[Fantastic Beasts] The Distance #newtina

ตอนที่ 3 : To Me, You Are Perfect

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

                     



             ทั้งที่เป็นวันคริสต์มาสแต่หนุ่มสาวทั้งสองกลับพอใจที่จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังในห้องที่เต็มไปด้วยสัตว์วิเศษ เมื่อถึงมื้อเย็นทีน่าก็เสกต้นคริสต์มาสเล็กๆ วางไว้ใกล้กับโต๊ะทานอาหาร หล่อนเสนอตัวเป็นคนลงมือทำอาหารด้วยท่าทางเก้อๆ นิวท์มองเธอกัดริมฝีปากแล้วก็รีบจดบันทึกลงความทรงจำว่า ทีน่าจะกัดริมฝีปากทุกครั้งที่หล่อนรู้สึกเก้อเขิน

                 ได้สิ คุณคงทำได้ดีกว่าผม” นิวท์นึกถึงมื้ออาหารที่นิวยอร์กแล้วก็รีบขยับจากตำแหน่งพ่อครัวมาเป็นแค่ผู้ช่วย ทีน่าใช้คาถาในการทำอาหารได้อย่างคล่องแคล่ว ระหว่างนั้นเธอก็ขอให้เขาช่วยจัดโต๊ะ

             คุณเคยบอกว่าไม่มีอาหารที่ชอบเป็นพิเศษ คุณไม่มีจริงๆ หรือ?” ทีน่าหันกลับมามองแผ่นหลังที่ค่อมลงเล็กน้อย
นิวท์ช่างเป็นผู้ชายที่ไม่มีมาดเอาเสียเลย

              อ้อ ตอนนั้นเอง...ผมไม่มีที่ชอบเป็นพิเศษหรอก ส่วนใหญ่ผมกินอะไรก็ได้”

              งั้นหรือ...แต่ฉันก็ยังอยากรู้อยู่ดีว่าคุณชอบทานอะไร” เสียงหล่อนดังคล้ายจะบ่นกับตัวเองแต่คนฟังก็ยังได้ยิน นิวท์หันกลับไปมองร่างบอบบางแล้วโดยไม่ทันคิดให้รอบคอบเขาก็ขยับเข้าไปยืนใกล้กับเธอ

               ถ้าฉันรู้จักวิธีอ่านใจก็คงดี แต่ฉันไม่เคยทำได้เลย ฉันใจร้อนเกินไป” นิวท์อยู่ใกล้เธอจนสัมผัสได้ถึงความแปรปรวนของอารมณ์ ทีน่าที่ยิ้มแย้มและหัวเราะกับเรื่องเล่าของเขามาตลอดบ่ายกำลังรู้สึกเศร้า และเขาไม่รู้จะต้องทำอย่างไรในสถานการณ์นี้

               รู้ไหม ฉันทำอาหารได้ก็จริง แต่ควีนี่เก่งกว่าฉันมาก น้องสาวฉันไม่เคยต้องถามเลยว่าฉันอยากกินอะไร เธอรู้ว่าคนในแผนกชอบและไม่ชอบอาหารแบบไหน ควีนี่อ่านใจพวกเขาไม่ใช่แค่เพราะอยากรู้อยากเห็น แต่เพราะเธอใส่ใจความรู้สึกของทุกคน...ฉัน” ทีน่าไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดเรื่องน้องสาวหรือทำตัวอ่อนแอต่อหน้าเขา หล่อนค่อนข้างรำคาญอารมณ์อ่อนไหวของตัวเองเสียด้วยซ้ำ แต่พอเริ่มพูดแล้วเธอกลับหยุดไม่ได้ ทีน่าต้องการใครสักคนที่เธอสามารถทำตัวอ่อนแอและบอกเล่าความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง

              เพียงแค่ได้ยินเสียงสูดจมูกฟุดฟิดหัวใจคนฟังก็อ่อนยวบ ควีนี่คือโลกทั้งใบของทีน่า ทั้งสองคนเป็นพี่น้องที่ผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง อาจมากกว่าเขากับธีโอเสียด้วยซ้ำ นิวท์เข้าใจแต่เขาไม่มีคำปลอบใจ ร่างผอมแต่แข็งแรงขยับเข้าไปยืนซ้อนด้านหลังร่างบอบบางที่กำลังกลั้นน้ำตาอยู่เงียบๆ โดยปราศจากคำพูด มือหยาบกร้านกุมลงบนมือบาง รอเวลาให้ทีน่าเป็นฝ่ายทิ้งร่างลงพักพิง ไม่มีการฉุดรั้ง แต่รอคอยอย่างอดทน

             “ขอบคุณ...” ทีน่าเอ่ยเสียงแผ่ว ร่างบางเอนพิงลงมาบนอกอุ่น ดวงตาพับปิดด้วยความอ่อนล้า เขามีกลิ่นเหมือนทุ่งหญ้าที่เธอกับน้องสาวเคยวิ่งเล่นสมัยที่ยังเป็นเด็ก อบอุ่นและเป็นมิตร เธอปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะโยนทิ้งทุกความกังวลเพื่อซุกตัวหลับอยู่ตรงนี้

              ทีน่า...”


