จบ | [FIC GOT7] - Don't say อย่า(ถามหา)รัก #BNIOR

ตอนที่ 14 : Don't say อย่า(ถามหา)รัก : EP.13 [อัพครั้งที่3] 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    12 ส.ค. 60

ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรง โลกมืด และ18+ 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก เหม่ยเหงามาก เข้ามาหาหน่อยน้าา


| EP.13 |


ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบผมก็หันไปสบตาเขาอีกครั้ง แววตาของยูคยอมมีแต่ความขี้เล่นและกวนประสาท เขาทำราวกับว่าชีวิตนี้ไม่เคยเครียดหรือจริงจังกับอะไรเลยสักอย่าง และจากนั้นผมก็แสยะยิ้มร้ายใส่อีกฝ่ายอย่างไม่สนใจว่าเขาจะรู้สึกยังไง


“ฉันไม่ใช่คนใจบุญ...ถ้าอยากได้เศษทานก็เชิญไปขอคนอื่น” พูดจบผมก็ฉวยเอากล่องปฐมพยาบาลจากพนักงานที่เดินมาพอดีทันที


ผมกลับมาที่ห้องพักพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลในมือ เดินเข้ามาจนถึงห้องนอนก็พบว่าแจบอมอาบน้ำเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้แต่งตัว ร่างกายกำยำของเขามีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวเท่านั้น


ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่และวางกล่องปฐมพยาบาลลงข้างๆ อีกฝ่าย จากนั้นก็ทำท่าจะหมุนตัวเดินไปอาบน้ำ แต่แจบอมก็รั้งแขนผมไว้ซะก่อน


ผมหันไปสบตากับอีกฝ่ายด้วยท่าทางไม่พอใจ


“อะไร?” น้ำเสียงห้วนๆ ถูกเปล่งออกไป


“ทำแผลให้หน่อย” อีกฝ่ายบอกและยกมือที่มีแผลขนาดใหญ่ให้ผมดู ผมก้มลงมองก่อนจะเงยหน้าสบตากับเขาอีกครั้ง รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของผมทว่ามันไม่ใช่รอยยิ้มใจดีอย่างที่ควรจะเป็น


“ทำเองสิ แค่นี้ไม่ตายหรอก” ผมบอกและสะบัดแขนจากการเกาะกุมของแจบอมทันที ผมไม่สนใจท่าทางของเขาหลังจากที่ฟังประโยคร้ายกาจของผมด้วย ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น


ผมอาบน้ำและแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อยก่อนจะออกจากห้องน้ำ รู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อยเมื่อนึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้ก็เป็นวันที่ผมจะได้กลับไปใช้ชีวิตในแบบเดิมๆ แล้ว การอยู่บนเรือสำราญใหญ่ๆ ที่สะดวกสบายแต่ในความรู้สึกของผมมันก็คือเรือเส็งเคร็งเท่านั้นแหละ


เมื่อผมออกมาจากห้องน้ำแล้ว ผมก็ต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้งดังๆ แจบอมยังนั่งอยู่ที่เดิมและอยู่ในสภาพเดิม เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าเครื่องปรับอากาศถูกตั้งอุณหภูมิไว้เท่าไร เขาไม่คิดจะหาเสื้อผ้าสวมใส่ เขาไม่คิดจะทำอะไรทั้งนั้น


แจบอมเอาแต่จ้องมาที่ผม ไม่ว่าผมจะเดินไปทางไหนเขาก็จดจ้องอย่างไม่วางตา เขาทำแบบนั้นจนผมเริ่มรำคาญและทนไม่ไหว จนสุดท้ายผมก็ต้องพ่นคำหยาบคายใส่เขา


“จะมองอะไรนักหนาวะ! มีมือมีตีนก็ทำเองสิ!!” ความอดทนผมต่ำมากจริงๆ ผมรู้ว่าแจบอมกำลังประท้วงเรื่องที่ผมไม่ยอมทำแผลให้เขา แต่ผมพูดไม่ถูกหรือไง เขาไม่ได้พิการที่จะไม่สามารถทำอะไรเองได้สักหน่อย แล้วการที่มาเรียกร้องความสนใจจากผม เขาคิดเหรอว่ามันจะได้ผล


หึ...สมเพช


“...” แจบอมไม้โต้ตอบอะไรออกมาเลยสักคำ เขาทำเพียงแค่มองผม สบตากับผมและปล่อยให้เลือดที่ฝ่ามือหยดลงพื้น กลิ่นคาวคละคลุ้งอีกครั้งแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ผมพอรับไหว ผมมองไปที่กองเลือดสีสดจำนวนหนึ่งตรงปลายเท้าแจบอม


“น่ารำคาญที่สุดในโลกเลย!!” ผมกระแทกเสียงใส่อีกฝ่ายและเดินไปเปิดกล่องปฐมพยาบาล หยิบยามาใส่แผลให้เขา ขณะที่แต้มสำลีกับแผลของอีกฝ่ายผมก็ไม่ได้ใจดีที่จะทำให้เบาๆ เพราะกลัวเขาจะเจ็บหรอกนะ ความโมโกฉุนเฉียวมีเท่าไรผมก็กดลงไปมากเท่านั้น


แต่แจบอมก็ไม่ร้องสักแอะ เขานั่งนิ่งราวกับเป็นก้อนหินจนกระทั่งผมทำแผลให้เขาเสร็จโดยที่ฝ่ามือใหญ่มีผ้าพันแผลพันรอบจนกำมือไม่ได้


“ขอบคุณนะ” คำขอบคุณแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากแจบอมทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของอีกฝ่ายว่างเปล่าจนผมไม่รู้ว่าเขามีความรู้สึกอะไรหรือเปล่า แจบอมกลายเป็นใครอีกคนที่ผมแทบจะไม่รู้จัก


