องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 52 : คนที่ท่านควรปกป้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,932
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 340 ครั้ง
    3 ต.ค. 63

                  *******************************


“นายท่าน”คนเฝ้าประตูจวนที่ถูกเปลี่ยนตั้งแต่อันลู่กลับมาเมืองหลวง รีบก้าวออกมาต้อนรับเมื่อเห็นอันหลิงหลางกลับมา 

อันหลินหลางไม่ได้หยุดซักถามเรื่องราวดังเช่นทุกวันที่เคยทำ 

ทุกวันที่กลับมาอันหลินหลางมักจะสอบถามความเป็นไปในจวนเพราะตั้งแต่ครานั้น เขาก็สั่งให้องค์รักษ์เงามาเป็นผู้เฝ้าประตูจวน คอยดูแลความปลอยภัยให้อันลู่ 

อันหลินหลางเดินเข้าไปในจวน สีหน้ามีความหนักใจ เมื่อมาถึงระหว่างทางแยก เขาก็หยุดมองไปทางเรือนใหญ่แวบหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจก้าวเดินไปยังทิศทางตรงข้าม 

เมื่อก้าวเข้าใกล้เรือนโม่ลี่ฮวา  เขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยของคนสองคน

หนึ่งเด็กหนึ่งผู้ใหญ่นั่งอิงกันอยู่ในศาลา เมื่อวานหิมะตกหนัก เพียงแต่เช้ามาก็ละลาย  วันนี้อากาศจึงค่อนข้างอบอุ่น คาดว่าคืนนี้คงมีหิมะตกอีก 

อันหลิงหลางหยุดมองหญิงสาวที่นั่งก้มหน้ากับหนังสือใบหน้าของนางยังคงมีหน้ากากสีขาวปิดบังเช่นเคย เขาไม่เคยรู้ว่านางอ่านอักษรเป็น เมื่อมองย้อนไป อันหลินหลางรู้มาโดยตลอดว่าตนละเลยบุตรสาวผู้นี้ 

ตั้งแต่สนทนากันครั้งยามเดินทางกลับมาจวน เขาพบหน้านางนับครั้งได้ และพูดคุยนับครั้งได้ 

เพราะตัดสินใจละเลยนางครั้งนั้น เขาจึงต้องทำเช่นนั้นไปตลอด เขากลับไปแก้ไขมันได้หรือไม่

ทั้งๆที่เขารู้ดีว่านางไม่ได้มีความผิด แต่เขากับโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดนาง อันหลิงหลางกลับตาหวนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต เหตุการณ์ที่เขาเป็นผู้เลือก และเป็นผู้เลือกที่อ่อนแอยิ่ง

‘ท่านจำคำข้าไว้ หากวันหนึ่งท่านต้องลงมือทำร้ายบุตรสาวตนเอง จงอย่าลังเลใจ แต่หากท่านตั้งใจปกป้อง ท่านก็อย่าลังเลใจเช่นกัน’

คำพูดของนางราวกับจะรู้ว่ามันจะมีสิ่งใดเกิดขึ้น

‘ทำไมเจ้าพูดเช่นนี้ ลู่เอ๋อร์เป็นบุตรของเจ้าเช่นกัน’สตรีในชุดแดงตอนนั้น ใบหน้านางหม่นลง โดยที่เขาไม่รู้ว่านางกำลังคิดสิ่งใด

‘บางทีนางอาจจะไม่อยากเกิดมาเป็นบุตรสาวของข้า หากรู้ว่าในอนาคตข้าทำให้นางมีจุดจบเช่นนั้น’

‘ฮวาเอ๋อร์ เจ้ารู้สิ่งใด เจ้าทำเหมือนว่าเจ้ารู้ทุกสิ่ง ทำไมเจ้าไม่พูดมา มันอาจแก้ไข้ได้’วันนั้นเป็นครั้งแรกที่เขาทะเลาะกับนาง

‘ไม่ได้ มันแก้ไม่ได้’เพราะนางเคยพยายามลองมาเป็นนับสิบครั้ง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับไม่ได้ดีขึ้นยิ่งนางพยายามจะเปลี่ยน ทุกสิ่งยิ่งแย่ลง  

