องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 26 : เปิ่นหวางมาสอนเจ้าเป่าขลุ่ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,638
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 468 ครั้ง
    7 ส.ค. 63


                *******************************


“แล้วราชโองการสมรส ในเมื่อรัชทายาทไม่ปรารถนาจะแต่งกับนาง ไม่สู้พระองค์สมควรยกเลิกหรือพะยะค่ะ”นี่ไม่ใช่คำแนะนำแต่มันเป็นคำสั่งที่หลี่หลงเฟยรู้ได้โดยไม่ต้องให้ผู้ใดบอก

หลี่อันหลางถึงกับมุมปากกระตุก
“เสด็จอา..”
“หรือเจ้าจะเสียสละ...”ไม่ต้องรอให้พระองค์พูดจบ ปากที่ขยับจะพูดของหลี่อันหลางก็หุบฉับ
“ตามแต่ที่เจ้าต้องการ”หลี่หลงเฟยอดไม่ได้ที่จะด่ากราดผู้เป็นโอรสในใจ
ที่พระองค์ต้องเลือกอันลู่ให้เป็นพระชายาเอก นั่นก็เพราะพระองค์บังเอิญรู้มาว่ามารดาของนางมาจากแคว้นอันดับหนึ่ง
เช่นนี้แล้วจะไม่ให้พระองค์โมโหได้อย่างไร?

แต่ช่างเถิด ยังมีเวลา! แต่พระองค์อยากรู้ว่าเหตุใดบุรุษที่ไม่เคยสนใจไยดีผู้ใดถึงออกหน้าให้สตรีผู้นี้

“แต่ข้าใคร่อยากรู้ หวงหลงเจ้าใช่ว่าปกป้องนางเกินไปหรือไม่”

“พระองค์ไม่รู้จะดีกว่า”ฮ่องเต้ได้แต่ขมวดคิ้ว ใบหน้าตึง แต่ไม่อาจทำสิ่งใดได้ 

“อ่อ เจ้ากรมคลัง ไม่ใช่เจ้าอยากรู้หรือว่าอาการบุตรสาวของเจ้าเป็นฝีมือของผู้ใด หึ เป็นฝีมือของเปิ่นหวางเอง อยากลงโทษเปิ่นหวางหรือไม่”อู๋ต้าหลิงส่ายหน้าราวกับกระป๋องกระแป๋ง  เขามีสิทธิ์อันใดจะไปกล่าวโทษพระองค์กัน ในเมื่อผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินยังไม่อาจลงมือได้ แล้วขุนนางขั้นสองเช่นเขาจะกล้าหรือ 

ได้แต่โทษว่าบุตรสาวของเขาดวงไม่ดี

“ดี เช่นนั้นวันนี้เปิ่นหวางเล่นสนุกพอแล้ว คงต้องขอตัวก่อน”หลี่หวงหลงเหลือบตามองไปยังฮองเฮาที่ยืนสงบเสงี่ยม ไม่กล้าทำตัวเด่นเช่นเดิม พระนางสะดุ้งทันทีเมื่อสัมผัสสายตาที่มองมา

“คุณหนูรอง เดินทางกลับดีๆเล่า คืนนี้เปิ่นหวางจะไปหา”ประโยคแรกกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติ ประโยคสุดท้ายชายหนุ่มส่งเป็นเสียงลมปราณให้อันลู่ได้ยินแค่คนเดียว 

“ขอบพระทัยเพคะ”นางไม่ได้ตกใจ แววตาของนางยังคงสงบนิ่งไม่ได้ตื่นตกใจกับการที่คืนนี้เรือนนางจะมีแขกยามวิกาล 

หลี่หวงหลง สะบัดมือ ปราณสายหนึ่งก็พุ่งไปรัดตรึงร่างของขันที

ขันทีผู้นั้นเบิกตากว้าง เขาอ้าปากจะส่งเสียง น่าเสียดายที่เสียงของเขาถูกปิดกลั้นไปแล้ว 

บุรุษชุดดำผู้หนึ่งปรากฎขึ้นกลางอากาศ 

คนผู้นั้น คว้าร่างของขันทีก่อนจะทะยานหายลับออกจากที่แห่งนั้น ทุกคนได้แต่มองตามอย่างตกตะลึง แต่ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียง 

“เหมือนเปิ่นหวางจะลืมไป”ในขณะที่ทุกคนถอนหายใจออกมา พวกเขาก็ต้องชะงักเมื่อหลี่หวงหลงหยุดเดิน 

ลืมอะไร พระองค์ทรงลืมอะไรอีก!