“แค่ทำบุญ” ผมว่าแค่นั้นและเอากล่องพยาบาลไปวางไว้ที่โต๊ะใกล้ๆ จากนั้นก็เดินกลับมานอนบนเตียง เหนื่อยจะตายอยู่แล้วยังจะต้องมานั่งทำแผลให้คนงี่เง่าอีก


น่าเบื่อว่ะ


พรึ่บ


ขณะที่ผมกำลังหลับตาเพื่อให้ตัวเองได้พักผ่อน ความหนักที่ช่วงเอวก็เกิดขึ้นพร้อมกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั้งตัว ผมพอจะเดาได้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นเพราะใคร คนน่ารำคาญที่ผมให้ผมหงุดหงิดได้ทุกเมื่อไงล่ะ


“ปล่อย” ผมพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ทั้งที่ยังหลับตา คิดว่าแจบอมน่าจะทำตามที่ผมบอก แต่ผมก็ลืมไปว่าแจบอมคือแจบอม ผีเข้าผีออกได้ทุกเมื่อ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะกระชับกอดผมแน่นกว่าเดิมจนผมหงุดหงิดใจอีกครั้ง


“...”


“บอกให้ปล่อยไงวะ!” ผมบอกเสียงดังใส่อีกฝ่ายและลุกขึ้นผลักอกให้เขาถอยห่างออกไป แจบอมนิ่งไม่สนใจท่าทางของผมก่อนจะคว้าเอวของผมและรั้งให้นอนลงดังเดิม


“นอนเถอะ” เขากระซิบบอกและซบใบหน้าลงที่แผ่นอกของผม แม่ง นี่มันคืออะไรว่ะ


“อย่ามาตีหน้ามึนใส่นะแจบอม”


“จะนอนดีๆ หรือจะทำอย่างอื่นก่อนนอนล่ะ ถ้าเลือกอย่างหลังก็จัดให้ได้นะ”


คำพูดยาวๆ ที่หลุดออกจากปากของร่างสูงทำให้ผมนิ่งไป ผมไม่ได้กลัว ไม่ได้เกรง ไม่ได้อะไรอีกฝ่ายทั้งนั้น แต่ผมกำลังคิดว่านี่คือแจบอม...แจบอมอีกคนหนึ่งที่ผมเคยรู้จัก


ความสับสนเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นในใจของผม วันนี้ผมพบเจอแจบอมในหลากหลายรูปแบบ และผมก็ไม่รู้ว่าแจบอมในแบบไหนที่เป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา ยิ่งรู้สึกแบบนี้ผมก็ยิ่งไม่อยากไว้ใจอีกฝ่าย ผมรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกที่ปิดกั้นความรู้สึกทุกช่องทางกับผู้ชายคนนี้


ผมสัมผัสได้ว่าแจบอมไม่ได้จริงจังกับผม เขาก็แค่...กำลังหลอกผม


สุดท้ายผมก็ยอมนอนตามที่อีกฝ่ายบอก ลมหลายใจของผมเข้าออกสม่ำเสมอ ไม่นานผมก็หลับไป

 




เช้าวันต่อมา


เรือสำราญเส็งเคร็งในสายตาของผมจอดเทียบท่าเรือท่าเดิมเหมือนเมื่อหลายวันก่อน แขกเหรื่อมากมายต่างทยอยกันขึ้นจากเรือ และเพราะว่าคนเยอะจนน่ารำคาญ ผมก็เลยเลือกที่จะนั่งรอเวลาเพื่อจะได้ออกในตอนท้ายๆ ที่คนไม่เยอะ


มื้อเช้ามื้อสุดท้ายบนเรือลำนี้ถูกพนักงานสาวยกมาเสิร์ฟให้ผมถึงโต๊ะ และผมก็แทบอยากจะวิ่งไปอวกเมื่อเธอส่งสายตาวาววับให้กับผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับผม แทนที่แจบอมจะได้เห็นสายตาของเธอ กลับกลายเป็นผมต่างหากที่ได้เห็นมัน



พอแจบอมนิ่ง พนักงานสาวก็หน้าเสียและรีบเดินจากไปแต่โดนดี ก็ดีเหมือนกัน ผมไม่อยากทนนั่งมองภาพน่าสะอิดสะเอียนแบบนี้นานๆ หรอก เบื่อเหลือเกินไอ้พวกเสน่ห์แรงเรี่ยราดเนี่ย!


เมื่อถึงเวลาที่ผมจะต้องขึ้นจากเรือลำนี้ ผมก็เตรียมถือกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองและเดินไปยังทางออก แต่ยังไม่ทันได้เดินไปเลยแม้แต่ก้าวเดียว ผู้ชายที่ผมไม่ชอบขี้หน้าก็เดินมาดักไว้พร้อมรอยยิ้มยียวน


“สวัสดีจินยอง” คำกล่าวทักทายและรอยยิ้มแสร้งเป็นมิตรของยูคยอมทำให้ผมถอนหายใจและมองบนใส่เขา


“อืม” แต่ผมก็พยักหน้ารับไปแบบแกนๆ จากนั้นก็ทำท่าจะเดินแยกออกมา แต่มันติดอยู่ตรงที่ยูคยอมพูดบางอย่างออกมาน่ะสิ


“ฉันไม่เห็นมาร์คเลย...แฟนนายหายไปไหน”


ไอ้เวรนี่ มันพูดอะไรของมันวะ


ผมได้แต่มองหน้ายูคยอมด้วยความไม่เข้าใจ แบบนี้ไม่ให้เรียกว่าตอแหลแล้วต้องเรียกว่าอะไร ยูคยอมก็รู้อยู่แก่ใจว่าผมและแจบอมมีความสัมพันธ์กันในรูปแบบไหน และการที่เขาทำเป็นไม่รู้แล้วมั่วพูดชื่อมาร์คขึ้นมาแบบนี้มันไม่ได้หมายความว่าเขาต้องการจะหาเรื่องผมและเปิดศึกกับแจบอมเหรอ


