One Night Stand เป็นแฟนฉันเถอะ Yuri 20+

ตอนที่ 8 : โผล่มาจากไหน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 248
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    22 ต.ค. 62

     “ยัยกวาง” เสียงเรียกจากกลุ่มเพื่อนดังมาแต่ไกล เมื่อกลุ่มเพื่อนสนิทเห็นสาวหน้าหวานเดินเข้าตึกคณะ ก่อนจะเป็นจิ๊บที่วิ่งมาหา และจับกวางหมุนไปมาเพื่อตรวจดูความเรียบร้อย

     “โอ๊ย อะไรกันจิ๊บ ฉันมึนหัวไปหมดแล้ว” กวางไม่เคยคิดเลยว่าเพื่อนตัวเล็กตรงหน้า จะมีแรงเยอะขนาดนี้ ถ้าขืนจิ๊บจับเธอหมุนนานกว่านี้อีกนิด เธอคงได้นอนนับดาวเป็นแน่

     “เธอไม่ได้บุบสลายอะไรใช่ไหม” สาวเจ้าแม่ข่าวกรองรีบซักไซ้อีกฝ่าย ก็เพื่อนเธอที่เป็นสาวโสด ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน เมื่อวานอยู่ๆ ก็กระโดดขึ้นรถไปกับทอมที่ไหนไม่รู้ (ถึงจะหน้าตาดีมากในความคิดของจิ๊บก็เถอะ)

     “เดี๋ยวๆ จิ๊บ ขอฉันนั่งก่อน” กวางควานหาเก้าอี้แล้วนั่งลงอย่างหมดแรง เพราะอาการมึนหัวที่ยังคงอยู่

     “กวาง เล่ามาเลยนะ อย่ามายืดเยื้อ” เสียงคาดคั้นถูกส่งมาจากสาวสวยประจำกลุ่มที่จ้องคนหน้าหวานเขม็ง 'สงสัยเกรซคงจะรู้วีรกรรมของเธอเมื่อวานแล้วสินะ' กวางคิดในใจ

     “จริงจ้ะ เมื่อวานนี้ ใครเหรอกวาง” สาวหน้าหวานถึงกลับตาเบิกโพลง จิ๊บกับเกรซซักไซ้เธอน่ะปกติ แต่ปลื้ม บุคคลที่ปกติเพียงยิ้มหน้าหวานถึงกับเอ่ยปากถาม 'สองนี่มันน่าโดนไม้ฟาดหัวเสียจริง รู้จักมานาน ไม่เคยโผล่มาหา แต่พอโผล่มาที เธอเหมือนตกเป็นผู้ต้องหาให้เพื่อนๆ ซักไซ้ ถ้าเจอกันนะ แม่จะจัดชุดใหญ่เลยคอยดู'

     “เร็วสิ รีบๆ เล่ามา” จิ๊บเร่งพร้อมเขย่าแขนเพื่อนหน้าหวาน ที่ตอนนี้ยังสูดดมยาดมอยู่ 'สงสัยกวางจะยังมึนไม่เลิก หรือว่ากวางมันทำตัวถ่วงเวลากันนะ'

     “โอเคๆ เมื่อวานคนที่มารับฉันชื่อสอง เรียนอยู่ ป.โท ที่นี่ และเป็นคนที่พ่อฉันคิดจะไปลงทุนด้วย พวกเราเคยเจอกันมาแล้ว เขาเห็นฉันติดฝนเลยเข้ามารับ” กวางบอกกลุ่มเพื่อนสนิทโดยจงใจเว้นบางเรื่องเอาไว้ บางเรื่องที่ว่าก็คือเธอกับสองเป็น...เพื่อนนอน

     “แต่ฉันว่าเธอกับเขาดูสนิทกันนะกวาง” จิ๊บยังสงสัยไม่เลิก ลักษณะการคุยของทั้งสองคน มันดูมีเงื่อนงำมากกว่าที่กวางเล่าให้ฟัง ซึ่งนั่นทำให้กวางแทบอยากจะให้จิ๊บลาออก แล้วย้ายคณะไปเรียนเป็นนักข่าวเสียจริง คนอะไร รู้ทันไปเสียทุกเรื่อง

     “ก็เดี๋ยวต้องทำงานด้วยกันไง พ่อฉันวางแผนให้ฉันไปทำงานกับสองเออ...พี่สอง หลังเรียนจบ” หญิงสาวรู้สึกกระดากปากที่ต้องเรียกอีกคนว่าพี่

