ข้าน่ะหรือ นางร้าย

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 | ฟื้นขึ้นมากลายเป็นหลันเหม่ยหลิน (3) (RW)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 63,371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,956 ครั้ง
    21 พ.ค. 63

บทที่ 3

หลังจากที่เจียงอวี้เล่าเรื่องทั้งหมดจบ ผิงหยู่ก็กลับมาพอดี พร้อมกับบอกกับหลินหลันว่าราชครูหลันมาแล้ว

หลินหลันกับเจียงอวี้เลยต้องจบบทสนทนาเอาไว้เพียงเท่านั้น

แต่ก็ถือว่าตอนนี้หลินหลันประสบความสำเร็จที่จะซื้อใจของเจียงอวี้ได้แล้ว

ทีนี้อีกเดี๋ยวเธอก็จะได้เริ่มจัดการแม่สาวใช้สองหัวอย่างผิงหยู่เสียที

หลังจากที่ผิงหยู่พูดจบก็มีร่างของชายวัยกลางคนในชุดขุนนางชั้นสูงก็พุ่งเข้ามาหาหลินหลันในห้อง ก่อนที่จะชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อยเมื่อจำได้ถึงท่าทางของบุตรสาวที่คล้ายจะรังเกียจตนเมื่อวันก่อน

ราชครูหลันยืนสำรวจบุตรสาวที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยสายตาก่อนที่จะเอ่ยปากถามออกมา

“อะแฮ่ม... หลินเออร์ ลูกฟื้นแล้วหรือ”

ด้านหลินหลันเมื่อเห็นท่าทางของท่านราชครู ก็นึกถึงท่าทางของตนที่มีต่อท่านราชครูเมื่อครั้งก่อน

...จำได้ว่าเราเกือบจะถีบท่านราชครูไปสินะ เอ๊ะ หรือว่าถีบไปแล้วนะ...

หลินหลันนึกได้ว่าถึงอย่างไร ราชครูหลันก็เป็นบิดาของเจ้าของร่าง แม้ว่าเธอจะชอบหรือไม่ และไม่ว่าเจตนาของราชครูหลันจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้เขาก็เป็นคนที่สามารถคุ้มครองเธอได้ดีที่สุดในตอนนี้

...หากว่าเธอคิดที่จะถอนหมั้นกับองค์ไท่จื่อแล้วละก็...

เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลินหลันจึงคลี่ยิ้มที่คิดว่าดูอ่อนโยนที่สุดออกมา แล้วตอบรับคำของราชครูหลันด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าดูอ่อนน้อมที่สุด

“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ” เมื่อได้ยินบุตรสาวเรียกตนว่าพ่ออีกครั้ง ชายวัยกลางคนในชุดขุนนางชั้นสูงก็น้ำตาคลอ ก่อนที่จะยืนร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตันใจ

เขาคิดว่าจะไม่ได้ยินคำนี้จากปากบุตรสาวแล้วเสียอีก หลังจากที่ทะเลาะกันเรื่องขององค์ไท่จื่อเมื่อคราวก่อน

…โชคดีจริงๆ ที่นางไม่เป็นอันใด ซื่ออวิ๋น เจ้าเห็นหรือไม่ ลูกของเราปลอดภัยแล้ว มิเช่นนั้นข้าเองไม่รู้จะไปพบหน้าเจ้าบนสวรรค์ได้อย่างไร หลังจากนี้ข้าจะดูแลนางให้ดียิ่งกว่าเดิมไม่ให้นางต้องเสียใจอีก ข้าสัญญา...

หลินหลันมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่...บอกไม่ถูก เธอรู้สึกเหมือนกันว่าเธอเพิ่งจะพบเจอเรื่องราวที่แปลกประหลาดที่สุดที่เธอเคยเจอมาใน...ทั้งสองชีวิตของเธอ

ไม่ให้รู้สึกแปลกประหลาดได้อย่างไร ลองนึกภาพชายวัยกลางคนที่ไว้หนวดเคราที่แม้จะตัดเล็มอย่างดีแต่ก็ทำให้ดูมีอายุ...หมายถึงมีภูมิฐานมากขึ้นไปอีก ยืนร้องไห้น้ำตาไหลอาบสองข้างแก้ม พร้อมกับเงยหน้ามองฟ้าข้างนอกหน้าต่าง พร้อมกับทำปากขมุบขมิบราวกับกำลังพูดกับใครสักคนอยู่ ก่อนที่จะแสดงสีหน้ามุ่งมั่น แล้วมองมาทางหลินหลัน ทำให้หลินหลันรู้สึกขนลุกซู่อย่างไม่มีสาเหตุ

…หากไม่รู้มากก่อนว่าเขาเป็นบิดาของร่างนี้ นางต้องคิดว่าเขาเป็นชายวิปลาสที่บุกเข้ามาในจวนราชครูเป็นแน่...

