องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 25 : คนที่ไม่ควรล่วงเกิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 464 ครั้ง
    7 ส.ค. 63


                     *****************************


ขันทีผู้นั้นตัวสั่นเทา เท้าพลันถอยห่างไปหลายก้าว 

ใบหน้ามีเหงื่อผุดขึ้น เมื่อครู่เขาได้ยินสิ่งใด? 

เขาได้ยินผิดใช่หรือไม่!

สีหน้าของฮองเฮายิ่งซีดขาวราวกับกระดาษ

ดวงตาพระนางเบิกกว้างถลึงมองแผ่นหลังของหวงหลงอย่างตกตะลึง

ไม่ใช่ว่าชินอ๋องผู้นี้ขุดหลุมฝังพระนางหรอกหรือ!

ไม่ใช่ว่ารู้อยู่แล้วว่าเกิดสิ่งใดขึ้นหรอกหรือ!

ร่างฮองเฮาเย็นเหยียบ เมื่อคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้

นี่พระนางเผลอล่วงเกินชินอ๋องตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

พระนางอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองหญิงสาวที่บุรุษผู้นี้ปกป้องไว้

สตรีนางนี้มีดีที่อันใด ทำไมชินอ๋องถึงปกป้องนาง 

ทั่วแคว้นหลี่มีผู้ใดไม่ทราบบ้างว่ามีบุคคลผู้หนึ่งที่ไม่สมควรล่วงเกิน 

กล่าวว่าฮ่องเต้พิโรธยังไม่เท่าคนผู้นี้พิโรธ 

พระนางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อห้าปีที่แล้ว 

ห้าปีที่แล้ว คนผู้นี้เพียงแค่สิบแปดชันษาเท่านั้น

แต่กลับสร้างความหวาดกลัวให้กับทุกคน

กล่าวได้ว่า ชินอ๋อง เมื่อห้าปีที่แล้วเป็นบุรุษหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง

มีสตรีมากหน้าหลายตาพากันยั่วยวน 

ทำแม้กระทั่งทั่งวางยาปลุกกำหนัด

หากแต่คนผู้นี้ก็รอดมาได้ทุกครั้ง จนกระทั่งงานเลี้ยงวังวสันต์ที่ไทเฮาเป็นผู้จัดขึ้น 

นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่พระนางจำได้ว่าชินอ๋องตอบรับเทียบเชิญงานเลี้ยง  

พระนางไม่รู้ว่าไทเฮาไปเอาความกล้ามาจากที่ใด พระองค์วางยาปลุกกำหนัดชายหนุ่ม หวังให้หลานสาวตนเองได้เป็นชินหวางเฟย*

จริงๆแล้วไทเฮาผู้นี้เป็นพระมารดาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน 

หากแต่พระนางไม่ใช่มารดาของหลี่หวงหลง 

หลี่หวงหลงเป็นโอรสของฮองเฮาพระองค์ก่อน 

และไทเฮา คืออดีตกุ้ยเฟยในอดีตฮ่องเต้พระองค์ก่อนพระนามเดิมของไทเฮาคือ ไห่หลินหวา  มาจากตระกูลราชครู

พระนางต้องการให้หลานสาวแต่งเข้าวังมังกร จึงวางแผนขึ้นมา แต่ผู้ใดจะรู้เล่าว่าหลี่หวงหลงในตอนนั้นไม่ใช่บุรุษหนุ่มที่เอาแต่ซ่อนตัวเหมือนเดิม 

เล่ากันว่าที่องค์ชายหลี่หวงหลงไม่ได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ ทั้งที่พระองค์เป็นโอรสที่ประสูติจากฮองเฮา ในตอนที่พระองค์ถือกำเนิดนั้น พระองค์มีต่ำแหน่งเป็นไท่จื่อ ยามพระองค์อายุเจ็ดชันษา ยามนั้นพรสวรรค์ของพระองค์กลับทำให้ทั้งแคว้นสั่นสะเทือน และไม่ใช่แค่ในแคว้นหลี่ที่ตกตะลึงยามได้ยินเรื่องเล่า แม้แต่แคว้นใกล้เคียงก็ส่งคนอออกมาสืบข่าวเช่นกัน

