ข้าน่ะหรือ นางร้าย

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 | ฟื้นขึ้นมากลายเป็นหลันเหม่ยหลิน (1) (RW)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72,015
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,677 ครั้ง
    22 พ.ค. 63

บทที่ 1

“แค่กๆๆ” ทันทีที่ร่างของหลินหลินถูกลากขึ้นมาจากน้ำ หลินหลันก็สำลักน้ำออกมาทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นเตรียมจะเรียกหาผ้าขนหนู ก็พบกับใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยยืนล้อมอยู่เต็มไปหมด ก่อนที่หลินหลันจะทันได้เอ่ยปากถามหาทินกรผู้จัดการสาวของตน ก็มีเสียงชายวัยกลางคนพูดภาษาจีนดังขึ้นเสียงก่อน

“หลินเออร์ลูกพ่อ” แม้ว่าประโยคนี้จะพูดเป็นภาษาจีน แต่น่าแปลกที่หลินหลันกลับฟังรู้เรื่องราวกับเคยเรียนมา ทั้งๆ ที่ชีวิตนี้ นอกจากประโยคง่ายๆ อย่าง หนีห่าว เซี่ยเซี่ย หว่ออ้ายหนี่ หรือการนับเลขภาษาจีน หลินหลันก็ไม่รู้คำภาษาจีนอื่นๆ อีก

เสียงชายวัยกลางคนที่เรียกตัวเองว่าพ่อนั้นสั่นเครือราวกับใกล้จะร้องไห้มาเสียรอมร่อ ก่อนที่หลินหลันจะทันได้เห็นหน้าชายคนนั้นชัดๆก็ถูกอ้อมกอดของชายวัยกลางคนนั้นรัดแน่นเสียจนหายใจไม่ออก

...เมื่อครู่ถ้าได้ยินไม่ผิดเหมือนผู้ชายคนนั้นจะเรียกตัวเองว่า ‘พ่อ’ นะ แต่ฉันไม่มีพ่อสักหน่อย เขาเป็นพวกแฟนคลับโรคจิตหรือเปล่าเนี่ย...

หลินหลันพยายามดิ้นและผลักชายคนนั้นออกแต่เรี่ยวแรงของชายคนนั้นมีมากกว่าที่หลินหลันคิด แม้จะใช้แรงทั้งหมดในการผลักแล้ว แต่ชายคนนั้นก็ไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอจึงตัดสินใจที่จะถีบแต่ว่าหลินหลันกลับรู้สึกได้ถึงน้ำอุ่นๆที่ไหลจากใบหน้าของชายคนนั้นมายังไหล่ของเธอ เธอจึงตัดสินใจที่จะลดเท้าตัวเองลง ก่อนที่สุดท้ายสติของหลินหลันก็ดับวูบไป

หลังจากที่หลินหลันหมดสติไป ชายคนนั้นก็ตะโกนเรียกให้คนไปตามหมอมาดูอาการให้วุ่นวายไปหมด

 

 

 

เมื่อหลินหลันฟื้นขึ้นมาอีกครั้งท้องฟ้าก็มืดไปหมดแล้ว

หลินหลันมองสำรวจไปทั่วห้องก็พบว่าที่นี่มีลักษณะการตกแต่งคล้ายกับห้องนอนในซีรีส์จีนโบราณ มีทั้งตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะน้ำชา เตียง และเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ซึ่งทุกอย่างทำมาจากไม้เนื้อแข็งขัดเงาสลักลายแบบจีนโบราณทั้งหมด แม้กระทั่งพื้น เพดาน กำแพง ประตู หน้าต่างทุกอย่างก็ทำจากไม้เนื้อแข็งทั้งหมด

แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่สถานที่นี้กลับไปเปิดไฟ เพียงแต่จุดเทียนเอาไว้ตามจุดต่างๆ ทำให้เห็นสิ่งรอบข้างเพียงสลัวๆ เท่านั้น

และน่าแปลก ทั้งๆ ที่ละครที่หลินหลันกำลังถ่ายทำอยู่นั้น เป็นละครไทยโบราณ ดังนั้นเสื้อผ้าที่หลินหลันสวมใส่ล่าสุดก็ควรที่จะเป็นชุดไทยโบราณ แต่เมื่อสังเกตดูเสื้อผ้าที่ตนใส่อยู่หลินหลันก็พบว่าเสื้อผ้าที่ตนเองใส่ก็มีลักษณะเหมือนชุดจีนแบบโบราณ แน่นอนว่าไม่ใช่เสื้อผ้าที่หลินหลันใส่เล่นละครอย่างแน่นอน

...หรือว่ามีใครอำกันเล่น...