 

 

 

หลังจากนั้นไม่นานอนุจ้าวก็มาถึง แต่ไม่มีวี่แววของหลันเหม่ยอิงเลยแม้แต่น้อย

"น้องได้ยินว่าหลินเออร์ฟื้นแล้วเลยมาเยี่ยม ไม่คิดว่าท่านพี่ก็อยู่ที่นี่เช่นกัน" อนุจ้าวเดินเข้ามาในเรือน พร้อมกับทำความเคารพราชครูหลัน

"อืม" ราชครูหลันตอบรับสั้นๆ และเพียงรับความเคารพจากอนุจ้าวอย่างง่ายๆ ก่อนที่จะไม่ได้ใส่ใจอนุจ้าวอีกอีก

จากที่หลินหลันเห็น อนุจ้าวนั้นเป็นคนสวยมาก เธอเป็นคนที่ดูแลตัวเองดี แม้ว่าจะมีลูกแล้ว แต่รูปร่างของเธอก็ยังได้รับการดูแลอย่างดี ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมราชครูหลันจึงได้รับเธอเข้ามาเป็นอนุ

จากเนื้อหาในซีรีส์แล้ว บ่งบอกว่าราชครูหลันแม้จะไม่ได้รักใคร่อนุจ้าว แต่ก็ยังดูแลสองแม่ลูกนั้นอย่างดี

แต่เมื่อหลันเหม่ยหลินโตขึ้นแล้ว ท่าทางของราชครูหลันที่มีต่อสองแม่ลูกก็เปลี่ยนไป จากเนื้อหาในซีรีส์แล้ว เป็นเพราะการเสี้ยมและการใส่ร้ายของหลันเหม่ยหลิน ทำให้ราชครูเริ่มรู้สึกชิงชังสองแม่ลูกนี้มากขึ้น

แต่จากในความทรงจำของหลันเหม่ยหลิน หลินหลันกลับไม่เห็นว่าหลันเหม่ยหลินเคยไปใส่ร้ายสองแม่ลูกนี้ตอนไหนเลย

หลินหลันเดาว่าทั้งหมดนี่ก็เป็นเพราะความรักที่ราชครูหลันมีต่อหลันเหม่ยหลิน จึงเย็นชาใส่สองแม่ลูกคู่นี้

เพราะจากในซีรีส์และในความทรงจำของหลันเหม่ยหลิน ราชครูหลันนั้นรักหลันเหม่ยหลินมาก เพราะว่าหลันเหม่ยหลินเป็นเสมือนตัวแทนของหญิงสาวที่ราชครูหลันรักที่สุดนั่นคือ เหลียนซื่ออวิ๋น

เหลียนซื่ออวิ๋น นางเป็นอดีตฮูหยินเอกของจวนราชครูก่อนที่นางจะเสียชีวิตทันทีที่คลอดหลันเหม่ยหลินออกมา

ทำให้หลันเหม่ยหลินไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับมารดาเลยแม้แต่น้อย

ท่านราชครูเองก็ไม่ยอมที่จะเล่ารายละเอียดให้นางฟัง เพียงแค่บอกว่ามารดาของนางเป็นหญิงสาวที่สาวที่สุดที่เขาเคยพบ และเป็นหญิงสาวคนเดียวที่ตนรัก

แม้จะไปถามคนอื่นๆ ในจวนก็ไม่ได้อีก เพราะว่าเรื่องราวของมารดานั้น หลันเชียงกง หรือท่านราชครูก็ห้ามมิให้ผู้ใดเอ่ยถึงเหลียนซื่ออวิ๋นอีก เพราะความเจ็บปวดที่ตนได้รับเมื่อต้องเสียสตรีที่ตนรักไป ทำให้เขาปิดกั้นตนเองและไม่ยอมที่จะเข้าใกล้สตรีคนใดแม้กระทั่งอนุจ้าวที่กำลังตั้งครรภ์อยู่เช่นกัน

ท่านราชครูพยายามที่จะเลี้ยงดูหลันเหม่ยหลินมาโดยที่ไม่มีมารดาสั่งสอน เขาตามใจนางมากแม้ว่าในช่วงหลังๆ มานี้ หลันเหม่ยหลินจะกลายเป็นคนที่ร้ายกาจ แต่ราชครูหลันก็ยังคงตามใจนางเช่นเดิม

ถึงแม้ว่าเหลียนซื่ออวิ๋นผู้เป็นมารดาจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ก็ยังทิ้งมรดกและสินเดิมมารดาเอาไว้ให้มากมาย ทั้งยังทิ้ง ‘สัญญาหมั้นหมาย’ ระหว่างหลันเหม่ยหลินและองค์ไท่จื่อที่ได้ตกลงเอาไว้กับฮ่องเต้ผู้เป็นสหายเก่าเอาไว้อีกด้วย

แม้ว่าหลันเหม่ยหลินจะทำตัวแย่เพียงไร แต่ฮ่องเต้ก็ยังคงยึดถือเอาสัญญาที่ได้ให้ไว้กับเหลียนซื่ออวิ๋นเอาไว้เสมอ และจะไม่ยอมให้องค์ไท่จื่อถอนหมั้นกับหลันเหม่ยหลินเป็นอันขาด หากว่านางไม่ได้ยินยอมด้วยตนเอง

