ข้าน่ะหรือ นางร้าย

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 | ฟื้นขึ้นมากลายเป็นหลันเหม่ยหลิน (2) (RW)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66,746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,944 ครั้ง
    21 พ.ค. 63

บทที่ 2

เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หลินหลันก็พบว่าเธอหลับไปสองวันเต็มๆ

หลังจากที่ฟื้นขึ้นมา หลินหลันก็เข้าใจแล้วว่าเธอนั้นหลุดเข้ามาอยู่ในร่างของหลันเหม่ยหลินจริงๆ

และในช่วงที่เธอหลับไปนั้น เธอก็ได้เห็นความทรงจำของหลันเหม่ยหลินเพียงแต่ว่าความทรงจำนั้นมันกระท่อนกระแท่นเต็มที โดยเฉพาะความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับองค์ไท่จื่อ ที่เรียกว่าไม่เหลือเลยแม้แต่น้อย

หลินหลันเดาว่ามันน่าจะเป็นผลกระทบการความเจ็บปวดที่รุนแรงของหลันเหม่ยหลินหลังจากที่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างองค์ไท่จื่อและหลันเหม่ยอิง ทำให้ความทรงจำส่วนนั้นมันหายไปชั่วคราว

ทำให้หลินหลันมองไม่เห็นว่าตอนที่หลันเหม่ยหลินตาย นางตายได้อย่างไร

ส่วนเรื่องที่เธอเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ น่าจะเป็นเพราะว่าเธออาจจะมีบางอย่างเชื่อมโยงกันกับหลันเหม่ยหลินในเรื่องก็เป็นได้ เพราะในครั้งแรกที่หลินหลันได้ดูซีรีส์เรื่องนี้ เธอก็รู้สึกสงสารหลันเหม่ยหลิน ทั้งๆ ที่เธอก็ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มากก่อน และเธอก็มีชื่อคล้ายกันกับหลันเหม่ยหลิน หน้าตาของพวกเธอยังคล้ายคลึงไม่สิเหมือนกันจนแทบจะเป็นคนเดียวกัน

และที่สำคัญเธอได้ถ่ายฉากที่เธอจมน้ำในช่วงเวลาเดียวกันกับหลันเหม่ยหลินตกน้ำ

นั่นเป็นความเชื่อมโยงทั้งหมดที่หลินหลันพอจะคิดออก

หากว่าการที่เธอเดินทางมาที่นี่ได้เกี่ยวข้องกับการจมน้ำ การที่เธอจะกลับไปได้เธอจะต้องกระโดดลงน้ำหรือไม่

ถ้าหากว่าเธออยากจะพิสูจน์คาดว่าเธอเองก็คงจะต้องกระโดดลงน้ำบ่อนั้น ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่

ปัญหาใหญ่ก็คือ หลินหลันว่ายน้ำไม่เป็น!

หากว่าเธอกระโดดลงน้ำเพื่อทดสอบ แล้วเกิดว่าตายจริงๆ ขึ้นมา คราวนี้วิญญาณของเธอคงไปลอยไปเข้าร่างใครอีกอย่างแน่นอน

คงได้ตายแบบตายจริงๆ ซึ่งดูจากการใช้ชีวิตที่ผ่านมาหลินหลันก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะได้ขึ้นสวรรค์หรือไม่

หากว่าเธอตายแล้วเธอต้องตกนรก เธอขออยู่ใช้ชีวิตที่นี่ดีกว่า

และหากว่าเธอจะได้ใช้ชีวิตที่นี่ หลินหลันก็ขอใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไม่ต้องโดดเด่นก็แล้วกัน

และหากว่าใครมาขวางการใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบของเธอละก็เธอก็จะใช้ความทรงจำของหลันเหม่ยหลิน และเรื่องราวที่เธอได้รู้มาจากในซีรีส์มาเป็นตัวช่วยเพื่อจัดการกับคนคนนั้นเอง

ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าการตายหลันเหม่ยหลินที่เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในซีรีส์เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้างก็ตาม

 

 

 

 

หลินหลันลองค้นความทรงจำของหลันเหม่ยหลินดู ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับองค์ไท่จื่อจะไม่อยู่แล้ว แต่จากเรื่องราวอื่นๆ ที่เธอได้รับรู้นั้นกลับแตกต่างจากที่เธอพบเห็นในซีรีส์

เช่นในซีรีส์นั้นกล่าวเอาไว้ว่า หลันเหม่ยหลินนั้นเป็นหญิงสาวที่ร้ายกาจกับทุกคนมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ผู้คนต่างก็ขยาดในนิสัยของเธอ แต่จากความทรงจำที่เธอได้รับมา แม้จะไม่ปะติดปะต่อสักเท่าไหร่ แต่เธอก็เห็นว่าหลันเหม่ยหลินเป็นคนที่ทั้งใจดี และใส่ใจคนรอบข้างมากทีเดียว บ่าวไพร่ในจวนรวมไปถึงชาวบ้านในเมืองต่างก็รักใคร่และก็เอ็นดูนางกันทั้งนั้น

ภาพที่หลินหลันเห็นมีแต่ภาพของหลันเหม่ยหลินที่คอยช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อบ่าวไพร่ขัดสนอะไรนางก็จะช่วยเหลืออย่างเงียบๆ คอยช่วยเหลือและแจกจ่ายอาหารให้แก่ชาวบ้านที่ยากไร้

หลินหลันพยายามที่จะค้นหาในความทรงจำนั้นว่าการกระทำของหลันเหม่ยหลินเปลี่ยนไปเมื่อใด

