Bad Guy รักสุดขั้วนายตัวร้าย

ตอนที่ 2 : EP02 : Bad Guy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    18 มิ.ย. 57

  



Ep. 01

 

โชคชะตาฟ้าลิขิต

 

“สวัสดีค่ะ ชื่อคีรินญา ชื่อเล่นคีย์ จบจากโรงเรียนเทลิค จากสาขาไฟฟ้าค่ะ...”

ฉันแนะนำตัวค่ะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะ แต่เราทำแบบนี้ทุกวิชาที่เข้ามานั่งเรียนครั้งแรกก็ว่าได้ อาจารย์ประจำวิชามักสั่งให้เราแนะนำตัวกันทีละคนเพื่อให้เรารู้จักเพื่อนใหม่ ฉันเองก็เริ่มจำหน้าเพื่อนได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังจำชื่อไม่ค่อยได้ ส่วนคนที่นั่งข้างฉันและคิดว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้อย่างสนิทสนมก็คือ...แหนม เรารู้จักกันในคาบอังกฤษสำหรับวิศวะฯ หลังจากนั้นเราได้แลกเบอร์กันและแหนมก็ชวนฉันไปนั่นมานี่เสมอๆ ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่รู้จักกันมา เขาน่ารักมากขอบอก หนุ่มแว่นหน้าตาตี๋ผิวขาวจนฉันอาย นิสัยก็สุภาพเรียบร้อยสุดๆ พูดเพราะด้วยนะ นี่ฉันยังแอบนึกเลยว่าหมอนี่เป็นเกย์หรือเปล่าน้า?

“อึ่ง...”

เสียงสุนัขเห่าอีกแล้ว น่ารำคาญมาก นายคริสคนนั้นน่ะแหละ เขายังราวีฉันไม่เลิก ไปไหนเขาก็มักจะเรียกฉันว่า ยัยอึ่ง ยัยช้าง ให้ฉันอับอายชาวบ้านเล่น นิสัยไม่ดีที่สุด เอาปมด้อยของคนอื่นมาล้อนายคงสนุกมากเลยสิ -_-

“มองอะไร? หลบไปตัวเธอบังจอฉันมองไม่เห็นเว้ย”

=_= ฉันเองก็โมโหเป็นเหมือนกันนะ

ฉันหาที่นั่งและมาตรงนี้ก่อนหน้าที่เขาจะมา รู้ทั้งรู้ว่าฉันนั่งอยู่ตรงนี้แล้วเขาจะตามมาทำไมให้ฉันเดือดร้อนก็ไม่รู้ หมอนี่มีแก๊งค์ได้อย่างรวดเร็วมาก เห็นพวกเขาตั้งแก๊งค์ตั้งแต่วันแรกที่เราเข้าเรียนแล้วล่ะ คนที่เห็นเขาสนิทตัวติดกันนั่นชื่อเดียร์ หมอนี่ก็ปากไม่ดีพอกันเลย ส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไรให้ฉัน แค่รอหัวเราะชอบอกชอบใจเวลาเห็นนายคริสหาเรื่องฉัน (นั่นยิ่งน่าสมเพช)

“คีย์มานั่งข้างเราก็ได้ ตรงนี้ไม่มีใครนั่งด้านหลัง คงไม่มีปัญหา”

แหนมเคลียร์ที่นั่งฝั่งขวามือของเขาให้ฉัน ด้วยความสุภาพและใจดีมีน้ำใจ ถ้าเปรียบกับคริสแล้วเขาคงเป็นเทพบุตรมาจุติส่วนหมอนั่นคงเป็นซาตานมาเกิด

“ขอบใจนะ แต่ว่าเรามีสิทธิ์ที่จะนั่งที่ตรงไหนก็ได้ที่มันว่าง เพราะว่าเราเองก็จ่ายค่าเทอมเท่ากัน”

“นั่นสินะ ค่าเทอมแพงซะด้วย ^^

^^

ฉันตอบรับรอยยิ้มใสซื่อของแหนมอย่างชอบใจและนึกสะใจที่เห็นหน้าของคริสเดือดขึ้นมา

“ไอ้ตุ๊ดกับยัยช้างตอกหน้าไอ้คริสซะไม่มีที่ให้มันอ้าปากแย้งเลยว่ะ ฮ่าๆ”

นายเดียร์กล่าว ยิ่งทำให้เพื่อนที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ข้างๆ บึ้งเข้าไปใหญ่ หมอนี่บ้ากว่าที่ฉันคิดนะ เขาดูโกรธแค้นฉันมากเลยล่ะ ฉันทำอะไรก็ขัดลูกตาเขาไปหมด ทำท่าทางเหมือนคนเป็นโรคประสาทงั้นแหละ

“หุบปากแกนะไอ้เดียร์”

“ก็ขำอ่า~

“เอาล่ะค่ะ คาบนี้เป็นคาบแรกของวิชาแคลคูลัสผมจะอธิบายถึงข้อตกลงในการเข้าเรียนและคะแนนสอบก่อนนะครับ...”

