ข้าน่ะหรือ นางร้าย

ตอนที่ 15 : บทที่ 14 | พี่ชายบุญธรรม (2) (RW)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56,441
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,538 ครั้ง
    1 มิ.ย. 63

บทที่ 14

หลินหลันมองหน้าหลันเฟิ่งซืออย่างแปลกใจที่เขาเอ่ยออกมาเช่นนั้น เพราะว่าท่าทางของหลันเหม่ยอิงที่ออกมาในวันนี้นั้นเป็นผลมาจากพิษครวญนางที่หลินหลันพบในห้องของผิงหยู่ หลินหลันให้คนนำไปมอบให้ถิงถิงโดยบอกกับถิงถิงว่าเป็นของที่องค์ไท่จื่อมอบไว้ให้หลันเหม่ยอิง แต่ก็ได้เตือนถิงถิงเอาไว้ว่าไม่ให้บอกหลันเหม่ยอิงว่าองค์ไท่จื่อเป็นผู้มอบให้ เพราะองค์ไท่จื่อจะมาบอกแก่นางด้วยตนเองในการพบเจอกันครั้งหน้า

และหลินหลันก็ได้ให้เจียงอวี้แอบนำดอกอวี้เซียงที่มีอยู่ในเรือนของนางไปผสมกับใบชาชนิดอื่นๆ ที่หลันเหม่ยอิงชอบดื่ม

จากคำบอกเล่าของเสี่ยวฝานที่หลินหลันสั่งให้ลอบเข้าไปสังเกตการณ์ในเรือนของหลันเหม่ยอิงในบางครั้ง นางก็ได้รู้ว่างเมื่อถิงถิงได้รับกำยานที่นางคิดว่าเป็นขององค์ไท่จื่อมอบให้แก่นายสาวของนาง นางก็จุดให้หลันเหม่ยอิงทุกวัน

และในวันนี้ที่สุดแล้วพิษนั้นก็เริ่มออกฤทธิ์ แม้ว่าจะบางเบาก็ตาม นั่นคาดว่าน่าจะเป็นเพราะว่าหลันเหม่ยอิงนั้นได้รับพิษชนิดนี้เพียงไม่นาน มันจึงยังออกฤทธิ์ไม่มากเท่าไรนัก

อาการของหลันเหม่ยอิงจึงไม่รุนแรงเท่ากับที่หลันเหม่ยหลินเคยเป็นมาก่อน เพียงแค่จะทำให้หลันเหม่ยอิงแสดงออกถึงสิ่งที่ตนกำลังคิดอยู่มากกว่าปกติ และทำให้นางขาดความยับยั้งช่างใจไปเล็กน้อยเท่านั้น

แต่ทว่าเมื่อหลันเหม่ยอิงแสดงอาการเช่นนั้นแล้วหลันเฟิ่งซือกลับกล่าวว่านางไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย แปลว่าหลันเฟิ่งซือนั้นรู้อยู่แล้วว่าหลันเหม่ยอิงนั้นเป็นคนเช่นไรใช่หรือไม่

เมื่อหลันเฟิ่งซือหันหน้ากลับมาก็เห็นว่าหลินหลันกำลังยืนครุ่นคิดอยู่พลางจองหน้าตนนิ่ง จึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปขยี้หัวนางแล้วเอ่ยถาม

"เจ้ามีอะไรอยากจะถามพี่ก็ถามมาเถอะ เหม่ยหลิน"

หลินหลันมองหน้าหลันเฟิ่งซือครู่หนึ่ง จึงได้ตัดสินใจเอ่ยถามออกไปตามตรง

"ที่พี่ใหญ่พูดกับเหม่ยอิงเมื่อครู่นี้หมายความเช่นไรอย่างนั้นหรือเจ้าคะ"

"พี่ก็หมายความตามนั้นเลย" หลันเฟิ่งซือตอบก่อนที่มองไปยังเส้นทางที่หลันเหม่ยอิงเพิ่งจะเดินจากไป "เหม่ยอิงนางไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย"

"ท่านพี่รู้หรือเจ้าคะ"

"ใช่ เรื่องนี้พี่รู้มาตั้งแต่ต้นแล้วล่ะ ความจริงพี่ก็พยายามที่จะเตือนเจ้าอยู่หลายครา แต่ว่าเจ้าก็ไม่ฟังพี่แม้แต่น้อยทั้งจังทำให้ทะเลาะกันอีกต่างหาก สุดท้ายแล้วพี่ก็เลยคร้านที่จะเอ่ยกับน้องเสียแล้ว" หลันเฟิ่งซือมองหน้าหลินหลันก่อนที่จะถอนหายใจออกมา "แล้วเจ้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้วอย่างนั้นหรือ รู้ได้อย่างไรกัน"