หลินหลันคิดว่าอาจจะเป็นรายการที่ชอบอำคนอื่นหรืออำดาราที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้

ก่อนที่จะสลัดความคิดนั้นออกไปด้วยเหตุผลสองประการ

เหตุผลข้อที่หนึ่ง ทินกรทราบดีว่าหลินหลันเกลียดรายการเช่นนั้นที่สุด จึงไม่มีทางที่ทินกรจะรับรายการแบบนั้นมาให้หลินหลันอย่างแน่นอน

และเหตุผลข้อที่สอง ถึงแม้จะเพิ่งรู้สึกตัว แต่หลินหลันก็มั่นใจว่าตนเพิ่งจะจมน้ำมาหมาดๆ ไม่น่าจะมีใครมาแกล้งอำกันเช่นนี้

หากว่ามาแกล้งอำกันในช่วงเวลาที่ป่วยอยู่เช่นนี้ หลินหลันคงจะฟ้องให้หมดทั้งพิธีกร ตากล้อง ผู้กำกับ เจ้าของรายการ และคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ให้เหลือแม้แต่แกลบที่จะกินแทนข้าวกันเลยทีเดียว

เมื่อมองไปรอบๆ แล้วก็ยังไม่เห็นใครสักคน หลินหลันก็เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา

มืดก็มืด สถานที่ก็แปลกตา คนที่คุ้นเคยก็ไม่มี ตอนนี้หลินหลันเริ่มจะรู้สึกใจเสียขึ้นมาบ้างแล้ว

...หรือว่าจะถูกลักพาตัว? ...

ตอนนี้จิตใจของหลินหลันฟุ้งซ่านไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ใจก็กลัวไปหมดทุกอย่าง สุดท้ายจึงลุกขึ้นเตรียมจะหนี เธอพยายามที่จะขยับตัวให้มีเสียงเบาที่สุด แต่ทว่ากลับไม่เป็นผล ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเพราะว่านอนนานจนเกินไปทำให้ทันทีที่หลินหลันลุกขึ้นจากเตียงก็รู้สึกมึนหัวจนล้มลงนอนกองอยู่กับพื้นแทน หากเป็นในเวลากลางวันเสียงนี้อาจจะไม่ดังมากเสียจนคนอื่นได้ยิน แต่ทว่านี่เป็นเวลากลางคืนทำให้เสียงล้มของหลินหลันดังลั่นสะท้อนไปทั่วทั้งห้องที่เงียบสงบ ซึ่งเสียงนั้นอาจจะดังไปทั่วทั้งอาคารเลยกระมัง เพราะหลังจากนั้นไม่นานก็มีเด็กสาวสวมชุดจีนโบราณสีฟ้าตุ่นพุ่งตัวเข้ามาในห้อง

"เสียงใครน่ะ"

เด็กสาวเดินเข้ามาในห้อง ก่อนที่จะมองเห็นหลินหลันที่นอนกองอยู่กับพื้น

"คุณหนูเจ้าคะ"

เด็กสาวรีบพุ่งตัวมาพยุงหลินหลันให้ลุกขึ้นแล้วพากลับไปที่เตียง

อาศัยแสงสว่างจากเปลวเทียน ทำให้หลินหลันเห็นว่าเด็กสาวคนที่เดินเข้ามานี้มีน่าจะมีอายุราวๆ 15-16 ปี รูปร่างสูงโปร่ง ทั้งยังสวมชุดจีนโบราณลักษณะคล้ายกับชุดสาวใช้ในซีรีส์จีนที่หลินหลันเคยดู ท่าทางในการเดินดูสงบเสงี่ยม แม้จะดูรีบร้อน แต่การย่างก้าวนั้นแทบจะไร้เสียง ทั้งยังเก็บมือไว้ข้างหน้าตลอดเวลา ดูแล้วเหมือนคนที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี

แต่ถึงแม้ว่าจะผ่านการฝึกมาดีสักเท่าไหร่ สายตาก็เป็นสิ่งที่หลอกลวงกันได้ยาก และเมื่อหลินหลันสบตาของเด็กสาวตรงหน้า เธอก็มองเห็นได้ถึงความเป็นห่วงเป็นใยอย่างจริงใจ

แต่ก่อนที่หลินหลันจะทันได้ถามหรือพูดคุยอะไร ก็มีเด็กสาวอีกคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าเหมือนกับเด็กสาวคนแรกพุ่งตัวเข้ามา ก่อนที่จะพูดด้วยเสียงเล็กแหลมของเธอ

"คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ"

เด็กสาวอีกคนหนึ่งที่เดินเข้ามานี้เป็นเด็กสาวร่างเล็ก ท่าทางดูกระโดกกระเดกไม่เรียบร้อย แถมเมื่อเดินเข้ามาแล้วก็ตะโกนเสียงดังอย่างไร้มารยาท ทำให้หลินหลันรู้สึกไม่ชอบหน้าสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะสายตาของเด็กคนนั้น

...มองดูก็รู้แล้วว่าเสแสร้ง...