แล้วเธอก็ได้คำตอบว่าเป็นช่วงที่หลันเหม่ยหลินอายุได้ประมาณสิบปี นั่นเป็นช่วงเวลาที่...ผิงหยู่เข้ามานั่นเอง

นั่นก็เป็นอีกเรื่องที่แตกต่างจากที่หลินหลันได้รับรู้จากในซีรีส์ เพราะตามเนื้อเรื่องมันบอกเอาไว้ว่า ผิงหยู่นั้นเป็นสาวใช้เก่าแก่ที่ดูแลหลินหลันมาตั้งแต่เล็ก แต่เธอทนนิสัยที่เลวร้ายของหลันเหม่ยหลินไม่ได้ เธอจึงยอมที่จะหักหลังหลินหลันแล้วแอบให้ความช่วยเหลือแก่หลันเหม่ยอิง กอปรกับอนุจ้าวผู้เป็นมารดาของหลันเหม่ยอิงเคยให้ความช่วยเหลือมารดาของผิงหยู่ นางจึงยินยอมที่จะช่วยเหลือสองแม่ลูก

แต่จากในความทรงจำของหลันเหม่ยหลินนั้น หลันเหม่ยหลินพบกับผิงหยู่ตอนที่เธอกำลังนั่งรถม้ากลับจากการไปไหว้พระที่วัดพร้อมกับเจียงอวี้ และแม่นมซ่ง แม่นมที่คอยเลี้ยงดูหลันเหม่ยหลินและหลันเหม่ยอิงมาตั้งแต่เล็ก

ผิงหยู่วิ่งหนีออกมาจากแผงของซาลาเปา หลังจากที่แอบขโมยซาลาเปาออกมาหนึ่งลูก จนเกือบถูกรถม้าชน โชคดีที่คนขับหยุดได้ทัน

แต่ซาลาเปาที่ผิงหยู่กอดเอาไว้ในมือแน่นราวกับเป็นสมบัติล้ำค่ากลับกระเด็นออกจากมือและถูกม้าเหยียบจนเละ

จากการสอบถามทำให้หลันเหม่ยหลินได้ทราบว่ามารดาของผิงหยู่กำลังป่วยนางจึงลอบมาขโมยซาลาเปาไปให้กับมารดาของนาง ความจริงแล้วนางก็อยากจะได้สมุนไพรไปรักษาแม่แต่นางไม่รู้ว่าควรจะใช้สมุนไพรชนิดไหน เลยไม่กล้าที่จะขโมยไปให้มารดา

หลันเหม่ยหลินรู้สึกถูกชะตากับผิงหยู่อย่างมาก ผิงหยู่เป็นเด็กสาวที่พูดจาฉะฉาน ต่างจากเจียงอวี้ที่เงียบสงบอยู่แทบจะตลอดเวลา ทำให้ในที่สุดหลันเหม่ยหลินก็รับผิงหยู่เข้ามาเป็นสาวใช้ในเรือนอีกคน พร้อมกับจัดแจงให้คนหาหมอและอาหารไปให้มารดาของผิงหยู่ด้วย

ผิงหยู่เป็นสาวใช้ที่มีท่าทางสดใสและประจบประแจงเก่ง หลันเหม่ยหลินแต่ก่อนถูกท่านราชครูเป็นผู้เลี้ยงมาดุจไข่ในหินในจวนของนาง นอกจากอนุจ้าวแล้วก็ไม่มีสตรีอื่นใดอีก ทั้งนางยังไม่มีมารดาคอยสั่งสอน ทำให้นางเป็นเด็กที่ค่อนข้างจะใสซื่อแตกต่างจากเด็กสาวในยุคนี้ นางตามมารยาหญิงไม่ทัน นางไม่มีเล่ห์เหลี่ยมใดๆ การที่นางโตมาได้อย่างอยู่รอดปลอดภัยก็เป็นเพราะว่าอิทธิพลของฮ่องเต้ที่ค่อนข้างจะเอ็นดูนางเป็นพิเศษ ตำแหน่งของว่าที่ไท่จื่อเฟย ความรักความห่วงใยของท่านราชครูที่ทำให้บ่าวไพร่ในจวนก็มีท่าทีที่ดีต่อนางเช่นกัน และเจียงอวี้ที่โตมาด้วยกันและคอยดูแลนางมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย

หลันเหม่ยหลินดูการกระทำที่เสแสร้งของผิงหยู่ไม่ออก นางชอบที่ผิงหยู่มีเรื่องราวมากมายมาพูดให้นางฟัง ทั้งเรื่องราวนอกจวน ข่าวลือต่างๆ ในเมือง รวมไปถึงเรื่องตลกต่างๆ ที่ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ จึงชอบที่จะเรียกผิงหยู่มาคุยด้วยบ่อยๆ นางเริ่มที่จะติดผิงหยู่มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ผิงหยู่เป็นคนที่มีรสนิยมการแต่งตัวที่ดี หลันเหม่ยหลินเลยยกหน้าที่แต่งตัวที่เคยเป็นของเจียงอวี้ให้

ผิงหยู่ทำผมได้สวย หลันเหม่ยหลินเลยยกหน้าที่ทำผมที่เคยเป็นของเจียงอวี้ให้

ผิงหยู่ทำได้ดีหลายๆ เรื่องทำให้ผ่านไปได้ไม่นานผิงหยู่ก็เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของหลันเหม่ยหลินตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ และทำให้เจียงอวี้เริ่มที่กลายเป็นคนที่ถูกลืมมากยิ่งขึ้น หลันเหม่ยหลินยกตำแหน่งหัวหน้าสาวใช้คนสนิทให้แก่ผิงหยู่โดยไม่ลังเล