ผมละสายตาจากคนมาใหม่ไปยังอีกคนที่นั่งหน้านิ่งแต่มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเลือดที่ฝ่ามือเริ่มซึมออกมา แจบอมไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เขาเอาแต่นิ่ง...จนยูคยอมได้ใจ


“อ้าว ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ ฉันพูดอะไรผิดเหรอ?” สีหน้าท่าทางที่อีกฝ่ายปั้นแต่งขึ้นมาทำให้ผมหมดความอดทนแล้วเหมือนกัน ความรู้สึกของผมในตอนนี้คือรำคาญที่ถูกใครก็ไม่รู้เข้ามาวุ่นวายเรื่องส่วนตัว


“ไปตายไป!!” ผมตะคอกใส่อีกฝ่ายอย่างเหลืออด ตั้งแต่ที่เดินขึ้นมาบนเรือลำนี้ ชีวิตของผมก็ไม่ค่อยจะปกติเท่าไร เจอแต่เรื่องแปลกๆ ชวนให้สับสน มันเริ่มตั้งแต่ที่ยูคยอมเข้ามาหาผม มาร์คบอกว่าชอบผม แจบอมที่จับผมล่ามโซ่กักขังไว้บนเตียง แล้วไหนจะผลงานของพ่อที่ผมต้องประมูลมาให้แจบอมและเป็นหนี้เขามหาศาล


ทุกอย่าง...แย่


“โอ๊ะ...อวยพรกันหรือเปล่า” แต่คนอย่างยูคยอมคงไม่ใช่พวกที่จะรู้สึกแย่กับคำพูดร้ายๆ หรอกนะ เพราะนาทีที่ผมไล่ให้เขาไปตายเขากลับยกยิ้มและทำหน้าตาทะเล้นใส่ผม


ความกวนประสาทของเขาทำให้ผมอยากจะบ้าตาย...น่ารำคาญกว่าแจบอมอีก


“ถ้าคิดแบบนั้นก็แล้วแต่!” ผมกระแทกเสียงใส่อีกครั้งและเดินแยกออกมาทันที ไม่มีการหันหลังกลับไปมองด้วยว่าแจบอมจะเดินตามมาหรือเปล่า หรือว่าสองคนนั้นจะวางมวยกันหรือไม่


ฆ่ากันให้ตายไปได้ก็ดี หายๆ ไปให้หมดนั่นแหละ


*


ผมขาดเรียนไปหลายวันเพราะแจบอมลากผมไปร่วมงานประมูลนั่นด้วย พอกลับมาเรียนอีกครั้ง งานและการบ้านที่ต้องทำส่งก็ถาโถมจนผมท้อใจ และมันก็บ้ามากๆ ที่อาจารย์ให้จับกลุ่มโดยที่ผมไม่รู้จักใครสักคนในห้อง


ไม่แปลกหรอกที่จะเป็นแบบนั้น ตั้งแต่เปิดเรียนมาผมก็ไม่เคยคบค้าสมาคมกับใครและดูเหมือนว่าคนอื่นๆ ในห้องก็ไม่กล้าเข้าใกล้ผม ทุกคนคงรู้ว่าผมมีความสัมพันธ์กับแจบอมก็พลอยกลัวซวยไปด้วยหากมายุ่งกับผม


แต่ตอนนี้ผมงานเข้าแล้วล่ะ


“ใครยังไม่มีกลุ่มรีบหากลุ่มเลยนะคะ” เสียงของอาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าห้องเอ่ยเร่ง ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องเพื่อดูว่ากลุ่มไหนยังมีคนไม่คบและพอเห็นผมก็เดินเข้าไปนั่งด้วยทันที


สามคนในกลุ่มที่นั่งอยู่ก่อนแล้วมองหน้ากันเลิ่กลั่กราวกับว่าไม่รู้จะต้องทำยังไงเมื่อผมเลือกที่จะอยู่กับพวกเขา แน่นอนว่าผมรำคาญก็เลยเอ่ยบอกไปตรงๆ


“ฉันไม่ทำให้พวกนายเดือดร้อนหรอก” พอบอกผมทั้งสามคนก็ทำหน้าโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด ผมก็เลยแนะนำตัวก่อนเพราะยังไงก็ต้องรู้จักกันอยู่ดี “ฉันชื่อปาร์ค จินยอง”


และหลังจากนั้นทั้งสามคนก็ทยอยแนะนำตัวกันโดยมีวอนโฮ ฮยองวอนและมินกยู เรารับงานจากอาจารย์และแบ่งกันรับผิดชอบ เมื่อหมดคาบผมก็แลกไลน์กับพวกนั้นไว้เผื่อมีอะไรฉุกเฉิน ทุกอย่างก็เป็นไปตามอย่างที่ควรเป็น พอหมดธุระผมก็แยกตัวออกมา


แจบอมส่งข้อความมาหาผม เขาบอกว่าให้ไปรอที่ลานจอดรถซึ่งผมก็แค่อ่านและเดินไปตามที่เขาบอก วันนี้ผมค่อนข้างเหนื่อยเพราะเรียนหนักก็เลยอยากจะรีบกลับบ้านไปนอนสักที


ระหว่างทางเดินไปลานจอดรถ ผมก็เจอกับเพื่อนคนสนิทที่ไม่ค่อยจะได้คุยกัน แจ็คสันเดินตรงดิ่งมาหาผมก่อนจะกระชากแขนและพาผมเดินไปอีกทาง ท่าทางของเขาดูรีบร้อนและกังวล


“จินยอง” พอถึงบริเวณที่ลับตาคน แจ็คสันก็ปล่อยมือจากแขนของผมและเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแหบห้าว ร่างสูงมีสีหน้าที่ดูแปลกๆ ไป


“อะไร?”