หลินหลันนิ่งไปเล็กน้อย เพราะจะให้นางบอกว่า 'อ๋อข้ารู้เพราะว่าข้าไม่ใช่ หลันเหม่ยหลิน ข้ามาจากโลกอื่นแล้วมาสิงร่างน้องสาวของพี่ที่ตอนนี้ตายไปแล้ว และข้ารู้เรื่องจากการที่ข้าดูซีรีส์มาเจ้าค่ะ' เช่นนี้ก็คงไม่ได้

เพราะสุดท้ายแล้วหากจบลงด้วยการที่หลันเฟิ่งซือตกใจหงายหลังล้มตึงไปตรงนี้ ก็คงจะจบลงด้วยการที่นางถูกหมอผีมาทำพิธีขับไล่เป็นแน่

ซึ่งไม่ว่าทางไหนหลินหลันก็คิดว่ามันไม่ดีทั้งนั้น

คิดได้ดังนั้นหลินหลันจึงได้พยายามที่จะตอบแบบกลางๆ ว่า

"ความจริงน้องก็สงสัยเรื่องของผิงหยู่อยู่บ้างแล้ว หลังจากที่น้องรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างองค์ไท่จื่อกับเหม่ยอิง หลังจากนั้นไม่นานน้องก็ได้รู้ว่าอนุจ้าวเคยช่วยเหลือมารดาของผิงหยู่มาก่อนหน้าที่นางจะเข้ามาเป็นสาวใช้ของน้อง เมื่อเชื่อมโยงเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้วทุกอย่างจึงได้กระจ่างเจ้าค่ะ"

หลันเฟิ่งซือพยักหน้าอย่างเข้าใจ

หลังจากนั้นหลินหลันก็เงียบไปโดยที่ไม่ถามอะไรต่อไป เพราะว่านางไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี ทำให้หลันเฟิ่งซือเลิกคิ้วเล็กน้อย ใช่ว่าเขาจะดูไม่ออกว่าหลินหลันนั้นอยากจะรู้ว่าเขากับเหม่ยอิงเคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกันมาก่อน หากเป็นแต่ก่อนนางคงจะไม่ลังเลที่จะถามเขาไปแล้วอย่างแน่นอน แต่นางกลับไม่ทำ เขาคิดว่าน่าจะเป็นเพราะว่าเขากับนางห่างกันไปนาน ตอนนี้นางก็เลยไม่กล้าถามเขา ได้แต่รอที่จะให้เขาบอกนางด้วยตนเอง

"เจ้าไม่ถามพี่หน่อยหรือว่าพี่กับเหม่ยอิงมีเรื่องอันใดกันมาก่อน"

หลินหลันไม่ตอบอะไรเพียงแต่มองหน้าหลันเฟิ่งซือนิ่งๆ เช่นเดิม หลันเฟิ่งซือจึงได้เอ่ยต่อทันที

"เจ้าจำเรื่องเมื่อครั้งที่เรายังเด็กได้หรือไม่ ที่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่องค์ไท่จื่อมอบให้แก่เจ้าหายไปไม่กี่วันหลังจากที่เจ้าได้รับมา"

หลินหลันคิดเล็กน้อยก่อนที่จะพยักหน้า

"ความจริงแล้วตุ๊กตาตัวนั้น พี่หามันพบตั้งแต่วันที่เจ้าบอกว่ามันหายไปแล้ว..."

ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบตัวนั้น เป็นตุ๊กตาที่องค์ไท่จื่อนำมาฝากหลันเหม่ยหลินหลังจากที่เขาเดินทางกลับมาจากต่างแดน หลันเหม่ยหลินชอบมันมาก จนพกมันไปทุกที่จนเมื่อหลันเหม่ยอิงมาเตือนนางว่าตุ๊กตากระเบื้องเคลือบนั้นแตกได้ง่าย หลังจากนั้นหลันเหม่ยหลินจึงได้เอามันเก็บไว้ที่เรือนในจุดที่มองเห็นได้ง่ายที่สุด และนำมันมาเช็ดทำความสะอาดอย่างเบามือด้วยตนเองทุกวัน