ยิ่งในตอนนี้เด็กสาวคนดังกล่าวยังจะมานั่งคุกเข่ากอดแข้งกอดขาร้องไห้เธอให้รำคาญเสียอีก หลินหลันแทบอยากจะสลัดขาให้หลุดจากการเกาะกุม แต่ก็พยายามเก็บอารมณ์เอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้เธอยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์สักเท่าไหร่

“คะ...คุณหนู คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ บ่าว...บ่าวเห็นคุณหนูหลับไปตั้งหลายวัน บ่าวนึกว่าคุณหนูจะไม่ฟื้นขึ้นมาเสียแล้ว บ่าวเป็นห่วงคุณหนูจนกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยนะเจ้าคะ"

ได้ยินประโยคนี้ หลินหลันก็รู้สึกแปลกๆ

...ที่พูดนี่เป็นห่วง? หรือว่าแช่งกันแน่...

หลินหลันคิด พลางลอบสังเกตการแต่งตัวของเด็กสาวที่กำลังกอดขาของเธออยู่

ผมด้านหลังยุ่งเล็กน้อย เสื้อผ้าก็ยังมีรอยยับยู่ยี่บ่งบอกว่าเพิ่งจะลุกออกมาจากที่นอน แถมที่มุมปากยังมีคราบของขนมติดอยู่บางส่วน

...ก่อนที่จะพูดว่ากินไม่ได้นอนไม่หลับเนี่ย ช่วยจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยและก็เช็ดขนมที่ติดมุมปากให้สะอาดเสียก่อนเถอะเด็กน้อย...

ระหว่างที่หลินหลันกำลังคิดอยู่นั้นเด็กสาวรูปร่างผอมสูงที่ยืนมองอยู่ห่างๆ หลังจากที่พยุงหลินหลันขึ้นไปนั่งบนเตียงเรียบร้อยแล้วก็พูดขึ้นมา

"บ่าวจะไปแจ้งเรื่องที่คุณหนูฟื้นแล้วแก่นายท่านนะเจ้าคะ"

หลินหลันกำลังจะเอ่ยปากถามว่านายท่านที่ว่านี่คือใคร แต่เด็กสาวที่ก่อนหน้านี้ยังคงนั่งกอดขาหลินหลันพลางสะอึกสะอื้นอยู่ที่พื้นก็สะดุ้งตัวขึ้นมาทันที

"จริงด้วยสิ เรื่องนี้จำเป็นต้องไปแจ้งแก่นายท่าน เจียงอวี้รีบไปแจ้งแก่นายท่านเร็วเข้าว่าคุณหนูฟื้นแล้ว เดี๋ยวข้าอยู่ปลอบคุณหนูเอง" เด็กสาวตัวเล็กหันไปสั่งเด็กสาวอีกคนที่ถูกเรียกว่าเจียงอวี้ ก่อนที่จะหันมาทำทีเป็นปลอบหลินหลันต่อ "โธ่...คุณหนูของบ่าว ตกใจมากใช่ไหมเจ้าคะ"

เด็กสาวดึงมือของเธอเข้าไปจับ ก่อนที่จะลูบเบาๆ คล้ายกับจะปลอบโยน

แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมา หลินหลันก็พบว่าเธอรู้สึกคุ้นหน้าเด็กคนนี้เหลือเกิน แล้วเธอก็นึกออกว่าเด็กคนนี้หน้าตาเหมือนกับฝ้าย เด็กใหม่ในกองถ่ายอย่างไม่ผิดเพี้ยนเพียงแต่ดูอายุน้อยกว่ามากตอนแรกเธอถึงได้นึกไม่ออก

"เช่นนั้นคุณหนูรอบ่าวสักครู่นะเจ้าคะ" เจียงอวี้หันมากล่าวกับหลินหลันก่อนที่ตั้งท่าว่าจะเดินออกจากห้องไป แต่หลินหลันก็รีบเรียกตัวเอาไว้เสียก่อน

...ถ้าเจียงอวี้ออกไป ฉันก็ต้องอยู่กับเด็กนี่ตามลำพังน่ะสิ...