ซึ่งเรื่องนี้ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะแม้ว่าหลินหลันจะมองไม่เห็นความทรงจำของหลันเหม่ยหลินที่มีต่อองค์ไท่จื่อ แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าภายใต้เจ็บปวดและความแค้นที่มีต่อองค์ไท่จื่อนั้น ยังมีความรักอยู่ด้วย

แต่การที่หลันเหม่ยหลินนั้นตามติดและคอยหึงหวงองค์ไท่จื่ออยู่ตลอดเวลานั้นทำให้องค์ไท่จื่อเฉยชาต่อหลันเหม่ยหลินมากยิ่งขึ้นไปอีก

ซึ่งดูก็รู้ว่ามันเป็นแผนที่มีคนวางเอาไว้ล่วงหน้า เพราะทุกครั้งที่หลินหลันอาละวาด องค์ไท่จื่อก็มักจะมาพบเสียทุกครั้งไป โดยเฉพาะเมื่อหลันเหม่ยหลินอาละวาดใส่หลันเหม่ยอิง

มาถึงตรงนี้ หลินหลันต้องยอมรับว่าหลันเหม่ยหลินเป็นสาวงามผู้เพียบพร้อมทั้งฐานะ เงินทอง หน้าตา และก็คงจะมีอนาคตที่สดใสรออยู่ แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงเพราะแผนร้ายของสองแม่ลูกนั่น

 

 

 

ด้านอนุจ้าวเมื่อเห็นว่าราชครูหลันไม่ได้ใส่ใจตนสักเท่าไหร่ดังเช่นทุกครั้ง ในใจของอนุจ้าวก็รู้สึกเจ็บปวด แต่ก็พยายามที่จะคงสีหน้าดังเดิมของตนเอาไว้ ก่อนที่จะหันมาหาหลินหลันที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงอย่างไม่สนใจการมาของอนุจ้าวเลยแม้แต่น้อย

แต่หลินหลันกลับรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่อนุจ้าวมาแต่เพียงผู้เดียว

"หลินเออร์ เป็นอย่างไรบ้าง ฟื้นขึ้นมาแล้วยังรู้สึกวิงเวียนอยู่หรือไม่" อนุจ้าวกล่าวกับหลินหลันราวกับว่าเป็นห่วงเป็นใยอย่างมาก พลางกุมมือของนางอย่างปลอบโยน แม้ท่าทางจะดูอ่อนโยนแต่ทว่าสายตาของนางกลับไม่เป็นเช่นนั้น ชั่วครู่หนึ่งที่หลินหลันทันสังเกตได้ว่าสายตาของอนุจ้าวตอนที่มองหลินหลันนั้นเหมือนจะมีความชิงชังปนอยู่ก่อนที่สายตานั้นจะเปลี่ยนไปเป็นห่วงใยอย่างรวดเร็ว

...เปลี่ยนเร็วกว่ากิ้งก่าเสียอีก...

หลินหลันจึงดึงมือของเธอออกจากการเกาะกุมของอนุจ้าวก่อนที่จะกล่าวกับอนุจ้าวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

"ข้าไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะ" ทุกคนในห้องรู้สึกแปลกใจกับท่าทางของหลินหลันที่มีต่ออนุจ้าวอย่างมาก

โดยปกติแล้ว หลันเหม่ยหลินนั้นเกลียดอนุจ้าวอย่างมาก และหากว่าอนุจ้าวจับมือของหลันเหม่ยหลินมากุมไว้เช่นนั้น คงจะโดนหลันเหม่ยหลินด่า หรืออาละวาดใส่ไปแล้ว ทั้งนี้ก็น่าจะเป็นฤทธิ์ของยากล่อมประสาทที่ตกค้างอยู่ในร่างกายจากการที่นางได้รับมันบ่อยครั้ง

แต่ทว่าตอนนี้ คนที่อยู่ในร่างนี้ไม่ใช่หลันเหม่ยหลิน แต่ทว่าเป็นหลินหลัน นางร้ายสาวผู้โด่งดัง และได้รับบทบาทมาแล้วหลากหลายรูปแบบ ดังนั้นการที่จะร่วมแสดงไปกับนักแสดงอย่างอนุจ้าวนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ลำบากอะไรเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นท่าทางของหลินหลันที่ดูอ่อนโยนอย่างมาก แม้แต่การดึงมือออกจากการเกาะกุมของอนุจ้าวก็ยังดูนุ่มนวล ราชครูหลันก็รู้สึกดีใจที่บุตรสาวของตนมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

แต่หลินหลันรู้ดีว่านางไม่ควรที่จะพลิกนิสัยของหลันเหม่ยหลินมากจนเกินไปจนเหมือนว่าเป็นคนละคน นางควรจะค่อยๆปรับลักษณะและพฤติกรรมของหลันเหม่ยหลินให้ใกล้เคียงกลับนิสัยของหลินหลันเองในปัจจุบัน เพื่อที่จะได้ไม่มีใครกล่าวหาว่าหลันเหม่ยหลินถูกวิญญาณร้ายมาเข้าสิง

ถึงจะเป็นเรื่องจริงครึ่งหนึ่งก็เถอะ...