ฉันนั่งฟังอาจารย์ผู้สอนอธิบายถึงเรื่องที่จะสอนและข้อตกลงต่างๆ รวมถึงคะแนนเก็บและคะแนนสอบต่างๆ นั่นด้วย ฉันเองไม่ค่อยเก่งเลขเท่าไหร่ต้องตั้งใจเรียนอย่างมาก และเหมือนว่าวิชาที่เราเรียนนั้นโหดๆ กันทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา แคลคูลัส บร่าๆ อีกมากมาย ตายแน่ๆ ฉันคงผอมงานนี้แหละ งานหนักงานใหญ่ T^T

 

...ผ่านไปชั่วโมงครึ่งหมดคายเรียนวิชาแคลคูลัส ตอนนี้คนอื่นๆ กำลังเข้าแถวซื้อหนังสือก่อนไปพักทานข้าวและเข้าเรียนในตอนบ่ายสองครึ่งถึงสี่โมงเย็น จากนั้นก็จะมีกิจกรรมของน้องปีหนึ่งต่อ

“เล่มละเท่าไหร่?” ฉันเงยหน้าถามแหนม

ตอนนี้คนเยอะ กว่าจะเดินเข้าแถวซื้อได้ก็อีกนาน เพราะงั้นฉันก็เลยไม่รีบปล่อยเพื่อนเข้าแถวซื้อก่อนค่อยจะตามไปต่อท้าย

“สามร้อย”

“อ่อ ดีนะเราถือเงินมาเผื่อใช้ฉุกเฉินไม่งั้นตังค์ไม่พอแน่”

“ถ้าไม่พอยืมเราก่อนก็ได้ ไม่เห็นยากเลย”

“ไม่เอา เราไม่อยากยืมไม่อยากสร้างหนี้”

“ฮ่าๆ คิดอะไรมาก เราไม่คิดดอกแพงหรอกน่า”

“ยังไงก็ไม่ยืม ถึงมีเงินไม่พอเราก็ไม่ยืม รอไปซื้อคาบหน้าก็ยังไม่สาย”

“โห...เธอนี่แอบดื้อเหมือนกันนะ”

^^

“ไปเถอะ คนอื่นเขาซื้อจะหมดแล้ว”

“อืม”

ฉันพยักหน้าและลุกเดินตามหลังแหนมไปต่อท้ายเพื่อน ทว่าด้านหน้าของแหนมนั่นเป็นคริสและเพื่อนของเขา

“ผมเอาสองเล่ม...”

ฉันได้ยินเสียงของคริสพูดแต่ไม่สนใจ ปล่อยเขารีบซื้อรีบไปจะซื้อกี่เล่มก็เรื่องของเขา อยากอวดรวยยังไงก็เชิญ

“สองเล่มครับ” แหนมพูดกับอาจารย์

“อ้าว! สองเหรอ? เหลือเล่มเดียว”

อาจารย์ว่า ก่อนจะชะโงกหน้ามามองฉัน ฉันจึงยิ้มให้ทั้งแหนมทั้งอาจารย์

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวคาบหน้าหนูมาซื้อก็ได้”

“เอางั้นก็ดี งั้นไอ้เสือของนายสามร้อย...เอาไป!

“แต่ว่า...”

“เร็วๆ อาจารย์หิวข้าวนะ”

แหนมพยายามจะค้าน เขาเป็นสุภาพบุรุษมากฉันบอกแล้ว เขาคงคิดจะเอาหนังสือนั่นให้ฉันและตัวเองรอซื้ออาทิตย์หน้า

ฉันกลับมาเก็บกระเป๋ารอเพื่อนที่ยังจ่ายเงินค่าหนังสือให้อาจารย์อยู่หน้าชั้น กลุ่มของคริสก็ยังไม่ไปไหน พวกเขามองหน้าของฉันยิ้มๆ ก่อนมองหนังสือในมือเพื่อนของตัวเอง

“ซื้อต่อไหม?” เขาถาม

“ไม่เป็นไร อาทิตย์อาจารย์จะเอามาขายใหม่”

“ให้ฟรีเอาไหม?”

“ไม่เอา”

“เฮ้ย! ไม่อยากได้จริงดิ หนังสือนี่แพงนะ”

“อืม ฉันจน ตอนนี้มีเงินห้าร้อยบาท แต่ถึงฉันจะจนฉันก็ไม่คิดเอาของใครฟรีๆ เพราะฉันมีศักดิ์ศรี”

“แล้วมันกินได้หรือเปล่า?”

ฉันเริ่มหน้าร้อนขึ้นเพราะเริ่มโมโห ทำไมเขาต้องคอยหาเรื่องก่อกวนฉันด้วย ถ้าเขาอยู่เฉยๆ ไม่ชอบหน้าฉันก็ต่างคนต่างอยู่ไปสิ ทำไมต้องคิดมาหาเรื่องตลอดเวลาแบบนี้ด้วย

“คีย์...คุยอะไรกัน? ไปทานข้าวเถอะ เธอยังไม่กินข้าวเช้าไม่ใช่เหรอ?”