เพียงเจ็ดชันษา การปลุกพลังลมปราณครั้งแรกของหวงหลงก็ก้าวกระโดดถึงลมปราณจักรพรรดิขั้นปลาย แต่พระองค์ทรงสร้างความตื่นตะลึงให้ผู้คนไม่มากพอ เพราะเมื่อสัตว์อสูรในพันธะของพระองค์ปรากฎ มันไม่ได้มีเพียงหนึ่ง แต่มีถึงสอง

หนึ่งเสือดำตัวนั้นเมื่อถูกปลุกตื่นก็มีพลังปราณระดับราชาจักรพรรดิ และมันยังถือครองธาตุมืด ซึ่งเป็นปราณธาตุพิเศษอีกด้วย ส่วนอีกหนึ่ง คือเหยี่ยวดำ มันเป็นเจ้าเวหาที่มีลมปราณขั้นเดียวกับเจ้าของพันธะสัญญา หากแต่มันน่ากลัวกว่าตรงที่มันถือครองปรานธาตุถึงสาม 

และการที่สัตว์อสูรมีปราณธาตุมากกว่าหนึ่ง นั่นยิ่งทำให้ผู้เป็นนายสามารถใช้พลังธาตุที่อสูรในพันธะของตนมีได้ด้วย

หลี่หวงหลงจึงมีปราณธาตุที่ใช้ได้ถึงสี่ธาตุ 

แต่ตอนสิบชันษากับเกิดเรื่องขึ้น

หลี่หวงหลงหายตัวไปในป่ามังกรนานถึงเจ็ดวัน 

เมื่อองครักษ์เงาตามตัวเจอก็ไม่พบรัศมีพลังปราณบนกายของรัชทายาทผู้นี้แล้ว เล่าลือกันว่าเป็นเพราะเขาสูญเสียพลังลมปราณ ทำให้อดีตฮ่องเต้ปลดองค์ชายน้อยออกจากต่ำแหน่ง และแต่งตั้งเป็นชินอ๋องตั้งแต่บัดนั้น 

หลังจากดำรงต่ำแหน่งเป็นชินอ๋อง

จากนั้นคนผู้นี้ก็เก็บตัวเงียบ กล่าวได้ว่าเขาทำให้ตัวเองไร้ตัวตนตลอดมา 

จนเมื่อห้าปีที่แล้วที่อดีตกุ้ยเฟยในตอนนั้นไปปลุกพยัคฆ์ที่จำศีลผู้นี้ให้ตื่นขึ้น 

แคว้นหลี่ก็ค้นพบความลับที่ชินอ๋องผู้นี้ซ่อนไว้

ในงานเลี้ยงวังวสันต์คืนนั้น ชินอ๋องดื่มชาเข้าไปเพียงเล็กน้อย 

จากนั้นแววตาของพระองค์ก็เปลี่ยนไป 

ใบหน้าที่เคยประดับรอยยิ้มกับบึ้งตึง ทั่วร่างแผ่ไอเย็นออกมา

อดีตกุ้ยเฟยในตอนนั้นที่เห็นท่าทีของชินอ๋องที่เป็นเช่นนั้น 

พระนางก็คิดว่าชินอ๋องกำลังร้อนรุ่มจึงส่งสัญญาณให้ขันทีพากลับไปยังตำหนักรับรองที่เตรียมไว้