     “นี่สนิทกับถึงขั้นเรียกชื่อเฉยๆ ไม่เรียกพี่นำหน้าเลยหรือ” เกรซจี้ถามไม่ยั้ง เมื่อเพื่อนสาวที่ไม่เคยมีทีท่าว่าจะมีใคร หลุดเรียกอีกฝ่ายแบบสนิทสนมออกมา มันน่าสงสัยเสียจริง

     “บ้า เปล่าซะหน่อย ก็นายนั่นมันชอบกวนน่ะ” เสียงสูงในตอนท้าย คนหน้าหวานแก้ตัวกับกลุ่มเพื่อนเป็นพัลวัน นี่เพื่อนสนิทแต่ละคนคิดว่า ตัวเองเป็นแก๊งนักสืบรุ่นจิ๋วหรืออย่างไร ถามได้ถามดีอย่างกับเธอไปฆ่าใครตาย

     “จริงหรือ” เสียงเย็นชาดังขึ้นจากด้านหลังให้ตัวชาวาบกันทั้งกลุ่ม เจ้าของผมสั้นส่วนสูง 174 ซม. และรูปร่างสมส่วน เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทันสังเกต

     “สอง...” เสียงเรียกแผ่วเบาจากคนที่พึ่งกล่าวร้ายอีกคนเอ่ยออกมา กวางรู้สึกเลือดในกายไปกองรวมกันอยู่ที่ขา

     “สวัสดี ขอนั่งด้วยคนนะ” ไม่รอให้มีคำตอบ ร่างสูงทิ้งตัวนั่งลงข้างสาวหน้าหวาน เรียกสายตาทุกคู่ให้มองด้วยความสงสัยถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองคน

     “ไม่คิดจะแนะนำเรากับเพื่อนเธอหรือ” สองเอ่ยขึ้นเมื่อคนด้านข้างไม่ยอมทำหน้าที่ตัวกลางที่ดี เอาแต่นั่งอ้าปากค้าง ตาโต

     “...” กวางนิ่ง เธอยังอึ้ง หญิงสาวไม่เคยคาดคิดว่าจะเจออีกคนในเวลาแบบนี้ หมายถึง ในเวลาที่ยังมีพระอาทิตย์

     “เฮ้อ...ไม่เป็นไร ฉันแนะนำตัวเองได้ สวัสดีจ้ะทุกคน พี่ชื่อสองนะ” สองกล่าวเสียงเรียบกับกวาง แต่หันไปยิ้มหวานให้เพื่อนสาวทั้งสามของเธอ 'นี่มันหมายความว่าไง' กวางได้แต่สงสัย เธอเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเล็กๆ

     “สะ สวัสดีค่ะ” จิ๊บเอ่ยออกมาเกร็งๆ ไม่ใช่แค่เธอ แต่เพื่อนเธอทั้งหมดยังคงอึ้งไม่หาย ‘ตาคนนี้ท่าจะอายุยืน พูดถึงปุ๊บก็ปรากฏตัวขึ้นมาปั๊บ’

     “จ้า ไม่ต้องเกร็งนะ ชื่อจิ๊บใช่ไหม กวางเคยเล่าให้ฟัง แล้วน้องคนสวยคนนี้ เกรซสินะ พี่เคยเห็นผลงานเราด้วย อืม...น้องดูไม่ค่อยพูด ดูเรียบร้อย น้องปลื้มใช่ไหมคะ” สองเสียงหวานกับปลื้มเป็นพิเศษ สองอาจจะควงคนสวยร้อนแรงไปทั่ว แต่สเปกเขาจริงๆ คือแบบปลื้ม ซึ่งเรื่องนี้คนหน้าหวานข้างสองรู้ดี และกวางก็กำลังไม่พอใจเป็นอย่างมากกับน้ำเสียงที่สองใช้กับเพื่อนพูดน้อยของเธอ

     ยังไม่ทันได้โวยคนนั่งข้าง กวางต้องรีบหันหลบสายตาของเพื่อนสาวทั้งสามที่ส่งมา เพราะสายตาเหล่านั้นมันต่างตีความได้ว่า ‘ไหนว่าไม่สนิทไงจ๊ะสาวน้อย ทำไมพี่สองถึงได้รู้จักชื่อพวกเธอหมดแบบนี้!’

