จบ | [FIC GOT7] - Don't say อย่า(ถามหา)รัก #BNIOR

ตอนที่ 15 : Don't say อย่า(ถามหา)รัก : EP.14 [อัพครั้งที่2] 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    22 ส.ค. 60

ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรง โลกมืด และ18+ 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก เหม่ยเหงามาก เข้ามาหาหน่อยน้าา



| EP.14 |


ความรู้สึกปวดหัวและกลิ่นยาฆ่าเชื้อแรงๆ ทำให้ผมต้องฝืนลืมตาตื่นขึ้นมา ภาพที่เห็นพร่าเบลอจนผมต้องหลับตาลงอีกครั้งเพื่อตั้งสติ ผมได้ยินเสียงคนเดินไปมา ได้ยินเสียงพูดคุย แต่ผมจับใจความอะไรไม่ได้สักอย่างเลยด้วยซ้ำ รู้สึกหงุดหงิดใจนิดๆ แต่ผมก็ต้องปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป


“คุณจินยอง” เสียงนุ่มๆ ของแม่บ้านใจดีจากตระกูลอิมเรียกชื่อผมพร้อมกับแตะมือลงมาสัมผัสที่หน้าผากของผมเบาๆ ความอบอุ่นนั่นทำให้ผมฝืนลืมตาขึ้นมองเธอ รอยยิ้มใจดีถูกส่งมาให้ปะปนกับความเป็นห่วง


“ป้าจู...” ลำคอผมแห้งผากจนไม่สามารถเปล่งเสียงออกไปได้ ป้าจูยองจึงรีบรินน้ำใส่แก้วและประคองร่างผมให้ลุกขึ้นดื่มน้ำ ผมดื่มน้ำจนหมดแก้วเพราะความกระหาย และเมื่อป้าจูยองเก็บแก้วไปแล้วผมก็เอ่ยถามทันที “แจบอมล่ะครับ”


ทันทีที่ป้าจูยองได้ยินคำถามจากผม สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป


“อยู่ข้างนอกค่ะ ไม่ยอมเข้ามา” เธอบอกพร้อมกับมองไปที่ประตูห้อง ผมมองตามสายตาของเธอบ้างและก็เพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้ผมนอนอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ใช่บ้านของแจบอม


“ทำไมล่ะครับ?” ผมถามกลับไปทันที เมื่อความสงสัยมันจุกอยู่ในอก คำบอกเล่าที่ว่าแจบอมไม่ยอมเข้ามาในห้องทำให้ผมนึกแปลกใจ คนอย่างแจบอมน่ะเหรอที่จะยอมปล่อยให้ผมคลาดสายตา


ป้าจูยองหันมาสบตากับผมพร้อมรอยยิ้มบางๆ


“คงกลัวว่าคุณจินยองจะได้กลิ่นเลือดมั้งคะ ที่ฝ่ามือของคุณหนูมีแต่รอยแผลและเลือดเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าป่านนี้ไปทำแผลหรือยัง โอ๊ะป้าไปบอกคุณหนูก่อนนะคะว่าคุณจินยองฟื้นแล้ว...”


ป้าจูยองบอกเหตุผลของแจบอมให้ผมฟังก่อนจะรีบวิ่งออกไปด้วยท่าทางรีบร้อน พอผมได้อยู่คนเดียวผมก็เอาคำพูดเมื่อกี้ของป้าจูยองมาคิดทบทวนดีๆ อีกครั้ง


...กลัว แผล เลือด


ผมตัดสินใจก้าวขาลงจากเตียงและลากเสาน้ำเกลือเดินไปที่ประตูห้อง ทันทีที่ผมเปิดประตูออกไปผมก็เจอกับภาพที่ผมไม่คิดว่าจะได้เห็น ภาพที่แจบอมกอดป้าจูยองเอาไว้พร้อมกับสะอื้นไห้เบาๆ ปากก็พร่ำบอกว่ากลัวและเป็นห่วงผมและที่สำคัญคือเขายังไม่ได้ไปทำแผล


ผมเห็นฝ่ามือทั้งสองข้างของแจบอมมีแต่คราบเลือดที่แห้งกรัง ไหนจะเสื้อผ้าของเขาที่เปื้อนเลือดอีก พยายามนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ผมจะมานอนที่โรงพยาบาล แต่ผมก็จำได้แค่ว่า...เราสองคนทะเลาะกัน


มันเริ่มจากอารมณ์กรุ่นโกรธของผม เชื้อเพลิงคือคำพูดที่สาดใส่กันและผลที่ตามมาคือน้ำตาและคำร้องขออ้อนวอนจากแจบอม


ผมยืนมองภาพๆ นั้นอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งป้าจูยองจับแขนแจบอมและพาเดินออกไป ผมคาดว่าคงจะเกลี่ยกล่อมให้แจบอมไปทำแผลนั่นแหละ พอพวกเขาทั้งสองคนเดินหายลับไปจากสายตาของผมแล้ว ผมก็ลากเสาน้ำเกลือกลับเข้ามาในห้อง


รู้สึกว่าตัวเองเพลียมาก อยากพักผ่อนเต็มทน


ขณะที่ผมนอนอยู่บนเตียงและกำลังใกล้จะหลับ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน ยอมรับว่าผมรู้สึกหงุดหงิดที่คนโทรมาช่างไม่รู้เวล่ำเวลาแบบนี้ แต่สุดท้ายผมก็เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มากดรับอยู่ดี


(จินยอง) น้ำเสียงของปลายสายทำให้ผมลืมตาโผง เสียงเข้มๆ ทุ้มๆ แบบนี้...


“นาย” ผมพูดได้แค่นั้น ปลายสายหัวเราะคิกคักราวกับสนุกที่ทำให้ผมตกใจได้ ผมละโทรศัพท์ออกและจ้องมองไปที่หน้าจอเพื่อดูเบอร์แปลกที่โทรเข้ามา


เขามีเบอร์ผมได้ยังไง...คิม ยูคยอม!


