ถ่านไฟเดียว

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 ต่ำศักดิ์นักฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 759
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    23 ส.ค. 62

-3-

ต่ำศักดิ์นักฝัน

 

ร้านอาหารราคาเยาสำหรับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในเวลานี้มีคนบางตาลง เนื่องจากเลยเวลาบ่ายมาพักใหญ่แล้ว ถึงกระนั้นเจ้าของร้านรอบๆ ลานที่นั่งอันเต็มไปด้วยโต๊ะเก้าอี้ก็ยังวุ่นวายไม่จบ เสียงฉี่ฉ่าและควันจากการประกอบอาหารยังปรากฏขึ้นที่มุมนั้นมุมนี้ กลิ่นหอมอวลลอยอยู่ในอากาศ ชนิดว่าแค่ประตูกระจกทางเข้าด้านหน้ามีคนเปิดออกเล็กน้อย เป็นหนึ่งซึ่งยืนหลบมุมอยู่ด้านนอกก็ยังได้กลิ่น

รอกระทั่งบุคคลเป้าหมายรับชามก๋วยเตี๋ยวมาวางยังโต๊ะหนึ่ง จากนั้นเดินไปซื้อน้ำเปล่า ประสาทศัลยแพทย์สาวก็รีบก้าวมานั่งลงตรงข้ามโต๊ะ ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่รายนั้นหมุนตัวกำลังจะก้าวกลับมา ปลายฝีเท้าจึงมีอันชะงักน้อยๆ ในที่สุด ร่างสูงในเสื้อขาวดำลายพร้อยจึงเดินต่อมายังโต๊ะตัวเก่า นั่งลงเผชิญหน้ากับเธอ

ฟ้าฟื้นเข้าไปคุยกับตำรวจนานพอๆ กับเธอ เป็นหนึ่งฝากให้นางพยาบาลรายหนึ่งช่วยจับตาแล้วรายงานทันทีที่เขาออกมาจากห้องสอบปากคำ โชคดีตอนนั้นไม่มีคนไข้ เธอจึงรีบดุ่มดั้นมาหารุ่นพี่ถึงที่นี่ 

คนตรงข้ามโต๊ะยังดูสดใส ไม่มีวี่แววเหน็ดเหนื่อยสะเทือนใจใดๆ เลย แวบแรกที่เขาเห็นเธอ ความประหลาดใจที่ปรากฏขึ้นในตาสีน้ำตาลเข้มกลมโตนั้น น่าจะเป็นเพราะเห็นเธอมานั่งอยู่ที่นี่อย่างปัจจุบันทันด่วนมากกว่า เพียงแวบถัดมา แววดังกล่าวก็หาย แทนที่ด้วยความสงบอันแสดงว่าเจ้าตัวน่าจะประเมินได้อยู่แล้ว ว่าสักวันเธอจะต้องตามมาพบ

“หนึ่งมีเรื่องอยากคุยกับพี่ค่ะ”

“ชัดเลย” ไม่ว่าฟ้าฟื้นจะรู้สึกกับเธอเช่นไรในตอนนี้ มุมปากของเขาก็ยังเผยยิ้มซนๆ คล้ายเด็กชายเจ้าเล่ห์ ชายหนุ่มใช้ปลายตะเกียบกระทุ้งกับโต๊ะเบาๆ เพื่อให้ซองกระดาษที่หุ้มอยู่ขาด ระหว่างนั้นเอียงคอ พยักเพยิดไปที่ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตรงหน้าเป็นเชิงถาม

“กินเถอะค่ะ หนึ่งเรียบร้อยแล้ว”

“อ๋อ ไม่คลีน”

“ไม่ใช่อย่างนั้น!” ทั้งที่มีบุคลิกเรียบเฉย และเก็บกลั้นอารมณ์ได้ดี เจอฟ้าฟื้นกวนประสาททีไร เป็นหนึ่งก็ไม่วายหลุดขุ่น

เขาจงใจล้อเลียน!

รุ่นพี่รู้ว่าเธอได้รับคำสั่งจากมารดาให้รับประทานแต่อาหารจืดๆ ชืดๆ เพื่อสุขภาพ จืดๆ ชืดๆ ไม่ต่างจากชีวิตของเรา! สายตาของอีกฝ่ายมักมีนัยเช่นนี้ เป็นหนึ่งไม่อยากจะคิดว่ามันเป็นนัยเดียวกับที่นายแพทย์เป็นเอกผู้เป็นพ่อมองเธอ และมองแม่ของเธอ

คุณรมย์ลักษณ์ผู้มารดาเป็นคนจู้จี้และอนุรักษ์นิยมสูง เป็นหนึ่งสนิทกับแม่และถูกฝังหัวจนมีลักษณะคล้ายๆ กัน ไม่ถึงกับจุกจิกเท่า แต่นั่นละ พ่อกับฟ้าฟื้นก็ยังมองว่าเธอกับแม่มีลักษณะคล้ายๆ กัน นั่นทำให้ชายทั้งสองเป็นมนุษย์จำพวกที่เข้ากับเธอได้ยาก!