หลังจากที่เห็นว่าหลันเหม่ยหลินไม่ได้มีท่าทีรังเกียจหรืออาละวาดเมื่อถูกอนุจ้าวจับตัวดังเช่นทุกครั้ง อนุจ้าวก็เตรียมที่จะพูดจายั่วโมโหหลันเหม่ยหลินดังเช่นทุกครั้ง แต่ทว่าหลินหลันกลับขัดขึ้นมาเสียก่อน

"แล้วเหม่ยอิงล่ะเจ้าคะ อนุจ้าว นางไปที่ใดกัน"

อนุจ้าวแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนแวบหนึ่งก่อนที่จะปรับสีหน้าเป็นปกติก่อนที่จะเอ่ยออกมา

"นาง...ข้าวานให้นางไปช่วยงาน เดี๋ยวพอเสร็จแล้วนางก็คงจะมาเยี่ยมเจ้า"

หลินหลันพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่ราชครูหลันกลับเอ่ยถามขึ้นมา

"เจ้าใช้ให้นางไปทำสิ่งใดกัน"

อนุจ้าวแย้มยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่จะหันไปตอบคำถามของราชครูหลัน

"ความจริงจะว่าน้องใช้นางออกไปก็ไม่ถูกนัก อิงเออร์นางเห็นว่าการที่หลินเออร์ตกน้ำนั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของนาง นางจึงออกไปช่วยตามหาสมุนไพรหายากที่นักพรตสั่งมาให้หลินเออร์เจ้าค่ะ"

"งั้นหรือ..." ราชครูหลันมีสีหน้าอ่อนลงเล็กน้อย "แล้วนางรู้หรือว่าต้องไปหาที่ใด"

"น้องก็ไม่แน่ใจเช่นกันเจ้าค่ะ อิงเออร์ไม่ได้บอกอะไร แต่นางดูมั่นใจมาก น้องก็คิดว่านางทราบแล้วเจ้าค่ะ ว่าจะต้องไปหาที่ใด"

ราชครูหลันพยักหน้าให้อนุจ้าวเล็กน้อย แล้วก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก

หลินหลันที่นั่งฟังบทสนทนามาได้สักพัก ก็สงสัยเรื่องสมุนไพรหายากที่พวกเขาพูดกัน เพราะเรื่องสมุนไพรนี้ ไม่ได้ถูกเอ่ยถึงในซีรีส์เลยแม้แต่น้อย

"ท่านพ่อเจ้าคะ สมุนไพรหายากกับนักพรตที่ว่าหมายถึงอะไรกันอะไรหรือเจ้าคะ ท่านพ่อเล่าให้ลูกฟังได้หรือไม่"

ราชครูหลันดวงตาเป็นประกายเมื่อได้ยินหลินหลันเรียกว่าท่านพ่ออีกครั้ง และครั้งนี้หลินหลันก็รู้สึกเหมือนกับว่าเธอเห็นหูกับหางที่กระดิกรัวโผล่ออกมาจากท่านราชครูด้วย

...หลินหลันตั้งสติหน่อย...

แล้วราชครูหลันก็เล่าเรื่องราวคร่าวๆ ก่อนที่หลินหลันจะฟื้นขึ้นมาให้ฟัง

หลังจากที่ช่วยร่างของหลันเหม่ยหลินขึ้นมาจากน้ำ หลินหลันก็ฟื้นขึ้นมาหนึ่งครั้งแล้วก็สลบไปอีกหลายวัน

ระหว่างนั้นก็มีนักพรตรูปหนึ่งมาที่จวน แล้วบอกว่าที่นางยังไม่ฟื้นเป็นเพราะวิญญาณได้หลุดออกจากร่างไปชั่วขณะหนึ่ง แต่เมื่อวิญญาณเข้าร่างอีกครั้งก็เกิดความไม่เสถียรระหว่างกายละเอียดและกายหยาบทำให้นางสลบไปอีกครั้ง

เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ หลินหลันก็รู้สึกขนลุกขึ้นมา เพราะว่าการที่วิญญาณออกจากร่างนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ทว่าวิญญาณที่กลับเข้ามานั้นเป็นคนอื่นไม่ใช่วิญญาณของหลันเหม่ยหลินตัวจริงต่างหาก

หลังจากที่นักพรตอธิบายสถานการณ์ของร่างนี้จบ ท่านนักพรตก็ให้ยามาหนึ่งเม็ด บอกว่าให้นำไปบดละลายน้ำ แล้วแบ่งให้นางดื่มสามวัน วันละหนึ่งครั้งแล้วเดี๋ยวนางก็จะฟื้นขึ้นมา

แต่ถึงแม้ว่าร่างกายจะฟื้น และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว แต่ทว่าวิญญาณของนางยังไม่เข้าที่ดีนัก หากเกิดเหตุอะไรอาจจะไม่สามารถช่วยได้อีกแล้ว จึงได้บอกราชครูให้ไปตามหาสมุนไพรหายากหนึ่งชนิดหนึ่งเพื่อให้วิญญาณของนางเข้าที่ดังเดิม