"เจียงอวี้ ไม่ต้องไป ให้เธอเอ่อ...หมายถึง...เจ้าไปแทนแล้วกัน" หลินหลันไม่รู้ว่าจะเรียกเด็กสาวตรงหน้าว่าอะไรเพราะเธอเองก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเด็กตรงหน้าไม่ใช่ฝ้ายอย่างแน่นอน เพราะว่าดูแล้วอายุน้อยกว่ามาก และที่เธอรีบเปลี่ยนคำเรียกก็เป็นเพราะว่าหลังจากที่เธอฟื้นขึ้นมาเธอก็ได้ยินแต่ภาษาจีนและคำพูดต่างๆ ก็ดูโบราณ แม้จะน่าแปลกใจที่เธอสามารถฟังพวกเขาออกและสามารถสื่อสารได้ทุกคำ เธอจึงคิดว่าควรที่จะเล่นตามน้ำไปก่อน

อีกอย่างเธอรู้สึกไว้ใจเจียงอวี้มากกว่าเด็กคนที่กอดขาเธอ แล้วเสแสร้งว่าเป็นห่วงเป็นใยเธอมากมายเช่นนี้

"เจ้าค่ะ คุณหนู" เจียงอวี้แม้จะแปลกใจ แต่ก็ตอบรับแต่โดยดี และยืนนิ่งรอรับคำสั่งจากหลินหลัน

ส่วนเด็กสาวอีกคนหนึ่งนอกจากจะแปลกใจแล้วเธอกลับทำสีหน้าตื่นตระหนกแล้วกอดขาคร่ำครวญกับเธอ "คุณหนูเจ้าคะ ผิงหยู่ผิดอะไรเจ้าคะ คุณหนูไม่ต้องการ..."

"รีบไปเถอะ เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือ ว่าจะต้องรีบไปแจ้งเรื่องที่ข้าฟื้นแล้วน่ะ" หลินหลันไม่รอให้ผิงหยู่พูดจนจบประโยค เธอรีบพูดแทรกขึ้นทันที ก่อนที่จะหาข้ออ้างมาเพิ่มเติมเสียหน่อย "เจียงอวี้มาเจอฉัน...ข้าก่อนตอนที่ข้าเพิ่งฟื้น ข้าเลยมีเรื่องอยากจะถามนางเสียหน่อย"

"คุณหนู..." เด็กสาวที่หลินหลันเพิ่งจะทราบว่าชื่อว่าผิงหยู่ หน้าซีดไปเล็กน้อยเมื่อได้สบตาของหลินหลัน มันมีแต่ความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากดวงตาคู่นั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่คุ้นเคย ผิงหยู่จึงรีบปาดน้ำตาบนหน้า แล้วรับคำในทันที "บ่าว...บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูรอบ่าวสักครู่นะเจ้าคะ บ่าวจะรีบไปรีบกลับนะเจ้าคะ”

ทันทีที่พูดจบ ผิงหยู่ก็รีบพุ่งตัวออกจากห้องไปในทันทีโดยไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย

...สายตาเช่นนั้น นางไม่เคยเห็นจากคุณหนูมาก่อนเลย...

ผิงหยู่คิดด้วยความรู้สึกขนลุกซู่ระหว่างที่เดินออกมาจากเรือนเพื่อไปยังที่หมายของตน

ทางด้านของหลินหลัน หลังจากที่ผิงหยู่ออกไปแล้ว หลินหลันก็รู้สึกโล่งหูขึ้นมาหน่อย

...เพิ่งฟื้นขึ้นมาแต่กลับต้องมาเจอกับเสียงแหลมปวดหูเช่นนั้น มันช่าง...

แต่แล้วจู่ๆ หลินหลันก็นึกบางอย่างออก

...ผิงหยู่? เจียงอวี้? นั่นไม่ใช่ชื่อของสาวใช้ประจำตัวนางร้ายในเรื่อง 'พิภพรัก เพลิงสวรรค์' หรือยังไง...

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินหลันจึงรีบหันไปหาเจียงอวี้ในทันที หรือว่าคนพวกนี้จะเป็นพวกซ่อนกล้องจริงๆ

ความรู้สึกโกรธเริ่มที่จะพุ่งทะยานขึ้น แม้ว่าจะค่อนข้างมั่นใจว่าทินกรคงจะไม่ให้คนมาแกล้งซ่อนกล้องอะไรทำนองนี้กับเธอเพราะรู้ว่าเธอไม่ชอบ แต่เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ทำนองนี้ สิ่งเดียวที่เธอคิดออกก็คือการซ่อนกล้อง

...หรือว่าซันนี่จะรับงานนี้มาจริงๆนะ ถ้าใช่ละก็...เจอตัวเมื่อไหร่แกตายแน่ ซันนี่...