“ล้อเล่นน่า” ทำเธอหลุดจากคราบ นางฟ้า ได้สำเร็จ อีกฝ่ายก็ยิ่งเผยรอยแย้ม “ที่พยักหน้าเนี่ย จะขออนุญาตหนึ่งกินไปด้วยคุยไปด้วยต่างหาก”

คนถามทำตาใสแจ๋ว จนเป็นหนึ่งรู้สึกปุดๆ ขึ้นมาอีกระลอก แต่ก็เพราะรู้ว่าถ้าเธอ หลุดอีก เจ้าตัวจะยิ่งได้ใจ จึงพยายามสูดลมข่มใจ พูดต่อไปเหมือนไม่ได้ยิน

“เรายังไม่ได้คุยกันเลยตั้งแต่วันที่พี่ถูกเรียกไปสอบสวนความผิด”

คนตรงหน้ากำลังคีบเส้นเล็กขึ้นมาเป่าไล่ควัน ได้ยินอย่างนั้นก็หยุดเป่า ยิ้มเฉย “ห่วงพี่หรือห่วงคดีของเพื่อน เอาตรงๆ?

เห็นมั้ย จะไม่ให้ เกลียดเขาได้ยังไง!

“ไม่ได้ห่วงใครเป็นพิเศษหรอกค่ะ!” ให้ถึงอย่างไร ปลายเสียงก็ยังติดกระแทก ความตั้งใจแรกที่กะจะถามเจ้าตัวว่าถูกลงโทษอะไรบ้าง และอาจจะ...ขอโทษที่วันนั้นเธอไม่ทันได้รับโทรศัพท์ – ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องขอโทษเลย มีอันลับไปสิ้น

“มิลค์เองก็...ตายไปแล้ว หนึ่งแค่อยากรู้”

“ว่าแล้ว ต้องผิดหวังตลอด” ท่าส่ายศีรษะบ่นกระปอดกระแปดนั้น เป็นการแสดงระดับรัชดาลัย คือเล่นใหญ่เหมือนกลัวคู่สนทนาไม่รู้ว่าจงใจเสแสร้ง

เกลียดพี่ เกลียดท่าทางแบบนี้ของพี่ชะมัดเลย!

ท่าทางแบบนี้ ครั้งแรกที่ได้เห็น เป็นหนึ่งยังเป็นน้องใหม่ในคณะแพทยศาสตร์

นักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งยังมีชีวิตเหมือนนักศึกษาส่วนใหญ่ เรียนจันทร์ถึงศุกร์ เฉพาะพุธกับศุกร์เลิกครึ่งวัน จึงมีเวลาทำกิจกรรมต่างๆ ได้มาก วันพุธมิลานมักมาจิกตัวเธอไปกินข้าว ซื้อของ หรือดูหนังด้วยกัน ส่วนวันศุกร์เพื่อนมีเรียน เป็นหนึ่งจึงเป็นอิสระ เธอมักเดินเข้ามาในร้านหนังสือเก่าข้างมหาวิทยาลัย ภายในร้านมีทั้งหนังสือภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาต่างชาติอื่นๆ เรียงรายอยู่บนชั้น แม้แต่ที่พื้นก็วางทับกันเป็นตั้งๆ จนบีบเหลือทางเดินคับแคบ ถึงกระนั้น สำหรับหนอนหนังสือ มันกลับเป็นทางเดินที่ลึกลับกว้างใหญ่ และชวนก้าวเข้าไปค้นหากรุสมบัติ

แน่นอน มิลานเกลียดที่นั่น เจ้าตัวนิ่วหน้าเมื่อรู้ว่าเพื่อนสนิทเสียเวลาขลุกอยู่ในนั้นได้คราวละครึ่งชั่วโมงขึ้นไป เหม็นกระดาษ ไม่รู้มีเชื้อราด้วยรึเปล่า แกเป็นหมอน่าจะรู้นะว่ามันอันตราย!’

เป็นหนึ่งรู้ว่าเพื่อนไม่ได้เป็นห่วงเธออย่างปากว่า มิลานขัดใจมากกว่าที่เธอไม่ทำตามสิ่งที่เจ้าตัวแนะนำกึ่งๆ สั่ง

บ้านก็ไม่ได้จน แม่แกก็ไม่ได้ให้วันละห้าสิบ ทำไมไม่ไปเดินในร้านหนังสือใหม่ บรรยากาศดีๆ อยู่ในห้างสว่างๆ แล้วก็เย็นสบาย--

เพราะเล่มที่อยากอ่านเราก็อ่านไปหมดแล้วน่ะซี!