(รู้สึกดีชะมัดที่นายจำเสียงฉันได้ รู้ไหมว่ามันยากมากเลยนะกว่าจะหาเบอร์ของนายได้เนี่ย) น้ำเสียงที่ยูคยอมใช้พูดกับผมแสดงออกมาชัดเจนว่าเขารู้สึกดีใจมากแค่ไหนที่โทรหาผมได้


“นายจะอยากโทรหาฉันทำไม?” จากตอนแรกที่ผมเพลียและอยากนอนพัก ตอนนี้ผมไม่มีอาการพวกนั้นแล้วล่ะ เสียงหัวเราะของยูคยอมดังขึ้นอีกครั้ง


(จุดหมายของเราตรงกัน...ยินดีที่ได้ร่วมงานนะ)


เขาพูดแค่นั้นก็กดวางสายไปทันที สิ่งที่ยูคยอมพูดทิ้งท้ายไว้ทำให้ผมไม่เข้าใจ จุดหมายตรงกันงั้นเหรอ? ยินดีงั้นเหรอ? ไอ้บ้านี่กำลังปั่นหัวผมหรือไงกัน


ก่อนที่ผมจะได้คิดหาคำตอบให้กับเหตุการณ์เมื่อครู่ ประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาโดยฝีมือของแจบอม ร่างสูงหยุดยืนอยู่ที่ปลายเตียงและมองมายังผม เราสบตากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ผมจะละออกไป


แววตาของแจบอมช่างว่างเปล่า...


“คืนนี้เราต้องนอนที่นี่นะ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปนั่งที่โซฟาตรงมุมห้อง คำบอกเล่าจากอีกฝ่ายทำให้ผมนิ่งเงียบ พอจะเข้าใจว่าทำไมต้องนอนที่โรงพยาบาล ก็ดูสายน้ำเกลือที่ฝ่ามือของผมสิ


“...”


“นายเครียดเกินไปเลยเป็นลม พักผ่อนเยอะๆ นะ” ประโยคบอกเล่าธรรมดาจากปากผู้ชายอย่างแจบอมทำให้ผมรู้สึกอะไรบางอย่าง ถึงน้ำเสียงและแววตาของเขาจะเฉยชา แต่ผมรู้สึกได้ว่าเขากำลังเป็นห่วงผม


เป็นห่วงผมงั้นเหรอ?


“อือ...แล้ว...” ผมครางรับในลำคอและมองไปยังมือของแจบอมที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผล ร่างสูงสบตาผมก่อนและก้มลงมองฝ่ามือตัวเอง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมายกยิ้มให้ผมนิดหน่อย


“ฉันไม่เป็นไร แค่นี้เอง” คำตอบของอีกฝ่ายทำให้ผมถอนหายใจ ผมไม่ได้เป็นห่วงแจบอมหรอกนะ แต่นี่มันครั้งที่สองแล้วที่เขาบาดเจ็บที่มือหนักขนาดนี้แถมผมยังอยู่ในเหตุการณ์ทั้งสองครั้ง


แผลเก่าจากงานประมูลเพิ่งจะหายไป แจบอมก็สร้างแผลใหญ่ขึ้นมาอีก เขาเป็นพวกโรคจิตหรือไงกันนะ


“อย่าทำอะไรโง่ๆ อีกละกัน” ผมว่าเข้าให้ และจากนั้นก็ไม่สนใจอีกฝ่ายอีกเลย ความรู้สึกเพลียเข้าเล่นงานอีกครั้งจนผมต้องหลับตาลง พยายามที่จะไม่คิดอะไรให้มากไปกว่านี้ แต่คำพูดที่ยูคยอมทิ้งท้ายไว้กลับลอยวนอยู่ในความคิดของผม


ไอ้เวรนี่ก็อีกคน มันจะเข้ามาทำให้แผนการของผมยากกว่าเดิมหรือเปล่านะ

 


◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆

 


เพียงแค่คืนเดียวผมก็สามารถออกจากโรงพยาบาลและมาเรียนอย่างปกติได้ ป้าจูยองนำเสื้อผ้ามาให้ผมและแจบอมในตอนเช้ามืด และเมื่อผมแต่งตัวเสร็จแจบอมก็พาผมมาที่มหาวิทยาลัยทันที


แน่นอนว่าเขาพยายามบอกให้ผมหยุดเรียนแต่เพราะผมมีงานกลุ่มที่ต้องทำ หากผมหยุดเรียนสมาชิกคนอื่นคงได้ตราหน้าว่าผมเป็นตัวถ่วง


“มือไปโดนอะไรมาน่ะ?” ขณะที่กำลังนั่งคิดงานอยู่เงียบๆ เสียงทักทายก็ดังขึ้น ตามด้วยด้วยผู้ชายสามคนที่เข้ามานั่งโต๊ะเดียวกับผม ผมเงยหน้ามองพวกเขาก่อนจะมองหลังมือตัวเองที่มีผ้าก็อตแปะอยู่นิดหน่อย


“ไปให้น้ำเกลือมา” ผมตอบแค่นั้น ทั้งสามคนก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรอีก อาจจะเป็นเพราะผมดูเคร่งเครียดล่ะมั้งเขาก็เลยไม่กล้าเซ้าซี้


เวลาผ่านไปสักพัก ผมก็เงยหน้าขึ้นจากกองงานที่ทำอยู่เมื่อครู่ แล้วผมก็เห็นทั้งสามคนฟุบหน้าหลับลงกับโต๊ะ เสียงลมหายใจดังขึ้นคนละทีสองทีสลับกัน ทำให้รู้ว่าหลับมานานพอสมควร


“อยากนอนก็ไปนอนที่อื่นสิวะ” ผมพึมพำเบาๆ และเก็บของใส่กระเป๋าของตัวเองเพื่อเตรียมจะกลับบ้าน แต่วอนโฮที่น่าจะหลับอยู่กลับเงยหน้าขึ้นมาซะก่อน


“อุตส่าห์มานั่งเฝ้า เฮ้ย! ฮยองวอน มินกยู ตื่นๆ” เขาพึมพำใส่ผมก่อนจะหันไปเรียกอีกสองคนให้ตื่น ฮยองวอนและมินกยูค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาและบิดขี้เกียจกันยกใหญ่ ส่วนผมเก็บของเสร็จแล้วก็เตรียมจะกลับ


“เดี๋ยวสิ จะไปไหน” มินกยูร้องเรียก


“กลับบ้านสิ”


“อ้าว ไหนบอกว่าจะชวนจินยองไปกินเลี้ยงต้อนรับไง มึงเปลี่ยนแผนแล้วเหรอ?” มินกยูทำหน้างุนงงและหันไปถามวอนโฮทันที ผมขมวดคิ้วอย่างสงสัย กินเลี้ยงต้อนรับ? คือ?