หลินหลันมองไปรอบๆ ห้อง เพื่อมองหาว่าซ่อนกล้องเอาไว้ที่ไหน สีหน้าของหลินหลันตอนนี้ดูเหมือนว่าจะโกรธจัดแล้วจริงๆ ก่อนที่จะหันมาหาเจียงอวี้ในทันที

เจียงอวี้ที่กำลังสงสัยว่าหลินหลันนั้นมองหาอะไรอยู่ก็สะดุ้งทันทีที่สายตากรุ่นโกรธนั้นตวัดมาที่เธอโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนที่หลินหลันจะเดินตรงเข้าไปหาเจียงอวี้ที่ยืนอยู่

"ซันนี่อยู่ที่ไหน"

"ซาน...เอ่อ...ใครหรือเจ้าคะ"

"ซันนี่น่ะผู้จัดการของฉันไง" ระหว่างที่พูดอยู่หลินหลันก็ก้าวเท้าเข้าไปหาเจียงอวี้เรื่อยๆ ด้านเจียงอวี้เมื่อเห็นว่าหลินหลันเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทำหน้าตาโกรธเกรี้ยว นางจึงถอยหลังหนีโดยไม่รู้ตัว จนมาหยุดอยู่ที่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้อง

หลินหลันทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ทว่าเมื่อเห็นเงาของตัวเองในกระจกแล้วก็นิ่งไป ก่อนที่หลินหลันจะดันตัวเจียงอวี้ให้ออกห่างจากกระจกเบาๆ

สิ่งที่เธอเห็นในกระจกเงานั้นก็คือ...ใบหน้าของเธอเพียงแต่ย้อนกลับไปสมัยม.ต้น

...ใบหน้ารูปไข่แบบนี้ คิ้วโก่งเล็กน้อยแบบนี้ ตากลมโตสีน้ำตาลแบบนี้ จมูกโด่งรั้นแบบนี้ ปากกระจับแบบนี้ นี่มันฉันชัดๆ ถึงจะเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่กลับดูอ่อนเยาว์กว่าเดิมมาก ให้ตายเถอะนี่มันหน้าฉันตอนอายุ 14 ชัดๆ ...

ความจริงเธอก็ควรจะรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้วว่าตัวเธอนั้นเตี้ยลงจากเดิม แต่คาดว่าน่าจะเป็นเพราะอารมณ์โกรธและความมึนหัวหลังจากที่เพิ่งจะฟื้นขึ้นมา ทำให้เธอมองข้ามการเปลี่ยนแปลงนี่ไป

แต่ว่านี่มันเป็นไปได้ยังไงกันล่ะ

ให้ตายเถอะ นี่เธอคงจะไม่ได้โดนพวกองค์กรลับจับตัวมาทดลอง หรือถูกกรอกยาที่ทำให้ตัวหดเล็กลงแต่สมองยังคงเดิมเหมือนในการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังใช่ไหมเนี่ย

หลินหลันลองดึงแก้มของตัวเองเบาๆ

ก็เจ็บอยู่ แสดงว่านี่ไม่ใช่ฝัน และนี่คือหน้าของเธอในตอนนี้จริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่หน้ากาก

หลินหลันหันกลับไปหาเจียงอวี้ ที่พยายามที่จะยืนให้ห่างจากเธอมากที่สุด แต่ก็ยังพยายามควบคุมท่าทางของเธอให้ดูเรียบร้อยอยู่เช่นเดิม

เธอมีเรื่องที่อยากจะถามเจียงอวี้มากมาย แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มถามยังไงดี

จู่ๆ เธอก็รู้สึกสมองตันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

...จะถามว่าอะไรดีนะ ที่จะไม่โดนหามส่งโรงพยาบาลบ้า...

"ที่นี่...ที่ไหน" หลินหลันเอ่ยปากถามเจียงอวี้โดยพยายามที่จะทำน้ำเสียงให้ดูเป็นมิตรที่สุด

ด้านเจียงอวี้แม้จะยังรู้สึกกลัวอยู่บ้างแต่เมื่อเห็นว่าคุณหนูของเธอไม่ได้มีท่าทางคุกคามดังเดิมแล้วเธอจึงตอบออกมา

"เรือนของคุณหนูยังไงล่ะเจ้าคะ"

"เรือน? " ดูเหมือนว่าคำตอบของเจียงอวี้จะยังไม่ทำให้หลินหลันรู้สึกพอใจได้ "ขอคำตอบที่แบบชัดๆกว่านี้ได้ไหม...หมายถึงขอคำตอบที่ชัดเจนกว่านี้ได้หรือไม่"