ตอนที่อยู่ในร้านหนังสือเก่าแห่งนี้ เวลาส่วนใหญ่ของเป็นหนึ่งหมดไปกับการพลิกหน้าหนังสือเรื่อง ดอนกิโฆเต้ ฉบับภาษาอังกฤษของเวิร์ดสเวิร์ธ อีดิชั่นส์ มันใช้กระดาษเปเปอร์แบ็ก ทำให้มีน้ำหนักค่อนข้างเบาแม้หนังสือจะค่อนข้างหนา ปกเปื่อย กระดาษข้างในบางส่วนก็เป็นด่างดวง แต่ทั้งหมดนั้นไม่อาจกลบประกายวับวามของเนื้อหา

หญิงสาวได้ยินชื่อเสียงของวรรณกรรมเรื่องนี้มายาวนาน เรื่องราวล้อเลียนเสียดสีนิยายอัศวิน อันว่าด้วยอลอนโซ่ กีฆาโน่ หรือที่รู้จักกันในนามดอนกิโฆเต้ สุภาพบุรุษชนบทวัยเกษียณที่อาศัยอยู่ในแคว้นลามันช่า หมกมุ่นกับนิยายอัศวินจนวิกลจริต เกิดอุดมการณ์อยากเป็นอัศวินผู้เหี้ยมหาญขึ้นมาบ้าง จึงออกเดินทางช่วยเหลือเหยื่ออธรรม์ โดยหารู้ไม่ว่า แท้ที่จริงตัวเองได้ก่อเรื่องวินาศสันตะโรให้ใครต่อใครไม่รู้จบสิ้น

หลังจากเข้าๆ ออกๆ ไปลูบๆ คลำๆ หนังสือเล่มนั้นอยู่นาน วันหนึ่ง ระหว่างกำลังพลิกอ่านข้อความในนั้นซ้ำเป็นรอบที่ห้า หญิงสาวก็ต้องสะดุ้งตกใจเพราะมีเสียงดังข้างตัว

นี่!’

เงยขึ้น ปรากฏว่าคนที่ยืนเกาะชั้นหนังสือข้างๆ แล้วโผล่หน้ามา คือชายหนุ่มหน้าคมผิวสองสีผอมกะหร่อง รอยยิ้มสว่างไสว ทว่าดวงตามีประกายกระตือรือร้นกลับดูกึ่งๆ น่ากลัวชอบกล

เจ้าตัวพยักทำนองคะยั้นคะยอ ถ้าไม่มีตังค์ พี่ออกให้ก่อนก็ได้นะน้อง

เป็นหนึ่งมุ่นคิ้ว หันไปรอบๆ ตัว

ไม่มีใคร

เราน่ะแหละ เห็นมาดูเล่มนี้ทุกวันศุกร์เลยไม่ใช่เหรอ ท่าทางจะอยากได้มากๆ ทำไมไม่ซื้อไปล่ะ

ได้รับคำยืนยันว่าชายแปลกหน้าท่าทางไม่น่าไว้ใจกำลังคุยกับตัวเอง เป็นหนึ่งเบนหน้ากลับ สอดหนังสือคืนชั้น แล้วเริ่มขยับตัวหนี

เฮ้ย ทำไมวางซะล่ะ เจ้าตัวทำหน้าผิดหวัง รู้มั้ยว่าเล่มนี้น่ะ เซร์บันเตส เขียนไว้ตั้งแต่ปี 1605 มันเป็นงานวรรณกรรมชิ้นที่มีอิทธิพลสูงสุดในยุคทองของสเปนเลยนะ”

แล้วก็เป็นวรรณกรรมชิ้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งเท่าที่โลกเคยตีพิมพ์มาด้วย

คิดแค่ในใจ ไม่ได้พูดออกไปเป็นเสียง หญิงสาวเสกลับไปหาเจ้าตัวอีกครั้ง อย่างน้อยตานี่ก็รู้จริง หรือว่าจะเป็นพนักงานร้านคนใหม่ เราเลยไม่เคยเห็นหน้า--

คำตอบมาเยือนพร้อมกับสาวใหญ่เจ้าของร้าน รายนี้เพิ่งก้าวตามมาสมทบด้านหลังชายแปลกหน้า ฟืนเขาลุ้น เพราะเป็นมือสองจากเขาเอง

ที่นี่รับฝากขายด้วยเหรอคะ เป็นหนึ่งถามเฉพาะกับเจ้าของร้าน เธอเข้าใจมาตลอดว่าหนังสือทุกเล่มที่นี่ถูกซื้อขาดจากเจ้าของเดิม

ไม่ใช่อย่างนั้นจ้ะ พี่สาวเจ้าของร้านหัวเราะขัน เขาลุ้น เพราะอยากให้มีคนมาอ่านต่อ

เป็นสตอล์กเกอร์จริงๆ ด้วย!’ หญิงสาวตกใจ ท่าตกใจของเธอทำให้อีกฝ่ายหลุดหัวเราะ และแล้วก็ทำท่านั้น...การแสดงระดับรัชดาลัย เล่นใหญ่เหมือนกลัวคู่สนทนาไม่รู้ว่าจงใจเสแสร้ง!

เปล๊า! เปล่าเล้ย...

เป็นหนึ่งเกลียดเขามาตั้งแต่ตอนนั้นแหละ!

แต่ยังไงก็เหอะ น้องซื้อเถอะ ซื้อเถอะน้า เจ้าของนาม ฟืน ยกมือขึ้นกุมกันมือตรงหน้า นัยน์ตาเว้าวอน

เอ่อ...