“มึงช่วยกูคิดสิว่ากูควรทำยังไงต่อ” ทันทีที่แจ็คสันพูดจุดประสงค์ของตัวเองออกมาผมก็เข้าใจได้ทันที ผมนิ่งไปนิดก่อนจะถามกลับไป


“แล้วตอนนี้ทางมึงเป็นยังไงล่ะ กูถูกแจบอมกันออกจากมึงและมาร์ค กูเลยไม่รู้อะไรเลย” ที่ผมพูดคือความจริงทั้งหมด แจบอมห้ามและกันผมทุกวิถีทางเพื่อให้ผมไม่ติดต่อหามาร์คและแจ็คสัน เขายึดโทรศัพท์ของผมไปและซื้อเครื่องใหม่พร้อมเบอร์ให้ ข้อมูลทุกอย่างในโทรศัพท์ถูกแจบอมทำลายต่อหน้าต่อตา เขาปาโทรศัพท์ของผมจนแหลกเป็นชิ้นเล็กๆ แน่นอนว่าในวันนั้นผมโกรธและด่าเขาชุดใหญ่ แต่อีกฝ่ายก็ไม่สนใจ


เรื่องมันก็ผ่านมาอาทิตย์กว่าๆ แล้ว


“มาร์คหลบหน้ากูเหมือนเดิม” แจ็คสันเอ่ยพร้อมกับยกมือขยี้เส้นผมสีเข้มจนยุ่งไปหมด ผมหรี่ตามองเขาอย่างมีอะไรบางอย่างในใจ หึ หลบหน้างั้นเหรอ?


“ที่งานประมูล...มึงข่มขืนมาร์ค” พอผมพูดขึ้นแจ็คสันก็หันมามองหน้าผมทันที อีกฝ่ายดูตกใจที่ผมรู้เรื่องนี้ แต่เขาก็ไม่ได้แก้ตัวอะไร กลับพยักหน้ายอมรับซะด้วย


“เออ กูทำ”


“ทำไมมึงทำแบบนั้น? มึงก็รู้ว่ามาร์ค...” ผมกำลังจะถามอีกแต่แจ็คสันไม่ฟัง เหมือนเขาไม่ต้องการได้ยินคำว่ามาร์คไม่รักเขาจากปากของผม เขาก็เลยเถียงขึ้นมาซะก่อน


“เพราะมาร์คเป็นของกูไง มึงเข้าใจไหมว่าเขาเป็นของกู กูจะทำให้เขาสมยอมหรือข่มขืนยังไงเขาก็เป็นของกู” แจ็คสันย้ำคำพูดราวกับคนใกล้จะเป็นบ้า ผมรู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกยังไง แจ็คสันกำลังจะเป็นบ้าเพราะรักมาร์คใจจะขาด เห็นแล้วก็สมเพชอย่างอดไม่ได้ ก็เลยเสนอบางอย่างออกไป


“ตอนนี้มาร์คติดต่อกูไม่ได้ มึงก็ลองเสนอดูสิเผื่อมาร์คจะสนใจ เอาเบอร์กูไป”


ว่าจบผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นกดโทรหาแจ็คสันเพื่อแลกเบอร์กัน อีกฝ่ายดูพึงพอใจมากที่ผมยอมช่วยเหลือเขาอีกครั้งทั้งๆ ที่แจบอมสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด จากนั้นไม่นานผมก็ต้องรีบปลีกตัวออกมาเพราะแจบอมโทรตาม


ก่อนแยกกับแจ็คสันผมก็บอกกับเขาว่า


มีอะไรปรึกษากูได้ กูยินดี


ใช่ผมโคตรยินดีเลย ยินดีให้มาร์คมีความสุขจนตาย!



 

ผมเดินมาที่ลานจอดรถที่แจบอมบอก รถยนต์คันหรูโดดเด่นจอดอยู่พร้อมกับติดเครื่องเอาไว้ ผมเปิดประตูขึ้นไปนั่งอย่างรู้งาน แจบอมหันมามองผมด้วยสายตานิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยถาม


“ทำไมมาช้า” คำถามที่ทำให้ผมถอนหายใจใส่


“ก็เดินมาไม่ได้วิ่ง” พอผมตอบกลับไปแบบนั้นแจบอมก็เงียบและออกรถทันที เราอยู่กันด้วยบรรยากาศแบบนี้ตั้งแต่วันที่กลับจากงานประมูล ผมบอกแล้วว่าแจบอมเปลี่ยนไป เขาไม่ใช่แจบอมคนเดิมที่ผมเคยรู้จัก เขาเงียบมากกว่าเดิม มีโลกส่วนตัวเยอะขึ้น แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือการตามติดผมตลอดเวลาและเซ็กซ์


ผมเริ่มรู้สึกว่าทุกครั้งที่ผมและแจบอมมีเซ็กซ์กัน อีกฝ่ายจะรุนแรงมากกว่าเดิม เขาแทบจะไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว่าผมเจ็บหรือทรมานแค่ไหน โซ่ เชือก กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แจบอมมักจะใช้มันล่ามผมไว้กับเตียงจนกว่าเซ็กซ์ที่ดุดันจะจบลง


ผมไม่ปฏิเสธสิ่งที่เขาทำอีกแล้ว ถึงแม้ว่าตอนแรกๆ จะไม่พอใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่ารู้สึกดีจนแทบจะล้นอก มันจึงเป็นสาเหตุที่ผมยังอยู่กับเขา จะพูดให้ถูกก็คือเซ็กซ์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมยังอยู่กับแจบอม


แต่อย่าคิดว่ามันจะรั้งผมได้ตลอดไป เพราะทันทีที่ผมจัดการมาร์คเสร็จ แจบอมก็จะไม่ได้เจอผมอีกเลย