.

.

.


              นิวท์กลับเข้ามาในห้องทำงานอีกครั้งหลังจากทีน่าผล็อยหลับไปหลังมื้อเย็น ต้นคริสต์มาสที่หล่อนเสกขึ้นถูกนำมาวางไว้กลางห้อง (แต่ไกลจากกรงของพวกนิฟเฟลอร์) ชายหนุ่มผ่อนฝีเท้าให้เบาลงเมื่อเดินตัดข้ามห้องมาวางพิกเก็ตไว้บนต้นไม้ที่อยู่เหนือโต๊ะทำงาน ทั้งที่ห้องทำงานก็คือห้องเดิม ข้าวของเครื่องใช้ยังวางอยู่ที่เดิม แต่เขากลับรู้สึกว่าบรรยากาศที่เคยทึมทึบกลับสว่างขึ้น 

              ชู่วว...” เขาหันไปส่งสัญญาณกับโบวทรัคเกิลเมื่อมันทำท่าว่าจะไม่ยอมกลับไปอยู่บนต้นไม้ นิวท์พยายามทำให้เกิดเสียงน้อยที่สุดเพราะอยากให้ทีน่าได้พักผ่อน ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเก้าอี้ตัวโปรด มองร่างบอบบางที่แทบจะจมหายไปบนเบาะหนัง ยามหลับทีน่าดูไม่ต่างกับเด็กที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ใบหน้าเล็กๆ ของเธอซีดเซียว ใต้ตามีรอยคล้ำจางๆ ผมสั้นที่แสนจะเหมาะกับเธอบัดนี้ยาวลงมาเคลียอยู่แถวต้นคอและบางส่วนปัดระอยู่เหนือแก้มเนียน นิวท์กำมือแล้วคลายออกอยู่หลายครั้ง รู้สึกทั้งลังเลและพยายามอย่างยิ่งที่จะหักห้ามใจ

              ร่างสูงคุกเข่าลงข้างเก้าอี้ ใช้ปลายนิ้วปัดเส้นผมเหนือหน้าผากเนียน ผิวของเขาเป็นสีเข้มเพราะโดนแดดเผาจนไหม้ต่างกับผิวเนียนละเอียดของทีน่า นิ้วหยาบกร้านที่ถนัดแค่ปกป้องดูแลสัตว์วิเศษเมื่อแตะลงบนผิวบางใสจึงเป็นไปอย่างงุ่มง่ามแต่ก็นุ่มนวล ลักษณะภายนอกอาจดูเก้ๆ กังๆ แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน หลายคนบอกว่านิวท์ สคามันเดอร์มีความรักให้แค่สัตว์แปลกๆ แต่ถ้าคนเหล่านั้นมาเห็นนิวท์ในตอนนี้คงต้องถอนคำพูด 

              ชายหนุ่มมองข้อนิ้วแข็งๆ ของตัวเองขยับอยู่เหนือแก้มขาวแล้วก็สั่งห้ามตัวเองอย่างเด็ดขาด

              ผ่านไปครู่ใหญ่นิวท์จึงถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว ระบายลมหายใจยืดยาว มองสำรวจร่างบอบบางเพื่อหาร่องรอยของความเจ็บป่วยอื่นๆ เมื่อไม่พบชายหนุ่มก็ยิ้มด้วยความพอใจ


.

.

.


      ทีน่าตื่นขึ้นมากลางดึก ร่างบางขยับเพื่อไล่ความเมื่อยขบออกจากร่างกาย หล่อนคงหลับไปไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมงสมองถึงได้ปลอดโปร่งแถมยังรู้สึกสดชื่นกว่าที่เคยรู้สึกมาตลอดหลายวัน ทีน่าดึงตัวขึ้นจากเบาะกวาดตามองไปรอบห้องทำงานมืดสลัว นิวท์บอกว่าเขาใช้ห้องนี้เป็นทั้งที่ทำงานและนอนพักแต่ทีน่าไม่เห็นเตียงสักหลัง ห้องนี้เต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือและข้าวของเครื่องใช้อัดแน่น มีตั้งแต่ขวดใบเล็กๆ ไปจนถึงอุปกรณ์หน้าตาแปลกๆ ที่ทีน่าไม่เคยเห็นมาก่อน ใกล้กับเก้าอี้ที่หล่อนนั่งอยู่เป็นโต๊ะไม้ตัวใหญ่ ชั้นวางหนังสือเหนือโต๊ะทำงานมีต้นไม้สำหรับโบวทรัลเกิลตั้งอยู่ตรงกลาง ทีน่ามองต้นไม้ใหญ่ในขนาดย่อส่วนด้วยความสนใจก่อนลดสายตาลงมาเจอกับร่างเจ้าของบ้าน เขานอนฟุบอยู่เหนือโต๊ะทำงาน แขนข้างหนึ่งตกห้อยส่วนอีกข้างวางทาบไปบนโต๊ะใช้แทนหมอนเส้นผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงแต่ใบหน้าและเนื้อตัวสะอาดเรียบร้อย ทีน่ากระชับผ้าห่มเข้าหาตัว เธอเดาว่าคงเป็นผ้าที่เขาใช้อยู่เป็นประจำเพราะกลิ่นหอมจางๆ ที่เริ่มคุ้นเคยคล้ายจะโอบกอดอยู่รอบตัวเธอ ทีน่ายกผ้าห่มขึ้นปิดใบหน้า ซ่อนรอยยิ้มทั้งที่ไม่จำเป็น

