ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋ (ละครช่อง 3)

ตอนที่ 5 : Chapter 3 - The Devil: เทพแห่งอบายมุข (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    31 ส.ค. 60

ด้วยเหตุนี้ส่วนหนึ่ง ทุกบ่ายแก่น้องกี้จึงมีภารกิจสำคัญให้จำดอดจากที่ทำงานก่อนห้าโมงเย็นเสมอ หญิงสาวมักตระเวนไปยังวัดมังกรกมลาวาส วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือไม่ก็ที่ศาลพระพรหมเอราวัณ ฉวยพื้นที่ชิงขอพรอย่างมุมั่น นอกจากพรข้อพิเศษช่วงหลังคือขอให้พี่เก่งกลับมารักหัวปักหัวปำตามเก่า ข้อเดิมๆ ที่หญิงสาวกล่าวบ่อยๆ ได้แก่

คุณพระเจ้าขา ลูกช้างขอให้ได้ดิบได้ดีกว่าหัวหน้ากับเพื่อนร่วมงานทุกคน ขอให้คนพวกนั้นรักลูกช้างมากๆ ถ้ามีการประเมินผลงานก็ขอให้ลูกช้างผ่านข้อกำหนดทุกข้อ ตั้งแต่การเข้างาน-ออกงานตรงเวลา ทำภารกิจที่มอบหมายด้วยความตั้งใจจนสำเร็จลุล่วง ซ้าาาธุ!’

แต่วันนี้ ค่าที่ทูตสวรรค์แนะว่าไม่ต้องถ่อไปขอพรที่ไหน น้องกี้จึงกลับถึงบ้านตั้งแต่ผียังไม่ทันซักผ้าอ้อมตากเสร็จดี

บ้านของน้องกี้อยู่ในซอยเล็กย่านเจริญกรุง ซอยชื่อ รักธรรม แต่ป้ายสีน้ำเงินเก่าเยินจนอ่านเหมือน รับกรรมมากกว่า ชาวซอยเป็นชุมชนที่รักกันมากผิดปกติ สังเกตจากแออัดจนแทบจะขี่กันหายใจ ตัวบ้านขนาดแมวสกอตทิชโฟลด์รุ่นหูตั้งยังไม่ทันดิ้นก็แทบกรี๊ดตายเพราะกลัวที่แคบ เป็นแบบกึ่งปูนกึ่งไม้ กึ่งเก่ากึ่งใหม่ พื้นที่รอบรายอุดมไปด้วยพืชพันธุ์สารพัด

โบราณท่านว่าปลูกมะยมทิศตะวันตกจะช่วยปกปักจากภูตผี มีคนนิยมชมชอบ ปลูกมะม่วงทิศใต้ ผู้อาศัยจะร่ำรวย ไม่มีใครรังแก ปลูกขนุนทิศหรดีจะมีคนคอยเกื้อหนุน ปลูกมะขามคนเขาจะได้เกรงขาม ป้องกันคดีความ หรืออย่างต้นคูนก็ต้องทางตะวันตกเฉียงใต้

นั่นสิคะคุณแม่ แต่ไหงบ้านเรามีแต่ลั่นทม สลัดได ต้นโศก เต่าร้าง แถมยังซ่อนกลิ่น

ชะ! นังลัค นั่นเป็นชื่อที่นางอิงบุญใช้เรียกน้องกี้ลูกสาวคนโต แกมันไม่รู้อะไร ก่อนพ่อแกตายเขาบอก รักษาบ้านไว้ให้ดีๆ เหมือนตอนพี่อยู่นะ แม่อิง

แม่พูนลาภน้องสาวมีความเห็น เสียงพ่อต้องหวานๆ ยานๆ กว่านั้น เพราะพ่อแกติดสมัยเป็นพระเอกลิเกมา แล้วต้องมีเสียงตอนหมดลมอย่างนี้ด้วย รักษาบ้านไว้ให้ดีๆ เหมือนตอนพี่อยู่นะ แม่อิง อ็อก!’