เหล่าขุนนาง ต่างพากันร่ำร้องในใจ พวกเขาภาวนาใหอพยัคฆ์ผู้นี้รีบๆกลับไปซะ 

“บุตรสาวอนุภรรยาที่ใส่ร้ายบุตรสาวภรรยาเอก มีโทษอย่างไรหรือท่านราชครู”อันลั่วสะดุ้ง นางเบิกตามองชินอ๋องอย่างตื่นตระหนก 

นางไม่คิดว่าพระองค์จะจำได้ และกำลังกล่าวโทษให้นาง 

ม่านตาของนางคลอไปด้วยหยาดน้ำใส แววตาตัดพ้อ

เหตุใดพระองค์จึงใจร้ายกับนางยิ่ง

“โบยยี่สิบที คัดกฏตระกูลหนึ่งร้อยจบ กักบริเวณสามเดือนพะยะค่ะ”อันลั่วเข่าอ่อนทันที 

“เปิ่นหวางได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่กำลังแต่งเข้าราชวงศ์ เช่นนี้โทษโบยก็ยกเว้นไปเถิด เปลี่ยนเป็นคัดกฏตระกูลหนึ่งพันจบ กักบริเวณจนกว่าจะถึงวันเข้าวัง”อันลั่วได้แต่ก้มหน้ากำมือแน่น 

ที่แท้เขาก็รู้มาตลอดว่านางมีตัวตน หากแต่คนผู้นี้ไม่คิดจะสนใจนาง เป็นนางที่คิดไปฝ่ายเดียว 

หญิงสาวได้แต่กล้ำกลืนความเจ็บปวด นับจากนี้ นางกับคนผู้นี้จะเดินคนละทางกัน

อันหลินหลางไม่เข้าใจว่าบุตรสาวคนโตของเขาไปทำสิ่งใดให้ชินอ๋องเคืองพระทัย เขาจึงเรียกสาวใช้ของอันลั่วมาสอบถาม พอทราบความ สีหน้าของอันหลินหลางก็เขียวคล้ำ 

“พาคุณหนูใหญ่กลับจวน จากนี้ห้ามนางก้าวออกจากเรือนแม้แต่ก้าวเดียวจนกว่าจะถึงวันแต่งงาน”ชินอ๋องจากไปแล้ว เหล่าขุนนางจึงพากันถอนหายใจอย่างโล่งอก พวกเขารีบฉุดบุตรสาวกลับจวน ไม่มีผู้ใดกล้ารั้งรอ อันลู่เองก็กลับพร้อมบิดา 

เหลือเพียงรัชทายาท ฮองเฮา ฮ่องเต้ อู๋ต้าหลิง และอู๋หลิงซีที่ยังไม่ฟื้นคืนสติ

“กระหม่อมจะขอพาบุตรสาวกลับจวนพะยะค่ะ”อู๋ต้าหลิงเองก็สัมผัสกับโทสะของฮ่องเต้ได้ เขารีบถลันร่างไปดึงร่างบุตรสาวออกจากนางกำนัล แล้วรีบก้าวออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว

“รู้หรือไม่ว่าทำสิ่งใดลงไป”

“ฝ่าบาท”

“เสด็จพ่อ”

“เฟยเอ๋อร์ ช่วงนี้งานฝ่ายใน เจ้าก็ให้หวงกุ้ยเฟยจัดการไปก่อน ช่วงนี้เจ้าจงอยู่แต่ในตำหนัก อย่าได้ทำสิ่งใดให้หวงหลงเกิดโทสะอีก ส่วนคุณหนูรองผู้นั้น อย่าไปยุ่งกับนาง”ฮองเฮาเองก็รู้ว่าฝ่าบาทกำลังปกป้องตนเองอยู่

ถึงแม้พระนางจะสูญเสียอำนาจในการปกครองวังหลัง แต่มันก็แค่ชั่วคราว รอให้ฤดูเหมันต์มาเยือน พระนางก็จะกลับมาสู่อำนาจดังเดิม 