“อืม ขอเราเก็บกระเป๋าแป๊บนึงนะ”

“ได้ๆ เดี๋ยวออกไปรอข้างนอกนะ”

“จ้ะ ^^

ฉันยิ้มให้เพื่อนที่น่ารักลงมือเก็บกระเป๋าต่อให้เสร็จ ก่อนจะเดินตามหลังเพื่อนของคริสออกมา และเขาก็เดินหน้าบูดบึ้งตามฉันมา

“ป่ะ...ไปกินก๋วยเตี๋ยวหลังมอกัน ร้านนั้นอ่ะ ก๋วยเตี๋ยวสุดมันส์!

“อร่อยมาก...”

ฉันแสดงความคิดเห็นด้วยอีกคน ก่อนจะรับหมวกกันน็อคจากแหนมมาสวม หมอนี่มีมอไซค์ด้วย เขาพาฉันไปนั่นมานี่บ่อยๆ มาส่งที่หอด้วยใจดีสุดๆ

“ขึ้นมาเลยเดี๋ยวเราเลี้ยงเอง”

“ไม่เอา! เราไม่ให้นายเลี้ยงหรอก เราซื้อเองได้”

“เฮ้อ~ เธอนี่จะขี้เกรงใจไปไหนนะ จับดีๆ ล่ะ จะพาแว้นแล้วนะ”

^^ ฉันหัวเราะกับคำพูดของหนุ่มสุภาพ ก่อนจะหาที่เกาะเอาไว้กันตกรถ ฉันนั่งมอไซค์ประจำแหละ ไปกลับโรงเรียนถ้ารีบก็นั่งมอไซค์รับจ้างขอบอกว่าพี่ชายซิ้งค์มาก บิดคันเร่งที่ฉันแทบหงายหลังแหนะ

 

: ร้านก๋วยเตี๋ยวสุดมันส์

คนเยอะมากกก! แทบไม่มีที่นั่ง ฉันกับแหนมต้องยืนรอพนักงานตั้งนานกว่าจะได้โต๊ะ

“เดี๋ยวเราเอาบิลไปส่งนะ”

ฉันพยักหน้าให้แหนม หมอนี่อาสาเอาบิลสั่งอาหารไปส่ง เพราะเรารอนานแล้วแต่ยังไม่มีพนักงานสักคนเดินมาทางนี้เลย คนเยอะมากจริงๆ

“ไอ้คริสกับไอ้เดียร์มันจะมาไหมเนี่ย?”

เสียงผู้ชายคนหนึ่งที่โต๊ะข้างๆ พูดขึ้น พวกเขาเพิ่งจะมานั่งเมื่อกี้นี่เอง เรียนวิศวะฯ เหมือนฉันเลย เพราะป้ายชื่อเด่นมาก แต่คิดว่าคนละสาขาแน่นอน เพราะฉันไม่คุ้นหน้าพวกเขาเท่าไหร่ แต่คำถามของเขานั่นน่ะสิ จะใช่นายสองคนที่ฉันคิดไหมนะ ขออย่าให้เป็นสองคนที่ฉันคิดเลย แค่หาเรื่องฉันในห้องเรียนก็เกินพอแล้ว

“มา...พวกมันกำลังไปรับไอ้เฟลที่คณะมนุษย์ไม่นานหรอกมั้ง”

“แล้วรถไอ้เฟลไปไหน”

“ส่งเคม เห็นบอกมีคนขับมาชนเมื่อวาน”

“เออ! แล้วทำไมมันไม่มาพร้อมมึง พวกมึงไปเรียนด้วยกันไม่ใช่เหรอ?”

“กูไม่ได้เข้าเรียน ไปส่งแฟนที่โรงเรียนเพิ่งมา”

“โด่~ ไอ้ห่าน!

คำพูดของพวกเขาบอกชัดว่าสนิทสนมกันมาก คุยกันด้วยภาษากันเองสุดๆ ความจริงก็ไม่แปลกคนส่วนมากเขาก็คุยกันแบบนี้ทั้งนั้น มันเป็นภาษาของเพื่อนที่บอกถึงความสนิทของทั้งคู่

“คงรอคิวอีกนาน”

“ก็คนเต็มร้านเลยนิ”

ฉันบอกเพื่อนหลังจากที่เขาฝ่าฝูงชนกลับมาถึงที่นั่งเรียบร้อย

“ท้องร้องไปสองยกล่ะ หิวมาก”

“ไหวมั้ยหรือจะย้ายร้านไปกินอะไรง่ายๆ รวดเร็วกว่านี้”

“เราอยากกินก๋วยเตี๋ยว โอเคเราจะไม่บ่นล่ะ รอก็รอเนอะ”

“อืม...”

ฉันกับแหนมนั่งมองคนนั้นทีคนนี้ที แล้วได้แต่ถอยหายใจ กระทั่ง...