"เจ้าคะ? " เจียงอวี้คล้ายจะไม่เข้าใจคำถาม เธอหยุดคิดเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจตอบออกมา "ที่นี่เป็นเรือนของคุณหนูในจวนของท่านราชครูของแคว้นเว่ยเจ้าค่ะ"

คำตอบของเจียงอวี้คล้ายกับฟ้าผ่าลงตรงกลางใจ แต่หลินหลันยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี

"แล้วฉัน...หมายถึง ข้าชื่ออะไร"

คราวนี้คล้ายกับว่าเจียงอวี้จะพอเข้าใจแล้วว่าควรจะตอบคำถามอย่างไร แม้จะไม่ค่อยเข้าใจว่าหลินหลันถามแบบนี้ทำไม หรือว่าคุณหนูจะ...

เจียงอวี้เบิกตาโพลงเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ที่ทำให้คุณหนูเป็นเช่นนี้ แต่นางก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกไป

"คุณหนูชื่อ หลันเหม่ยหลินเจ้าค่ะ เป็นบุตรสาวคนโตของท่านราชครูหลันกับฮูหยินเอกผู้ล่วงลับเจ้าค่ะ"

ถึงตอนนี้หลินหลันรู้สึกอยากจะกรีดร้อง เกิดมาจนอายุขึ้นเลขสามเธอเพิ่งจะเคยเจอสถานการณ์ที่ทำให้เธอรู้สึกสติแตกได้มากขนาดนี้มาก่อน

...นี่มันเนื้อหาในซีรีส์ชัดๆ ...

หลินหลันจึงหันไปมองหน้าเจียงอวี้อีกครั้ง

"แน่ใจนะว่าไม่ได้ซ่อนกล้องน่ะ"

จนถึงตอนนี้เจียงอวี้ก็ได้แต่ภาวนาในใจให้ผิงหยู่กลับมาพร้อมกับท่านราชครูเร็วๆ เพราะคุณหนูของนางนั้นพูดถึงสิ่งแปลกประหลาดที่นางเองก็ไม่รู้จักทั้งสิ้น

 

 

 

หลังจากนั้น เจียงอวี้อธิบายทุกสิ่งให้หลินหลันเข้าใจอย่างใจเย็น หลินหลันที่แน่ใจแล้วว่านี่ไม่ใช่การซ่อนกล้องอย่างแน่นอนก็นั่งคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธออยู่บนเตียง

...ไม่อยากจะเชื่อว่าเหตุการณ์การข้ามภพแบบนี้จะเกิดกับเธอเลยแม้แต่น้อย นึกว่าจะมีเพียงแต่ในนิยายหรือในละครเท่านั้นเสียอีก...

แล้วหลินหลันก็คิดถึงท่าทางของตนเองก่อนหน้านั้น จึงเงยหน้ามองเจียงอวี้

"เรื่องที่ข้าถามเจ้าก่อนหน้านี้ทั้งหมด เจ้าห้ามบอกใครเด็ดขาด แม้กระทั่งท่านพ่อ เข้าใจหรือไม่"

"เจ้าค่ะ" เจียงอวี้รับคำก่อนที่จะยื่นอยู่เงียบๆ รอฟังคำสั่งต่อไป ก่อนที่ผิงหยู่จะพุ่งเข้ามาในห้อง

"คุณหนู นายท่านมาแล้วเจ้าค่ะ" หลังจากนั้นก็มีชายวัยกลางคนพุ่งเข้ามาหาหลินหลันในทันที

“หลินเออร์ ลูกพ่อฟื้นแล้วหรือลูก”

การตอบสนองแรกของหลินหลันที่ถูกชายที่ไม่คุ้นหน้าพุ่งเข้าใส่ตนที่นั่งอยู่บนเตียง คือการยกเท้าขึ้นมาแล้วเตรียมถีบเขาออก

ชายคนนั้นเมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ของหลินหลัน ก็มีสีหน้าสลดลงก่อนที่จะเก็บมือที่ยกค้างไว้เตรียมที่จะกอดบุตรสาว แม้อยากที่จะสั่งสอนเรื่องของท่าทางที่ไม่เหมาะสมในตอนนี้ แต่ก็ไม่กล้าที่จะขัดใจเธอมากไปกว่านี้

...พ่ออีกแล้วหรือ นี่มันไอ้คนโรคจิตคนนั้นนี่นา...