เพราะโดยปกติแล้วเจียงอวี้มักจะยืนฟังอยู่เงียบๆ แต่เมื่อนางพูดขัดสิ่งที่ผิงหยู่พูด ก็มันจะถูกผิงหยู่พูดตอกกลับไปและแก้ต่างคำพูดของเจียงอวี้ได้เสมอๆ

ทำให้ผิงหยู่ได้โอกาสเสี้ยมสอนหลันเหม่ยหลินให้เริ่มกลายเป็นคนที่ร้ายกาจ และทำให้เธอหึงหวงองค์ไท่จื่ออย่างรุนแรงมากขึ้น

แม้ว่าหลินหลันจะมองไม่เห็นความทรงจำในช่วงที่หลันเหม่ยหลินพบกับองค์ไท่จื่อหรือหลันเหม่ยอิงราวกับว่าความทรงจำเหล่านั้นมันถูกลบหายไปหมด

แต่หลินหลันก็ยังเห็นว่าหลันเหม่ยหลินทำสิ่งใดกับหญิงสาวที่นางได้ยินจากผิงหยู่ว่าเข้าไปยั่วยวนองค์ไท่จื่ออย่างไรบ้าง อย่างเช่นคุณหนูไป๋ ที่ผิงหยู่บอกว่าคุณหนูไป๋นั้นลอบมององค์ไท่จื่ออยู่บ่อยครั้ง และยังพยายามที่จะส่งสายตาให้แก่องค์ไท่จื่ออีกต่างหาก หรือจะเป็นคุณหนูหม่าบุตรสาวของหมอหลวงหม่า ที่ผิงหยู่ก็บอกว่าลอบออกไปพบกับองค์ไท่จื่ออยู่บ่อยครั้ง

ในช่วงแรกที่หลันเหม่ยหลินได้ยินเรื่องราวเหล่านี้ นางก็ไม่ได้ทำสิ่งใด แม้จะไม่ค่อยจะชอบใจสักเท่าไหร่นัก แต่เธอก็รู้ดีว่าเธอไม่ควรที่จะไประรานผู้อื่นเพราะเรื่องนี้

แต่เมื่อได้ยินคำพูดเป่าหูของผิงหยู่มากขึ้นเรื่อยๆ กอปรกับทุกครั้งที่ผิงหยู่นำเรื่องพวกนี้มาเล่าจะมีกลิ่นหอมๆ โชยออกมาจากกระถางกำยานอยู่ทุกครั้ง ทำให้หลันเหม่ยหลินรู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนกับเรื่องพวกนี้มากยิ่งขึ้น จนกระทั่งขาดสติและกลายเป็นเด็กสาวที่ร้ายกาจ ด่าทอผู้อื่น ทำร้ายร่างกาย ตบหน้าหญิงอื่นที่ผิงหยู่มาบอกกล่าวว่าพวกนางนั้นยั่วยวนองค์ไท่จื่อ

แม้ว่าเจียงอวี้นั่นพยายามเตือน แต่ก็ไม่สำเร็จทั้งยังถูกหลันเหม่ยหลินตบหน้าไปทีหนึ่ง และตัดสินใจให้ผิงหยู่เป็นผู้ที่คอยติดตามเธอแต่เพียงผู้เดียว และให้เจียงอวี้รับใช้นางในเรือนเพียงเท่านั้น

ซึ่งเรื่องพวกนี้ทำให้หลินหลันพอจะเดาออกว่าความจริงแล้วผิงหยู่ถูกส่งมาให้อยู่กับหลันเหม่ยหลินเพื่อให้แผนการของคนพวกนั้นง่ายดายขึ้นอีกต่างหาก

และยังมีแม่นมซ่งที่ในคราที่ได้เจอกับผิงหยู่ครั้งแรกก็พยายามพูดเพื่อให้หลันเหม่ยหลินรับผิงหยู่เข้ามาอยู่ในจวน ทั้งๆ ที่แม่นมซ่งที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากก็น่าที่จะพอดูออกว่าผิงหยู่นั้นเหลี่ยมจัดเพียงใด แต่กลับไม่เตือนหลันเหม่ยหลินถึงเรื่องของผิงหยู่เลยแม้แต่น้อย

ดูเหมือนว่าชีวิตของหลันเหม่ยหลินในตอนนั้นจะเชื่อใจได้เพียงเจียงอวี้เท่านั้น เพราะดูเหมือนว่านางจะพยายามเตือนหลันเหม่ยหลินอยู่หลายครั้ง เพียงแต่หลันเหม่ยหลินนั้นไม่ฟังทั้งยังทำร้ายนางอีก แต่ตอนนี้หลินหลันเองก็ไม่แน่ใจว่าหลังจากที่เจียงอวี้ถูกหลินหลันทำร้ายไปหลายครั้งจะยังคงเชื่อใจได้หรือไม่ แต่ตอนนี้เรียกว่าเจียงอวี้ก็เป็นความหวังเดียวเท่านั้น

เรื่องอารมณ์ที่รุนแรงของหลันเหม่ยหลินนั้น หลินหลันคาดเดาว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับกลิ่นหอมๆ นั้นที่ออกมาจากกระถางกำยานนั่น กลิ่นนั้นอาจจะเป็นสมุนไพรบางอย่างน่าจะคล้ายกับพวกยาหลอนประสาทในยุคปัจจุบัน ทำให้หลันเหม่ยหลินขาดความยับยั้งช่างใจแล้วทำในสิ่งที่เธอไม่ควรจะทำลงไป