“เออ! กูนั่งอยู่โต๊ะสิบสาม ด้านในสุดเลยรีบมา เรียกพนักงานมาด้วย”

ฉันแอบฟังโต๊ะข้างๆ คุยโทรศัพท์แล้วรู้สึกลุ้นระทึกมาก เพื่อนที่เขาว่าจะใช่นายคริสกับนายเดียร์ปากไม่ดีนั่นหรือเปล่านะ

“ร้อนตับแตกเลยแบบนี้”

เสียงบ่นของใครคนหนึ่งจากด้านหลังทำเอาฉันสะดุ้ง แหนมเองก็เงยหน้ามองพวกเขาเช่นกัน เขาแค่ยิ้มทักผู้ชายสามคนที่มาใหม่และไม่ได้พูดอะไร นั่งกดมือถือเล่นต่อ เขามีนิสัยที่ไม่ดีอยู่อย่าง แหนมติดเกมส์มากและชอบเล่นมือถือเงียบๆ คนเดียว บางทีฉันเรียกเขายังไม่ค่อยได้ยินเลย

“พวกนายมากินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ด้วยเหรอ?”

เดียร์ถาม ก่อนจะนั่งลงข้างแหนม โต๊ะมันติดกันมากห่างกันไม่ถึงหนึ่งช่วงแขนด้วยซ้ำมั้ง เพราะงั้นเขาก็เลยลากเกาอี้มานั่งกับเราด้วย

“อืม เคยมากินสองครั้งก็เลยติดใจ”

“ไม่เห็นบอกพวกฉันเลยเนอะใช่มั้ยวะไอ้คริส?”

“ถึงจะบอกฉันก็ไม่มากับมันหรอก”

“อะไรของพวกแกรู้จักกันเหรอ?”

ชายหนุ่มที่มาด้วยกันถามด้วยสีหน้างงๆ และมองหน้าฉันกับเพื่อนด้วยความอยากรู้ เขาคงสงสัยนั่นแหละว่าคริสกับเดียร์รู้จักยัยอ้วนอึ่งอย่างฉันด้วยเหรอ?

“เพื่อนร่วมสาขาของกูไง ถามไอ้คริสสิรู้จักกันดีเลยจริงมั้ยวะ?”

“ใคร? กูไม่รู้จักทั้งนั้นแหละ”

“ทำเป็นไขสือ...นี่เพื่อนฉันเว้ยชื่อไอ้แหนมกับคีย์ ส่วนนั่นก็เพื่อนฉันเหมือนกัน ชื่อ เมล ชิน แล้วก็เฟลนะ”

เดียร์แนะนำพวกเราสองโต๊ะแบบงงๆ ก่อนจะขยับไปนั่งข้างคนที่เขาบอกว่าชื่อเมล และก็เป็นคนเดียวกับที่บอกว่าเพิ่งกลับจากไปส่งแฟนที่โรงเรียนมาด้วย นี่คือกลุ่มของพวกเขาเหรอ หล่อกันทุกคนเลยนะ

ในร้านนี้มีหลายสายตากำลังจับตามองที่โต๊ะข้างๆ ของฉันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายต่างมองพวกเขาอย่างสนใจ และฉันทนนั่งฟังเสียงพวกโต๊ะข้างๆ คุยกันอยู่นานกว่าจะได้กินก๋วยเตี๋ยว ฉันลงมือกินและไม่ได้สนใจใครอีก

กระทั่งก๋วยเตี๋ยวในถ้วยหมด ฉันก็นั่งมองแหนมกินถ้วยสองต่อ เขากินเยอะจริงๆ ข้าวราดแกงต้องสั่งแบบพิเศษถึงขนาดนั้นยังบ่นว่าไม่อิ่ม ทั้งที่เขาตัวผอมแท้ๆ ทำไมฉันไม่เป็นแบบเขาบ้างนะ ฉันอ่ะกินอะไรก็อ้วน อ้วนแล้วอ้วนอีกอ้วนได้ทุกวี่วัน

“เราไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะ”

“อืม...รู้จักทางหรือเปล่า?”

“เห็นป้ายบอกให้เลี้ยวขวา คงไม่หลงหรอกมั้ง ^^

“ครับ...เดี๋ยวกินชามสามรอ ^^

ฮ่าๆ คนหรืออะไรกันเนี่ยทำไมกินเยอะจังเลย

ฉันเดินผ่าฝูงชนที่หนาแน่นมาเข้าห้องน้ำจนได้ ปวดฉี่มากเพราะฉันดื่มน้ำเยอะ ฉันอยากดื่มน้ำเยอะๆ จะได้สุขภาพดีอีกอย่างมันก็ช่วยฉันในการลดน้ำหนักได้ด้วย

“เอาไป...”