หยุดค่ะน้องกี้จำได้ว่าฉุนกึก คำพูดก่อนตายของคุณพ่อไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ ถ้าจะเลียนแบบก็ต้องใช้เสียงหวานและยานคางกว่านั้น อีกอย่าง ที่คุณพ่อพูด ท่านหมายถึงให้รักษาสภาพความเป็นอยู่ของบ้าน ไม่ใช่ปล่อยให้วัชพืชอัปมงคลทั้งหลายขึ้นยั้วเยี้ยอย่างนี้

แกนี่มันลูกพ่อ เกิดมาชงกับฉันจริงๆ นังลัค!’

นี่แหละ ครอบครัวของน้องกี้ ตั้งแต่บิดาผู้เป็นเสมือนเสาหลักของเรือนล้มลง โครงบ้านส่วนอื่นก็แทบทลาย คุณนายอิงบุญเพียรหว่านเสน่ห์หาเสาใหม่ตามวิธีที่บรรพชนปลูกฝังว่าให้ผลลงทุนสุดคุ้ม แต่สำหรับหญิงแก่ลูกโตเจียนบรรลุนิติภาวะนั้นนับเป็นภารกิจที่ยากลำบาก หลังกระเบียดกระเสียรใช้เงินเก็บจนร่อยหรอ คุณแม่ของน้องกี้ก็ต้องยอมรับว่าจำต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวแบบหัวเดียวกระเทียมลีบ หยิบยืมและรับจ้างทำงานต่างๆ เพื่อนำมายังชีพตนและลูกๆ

ยังนับว่าโชคดี ก่อนบ้านจะถูกยึด น้องกี้ก็เรียนจบและหางานได้ หญิงสาวผ่อนใช้จนไถ่บ้านสำเร็จ พร้อมๆ กับส่งเสียน้องสาวเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ส่วนคุณแม่ก็ยังเป็นแม่ครัวในร้านอาหารร้านเดิมต่อไป เจ้านายของคุณแม่ใจดี มักปันอาหารที่เหลือมาให้คนที่บ้านบ่อยๆ  

แต่แม้จะเป็นอภิชาตบุตรีขนาดนี้ น้องกี้ยังไม่เคยเป็นที่ถูกใจของคุณแม่ คุณนายอิงบุญมักหาว่าน้องกี้เป็น ลูกพ่อหรือไม่ก็ เกิดมาชงเสมอ ไม่ยอมเรียกน้องกี้ว่าน้องกี้ อย่างที่คุณพ่อฝากฝัง ไม่ต่างกับน้องสาวที่มิใคร่เข้าหน้ากันกับพี่ ตั้งแต่คุณพ่อจากไปน้องกี้ก็มีสภาพคล้ายไส้ติ่งของบ้าน เป็นคนที่ไม่มีใครให้ความสำคัญหรือสนใจว่าจะไปจะอยู่ ไม่มีใครรู้ว่าตกลงเธออายุเท่าไร เพราะไม่เคยมีใครจำได้ว่าเธอเกิดวันไหน ไม่ ทั้งที่ใกล้เข้ามาอีกแค่ไม่กี่วัน

แต่ถึงอย่างนั้นน้องกี้ก็ยังรักคุณแม่ เย็นป่านนี้เห็นบ้านเงียบเชียบ คาดว่ามารดาคงยังไม่กลับมาจากงานก็พานสงสารในจิต คิดเสียงดังอย่างนางเอกละครว่า โถ คุณแม่ขา เมื่อไหร่น้องกี้จะทำให้คุณแม่หายเหนื่อยได้ นานตั้งเท่าไหร่ที่คุณแม่ทำงานหนักเพื่อพวกเรา...

ความคิดชะงักเพราะเสียงดังข้างรั้ว นังลัค! กลับแต่วัน นึกว่าเอ็งตามแม่ตามน้องไปขูดหาหวยที่วัดบางตะไคร้ซะอีก!