ผมนั่งเหม่อตลอดทางเพราะเอาแต่คิดเรื่องของตัวเองวกไปวนมา พอรู้สึกตัวอีกทีผมก็มาอยู่ที่โชว์รูมรถขนาดใหญ่ รถราคาหลายล้านวอนถูกเรียงรายให้เลือกมากมาย แจบอมเดินนำหน้าโดนที่จับข้อมือของผมไว้และลากให้เดินไปตาม ผมก็ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธทำไมให้เหนื่อยก็เลยเดินตามอย่างเลี่ยงไม่ได้


ผู้ชายใส่สูทท่าทางจะเป็นเจ้าของโชว์รูมเดินมาหาแจบอมพร้อมกุญแจรถที่ดูใหม่เอี่ยม เขายิ้มให้ร่างสูงนิดหน่อยก่อนจะเดินเลี่ยงไป แจบอมหันมามองหน้าผมพร้อมกับบอกให้ผมเดินตามเขาต่อไปอีกเราเดินกันมาด้านในของโชว์รูม ผมเข้าใจแล้วล่ะว่านี่มันคือสนามฝึกขับรถ แต่มองไปทางไหนก็ไม่มีครูฝึกเลยสักคน


หรือว่า...


“ฉันจะสอนนายขับรถ” ประโยคที่แจบอมบอกทำให้ผมแปลกใจ สอนผมขับรถเนี่ยนะ? ผีเข้าหรือไงกัน


“ตลกเหรอ?” ผมถามกลับ แต่แจบอมก็ส่ายหน้าไปมา


“รางวัลสำหรับการที่นายประมูลผลงานชิ้นนั้นให้ฉันไง ฉันจะสอนนายขับรถพร้อมกับรถคันใหม่ที่นายเป็นเจ้าของ...ตกลงไหม?”


ผมรู้สึกเดือดเล็กๆ ในใจที่แจบอมพูดถึงงานประมูลชิ้นนั้น นอกจากมันจะเป็นงานที่พ่อของผมสร้างขึ้นมาแล้ว ผมยังต้องเป็นหนี้แจบอมอีกมหาศาล และการที่เขาจะมอบรถให้เป็นรางวัลมันหมายความว่ายังไง


“ถ้าอยากให้รางวัล ก็ยกหนี้ให้สิ” ผมบอกและสะบัดมืออกจากฝ่ามือของอีกฝ่าย แววตาของแจบอมเปลี่ยนไปทันทีแต่ผมไม่สนใจหรอก เขาจะรู้สึกอะไรก็เรื่องของเขา


“มันคนละเรื่องกัน” พอเขาบอกแบบนั้นผมก็หัวเราะเยาะทันที


“คนละเรื่องงั้นเหรอ? ตลกน่าแจบอม กลัวฉันทิ้งนายก็บอกมาเถอะ ไม่เห็นต้องเอาหนี้มาเป็นข้ออ้างเลย” เพราะผมคิดอยากจะเอาชนะแจบอมผมก็เลยพูดจามั่วๆ ออกไปโดยเอาแค่ความสะใจเป็นหลัก จุดประสงค์คืออยากให้แจบอมหน้าเสียและเจ็บใจ แต่แจบอมก็ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับ


“ใช่ ฉันกลัวนายหนีฉันไป ฉันเลยต้องผูกมัดนายไว้กับฉันไงจินยอง เพราะฉันรู้ว่าคนแบบนายน่ะ...จับยากยิ่งกว่าอะไร”


ทันทีที่พูดจบเขาก็กระชากแขนของผมอย่างแรงและพาไปที่รถที่จอดรอไว้อยู่แล้ว แจบอมพยายามจะให้ผมเข้าไปในรถแต่ผมก็ขืนเอาไว้ จนเขาเริ่มหมดความอดทน


“ดื้อนักใช่ไหม?” เขาถามแต่ไม่ฟังคำตอบ แจบอมเปลี่ยนไปเปิดประตูด้านหลังคนขับและดันผมขึ้นไปอย่างแรง จากนั้นเขาก็ตามเข้ามา ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกแจบอมจับให้นอนราบไปกับเบาะด้านหลังและร่างสูงก็ขึ้นคร่อมทับทันที ข้อมือทั้งสองข้างถูกตรึงไว้จนเจ็บไปหมดและผมก็หมดหนทางที่จะดิ้นเอาตัวรอด


เราสองคนจ้องตากัน แววตาของแจบอมมีแต่ความว่างเปล่า ผมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร ไม่รู้อีกแล้ว!


“ปล่อยเดี๋ยวนี้” ผมพูดสั่งออกไปอย่างถือดี แจบอมแสยะยิ้มใส่


“ทำไมฉันต้องทำตามคำสั่งลูกหนี้แบบนาย? นายมีสิทธิ์สั่งฉันเหรอ?” สุดท้ายแล้วแจบอมก็มองว่าผมเป็นลูกหนี้เขาจริงๆ อย่างที่ผมคิด มันก็ไม่ต่างกับการที่ผมขายตัวแลกเงิน แลกฐานะ แลกกับการที่ทุกคนเกรงขาม


“ใช่สิ ฉันมันก็แค่ลูกหนี้ที่ใช้ร่างกายปรนเปรอเจ้าหนี้แบบนาย เอาเลย อยากทำอะไรก็ทำเลย นายเป็นเจ้าชีวิตฉันแล้วนี่แจบอม” พูดจบผมก็หยุดดิ้นและนอนนิ่งๆ รอให้แจบอมจัดการร่างกายของผมอย่างที่เขาต้องการ แต่แล้วแจบอมก็นิ่งและผละตัวออกไป


ร่างสูงลงจากรถด้วยท่าทางสับสน สองมือหนายกขึ้นขยี้หัวตัวเองราวกับว่าเมื่อครู่ผมพูดอะไรกระแทกใจเขาอย่างจัง และสิ่งที่ผมคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นแจบอมสติหลุดจนต่อยเข้าที่กระจกรถจนเศษกระจกบาดตามนิ้วมือและเลือดสีแดงสดก็ไหลออกมา แจบอมมองมือตัวเองด้วยสายตาว่างเปล่า เขาปล่อยให้เลือดไหลอยู่อย่างนั้น


“เป็นบ้าหรือไงวะ!!” ผมทนไม่ไหวก็เลยลงจากรถและตะโกนด่าอีกฝ่ายอย่างเหลืออด แจบอมหันมาสบตากับผมก่อนจะรั้งผมเข้าไปกอด การกระทำของเขาทำให้ผมยืนนิ่ง


“ฉันจะเป็นบ้าก็เพราะนายนั่นแหละจินยอง เพราะนายคนเดียว!!