“ต้อนรับอะไร?” ผมถามทันที


“อ้าว นี่เราลืมบอกนายเหรอ? ก็ต้อนรับที่นายเข้ามาอยู่กลุ่มเราไง กินที่ร้านหน้ามหาลัยนี่แหละ ไปเถอะนะ อุตส่าห์จองร้านไว้แล้วด้วย” มินกยูร้องบอกและทำหน้าทำตาขอร้องผมไปในที ผมละจากเขาไปมองหน้าอีกสองคนก็ได้รับสายตาขอร้องให้ไปด้วยกัน


พวกเขากำลังต้อนรับผมงั้นเหรอ?


“อือ ไปก็ไป”

 



◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆

 



หลังจากกินเลี้ยงต้อนรับเล็กๆ น้อยๆ เสร็จ พวกเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แจบอมขับรถมารับผมถึงหน้าร้าน ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถบรรยากาศก็เงียบสงบ ไม่มีใครคิดจะพูดอะไรออกมา ในขณะที่แจบอมเลี้ยวรถผมก็เหลือบตาไปมองเขาทันที จุดหมายไม่ใช่คฤหาสน์ใหญ่โตแต่เป็นโชว์รูมรถที่เรามากันเมื่อวาน


“พามาทำไมอีก?” ผมถามทันทีที่รถจอดสนิท เมื่อวานเพิ่งจะเกิดเรื่องบ้าบอไปเอง เขาจะพาผมกลับมาที่นี่ทำไมนะ


“ฉันยังไม่ได้สอนนายขับรถเลย” แจบอมบอกแค่นั้นก็ลงจากรถไป ผมมองตามเขานิดหน่อยและลงจากรถบ้าง ทุกอย่างเหมือนเดิม ผู้ชายใส่สูทเดินเอากุญแจรถมาให้แจบอม จากนั้นเขาก็พาผมเดินเข้ามาข้างในที่เป็นลานฝึกขับรถ


รถยนต์คันหรูจอดอยู่ตรงหน้า ท่าทางจะแพงระยับและแน่นอนว่าเป็นคนละคันกับเมื่อวาน ผมยืนมองรถคันนี้อยู่นานสองนาน สมองก็คิดคำนวณตัวเลขในหัวคร่าวๆ ถ้านำรถคันนี้ไปขายผมคงมีเงินมาใช้หนี้แจบอมแน่ๆ แต่คงทำแบบนั้นไม่ได้หรอก...


“รถคันนี้ฉันซื้อให้นะ ไม่ได้ให้เอาไปขาย” แจบอมบอกดักขึ้นมาซะก่อน เขาล่วงรู้ความคิดของผม แต่ผมก็ทำแค่ยักไหล่ตอบกลับไป


“ไม่ได้บอกว่าอยากจะได้สักหน่อย ทำไม ซื้อรถให้แสดงว่าไม่อยากไปรับไปส่งแล้วงั้นสิ” ผมก็แหย่ไปอย่างนั้นแหละ ที่จริงมันก็ดี ผมขับรถเป็นก็จะได้ไปไหนมาไหนเองไม่ต้องรอแจบอม อีกอย่างผมเหม็นขี้หน้าเขาเต็มทนแล้ว นับวันๆ ก็ทำหน้าซักกะตายใส่ผม เห็นแล้วหงุดหงิดใจชะมัด!


“เปล่า ก็แค่กลัวว่านายจะอึดอัดที่ต้องไปไหนมาไหนกับฉัน บางทีให้นายไปเองก็คงจะสบายใจกว่า” พูดจบแจบอมก็เดินไปที่รถและเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับทันที ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินไปนั่งฝั่งคนขับ


ตลอดระยะเวลาสามชั่วโมงที่ผมอยู่ในรถกับแจบอม เขาสอนผมทุกอย่างแถมยังใจเย็นสุดๆ อีกด้วย ผมยอมรับเลยว่าการขับรถเป็นอะไรที่ผมไม่ถนัดที่สุดจริงๆ เหมือนไม่ได้เกิดมาคู่กัน


แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ผมก็พอขับได้แล้ว เดินหน้าถอยหลังได้ภายในสามชั่วโมงก็ถือว่าดี


แจบอมบอกมานะ


“วุ่นวายชะมัด” พอรถหยุดลงผมก็เอ่ยปากบ่นทันที ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมแจบอมต้องซื้อรถแบรนด์ต่างประเทศให้ผมขับด้วย ทั้งยุ่งยากแถมยังปวดหัวอีก


“ขับไปเดี๋ยวก็ชิน วันนี้พอแค่นี้เถอะ” เขาบอกและทำท่าจะลงจากรถไป แต่ผมก็รั้งเขาไว้ซะก่อน แจบอมหันมามองหน้าผมด้วยสายตาคำถาม


“ถามจริงๆ เถอะ ให้กันมากขนาดนี้ไม่เสียดายเหรอ?” นี่เป็นคำที่วนเวียนอยู่ในหัวผมตลอดสามชั่วโมงด้วย ยิ่งผมรู้ราคา ยิ่งรู้ชื่อแบรนด์และฐานการผลิต ผมก็ยิ่งตั้งคำถามมากมาย