ไอ้ฟืน น้องเขากลัวหมดแล้วเห็นมั้ย

ก็หนังสือมันดีนี่นา ไม่เข้าใจเลย มาอ่านจนจบแล้วจบอีก ชอบขนาดนี้ทำไมยังไม่ยอมซื้อซะที

เป็นหนึ่งเบิกตา ถอยห่างออกมาอีกหน่อย

ขะ...ขอตัวก่อนนะคะ หญิงสาวบอกกับพี่เจ้าของร้าน รีบเผ่นออกนอกตัวอาคาร

เฮ้ย! เดี๋ยวดิ ไปไหน!’

แกนั่นแหละจะตามเขาไปไหน ทำลูกค้าพี่หาย--

ได้ยินเสียงล้งเล้งจากข้างหลัง หันเห็นคนพูดช่วยยึดแขนชายท่าทางผิดปกติไว้ เป็นหนึ่งจึงถอนหายใจ เร่งฝีเท้าหลบไปด้วยเกรงว่าเจ้าตัวจะหลุดตามมา

วันนั้น ระหว่างทางกลับบ้าน หญิงสาวนึกเถียงในใจ เราไม่ซื้อไม่ใช่เพราะไม่มีเงิน แต่เพราะมีเงินต่างหาก!

หนังสือเล่มนั้นเก่ามากแล้ว เธอชอบเนื้อหาของมัน อยากอ่านบ่อยๆ แต่ขณะเดียวกันก็อยากเก็บเล่มที่ใหม่อ่อง ปกแข็ง และมีรูปประกอบงดงามอย่างที่เคยเซิร์ชเจอในอินเทอร์เน็ตมากกว่า ในประเทศไทยหาค่อนข้างยาก จะรอบินไปต่างประเทศ แม่ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการอ่านหนังสืออ่านเล่นสักเท่าไหร่ ถ้าเห็นเธอแบกหนังสือพรรค์นั้นกลับมาคงบ่นไม่รู้แล้ว

อย่างไรก็ดี ได้รู้ว่าใครเคยเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนั้นมาก่อนก็ดีไปอย่าง บางครั้ง ผู้ชายประหลาดนั่นอาจจะคลั่งจนถึงกับจุมพิตลงบนกระดาษแต่ละหน้าก็ได้ เขานึกว่ามันเป็นสื่อหาคู่รึไง ถึงได้คอยตามดูว่าใครจะหยิบมันไปอ่านต่อ แค่คิดก็ขนลุก นี่ทำให้เธอตัดใจง่ายเข้า

ความตั้งใจมีอันพลิกกลับตาลปัตรแค่ไม่กี่วันถัดมา เช้าวันหนึ่งบนฝาตู้ล็อกเกอร์ของเธอที่มหาวิทยาลัยมีของไม่พึงประสงค์ปรากฏอยู่ ใครบางคนเล่นตลกด้วยการใช้ถุงพลาสติกห่ออะไรบางอย่างแล้วนำมาแปะสก๊อตช์เทปไว้ บางทีจะเป็นพวกผู้ชายที่พยายามหาทางเข้าใกล้เธอ แต่เป็นหนึ่งไม่เคยสนใจ...

หันมองข้าง ไม่มีใครแอบมองอยู่เลย หญิงสาวจึงตัดสินใจดึงถุงนั้นออกมา

ตกใจเมื่อพบว่าของที่เผอิญร่วงจากปากถุง คือหนังสือที่เธอหมายตามาเป็นเดือน

ดอนกิโฆเต้ของเซร์บันเตสเล่มนั้น!

ด้านในปกมีโพสอิทแปะไว้ ลายมือขยุกขยิกแทบอ่านไม่ออก แกะความได้ว่า

เอาเป็นว่าพี่ให้แล้วกัน นานๆ ทีจะเจอคนชอบเล่มนี้เหมือนกัน ดีกว่าปล่อยให้เก็บคาชั้นจนโดนปลวกแทะ

เป็นหนึ่งมองของในมือแล้วลังเลใจขึ้นมา ไม่รู้เป็นเพราะความอยากได้ที่เก็บกดไว้กลับทะลักคืนมา หรือเพราะข้อความในโน้ตบดบังภาพจำของชายชื่อ ฟืน ไปสิ้น น้ำเสียงของบันทึกนั้นไม่มีร่องรอยของเล่ห์กลใด ไม่มีแม้แต่สำเนียง โรคจิต อย่างที่เธอเคยปรามาสเขาไว้ด้วยซ้ำ

ตรงกันข้าม เป็นหนึ่งกลับเข้าใจขึ้นมา ในฐานะคนที่รักหนังสือเหมือนกัน หลายครั้งมารดาบ่นหนักและอยากขนหนังสือของเธอไปทิ้ง เป็นหนึ่งคร่ำครวญด้วยความเสียดาย ไม่ใช่เสียดายว่าตัวเองจะไม่ใช่เจ้าของพวกมันอีกต่อไป ทว่าเสียดายเพราะไม่รู้ว่ามันจะต้องตกกลายเป็นของใครต่างหาก แล้วเขาคนนั้นจะรักอย่างที่เธอรักและรู้ค่ามันหรือไม่ หรือได้ไปเพื่อนำไปชั่งกิโลขาย โดยไม่เคยแม้แต่พลิกอ่าน...