แต่แล้ววันหนึ่งตุ๊กตาตัวนั้นก็หายไปในระหว่างที่นางออกไปเดินเที่ยวกับองค์ไท่จื่อ

หลันเหม่ยหลินหามันเท่าไหร่ก็หาไม่พบเสียที จนสุดท้ายองค์ไท่จื่อก็ทราบเรื่องจึงได้ปลอบใจนาง และมอบตุ๊กตาผ้าไหมที่ฮองเฮาเป็นผู้ตัดเย็บด้วยพระองค์เองหลังจากที่ทราบเรื่องแก่นางเป็นของปลอบใจ

หลันเฟิ่งซือเล่าว่าความจริงแล้วคนที่เอาตุ๊กตาตัวนั้นของนางไปก็คือหลันเหม่ยอิง แต่เมื่อหลันเหม่ยอิงถูกหลันเฟิ่งซือจับได้ว่านางขโมยตุ๊กตากระเบื้องเคลือบตัวนั้นไปและขอตุ๊กตาตัวนั้นคืนมา แต่ทันทีที่เขามาถึงเรือนของหลันเหม่ยอิง เขากลับไม่พบตุ๊กตากระเบื้องเคลือบนั้นเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายเขาจึงได้ทำทีเป็นเดินจากไป ก่อนที่จะไปแอบดูอยู่ใกล้ๆ กับเรือนของหลันเหม่ยอิง

และเมื่อแน่ใจว่าหลันเฟิ่งซือนั้นออกไปจนพ้นตัวเรือนแล้ว หลันเหม่ยอิงก็ได้นำตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่นางนำไปซ่อนเอาไว้ในช่องลับใต้พื้นห้องของนางออกมา แล้วอุ้มมันออกไปที่สวนด้านหลังเรือนของนาง

เมื่อหลันเฟิ่งซือเห็นดังนั้นเขาจึงได้คิดที่จะเข้าไปเปิดโปง แต่ทว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นกลับทำให้เขาแทบจะก้าวขาไม่ออก

เพราะว่าหลันเหม่ยอิงที่เขาเคยคิดมาตลอดว่าเป็นน้องสาวที่เรียบร้อยนั้น กลับยัดตุ๊กตาตัวนั้นลงในถุงผ้าก่อนที่จะทุบตุ๊กตาด้วยก้อนหินจนมันแหลกละเอียด ก่อนที่จะให้สาวใช้นำเศษของตุ๊กตาไปโรยเอาไว้ใกล้เรือนของหลันเหม่ยหลิน

หลันเฟิ่งซือเมื่อเห็นดังนั้นจึงได้คิดที่จะเข้ามาขวาง แต่แทนที่หลันเหม่ยอิงจะสำนึกผิดในสิ่งที่นางทำ นางกลับพูดออกมาหนึ่งประโยคที่ทำให้หลันเฟิ่งซือยังจำมันมาจนถึงทุกวันนี้

'หากว่าข้าไม่ได้ครอบครองมันแล้วสู้ข้าทำลายมันทิ้งเสียดีกว่าให้มันกลับไปอยู่ในมือของพี่หญิง'

หลันเฟิ่งซือนั้น ไม่กล้าที่จะบอกเรื่องนี้แก่หลันเหม่ยหลิน ด้วยเกรงว่านางจะเสียใจที่ตุ๊กตาตัวนั้นของนางเสียหายจนไม่เหลือสภาพเดิมให้เห็น ให้นางคิดว่ามันหายไปยังดีกว่าให้นางรู้ว่ามันถูกทำลายไปแล้ว หลันเฟิ่งซือคิดเช่นนั้น จึงได้เก็บเงียบเรื่องนี้เอาไว้ จนหลันเหม่ยหลินนั้นหยุดหาไปเอง และเขาก็ได้ซื้อตุ๊กตาไม้ให้กับนางหนึ่งตัวเช่นกัน

ทำให้หลันเหม่ยหลินนั้น สบายใจขึ้น และลืมเลือนเรื่องที่ตุ๊กตาตัวนั้นหายไปได้บ้าง

ส่วนหลันเหม่ยอิงนั้น หลังจากที่นางถูกหลันเฟิ่งซือจับได้ในครานั้น นางก็ระมัดระวังตัวเมื่ออยู่ต่อหน้าหลันเฟิ่งซือมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้หลันเฟิ่งซือจับนางได้อีกครั้งหนึ่ง

"ความจริงแล้ว นอกจากเรื่องนี้ พี่ก็ไม่รู้ว่าหลันเหม่ยอิงได้ทำสิ่งใดต่อน้องอีกบ้าง เพราะว่าหลังจากนั้นพี่ก็ต้องไปประจำการที่ชายแดนเสียแล้ว..."