ผมรู้ว่าแจบอมรวยมาก แต่การที่เขาจะนำเข้ารถต่างประเทศมาสักคันมันก็ต้องมีเรื่องยุ่งยากเป็นธรรมดา แล้วทำไมเขาต้องมานั่งจัดการเรื่องพวกนั้นด้วยล่ะ สู้ไปซื้อรถในประเทศมาให้ผมขับเล่นๆ ไม่ง่ายกว่าเหรอ แถมราคายังต่างกันราวฟ้ากับเหว


“ไม่หรอก ถ้าไม่ได้ให้สิจะเสียใจไปตลอดชีวิต” คำตอบแปลกๆ จากปากของแจบอมทำให้ผมขมวดคิ้วจนยุ่ง เสียใจไปตลอดชีวิต...มากเกินไปไหม


“ไม่เอาน่าแจบอม อย่าทำเหมือนฉันสำคัญ...”


“ก็เพราะนายสำคัญไงจินยอง ต้องให้บอกอีกกี่ครั้งว่านายคือคนสำคัญของฉัน ฉันรักนาย...”


ผมยังพูดไม่ทันที แจบอมก็สวนขึ้นมาซะก่อน น้ำเสียงของเขาเข้มและแข็งขึ้นจนผมรู้สึกแปลกๆ ผมคิดนะว่าหากผมพยายามพูดอะไรมากไปกว่านี้ คงได้เกิดเหตุการณ์แบบเมื่อวานซ้ำสองแน่ๆ


ซึ่งผมไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น


ผมไม่ตอบอะไรกลับไปเลยสักคำ ทำเพียงแค่มองหน้าแจบอมอยู่อย่างนั้น เราจ้องตากันราวกับว่าจะอ่านใจกันให้รู้ไปซะทุกอย่าง แต่ผมทำแบบนั้นไม่ได้เลยจริงๆ แววตาของแจบอมล้ำลึกเกินคาดเดา เขาจะเผยแค่สิ่งที่อยากให้ผมเห็นเท่านั้น


และตอนนี้ผมก็เห็น...แววตาที่สื่อว่าผมสำคัญ


“อื้อ...” เสียงครางในลำคอดังขึ้นพร้อมๆ กับความนุ่มที่ประทับลงมาที่ริมฝีปาก บางทีผมก็อาจจะเหม่อเกินไปจนไม่รู้ว่าแจบอมจู่โจมกันตอนไหน มารู้ตัวอีกทีลมหายใจก็ถูกช่วงชิงไปซะแล้ว


แจบอมบดริมฝีปากเข้าหาผมซ้ำๆ ราวกับตอกย้ำว่าสิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่คือความจริง แต่สมองของผมไม่รับรู้อะไรมากไปกว่าความรู้สึกต้องการที่มากขึ้น ยิ่งบดเบียดมากเท่าไรผมก็ยิ่งโหยหา และมันก็บ้ามากจริงๆ ที่ผมดันต้องการแค่แจบอม


“...แจบอม” สติของผมหลุดแล้วจริงๆ ยามที่แจบอมไล้ฝ่ามือที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลลงที่เอวของผม ภายในรถที่เคยเย็นฉ่ำเพราะเครื่องปรับอากาศเมื่อครู่กลายมาร้อนระอุเพราะสัมผัสที่แจบอมส่งมอบให้ผม


ผมไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องโหยหาผู้ชายคนนี้ด้วย...ทั้งๆ ที่ผมก็พร่ำปฏิเสธเขาทุกครั้งไป


“ฉันรักนายนะจินยอง...รักนาย” เสียงกระซิบแผ่วเบาจากแจบอมจมลึกเข้ามาในใจของผม ความหมายของคำว่ารักที่อีกฝ่ายพูดคืออะไร รักของเขาคือต้องการแค่ร่างกายเท่านั้นหรือเปล่า หรือรักที่ออกมาจากหัวใจจริงๆ


ผมเอาแต่ตั้งคำถามในใจตลอดเวลาระหว่างที่ร่างกายเราบดเบียดเสียดสีกัน คำถามที่ถามซ้ำๆ และคำตอบที่ได้คือการถามซ้ำไปเรื่อยๆ


ผมหาคำตอบไม่เจอ...ผมจะเชื่อเขาได้ยังไง



◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆

 


หนึ่งเดือนผ่านไป


ชีวิตของผมดำเนินไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิด ในทุกๆ วันที่ผ่านมาผมทำได้แค่ตื่นไปเรียน ทำงานส่งและกลับบ้าน วนเวียนอยู่แบบนี้มาตลอดหนึ่งเดือนจนทำให้ผมรู้สึกเบื่อหน่าย


สิ่งที่ผมต้องการก็ยังไม่คืบหน้าเลยสักนิด หลังจากวันนั้นที่ผมเจอแจ็คสันผมก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับมาอีกเลย เขาไม่ได้ไปเรียน อันนี้ผมรู้เพราะแอบไปถามเพื่อนๆ ในคณะของเขามา ส่วนมาร์คก็หายเงียบไปเหมือนกัน บางทีผมก็คิดว่าพวกเขาอาจจะหายไปด้วยกัน


ผมรู้ว่ามาร์คอาจจะหายไปโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ และผมก็รู้ว่าคงจะเป็นแจ็คสันนั่นแหละที่กำลังทำอะไรสักอย่าง แต่ที่ผมไม่รู้เลยจริงๆ ก็คือแจ็คสันทำอะไร บางทีเขาอาจจะเป็นบ้าไปแล้วก็ได้


ความรัก...เปลี่ยนคน


ใช่ ผมรู้ว่าความรักทำให้คนเปลี่ยนไป ผมกำลังคิดเรื่องนี้อยู่เพราะผมเองก็เจอมากับตัว เมื่อหนึ่งเดือนก่อน วันที่แจบอมสอนผมขับรถครั้งแรก เขาบอกว่าเขารักผม เขาย้ำว่าผมสำคัญกับเขามากแค่ไหน เขาทำทุกอย่างเพื่อให้ผมปักใจเชื่อ