เพราะอย่างนั้น จากที่เคยจินตนาการเห็นพี่ฟืนก้มจูบกระดาษ เป็นหนึ่งจึงแย้งตัวเองว่า ใครมันจะไปทำอย่างนั้น!

หากถึงอย่างไรเธอก็ไม่ยอมรับไว้ง่ายๆ หญิงสาวนำมันกลับไปที่ร้านหนังสืออีกครั้ง บอกฝากเจ้าของร้านให้คืนเจ้าตัวให้หน่อย ทว่าพี่สาวใจดีกลับส่ายหน้า แม้เมื่อเธอจะฝากเงินให้ รายนั้นก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนใจ

เชื่อเถอะ ฟืนมันไม่ได้อยากได้อะไรจากน้องเลย

แล้วเขาทำอย่างนี้ทำไมคะ เธอถาม ทั้งที่จู่ๆ ก็นกคำตอบขึ้นมาเองได้

มันบอกว่า ของบางอย่าง ก็ควรค่ากับคนแค่บางคนน่ะ

เป็นหนึ่งจึงไม่สามารถปฏิเสธ เธอรับหนังสือเล่มนั้นมา แต่ก็ยังตั้งใจว่าจะไม่พลิกอ่าน

ใครจะรู้ ต่อให้นายฟืนอะไรนั่นไม่ได้จูบกระดาษแต่ละแผ่นจริงๆ แต่การที่เขาเอานิ้วลูบพลิกมันแต่ละหน้า ถ้าเธอแตะต่อ มันก็ให้ความรู้สึกคล้ายๆ เธอแตะร่องรอยจากมือเขา...สัมผัสมือของเขา...อย่างไรชอบกล

ช่างบ้าไม่ต่างจากดอนกิโฆเต้ ถ้าอ่านแล้วกลายเป็นคนบ้าแบบนี้ เราไม่อ่านมันซ้ำอีกหรอก!

บอกตัวเองอย่างนั้น เพื่อจะลงท้ายด้วยการอ่านจบอีกรอบในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา

เธอจึงอดรู้สึกไม่ได้ว่า ตัวเองติดหนี้ชายแปลกหน้ารายนั้น อยากเจอเพื่อปลดหนี้ ขณะเดียวกันก็ไม่อยากเจอเพราะไม่ชอบขี้หน้าเขาอยู่ในที...

. . . . . . . . . .

 

เดี๋ยวนี้ฟ้าฟื้นดูดีกว่าสมัยก่อนเป็นคนละคน รูปร่างของเขาล่ำสันแข็งแรงจากการออกกำลังกาย อันดูจะทำให้เลือดฝาด ผิวพรรณสดใส ใบหน้าเกลี้ยงเกลาเหมือนทำทรีทเมนต์ ทรงผมเข้ารูปและรู้จักจัดรูป เช่นเดียวกับเสื้อผ้า ถึงจะดูสวมสบายแต่ก็ไม่ใช่เก่าโทรม เสียอย่างเดียว นิสัยบ้าๆ บอๆ กลับไม่เคยแปรเปลี่ยน

เจ้าตัวกำลังสูดและสาวเส้นเล็กเข้าปาก จากนั้นก็พูดทั้งยังเต็มปากเต็มคำ เป็นความตั้งใจก่อกวนเพราะรู้ว่าเธอไม่สบใจพฤติกรรมทำนองนี้

“พี่ตอบเฉพาะเรื่องที่หนึ่งอยากรู้ จริงๆ ก็พอเนอะ” คนพูดยกตะเกียบชี้มาทางเธอ “ตำรวจมาหาพี่เพราะเช็กเจอว่า หลังๆ คุณมิลค์เขาคุยโทรศัพท์กับพี่บ่อยๆ”

“มีเรื่องอะไรที่มิลค์จะต้องติดต่อพี่ฟืนคะ”

ที่ผ่านมา แม้คนทั้งคู่หยอกล้อกันบ้าง หากทุกครั้งนั้นผ่านการเชื่อมโยงโดยมีเธออยู่ตรงเป็นกลาง จะว่าไป มิลานกับฟ้าฟื้นไม่ได้สนิทสนม-- ไม่สิ ที่จริงทั้งสองคนไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวด้วยซ้ำ ที่มิลานเชียร์เธอกับเขา ก็เพราะเห็นว่าฟ้าฟื้นดูดี แถมโปรไฟล์ก็ดูดี ไม่นานนี้เพื่อนของเธอยังหัวฟัดหัวเหวี่ยงเรื่องชนัตตราอยู่เลย ถ้ามิลานรู้จักกับฟ้าฟื้นมากพอจะโทรหา เรื่องของชนัตตราก็ไม่น่าพ้นไปจากการรับรู้

สูตินรีแพทย์เจ้าของเรียวขางดงาม ใบหน้าหวาน ตาโตหวาน และรอยยิ้มกับท่าทางก็ยิ่งอ่อนหวานผู้นั้น รู้จักกับฟ้าฟื้นมาตั้งแต่สมัยเรียนแพทย์ ก่อนจะแยกย้ายไปตามสาขาที่สนใจ ทั้งคู่กลับมาสนิทสนมกันอีกทีตอนเข้าทำงานที่นี่ โดยเฉพาะหลังจากกรณีการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่ตกอยู่ในโคม่า