"หากว่าพี่ใหญ่เป็นห่วงน้อง เหตุใดเมื่อไปอยู่ชายแดนแล้วจึงไม่ติดต่อมาบ้างเล่าเจ้าคะ"

"เหม่ยหลิน ครั้งสุดท้ายที่พี่มาหาเจ้า เจ้าเป็นคนไล่พี่ไปเอง จำไม่ได้หรือ"

หลินหลันนิ่งไปครู่หนึ่ง นางพยายามค้นหาในความทรงจำของหลันเหม่ยหลินก็พบว่านางเคยทำเช่นนั้น ตอนนั้นน่าจะเป็นเพราะฤทธิ์ของยาพิษนั่น และที่สำคัญ...

เพล้ง

"หลันเหม่ยหลิน เจ้าทำอะไรของเจ้า! " หลันเฟิ่งซือในวัยสิบห้าปีเอ่ยถามหลันเหม่ยหลินในวัยเพียงสิบปีอย่างตกใจ หลังจากที่นางโยนแก้วชาเฉียดหน้าเขาไปนิดเดียวหลังจากที่ได้ยินประโยคก่อนหน้าของหลันเฟิ่งซือ

"ข้าก็จะไล่พี่ใหญ่อย่างไร มาว่าองค์ไท่จื่อของน้องได้อย่างไร พี่ใหญ่ไปให้พ้นหน้าข้าเลยนะ หากว่าไปถึงชายแดนแล้วไม่ต้องกลับมาอีกเลย ข้าเกลียดพี่ใหญ่ ไปให้พ้น"

หลังจากนั้นหลันเหม่ยหลินก็โยนทั้งหมอน หนังสือ และข้าวของอื่นๆ ใส่หลันเฟิ่งซือทันที

"ได้ๆ เหม่ยหลินพี่ยอมเจ้าแล้ว"

หลังจากนั้น หลันเฟิ่งซือก็ไม่มาให้หลันเหม่ยหลินเห็นหน้าอีกเลย แม้ว่าเขาจะกลับมาที่เมืองหลวง เขาก็จะพยายามหลบหน้าไม่ยอมมาพบหน้าหลันเหม่ยหลินอีกเลย

"แต่ถึงพี่จะอยู่ชายแดนแต่พี่ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าน้องจะต้องปลอดภัยเพราะว่าน้องก็ยังมีฟู่เซียน*คอยปกป้องดูแลอยู่ แต่ไม่คิดว่ามันจะประมาทจนทำให้น้องตกน้ำจนสลบไปหลายวัน" หลันเฟิ่งซือพูดพลางตวัดสายตาไปยังพื้นที่ด้านหลังของหลินหลันจนหลินหลันหันมองตาม แต่นางก็ไม่พบอะไร

"ฟู่เซียนหรือเจ้าคะ พี่ใหญ่ หมายถึงท่านพ่อ*น่ะหรือเจ้าคะ"

"นี่เจ้ายังไม่รู้เรื่อง...อ้อใช่ พี่หมายถึงท่านพ่อนั่นแหละ" หลันเฟิ่งซือชะงักไปเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าตนเผลอหลุดเรื่องบางอย่างออกมา ก่อนที่จะรีบเบี่ยงประเด็นในทันที "แล้วเรื่องขององค์ไท่จื่อเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป"

"เรื่องนั้น น้องกำลังคิดว่าน้องจะบอกท่านพ่อว่าน้องอยากจะขอถอนหมั้นเจ้าค่ะ"

พรวดด

หลันเฟิ่งซือพ่นชาที่เพิ่งจะดื่มเข้าไปเมื่อครู่อย่างตกใจ

"พี่ใหญ่สกปรกที่สุด" หลินหลันกระโดดหลบน้ำชาที่พุ่งออกจากปากของเขาแทบไม่ทัน ก่อนที่จะเรียกบ่าวไพร่ในบริเวณนั้นมาเช็ดน้ำชาที่เลอะศาลาริมน้ำไปบางส่วน โชคดีที่จังหวะนั้นหลันเฟิ่งซือหันหน้าหลบไปทางอื่น ไม่เช่นนั้นน้ำชานั่นคงจะพุ่งใส่หน้าของนางเต็มๆ

"เมื่อครู่...เจ้าว่าอย่างไรนะ เหม่ยหลิน"

"น้องบอกว่าพี่ใหญ่สกปรก"

"ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น"

"อ๋ออ น้องบอกว่าจะขอถอนหมั้นเจ้าค่ะ"

"นี่ใช่น้องสาวของข้าจริงหรือไม่" หลันเฟิ่งซือเอื้อมมือมาก่อนที่จะดึงแก้มของหลินหลันเบาๆ "ก่อนหน้านี้พี่เคยบอกน้องตั้งหลายครั้ง แต่ว่าน้องก็ยังยืนยันที่จะไม่ถอนหมั้น แล้วเหตุใด..."