แต่ผมก็กลัว ไม่สิ ผมไม่เชื่อในความรักอยู่แล้ว ไม่ว่าจะรักในรูปแบบไหนก็ตาม เพราะสุดท้ายความรักก็จะหนีผมไปเหมือนอย่างที่เคยเป็น ผมไม่ต้องการให้ตัวเองเจอะเจอเหตุการณ์เดิม ผมไม่ต้องการเจ็บปวดอีกแล้ว


เพราะฉะนั้น...ผมรักแจบอมไม่ได้หรอก


อาจจะดูงี่เง่าไปเสียหน่อยที่อยู่ดีๆ ผมก็รู้สึกบางอย่างกับการกระทำของแจบอม ทุกครั้งที่ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังโอนเอียงใจไปให้เขา ผมก็ต้องพยายามดึงตัวเองกลับมาและบอกตัวเองทุกครั้งว่าแจบอมก็แค่ผู้ชายที่กำลังหลอกลวงผม


ต่อให้เขาทำดีมากแค่ไหนผมก็ไม่สามารถเชื่อใจเขาได้ บางครั้งผมก็สับสนกับตัวเอง เผลอมีความคิดที่ว่าควรเปิดใจ แต่ทุกครั้งที่ผมหลับตาลง เสียงบอกรักของพ่อและแม่ก็ดังสวนขึ้นมากลบเสียงบอกรักของแจบอม ไหนจะเสียงปืนดังลั่นและภาพที่พ่อจากไปอีก


ทุกอย่างมันวนย้ำในหัวจนผมกลับมาเป็นจินยองคนเดิมที่ก้าวร้าวและเย็นชา ผมรักแจบอมไม่ได้จริงๆ ผมเชื่อใจเขาไม่ได้


นอกจากแจ็คสันและมาร์คที่หายไปจากชีวิตของผม อีกคนหนึ่งที่หายไปเลยก็คือยูคยอม ตั้งแต่วันนั้นที่เขาโทรมาหาผม เขาก็ไม่ได้โทรมาอีก เขาไม่เคยมาให้ผมเห็น เราไม่เจอกันและผมก็พยายามโทรกลับไปเบอร์เดิมแต่ก็ได้รับข้อความตอบรับอัตโนมัติว่าไม่สามารถติดต่อได้


ผมถอดใจที่จะติดต่อยูคยอม บางทีเขาอาจจะแค่กวนประสาทผมเฉยๆ ก็ได้


ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้กับชีวิตที่น่าเบื่อของตัวเอง จากนั้นก็ตวัดผ้าห่มออกจากร่างและลงจากเตียง วันนี้แจบอมไม่อยู่ เขาบอกว่าจะเข้าบริษัทไปดูงานกับพ่อ ซึ่งผมก็ไม่ได้อะไร จะไปไหนก็ไป


ผมอาบน้ำแต่งตัวและลงมาข้างล่าง วันนี้เป็นวันหยุด เด็กสาวจากบ้านเด็กกำพร้าก็เลยกระจายอยู่เต็มบ้านของแจบอม อย่างที่เคยถามจากป้าจูยอง เด็กๆ เหล่านี้ถูกจ้างให้มาทำความสะอาดแลกกับเงินค่าขนมไปโรงเรียน


และทันทีที่พวกเธอเห็นผม พวกเธอก็พากันก้มหน้างุดราวกับกลัวกันอย่างนั้น ไม่ใช่แค่ครั้งนี้หรอก ทุกครั้งที่เจอกันเลยล่ะ


“อ้าวคุณจินยอง หิวหรือยังคะ? ป้าเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ค่ะ” ป้าจูยองเดินมาเจอผมพอดีก็เลยเอ่ยถาม ใบหน้าอ่อนเยาว์กับน้ำเสียงใจดีของเธอทำให้ผมยิ้มรับ


“ก็หิวนิดหน่อยครับ” ผมบอก


“งั้นไปทานมื้อเช้าเถอะค่ะ เชิญค่ะ” ป้าจูยองบอกและเดินนำผมไปที่ห้องอาหาร โต๊ะอาหารขนาดใหญ่ สามารถนั่งได้สิบถึงสิบห้าคน แต่บัดนี้มีเพียงผมและอาหารแค่หนึ่งชุด ส่วนป้าจูยองก็ยืนเยื้องๆ ไปหน่อย บรรยากาศที่เงียบเหงาทำให้ผมรู้สึกอึดอัดขึ้นมา


ปกติจะมีแจบอม...


บ้าบอ ผมจะไปนึกถึงเขาทำไมกัน ไม่มีแจบอมน่ะดีแล้ว จะได้ไม่ต้องรำคาญใจเวลามีปากเสียงกัน


“ไม่ถูกปากเหรอคะ?” พอผมกินอาหารช้าลงเรื่อยๆ ป้าจูยองก็เอ่ยถามทันที ผมวางช้อนและหันไปมองเธอ


“เปล่าครับ อร่อยมากครับ” ผมตอบกลับไปและลงมือกินต่อ


“ค่ะ ป้าก็ว่าอร่อย คุณหนูตื่นมาทำให้คุณจินยองตั้งแต่เช้ามืดเลยนะคะ”


เคร้ง!!


ทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่ของป้าจูยอง มือไม้ของผมก็อ่อนไปซะดื้อๆ ผมก้มลงมองอาหารตรงหน้าแล้วก็นึกถึงคนที่ทำทิ้งไว้ แจบอม...ช่วงนี้เขาจะกลับบ้านดึกและออกไปตั้งแต่เช้า แล้วที่ทำอาหารให้ผมคือ?


เขาบ้าหรือไง? ตัวเองเหนื่อยจะตายยังมีหน้ามาทำเพื่อคนอื่นอีก


“ทีหลังป้าบอกเขาด้วยนะครับว่าไม่ต้อง”


“แต่คุณหนู...”