สิ่งที่แจบอมพูดทำให้ผมไม่เข้าใจ...และไม่คิดจะเข้าใจด้วย


*

แรงกอดรัดจากอีกฝ่ายทำให้ผมอึดอัดและอยากจะผละหนี แต่เพราะแจบอมกำลังฟุ้งซ่าน เขากอดรัดผมแน่นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะรัดกันให้ตาย กลิ่นเลือดเหม็นคาวที่ไหลจากบาดแผลของเขาก็คละคลุ้งไปในอากาศ ทำให้ผมรู้สึกอยากจะอวกออกมา


“ปล่อย..แจบอมปล่อย” ผมดิ้นและดันหน้าอกของอีกฝ่ายพร้อมกับตะโกนบอกให้เขาปล่อย ผมทำแบบนี้ซ้ำๆ จนสุดท้ายแจบอมก็คลายอ้อมแขนออก ร่างสูงจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม แววตาของเขาลึกล้ำและว่างเปล่าในเวลาเดียวกัน


ผมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร


“ฉันรักนายนะจินยอง”


เขาพูดอีกหนึ่งประโยคที่ทำให้ผมต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น จากนั้นแจบอมก็คุกเข่าลงและก้มหัวมองพื้น การกระทำของเขาทำให้ผมเผลอก้าวเท้าถอยหนี มันมากไปแล้ว แจบอมน่าสมเพชมากเกินไปแล้ว


“ทำบ้าอะไรวะ?! ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลย!!


ผมตะโกนลั่นเมื่อแจบอมใช้แขนทั้งสองข้างของเขากอดขาของผมไว้ราวกับวอนขออย่าให้ผมหนีเขาไป น้ำตาลูกผู้ชายของเขาไหลอาบแก้ม ผมเองก็เช่นกัน...ผมรู้สึกว่านี่มันสะเทือนใจ


“ขอร้องล่ะจินยอง...ฟังฉันบ้าง ฟังฉัน” แจบอมพึมพำและซบหน้าลงที่หน้าขาของผม ฝ่ามือที่เปื้อนเลือดยกขึ้นจับมือของผมไว้และกระชับจนแนบแน่น เขาทำเหมือนว่าบาดแผลที่ได้รับมาไม่สามารถทำให้เขาเจ็บได้...แต่ผมต่างหากที่ทำให้เขาเหมือนตาย


“แจบอม ลุกขึ้น อย่าทำแบบนี้” ผมเก็บความสะเทือนไว้ในใจ เก็บไว้ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก็หยิบความเย่อหยิ่งจองหองและนิสัยร้ายๆ ออกมาใช้ ผมไม่เคยขอร้องให้แจบอมมารักผม เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้มันไม่มีค่าอะไรสำหรับผมเลย


ต่อให้เขาตายตรงหน้า...ผมก็ไม่รักเขา


“อยู่กับฉันนะจินยอง ฟังที่ฉันบอก เชื่อฉัน...”


แจบอมเหมือนคนสติหลุดจากร่างไปแล้ว เขาพึมพำคนเดียว ประโยคคำพูดที่หลุดออกจากปากของอีกฝ่ายมีแต่คำพูดอ้อนวอน เขาทำให้ผมรู้สึกแย่ ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้


ไม่สิ ผมต้องไม่รู้สึกอะไร


แจบอมก็แค่ผู้ชายไม่จริงใจคนหนึ่ง สิ่งที่เขาทำก็แค่ละครที่จัดฉากขึ้น เขากำลังปั่นหัวผม...ใช่ เขากำลังทำให้ผมสับสน


ไม่มีหรอกความรักน่ะ ไม่มี


“บอกว่าให้ลุกขึ้นไงวะ!! พร่ำเพ้ออยู่นั่นแหละ น่ารำคาญว่ะ!


สุดท้ายผมก็รวบรวมแรงทั้งหมดและผลักแจบอมออกไป ร่างสูงเสียหลักหงายหลังแต่เขาก็ใช้แขนทั้งสองค้ำยันตัวเองไว้และถ้าผมมองไม่ผิด เหมือนกระจกที่แตกมันตำฝ่ามืออีกข้างของแจบอมด้วย


เลือดสีแดงไหลออกมาจากบาดแผลใหญ่บนฝ่ามือ กลิ่นคาวคละคลุ้งมากกว่าเดิม แต่แจบอมไม่สนใจเลย เขาไม่สนใจว่าตัวเองจะเจ็บหรือเลือดจะไหลมากแค่ไหน เพราะทันทีที่เขาตั้งตัวได้เขาก็ถลาเข้ามาหาและกอดผมไว้แน่น


ร่างของผมทรุดลงกับพื้นเพราะผมรู้สึกเวียนหัวกับกลิ่นเลือดที่ลอยวนในอากาศ ภาพวันวานลอยวูบเข้ามาในห้วงความคิด กลิ่นคาวของเลือดแรงขึ้นเลยๆ ซ้ำผมยังได้ยินเสียงปืนลั่นดังซ้ำๆ หลายครั้งจนครองสติไม่อยู่


ผมเห็นพ่อนั่งอยู่บนโซฟา พ่อถือปืนไว้และข้างขมับก็มีรอยกระสุน


“ไม่!!!