หากแต่ขันทีผู้นั้นยังไม่ทันสัมผัสชายอาภรณ์

ร่างกายของเขาก็กระอักเลือกออกมา ผู้คนในงานต่างตกใจ

ในตอนนั้นทุกคนถึงสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น

‘กล้าวางยาเปิ่นหวาง ผู้ใดให้ความกล้ากับพวกเจ้า’สีหน้าชินอ๋องในตอนนั้นสร้างความหวาดผวาให้กับทุกคน

อดีตกุ้ยเฟยถึงกับตัวสั่นพระนางร้องสั่งให้ทหารเข้าจับตัวหลี่หวงหลง แต่ไม่มีทหารผู้ใดเข้าใกล้ชินอ๋องได้ 

และเพราะแรงกดดันที่ชินอ๋องปลดปล่อยออกมาทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้เขาในยามนั้น บางคนกระอักเลือกจนสิ้นสติ บางคนถูกปราณทำลายจนจินตานเสียหาย 

หากถามว่าวันนั้นผู้ใดคือผู้ที่ถูกแรงกดดันจากชินอ๋องมากสุด

คงเป็นอดีตกุ้ยเฟยที่ตอนนี้พระนางได้ถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นไทเฮา

พระนางในตอนนั้นถูกลมปราณของชินอ๋องบดขยี้จนทำให้ลมปราณในร่างแตกซ่าน จินตานถูกทำลายเพราะแรงกดดันของระดับพลังที่สูงกว่า

พระนางจึงกลายเป็นบุคคลไร้ค่า ไม่อาจฝึกลมปราณได้อีกตลอดชีวิต

แม้ปัจจุบันพระนางจะเป็นไทเฮา แต่นับจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพระนางก็ขอราชโองการจากอดีตฮ่องเต้ออกไปถือศีลที่วัดประจำราชวงศ์ 

และสาเหตุที่พระนางไม่กล้าเรียกร้องให้หลี่หวงหลงรับผิดชอบ

เพราะลมปราณที่ชายหนุ่มระเบิดออกมาในครานั้น คือลมปราณระดับเทพราชันย์ ลมปราณระดับตำนาน 

และบุรุษผู้นี้เป็นตำนาน

ตำนานที่ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้อง 

และสาเหตุที่ฮองเฮาจดจำเรื่องราวในครั้งนั้นได้เพราะในวันนั้นนางเองก็เข้าร่วมงานเลี้ยงคืนนั้นในฐานะพระชายาเอกของรัชทายาท 

ตอนนั้นหลี่หลงเฟยยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ 

จากนั้นชินอ๋องผู้นี้ก็ปรากฎตัวนับครั้งได้

กล่าวได้ว่า มีเพียงไม่กี่ครั้งที่เขาจะปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน

และนี่เป็นครั้งแรกในรอบสองปีที่หลี่หวงหลงผู้นี้ปรากฎตัวต่อหน้าผู้คน 

“หม่อมฉันไม่ทราบว่าพระองค์คือชินอ๋อง ขอทรงอภัยด้วยเพคะ”อันลู่กล่าวทำลายความเงียบ นางบอกปัดเรื่องให้พ้นตัว แต่ความเงียบที่บุรุษผู้นี้จงใจสร้างขึ้นทำให้นางอึดอัด

นางเองก็คาดไม่ถึงว่าคนผู้นี้เป็นถึงชินอ๋อง แน่นอนว่านางกลับเมืองหลวงมาได้หลายวันแล้ว ย่อมต้องได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับชินอ๋องผู้นี้มาบ้าง 

ฮองเฮาที่ได้ยินคำกล่าวของอันลู่ พระนางได้แต่ถลึงตาใส่อีกฝ่าย แต่ไม่อาจทำอันใดได้ 

หวงหลงไม่ได้ตอบรับหรือหันไปเผชิญหน้ากับหญิงสาว พระองค์หมุนตัวไปประจัญหน้ากับเจ้าแผ่นดิน