หลินหลันเมื่อเห็นหน้าของชายคนนั้น เธอก็นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนที่เธอฟื้นขึ้นมาครั้งแรกที่ชายคนนี้ก็แทนตัวเองว่าพ่อเช่นกัน ถ้าเกินว่าเขาแทนตัวเองว่าพ่อเช่นนี้ หรือว่านี่จะเป็นราชครูหลัน บิดาของหลันเหม่ยหลินกันนะ

“หลินเออร์ โกรธพ่อหรือลูก พ่อขอโทษนะลูกที่พ่อช่วยอะไรลูกไม่ได้เลย เรื่องของเหม่ยอิงกับองค์ไท่จื่อ พ่อเองก็เพิ่งรู้เรื่องก่อนลูกได้ไม่นาน”

...เหม่ยอิงคงจะหมายถึงหลันเหม่ยอิงน้องสาวต่างมารดาของเธอและยังเป็นนางเอกของซีรีส์ ส่วนองค์ไท่จื่อนั่นก็คงจะเป็นคู่หมั้นของหลันเหม่ยหลินและก็ยังเป็นพระเอกของซีรีส์ด้วยสินะ...

จากประโยคที่ราชครูหลันพูดและจากสภาพที่เปียกมะล่อกมะแล่กของเธอตอนที่เธอฟื้นขึ้นมาครั้งแรก แสดงว่าตอนนี้คือตอนที่ทุกคนรู้แล้วว่าองค์ไท่จื่อกับหลันเหม่ยอิงแอบคบกันแล้ว และหลันเหม่ยหลินก็ไปอาละวาดกับทั้งสองคนจนถูกองค์ไท่จื่อผลักตกน้ำสินะ

แต่แทนที่หลันเหม่ยหลินจะตาย แต่กลับมีเธอเข้ามาสิงร่างเอาไว้แทน

...ไม่อยากจะเชื่อว่าตอนนี้เธอจะได้กลายมาเป็นนางร้ายในซีรีส์แล้วจริงๆ ...

เมื่อเห็นว่าหลินหลันนิ่งไป ราชครูหลันจึงพยายามเรียกหลินหลันเบาๆ

“หลินเออร์พูดอะไรหน่อยสิลูก”

หลินหลันเมื่อได้ยินเสียงของราชครู เธอก็พลันได้สติ จึงตอบกลับไป

"ลูกเพียงรู้สึกปวดหัวเล็กน้อยเจ้าค่ะ ท่านพ่อ ไม่ได้มีอะไรมากหรอกเจ้าค่ะ" แต่แล้วจู่ๆ หลินหลันก็พลันรู้สึกได้ถึงความรู้สึกปวดหัวแทบระเบิด ก่อนที่จะมีภาพต่างๆ ซ้อนทับกันเต็มไปหมด ความรู้สึกต่างๆ ที่ล้นเอ่อเข้ามาในร่าง ทำให้หลินหลันดิ้นพล่านด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่ลามเลียไปทั่วร่างกาย

ก่อนที่หลินหลันจะสลบไป เธอก็มองเห็นภาพเลือนรางของใบหน้าที่กำลังตื่นตระหนกของท่านราชครู ขณะที่เขากำลังสั่งบ่าวไพร่ให้ไปตามหมอมาให้วุ่นวายไปหมด

แล้วภาพทั้งหมดก็ตัดไป

 

 

 

ท่ามกลางความวุ่นวายนั้นมีสายตาคู่หนึ่งลอบมองร่างที่ไร้สติของหลันเหม่ยหลินจากในมุมมืด สายตาที่มองมานั้นมีแต่ความเคียดแค้น มือเล็กๆ กำชายเสื้อตนเองแน่น

…หลันเหม่ยหลิน เหตุใดเจ้าถึงไม่ยอมตายกัน!!! ...

 

TALK

ตอนนี้หลิงไม่แน่ใจว่าการที่หลิงจะมี rewrite เนื้อหาทั้งหมดนี่หลิงควรที่จะปิดตอนอื่นๆที่ยังไม่ rewrite ดีไหม เพราะว่าเดี๋ยวอ่านๆกันไปแล้วเนื้อหาก่อนและหลัง rewrite มันอาจจะไม่ต่อเนื่องกันมากสักเท่าไหร่ ทุกคนคิดว่ายังไงคะ ควรปิดไหม หรือว่าเปิดเอาไว้ให้เข้ามาอ่านกันได้ปกติดีคะ