“ผมกินอาหารฝีมือใครก็ได้ อีกอย่างคุณหนูของป้าทำงานทั้งวัน ท่าทางเหนื่อยขนาดนั้น ไม่จำเป็นต้องมาทำอะไรแบบนี้หรอกครับ”


ก่อนที่ป้าจูยองจะพูดอะไรแทนแจบอม ผมก็สวนกลับไปซะก่อน สิ่งที่ผมพูดคือสิ่งที่ผมคิดทั้งหมด แจบอมไม่จำเป็นต้องทำเพื่อผมขนาดนี้หรอก


“ก็คุณหนูรักคุณจินยองนี่คะ...” น้ำเสียงที่ป้าจูยองใช้พูดประโยคนี้ทำให้ผมนิ่ง แม้แต่ป้าจูยองก็รู้งั้นเหรอว่าแจบอมรักผม ป้าจูยองคิดแบบนั้นจริงๆ น่ะเหรอ


“ป้ารู้ได้ยังไงครับว่าเขารักผม บางทีเขาอาจจะเห็นผมเป็นที่ระบายก็ได้” ที่พูดออกไปก็คือความคิดของผมอีกนั่นแหละ แต่นอกเหนือจากที่ไม่เชื่อในความรัก ผมก็อยากรู้ความคิดเห็นจากคนอื่นบ้าง บางทีฟังแค่แจบอม ผมว่าผมยังเชื่ออะไรเขาไม่ได้


“คุณหนูไม่เคยพาใครเข้าบ้านนี่คะ คุณจินยองเป็นคนแรก อีกอย่าง...” จู่ๆ ป้าจูยองก็เงียบไปทำให้ผมรู้สึกค้างคาใจ ผมหันกลับไปหาเธออีกครั้งพร้อมคิ้วที่ขมวดเป็นปมทั้งสองข้าง


“อีกอย่างอะไรครับ?” ผมถามย้ำ ท่าทางและสีหน้าของป้าจูยองค่อยๆ เปลี่ยนไป จนสุดท้ายเธอก็ยกยิ้มใจดีส่งมาให้ผม


“ก็คุณจินยองน่ารักขนาดนี้ ก็เป็นธรรมดานี่คะที่คุณหนูจะรัก” ป้าจูยองคิดว่าผมเป็นเด็กหัวอ่อนที่จะเชื่อในสิ่งที่เธอพูดหรือไง แน่นอนว่าผมไม่เชื่อหรอกว่าสิ่งที่เธอพูดออกมาจะตรงกับความคิดของเธอเมื่อครู่ แววตาที่ใจดีของเธอมันมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่


เพียงแต่ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร


“ป้าก็เข้าข้างคุณหนูของป้านั่นแหละครับ ผมจะเชื่อใจใครได้ล่ะ” ว่าจบผมก็หันมากินข้าวจนหมดและลุกออกไป ระหว่างที่เดินผ่านส่วนต่างๆ ของบ้าน เด็กสาวทั้งหลายก็ก้มหน้างุดจนผมนึกขัดใจ


จะกลัวอะไรนักหนา


“ฉันไม่ใช่มารนะ จะทำท่าหวาดกลัวกันทำไม?”


ทันทีที่ผมพูดออกไป เด็กสาวทั้งหลายก็ก้มหน้า หดหัวมากกว่าเดิม ท่าทางของพวกเธอทำให้ผมหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น


“...”


“เลิกทำท่าทางกลัวจะได้ไหม น่ารำคาญ! สุดท้ายผมก็ทนไม่ไหวและตะหวาดออกไป ผมรู้ว่าการที่ทำแบบนั้นจะทำให้พวกเธอกลัวผมมากกว่าเดิม แต่ผมไม่ชอบที่พวกเธอทำแบบนั้นใส่ผม

ทีกับแจบอมพวกเธอยิ้มให้อย่างเต็มอกเต็มใจ


คิดเหรอว่าผมไม่รู้ว่าแววตาที่ใสซื่อในคราบเด็กสาวน่ะมีอะไรซ่อนอยู่


ความหงุดหงิดทำให้ผมไม่อยากจะอยู่ที่บ้านของแจบอม ก็เลยขึ้นไปหยิบกุญแจรถ โทรศัพท์ และกระเป๋าตังค์ลงมา ขณะที่ผมกำลังจะสตาร์ทรถและขับออกไป โทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นเสียก่อน


อีกแล้ว...เบอร์แปลกอีกแล้ว


ผมถอนหายใจใส่โทรศัพท์ก่อนจะกดรับสาย


“ครับ” กรอกเสียงที่ไม่สบอารมณ์เท่าไรลงไป


(จะ...จินยอง...จินยองใช่ไหม?) เสียงที่ตอบกลับมาคือน้ำเสียงสั่นๆ และแผ่วเบา ในน้ำเสียงของเขาดูมีความหวาดกลัวผสมอยู่ ผมขมวดคิ้วเป็นผมและถามกลับไป


“ใช่ แล้วนั่นใคร?”


(เราเอง...มาร์ค...) มาร์คงั้นเหรอ หัวใจของผมเต้นรัวขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าคนที่โทรมาหาผมคือมาร์ค


“แล้วทำไมเสียงเป็นแบบนั้น เกิดอะไรขึ้น?” เพราะผมสงสัยก็เลยถามออกไป จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ดังกลับมา มาร์คกำลังร้องไห้งั้นเหรอ?


(อย่าเพิ่งถามตอนนี้ได้ไหม...ฮึก...จินยองมาช่วยเราก่อน...มาช่วยเราหน่อยนะ...) ในน้ำเสียงที่สั่นเครือปะปนเสียงสะอื้นของมาร์ค มีความหวาดกลัวซ่อนอยู่ ผมไม่คิดอะไรมากนอกจากถามกลับไปว่า...