หลี่หลงเฟยชะงักเมื่อสบตากับน้องชาย

“ข้าขอตัวขันทีผู้นี้ได้หรือไม่”หลี่หวงหลงไม่ใช้คำราชาศัพท์ และไม่ได้มีความเกรงกลัวว่าอีกฝ่ายคือเจ้าแผ่นดิน

หลี่หลงเฟยก็จนปัญญาที่จะลงโทษ

กล่าวให้ถูกคือพระองค์ไม่มีปัญญาจะไปลงโทษอีกฝ่ายได้เลย

ใครใช้ให้อีกฝ่ายแข็งแกร่งขนาดนั้นเล่า

น้องชายของพระองค์ผู้นี้หากพระองค์ไม่ได้เห็นมาตั้งแต่กำเนิดย่อมคิดว่าหลี่หวงหลงเป็นตัวปลอมแน่ เพราะพรสวรรค์โดดเด่นนำหน้าพี่น้อง 

แม้กระทั่งบัดนี้พระองค์ก็คาดเดาพลังที่แท้จริงของน้องชายผู้นี้ไม่ออก

และล่าสุดที่น้องชายของพระองค์สำแดงอำนาจก็ผ่านมาห้าปีแล้ว

แต่เพราะหลี่หวงหลงเป็นคนในราชวงศ์ของแควันหลี่

มันเลยทำให้แคว้นต่างๆไม่กล้าลงมือกับแคว้นหลี่ 

แคว้นหลี่ยังคงเป็นแคว้นอันดับสอง

ส่วนแคว้นอันดับหนึ่ง เอาเถอะพระองค์ที่เป็นเจ้าแผ่นดินยังไม่มีความกล้าที่จะกล่าวถึง

แค่ได้ยินข่าวลือมาว่าราชวงศ์ที่ปกครองแคว้นอันดับหนึ่งคือราชวงศ์จ้าว 

ฮ่องเต้ตวัดสายตามองฮองเฮาอย่างแค้นเคือง

เพราะพระนางทำให้พระองค์เป็นตัวตลก!


           *****************************************


*ชินหวางเฟย (新王妃)พระชายาในชินอ๋อง

 อีกตอน ขอเวลาขัดเกลาเล็กน้อย มาดึกๆนะคะ 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 464 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

898 ความคิดเห็น

  1. #214 J-U-N (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 21:59
    น้องต้องเป็นองค์หญิงแคว้นจ้าวแน่ๆเลย
    เพราะพี่ชายชื่อจ้าวหลง!!!!😊
    #214
    0
  2. #120 MeawMeaw31 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 18:19

    ขอบคุณค่ะ
    #120
    0
  3. #78 pattss (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 12:50
    โอ้ว...โพรไฟล์ชินอ๋องเริ่ดมากๆ
    #78
    0
  4. #42 sopitass (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 09:37
    น้องเป็นองค์หญิงแคว้นจ้าวป่ะ
    #42
    0
  5. #39 munongmu (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 21:42
    ***มันต้องมีซัมติงที่โดนปลดตอนเป็นรัชทายาท ไรท์อย่าลืมมาเฉลยด้วย***
    #39
    1
    • #39-1 princesslovever(จากตอนที่ 25)
      29 กรกฎาคม 2563 / 22:06
      ช่วงนี้อีกประมาน10กว่าตอนจะมาเฉลยให้ค่ะ
      #39-1
  6. #38 usaonly (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 19:59

    ชินอ๋องแกร่งเสียจนไม่มีใครกล้าหือ ทำไมถึงออกโรงปกป้องอันลู่มากมาย เคยรู้จักน้องมาก่อนรึ ขอบคุณค่ะ

    #38
    0
  7. #37 0618637704 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 19:38
    รอๆค่ะน้องจะได้ถอนหมั้นไหมน๊าาาาา
    #37
    0
  8. #36 nong995 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 21:59

    รอๆๆๆๆ

    #36
    0
  9. #35 kob_pagamas (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 21:55
    รอคร้า
    #35
    0