ตอนนั้น เลิศวิชาญเวชได้รับการประสานจากโรงพยาบาลบนเกาะกูด ว่าจะส่งคุณแม่ผู้โชคร้ายด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตกจากการโป่งพองเข้ามา แต่เพราะติดพายุ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเสียเวลาติดต่อกันถี่ยิบและยาวนานกว่าอาทิตย์เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ ชนัตตราถกเถียงกับฟ้าฟื้นว่าไม่ควรใช้ยาดมสลบ เพราะอาจทำให้ระดับออกซิเจนลดลงและเป็นอันตรายกับทารก อย่างไรก็ตาม คำค้านตกไปเพราะฟ้าฟื้นให้ความเห็นว่า โอกาสเสี่ยงที่ทารกจะได้รับผลกระทบจากยาสลบนั้น น้อยกว่าโอกาสเสี่ยงที่ตัวมารดาจะเผชิญสภาวะเส้นเลือดในสมองแตกซ้ำหากไม่ได้รับการวางยา 

ตอนที่คนไข้ถูกส่งตัวมาถึง ชนัตตรา ฟ้าฟื้น และวิสัญญีแพทย์รออยู่ในห้องผ่าตัดแล้ว แม่เด็กยังไม่ถึงกับหมดสติ แต่มีอาการเซื่องซึม กระบวนการทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ หลังจากวิสัญญีแพทย์ให้คนไข้ดมยา ชนัตตรารีบผ่าเอาเด็กออก จากนั้นฟ้าฟื้นรับไม้ต่อ เริ่มตั้งแต่ผ่าเปิดกะโหลก เปิดเยื่อหุ้มสมองชั้นบนและชั้นกลาง ผ่าเส้นเลือดที่โป่งพองเดิมแล้วจึงใช้คลิปหนีบ

ผลสำเร็จในครั้งนั้นสร้างชื่อเสียงให้กับโรงพยาบาลเลิศวิชาญเวชเป็นอย่างมาก ต่อมาถ้ามีเคสทำนองนี้จึงถูกส่งเข้ามาให้ชนัตตราและฟ้าฟื้นได้ร่วมมือกัน จงกลและนางพยาบาลที่เชียร์เป็นหนึ่งกับรุ่นพี่พูดกันเป็นเสียงเดียวว่า ถ้านางฟ้านิวโรศัลย์จะคลาดแคล้วจากฟ้าฟื้น ก็น่าจะเป็นเพราะชนัตตรานี่เอง กระนั้น ระยะหลังเสียงบ่นดังกล่าวเริ่มหายไป เพราะแม้ชนัตตรากับฟ้าฟื้นจะสนิทสนมกันมาก มีคนเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ ทว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดูจะไม่เขยิบไกลไปกว่าความเป็นเพื่อนเลย

ถ้ามิลานสนิทสนมกับฟ้าฟื้นจนถึงกับโทรไปคุยได้ มีหรือจะไม่รู้เรื่องนี้ มีหรือจะยังโวยวาย...

นอกเสียจาก ถ้าโทรไปซัก แล้วมิลานได้รับคำยืนยันว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ก้าวไปไกลกว่านั้นแล้ว...ก็ว่าไปอย่าง...

“ความลับ” จู่ๆ คู่สนทนาก็เงยขึ้นมาจากชามก๋วยเตี๋ยว ตอบเธอทั้งที่ดวงตาเป็นประกาย ราวกับรู้ว่าเป็นหนึ่งกำลังคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่

เปล่า เราไม่ได้รู้สึกอะไรเสียหน่อย!

บอกตัวเองแล้ว หญิงสาวกลืนน้ำลายที่จู่ๆ ก็ระคายคอขึ้นมา

“หมายถึงเรื่องที่คุณมิลค์โทรมาคุยน่ะ พี่บอกหนึ่งไม่ได้หรอก” เจ้าตัววรรคนิดหนึ่ง ดวงตายิ่งวับวาม “หรือหนึ่งคิดว่าความลับเรื่องอะไร”

หญิงสาวสัมผัสได้ว่าตัวเองหน้าเห่อร้อนขึ้นมา

อะไรกัน ทำไมอะดรีนาลินมาสูบฉีดตอนนี้!

เจ้าฮอร์โมนบ้ากำลังกระตุ้นระบบต่างๆ ในร่างกายให้ทำงานผิดปกติ ดีไม่ดีเดี๋ยวจะพลอยพูดผิดๆ ถูกๆ ตอนนี้มันกำลังทำให้หัวใจเต้น จนสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างรุนแรงกว่าเดิม

หยุดเดี๋ยวนี้นะ เราไม่อยากหน้าแดงต่อหน้าเขา!

“บอกแล้วไงว่าอย่าทำหน้าแบบนี้” คราวนี้อีกฝ่ายถึงกับหลุดขำ คำพูดต่อมาลากเสียง “มัน...ดูไม่เป็นนางฟ้าเลย!