     “เออ พี่สองรู้จักพวกเราได้ไงเหรอคะ” จิ๊บจีบปากจีบคอถาม พร้อมส่งสายตาไปหาเพื่อนหน้าหวานสื่อความได้ว่า 'วันนี้เธอไม่รอดแน่สาวน้อย' กวางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หวั่นวิตกถึงคำตอบที่คนตัวสูงจะพูด

     “พอดีเมื่อวานฝนตก รถมันติดน่ะค่ะ พี่เลยชวนกวางคุย แล้วเห็นว่าเขายื่นรออยู่กับเพื่อน พี่เลยถามถึงเอามาเป็นหัวข้อสนทนา” สองตอบแบบสบายๆ กวางลอบถอนหายใจเมื่อได้ยินเหตุผลที่คนตัวสูงอ้าง หากแต่กลับหงุดหงิดกับน้ำเสียงที่สองใช้ มันช่างดูเจ้าชู้ประตูดิน หากเมื่อหญิงสาวคิดดูอีกที เธอจะหงุดหงิดทำไมกัน เธอกับเขาไม่ได้มีข้อผูกมัดอะไรกันเสียหน่อย

ซึ่งอาการเหล่านั้น ไม่พ้นจากสายตาคมของสอง เขาจงใจใช้น้ำเสียงเจ้าชู้เพื่อดูท่าทีหญิงสาว ซึ่งปฏิกิริยาตอบกลับของกวางเป็นที่น่าพอใจของเขาเหลือเกิน

     “พี่สองเรียน ป.โท ที่นี่หรือคะ” เกรซเอ่ยถามบ้าง ไหนก็ไหนแล้ว เจ้าตัวมานั่งให้ซักตรงหน้าก็ขอหน่อยเถอะ ส่วนเพื่อนสาวของเธอ เธอขอคาดโทษ ทดไว้ในใจก่อน ค่อยกลับไปคิดบัญชีคนหน้าหวานทีหลัง

     “ใช่ค่ะ พอดีวันนี้ พี่มีนัดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาเรื่องโครงงาน เลยเข้ามาเร็ว” สองยังคงใช้เสียงหวานหยดย้อย จนกวางทนหมั่นไส้ไม่ไหว แอบเอามือมาหยิกเอว “โอ๊ย” สองร้องสะดุ้ง หญิงสาวหยิกมาได้เสียแรง นี่กวางเห็นเขาเป็นที่ลับเล็บหรือไร

     “พี่สองเป็นอะไรหรือคะ” ปลื้มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่ออยู่ๆ คนตัวสูงก็สะดุ้งโหยง

     “ไม่เป็นไรค่ะ แค่มดกัด น้องปลื้มเป็นห่วงพี่ด้วย ดีใจจัง อืม พี่ขอย้ายไปนั่งข้างน้องปลื้มนะคะ เพราะมดแถวนี้มันดุ” ท้ายประโยคหันมามองคนหน้าหวาน สองกล่าวหวานหยดกับสาวเรียบร้อยของกลุ่ม ก่อนจะลุกไปนั่งข้าง เว้นระยะห่างเล็กน้อยให้พองาม

     กวางมองอีกคนอย่างเข่นเขี้ยว นอกจากว่ากระทบเธอแล้ว ยังไปจีบเพื่อนเธอด้วย ยิ่งเห็นกวางยิ่งหงุดหงิด แต่ทำไมเธอถึงหงุดหงิดนะ ใช่ เพราะเพื่อนเธอมีคู่หมั้นแล้ว แต่ไอ้บ้าสองยังตามไปจีบทั้งทั้งที่รู้ ต้องใช่แน่ๆ เธอหวงเพื่อนสาวแทนคู่หมั้นนั่นเอง

     ซึ่งอาการผีเข้าผีออกของกวางอยู่ในสายตาสองตลอดเวลา สองรู้สึกหัวใจพองฟู เขารู้สึกมีความหวังถ้าหากเขาจะจีบอีกคนจริงจัง และเมื่อสองรู้ว่ากลุ่มเพื่อนสาวกำลังจะย้ายที่ไปนั่งกินข้าวที่โรงอาหาร เขาก็ขอตามไปด้วยทันที ซึ่งเพื่อนๆ ของกวางไม่ได้อิดออด เพราะพวกเธอสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่มันแปลกๆ ระหว่างเพื่อนเธอและสอง จึงยอมให้อีกคนตามไปเพื่อจับสังเกต แต่เป็นกวางที่บ่นกระปอดกระแปดว่า ให้อีกคนตามมาด้วยทำไม ไปตลอดทาง

     สองเดินเลือกซื้อข้าวก่อนจะเดินกลับมานั่งข้างกวาง วันนี้เขาเลือกกิน แกงเขียวหวาน ไก่ทอด และไข่ดาว สองเบ้หน้าเมื่อสังเกตเห็นมะเขือเปราะที่มากกว่าปกติในจาน มือยาวใช้ช้อนตักมะเขือเปราะไปใส่ไว้ที่จานของคนหน้าหวาน ซึ่งนั่นเรียกให้กลุ่มนักสืบรุ่นใหญ่รีบจดรายละเอียดไว้ซักเพื่อนสาวตาเป็นมัน

     กวางเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าสองทำอะไร เธอหันไปโวยวายใส่อีกคน “นี่มันอะไรกันสอง เอามะเขือเปราะมาใส่จานกวางอย่างนี้ได้ไง แบบนี้เย็นตาโฟเสียรสหมด” วันนี้หญิงสาวอุตส่าห์ทุ่มทุนต่อแถวเพื่อซื้อเย็นตาโฟน้ำชามนี้ ตอนปรุงก็พิถีพิถันเพื่อให้ได้รสชาติที่ถูกใจ แล้วนี่อะไร อยู่ๆ อีกคนก็นำมะเขือเปราะจากแกงเขียวหวานมาใส่ ‘เดี๋ยวปัดแม่ไล่ให้ไปซื้อให้ใหม่เลย’

     “เมื่อวานเธอยังกินได้เลย” น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยตอบกวาง

     “พรวด.../ แฮ่ก” เสียงเอฟเฟคจากเพื่อนสาวที่นั่งอยู่อีกฝั่งดังขึ้นทันทีที่สองพูดจบ กวางได้แต่ถลึงตามองสองเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเพื่อนที่แสดงออก 'โอ๊ย พวกเพื่อนเธอมันต้องคิดไปไกลแล้วแน่นอน มันน่านัก นี่ถ้าไม่ใช่อยู่ต่อหน้าเพื่อนเธอนะ เธอได้เติมหน้าอีกคนให้ดูเลือดฝาดด้วยฝ่ามือเป็นแน่' กวางกำมือจนขาวด้วยความแค้นใจ

     “กระดาษทิชชูไหมคะ” สองหันไปถามกลุ่มเพื่อนสาวของกวางเสียงหวาน มือยาวหยิบห่อกระดาษทิชชูจากกระเป๋าส่งให้ สองเลือกที่จะเมินหน้าหนีเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง จากคนหน้าหวานไปยังกลุ่มเพื่อนสนิทของหญิงสาว เมื่อคิดว่าถ้าหากมือเล็กที่กำลังกำแน่นนั้นเปลี่ยนมาทึ้งตัวเขา อย่างที่เจ้าของอยากทำ มันจะเป็นไง 'เฮ้อ...แค่คิดก็มีอารมณ์เสียแล้ว แหมก็มันมีมาตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ได้ปลดปล่อย' ดังนั้นการเปลี่ยนความสนใจของตัวเองไปยังคนฝั่งตรงข้าม น่าจะเข้าท่าสุด ไม่งั้นเขาได้กดกวางและฝ่าไฟแดงให้ตำรวจออกใบสั่งกลางโรงอาหารเป็นแน่

     “พวกเธอสำลักอะไรกันเหรอ” กวางหันไปถามกลุ่มเพื่อน สายตาเอาเรื่องนิดๆ แต่ดวงตา 1 คู่ มีหรือจะหาญกล้าไปต่อกรกับดวงตา 3 คู่ที่ส่งกลับมาว่า ‘คายความจริงออกมาซะดีๆ เจ้ากวางน้อย มิเช่นนั้นพวกฉันจะกลายเป็นเสือแล้วขย้ำเธอ’

          จากมาดหาเรื่องจึงเปลี่ยนเป็นไก่ฝ่อ กวางส่งซิกไปให้เพื่อนๆ เธอว่า ‘เดี๋ยวเล่าๆ’ แต่เมื่ออารมณ์โกรธของหญิงสาวยังไม่หมดไป เป้าหมายใหม่จึงมาตกที่สอง ที่กำลังเขี่ยใบผักออกจากจาน

     “ไม่กินผัก ไม่กินเผ็ด แล้วสั่งแกงเขียวหวานมาทำไม” หลังพูดจบ กวางถึงรู้ตัวว่าพลาด เมื่อหญิงสาวเหลือบไปเห็นสายตามีเล่ห์นัยที่ส่งมาจากอีกฝั่งของโต๊ะ ‘โถ่ ยัยกวาง งานนี้ไม่ต้องใช้บรีส ใช้โอโม่ เธอได้ขาวชัวร์ เพราะโดนซักฟอกจนสะอาด’

     “แกงเขียวหวานบ้านเธอเผ็ดเหรอ” สองตอบหน้าตาย

     “เผ็ด” กวางตอบกลับเสียงห้วน 'ชิ ทีกับเพื่อนเธอนะ พูดเสียงหวาน ทำไมกับเธอ ถึงได้เย็นชาและกวนประสาทนัก'