"ตอนนี้น้องตาสว่างแล้วเจ้าค่ะ พี่ใหญ่" หลินหลันบอกเหตุผลเพียงสั้นๆก่อนที่จะพยายามปัดมือของหลันเฟิ่งซือที่ยังดึงแก้มนางไม่เลิกออก ก่อนที่จะอธิบายเพิ่มเติม

"น้องรู้แล้วว่าองค์ไท่จื่อก็ไม่ได้คิดอะไรกับน้องเช่นเดียวกับที่น้องคิด หากว่าเป็นเช่นนั้น แม้ว่าน้องจะได้แต่งเข้าไปเป็นไท่จื่อเฟยชีวิตของน้องก็คงจะมีแต่ความทุกข์ใจเป็นแน่ ทั้งองค์ไท่จื่อในอนาคตก็คงจะได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ แล้วฮ่องเต้ไหนเลยจะมีสตรีเพียงคนเดียวได้ เขาคงจะมีสนมอีกเป็นร้อยเป็นพันอยู่ในวังหลวงเช่นกัน น้องไม่คิดว่าน้องจะได้อยู่อย่างสบายใจในภายภาคหน้าเจ้าค่ะ"

"หากว่าเจ้าไม่ได้แต่งให้เขาเจ้าจะไม่เสียใจหรือ เหม่ยหลิน"

"ไม่หรอกเจ้าค่ะ ตอนนี้ความรู้สึกของน้องที่มีให้องค์ไท่จื่อนั้นมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วเจ้าค่ะ"

...เพราะว่าหลันเหม่ยหลินนั้นได้ตายไปแล้วอย่างไรเล่า...

ประโยคหลังนั้นหลินหลันไม่ได้พูดออกไป ได้แต่เก็บมันเอาไว้ในใจเพียงเท่านั้น

และเมื่อหลันเฟิ่งซือได้ยินดังนั้น เขาก็ตบเข่าฉาดก่อนที่พูดออกมาว่า "ดี" หนึ่งคำ แล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดัง จนหลินหลันตกใจ

"เหม่ยหลิน เจ้าคิดได้เช่นนี้พี่ก็ดีใจ เทียนหลงน่ะแม้จะเป็นสหายที่ดี เป็นนักปกครองที่ดี และยังเป็นพี่ชายที่ดีให้กับน้องสาวของเขา แต่ทว่าพี่ไม่คิดว่าเขาจะเป็นสามีที่ดีให้กับน้องได้หรอกนะ"

"พี่ใหญ่กล่าวเช่นนั้น ไม่กลัวว่าจะถูกองค์ไท่จื่อลงโทษหรือเจ้าคะ"

หลันเฟิ่งซือแกล้งทำเป็นสะดุ้งสุดตัวก่อนที่จะโน้มหน้าเข้ามาใกล้หลินหลันก่อนที่จะกระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคนเท่านั้น

"เช่นนั้น เหม่ยหลินก็คงจะต้องช่วยพี่เก็บเรื่องนี้เป็นความลับหน่อยแล้วกันนะ" พูดจบหลันเฟิ่งซือก็ขยิบตาให้หลินหลันอย่างขี้เล่น หลินหลันจึงเล่นตามน้ำไปทันที

"เช่นนั้นพี่ใหญ่มีอะไรมาปิดปากน้องเล่าเจ้าคะ"

หลันเฟิ่งซือจะหัวเราะออกมาเบาๆ

"เดี๋ยวนี้ริจะรับสินบนแล้วหรือเหม่ยหลิน"

"พี่ใหญ่ เรื่องที่พี่ใหญ่ให้น้องช่วยปิดนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะเจ้าคะ อย่างไรก็ต้องมีขอตอบแทนเจ้าค่ะ"

"งั้นหรือ แล้วเจ้าอยากได้อะไรเล่า"

"ตอนนี้น้องยังคิดไม่ออกหากคิดออกแล้วน้องจะบอกอีกทีนะเจ้าคะ" หลินหลันขยิบตาให้หลันเฟิ่งซืออย่างขี้เล่น ทำให้หลันเฟิ่งซืออดไม่ได้ แล้วยืนมือไปขยี้หัวหลินหลันจนยุ่งฟู