จากร้อนยิบๆ กลายเป็นร้อนเผาทันที ถึงตอนนี้เป็นหนึ่งไม่เหลือสติเท่าทันว่าตัวเองกำลังหลุดหน้าคว่ำแล้ว

แต่อีกฝ่ายไม่สนใจ สูดเส้นเล็กกลุ่มสุดท้ายเข้าปากแล้วพูด “ถ้าคุณมิลค์เขาอยากให้เพื่อนรู้ก็คงบอกไปตั้งแต่แรกแล้วเนอะ เราควรจะรักษาเจตนารมณ์ของผู้ตายจริงมั้ย”

พูดจบก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เตรียมยกชามไปเก็บที่วาง

“อ้อ” เขาพูดเหมือนนึกขึ้นได้ ในขณะที่เป็นหนึ่งยังทั้งเขิน ทั้งโกรธ ทั้งงง หลังจากถูกยียวนไปมา

คนเป็นรุ่นพี่เลิกคิ้ว พูดต่อไปว่า “สองวันนี้พี่ยังไปร่วมงานศพของคุณมิลค์ไม่ได้ ฝากขอขมาด้วยแล้วกันนะ”

. . . . . . . . . .

 

ฝั่งซ้ายมือของถนนจตุรทิศมีคลองขนาบ ในคลองมีแพผักตบชวาบำบัดน้ำเสียตามพระราชดำริลอยน้ำอยู่เป็นแปลงๆ แต่ละแปลงใบสีเขียวสดแน่นขนัดให้ความรู้สึกสดชื่น

อย่างไรก็ตาม ผู้นั่งอยู่หลังพวงมาลัยของเชฟโรเล็ตครูซคันขาวไม่มีแก่ใจชื่นชมความงามดังกล่าว เรียวคิ้วหลังแว่นใสกำลังมุ่นเข้า จนกึ่งกลางหน้าผากเกิดร่องลึก ดวงตาเพ่งจ้องไปยังเป้าหมายที่อยู่ห่างไปด้านหน้าราวสองช่วงคันรถอย่างไม่ยอมให้คลาดสายตา

ไม่ช้า อีโค่คาร์สีเมทัลลิกคันนั้นก็เลี้ยวซ้ายลอดใต้ทางพิเศษศรีรัชต่อไปยังถนนอีกสาย มันเป็นถนนขนาดสี่เลนซึ่งเธอหาชื่อไม่พบ ไม่รู้ว่าจะนำไปสู่ที่ไหน ริมทางข้างหนึ่งเป็นอาคารละม้ายแฟลตเรียงราย ขณะที่อีกข้างเป็นตึกแถวเก่าโทรมจนให้ความรู้สึกน่ากลัว

ทั้งที่อายุสามสิบต้นๆ เข้าไปแล้ว เป็นหนึ่งก็ยังรู้โลกไม่มากไปกว่าช่วงอายุยี่สิบสักเท่าไร เธอใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบแบบแผน นั่นหมายถึงทุกวันแทบไม่มีอะไรแปลกใหม่ นอกจากโรคภัยของคนไข้กับปัญหาต่างๆ ในโรงพยาบาล

หญิงสาวไม่เคยพิสมัยความตื่นใจชนิดอื่น เธอชอบให้ทุกอย่างรอบตัวปลอดภัย คาดเดาได้ สถานที่ไปจึงมักเป็นที่เดิมๆ ถนนที่ขับก็เป็นเส้นเดิมๆ แม้ได้ยินว่ามีทางลัดหรือเส้นทางเปิดใหม่ที่ช่วยย่นระยะใกล้กว่า เป็นหนึ่งก็ยังรู้สึกสบายใจกว่าที่จะมุ่งหน้าไปบนเส้นทางเดิม

เพราะอย่างนี้ ตลอดเวลาที่ขับตามมาตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล แล้วเริ่มห่างจากเส้นทางที่รู้จักออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ประสาทศัลยแพทย์สาวจึงยิ่งรู้สึกอึดอัดใจมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

จะไปไหนของเขานะ! 

ทั้งที่รู้ว่าบุคคลเป้าหมายใช้ชีวิตต่างจากเธอราวหน้ากับหลังมือ และการคาดหวังว่าจะพบเจ้าตัวเดินทางไปยังที่ที่เธอคุ้นเคยย่อมเป็นไปได้ยาก เป็นหนึ่งก็ยังอดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้

อันที่จริง วันนี้ประสาทศัลยแพทย์สาวแอบตามจับตาเขามาตั้งแต่เช้า เสาร์นี้เป็นเวรของฟ้าฟื้น เจ้าตัวจะต้องราวน์เช้า คือเข้าเยี่ยมคนไข้ที่นอนแอดมิทอยู่ในโรงพยาบาล ปกติการราวน์เช้าจะเสร็จสิ้นราวๆ 11 โมง จากนั้นเหลือเพียงเวรคอนซัลท์แบบออนคอล นั่นจึงหมายความว่า รุ่นพี่จะเดินทางไปไหนก็ได้ ออกนอกโรงพยาบาลก็ได้ เพียงแต่ต้องสแตนด์บายกลับมาให้ทันหากถูกตามตัว