เช่นนางเปลี่ยนชะตาตนเอง ผลลัพธ์ถึงตกมาอยู่ที่บุตรสาวของนาง นางเริ่มต้นเองทั้งหมด 

เพราะหลีกหนีชะตาหงส์ นางรอดพ้น แต่บุตรสาวของนางกับมีชะตาที่อาภัพ  จะให้นางทำเช่นใด นางรู้ว่าสิ่งจะเกิดขึ้น แต่นางไม่รู้ว่าหากนางเปลี่ยนแปลงมัน ผลกระทบคือสิ่งใด 

และการที่นางเปลี่ยนแปลงชะตาตนเอง ผลกระทบกับเป็นบุตรสาวของนาง 

ค่าตอบแทนครั้งนั้นใหญ่หลวงเหลือเกิน

นางรู้ว่าบุตรสาวของนางมีจุดจบเช่นใด  นางอาจจะเปลี่ยนชะตาของบุตรสาวได้ แต่หากนางเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ชะตาของสตรีอีกคนจะดับไปตลอดกาล 

แต่นางจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร 

นางจะเห็นแก่ตัวอีกครั้งได้อย่างไร นางยังจะกล้าเห็นแก่ตัวอีกหรือ 

‘หลินหลาง ครั้งนั้นที่ข้าเลือกท่าน ท่านแปลกใจหรือไม่’

‘ย่อมต้องแปลกใจ ครั้งนั้นข้ารู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าชอบรัชทายาท เพียงแต่พระองค์มีสนมแทบจะครบทุกต่ำแหน่ง ทั้งยังต่ำแหน่งชายาเอกก็ถูกวางไว้แล้ว’

‘ที่แท้ท่านก็รู้ ใช่ ท่านพูดถูก แต่ข้าไม่ได้เลือกท่านเพียงเพราะพระองค์มีหญิงงามเต็มวังหรอกนะ’

‘แล้วเพราะเหตุใด’

‘ข้าอยากเปลี่ยนชะตาของตัวเองสักครั้ง ท่านเคยได้ยินเรื่องเล่าหรือไม่’อันหลินหลางไม่ตอบ เขาเพียงรอฟังว่านางมีเรื่องอันใดกันแน่

‘บนโลกใบนี้ มีสิ่งที่เราไม่คาดคิดอยู่เสมอ เช่น สตรีแฝดที่ถือกำเนิดจะเป็นภัยกับบ้านเมือง และก็โชคร้ายที่มีสตรีแฝดคู่หนึ่งถือกำเนิดขึ้น พวกนางเติบโตในหุบเขา ไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับคำทำนายว่าทารกที่เกิดเป็นเด็กแฝดจะมีชะตาเป็นภัยกับบ้านเมือง อาจเป็นเพราะหุบเขาที่พวกนางอาศัยอยู่ คนภายนอกไม่อาจเข้าถึงได้ พวกนางใช้ชีวิตในวัยเด็กอย่างมีความสุข ท่านรู้หรือไม่ว่าสตรีแฝดคู่นั้น พวกนางหน้าตาเหมือนกันราวกับกระจกส่องเงา แม้แต่ตำหนิบนร่างก็ล้วนเหมือนกัน’สายตาของเหมยฮวาเหม่อลอยออกไปไกลราวกับรำลึกเรื่องราวความหลัง

‘แฝดคนพี่นางชื่อว่าเหมยกุ้ย กู่ เหมยกุ้ย ตอนเจ็ดหนาว แฝดคนพี่ค้นพบความสามารถพิเศษ นางสื่อสารกับเหล่าสัตว์อสูรได้ ส่วนแฝดคนน้อง ชื่อของนางคือ กู่ เหมยฮวา’

‘นี่เจ้า’อันหลินหลางชะงัก นามของแฝดผู้น้อง เหตุใดจึงเหมือนกับฮูหยินของตนนักเล่า 

เรื่องบังเอิญ?

‘หลินหลาง โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ ไม่เคยมีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้น และท่านรู้หรือไม่ว่าเกิดสิ่งใดหลังจากนั้น แฝดน้องผู้นั้น นางมีความสามารถที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว เพียงเพราะนางมองเห็นอนาคตของผู้อื่น ความสามารถเช่นนี้ไม่ควรมีอยู่ในโลก ท่านว่านางต้องคำสาปหรือไม่ เด็กทุกคนในหุบเขาที่เคยวิ่งเล่นกับนาง หวาดกลัวนาง ไม่กล้าเข้าใกล้นาง นางจึงเริ่มรู้ว่าความสามารถที่ตนเองมีมันน่ารังเกียจ แฝดคนน้องจึงคิดว่าถ้าหากนางเปลี่ยนแปลงเรื่องราวเลวร้ายให้กลายเป็นดีได้ ทุกคนก็จะไม่หวาดกลัวนาง ท่านว่านางโง่งมมากหรือไม่ที่คิดเช่นนี้’อันหลินหลางส่ายหน้า เด็กคนนั้นน่าสงสารเกินไปต่างหาก เพียงแต่เขาไม่กล้าพูดประโยคนั้นออกมา

