องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 54 : เข้าสู่เทศกาลประลองสัตว์อสูร1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 399 ครั้ง
    13 ต.ค. 63

               ***********************************


ในช่วงนี้เมืองหลวงของแคว้นหลี่มีแต่แขกต่างเมืองที่ทยอยเดินทางเข้ามาเพื่อร่วมงานประลองสัตว์อสูร

จะสังเกตว่ามีคนแปลกหน้ามากมายทั้งในตลาดและตามท้องถนน ตอนนี้ทุกโรงเตี๊ยมต่างไม่มีห้องว่างเพราะถูกจับจองกันจนหมด

“นายหญิง”เป่าเปาชะงักเมื่อสตรีที่เดินเคียงข้างมาตลอดหายไป ข้างตัวของเด็กหญิงว่างเปล่า

วันนี้อันลู่กับเป่าเปาแอบลอบออกจากเรือนมาเดินเล่นในตลาด แต่ยามนี้นายหญิงของมันกลับพลัดหลงไปที่ใดก็ไม่รู้ ด้วยสองสามวันมานี้คนในเมืองหลวงเพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัว  ทำให้ยากที่จะมองเห็นว่าอีกฝ่ายให้ไปยังทิศทางใด และหายไปตอนไหน

เป่าเปาพยายามเชื่อมจิตผ่านพันธะ แต่ไม่อาจจับสัมผัสของผู้เป็นนายได้ แววตาเด็กน้อยเยียบเย็น 

กล้ามาขโมยคนต่อหน้ามัน!

ร่างเล็กๆวิ่งไปยังมุมลับตา 

โดยไม่ได้กลับออกมาอีก แต่หากสังเกตจะเห็นว่ามีงูตัวเล็กจำนวนเก้าตัวที่เลื้อยออกมาจากมุมลับตาแทน 

แน่นอนว่าเป่าเปาร้อนใจจนแยกร่างออกมาจากร่างจริงเสียแล้ว 


ทางด้านอันลู่ หญิงสาวขมวดคิ้ว เมื่อถูกผู้คนเบียดออกมาเรื่อยๆ จนตอนนี้นางมายืนอยู่ตรงมุมเกือบจะลับตาคน 

นางไม่ได้ตกตะลึง เพียงแค่กวาดตามองไปยังฝูงชนเบื้องหน้า เผื่อจะเห็นเป่าเปาตัวน้อยอยู่ในนั้น แต่มองแล้วมองเล่าก็ไม่มีวี่แวว

ดูท่านางกับเป่าเปาคงพลัดหลงกันเสียแล้ว

“แม่นาง เจ้าจะไปที่ใด ให้พวกข้าไปส่งดีหรือไม่”อันลู่ขยับผ้าคลุมให้กระชับมากขึ้น เพราะในเมืองหลวงมีเพียงนางคนเดียวที่สวมหน้ากากทับใบหน้า นสงจึงต้องหยิบผ้าคลุมออกมาปิดบังหน้ากากที่ตนสวมไว้ 

มือซ้ายจับผ้าคลุม มือขวาจับขลุ่ยเลาเล็กที่นางมักจะพกติดตัวเสมอ

“สตรีแคว้นหลี่เป็นใบ้หรอกหรือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ชายกลุ่มนั้นยังคงพูดจาหยอกล้อนาง อันลู่รู้ดีว่าคนพวกนั้นไม่อาจทำร้ายนางได้ 

เพราะตั้งแต่ที่เป่ยอินเข้ามาอยู่ในเรือนของนาง เขาก็ไม่เคยห่างกายไปจากนาง 

คาดว่าคงซ่อนตัวอยู่ที่ไหนใกล้ๆเป็นแน่

และอันลู่เดาไม่ผิด เป่ยอินกำลังยืนมองชายกลุ่มนั้นด้วยแววตาเย็นชา 

หากไม่ติดว่าจะทำให้องค์หญิงเดือดร้อน เป่ยอินคงพุ่งตัวไปจัดการพวกมันแล้ว

และในขณะที่พวกมันขยับกายจะเข้าใกล้อันลู่ 

กระบี่เล่มหนึ่งก็ลอยมาปักคั่นกลางระหว่างหญิงสาวกับชายกลุ่มนั้น

เป่ยอินชะงักตัวที่กำลังจะพุ่งลงไป 

เขาเหลือบมองไปยังทิศทางที่กระบี่พุ่งมา ก่อนจะเห็นคนกลุ่มใหญ่ยืนอยู่ 

เป็นสตรีหนึ่งและบุรุษอีกหลายคน ทว่ามีบุรุษคนหนึ่งดูท่าว่าจะเป็นนาย ส่วนกลุ่มที่เหลือคงไม่พ้นผู้ติดตาม