      หลังจากทอดเวลาอยู่กับความคิดจนพอใจร่างบางก็ขยับเข้ามายืนชิดกับร่างที่นอนฟุบอยู่เหนือโต๊ะ หล่อนก้มลงจนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเขา ใกล้จนมองเห็นรอยกระทุกรอยเหนือผิวกร้านแดด ทีน่าปรารถนาจะไล้ปลายนิ้วสำรวจจุดเล็กๆ เหล่านั้น แต่หล่อนก็ทำเพียงแค่มอง นิวท์ สคามันเดอร์ก็เหมือนกับสัตว์วิเศษที่เขาหลงใหล เป็นตัวของตัวเอง ไม่เหมือนใคร และแสนจะมหัศจรรย์ ทีน่าไม่เคยคิดที่จะตกหลุมรักแต่หล่อนกลับพาตัวเองร่วงลงสู่หลุมกว้างใหญ่ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และไม่มีทางออก

      ทีน่ามองเสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อบางที่เขาสวมแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า เขาดูแลหล่อนอย่างดีแต่กับตัวเองกลับละเลย หล่อนวางผ้าห่มเหนือไหล่กว้างอย่างเบามือที่สุดแต่ก็ยังทำให้เขาตื่นจนได้ ดวงตาสีเขียวแกมเทามองลึกเข้ามาในดวงตากลมโตกระจ่างใส ร่างบางก้าวถอยหลังแต่ไปได้ไม่ไกลเกินกว่าหนึ่งช่วงแขน ข้อมือเล็กถูกมือกร้านยึดไว้ เขาไล้ข้อนิ้วลงบนแก้มเนียน ปลายจมูก แล้ววกกลับมาที่มุมปากหยักลึก นิวท์มองกลีบปากบอบบางที่แยกเผยอ ลมหายใจติดขัด

      “ทีน่า คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” มือข้างนั้นวางทาบลงบนแก้มขาวราวกับต้องการจะสำรวจความเจ็บป่วย ทีน่าไม่ตอบแต่เอียงแก้มเข้าหาฝ่ามืออุ่น เสี้ยววินาทีที่หล่อนหลับตาลงเพื่อซึมซับไออุ่นบนฝ่ามือกระด้างนิวท์ก็กระตุกข้อมือรั้งร่างบางให้ร่วงลงสู่อ้อมกอด เอวคอดถูกรวบด้วยมือข้างหนึ่งส่วนมืออีกข้างเขาตวัดชายผ้าห่มคลุมทับพร้อมกับดึงเธอเข้ามากอดไว้แนบกาย ทีน่าตกใจแต่ก็เก็บเสียงอุทานไว้แค่ในลำคอ รอจนหัวใจกลับมาเต้นในจังหวะปกติจึงขยับหาท่าที่สบายที่สุด ผ่านไปครู่ใหญ่ทั้งห้องก็กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง

       ท่ามกลางความเงียบทีน่าได้ยินเสียงหัวใจสองดวง เสียงหนึ่งเป็นของหล่อน ส่วนอีกเสียงเป็นของเขา หล่อนมองขึ้นไปยังใบหน้าคร้ามแดด ดวงตาเขาปิดสนิทแต่มีรอยปื้นสีแดงเหนือโหนกแก้มสูงกับจมูกที่เต็มไปด้วยกระ หล่อนมั่นใจเหลือเกินว่าสีแดงนั้นคงลามไปถึงใบหูและลำคอ ทีน่ากัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะ ผู้ชายท่าทางเงอะงะงุ่มง่าม(ทีบางทีก็เจ้าเล่ห์นิดหน่อย)
แต่แสนจะอบอุ่นและอ่อนโยน เขาขยันก่อกวนหัวใจเธอเหลือเกิน


       “จะไม่บอกเมอร์รี่คริสต์มาสกับฉันหน่อยเหรอ คุณสคามันเดอร์”


        “...”


        “...เมอร์รี่คริสต์มาส”


        “...”


        “เพอร์เพนทิน่า”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น