‘ในครั้งแรกที่นางเริ่มเปลี่ยนแปลงอนาคต คือในฤดูร้อนยี่สิบปีก่อน มารดาของนางจะจากไปในวันนั้น หากแต่นางที่เห็นเหตุการณ์จำลองยามจ้องมองมารดา นางจึงตามติดมารดา ไม่ให้มารดาไปยังทิศทางที่นางมองเห็นว่าจะคร่าชีวิตของมารดา และใช่ นางทำสำเร็จ มารดาของนางไม่ตาย เพียงแต่ พี่สาวของนาง กู่เหมยฮวา เกือบสิ้นลมหายใจ ในตอนนั้นนางไม่ได้คิดว่าเป็นเพราะตนเองฝืนกฏของโลก แต่เมื่อมองเห็นร่างของพี่สาวที่อยู่ในภาวะกึ่งเป็นกึ่งตาย ภาพเหตุการณ์ที่ควรเกิดขึ้นกับมารดา ล้วนไปเกิดขึ้นกับพี่สาวแทน ก็ปรากฏตรงหน้า ท่านคิดว่าเด็กอายุเพียงสิบสองขวบจะรู้สึกอย่างไร นางต้องรู้สึกอะไร’ใช่นางหวาดกลัวตนเอง นางจึงเริ่มเก็บตัวเงียบ ไม่ออกไปเล่น นางหวาดกลัวการเจอผู้คน หากนางไม่เจอผู้คน นางก็จะมองไม่เห็น แต่น่าแปลกนางพยายามมองอนาคตของเอง แต่กลับไม่สามารถมองเห็น 

แต่ตอนที่เจอรัชทายาทหลงเฟยในตอนนั้น นางกลับมองเห็นอนาคตของตนเองเป็นครั้งแรก

‘ไม่ต้องเล่า ข้าไม่ฟังแล้ว เจ้าไม่ต้องเล่าแล้ว’เพราะแววตาของนางเจ็บปวดเกินไป เขาจึงไม่อาจทนได้ ได้แต่ร้องห้ามนางให้หยุดพูด 

‘หลินหลาง ข้าไม่อาจอยู่กับท่านไปชั่วชีวิต อภัยให้ข้าด้วย’เพราะการบังเอิญเจอหวงหลงในวัยเยาว์เพียงครั้งเดียว นางจึงได้เห็นเรื่องราวแสนน่าเศร้าอีกครั้ง  

เรื่องราวที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น  แต่มันก็เกิดขึ้นเพราะนางฝืนชะตาของตนเอง จนไปกระทบกับชะตาชีวิตของผู้คนอีกมากมาย

และนางไม่อาจยอมให้มันเกิดขึ้น

 เพียงเพราะนางคือความผิดพลาด 

แต่นางไหนเลยจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว พี่สาวของนาง ก็เป็นผู้ที่มองเห็นชะตาล่วงหน้าเช่นกัน เพียงแต่พิเศษกว่าสิ่งที่นางเห็น เหมยกุ้ยมองเห็นว่าจะมีผลกระทบใดเกิดขึ้นเมื่อมีผู้เปลี่ยนชะตา

เรื่องในคราวนั้นที่เหมยกุ้ยเกือบตายก็เป็นเพราะต้องการเปลี่ยนชะตาคืน แต่ในเมื่อมารดารอดไปแล้ว เช่นนั้นตามกฏสมควรต้องมีตัวแทน

‘หลินหลาง...’