"ตัวแสบเอ๊ย"

ก่อนที่ทั้งสองคนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน แล้วทั้งคู่ก็นั่งดื่มน้ำชาแล้วคุยเรื่องต่างๆ เรื่อยเปื่อย ทั้งเรื่องที่หลันเฟิ่งซือนั้นได้พบเจอขณะที่อยู่ชายแดน เช่นเรื่องของวัฒนธรรมของคนที่อยู่ชายแดน การแต่งกาย หรือแม้กระทั่งภาษาก็ล้วนแตกต่าง เรื่องราวเล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่จะพบเจอได้ตามหนังสือต่างๆ ในเมือง หรือแม้กระทั่งในชาติก่อนของนางก็มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากนี้ หลินหลันจึงฟังเรื่องราวพวกนั้นอย่างเพลิดเพลินเป็นอย่างมาก กับเรื่องที่หลันเฟิ่งซือเล่ามาทั้งหมด

ทั้งคู่พูดคุยกันจนกระทั่งถึงเวลาที่ราชครูหลันกลับมาที่จวน เพื่อรับประทานอาหารเย็นด้วยกันกับหลินหลันและหลันเฟิ่งซือ แต่ในระหว่างทางที่ทั้งคู่กำลังจะเดินไปยังห้องอาหารนั้น จู่ๆ หลันเฟิ่งซือก็เอ่ยถามขึ้นมา

"เหม่ยหลิน ช่วงนี้เจ้าว่าท่านพ่อแปลกไปหรือไม่"

"หมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ"

"เจ้ารู้สึกหรือไม่ว่าท่านพ่อกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง หรือไม่ก็มีพฤติกรรมที่แปลกไปหรือไม่"

หลินหลันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบออกมา

"ช่วงนี้ น้องว่าท่านพ่อดูจะเคร่งเครียดกว่าปกตินะเจ้าคะ บางวันท่านพ่อก็กลับมาเสียเย็นย่ำ และเมื่อกลับมาถึงก็อาบน้ำแล้วก็นอนในทันทีเลยเจ้าค่ะ ทั้งยังดูเหนื่อยล้ากว่าปกติอยู่มาก...พี่ใหญ่รู้หรือเจ้าคะว่าท่านพ่อเป็นอะไร"

"พี่รู้" หลันเฟิ่งซือเอ่ยตอบ "ช่วงนี้ท่านพ่อกำลังพยายามที่จะคุยเรื่องถอนหมั้นให้เจ้ากับฮ่องเต้อยู่ แต่ทว่าเป็นเพราะสัญญาที่ฮ่องเต้มีต่อท่านแม่ ฮ่องเต้จึงไม่ยินยอมที่จะถอนหมั้นให้เจ้า"

"ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ"

เมื่อหลินหลันได้ยินว่าราชครูหลันไปขอถอนหมั้นให้นางก็ตกใจอย่างมาก จนกระทั่งนางหยุดเดินไปในทันที เพราะการถอนหมั้นในครานี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่อย่างมาก เพราะมันเกี่ยวข้องกับสัญญาที่ฮ่องเต้มีให้แก่มารดาของเจ้าของร่างที่จากไปแล้ว และทางเดียวที่จะถอนหมั้นได้ก็คือ การที่หลันเหม่ยหลินเป็นผู้เอ่ยปากขอถอนหมั้นด้วยตนเองเท่านั้น

หากว่าหลันเหม่ยหลินมิได้เอ่ยปากเองแล้วล่ะก็ ไม่ว่าผู้ใดจะมาพูดเช่นไร ฮ่องเต้ก็จะไม่จัดการถอนหมั้นระหว่างองค์ไท่จื่อและหลันเหม่ยหลินเป็นอันขาด

นั่นจึงทำให้หลินหลันแปลกใจที่ราชครูหลันกล้าที่จะเข้าไปขอถอนหมั้นทั้งที่ยังไม่ได้ถามความเห็นจากปากนางสักครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าฮ่องเต้ก็คงจะไม่ยินยอมถอนหมั้นให้อย่างแน่นอน

"แล้วเหตุใดท่านพ่อจึงไม่ยอมที่จะบอกน้องล่ะเจ้าคะ"