“หลางเอ๋อร์เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมข้าถึงจงใจให้เจ้าแต่งคุณหนูรองตระกูลอัน”

“ลูกไม่ทราบพะยะค่ะ”ในตอนแรก หลี่อันหลางเข้าใจว่าพระบิดากำลังยึดอำนาจเขาคืน  แต่หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาพบว่าตัวเองอาจจะเข้าใจสิ่งใดผิด

“เพราะมารดาของนาง หากข่าวที่ข้าได้มาไม่ผิดพลาด ฮูหยินเอกตระกูลอัน มาจากแคว้นอันดับหนึ่ง”คำว่าแคว้นอันดับหนึ่งทำให้คนทั้งคู่ตกตะลึง 

ถึงแม้เหมยฮวาจะมาจากตระกูลชาวบ้านในแคว้นอันดับหนึ่ง แต่นั่นก็เพียงพอให้พวกเขาหวาดกลัวแล้ว 

แต่ถ้าตัวตนของเหมยฮวาสูงส่งกว่านั้น ไม่ใช่ว่าพวกเขาพลาดสิ่งใดไปหรอกหรือ

“เสด็จพ่อ เรื่องราชโองการสมรส ลูกคิดว่า”

“เสด็จอาของเจ้าพูดออกมาแบบนั้น เจ้ายังจะยื้ออะไรได้อีก ยกเลิกไปก่อน ค่อยว่ากัน เจ้ายังมีโอกาส หากทำให้สตรีนางนั้นมีใจให้เจ้า เสด็จอาของเจ้าก็ขัดขวางสิ่งใดไม่ได้”

“ลูกทราบแล้วพะยะค่ะ”แววตาของหลี่อันหลางเป็นประกาย

แม้มารดาของอันลู่จะตายไปแล้ว แต่หากนางมาจากแคว้นอันดับหนึ่งจริง ต่อไปเขาก็ไม่ต้องหวาดกลัวเสด็จอาหรือว่าใครอีกแล้ว




ในกระท่อมกลางป่า 

“ทูลหวางเย่ กระหม่อมพาคนมาแล้วพะยะค่ะ”ชายชุดดำปรากฎขึ้นกลางอากาศ

“พาเปิ่นหวางไปหาพวกมัน”

กล้าแตะต้องนาง! แววตาของชายหนุ่มเข้มขึ้น ร่างสูงก้าวเข้าไปในกระท่อม 

ชายชุดดำเปิดช่องลับ เผยให้เห็นขั้นบันไดลงไปยังเบื้องล่าง 

ภายในห้องขังใต้ดิน บรรยากาศเหม็นอับ มีกลิ่นสาบคละคลุ้งไปทั่วในอากาศ 

หากแต่สีหน้าของชินอ๋องยังสงบนิ่ง

มีเพียงแววตาที่ดุดันยามพบชายผู้หนึ่งที่กำลังหลบมุมเสา

ชายผู้นั้นสัมผัสได้ว่ามีใครอีกคนอยู่ในห้องกับมันด้วย 

มันค่อยๆขยับตัวออกจากมุมเสา เพื่อมองหาคนที่เข้ามา 

แต่เมื่อมันเห็นชายอาภรณ์สีดำลายพยัคฆ์ 

ร่างของมันก็สั่นเทา 

“ปล่อยข้า ปล่อย ข้ากลัวแล้วไม่กล้าแล้ว”มันแหกปากลั่น 

มันไม่เข้าใจ เพียงแค่มันไปขวางรถม้าของคุณหนูผู้หนึ่ง ทำไมกลายเป็นว่ามันต้องมาเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ผู้นี้

“บอกมาว่าผู้ใดใช้ให้เจ้าไปสร้างปัญหาให้กับรถม้าของนาง”

“ขะ..ข้าจำไม่ได้ เมื่อวานมีสาวใช้นางนึงมาพบข้า ให้ข้าไปขวางรถม้าของคุณหนูผู้หนึ่ง ข้าเห็นว่าเป็นงานง่ายๆ แต่กับได้เงินเยอะ ข้าเลยตกลงทำ”มันสั่นกลัว แต่ก็ยังเล่าออกมา