สุดท้ายผมก็ทนไม่ไหวจนต้องตะโกนออกมาดังลั่นท่ามกลางอ้อมกอดของแจบอมที่ประครองรับร่างของผมไว้ ผมรับไม่ได้กับเหตุการณ์ในวันนั้น ทุกอย่างมันไม่เคยเกิดขึ้น พ่อยังไม่ตาย พ่อยังอยู่กับผม...ใช่ พ่อยังอยู่กับผม


“...”


“พ่อ...พ่อยังไม่ตาย พ่อมาหาผม พ่อ!!




(อัพครั้งที่3 100%)

12/8/17 ครบแล้วค่ะ รอบนี้มาน้อยหน่อยเพราะจบตอนพอดี ใครเข้าใจตัวละครบ้าง? 555555 แอบเห็นนะว่าจินยองใจอ่อนให้พี่แจบอมอะ แต่จินยองก็กลับมาไม่สนเหมือนเดิม แบบว่าไบโพล่าทั้งพระ-นายเลยค่ะ อ้อ คนแต่งด้วย แล้วเห็นที่พี่แจบอมบอกจินยองไหม ขอให้ฟังกันบ้าง เอาสิ พี่แจบอมไปรู้อะไรมา รอลุ้นกันเนาะ แล้วเจอกันตอนต่อไปจ้า 

ปล.อย่าสาปแช่งที่มาน้อยนะ ตอนนี้ยุ่งๆ ถ้าว่างก็จะมาเยอะเหมือนที่เคยมาแหละค่ะ มาเยอะ มาไว แต่ช่วงนี้ทนไปปก่อนเนาะ แล้วก็อย่าทิ้งกันนะ อาจจะพิมพ์งงๆ เพราะเหม่ยรีบให้พ่อใช้คอมต่อ งื้ออ ไปละ บะบายย 

5/8/17 มาแล้วค่ะทุกคน /ร้องไห้/ ขอโทษนะที่มาช้า เหมือนเดิมคือยุ่งมากกก แต่จะพยายามไม่ยุ่ง ซึ่งไม่รู้ทำได้หรือเปล่า ยังไงก็อย่าลืมเรื่องนี้นะคะ เอาล่ะ พี่แจบอมเป็นบ้าไปแล้ว แจ็คสันก็เช่นกัน ใครอยู่ทีมไปก็แสดงตัวกันด้วยนะคะ สุดท้ายแล้วก็มีแต่น้ำตา(หื้ม เปล่า สปอยล์นะ) ไปล่ะ บะบายย 

23/7/17 สวัสดีค่ะทุกคน ไม่ต้องซับน้ำตาเพราะความดีใจที่เหม่ยมาอัพฟิคค่ะ ไม่ต้องกรี๊ดร้องให้เจ็บคอ แค่เมนต์ยาวๆ จนแป้นพิมพ์พังก็พอ (ฮาสิ) กราบขอโทษงามๆ ที่ทำให้ต้องรอนานขนาดนี้ ยอมรับว่าช่วงนี้ไม่ว่าง ไหนจะเรียน จะงาน แล้วยังต้องตรวจสอบฟิคที่กำลังจะส่งพิมพ์อีก ทุกอย่างถาโถมพุ่งชนจนจะเป็นบ้า แต่เหม่ยไม่ได้เป็นบ้านะ ยังเป็นคนสวยที่มีสติครบถ้วนเหมือนเดิม 

ไร้สาระมาเยอะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ทุกคนอาจจะขมวดคิ้วจนหัวคิ้วชนกันแล้วมีคำถามว่า...น้องยูคยอมเป็นใครมาจากไหนแล้วมาทำไม? อีกเรื่องคือ พี่แจบอมเป็นไบโพล่าร์เหรอคะ? ผีเข้าผีออกทุกๆ ห้าบรรทัด แล้วจินยองไม่คิดจะใจอ่อนหน่อยเหรอ ปากร้ายใจร้ายมากขึ้นทุกวันๆ เลยนะ เหม่ยจะบอกว่าทุกอย่างที่สงสัยจะค่อยๆ เฉลย ทุกคนห้ามทิ้งเหม่ยกลางครั้นนะ ตกลงไหม?

อีกเรื่องคือ เรื่องนี้มีแนวโน้มที่จะรวมเล่มด้วย แต่รายละเอียดยังไม่ออกนะคะ รอติดตามกันไป 

สุดท้ายนี้อยากวอนขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจและแวะเข้าแท็ก #อย่าถามหารัก กันเยอะๆ ด้วยนะคะ แล้วเจอกันครั้งต่อไป สวัสดีค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,320 ความคิดเห็น