วัดที่จัดงานศพของมิลานอยู่ไม่ไกลจากเลิศวิชาญเวช แต่ฟ้าฟื้นกลับไปไม่ได้ ไปไม่ได้ทั้งที่มิลานเป็นหลานของผู้บริหารโรงพยาบาล! นอกจากนั้น การที่ทั้งคู่โทรหากันถี่จนตำรวจสงสัย มันก็น่าจะแสดงถึงความเกี่ยวข้องสนิทสนมจนมีนัยสำคัญมิใช่หรือ เป็นหนึ่งข้องใจ เริ่มรู้สึกว่ารุ่นพี่ทำตัวเป็นปริศนามากขึ้นทุกที

หลังจบราวน์เช้า เจ้าตัวไม่ได้รีบร้อน กลับไปฟิตเนสของโรงพยาบาลต่ออีกเกือบสองชั่วโมงก่อนลงมารับประทานอาหาร จากนั้นเอ้อระเหยอีกนาน จวบบ่ายแก่จึงขับรถออกมา

เป็นหนึ่งสงสัยนักว่าเขาติดภารกิจอะไร ตอนนี้รถคันหน้านำมาถึงสี่แยกขนาดใหญ่ ระหว่างรอสัญญาณไฟแดง หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาค้นสถานที่ด้วยแอปปลิเคชั่นกูเกิ้ลแมป

แยกประชาสงเคราะห์ หรือในอีกนาม แยกโบสถ์แม่พระฟาติมา...

ยังจินตนาการไม่ออก คนกิจกรรมเยอะอย่างเจ้าตัวจะมาทำอะไรแถวนี้ พอดีสัญญาณไฟเปลี่ยนสี เป็นหนึ่งรีบวางโทรศัพท์แล้วเคลื่อนรถต่อ

อีโค่คาร์สีเมทัลลิกเลี้ยวขวาเข้าถนนดินแดง แล่นต่ออีกสักพักสารถีจึงค่อยๆ เบี่ยงซ้ายแล้วหลบเข้าจอดในอาคารรับจอดรถ อันแสดงว่าธุระของเจ้าตัวอยู่แถวนี้ และน่าจะกินเวลานานพอสมควรจึงไม่สามารถจอดริมถนนได้

เป็นหนึ่งเลียบรถรอไม่ไกลจากทางออกของที่จอดนั่น ระหว่างนั้นก็กวาดตาไปสังเกตรอบๆ บริเวณ

อาคารแถวนี้เป็นตึกแถวทั้งสิ้น ที่อยู่ติดกันคือศูนย์รถจักรยานยนต์ คลินิกวางแผนครอบครัว ร้านกาแฟ และ...ห้องกระจกอะไรสักอย่าง

ดูเหมือนจะเป็นร้านชุดวิวาห์...

ไม่กี่นาทีร่างสูงค่อนข้างผอมของฟ้าฟื้นก็เดินตัวปลิวออกมา เป็นหนึ่งแอบลุ้นอยู่ในใจให้รุ่นพี่ไม่หันมาทางนี้ ตอนนี้เธออยู่ใกล้เขามากกว่าตอนที่ติดตามมาบนถนนเสียอีก ถ้าเพียงแต่เจ้าตัวหันมาแล้วสังเกตทะเบียนรถ แน่นอนว่าคนละเอียดและช่างจดช่างจำอย่างเขาจะต้องนึกออกว่าอะไรเป็นอะไร

หัวใจของหญิงสาววูบตกไปใต้ตาตุ่มเมื่อจู่ๆ คนในสายตากลับหยุดก้าว ทำท่าจะเอี้ยวมา

แทบจะถอนหายใจโล่งอกเมื่อพบว่า สายตาของคนเอี้ยวหลุบลงไปที่กระเป๋ากางเกงของตัวเองแทน จากนั้นมือเรียวสวยของศัลยแพทย์หนุ่มก็ล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาประกบหู ใบหน้าคมคายปรากฏอมยิ้มขันชนิดที่เขาชอบยิ้มใส่เธอนั่นละ

บ้าจริง!

เป็นหนึ่งสบถในใจ จังหวะการสูดลมหายใจค่อยๆ คืนมาเป็นปกติเมื่อเจ้าตัวเอี้ยวกลับ ก้าวต่อไปบนบาทวิถี ในที่สุดจึงเลือกผลักประตูเข้าไปในร้านกาแฟ

หญิงสาวค่อยๆ เคลื่อนรถตามไปช้าๆ วินาทีที่ผ่านหน้าร้านเป้าหมาย ทันเห็นว่าโต๊ะที่ชายหนุ่มรุ่นพี่นั่งอยู่นั้นหาได้มีเจ้าตัวเพียงลำพัง

คนที่นั่งคู่กันคือชนัตตรา 

. . . . . . . . .

โปรดติดตามตอนต่อไป
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #8 Ciel En Rose (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 12:54
    อะไรยังไง ลุ้นแทนหมอหนึ่งเลย
    #8
    1
    • #8-1 ปราปต์(จากตอนที่ 4)
      14 สิงหาคม 2562 / 15:59
      พี่ฟืนจะทำอะไรน้อ
      #8-1