“ได้ ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน”


ผมรู้สึกหายหงุดหงิดขึ้นมาแล้วล่ะ




(อัพครั้งที่2 100%)


17/8/17 กรี๊ดดด ครบตอนแล้วค่ะ ดีใจจจจจ ที่มาอัพคือฉลองให้กับกัซด้วยที่ตามหาคนเสียงเพราะไปร้องเพลงด้วยได้ ดีใจสุดๆ 5555555 

เข้าเรื่องเนาะ จะบอกว่าไงดี จินยองกำลังสับสน เพราะปมในใจมันฝังแน่นยิ่งกว่าอะไร จริงๆ แล้วถ้าหากจินยองไม่มีปม อาจจะรักพี่แจบอมไปแล้วก็ได้เนาะ และก็อาจจะไม่ใช่คนดื้อรั้นแบบนี้ด้วย งื้ออ นาทีนี้สงสารพี่แจบอมกันใช่ไหมคะ? เนาะๆ พี่แจบอมน่าสงสาร แต่ทุกอย่างมีเหตุและมีผล ไม่ใช่ว่าจะมีคนน่าสงสารแค่คนเดียว และก็ไม่ใช่ว่าคนที่ร้ายจะมีแค่คนเดียว อ้าว นี่สปอยล์หรือเปล่า 5555555 ไม่เลยนะ

อยากจะเม้าท์ยาวๆ แต่ก็กลัวไม่มีคนอ่านแถมยังจะยาวกว่าฟิคที่แต่งอีก โอ้ย สงสารตัวเองนะเนี่ย เอาเป็นว่าอยู่ด้วยกันนานๆนะคะ แล้วติดตามกันว่าสุดท้ายแล้วชีวิตของทุกคนจะจบยังไง 

ปล.อ่านแล้วอย่าลืมสาดกำลังใจให้กันนะคะ เข้าไปหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก 

ปล.ใครสามารถเมนต์ยาวๆ ได้ กรุณาเมนต์ให้เหม่ยอ่านหน่อยน้า คือแบบ...อยากดีดดิ้นตอนอ่านคอมเมนต์อะ รู้สึกดีที่มีคนเมนต์ยาวๆ จะเพ้อก็ได้เหม่ยก็เพ้อหมือนกัน 555555 


15/8/17 ฮู่เล่~~ อัพแล้วค่ะ รู้สึกยืดๆ ไหมอะ ทำไมเหม่ยรู้สึกแบบนั้น 555555 เหมือนจินยองจะใจอ่อนลงทีละนิดแล้ว พี่แจบอมต้องดีใจมากแน่ๆ เลย ใครที่กลัวว่าจะไม่รู้ความคิดฝั่งพี่แจบอม บอกเลยว่าไม่ต้องกลัวค่ะ เดี๋ยวได้รู้กันหลังจากที่...ทุกอย่างระเบิดตู้มมมม 

คอมเมนต์ทายกันเล่นๆ ไหมคะว่าสุดท้ายแล้วใครจะเจ็บปวดที่สุด เหม่ยว่าน่าจะเหม่ยนะ เพราะทุกคนจะรุมเอารองเท้าฟาดเหม่ยเนี่ย 5555555 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,320 ความคิดเห็น

  1. #1315 Moebeaj (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 08:05
    จินยองนี่ร้ายได้อีก
    #1,315
    0
  2. #1303 Lunyes (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 18:28
    จินยองยังไม่เปิดใจ ยังไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง กลัวใจแจบอมเหมือนกันว่าจะทนจินยองไหวมั้ย อย่าทิ้งจินยองน๊าแจบอมอ่า
    #1,303
    0
  3. #1292 khemmikyankem (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 22:47
    ชอบอ้ะแต่อยากบอกเหม่ยว่าเราเริ่มจะแบบมีความรุนแรงแล้ว
    นี่แบบเดานิดๆนะว่าจินยองต้องหึงหวงพี่แจบอมบ้างละเห้นหลายรอบละก้อยากแบบให้มีอะไรเข้มข้นมากกว่านี้(หยอกๆ)555ไม่มีไรมากแค่อยากบอกว่าจินยองลูกใจอ่อนได้แล้วใจแข็งเกินไประวังขึ้นคานไม่มีผัวนะลูกอุ้ยแม่ล้อเล่น(หลบตีนแพรบ55)แต่สุดท้ายล้ะคือชอบนะให้กำลังใจนะ
    #เม้นยาวใช้ได้มะ #เป็นไปได้อยากให้ตอบกลับเม้นเรานะ😊😊
    #1,292
    1
    • #1292-1 PN97:MEIXIAN(จากตอนที่ 15)
      11 ตุลาคม 2561 / 22:50