หลังจากนั้นนักพรตคนนั้นก็เดินหายไปจากจวนทันที

ราชครูหลันพยายามให้คนออกตามหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ

ส่วนเรื่องยานั้น ราชครูหลันก็ให้บ่าวไปทำตามที่ท่านหมอบอก แล้วสุดท้ายนางก็ฟื้นขึ้นมาจริงๆ

และช่วงนี้ราชครูหลันก็พยายามให้คนออกตามหาสมุนไพรหายากที่นักพรตได้กล่าวเอาไว้ แต่ทว่ากลับไม่พบเลย แม้ว่าฮ่องเต้จะทรงให้ความช่วยเหลืออยู่ก็ตาม

"แล้วสมุนไพรที่ว่านั่น มันคืออะไรหรือเจ้าคะ" หลินหลันถามราชครูหลัน ราชครูหลันมองหน้าหลินหลันเล็กน้อยก่อนที่จะตอบออกมา

"ว่านมิติวิญญาณ"

 

 

 

หลังจากที่คุยเรื่องของสมุนไพรนั่นจบ ราชครูหลันก็นึกได้ว่าควรที่จะให้คนออกไปตามหมอมาดูอาการบุตรสาวเสียหน่อย แต่หลินหลันปฏิเสธอย่างหนักแน่นพร้อมทั้งยืนยันกับเขาว่าร่างกายตนเองรู้สึกว่าปกติดีทุกอย่าง เขาจึงได้แต่ตามใจบุตรสาวดังเช่นทุกครั้ง

ราชครูหลันก็ชวนหลินหลันคุยเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งถึงเวลาที่จะต้องเข้าวัง แม้ใจอยากจะหยุดงานเพื่อใช้เวลากับบุตรสาว แต่เมื่อลองคิดคำนวณดูแล้วคงจะไม่คุ้มค่าสักเท่าไร

อีกอย่างหนึ่ง เขาก็มั่นใจว่าเจ้าฮ่องเต้หน้าเหม็น สหายสนิทของตนคงจะไม่ยอมปล่อยให้ตนได้พักผ่อนสบายๆ อยู่กับลูก ขณะที่ตัวเองจะต้องออกว่าราชการและทำราชกิจต่างๆ ไม่ได้หยุดพัก และหลังจากที่หมดวันพักแล้วต้องกลับไปทำงานอีกครั้งคงไม่แคล้วที่จะถูกฮ่องเต้นั่นคงจะพยายามยัดเยียดหางานให้ทำมากๆ ทั้งที่ไม่จำเป็นเพื่อเป็นการลงโทษ

และนั่นก็คงจะทำให้ราชครูหลันไม่ได้เห็นหน้าบุตรสาวอีกหลายวัน

เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้ว ช่างไม่คุ้มค่ายิ่งนัก

แต่ใครใช้ให้เขาเป็นขุนนางของฮ่องเต้หน้าเหม็นนั่นเล่า

ท่านราชครูคิดพลางส่ายหน้าเบาๆ กล่าวลากับบุตรสาวของตนแล้วเดินออกจากเรือนของนางโดยที่ลืมไปเลยว่าในห้องนั้น ยังมีบุคคลหนึ่งอยู่ในห้องด้วย

 

 

 

ด้านอนุจ้าวที่ถูกลืมโดยสิ้นเชิงนั้น ทำได้เพียงแค่เดินตามราชครูหลันออกไป หลังจากที่นั่งมองสองพ่อลูกที่นั่งคุยกันอยู่สองคนราวกับว่านางไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย ทำให้นางรู้สึกเจ็บแค้นที่แม้จะแต่งเข้าจวนของราชครูหลันมานานแค่ไหน นางก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขา

แม้ว่าตอนนี้ฮูหยินเอกผู้เป็นที่รักของเขาจะไม่อยู่แล้วก็ตาม

...หรือว่าข้าจะต้องหาทางมีบุตรชายให้ท่านกัน ข้าจึงจะอยู่ในสายตาของท่านบ้าง หลันเชียงกง...

 

 

 

หลังจากที่ราชครูหลันและอนุจ้าวออกจากห้องไปแล้ว ภายในห้องก็เหลือเพียงหลินหลัน เจียงอวี้ และผิงหยู่เท่านั้น

หลินหลันจึงหันไปบอกกับทั้งสองคนว่านางอยากจะอาบน้ำ

เจียงอวี้จึงอาสาที่จะออกไปเอาน้ำมาให้

ซึ่งงคราวนี้หลินหลันก็ยอมแต่โดยดี และพยายามที่จะทนอยู่กับผิงหยู่เพียงสองคนให้ได้ เพราะไม่อยากจะให้มันผิดสังเกตไปมากกว่านี้ และนางก็ไม่อยากที่จะให้ความแตกเสียก่อน

คราวนี้เมื่ออยู่กับหลินหลันเพียงสองคน ผิงหยู่ก็เดินเข้ามาบีบนวดขาให้หลินหลันพลางพูดเจื้อยแจ้วเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อย จนหลินหลันรู้สึกปวดหูเพราะเสียงแหลมๆ นั่น