ฉันเงยหน้ามองคนที่ส่งหนังสือเล่มหน้ามาให้ หลังจากที่ฉันทำธุรส่วนตัวในห้องน้ำเรียบร้อย

หมอนี่มาดักรอเอาหนังสือมาให้ฉันงั้นเหรอ ตกลงเขาจะเป็นมิตรหรือศัตรูกับฉันกันแน่

“งั้นเดี๋ยวฉันเอาเงินมาจ่ายให้”

ฉันยอมรับมาโดยง่าย เพราะรู้อยู่แล้วว่าที่เขาซื้อหนังสือมาสองเล่มไม่ให้เหลือถึงฉัน เพราะเขาจะแกล้งฉันเล่นหรือไม่ก็กวนประสาทเพื่อความสนุกสนาน

“ไม่ต้อง...”

“งั้นเอาคืนไป”

“ยัย...เออ! งั้นเดี๋ยวค่อยจ่ายคืน ฉันมีเรื่องต้องใช้เดี๋ยวไปเรียกเก็บคืน”

“ไม่...”

“จ่ายมาฉันก็ไม่รับอยู่ดี และถ้ามันปลิวไปกับลมฉันก็จะถือว่าเธอยังไม่จ่ายฉัน”

“นายบ้าหรือเปล่า”

“...”

คริสไม่ตอบอะไรกลับมาอีก เขาเดินล้วงกระเป๋าเข้าห้องน้ำชายไปแล้วด้วย คนบ้าเอ้ย! นายนี่มันกวนประสาทจริงๆ
 

รุ่งขึ้น...!

“รับไปสิ”

ฉันส่งเงินคืนคริสในวันรุ่งขึ้น วันนี้วันเสาร์แต่เราก็ยังต้องมาทำกิจกรรมกันอยู่ เด็กปีหนึ่งไม่มีว่างหรอกหยุดก็โดนเรียกเหมือนเดิม วันนี้ก็ด้วยเขาบอกว่าให้เรามาทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยคด้วยการทำความสะอาดคณะ แล้วเนี่ยพวกเรากำลังล้างลานใต้ตึกที่สิงสถิตของใครหลายคนอยู่ กว้างมากเลยฉันถูพื้นไปกลับได้สองรอบก็เหงื่อไหลแล้ว

“อะไรของเธอยัยช้าง?”

หมอนี่ปากเสียจริงๆ นะ

“รับไป ฉันจะย้ายไปทำความสะอาดหน้าตึกแล้วเดี๋ยวไม่เจอนาย”

“อะไร?”

“เงินไง...ค่าหนังสือเมื่อวานอ่ะ”

“เหรอ~ เก็บไว้ก่อนตอนนี้ไม่มีกระเป๋า”

“ไม่เอา รีบรับไปเลยนะ นายจะเก็บไว้ทวงฉันตอนไม่มีหรือไง”

“เออ! แบบนั้นสนุกดี เธอคงเป็นหมูวิ่งเต้นแน่เลย ฮ่าๆ”

ไอ้บ้า!

“ฉัน...”

“ไอ้คริสโว้ย ทางนี้โว้ยข้าวมาหาแก!

ฉันยังพูดไม่จบ เพื่อนของเขาก็ตะโกนเรียกก่อน หมอนี่จึงดันตัวของฉันออกแล้วเดินจากไป

ข้าว...ใช่ดาวคณะหรือเปล่านะ? ได้ยินเขาพูดกันว่าดาวคณะชื่อข้าวเรียนสาขาคอมพิวเตอร์ แต่ฉันไม่รู้จักหรอกหน้าตาก็จำไม่ได้

ฉันแอบชะเง้อคอมองตามหลังคริสไปเพราะอดไม่ได้อยากเห็นหน้าสาวข้าวที่ว่านั่น จะน่ารักมั้ยนะ คงน่ารักมากแน่ๆ ไม่งั้นคริสไม่รีบเดินลิ่วไปหาแบบนั้นหรอก

“น้องยืนมองหาอะไรครับ น้องควรจะช่วยเพื่อนทำงานนะ”

“เอ่อ...ค่ะ Y_Y

ฉันรีบถือไม่ถูกพื้นวิ่งหนีพี่ทันที น่ากลัวกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว บอกตามตรงเลยนะว่าฉันกลัวรุ่นพี่มากกว่าอาจารย์ซะอีก มองมุมไหนก็โหด

หลังจากที่ถูกพื้น เก็บกวาดส่วนที่อยู่ชั้นล่างของตึกเรียบร้อย ตอนนี้พี่พาเรามากวาดถนนและจะลงสีเส้นบล็อคสำหรับจอดรถยนต์และมอไซค์หน้าตึก

ฉันถูกเพื่อนผู้ชายยัดไม้กวาดใส่มือทันที ก่อนที่ตัวของเขาจะเดินล้วงกระเป๋าจากไป บ้าจริง! พี่สั่งให้นายกวาดถนนไม่ใช่หรือไง?

