ในวันนี้จะนำความล่มสลายมาสู่แคว้นของตน 

ก็สายเสียแล้ว!

และโลกนี้ไม่มียาวิเศษที่ช่วยย้อนเวลาเสียด้วย

แต่กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง!!

               


                     ***********************************


*เมื่อคืนไม่ทัน กดช๊อปปิ้งจาก Shopee  เพลินไปหน่อย รู้ตัวอีกทีไรท์ก็ง่วงนอนแล้ววว   วันที่10เดือน10 ขอให้เป็นวันที่ดีของทุกคนนะคะ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 395 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

897 ความคิดเห็น

  1. #689 Poonchanit (@poonchanit) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 19:18
    ล่มแคว้นก็โหดร้ายต่อประชาชนนะ เปลี่ยนฮ่องเต้ยังโอเคกว่า
    #689
    0
  2. #404 fernnie46 (@fernnie46) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 19:55
    อีบุคอยุ่ไหน ตามด่วนค่ะ
    #404
    0
  3. #403 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 23:00
    รอๆค่ะ
    #403
    0
  4. #402 hokutou (@hokutou) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 21:28
    รอเรยย
    #402
    0
  5. #401 blue04250 (@blue04250) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 20:41
    รอเลยค่ะ สนุกมากๆ
    #401
    0
  6. #399 fruxzee (@fruxzee) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 17:51
    รอนะคะ ติดตามอยู่สนุกมากๆเลยค่ะ อย่าเทกันน้าา
    #399
    0