“ไปตามสืบมาว่าเป็นฝีมือของผู้ใด”

“กระหม่อมส่งคนไปสืบมาแล้วพะยะค่ะ เป็นฝีมือสาวใช้ของคุณหนูตระกูลอู๋ อู๋หลิงซีพะยะค่ะ”ชายชุดดำรายงาน

“ส่งคนไปจับตาดูนางไว้ เปิ่นหวางไม่ต้องการให้มีเรื่องผิดพลาดใดๆเกิดขึ้นกับนางเป็นครั้งที่สอง”ชายชุดดำรับคำและหายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว 

หลี่หวงหลงจึงกลับขึ้นมาข้างบน 

“จัดการให้เรียบร้อย รวมถึงสองคนนั้นด้วย”

“พะยะค่ะ กระหม่อมจะจัดการให้เรียบร้อย”ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงร้องโหยหวนก็ดังไปทั้งป่า ก่อนจะเงียบหายไปราวกับสายลม

ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มจึงพลิ้วกายหายไปในความมืด


ด้านอันลู่เมื่อกลับมาถึงจวน อันหลินหลางก็เรียกนางไปสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น นางจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้บิดาฟัง โดยไม่ได้ปิดบังสักเล็กน้อย

อันหลินหลางจึงปล่อยให้นางกลับเรือน

ต่างจากอันลั่วเมื่อนางกลับถึงเรือน นางก็อาละวาดเสียจนฮูหยินรองต้องเข้าไปปลอบใจอยู่นาน 

“ท่านแม่ ข้าเกลียดนาง ข้าเกลียดนางเจ้าค่ะ”

“แม่รู้ แม่รู้ ลั่วเอ๋อร์เจ้าอดทนสักพัก แม่สัญญาว่าแม่จะเอาคืนให้เจ้า”

“แต่ท่านอ๋อง”นางยังคงกังวลถึงบุรุษผู้นั้น

“อีกสี่เดือนจะมีงานชุมนุมสัตว์อสูร เราจะใช้โอกาสนั้นเล่นงานนาง”อันลั่วจึงค่อยๆสงบลง 

“ข้าจะรอเจ้าค่ะ ข้าอยากให้นางตาย ตายตามมารดาของนางไป”


ตกดึกคืนนั้น ที่เรือนโม่ลี่ฮวา อันลู่ไล่เสี่ยวผิงให้กลับไปพัก 

เมื่อคล้อยหลังบ่าวตัวน้อย นางก็ลุกไปเปิดหน้าต่างออก 

หญิงสาวมองผ่านความมืดออกไป 

อันลู่ในยามนี้ไม่มีผ้าคาดหน้าปิดบังดวงหน้างาม 

นางคาดว่าหลี่หวงหลงเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของนางมาแล้ว นางจึงไม่ได้จงใจที่จะปิดบัง  นางก็หมุนตัวกลับมา แต่แล้วนางก็ต้องสะดุ้งเมื่อปะทะเข้ากับกำแพงหนา

ที่แท้เป็นบุรุษผู้หนึ่ง!

“ท่านอ๋อง พระองค์ทรงเป็นโจรเด็ดบุปผาหรือเพคะ”นางหมุนตัวออกจากอ้อมแขนอบอุ่นคู่นั้น

“เจ้าจะยอมให้เปิ่นหวางเด็ดหรือไม่เล่า”หวงหลงมองใบหน้างามตรงหน้า แววตาอ่อนโยน จนอันลู่ต้องเป็นฝ่ายหลบสายตา

“พระองค์!”นางหันมาถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างลืมตัว 

“เปิ่นหวางรู้ว่าเจ้าเป็นใคร หากแต่ต่อให้เปิ่นหวางบอกเจ้าตอนนี้ก็เปลี่ยนแปลงสิ่งใดไม่ได้”หลี่หวงหลงเข้าเรื่องทันที เขาเดาได้ว่านางกำลังสงสัยเขา

“เหตุใดพระองค์ทรงบอกหม่อมฉันไม่ได้เพคะ”

“ยามนี้เจ้าจำตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ เจ้ารู้ตอนนี้ก็ไม่มีสิ่งใดดีขึ้น”