      ขอบคุณนะคะที่อ่านแล้วชอบสิ่งที่เหม่ยเขียน อยากให้ตอบเราก็ตอบค่ะ
      #1292-1
  4. #1278 Defnan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 04:46
    นี่เดาเล่นๆนะ เราว่าแจบอมต้องทำอะไรผิดกับจินยองซักอย่างแน่ๆเลย ผิดแบบไม่ควรให้อภัย พี่ถึงมีทำดีกับน้อง นี่คิดมากไปป่ะคะ 55555
    #1,278
    0
  5. #1262 yugyeommm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 00:12
    เจบีจะไม่ทิ้งจินยองไปใช่ไหมมมππ เราแอบกลัวนะเนี่ย คนใจดีไว้ใจไม่ได้~
    #1,262
    0
  6. #1245 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 22:05
    จะรำคาญตามจินยองแล้วนะคะ ตอนนึงนับได้กี่ครั้งคะเนี่ย
    #1,245
    0
  7. #1224 โจอี (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 11:19
    บิ่งอ่านยิ่งไม่เข้าใจ สรุปใครร้ายใครดี ใครมีจุดมุ่งหมายอะไร
    #1,224
    0
  8. #1197 shierichi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 01:12
    เราว่าสุดท้ายที่ร้ายที่สุดเดาไว้3คน ไม่แจบอมก็แจ็คสันแล้วก็ยูคยอม แต่เราเลือกว่าน่าจะเป็นแจบอมที่ดูใจดีและอ่อนโยนมากที่สุดเพราะมีลางสังหรณ์แปลกๆ555
    #1,197
    0
  9. #1165 มะเอยเนย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:22
    ซับซ้อนซ่อนเงื่อน โอ้โหหหห
    #1,165
    0
  10. #1043 bibimbua (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 00:19
    โอ้ยยยย เรื่องมันซับซ้อนใากกกกกก
    #1,043
    0
  11. #725 parkjinyoung_43 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 21:02
    ดูจินยองเกรี้ยวกราดนะคะ55555
    #725
    0
  12. #656 ออมม่า (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 08:06
    เครียดแทน ทุกตัวละคร เริ่มเครียดแล้วอะ
    #656
    0
  13. #621 cinncookie (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 19:28
    รำคาญ มาร์ค...
    #621
    0
  14. #620 Warabiw (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 14:54
    น่าสงสารและน่าสงสัยทุกคน...ฮืออออ่านตอนน้องมาร์คโทรมาหาจินยองแล้วรู้สึกปวดใจยังไงไม่รู้ .... แล้วก็สิ่งที่แจบอมทำให้จินยองอีก ทำเพราะรัก หรือทำเพราะทดแทนสิ่งใด หรืออะไรยังไง น่าติดตามมากก สู้ๆนะไรท์
    #620
    0
  15. #619 Jannie18 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 11:39
    พออ่านถึงตอนนี้รู้สึกเหมือนจะเข้าใจอะไรมากขึ้นนิดหน่อย แจบอมพูดและทำเหมือนว่าเรื่องที่จินยองต้องมาใช้ชีวิตแล้วครอบครัวเป็นแบบนี้เป็นเพราะเกี่ยวกับแจบอมเลย หรือเราคิดมากไป555
    #619
    0
  16. #618 priyapron (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 08:58
    แต่จินยองก็เป็นคนอารมณ์ร้อนมากเกินไปน่ะในบางที
    #618
    0
  17. #617 SuthidaPhloiram (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 06:12
    พี่แจบอมทุ่มกับจินยองมากให้ทุกอย่าง ชอบจัง
    #617
    0
  18. #616 Ploy Snw (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 03:18
    ใจเย็นๆนะจินยอง เราเชื่อว่าไม่มีอะไร ลองเปิดใจใหม่ เทออาจจะระแวงไปเอง ละมาร์คเป็นไรอะ
    #616
    0
  19. #615 norrijung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 19:51
    จินยองลูกลองเปิดใจ แบบไม่มีอคติดูนะ ว่าสิ่งที่แจบอมมันคือความรักจริงๆ เค้าใจว่าจินยองต้องการแก้แค้น แต่การแก้แค้นั้น ควรจะอยู่กับแค่คนที่ตัวเองต้องการเถอะ อย่าทำให้คนอื่นเสียใจอีกเลย วังวนเดิมๆมันก็จะกลับมา ความสุขที่คิดว่ามีมันก็จะหายไป รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #615
    0
  20. #614 NENE1 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 01:02
    จินยองมีใจให้พี่แจบอมก็ดีมากๆแล้ว แต่ก็กลัวใจพี่แจบอมเหลือเกิน แล้วอะไรคือทุกอย่างระเบิดตู้มมมมม รีดอ่านแล้วจะไม่ตกใจใช่ไหมค่ะเหม่ย รู้สึกกลัวอ่ะกับคำว่าระเบิดตู้ม555555555 แต่ก็กลัวจริงๆนั้นแหละกลัวว่าเรื่องมันจะพลิกล็อคอ่ะดิ กลัวอะไรมันแย่กลัวเดิมที่เป็นอยู่ตอนนี้ (คือตอนนี้สภาพแต่ละคนคือแย่สุดๆละนะ5555) คงจะไม่แย่ไปกว่านี้ใช่ไหมค่ะเหม่ย 55555555สู้ๆนะคะเหม่ยรีดรออ่านเสมอ อย่าให้เหม่ยอัพทุกวันเลย555555555ชอบๆ
    #614
    0
  21. #613 ysoldevagelyn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 22:18
    แอบกลัวแจบอมแต่ก้ทีมแจบอมนะฮื้อๆๆอย่าหักหลังกันนะ ส่วนนยอง ลดความร้ายลงสักนิดหน่อยนะลูก หลังๆหนูไม่น่ารักแล้วนะ
    #613
    0
  22. #612 Warabiw (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 21:40
    ฮืออออ ความรัก คำว่ารักที่ออกจากปากแจบอมมา มันคือรักแบบไหนกันแน่นะ ดูจากการกระทำหลายๆอย่างก็เหมือนว่าจะจริงใจ (รอติดตามความคิดฝั่งแจบอม งืออ) ยามแจบอมร้องไห้ใจพี่ก็แทบจะขาดรอนๆฮ่าาา ส่วนจินยองหนูไม่คิดจะอะไรๆกับแจอมบ้างเลยหรือลู๊กกก ใจร้าย แต่สุดท้ายแล้วคนที่เจ็บสุดอาจจะเป็นตัวหนูหรือเปล่าหน่าาา...เจ้ายูคยอมเธอแอบวางแผนจะทำอะไรแจบอมหรือเปล่าถึงได้บอกกับจินยองไปแบบนั้น น่าคิดๆ ชอบการดำเนินเรื่องของไรท์มาก สู้ๆนะ จะแวะมาสาดกำลังใจเรื่อยๆ คิสๆๆ
    #612
    0
  23. #611 cinncookie (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 21:08
    ค่อยสวีตขึ้นจากตอนที่แล้วหน่อย อบอุ่นเล็กๆ>~<
    #611
    0
  24. #610 Naniile (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 20:53
    ยูคยอมเป้าหมายนายคือทำลายมาร์ค?
    #610
    0
  25. #608 NENE1 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 03:12
    ส่งกำลังใจไปให้เยอะๆเลย 55555
    #608
    0