  1. #1302 Lunyes (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 13:09
    สับสนไปหมด คือไม่รู้ว่าจะสงสารใคร อะไร ยังไงแล้ววววว
    #1,302
    0
  2. #1277 Defnan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 04:25
    สับสนไปหมด ทุกคนดูไม่น่าไว้ใจเลย 55555 ไรท์แต่งเก่งมาก อ่านไปก็ชมไรท์ไปตลอด คือมันซับซ้อนมาก ง่อออ ไรท์เก่งง่ะ
    #1,277
    0
  3. #1223 โจอี (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 10:11
    โอ้ยนยย ไม่เข้าใจทั้งคู่เลย
    #1,223
    0
  4. #1195 shierichi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 16:13
    โอ้ย เข้าใจทั้งคู่ ไบโพล่าร์คู่ ตายๆ
    #1,195
    0
  5. #1164 มะเอยเนย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:54
    ฮือออ สงสารทั้งคู่เลย
    #1,164
    0
  6. #1042 bibimbua (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 00:13
    โอ้ยยยย หน่วงมากกกก
    #1,042
    0
  7. #847 mooping11 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 14:13
    หน่วงมาก สงสารแจบอม เข้าใจจินยองแต่น่าจะรับความรู้สึกแจบอมบ้าง
    #847
    0
  8. #768 ALOHA (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 05:33
    เป็นโรคจิตสินะ มีอาการทางจิตแล้วจินยอง จะตายไหมตอนจบ?
    #768
    0
  9. #600 Jannie18 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 11:33
    สงสารแจบอม
    #600
    0
  10. #599 Ploy Snw (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 01:50
    จินยองเหมือนปิดกั้นตัวเอง ไม่รักใคร รักพ่อคนเดียว ทั้งๆที่ใจอาจจะรักแจบอมไปแล้วด้วยซ้ำแต่ไม่ยอมรับ ไม่กล้ารักใครเพราะกลัวเค้าจะจากไปเหมือนกับพ่อ
    #599
    0
  11. #598 cinncookie (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 22:22
    จินยองอ่า สงสารแจบอมหน่อยสิ
    #598
    0
  12. #597 norrijung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 21:25
    เป็นตอนที่กระชากหัวใจจริง ทิฐิของแจบอมที่มีอยู่หมดไปกับความรู้สึกที่กลัวจะเสียจินยองไป ขออะไรก็ได้จินยองต้องการอะไรก็ได้ แค่อย่าจากไป มันเป็นความรู้สึกว่ารักแต่ไม่รู้จะทำอย่างไงอีกแล้ว
    จินยอง คนแต่ละคนไม่เหมือนกันนะลูก ความรักก็เช่นกัน แม่อาจจะไม่ได้หลอกพ่อจินยอง แต่แค่ความรักที่มีมันอาจจะทำให้คนๆนั้นหมดใจต่อกัน และสิ่งที่แจบอมทำก็อาจอย่สงที่จินยองคิด เพื่อแต่ไม่รู้วิธีที่จะบอกรักกัน อย่างที่ไรท์บอกทั้งอารมณ์ของทั้งคู่มีขึ้นมีลงจนน่ากลัวเลยค่ะ
    #597
    0
  13. #596 Warabiw (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 20:37
    เจ็บปวด ฮือออ มือที่โดนกระจกบาดอ่ะเจ็บและปวดมากไหม รีบไปทำแผลซะนะแจบอม5555(ยังจะมาหัวเราะ น้ำตาไหลอยู่เนี่ย ฮือออ) ดูแลกันดีๆนะรักกันๆ /สู้ๆนะไรท์ คิดถึงๆ
    #596
    0
  14. #595 SuthidaPhloiram (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 20:14
    สงสารแจบอมนะ คือรักมากอ่ะ จินยองเหมือนก็รักแจบอมนะแต่ไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเอง
    #595
    0
  15. #594 SYPmkk97 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 19:53
    หืมมม จินยอง เปิดใจให้แจบอมบ้าง อยู่รู้เรื่องแล้ว เขียนดีจัง เนื้อหาดูมีอะไรอ่ะ อัพบ่อยๆนะ รออยู่เสมอ
    #594
    0
  16. #593 baby_baer1127 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 19:34
    เมื่อไหร่จินยองจะกลับมาเชื่อในความรักอ่ะ บางทีก้สงสารแจบอม
    #593
    0
  17. #592 ออมม่า (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 07:11
    แจบอม ต้องรักจินยอง จนเป็นบ้าไปแล้วแน่เลย อารมณ์ขึ้นลงตลอด
    #592
    0
  18. #591 aior-aior (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 21:43
    ผีเข้า แล้วก็ผีออก แล้วก็ผีเข้า แล้วก็ออก แน่ใจนะว่าแจบอมไม่ได้เป็นโรคคน 2 บุคลิก หรืออะไรประมาณนี้ ส่วนจินยอง ด่าเค้าไปอย่างนั้น แต่ด้านในนี้คือชอบใช่ม่ะ.....
    #591
    0
  19. #590 ysoldevagelyn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 21:40
    คือเราว่าแจบอมรู้ทุกอย่างแต่พยายามหัามนยองอ้อมๆอยุแน่เลย เลยแบบอึดอัดเหมือนคนบ้างี้
    #590
    0
  20. #589 Jannie18 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 01:09
    แจบอมนี่มีหลากหลายอารมณ์จัง
    #589
    0
  21. #588 SYPmkk97 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 22:56
    ว้าววววววว ดี ให้มันได้อย่างนี้
    #588
    0
  22. #587 Ploy Snw (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 22:38
    เขารักหนูไงลูกกก
    #587
    0
  23. #586 janisminepp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 20:30
    แจบอมเป็นอะไรรรร ไรท์มาต่อไวๆนะคะ
    #586
    0
  24. #585 Warabiw (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 19:32
    แจบอมเอ๊ย ทุกการกระทำยอมมีเหตุผลผลอยู่ในใจซินะ ใจเย็นๆนะ รักกันๆ /คิดถึงมากก ดีใจที่ไรท์มาแว้ว สู้ๆนะ
    #585
    0
  25. #584 norrijung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 19:29
    มันคือความรักแบบไหนนะสำหรับสองคนนี้ รักมากจนไม่รู้ว่าจะเริ่มทำอย่างไงให้เค้ารู้ว่ารักจากใจ ไม่ได้ต้องการของอะไรตอบแทนนอกจากความรัก
    แจบอมอะ ถ้ารักเค้าจริงๆก็บอกความรู้สึกจริงๆ ของตัวเองออกไป จินยองไม่ได้เป็นคนโหดร้ายขนาดนั้น และเราก็คิดว่าแจบอมรู้ประวัติ จินยองดี และคงหน้าจะรู้ว่าทำไมจินยองถึงกลายเป็นคนแบบนี้
    #584
    0