หลินหลันพยายามที่จะอดทนกับเสียงแหลมที่ดังอยู่ไม่ขาดสาย พลางภาวนาให้เจียงอวี้ยกน้ำเข้ามาโดยเร็ว

และในที่สุดคำภาวนาของหลินหลันก็เป็นผล เจียงอวี้ยกถังน้ำเข้ามาในห้องเสียที

หลินหลันจึงบอกให้ผิงหยู่หยุดพูด แล้วไปช่วยเจียงอวี้เตรียมอุปกรณ์

เมื่อเจียงอวี้และผิงหยู่จะเข้ามาปรนนิบัติหลินหลันอาบน้ำ แม้หลินหลันจะรู้สึกไม่เคยชินและเขินกับการที่จะมีคนคอยปรนนิบัติ แต่ก็พยายามที่จะปล่อยไปก่อน เพราะไม่อยากให้ผิงหยู่ผิดสังเกตแล้วนำเรื่องนี้ไป ‘ฟ้อง’ แก่นายสาวอีกคนหนึ่ง

ชีวิตในชาติก่อนของหลินหลันเริ่มมาจากการที่เป็นเด็กกำพร้าที่ไม่มีอะไรเลย จนได้เข้าวงการบันเทิง และหลินหลันก็ได้กลายเป็นดาวเด่นในวงการบันเทิง มีทั้งชื่อเสียง เงินทอง แต่หลินหลันก็ยังคงเคยชินกับการที่จะทำทุกอย่างด้วยตนเองอยู่ดี

ระหว่างการอาบน้ำหลินหลันจึงได้แต่นั่งเกร็งขณะที่สาวใช้ปรนนิบัติ ขัดผิว และนวดน้ำมันหอมให้นาง จนมีกลิ่นหอมติดกาย

หลังจากหลินหลันชำระร่างกายเสร็จก็ปล่อยให้สาวใช้ทั้งสองแต่งตัว ทำผมให้นาง ส่วนการแต่งหน้า นั้น หลินหลันขอแต่งเองเพราะไม่อยากกลายเป็น ‘ผีจีน’ หน้าขาววอก

…ไม่รู้หรอกนะว่า แฟชั่นการแต่งหน้าที่นี่เป็นยังไง แต่ก็นางก็ไม่อยากแต่งหน้าขาววอก แล้วต้องมาสะดุ้งทุกครั้งที่ส่องกระจกน่ะ...

แม้ว่าเจียงอวี้จะแปลกใจในการเปลี่ยนแปลงของคุณหนูของนางไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป ต่างจากผิงหยู่ที่พยายามคะยั้นคะยอจะแต่งหน้าให้นาง จนหลินหลันรำคาญแล้วไล่นางออกไปโดยอ้างว่าน้ำชาเริ่มเย็นแล้ว และให้ผิงหยู่ออกไปเตรียมมาให้ใหม่

...ค่อยโล่งหูเสียหน่อย หากต้องอยู่แบบนี้ไปสักพัก หลินหลันมั่นใจว่านางต้องหูดับสักวันแน่นอน...

เมื่อผิงหยู่ออกไปแล้ว เจียงอวี้ก็นั่งสางผมให้กับหลินหลันเงียบๆ ระหว่างที่รอให้ผิงหยู่นำน้ำชามาให้

ตอนนี้เรื่องที่นางจะต้องจัดการนั้นมีหลายเรื่องเหลือเกิน ทั้งเรื่องของผิงหยู่ เรื่องสองสาวแม่ลูกนั่น เรื่องของยาที่ผิงหยู่แอบใส่ในกระถางกำยานเพื่อให้เธอเริ่มอาละวาดใส่ผู้คนอีก นี่ยังจะมีเรื่องของสมุนไพรหายากที่มีนักพรตมาบอกกว่าแก่ราชครูหลัน

เรื่องการตามหาสมุนไพร หลินหลันอาจจะต้องเริ่มจากการหาข้อมูลในหนังสือสมุนไพรเสียก่อน เรื่องนี้นางคงต้องลองไปหาหนังสือสมุนไพรในห้องหนังสือมา แต่หากไม่มีนางคงจะต้องขออนุญาตราชครูหลันเพื่อที่จะออกไปร้านหนังสือนอกจวน เพื่อตามหาหนังสือสมุนไพรที่นางต้องการ

และนางคงจะต้องกำยานที่นางวานให้เจียงอวี้พบในห้องของผิงหยู่ ระหว่างที่หลินหลันใช้ให้นางออกไปต้มน้ำอาบ ไปให้คนตรวจสอบด้วย คงจะออกไปทำพร้อมกันในคราเดียวเลย

ความจริงถ้าเป็นไปได้ หลินหลันก็อยากจะพบเจอกับนักพรตคนนั้นอีกสักครั้ง เพราะดูเหมือนว่าเขาจะรู้เรื่องที่หลินหลันเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว

หลินหลันอยากจะคุยกับเขาสักครั้ง

ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องราวของนักพรตไม่เคยปรากฏตัวในซีรีส์เลยสักครั้ง ทำให้หลินหลันรู้สึกสงสัยอย่างมาก

ส่วนเรื่องที่จะต้องจัดการสองแม่ลูกกับผิงหยู่ นางคงจะต้องหาจังหวะเหมาะๆ เพื่อที่จะจัดการคนพวกนั้นเสียทีเดียว

อ้อ ที่สำคัญ นางจะต้องบอกราชครูหลันเรื่องที่...