เพราะว่าแหนมมีธุระวันนี้ฉันก็เลยไร้มิตร ทำนั่นนี่คนเดียว เดินตามหลังคนอื่นไปเงียบๆ เขาใช้ให้ทำอะไรฉันก็ก้มหน้าทำหมด เพราะไม่อยากมีปัญหา รู้ดีว่าพวกเขานิสัยเสียมากเพียงไร้ บอกเลยนะว่าพวกปีหนึ่งนิสัยเหมือนเด็กมาก พวกเขาไม่เหมือนเด็กมหาลัยเลยสักนิด

“เฮ้ย~ เบาๆ โดนเท้าฉันยัยอ้วน”

เดียร์ว้ากใส่ฉัน เมื่อฉันกวาดขยะและไม่ทันมองเขาที่เดินมายืนเก๊กท่าอยู่ตรงหน้าพร้อมกับผองเพื่อนที่หอบกันมาทั้งแก๊งค์

“หลีกหน่อยฉันจะกวาดพื้น”

“ไม่!

บ้าเอ้ย! เหมือนเพื่อนนายไม่มีผิด

ฉันเงยหน้ามองเดียร์กับคริสที่กอดอกมองฉันเช่นกัน ก่อนจะปาไม้กวาดใส่เท้าพวกเขาแรงๆ พวกบ้า อย่าคิดว่าจะแกล้งคนอื่นได้ฝ่ายเดียวนะ

“โอ้ย~ ยัยอ้วนจืดชืด!” คริสร้องคราง เพราะเหมือนไม้กวาดจะโดดเขาไปเต็มๆ สมน้ำหน้า!

“น้องกลุ่มนั้นว่างเหรอ มาทาสีเส้นกรอบนี่เลย”

ฉันหันไปมองพี่ พวกเขาเรียกพวกคริสรวมถึงฉันด้วย เราโดนต้อนมาจับแปลงทาสีจนได้

“สีขาวไม่เวิร์คเลย น่าจะสีแดงชัดแจ่วกว่า” เพื่อนคริสว่า พี่ที่ยืนกอดอกหน้าเข้มอยู่ใกล้ๆ ก็จ้องหน้าเขาเขม็ง

“สองคนนี่ไปมุมโน้นไป”

พี่กล้วยปีสองฉันจำได้ ผลักหลังฉันกับ...ว้าก! นายคริส ไปที่มุกจอดรถมุมหนึ่ง ซึ่งห่างไกลชาวบ้าน

“นี่พี่ไม่กลัวยัยนี่จะกินตับผมหรือไงไล่ผมแบบนี้” คริสผู้ชายกวนประสาทถามพี่กล้วย แต่เมื่อฝ่ายนั้นไม่โต้ตอบเขาจึงเดินถือถังสีนั่นไปเงียบๆ รวมถึงฉันด้วยที่เดินตามเขาไปเงียบๆ

“ทาไปนะ”

“อ้าว!

บ้านี่ จู่ๆ วางถังสีกับแปลงให้ฉันทำเฉย นายโคตรแมนอ่ะ

“ฉันกลัวเสื้อผ้าเปื้อนต้องไปทำธุระต่อ”

“ได้...ฉันทำคนเดียวก็ได้”

ฉันไม่สนใจคริสที่ล้วงเอามือถือกับหูฟังมานั่งฟังเพลงสบายๆ ก้มหน้าก้มตานั่งทาสีไป ไม่รู้ว่าทาได้ตรงเหมือนเส้นเดิมหรือเปล่า แต่ฉันก็ก้มหน้าก้มตาทาอยู่นั่นแหละ ขอแค่เสร็จ

“ไอ้เด็กนี่นายใช้งานเพื่อนแบบนั้นเหรอ?”

เสียงเข้มของพี่วินัยคนหนึ่งร้องถามคริสเสียงดัง ทำให้เกือบทุกสายตาหันมามองเขาเป็นตาเดียว ฉันเองที่อยู่ใกล้สุดยังตกใจเลย

“อะไรอีก?” คริสดึงหูฟังออก ก่อนจะเงยหน้ามองพี่คนนั้น

“น้องหยุดทำ ที่เหลือปล่อยให้ไอ้เด็กนี่มันทำ ไปทำงานแทนเพื่อนเลย นายกินแรงเพื่อนแบบนี้เอาผ้าถุงมานุ่งเลยมั้ย!?”

โหด...!

ฉันโดนพี่เขาแย่งแปลงทาสีไป แล้วยัดใส่มือของคริสแรงๆ สีที่ติดอยู่บนแปลงและขนแปลงทำให้กระเด็ดเปื้อนทั้งคริสและพี่วินัยคนดังกล่าวเต็มไปหมด

“เฮ้ย!

“ทำทั้งหมดคนเดียว”

“ไอ้บ้าเอ้ย! เดี๋ยวจะโดดต่อยเข้าสักวัน”

คริสสบถตามหลังพี่ เล่นเอาฉันกลัวแทน เขานิสัยไม่ดีอยู่แล้ว ฉันว่าเขากล้าต่อยหน้าพี่คนนั้นแน่ๆ

 

เกือบเที่ยง...

งานกำลังจะเสร็จแล้ว ฉันช่วยพี่เดินเสริฟน้ำให้เพื่อนเกือบทุกคนที่เหนื่อยด้วยกัน ก่อนจะถือถาดสุดท้ายมาส่งให้กับกลุ่มของคริสที่นั่งบ่นใต้ต้นหูกวางอยู่นานสองนานแล้ว

“ดื่มน้ำมั้ย?”