"พี่คิดว่าท่านพ่อก็คงจะเกรงว่าน้องจะไม่ยินยอมที่จะถอนหมั้น จึงคิดจะจัดการเรื่องนี้อย่างลับๆ โดยที่ไม่ได้บอกให้เจ้ารู้ก่อน แม้ว่าการจะถอนหมั้นนั้นจะยากเย็นก็ตาม" หลันเฟิ่งซือเอ่ยพลางยกยิ้มให้กับหลินหลันอย่างอ่อนโยน "แต่ในเมื่อเจ้าเต็มใจที่จะถอนหมั้น เจ้าก็ควรที่จะรีบบอกท่านพ่อเสีย ท่านพ่อจะได้ไม่ต้องเหนื่อยโน้มน้าวใจฮ่องเต้อีกต่อไป"

ความจริงแล้วที่ตอนนี้ราชครูหลันนั้นดูงานยุ่งเป็นเพราะว่าเขาพยายามที่จะไปโน้มน้าวใจฮ่องเต้ให้ถอนหมั้นแก่บุตรสาวของเขาและองค์ไท่จื่อเสียจนฮ่องเต้เริ่มที่จะรำคาญ ฮ่องเต้ก็เลยหาทางทำให้ราชครูหลันนั้นไม่มีเวลาว่าง เพื่อที่ตนเองจะได้อยู่อย่างสงบเสียที แต่ทว่าโชคร้ายที่ราชครูหลันนั้นเป็นคนที่ทำงานได้รวดเร็ว เขาจึงหาเวลาว่างที่จะเข้าไปก่อกวน...หมายถึงโน้มน้าวใจฮ่องเต้ได้อีก

งานของราชครูหลันจึงได้มีมากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มที่จะเป็นงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับราชครูหลันเลยแม้แต่น้อย

นั่นจึงทำให้ราชครูหลันดูเหนื่อยอ่อนอย่างมาก

"น้องเข้าใจแล้วเจ้าค่ะพี่ใหญ่" หลินหลันพยักหน้าให้กับหลันเฟิ่งซือ

"แต่เจ้าแน่ใจแล้วใช่หรือไม่ว่าจะถอนหมั้นจริงๆ "

"เจ้าค่ะ"

"แล้วเรื่องที่ท่านพ่อปิดบังเจ้า..."

"น้องไม่โกรธท่านพ่อหรอกเจ้าค่ะ น้องเข้าใจ"

"ดี" แล้วหลันเฟิ่งซือก็ออกเดินนำต่อไป หลินหลันเมื่อเห็นดังนั้นก็คิดที่จะก้าวเท้าตาม แต่ผ่านไปไม่ถึงสองก้าว หลันเฟิ่งซือก็เหมือนจะนึกเรื่องอะไรออกสักอย่าง เข้าจึงได้หยุดเดิน โชคดีที่หลินหลันนั้นหยุดเท้าตัวเองได้ทันทำให้หน้าของนางไม่กระแทกลงไปที่หลังของเขาอีกครั้งหนึ่ง

แล้วหลันเฟิ่งซือก็หันกลับมาหาหลินหลัน พร้อมทั้งยกยิ้มให้นาง และสาบานได้เลยว่านั่นเป็นรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์และชั่วร้ายที่สุดที่หลินหลันเคยเห็นมาจากประสบการณ์ของทั้งสองโลกแล้วก่อนที่จะเอ่ยถามว่า

"เหม่ยหลิน เจ้าชอบเรื่องสนุกหรือไม่"

ไม่ว่าเรื่องสนุกที่ว่านั้นจะเป็นเรื่องอะไร แต่หลินหลันคิดว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน แน่นอนว่าคนที่นิสัยดีๆ ก็คงจะต้องตอบปฏิเสธ ดังนั้นหลินหลันจึงได้เอ่ยตอบออกไปอย่างหนักแน่นว่า

"ชอบเจ้าค่ะ"

แน่นอนว่าหลินหลันก็ไม่ใช่คนดีสักเท่าไหร่เช่นกัน...

______________________________

*ในภาษาจีนคำว่าท่านพ่อออกเสียงว่า ฟู่ชิน ซึ่งมันคล้ายกับชื่อฟู่เซียนนางเอกเลยถามแบบนั้นค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.538K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,787 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1602 ButterTown (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 23:17
    ขี้แกล้งกันทั้งเรื่องเลย-เจ้าพวกนี้5555555
    #1,602
    0
  2. #1591 Viwkhittayarssv (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 21:55
    สมน้ำหน้าองค์ไทจื่ออยากแกล้งน้องเอง55555
    #1,591
    0
  3. #1590 Moo.chompoo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 18:44
    พี่น้องคู่นี้จะทำอะไรกันแน่
    #1,590
    0
  4. #1588 Nantanat_neung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 08:01
    รอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #1,588
    1
    • #1588-1 เผยหลิง(จากตอนที่ 15)
      3 มิถุนายน 2563 / 13:47
      ขอบคุณค่ะ😀
      #1588-1
  5. #1587 AomNattaya (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 06:40
    ฟู่เซียนคือใครรรร รออ่านต่อนะค่ะ
    #1,587
    1
    • #1587-1 เผยหลิง(จากตอนที่ 15)
      2 มิถุนายน 2563 / 21:08
      ขอบคุณค่ะ ^^
      #1587-1
  6. #1586 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 06:35