แต่เมื่อกลับมาถึงเรือนนางกลับจำเหตุการณ์ส่วนนั้นได้เพียงเลือนรางเท่านั้น แต่หลันเหม่ยหลินก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป และพยายามที่จะไปขอโทษเด็กสาวพวกนั้น แต่ว่าผิงหยู่กลับห้ามเอาไว้

ซึ่งนอกจากเรื่องนี้แล้วหลินหลันเองก็ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรในซีรีส์ที่ไม่ตรงกับเหตุการณ์ที่เธอต้องเจออีกบ้าง

ดูเหมือนว่าตอนนี้หลินหลันคงจะไม่สามารถเชื่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นในซีรีส์ทั้งหมดเสียแล้ว แต่ถึงอย่างไรเธอก็สามารถที่จะนำมันมาใช้เป็นแนวทางได้บ้างละนะ หลินหลันคิดว่าอย่างนั้น

 

 

 

ตอนนี้เรื่องแรกที่เธอจะต้องจัดการคือเรื่องของลำดับสาวใช้ภายในจวนของเธอ

แต่ก่อนอื่นเธอจะต้องทำให้แน่ใจเสียก่อนว่าเจียงอวี้เชื่อใจได้จริงๆ

“คุณหนู คุณหนูเจ้าขา ฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ” หลินหลันพลันตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงแหลมๆ ของผิงหยู่ที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับเจียงอวี้ที่เดินตามมาเงียบๆ ด้านหลังของผิงหยู่ก่อนที่จะยืนมองอยู่ห่างๆ

"ดีจริงๆ เจ้าค่ะ หากว่านายท่านรู้นายท่านจะต้องดีใจมากๆ แน่เลยเจ้าค่ะ" ผิงหยู่วิ่งเข้ามากอดขาของหลินหลันพลางน้ำตาซึมด้วยความซึ้งใจ

หลินหลันจึงพูดต่อว่า "เช่นนั้น เจ้าก็ไปแจ้งท่านพ่อเถอะว่าข้าฟื้นแล้ว"

"หากบ่าวไปแล้วผู้ใดจะดูแลคุณหนูเล่าเจ้าคะ"

"เจียงอวี้ก็อยู่ เจ้าไปเถอะ"

"แต่..."

"เจ้าเดินเร็วกว่าเจียงอวี้เป็นไหนๆ หากเจ้าเป็นคนไปเรียกท่านพ่อย่อรวดเร็วกว่าเจียงอวี้ จริงหรือไม่" หลินหลันแสร้งหาเหตุผลมาอ้างเพื่อให้ผิงหยู่ออกไปเร็วๆ "

ผิงหยู่จะแสดงท่าทีคล้ายว่าเพิ่งจะนึกเรื่องสำคัญได้ ก่อนที่จะกล่าวต่อว่า “จริงด้วยเจ้าค่ะ เช่นนั้นบ่าว ขอตัวไปแจ้งแก่นายท่านก่อนนะเจ้าคะ”

"เจ้าอย่าวิ่งเล่า" ...จะได้กลับมาช้าๆ ...

ประโยคหลังหลินหลันได้แต่คิดในใจแต่ไม่ได้เอ่ยออกไป

ผิงหยู่ได้ยินดังนั้นก็เข้าใจว่าหลินหลันเป็นห่วงตนจึงตอบรับแล้วรีบวิ่งออกไปทันที พลางคิดว่า

...คุณหนูก็ยังเหมือนเดิม ที่เมื่อคืนก่อนที่รู้สึกว่าคุณหนูเปลี่ยนไปนั้นน่าจะเป็นเพราะคุณหนูเพิ่งจะฟื้นเสียมากกว่า...

ผิงหยู่คิดพลางรีบเดินออกไปส่งข่าวทันที

ทางด้านหลินหลัน นางมองตามผิงหยู่ออกไปจนได้เห็นว่าทิศทางที่ผิงหยู่วิ่งออกไปคราวนี้นั้นไม่ใช่ทิศที่วิ่งตรงไปยังเรือนของราชครูหลันจากในความทรงจำของหลันเหม่ยหลิน แต่ทว่าเป็นเส้นทางที่อ้อมกว่านั้นเล็กน้อย

เส้นทางที่ผ่านเรือนของสองแม่ลูกนั่น...

...หึ ช่างเป็นสายข่าวที่ซื่อสัตย์ต่อผู้เป็นนายเสียจริง...แต่ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ...

เรื่องราวของผิงหยู่หลังจากที่หลันเหม่ยหลินตายไปเรียกได้ว่าดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ

ตอนแรกนั้นผิงหยู่นั้นซื่อสัตย์ต่อหลันเหม่ยอิงอย่างมากก็เพราะว่า จ้าวหมิงหมิงหรือ อนุจ้าว มารดาของหลันเหม่ยอิงเคยช่วยชีวิตของมารดาผิงหยู่มาก่อน ถึงแม้ว่าหลังจากนั้น หลันเหม่ยหลินจะเคยส่งหมอให้มาดูอาการของมารดานางตอนที่นางเกือบถูกรถม้าของหลันเหม่ยหลินชนก็เถอะ แต่ผิงหยู่ก็ยังคงซื่อสัตย์ต่ออนุจ้าวและหลันเหม่ยอิงมาโดยตลอด

เพราะเหตุใดนั้น หลินหลันเองก็ไม่ทราบ เพราะเรื่องราวในซีรีส์ไม่ได้บอกเอาไว้ และในความทรงจำของหลันเหม่ยหลินก็ไม่ได้มีเรื่องนี้อยู่เลยแม้แต่น้อย