“ขอบใจ” เดียร์และเพื่อนของเขาบอก หยิบแก้วน้ำจากถาดส่งให้คนอื่นๆ รวมทั้งคริสที่เก๊กหน้าเข้มมองฉันด้วย

“ยัยนี่แกล้งให้ฉันทำงานคนเดียวด้วย” เขาฟ้องเพื่อนมองหน้าฉันอย่างคาดโทษ

“ฮ่าๆ จริงดิ”

“เออ!

ฉันไม่อย่างฟังคำพูดของผู้ชายเห็นแก่ตัวไปมากกว่านี้ หลบมานั่งเงียบๆ คนเดียวรอว่ารุ่นพี่จะสั่งอะไร

“วันนี้แยกย้ายกลับได้เลย พี่วินัยกลับแล้วยังไงก็ขอบใจน้องทุกคนที่มาช่วยกันทำเพื่อคณะของเราด้วยนะ ^^

พี่กล้วยกล่าว ก่อนที่จะเดินไปเก็บข้าวของช่วยเพื่อน เฮ้อ~ ให้มาทำแค่เนี่ยนะเหรอ รู้งี้โดดไปพร้อมกับแหนมท่าจะดีกว่า

            “เฮ้ย! คีย์ไปทานข้าวด้วยกันมั้ย?” ฝุ่น...เพื่อนในกลุ่มของคริสร้องถามฉัน เล่นเอาฉันตกใจหัวใจแทบหยุดเต้น พวกนี้ต้องหาเรื่องแกล้งฉันแน่ๆ

            “เฮ้ย! ไม่ต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้น ฉันเห็นวันนี้ไอ้แหนมไม่มาก็เลยชวนไปด้วยกัน คิดอะไรมาก” เดียร์พูดอีกคนทำให้ฉันหน้ามุ่ย แต่ก็ยังอุตส่าห์เงยหน้าขึ้นส่ายหน้าปฏิเสธน้ำใจพวกเขาอยู่ดี

            “ไปเหอะ วันนี้ไอ้คริสเลี้ยง”

            “...”

            คนที่ถูกกล่าวถึงเงียบไม่พูดอะไรกอดอกมองหน้าฉันเท่านั้น นี่ไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นอะไรมากหรือเปล่าชอบยุ่งกับฉันจริง

            “ไม่ไปหรอก พวกนายไปเถอะ”

            “ดื้อชะมัดเลยยัยอ้วน บอกว่ามาก็มาสิวะ”

            ฝุ่นกับเดียร์ต่อว่าฉัน ก่อนจะเดินเข้ามาลากแขนฉันคนละข้าง ทำทีเหมือนว่าเราสนิทกันเหลือเกินทั้งที่ปกติไม่เคยจะเข้ากันเลย หาเรื่องโต้แย้งกันตลอด

“ไอ้คริสมันจะเลี้ยง” ฝุ่นกระซิบบอกฉันและยิ้มอย่างพอใจ

“ตกลงว่าไปด้วยกัน เดินมาดีๆ ก่อนที่ฉันจะเตะเธอยัยอ้วน”

“พวกนายต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”

“หึๆ”

ฉันมองหน้าเดียร์ที่หัวเราะหึๆ ในคอเหมือนพวกชั่วร้ายแล้วใจเสียเอามากๆ เขาบ้าแน่ๆ เชื่อฉันสิ

 

: ร้าน E-XY

ที่เขาพามาคือร้านอาหาร แต่ไม่เชิงว่าร้านอาหารร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมันยังเป็นที่สังสรรค์มีแอลกอฮอล์มาเสริฟผสมกันไปด้วย มองยังไงก็ออกแนวร้านเหล้าชัดๆ

“ที่นี่มีส้มตำขายด้วยนะ”

เดียร์ที่ลากฉันมานั่งข้างเขากระซิบบอก ส่วนคนที่นั่งตรงข้ามฉันนั้นเป็นคริสเอง เขากำลังมองเวทีที่มีสาวสวยร้องเพลงอยู่ล่ะ เสียงดังมากเลย หูจะหนวกมั้ยเนี่ย?

“ฉันกินของเผ็ดๆ ไม่ได้”

“อ้าว! แล้วกัน เฮอะๆ งั้นข้าวต้มดิ จืดชืดสมใจเลยนะ”

“ไม่เอา ฉันไม่หิว”

“ยัยนี่กล่อมยากกว่าที่คิดนะไอ้ฝุ่น มึงว่าไง?”

“งั้นเธอก็ดื่มน้ำเปล่าไปแล้วกัน ไม่อยากเป็นเพื่อนกับพวกฉันก็ไม่เป็นไร อุตส่าห์อยากเลี้ยงเพื่อเป็นการขอโทษที่เคยแกล้งเอาไว้แท้ๆ”

นายพูดจริงเหรอ?