เป่ยอินเหลือบมองพู่หยกของบุรุษที่ดูเหมือนผู้นำ

พู่สีฟ้าขาว สัญลักษณ์ของแคว้นหนาน 

คงเป็นองค์รัชทายาทกับองค์หญิงแคว้นหนานที่เดินทางมาถึงเมื่อหลายวันก่อนเป็นแน่

“พวกเจ้าคิดจะรังแกสตรีต่อหน้าเปิ่นหวางหรือ”ชายกลุ่มที่รุกรานอันลู่ชะงัก พวกมันตั้งใจจะหันไปจัดการคนที่เจ้ามาขัดจังหวะ แต่พอเหลือบเห็นคนของอีกฝ่าย พวกมันก็ตัวสั่น สะกิดกันวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง

“คุณหนูท่านนี้เป็นอันใดหรือไม่”จินเหมยรีบวิ่งเข้ามา

นางเป็นคนสังเกตเห็นว่าคนกลุ่มนั้นตั้งใจรังแกคน นางจึงขอให้หยางหมิงช่วย 

“ข้าเป็นหนี้ท่านแล้ว ขอบคุณ คุณชายกับคุณหนูที่ให้ความช่วยเหลือ”อันลู่ก็มองออกว่าชายหญิงตรงหน้าน่าจะไม่ใช่คนแคว้นหลี่ เพียงแต่นางไม่แน่ใจว่าเป็นบุตรขุนนางหรือองค์ชายจากแคว้นใด

“นายหญิง”ร่างเล็กๆร่างหนึ่งพุ่งเข้ามากอดเอวอันลู่ไว้ โดยที่เหล่าองค์รักษ์ผู้ติดตามขวางไว้ไม่ทัน 

พวกเขาได้แต่ตกตะลึงกับความเร็วเช่นนี้

“เปาเอ๋อร์”

ทางด้านเป่ยอินเมื่อเห็นเป่าเปา ร่างของเขาก็หายวาบไปจากจุดนั้น 

แน่นอนว่าเขาจะต้องไปจัดการคนกลุ่มนั้น

คิดว่าล่วงเกินคนแล้วจะรอดไปได้งั้นหรือ

ขออภัย เขา เป่ยอิน ไม่ชอบให้ผู้ใดมาดูหมิ่นผู้เป็นนายของตน

“พวกเจ้าจะรีบไปไหน”กลุ่มคนที่ดูเหมือนนักเลงวิ่งมารวมตัวกัน เมื่อเห็นว่าวิ่งออกมาไกล และด้านหลังไร้คนติดตาม พวกมันก็โล่งอก ทว่ายังไม่ทันได้พักหายใจ 

เสียงอำมหิตก็ดังขึ้นจากเบื้องหลัง

พวกมันต่างขนลุกซู่

เมื่อหันกลับมาก็เจอชายชุดดำยืนอยู่กลางอากาศ

พวกมันสั่นเทา สีหน้าพลันแปรเปลี่ยน

นี่พวกมันเผลอไปล่วงเกินตัวตนระดับชนชั้นราชันย์ตั้งแต่เมื่อใด

“ท่านผู้แข็งแกร่ง ไม่ทราบว่าพวกข้าไปทำอันใดให้ท่านไม่พอใจหรือขอรับ”หนึ่งในพวกมันถามน้ำเสียงนอบน้อมยิ่งนัก 

“ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้พวกเจ้ากำลังรังแกคนหหรอกรือ”

เป่ยอินยืนตระหง่านดุจภูเขาไท่ซาน 

“เป็นแม่นางผู้นั้นหรือ พวกข้าเพียงแต่เย้านางเล่นเท่านั้นนะขอรับ”หนึ่งในสี่รีบแก้ตัว

ให้ตายเถอะ  วันนี้พวกมันต้องก้าวขาออกจากบ้านผิดแน่ๆ ดวงซวยอะไรเช่นนี้ 

คิดจะหยอกสตรี แต่กับสะดุดตอเสียเต็มเท้า

“นางใช่คนที่เจ้าอยากจะเย้า ก็เย้าได้หรือ เอาเถิดก่อนที่เจ้าจะเดินทางไปยังปรโลก ข้าจะบอกให้พวกเจ้าจดจำเอาไว้ ว่านางเป็นผู้เดียวที่เจ้าไม่ควรแตะต้อง หากจะโทษ ก็โทษตัวเองเถิด พวกเจ้าช่างไร้ดวงตายิ่งนัก คิดรังแกนายของข้า”ไม่ทันที่พวกมันจะได้ร้องขอสิ่งใด ร่างสี่ร่างที่คุกเข่าก็เหลือเพียงแต่ร่างไร้วิญญาณ เป่ยอินเพียงแค่แผ่พลังกดทับจนพวกมันเกิดลมปราณแตกซ่าน เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดในเวลาเพียงไม่กี่วินาที 

เป่ยอินมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า 

เขาโบกมือเพียงสามครั้ง ก็มีคนชุดดำนับสิบคนปรากฎตัวขึ้น

“ท่านหัวหน้าองค์รักษ์”