แต่หากจะให้หลินหลันคาดเดาแล้วน่าจะเป็นเพราะว่าตอนที่หลันเหม่ยหลินเข้าไปช่วยผิงหยู่นั้น มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่ย่ำแย่ที่สุดในชีวิตทั้งยังเป็นเพราะแผนของจ้าวหมิงหมิงทำให้หลันเหม่ยหลินช่วยเหลือนางและมารดา ต่างกันกับการช่วยเหลือของจ้าวหมิงหมิงที่ช่วยผิงหยู่ตอนที่ชีวิตของนางย่ำแย่อยู่จริงๆ และการช่วยเหลือนั้นก็ดูเหมือนว่าจะเป็นการช่วยเหลือแบบไม่หวังผลตอบแทน

แต่จะว่าไม่หวังผลเลยก็คงจะไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่นัก เพราะว่าตอนนี้...

จ้าวหมิงหมิงก็กำลัง 'หวัง' ผลตอบแทนจากการช่วยเหลือในครั้งนั้นอยู่...

โดยการที่ส่งผิงหยู่เข้ามา 'หวัง' ให้ช่วยจัดการกับตัวปัญหาของตนอย่างหลันเหม่ยหลิน

แต่ว่าเรื่องนี้ก็เรียกได้ว่าได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย และดูเหมือนว่าผิงหยู่เองก็หลอกใช้สองแม่ลูกเป็นบันไดไปสู่จุดที่สูงกว่านี้เช่นกัน

เพราะว่าหลังจากที่หลันเหม่ยหลินตายไป ผิงหยู่ก็ได้รับเลือกให้กลายเป็นหนึ่งในสาวใช้ประจำตัวของหลันเหม่ยอิง และในตอนท้ายก็ได้ขึ้นเป็นหนึ่งในสนมของฮ่องเต้องค์ใหม่ หรือก็คือองค์ไท่จื่อในปัจจุบันนั่นเอง

ดูเหมือนว่าผิงหยู่เองก็มีจิตใจที่ทะเยอทะยานไม่ใช่น้อยเหมือนกัน

ขณะที่ชีวิตของสาวใช้สองหน้าอย่างผิงหยู่นั้นได้ดิบได้ดีมากยิ่งขึ้น แต่ในเรื่องกลับไม่ได้กล่าวถึงสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์อย่างเจียงอวี้มากสักเท่าใดนัก

ในซีรีส์ เรื่องราวสุดท้ายที่มีการกล่าวถึงเจียงอวี้คือ หลังจากที่หลันเหม่ยหลินตายไปเจียงอวี้ก็ถูกลดตำแหน่งลงไปเป็นเพียงสาวใช้ซักล้างและก็ไม่ได้มีการกล่าวถึงอีกเลยว่าชีวิตของนางหลังจากนั้นเป็นเช่นไร

ซึ่งทั้งหมดนี้คือความรู้ที่หลินหลันได้รับมาจากชาติก่อนสมัยที่ติดซีรีส์จีนเรื่องนี้งอมแงม จนโดนซันนี่ เพื่อนสนิทและผู้จัดการสาวประเภทสองตำหนิว่า

‘ถ้าวันไหนหล่อนดูซีรีส์ดึกจนตาโหลจนถ่ายงานออกมาไม่สวย ฉันจะหักเงินส่วนแบ่งของฉันเพิ่มเลย คอยดูเถอะ’

เมื่อคิดถึงเพื่อนสนิทและชีวิตเก่าๆ ก็พาลให้หลินหลันอดน้ำตาคลอ น้อยใจในโชคชะตาของตนที่ต้องมาติดอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักใครเลย

ถึงแม้ว่าเธออยากจะกลับไปแค่ไหน ก็คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย...

เพราะเธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเพราะเหตุใดเธอจึงต้องมาอยู่ในที่แห่งนี้...

ที่ที่เธอ...ไม่รู้จักใครสักคน

ด้านเจียงอวี้ ไม่รู้ว่าคุณหนูของนางเป็นอะไรไป หลังจากที่ผิงหยู่วิ่งออกไปคุณหนูของนางก็นั่งนิ่งไป ก่อนที่จะน้ำตาคลอและไหลออกมา นางจึงคิดไปเองว่าคุณหนูของนางน่าจะรู้สึกเจ็บศีรษะอยู่ จึงรีบเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง

“คุณหนูยังเจ็บตรงไหนอยู่หรือเจ้าคะ ให้บ่าวไปตามท่านหมอมาดีหรือไม่” เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เจือความห่วงใยของเจียงอวี้ หลินหลันพลันได้สติ นางจึงปาดน้ำตาทิ้งแล้วรีบหันมาห้ามมิให้สาวใช้หุนหันออกไปอีกคนหนึ่ง

“ไม่จำเป็นหรอก” เมื่อได้ยินหลินหลันเอ่ยห้าม เจียงอวี้จึงกลับมายืนนิ่งสงบเสงี่ยมรอรับคำสั่ง แต่จู่ๆ หลินหลันก็เอ่ยคำหนึ่งออกมาทำให้เจียงอวี้ตกใจอย่างมาก

"ที่ผ่านมาข้าขอโทษนะเจียงอวี้"

"คุณหนู อย่าเอ่ยแบบนั้นเจ้าค่ะ" เจียงอวี้รีบคุกเข่าลงทันทีที่ได้ยิน "คุณหนูมีบุญคุณกับบ่าวมาก หากไม่ได้คุณหนูป่านนี้บ่าวก็คง..."