“ท่านพ่อ มาถึงเรือนลูกมีสิ่งใดหรือเจ้าคะ”อันหลิงหลางหลุดจากภาพอดีตคล้ายกับเพิ่งได้สติ เขามองเห็นอันลู่ยืนห่างออกไปเล็กน้อย แววตาของนางกำลังจ้องมาที่เขา 

น่าแปลกที่แววตาคู่นั้นว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดให้คาดเดาได้เลย

“อีกสิบห้าวันจะเป็นวันประลองสัตว์อสูร ฮ่องเต้รับสั่งให้ประชาชนที่มีอายุสิบห้าปีขึ้นไปเข้าร่วมการประลอง ลู่เอ๋อร์ถึงเวลานั้นเจ้าป่วยได้หรือไม่’

‘ป่วยหรือเจ้าคะ เห็นชัดเลยว่าทรงกำลังบีบข้าให้ออกจากจวน ป่วยหรือไม่ป่วย ข้าก็ต้องไปอยู่ดี’นางเองก็รู้ว่าพวกเขารอเอาคืนนางอยู่ เพราะครั้งนั้นนางหักหน้ารัชทายาทแรงเกินไป 

นั่นย่อมหมายความว่านางหักหน้าฮ่องเต้ไปด้วย 

เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะไม่ฉวยโอกาสตอนหวงหลงเก็บตนจัดการนาง 

แต่นางจัดการง่ายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ!

กล้าก็ลองดู!

“ลู่เอ๋อร์ครั้งที่แล้วเจ้าล่วงเกินคนมากเหลือเกิน บิดาเกรงว่า”

“ท่านพ่อ หากท่านคิดอยากปกป้องได้เร็วกว่านี้ บางทีคนที่ยืนตรงหน้าท่านอาจเป็นนางไม่ใช่ข้า”หญิงสาวตรงหน้ายิ้มออกมาเล็กน้อย 

“เจ้าพูดอันใด นางที่เจ้าพูดถึงคือใคร”ในใจเขาพลันเกิดสังหรณ์อย่างแรงกล้า หวาดกลัวคำตอบของนางเหลือเกิน

“ท่านพ่อ ข้ารับปากจะไม่ทำสิ่งใดให้ท่านเดือดร้อน เพราะท่านยังนับว่าดีต่อข้า แต่ท่านเชื่อข้าเถอะหากท่านเลือกที่จะปกป้องนางเร็วกว่านี้อีกสักนิด คนที่ท่านจะได้พูดคุย วันนี้ย่อมไม่อาจเป็นข้า บิดา ข้าเหนื่อยแล้ว”อันลู่จูงมือเป่าเปาที่ยืนเงียบๆอยู่ข้างๆจากไป 

แผ่นหลังบอบบางเดินห่างออกไปจนลับสายตาแต่อันหลินหลางยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่

ร่างสูงโปร่งแข็งทื่อ ไหล่ที่เคยตั้งตรงกับลู่ลง 

ไม่ใช่ตนไม่เคยสงสัยว่าบุตรสาวเขาเปลี่ยนไปคล้ายเป็นคนละคน

เพียงแต่เขาไม่กล้าที่จะยอมรับ ในตอนที่อสรพิษเก้าหัวยอมรับนาง เขารู้สึกโล่งใจเพราะนางยังคงเป็นบุตรสาวของตน แต่มาวันนี้ เขาพลันไม่แน่ใจแล้ว 

สิ่งที่นางกล่าวเมื่อครู่ ใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจ

แต่หากนางไม่ใช่บุตรสาวของเขา เหตุใดอสรพิษเก้าหัวถึงยอมรับนาง เหตุใดสาวใช้ของบุตรสาวอยู่กับนาง แล้วหากนางไม่ใช่ บุตรสาวของเขาแท้จริงอยู่ที่ใด

“เจียงเฮ่า”

พึ่บ! ร่างชุดดำโผล่ขึ้นกลางอากาศ

“ท่านที่ปรึกษาไม่พบกันนานสบายดีหรือไม่”ชายในชุดดำไม่ได้ทำความเคารพอีกฝ่าย เพราะเขาไม่ใช่องค์รักษ์ของอันหลินหลางแต่เป็นองค์รักษ์ของอดีตฮูหยินเอก เหมยฮวา 

และพอฮูหยินจากไปเขาก็ไปเป็นองค์รักษ์ของอันลู่. 

ตลอดเวลาที่นางถูกขับออกจากจวน อันลู่ล้วนเติบโตในสายตาของเขา. 