“คุณหนูเจ้าขา น้ำชาร้อนๆ มาแล้วเจ้าค่ะ ว้ายยยย” หลังจากที่หูของหลินหลันเริ่มที่จะหายชา เสียงแหลมๆ ของผิงหยู่ก็ดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับ...

ตุบ

ด้วยความที่ผิงหยู่รีบร้อนจนเกินไปทำให้สะดุดล้ม แล้วทำถาดใส่ชุดน้ำชากระเด็นออกจากถาดที่นางถืออยู่

และด้วยความ ‘บังเอิญ’ เหลือเกิน กาน้ำที่ใส่ชาร้อนๆ นั้นดันกระเด็นมากทิศทางหน้ากระจกที่หลินหลันนั่งอยู่

“ระวังเจ้าค่ะคุณหนู” เจียงอวี้เอ่ยเตือนก่อนที่จะใช้มือหนึ่งจะดึงตัวหลินหลันให้ออกห่างจากโต๊ะเครื่องแป้งและอีกมือหนึ่งก็ดันเอากาน้ำชานั้นออกให้ห่าง แล้วพลิกกลับเอาตัวบังไม่ให้น้ำชาร้อนๆ กระเด็นมาโดนหลินหลัน

เพล้งงงง

“ว้ายยย คุณหนูเจ้าขาเป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ” ผิงหยู่เอ่ยถามหลินหลันด้วยท่าทางที่ดูเหมือนว่าจะเป็นห่วงเป็นใย

หลินหลันไม่ได้ตอบอะไรผิงหยู่แล้วหันไปหาเจียงอวี้ แล้วใช้สายตาสำรวจเสื้อผ้าของนาง

"เจ้าเป็นอะไรหรือไม่"

"บ่าวไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ แล้วคุณหนูเป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ"

"ข้าไม่เป็นอะไร"

เมื่อดูจนแน่ใจว่าน้ำชาร้อนๆ นั้นไม่ได้กระเด็นโดนตัวของเจียงอวี้ หลินหลันก็หันกลับมาหาผิงหยู่โดย

เมื่อคิดได้ดังนั้นหลินหลันจึงก้าวออกมาจากด้านหลังของเจียงอวี้มาที่ด้านหน้าของผิงหยู่ ก่อนที่จะใช้สายตาเย็นเยียบมองผิงหยู่ โดยที่ไม่ได้พูดอะไรกับผิงหยู่เลยแม้แต่น้อย

ชั่วขณะหนึ่งที่กาน้ำชากระเด็นมาทางหลินหลัน นางแน่ใจว่านางเห็นสายตาสะใจของผิงหยู่ แต่ตอนที่กาน้ำชานั้นถูกเจียงอวี้ปัดกระเด็นออกไปนั้น สายตาของผิงหยู่ก็เปลี่ยนเป็นเสียดาย ก่อนที่จะปรับสีหน้าให้ดูเหมือนว่าเป็นห่วงเป็นใยหลินหลันขึ้นมา

...ไม่รู้ว่าคนหรือกิ้งก่ากันแน่ เปลี่ยนเร็วเหลือเกิน...

นั่นทำให้หลินหลันพอจะดูออกว่าการที่กาน้ำชากระเด็นมาทางเธอนั้น น่าจะเป็นการจงใจ และไม่แน่ว่าจะเป็นแผนที่สองแม่ลูกนั้นวางเอาไว้ แต่ด้วยสาเหตุใดนางเองก็ยังไม่ทราบ

สายตาที่เย็นชาของหลินหลันทำให้ผิงหยู่ที่ ‘แกล้ง’ ทำเป็นกลัว กลายเป็น ‘ตัวสั่น’ ด้วยความหวาดกลัวอย่างควบคุมไม่ได้ แม้หลินหลันจะไม่ได้พูดอะไร แต่การมองเฉยๆ ด้วยสายตาแบบนี้มันน่ากลัวกว่าการที่หลันเหม่ยหลินด่าว่านางอย่างทุกทีที่กระทำผิดเสียอีก

“บ่าวขอโทษนะเจ้าคะ คุณหนู บ่าวแค่เกรงว่าชาที่นำมาให้คุณหนูมันจะเย็นเสียก่อน บ่าวเลยรีบวิ่งมาเจ้าค่ะ” ท้ายประโยคผิงหยู่เอ่ยเสียงเบาลงจนแทบจะไม่ได้ยิน พร้อมกับมีน้ำตาคลอเบ้าคล้ายว่าพร้อมจะร่ำไห้ได้ในทุกเมื่อ เมื่อเห็นว่าหลินหลันยังไม่เอ่ยอะไร จึงทำใจกล้าคลานเข่าเข้าไปหาแล้วกอดขาหลินหลันเอาไว้

“คุณหนูเจ้าขา อย่าไล่บ่าวไปเลยนะเจ้าคะ บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ บ่าว...โอ๊ย” ผิงหยู่พูดยังไม่ทันจบ หลินหลันก็สะบัดขาข้างที่ผิงหยู่เกาะอยู่อย่างรำคาญ

นางไม่ชอบคนที่เสแสร้ง นางไม่ชอบคนคร่ำครวญ และสิ่งที่นางไม่ชอบที่สุดก็คือการถูกคนที่นางไม่ชอบหน้าแตะเนื้อต้องตัว ทั้งสามอย่างนี้คือสิ่งที่นางไม่ชอบ แต่ผิงหยู่กลับทำมันทั้งหมด!!!