เสียงตอนท้ายของเจียงอวี้สั่นเครือ เพราะว่าเจียงอวี้ก้มหน้าอยู่หลินหลันเลยมองไม่เห็นสีหน้าของนางในตอนนี้ แต่คาดว่าเจียงอวี้คงจะคิดถึงเรื่องราวในอดีตที่ไม่น่าจดจำของนาง

หลันเหม่ยหลินไปเจอกับเจียงอวี้ตอนที่นางออกไปเที่ยวกับราชครูหลันในวันหยุดของท่านราชครู

แล้วบังเอิญพบกับเจียงอวี้ที่กำลังจะถูกป้าสะใภ้พาไปขายให้กับพ่อค้าฝู

พ่อค้าฝู หรือ ฝูลั่วหลิ่น ตาแก่ตัณหากลับที่ชอบซื้อเด็กสาวหน้าตาดีมาไว้ในเรือน อ้างว่าซื้อมาใช้เป็นทาสในเรือน ตาแก่ตัณหากลับนั่นก็ชอบที่จะลากเอาเด็กสาวที่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่นไปกระทำชำเรา แม้ว่าผู้คนจะรับรู้ถึงการกระทำอันชั่วช้านี้ แต่กลับไม่มีใครกล้าเปิดโปงหรือแจ้งแก่ทางการ เพราะพ่อค้าฝูผู้นี้เป็นญาติห่างๆ ของฮั่วกุ้ยเฟย

แต่ถึงจะเป็นญาติห่างๆ แต่ก็มีเส้นสายมากมาย และยังเป็นตัวช่วยสำคัญของฮั่วกุ้ยเฟยในการที่จะพยายามกำจัดไท่จื่อ เพื่อให้องค์ชายใหญ่บุตรชายของนางได้เป็นไท่จื่อแทน ซึ่งก็ทำให้เกือบสำเร็จหลายครั้งหลายครา

เรื่องราวของพ่อค้าฝูนี้ก็มีปรากฏอยู่ในนิยายช่วงที่นางเอกแต่งเข้าเป็นไท่จื่อเฟยเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่จึงวางแผนที่จะเปิดโปงพ่อค้าจิตใจต่ำช้าผู้นี้ ด้วยสามเหตุผล หนึ่งคือเพื่อซื้อใจราษฎรที่เคยโดนพ่อค้าผู้นี้กดขี่ สองคือสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์แก่องค์ฮ่องเต้ สามคือตัดแขนขาของฮั่วกุ้ยเฟย เพื่อเส้นทางในการขึ้นครองราชย์ของไท่จื่อสะดวกมากยิ่งขึ้น

หลินหลันคิดถึงเรื่องราวของเจียงอวี้ในความทรงจำของหลันเหม่ยหลินก็ถอนหายใจเล็กน้อย

ตอนนั้นหลันเหม่ยหลินเองก็ไม่ได้ทราบว่าพ่อค้าจ้าวนั้นเป็นใคร แต่นางกลับต้องการที่จะช่วยเหลือเจียงอวี้ และขอร้องให้พ่อของนางช่วยเหลือ โดยการที่ยอมซื้อตัวเจียงอวี้มาจากป้าสะใภ้ของนาง

ซึ่งเรื่องนี้ หลินหลันเองก็ไม่รู้ที่มาที่ไปว่าเพราะอะไรเจียงอวี้จึงถูกป้าสะใภ้คิดจะจับไปขาย

เพราะว่าหลังจากกลับมาถึงจวน เจียงอวี้ก็ไม่ได้เล่าสิ่งใดให้หลันเหม่ยหลินฟังแม้แต่น้อยว่าที่มาที่ไปของเหตุการณ์คืออะไร

หลินหลันหันไปมองทางเจียงอวี้ที่ยังคงคุกเข่าอยู่ ก่อนที่จะเดินเข้าไปประคองให้เจียงอวี้ลุกขึ้นและพูดกับนางเสียงเบาว่า

"เจียงอวี้ ในเรือนนี้ดูเหมือนว่าข้าจะไม่มีใครที่ข้าเชื่อใจได้เลยแม้แต่น้อย"

เจียงอวี้ทำหน้าตกใจพลางหันมองหน้าหลินหลัน

"คุณหนูเจ้าคะ"

"ข้า...เชื่อใจเจ้าได้หรือไม่"

"คุณหนู คุณหนูเชื่อใจบ่าวได้เจ้าค่ะ"

หลินหลันพยักหน้าก่อนที่จะเอ่ยบางอย่างออกมาที่ทำให้เจียงอวี้หน้าซีดทันที

"เช่นนั้นข้าว่ามันถึงเวลาแล้วกระมัง ที่เจ้าจะเล่าให้ข้าฟังเสียทีว่าเจ้าเป็นใคร...เหตุใดจึงมีวรยุทธ"

 

 

 

 

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เจียงอวี้จึงได้ยอมเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับตัวนางให้หลินหลันฟังโดยไม่ปิดบัง

ความจริงแล้วก่อนที่เจียงอวี้จะไปอยู่บ้านของป้าสะใภ้ บิดาของเจียงอวี้เคยเป็นมือปราบมาก่อน แต่ได้เกิดการขัดแข้งขัดขากันภายในจึงทำให้บิดาและมารดาของเจียงอวี้ถูกฆ่าปิดปากและเผาจวนทิ้ง เมื่อตอนที่เจียงอวี้อายุได้เพียง 5 ปี