“แล้วทำยังไงหม่อมฉันถึงจะจดจำได้”นางไม่ได้กังวลที่อีกฝ่ายรู้ว่านางไม่ใช่อันลู่ตัวจริง เพราะจากการป้องป้องที่อีกฝ่ายแสดงให้นางเห็นวันนี้ นางก็รู้ว่าชินอ๋องผู้นี้รู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง 

“รอให้ผนึกในกายเจ้าทำลายกันเอง เจ้าไม่ใช่แค่ผนึกความทรงจำของตนเองเอาไว้ เจ้าผนึกพลังของตนเองด้วย หากเจ้าแค่ผนึกความทรงจำของตนเองเจ้าก็ปลดผนึกง่าย แต่เพราะเจ้าผนึกพลังของตนเอง เปิ่นหวางก็คาดเดาไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ผนึกจึงจะคลายออก”เพราะผนึกความทรงจำ มีเพียงผู้เป็นเจ้าของเท่านั้นที่จะปลดผนึกให้ตนเองได้ แต่หากพลังปราณถูกผนึกเช่นกัน เช่นนั้นทำได้แค่รอเวลาให้ผนึกคลายตัว

อันลู่นิ่งไป นางไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เหตุใดในกายนางจึงมีผนึกเหล่านั้น  

เพราะนางจำสิ่งใดไม่ได้ 

“หากพระองค์บอกหม่อมฉันไม่ได้ แล้วพระองค์เสด็จมาหาหม่อมฉันทำไมเพคะ”

“เปิ่นหวางมาสอนเจ้าเป่าขลุ่ย”

นี่มัน! เหตุผลแบบไหนกัน!


         

            *************************************

 ครบ2ตอนตามสัญญาน้า มาเกือบเที่ยงคืน  >_<

*พรุ่งนี้จนถึงวันที่10สิงหา ขออนุญาตมา 2 วันหนึ่งตอนนะคะ  

ถ้าไหวจะมาให้ทุกวัน ถ้าไม่ไหวจะมา2วันหนึ่งตอน พอดีไรท์ทำงานยาวถึงวันที่10เลยค่า  จะหายไปเลยก็กลัวลืมพ๊อตเรื่อง^ _ ^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 468 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

898 ความคิดเห็น

  1. #747 Aeypanrada9464 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 01:35
    2 คนนี้ยังไงกัน พี่ชาย น้องสาว หรืออดีตคนรัก ?
    #747
    0
  2. #657 poonchanit (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 06:43
    เป็นลูกกระจ๊อก ก็ต้องตาย น่าสงสาร
    #657
    0
  3. #386 veevi20 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 18:15
    หรือแม่จะคลอดลูกแฝด
    #386
    0
  4. #252 MeFordary (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 09:27
    คิดว่า แม่นางเอกคงมีส่วนเกี่ยวข้อง กันกับ อีกคนแน่ๆ เพราะถ้าไม่ติดว่ามาจากแค้วนอันดับหนึ่ง ไม่เป็นคุณหนูหรือองค์หญิงองค์ใดองค์หนึ่งแน่นอน
    #252
    0
  5. #121 MeawMeaw31 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 18:53

    ขอบคุณค่ะ
    #121
    0
  6. #80 pattss (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 14:12
    หาเรื่องมาจีบสาวละสิท่านอ๋อง
    #80
    0
  7. #44 manwika15844 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 21:55
    ลุ้่นนนรอนะ สนุกมากค่ะ
    ขอบคุณนะคะไรท์
    #44
    0
  8. #43 sopitass (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 09:45
    มาสอนเป่าขลุ่ย จ๊ะ
    #43
    0
  9. #41 usaonly (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 00:40

    ชินอ๋องรู้ด้วยว่าอันลู่เป็นใครถึงได้ตามดูแลน้องอย่างดี รอวันที่น้องปลดผลึก แหมข้ออ้างมาหาสาวเพื่อสอนเป่าขลุ่ย อย่างน้อยตอนนี้รัชทายาทต้องถอนหมั้นอันลู่แน่นอน ขอบคุณค่ะ

    #41
    0
  10. #40 friday11 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 00:34
    เหตุผลอันใดกันนะ ข้ออ้างอยากเจอลู่ๆมากกว่าน้า
    #40
    0