ในตอนแรก นางก็คิดว่าจะเก็บผิงหยู่เอาไว้ข้างตัวเสียก่อน เพราะเขาว่ากันว่าให้เก็บมิตรเอาไว้ใกล้ตัว และให้เก็บศัตรูเอาไว้ใกล้กว่า

แต่ทว่าเพียงแค่วันเดียวหลินหลันก็เริ่มจะหมดความอดทนกับผิงหยู่เสียแล้ว

อีกอย่างหนึ่งในเมื่ออีกฝ่ายยกเหตุผลดีๆ ในการที่จะทำให้นางสามารถไล่ผิงหยู่ออกไปได้

นางก็จะจัดการตามนั้นก็แล้วกันนะ

หลินหลันมองผิงหยู่ที่กระเด็นออกไปล้มก้นจ้ำเบ้าด้วยสายตาเย็นชาขึ้นหลายส่วน ก่อนที่นางจะได้เอ่ยอะไรก็มีเสียงหวานใสดังขึ้นมาเสียก่อน

“เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ พี่หญิงใหญ่ น้องได้ยินเสียงดังเอะอะไปถึงหน้าเรือนเชียว” เมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาหลินหลันก็ตกใจอย่างมาก

นี่มัน...พลอยใส!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.956K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,787 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1550 :: MerryGoGoround :: (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 16:50
    พิมพ์ผิดกับพิมพ์ตกหลายคำเลยค่ะ มีบางวรรคพิมพ์ตกจนถึงกับอ่านไม่รู้เรื่องไปเลย ซึ่งมันลดทอนความสนุกลงไปเยอะนะคะ ยังไงรบกวนเชคอีกทีนะคะ
    #1,550
    0
  2. #1508 Lilac__852 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 06:18
    อึดอัดแทนนางเอก ไม่ชอบคนเสแสร้งเลย
    #1,508
    0
  3. #1475 Airzaa1810 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 21:37
    ข้ามภพยังมาเจออ่ะตัวแอ๊บแบ๊วกับยัยซุ่มซ่าม
    #1,475
    0
  4. #1174 James321 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 08:56
    ฮ่องเต้เขียนแบบนี้จะไรท์ ในเรื่องไรท์เขียน ห้องเต้
    #1,174
    0
  5. #805 JnKhn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 02:15
    ในนิยายเหม่ยอิงทำตัวยังไงให้เหมาะสมกับการเป็นนางเอกอะ ร้ายกว่านางร้ายอย่างเหม่ยหลินอีกเธอ55555
    #805
    0
  6. #756 Xialyu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 13:44
    มากันให้หมด
    #756
    1
    • #756-1 ณารา (จากตอนที่ 4)
      13 ธันวาคม 2562 / 18:20
      เราว่าเอาคืนเงียบๆจะดีมากเลยค่ะส่งนังหนู่ผิงให้ไปเป็นสาวใช้ของนังเหมยอิงจะดีมากคนแบบนี้เอาไว้ใกล้อันตรายทั้งขึ้นทั้งร่อง
      #756-1
  7. #710 150221 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 18:11
    อะไรจะตามมาด้วย
    #710
    0
  8. #686 Bee_Bee_1225 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 03:38
    โอ๊ะ ชอบหลินหลันในร่างนี้มากกก ต้องแบบนี้สิ สนุกค่าา
    #686
    0
  9. #666 iceskate24 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 23:14
    ยกกองมาหมดเลยบ่อนิ
    #666
    0
  10. #614 K-muk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 01:18
    เป็นแค่ลูกอนุเสนอหน้ามาเรือนลูกสาวฮูหยินเอกได้ไง นังตัวดี!!
    #614
    0
  11. #565 popeye1a (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 17:54
    เหอะ ครบทีม
    #565
    0
  12. #282 Mmssmmss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 20:43

    ชอบมากค่ะ
    #282
    0
  13. #9 nuwalnaka (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 06:50

    รีบกำจัดเถอะ อิสาวใช้น่ะ

    #9
    0
  14. #8 068981 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 00:01

    กำลังเจ้มจ้นนะเออ จุ๊บๆ

    #8
    0
  15. #7 Saminmime (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 22:58

    รอนะคะ
    #7
    0
  16. #6 puynaruk2499 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 20:56

    ขอเพิ่มได้ไหมค่ะ
    #6
    1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. #5 Woraphan kanokhong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 20:55

    อยากอ่านต่อเเล้ววว
    #5
    0