เคราะห์ดีที่พี่ชายของนางที่พอมีวรยุทธอยู่บ้างมาช่วยนางเอาไว้ได้ทันท่วงที พี่ชายพาไปฝากไว้ที่บ้านของท่านลุงฝ่ายแม่ให้ช่วยดูแล

หลังจากนั้นพี่ชายของเจียงอวี้ก็หายตัวไป แต่ก็ยังจะแวะเข้ามาหาเจียงอวี้ที่บ้านท่านลุง ทุกๆ 2-3 วันพร้อมก็ของฝากหน้าตาประหลาดอย่างสม่ำเสมอ

และทุกครั้งที่พี่ชายของนางมา เจียงอวี้ก็จะขอให้พี่ชายสอนวรยุทธให้ทุกครั้งไป แม้จะปฏิเสธในคราแรก แต่ก็ยอมตามใจนางในที่สุด

แล้วทุกอย่างก็เป็นเช่นนี้มา 1 ปี ก่อนที่พี่ชายของนางจะหายตัวไปไม่ติดต่อกลับมานานถึง 3 ปี เจียงอวี้เป็นกังวลมากแต่ป้าสะใภ้ก็มักจะคอยปลอบใจนางเสมอๆ ทำให้นางเชื่อว่าพี่ชายจะกลับมา และเฝ้าคอยให้พี่ชายมาหาทุกวัน

จนกระทั่งวันหนึ่งนางแอบได้ยินท่านลุงกับป้าสะใภ้คุยกันว่าจะนำนางไปขายให้กับพ่อค้าฝู เพื่อเป็นการใช้หนี้พนัน แม้ท่านลุงจะไม่ค่อยชอบใจวิธีนี้ แต่ท่านป้าสะใภ้ก็โน้มน้าวจนสุดท้ายก็ยอม

เจียงอวี้ที่บังเอิญรู้เรื่องนี้เข้าจึงได้พยายามหนีแต่สุดท้ายก็ถูกป้าสะใภ้จับได้ และพยายามที่จะลากนางไปขาย

จากนั้นเจียงอวี้ก็ได้เจอกับหลันเหม่ยหลิน และได้หลันเหม่ยหลินช่วยซื้อตัวนางเอาไว้ ทำให้ท่านลุงและป้าสะใภ้ของนางมีเงินไปใช้หนี้พ่อค้าฝู ส่วนนางก็ได้กลายมาเป็นสาวใช้ประจำตัวหลันเหม่ยหลินในที่สุด

หลังจากที่เข้ามาอยู่ในจวนราชครูเจียงอวี้ก็ไม่ได้ยินข่าวคราวของท่านลุงและป้าสะใภ้อีกเลย รวมไปถึงพี่ชายที่หายตัวไปอีกด้วย

ส่วนนางก็แอบตามสืบหาข่าวคราวของพี่ชายของตนมาตลอด แม้ว่าจะผ่านมานานถึง 10 ปี แต่เจียงอวี้ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะตามหาพี่ชายต่อไป แม้ว่าจะต้องหมดเงินไปก็การจ้างคนไปสืบมากมายเท่าใดก็ตาม

และระหว่างที่อยู่ที่จวนราชครูแห่งนี้เจียงอวี้ก็แอบฝึกฝนวรยุทธตามที่พี่ชายเคยสอนเอาไว้ก่อนที่จะหายตัวไปอย่างสม่ำเสมอ เผื่อว่าวันหนึ่งนางได้เจอกันเขาอีกครั้ง พี่ชายจะได้ภูมิใจในตัวน้องสาวอย่างนาง

เมื่อคิดถึงพี่ชายเจียงอวี้ก็น้ำตาคลอขึ้นมา

“แล้วพี่ชายเจ้าชื่อว่าอะไร”

“เว่ยหลงเจ้าค่ะ พี่ชายบ่าวชื่อว่าเจียงเว่ยหลงเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นหรือ” หลินหลันพยักหน้าเป็นเชิงว่ารับรู้ “ข้าจะช่วยเจ้าสืบเรื่องพี่ชายเอง”

“คุณหนูเจ้าคะ” เจียงอวี้รีบคุกเข่าคำนับหลินหลันแล้วโขกหัวเพื่อขอบคุณ “บ่าวซึ้งน้ำใจคุณหนูมากเจ้าค่ะ บ่าวสัญญาเจ้าค่ะ ว่าจะรับใช้คุณหนูอย่างซื่อสัตย์ตลอดไป”

เจียงอวี้เมื่อเล่าทุกอย่างให้คุณหนูของนางเรียบร้อยแล้ว ก็คิดว่าตนคงจะถูกขับออกจากจวนไปอีกคน เพราะการติดต่อภายนอกจวนโดยที่ไม่ได้รับคำสั่งของเจ้านายตน ถือว่าผิดกฎของจวนแห่งนี้อย่างร้ายแรง

แต่นอกจากคุณหนูของนางจะไม่ขับนางออกจากจวนแล้ว ยังรับปากว่าจะช่วยเหลือนางให้ตามหาพี่ชายให้พบอีกแรงหนึ่ง

ความจริงแล้วหลินหลันไม่ใช่คนมีน้ำใจอะไรขนาดนั้น เหตุผลที่หลินหลันเอ่ยปากว่าจะช่วย เป็นเพราะว่าจากที่เจียงอวี้เล่าเหตุการณ์ที่มีนักฆ่าบุกเข้าไปในบ้านสกุลเจียงน่าจะเกิดเมื่อ 11 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเจียงอวี้อายุได้เพียง 5 ขวบ พี่ชายเจียงอวี้ก็น่าจะมีอายุต่างกันไม่เกินสิบปี แต่กลับสามารถพาเจียงอวี้ฝ่ากลุ่มนักฆ่าออกมาได้ จะต้องมีวรยุทธในระดับที่ไม่ธรรมดา