ปล. หลิงเห็นมีคนถามเรื่องป่วยของหลิงนะคะ ตอนนี้หลิงสบายดีค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะคะ ช่วงนี้โควิดระบาดหนัก ทุกคนก็ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ พยายามปิดปากและรักษาความสะอาดให้มากนะคะ ขอให้ทุกคนปลอดภัยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.677K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,787 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1775 iiiiiiiiimee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:32
    อยากให้น้องมูฟออนนะ หาคนใหม่ ไหนๆก็ไม่ใช่ตัวเองอยู่แล้ว ปล่อยให้คนพวกนั้นได้กันไป
    #1,775
    0
  2. #1670 praaewaa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 19:16
    เหอะ นางน้องสาวผู้เสแสร้ง
    #1,670
    0
  3. #1651 reyya555 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 13:31
    อยากให้น้องร้ายให้โลกไม่ลืม
    #1,651
    0
  4. #1626 miyumiyu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 13:20
    คนที่แอบดูคือนังน้องสารเลว
    #1,626
    0
  5. #1598 Faiifer234 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 15:10
    กรอกยาตัวหดเล็กลง หมายถึงโคนมป้ะ55555
    #1,598
    0
  6. #1544 meetang-thedog (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 10:01
    เปิดตอนไว้เถอะนะคะไรท์ พลีสสสสสส
    #1,544
    1
    • #1544-1 เผยหลิง(จากตอนที่ 2)
      10 พฤษภาคม 2563 / 14:44
      ตอนนี้คงจะต้องปิดแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าดูเหมือนจะมีนักอ่านหลายท่านที่สับสนอยู่ค่ะ
      #1544-1
  7. #1525 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 13:22
    ไม่ธรรมดาจ้า
    #1,525
    0
  8. #1506 Lilac__852 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 05:58
    แต่นี้ลุ้นอยู่อย่างคือพระเอกนี่จะใช่ไทจื่อหรือเปล่า ถ้าใช่คงต้องขอดูนิสัยอีกที เพราะเริ่มเรื่องด้วยการผลักคู่หมั้นตกน้ำก็ไม่ค่อยสร้างความรู้สึกที่ดีเลย
    #1,506
    0
  9. #1497 เมมฟิส (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 18:31
    ยัยเหม่ยอิงแน่เลยที่แอบดู
    #1,497
    0
  10. #1472 Airzaa1810 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 18:43
    คิดฆ่าได้กระทั่งพี่สาวตัวเอง
    #1,472
    0
  11. #1466 ~Arit~ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 15:11
    ไม่ต้องปิดจ๊ะ
    #1,466
    0
  12. #1459 Blue-day (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 11:47

    คุณนักเขียน Rewrite แล้วยังมีคำผิดกับคำตกหล่นอยู่เลยค่ะ

    ไม่ต้องปิดตอนค่ะ
    #1,459
    0
  13. #1448 Pimmy27pb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 21:06
    ปิดก่อนก็ได้นะคะ คนที่เข้ามาอ่านทีหลังจะได้ไม่งง : )
    #1,448
    0
  14. #1444 Nongpla1994 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 17:32
    ไม่ปิดไม่ปิดไม่ปิดไม่ปิดไม่ปิดไม่ปิดไม่ปิด
    #1,444
    0
  15. #1443 127182 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 16:43

    ไม่ต้องปิดค่ะ

    #1,443
    0
  16. #1441 JnKhn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 12:58
    เปิดไว้อีก 1 เสียงค่ะ เราเห็นสัญลักษณ์แม่กุญแจแล้วใจหาย เหมือนถูกปิดกั้น555555
    #1,441
    0
  17. #1437 iamTanapon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 09:50
    เปิด 1 เสียงค่ะ ไร้ท์
    #1,437
    0
  18. #966 Melis (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 21:47

    ใครแช่งคะ ใครแช่ง ออกมาให้ตบซะดีดี จะมีใครถ้าไม่ใช่นางเอกสายสตรอ

    #966
    0
  19. #754 Xialyu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 13:16
    อ้าว ชิชะใครมาแช่ง
    #754
    0
  20. #684 Bee_Bee_1225 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 03:20
    ประโยคสุดท้ายขอตบคนพูดสักที แหม่ หมั่นไส้ ทำไมไม่ไปตายเองละ เหอะ หลินหลันเอาคืนให้สะใจไปเลย
    #684
    0
  21. #678 PuiPui--r (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 01:07
    เห๊อะ!!! น้อยใจลูก เป็นพ่อแต่จัดการปัญหาให้ลูกไม่ได้ปล่อยให้ลูกแย่งผู้ชายกัน มีไม่มีก็ไม่ต่างจากต้นไม้ในสวน
    #678
    0
  22. #622 sujittraphomphai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 00:05
    น่าสนใจ
    #622
    0
  23. #429 JennaKim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 10:26
    เดี๋ยววววววว
    #429
    0
  24. #408 PiyaaRr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 20:11
    ย้อนกลับไปสิบสี่อีกครั้ง~
    #408
    0
  25. #396 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 07:12
    หึ้ย น่าอ่าน
    #396
    0