“เอ้า! มองหน้า...”

“เฮ้ย! สั่งน้ำเปล่ามาขวดนึงให้ยัยนี่ด้วย” ฝุ่นตะโกนบอกเพื่อนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ก่อนจะมองดูสาวสวยบนเวที ฉันเองก็กำลังแอบสังเกตดูคริสเหมือนกัน เขาจ้องมองเหมือนกำลังหลงเสน่ห์สาวคนนั้นมากเลยล่ะ ก็นะ...เธอสวยมากเลยนี่

...หลังจากที่พวกเขากินข้าว ดื่มเหล้า และคุยกัน โดยที่มีฉันนั่งเงียบร่วมโต๊ะด้วยอยู่นานหลายชั่วโมงพวกเขาก็กลับ ฉันไม่มีรถและกำลังหาทางคิดว่าจะกลับยังไง จะบอกใครสักคนไปส่งก็ไม่กล้า

“หออยู่ไหนอ่ะ?”

“อยู่หอตะวันส่องแสงแวววาวหน้ามออ่ะ” ฉันบอกกับเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มคริส

“เฮ้ย! ใกล้ๆ กัน ไปด้วยมั้ย?” ต้าร์ร้องบอกทำให้ฉันคิดหนัก ไม่กล้าตอบรับเพราะเกรงใจเขา “หอฉันเลยไปนิดเดียวมาด้วยกันก็ได้”

“เอ่อ...”

“เดี๋ยวฉันจะไปส่งยัยนี่เอง พวกแกกลับเถอะ”

คริสพูด ทำเอาฉันสะดุ้งตามไม่คิดว่าเขาจะพูดมาแบบนั้น และดูเพื่อนของเขาสิ พอบอกว่ากลับเธอก็กลับกันไปหมดจริงๆ เหลือแค่ฉันกับเขาสองคนเนี่ยนะ เฮ้อ~ ฉันไม่อยากอยู่กับหมอนี่เลย

“ฉันกลับแท็กซี่ได้”

“ฉันจะไปส่ง อย่าเรื่องมากได้มั้ยวะ อีกอย่างเธอมีเงินหรือไงเห็นว่าจนมากนักนิ”

-_- ใช่...ฉันจน

ฉันกัดปากเดินตามหลังคริสไปที่รถของเขาอย่างจำยอม และนึกขึ้นได้ว่าต้องใช้หนีเขา

“นี่เงินค่าหนังสือ” ฉันส่งเงินให้เขา คริสมองมันแล้วยอมดึงไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไรอีก

 

“พรุ่งนี้วันอาทิตย์เธอว่างใช่มั้ย?” คริสถามหลังจากที่มาส่งฉันถึงหอแล้ว

“อืม ทำไมเหรอ?”

“ฉันจะมารับ”

“หา! O_O มารับฉันเหรอ?”

“เออสิวะ”

“รับทำไม?”

“เดี๋ยวพาไปแข่งเดินวิ่งมินิมารธรที่พัทยา”

“นายบ้าแน่ๆ”

“ไม่เลย... ไอ้คราสน้องชายฉันมันได้เสื้อกับป้ายมาแล้ว ประมาณตีสี่จะมารับแล้วกัน เอาเบอร์เธอมา”

“ไม่เอา...”

คิดเหรอว่าคนอย่างคริสจะฟังฉัน เขาเข้ามาดึงมือถือที่เห็นว่าฉันถืออยู่ไป แล้วกดหมายเลขของเขาแล้วโทรออก จากนั้นมือถือของเขาก็ส่งเสียงดังลั่น

“ถ้าไม่ยอมตื่นเธอตายแน่ยัยช้าง”

“ไม่...ฉันไม่ไปกับนายหรอก ฉันวิ่งไม่ไหว”

“พรุ่งนี้เช้าเจอกัน กลับล่ะ”


 

  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

22 ความคิดเห็น

  1. #12 janenyka (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 19:33
    นายคริสคิดไรรึป่าวเนี้ย ทำไหมแกล้งคีย์จัง 
    #12
    0
  2. #11 ngamm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 12:37
    เด็กผูชายมักชอบเเกล้งเด็กผู้หญิงที่ตัวเองชอบบบบบบบบ 555555555

    #11
    0
  3. #10 王至美 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 22:25
    ชอบพี่คริส
    #10
    0
  4. #9 cen+++ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 20:42
    ชอบเรียกยัยช้างจังเลย  นี่ประชดใช่ไหมเนี่ยคริส 
    ที่แท้นายแอบชอบเธอใช่ไหมหละ ^^ 
    #9
    0
  5. #8 phan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 12:18
    รออ่านค่า
    #8
    0
  6. #7 taeyeon iu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 09:07
    คริสเริ่มรักคีย์ใช่ไหมอ่ะ แกล้งนางจังเลย อิอิ
    #7
    0
  7. #6 G-Nejung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 04:09
    อัพแล้วนะคะ
    #6
    0
  8. #5 G-Nejung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 04:08
    อัพแล้วนะคะ
    #5
    0