หากไม่ใช่เขาคอยปกป้อง นางหรือจะเติบโตได้ในพื้นที่เช่นนั้น 

แต่หากถามว่าทำไมในตอนที่นางถูกทำร้ายเขาถึงไม่อาจปกป้องนาง ทั้งที่เขาก็อยู่ตรงนั้น 

เพราะคำสั่งเสียสุดท้ายของเหมยฮวาอย่างไรเล่า

‘อาเฮ่า อย่าเปลี่ยนชะตาของนาง’

‘นายหญิง ท่านทนได้อย่างไร นางเป็นบุตรสาวของท่าน’

‘อาเฮ่า อย่างน้อยนางก็ไม่ดับสลาย นางสามารถเวียนว่ายตายเกิดได้อีกนับพันครั้ง แต่บุตรสาวของพี่หญิง ดวงจิตของนางไม่อาจแตกสลายได้ เจ้าเข้าใจหรือไม่’

รู้ไว้เถิดว่าเขาเจ็บปวดเพียงใดที่เห็นหญิงสาวที่เขาคอยดูแล ช่วยเหลือลับๆถูกกระทำแต่ไม่อาจช่วยเหลือได้ 

มันเป็นเพราะคนผู้นี้ คนผู้นี้ผลักนางออกไปตาย

“เจ้าอยู่ข้างกายลู่เอ๋อร์มาตลอด จงบอกเล่าทุกอย่างออกมา”

“ท่านแน่ใจหรือว่าท่านอยากรู้จริงๆ อันหลินหลาง บางทีการที่ท่านไม่รู้อะไรเลย มันอาจจะเจ็บปวดน้อยกว่า อย่างน้อยก็ไม่เป็นแบบข้า”

“พูดมา!!”

“หึ เราจะพูดกันตรงนี้จริงๆหรือ”อันหลินหลางสะบัดชายเสื้อเดินนำไปยังห้องหนังสือ 

และคืนนั้นเจ้าตัวก็ขังตัวเองอยู่ในนั้นทั้งคืน

แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอันลู่ไม่มีทางรู้



                *****************************

 จัดตารางงานได้ลงตัวแล้วววว. เดือนตุลาโหดร้ายกับเรามากเลย  ^_^ ได้วันหยุดมา2วัน จุกกกกกก *_^ 

มาช้า แต่พยายามมานะคะ ช่วงนี้ฝนโหดร้ายกับไรท์มาก ตกตอนเลิกงานเก่ง 0-0






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 340 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

897 ความคิดเห็น

  1. #609 ArpondPrompang (@ArpondPrompang) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 16:34
    อ่านรวดเดียวมาถึงตอนนี้สนุกมากคร้า
    #609
    0
  2. #397 ไอซ์ ไม่กินผัก (@iizelize) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 08:00
    อ่านยาวรวดเดียว พึ่งจบแปดโมงเช้าค่ะ
    สนุกมาก สำนวนภาษาดีมาก

    เป็นกำลังใจให้นะคะ :)
    #397
    0
  3. #396 วานา (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 15:28

    ขอบคุณค่ะ เพิ่งติดตาม รวดเดียวจบสว่างแจ้งเลยค่ะ

    ถ้าเป็นตัวเองคือยอมถูกกระทำจนตาย

    มีโอกาศก็ไม่ทำคืนค่ะ...กลัวบาป 555

    #396
    0
  4. #394 @_sassygirl_@ (@friday11) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 00:36
    สายไปแล้วพ่อเอ๊ย
    #394
    0
  5. #393 MeawMeaw31 (@MeawMeaw31) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 18:44

    ขอบคุณค่ะ
    #393
    0
  6. #392 veevi20 (@veevi20) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 18:16
    สงสารใครดี
    #392
    0
  7. #391 Ramiel D gleam (@1319900667048) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 14:47
    อันลู่คนปัจจุบันคือพี่ของเหมยฮวาแม่ของอันลู่ตัวจริง อ้าว แล้วแม่ของอันลู่ที่เป็นองค์หญิงไปไหนหว่า สับสนงุนงงหนักมากตอนนี้
    #391
    1
    • #391-1 เว่ย ซีซี (@princesslovever) (จากตอนที่ 52)
      3 ตุลาคม 2563 / 14:52
      ต้องย้อนไปจับช่วงตอนจ้าวหลงก่อนนะคะ จะไม่งงค่า อีกอย่างคือ อันลู่กับปิงยูไม่ใช่แฝดคะ น้องคนละแม่ เพียงแต่ แม่ของพวกน้องต่างหากที่เป็นแฝด. อันลู่คนปัจจุบันคือองค์หญิง ซึ่งองค์หญิงเป็นบุตรสาวของเหมยกุ้ยพี่สาวของเหมยฮวา ฉะนั้น อันลู่จึงเป็นหลานสาวของเหมยฮวาคะไม่ใช่พี่
      #391-1
  8. #390 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 14:38
    สนุกค่ะ รอๆ
    #390
    0