น้องกี้ปิดตาดับดนตรีดราม่าแทบไม่ทัน ไม่อยากหันแต่ก็ต้องหันหา เพราะมารยาทดีงามตามแบบที่คุณพ่อปลูกฝังมาล้วนๆ

เมื่อไหร่เอ็งจะมาตัดหมามุ่ยตรงนี้ซะที ข้ายื่นหน้ามาดูไม่ถนัด

ป้าปริกเป็นเพื่อนบ้านฉบับสู่รู้ กำแพงรอบบ้านแกมีรูเพราะถูกเจ้าของเจาะเพื่อถ้ำมองจนพรุนเป็นตะแกรง ที่ร้ายนักคือปากแกไม่อยู่สุข บ้านไม่ใช่ซีพีหรือทีโอเอ แต่แทบจะตีไข่ใส่สีเป็นอาชีพหลัก ตำแยกลายเป็นวีโก้ไฮลักซ์ เรื่องจิ๊บๆไปทันทีที่เจอปาก แกร่งพร้อมลุย ของป้า

ไม่ตอบกระไร หญิงสาวเพียงยิ้มให้แล้วก้าวต่อเข้าบ้าน อาบน้ำเสร็จก็ยังไร้เงาแม่กับน้องสาว ในที่สุดน้องกี้จึงหลบเข้าห้องนอนมาจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

เบอร์ของพี่เก่ง หมายเลขบนหน้าจอโทรศัพท์พลอยดึงภาพแฟนหนุ่มแสดงขึ้นมา

กำยำแก่กว่าน้องกี้สองปี แต่เนื่องจากเป็นลูกชายคนเดียวของผู้มีอันจะกิน ชายหนุ่มจึงถูกพะนอจนติดนิสัยเด็กไม่รู้จักโต เจ้าสำอางและเอาแต่ใจ ตลอดชีวิตเขามีสิทธิ์เลือกได้ ทำอะไรไม่เน้นจริงจัง การที่คนลักษณะอย่างเขายอมโน้มกิ่งมาคบน้องกี้ ลึกๆ แล้วหญิงสาวย่อมรู้ดีว่าเขาคาดหวังอะไรเป็นสำคัญ อะไรที่เขายังไม่ได้ รสใหม่ที่หญิงสาวยังไม่ยอมให้ชิม!

ระยะเวลาปีกว่าที่คบกัน น้องกี้ใช้ความสามารถผ่อนยาวผ่อนสั้น เร้าให้เขาต้องการ หรี่ให้เขาหวังรสหวาน แต่ทุกสิ่งนั้นมีวันจางไป โดยเฉพาะกับคนใจร้อนที่เคยได้แต่กลับยังไม่ได้ น้องกี้เคยคิดว่ามันเป็นช่วงเข้าด้ายเข้าเข็ม ถ้าเธอยอมเสี่ยงใจแข็งต่ออีกนิด สิ่งที่จะพิชิตอาจมากเหมือนถูกรางวัลแจ็กพอต!

แต่ก็นั่นละ อีกด้านของมันคือความยับเยินถ้าเพียงแต่เธอประเมินพลาด และตอนนี้น้องกี้รู้สึกเหมือนมันใกล้จะพลาด!

หลังจากทะเลาะกันครั้งสุดท้าย พี่เก่งไม่โทร. หาน้องกี้หลายวัน ไลน์ไปก็ไม่อ่าน ส่วนเฟซบุ๊กนั่นไม่ต้องพูดถึง เขายังคงไม่ยอมรับเธอเป็นเพื่อน! เหตุผลหนึ่งที่น้องกี้ไม่กล้าโทร. ไปก็เพราะกลัวว่าเขาจะไม่รับสาย

ใช่ ถ้าโทร. ไปแล้วพี่เก่งไม่รับสายเล่า

เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังกรีดความเงียบในบรรยากาศ น้องกี้สั่นสะท้าน หัวใจลั่นกลองเป็นจังหวะเนิบช้า ขณะที่เริ่มรู้สึกว่าจวนจะหายใจไม่ออก ปลายทางก็มีความเปลี่ยนแปลง

มีคนรับสาย!

พี่เก่งขา น้องกี้!...

อารามดีใจล้มคว่ำทันทีที่อีกฝ่ายสวนเสียง โอ๊ย!...โทร. มาใหม่พรุ่งนี้บ่ายๆ นะยะ พี่เก่งต้องพักยาว เขาเพิ่งออกแรงจนขาเตียงหักไปสองข้าง!

. . . . . . . . . . .
จบบทที่ ๓

ฝากติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่เพจ ปราปต์ ด้วยครับ
ขอบคุณครับ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น