และเมื่อผ่านมาจนถึงตอนนี้ไม่รู้ว่าจะมีวรยุทธถึงระดับใดแล้ว หากได้มาเป็นพวกเดียวกันคงจะดีไม่น้อย

อีกเหตุผลหนึ่งที่หลินหลันรับปากว่าจะช่วยเจียงอวี้ ก็เพื่อที่จะซื้อใจบ่าวผู้นี้อีกด้วย

ซึ่งเหตุผลทั้งหมดนี้เจียงอวี้ไม่รู้ และจะไม่มีวันได้รู้อีกด้วย

“ลุกขึ้นมาเถอะ เลิกโขกหัวให้ข้าได้แล้ว หากเจ้ายังไม่หยุดข้าจะไม่ช่วยแล้วนะ”

“บ่าวขอบคุณมากนะเจ้าคะ คุณหนู”

“เอาล่ะ ทีนี้เจ้าบอกข้ามาสิ ว่าที่ผ่านมา เจ้าสืบได้เรื่องอะไรมาบ้าง”

แล้วเจียงอวี้ก็เปิดปากเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่นางสืบรู้มาให้หลินหลันฟัง

 

TALK

จากคอมเม้นตอนที่แล้วนะคะ ส่วนใหญ่บอกว่าไม่ให้ปิดงั้นหลิงก็จะไม่ปิดนะคะ แต่ว่าหลิงต้องบอกก่อนนะคะ ว่าเรื่องก่อนและหลังรีไรท์เนื้อหาจะไม่ค่อยต่อเนื่องสักเท่าไหร่นะคะ

บอกไว้ก่อนกันงงค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.944K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1507 Lilac__852 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 06:09
    เรื่องราวต่างกับในนิยายงั้นเราก็พอมีหวังว่าถ้าพระเอกคือไท่จื่อก็อาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่หลงเหม่ยอิงไม่สนผิดถูกสินะ
    #1,507
    0
  2. #1498 เมมฟิส (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 20:50
    รีบกำจัดแม่นมซ่งและยัยผิงหยู่ด่วน
    #1,498
    0
  3. #1474 Airzaa1810 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 21:30
    น้องเจียงคือคนข้างกายน้องหลินในอนาคต
    #1,474
    0
  4. #1473 Baitoeysiriwan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 19:37
    รออออค่ะะะะะะ:)
    #1,473
    0
  5. #1470 THEEEFERN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 16:31
    รออ่านค่ะ
    #1,470
    0
  6. #1469 MeawMeaw31 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 14:56

    รอค่าาาาาาา
    #1,469
    0
  7. #1467 Nantanat_neung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 12:48
    รอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #1,467
    0
  8. #1463 LENG555* (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 09:28

    กลายร่างเป็นชายวิปลาสไปแล้ว555

    #1,463
    0
  9. #1341 suwanwong2233 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 11:44
    ท่านพ่ออออ555555
    #1,341
    0
  10. #1204 pin--pin888 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 22:57
    ขอแนะนำนะคะเนื้อเรื่องน่าสนใจมากๆค่ะแต่ยังติดเรื่องของคำผิดนิดหน่อย จากที่อ่านมาเปลี่ยนจากคำว่าฮูหยินใหญ่เป็นฮูหยินเอกจะทำให้คำประโยคที่มีการกล่าวถึงดูลื่นไหลกว่าค่ะ
    #1,204
    0
  11. #968 Melis (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 21:56

    โถถถถถถถ ท่านพ่อออออ เป็นผู้ชายอบอุ่นและรักลูกสาวเท่านั้นเองไม่ได้วิปลาศ

    #968
    0
  12. #909 I'am ?? (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 03:06
    ท่านพ่อเจ้าคะ 55555555555
    #909
    0
  13. #878 pop_zaza (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 17:41
    ท่านพ่อกลายเป็นชายวิปลาสไปแล้ว555
    #878
    0
  14. #755 Xialyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 13:22
    ท่านพ่อช่างน่ารัก
    #755
    0
  15. #685 Bee_Bee_1225 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 03:29
    เดี๋ยวก่อนนน นั้นท่านพ่อของเจ้านะหลินหลัน
    #685
    0
  16. #674 Lunar Lethisia Lightseriars (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 23:02

    โถ่น้อง นั่นพ่อไง พ่อเองลูก5555555

    #674
    0
  17. #665 B_Leam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 16:55
    ว้อยยย นั่นพ่อนะโว้ยย555
    #665
    0
  18. #623 sujittraphomphai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 00:15
    นั้นพ่อเอง
    #623
    0
  19. #567 [Pleng_Zaza] (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 20:11
    55555 นั่นพ่อเธอน้าาคิดอะไรแบบน้านน555
    #567
    0
  20. #397 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 07:20
    สาวใช้เท้าเบาต้องเป็นเงาคอยปกป้องแน่ๆ
    #397
    0
  21. #366 NatthayaSrichan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 08:19
    พ่อเองจ้ะ
    #366
    0
  22. #98 VKK42 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 22:36
    นี่พ่อไง 555555
    #98
    0
  23. #4 puynaruk2499 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 16:58

    ขออีก....
    #4
    0
  24. #3 opChanel (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 15:01

    มาต่ออีกนะไรท
    #3
    0
  25. #2 Saminmime (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 10:58

    รอนะคะ
    #2
    0