“จัดการให้เรียบร้อย อย่าให้สาวมาถึงตัวได้”

“ขอรับ”เป่ยอินจึงหันหลังจากมา 


“นายหญิง คนพวกนี้คือ”เป่าเปาคิดว่ากลุ่มคนพวกนี้รังแกนายหญิง พลังปราณชนชั้นราชันย์จึงถูกแผ่ออกมา

เหล่าองค์รักษ์และผู้ติดตามพากันหน้าเปลี่ยนสี หยางหมิงเองก็ตกตะลึงไปเหมือนกัน สายตาเขาจ้องมองเป่าเปาคล้ายสงสัย จินเหมยเองก็เริ่มหน้าซีด ด้วยนางยังเป็นเพียงผู้ฝึกปราณชั้นหลวมรวมเพียงเท่านั้น

“เปาเอ๋อร์อย่าเสียมารยาท เมื่อครู่พวกเขาช่วยข้าไว้”อันลู่รีบบอกเจ้าตัวน้อย เมื่อเห็นสีหน้าของพวกเขาเริ่มแย่ลง ก็รับรู้ว่าเจ้าตัวเล็กแผลงฤทธิ์เสียแล้ว

“ขออภัยแทนเปาเอ๋อร์ด้วยเจ้าค่ะ นางแค่เป็นห่วงข้า”เป่าเปาลดแรงกดดันลง หากแต่แววตายังไม่ดูเป็นมิตร 

“ดูท่าหากว่าข้าไม่ยื่นมือช่วยคุณหนู คนพวกนั้นก็ทำอะไรท่านไม่ได้”หยางหมิงมองออกว่าเด็กน้อยที่ยืนข้างสตรีตรงหน้าไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์อสูร 

แน่ละจะมีมนุษย์เผ่าพันธุ์ใด ที่อายุเพียงสี่ห้าขวบก็ถือครองพลังระดับนี้แล้ว

“อย่างน้อยพวกท่านก็มีน้ำใจช่วยเหลือข้า บุญคุณครั้งนี้ข้าจะจำไว้ และจะชดใช้คืนให้เมื่อมีโอกาส ข้ากับเปาเอ๋อร์ต้องกลับจวนก่อน”

“ให้พวกเราไปส่งหรือไม่ เจ้าไปกับเจ้าหนูน้อยแค่สองคน อาจจะเกิดอันตรายได้”จินเหมยอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง นางนึกชอบสตรีตรงหน้ายิ่งนัก

แม้จะเจอเหตุการณ์ร้ายๆแต่อีกฝ่ายไม่มีท่าทีตื่นตระหนกหรือตกใจเลย 

นางชื่นชมยิ่งนัก

“จินเอ๋อร์ พวกนางไปกันเองได้ เจ้าอย่ากังวล”หยางหมิงเอ่ยขัด

เพราะถึงพวกเขาจะไปส่งนาง ก็เป็นได้แค่ไม้ประดับเท่านั้น 

อันลู่ก้มหน้าเชิงกล่าวลา แต่ในตอนที่นางก้มหน้า ผ้าคลุมที่พันไว้ก็ร่วงลงมาเผยให้เห็นหน้ากากสีขาวสะอาดตา

อันลู่ไม่ได้ตกใจ เพราะนางคาดว่าอีกฝ่ายมาจากต่างเมืองคงไม่อาจได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับนางเท่าใด 

นางจึงจับจูงเป่าเปาพาจากไปโดยไม่กล่าวอันใดอีก

“เสด็จพี่ นะ...นาง นางใช่..”จินเหมยตาโตจ้องมองตามด้านหลังหนึ่งเด็กหนึ่งผู้ใหญ่ นางไม่กล้าแม้จะละสายตา

แม้แต่หยางหมิงก็ตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าการมาเดินตลาดครั้งนี้จะได้เจอกับหญิงสาวที่พระองค์เพียงได้ฟังเรื่องราวมาจากองค์รักษ์เท่านั้น

“เป็นนาง คุณหนูรอง อันลู่”



             ***********************************


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 399 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

898 ความคิดเห็น

  1. #410 TIMJKM (@TIMJKM) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 20:35

    ค้างรอค่าาา

    #410
    0
  2. #409 hokutou (@hokutou) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 15:07
    ค้างงับค้าง
    #409
    0
  3. #408 0627600650 (@0627600650) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 09:50
    รอๆๆๆสนุกมากค่ะ
    #408
    0
  4. #407 fruxzee (@fruxzee) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 07:54
    รอคอยอย่างมีความหวัง
    #407
    0
  5. #406 sweetpeony2 (@sweetpeony) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 07:52
    เหยียบเย็น > เยียบเย็น, ปราณชั้นหลวมหลวม > หลอมรวม?, แผงฤทธิ์ > แผลงฤทธิ์
    #406
    0
  6. #405 0918322338 (@0918322338) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 07:31
    อยากอ่านต่อ
    #405
    0