    รอ รอ รอ ต่อนะคะ
    #1,586
    0
  7. #1585 ใบปอ ใบปอ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 00:06
    รออยู่นะค่ะ
    #1,585
    1
    • #1585-1 เผยหลิง(จากตอนที่ 15)
      2 มิถุนายน 2563 / 21:09
      ขอบคุณค่ะ :)
      #1585-1
  8. #1584 Kenna-Oh (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 23:56

    อยากรู้แล้วว่าสองพี่น้องจะพากันไปทำอะไร ต้องป่วนแน่นอน
    #1,584
    0
  9. #1583 tttatang (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 23:07
    รอชมความแสบสองพี่น้องเลยค่าา5555555
    #1,583
    0
  10. #1484 Airzaa1810 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 22:44
    ไม่ทันแล้วละนะ55555 น้องหลินตรวจสอบแล้วจ้าาาาาา
    #1,484
    0
  11. #767 Xialyu (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 17:33
    เดี๋ยวได้รู้กัน
    #767
    0
  12. #281 CrescentMoonStar (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 17:43
    บ้างอย่างก็ดูไม่สมเหตุสมผลอยู่น่ะ
    เช่น เรื่องในเรือนแค่นี้พ่อของหลินหลันก็จัดการไม่ได้ ทั้งๆที่เป็นถึงขุนนางคนสนิทกับฮ้องเต้ อ่านแล้วรู้สึกว่าหลินหลันมีสมองอยู่คนเดียว
    แต่ก็สนุกคะ รอค่าาา
    #281
    0
  13. #280 kulyasalin2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 11:56
    แม่ลูกแสนน่าชัง ขอให้น้องจับได้ที่เถอะ ลุ้นนะเนี๊ยะ
    #280
    0
  14. #279 จ๋าา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 09:41

    พ่อจ๋าาาา​ พ่อแบบเมินเฉยมากเรื่องใหญ่ขนาดนี้ไม่ลงมือทันทีโจรก็ขนของออกหมดจวนแล้วว​ พ่อเป็นขุนนางจิงป่าวเนี่ยหรือต้องรอให้ลูกลงมือคนเดียวเสดละค่อยบอกพ่อ​ โอ้วมายกอดดด​ ช่างเป็นนิยายที่เป็นนิยายเจงๆๆ

    #279
    0
  15. #278 Pacharaporn_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 09:03
    ไรท์มาอัพเถอะค่ะกำลังสนุก
    #278
    0
  16. #277 นกน้อยในกรงหนาม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 08:41
    นี่แค่วันเดี่ยวล่อไปสิบกว่าตอน สวดยวดความยืดเยื้อ สนุกดีแต่เนื้อหายืดเยื้อไปหน่อย ติดตามค่ะ รออ่านอยู่นะ
    #277
    0
  17. #276 นารา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 17:33

    พล๊อตคล้ายฉู่หวังเฟย ช่วงสินเดิมมารดาเลย

    #276
    0
  18. #273 ME>_< (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 14:13
    สนุกกกกกก
    #273
    0
  19. #272 music25577 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 10:28
    อยากหั้ยนางเอกจับแม่ลูกคู่นีเได้จังไม่อยากหั้ยสองแม่ลูกรอดเลยค่ะ
    #272
    0
  20. #271 Ailada00 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 06:15
    ค้างหนักมากกกก อีกนิดคือจะไปค้างบ้านคนเขียนแล้วนะ5555555
    #271
    0
  21. #269 Yunha (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 05:41

    พาท่านพ่อไปจับตอนมันขนเลย

    #269
    0
  22. #268 Nao Ng Sverige (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 03:22
    ขอบคุณ​ค่ะ​
    #268
    0
  23. #267 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 00:53
    ค้างงง
    #267
    0
  24. #266 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 23:32

    เกลียดมัน

    #266
    0
  25. #265 Poison_M.KS. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 22:58
    รู้สึกเกลียดอนุกับเหม่ยอิงอะ
    #265
    0