     “ไม่ได้เผ็ดเท่าแกงใต้” สองเถียงกลับข้างๆ คูๆ

     “กินไม่ได้ก็ยังจะสั่งมา แล้วนี่เอาคืนไปเลยนะ มะเขือเปราะเนี่ย เอาไปเลย เย็นตาโฟฉันเสียรสหมด” กวางหลุดใช้สรรพนามและความสนิทออกมาอีกครั้งเมื่ออารมณ์ยังไม่ปกติ

     “ไม่เอา” สองยื้อช้อนที่กวางตักมะเขือเปราะไม่ให้เจ้าสิ่งนั้นกลับลงมายังจากของตน

     ขณะที่ทั้งสองยื้อยุดกันอยู่ ปลายหางตาคนตัวสูงเห็นร่างตุ้ยนุ้ยของชายหนุ่มที่นำร่มมาให้กวางเมื่อวานกำลังเดินมาทางที่ทั้งกลุ่มนั่งอยู่ ร่างสูงออกอาการฮึกฮัก ไม่พอใจเล็กน้อย เพราะรู้ถึงเจตนาที่อีกฝ่ายเดินถือขวดน้ำมาทางโต๊ะที่เขานั่ง

     “กวางครับ โน้ตซื้อน้ำมาให้” หนุ่มตี๋ร่างตุ้ยนุ้ยเอ่ยเมื่อเดินมาถึงโต๊ะ กวางหันไปรับมาอย่างเสียไม่ได้ สองที่มองอยู่ไม่พอใจที่อีกคนรับน้ำมาจากชายอื่น เขาจึงมองไปมองมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะคิดแผนดีๆ ได้เมื่อเห็นจานอาหารตัวเอง

     “โอ๊ยๆ ๆ เผ็ดๆ ๆ ๆ น้ำๆ ๆ ขอน้ำหน่อย” มือเรียวคว้าน้ำจากกวางไปเปิดดื่มรวดเดียวหมด สร้างความตกใจให้กับคนทั้งโต๊ะ สี่สาวได้แต่มองอึ้ง และเจ้าของขวดน้ำคนเดิมได้แต่มองเหวอ แต่ดูท่า สองที่ยอมพลีชีพกินพริกจากน้ำปลาพริกเข้าไป ยังไม่พ้นภัย เพราะใบหน้าขาวยังแดงปลั่งและมองหาน้ำดื่มต่อ

     “ขอบใจจ้ะ พอดีพี่เผลอกัดพริกจากพริกน้ำปลาน่ะ” สองพูดขอบใจจิ๊บที่ช่วยเลื่อนน้ำมาให้ ถึงจะบอกว่าเผลอ แต่ความเป็นจริงแล้ว ตั้งใจล้วนๆ และเขาก็สะใจเป็นบ้าที่เห็นไอ้หน้าตี๋นั่นยืนช็อกเมื่อน้ำที่ซื้อมาให้กวางถูกเขาดื่มจนหมด

     กวางมองสองตาขวาง ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าอีกคนจงใจ เธอเห็นนะว่าก่อนลงมือกินอาหาร อีกคนจัดของที่ไม่กินไปเรียงที่มุมจานเสียดิบดี มีหรือที่คนอย่างสองจะเผลอกินพริกเข้าปาก

     “จงใจ” กวางบ่นออกมาไม่ดังไม่เบาแต่ก็ได้ยินทั้งโต๊ะ จนเพื่อนทั้งหมดเริ่มมั่นใจแล้วว่ามันต้องมีอะไรในกอไผ่ระหว่างสองคนนี้เป็นแน่

     “ฮะ ว่าไงนะ” สองที่ยังเจอฤทธิ์เผ็ดและปากเจ่อหันไปถามเมื่อเขาได้ยินเสียงที่คนหน้าหวานพูดเพียงลางๆ

     “สมน้ำหน้า” กวางพูดลอยหน้าลอยตาใส่ ทำให้สองเริ่มมีอารมณ์ฉุนนิดๆ

     “อะไร สมน้ำหน้า อะไร” สองถามกลับเสียงห้วน

     “ก็รู้ตัวว่า กินเผ็ดไม่ได้ แล้วยังจะตักพริกมาอีก” กวางยังลอยหน้าลอยตาตอบกลับ

     “จะตักน้ำปลามากินกับไข่ดาวแล้วเผลอมีพริกติดมาด้วยไม่ได้หรือไง ฟู...” สองเป่าปากไล่ความเผ็ดร้อนของพริกออกจากปาก ทำให้ลมไปโดนหน้ากวางเต็มๆ

     “อี๋ สกปรก ทำอะไรน่ะสอง! จะเป่าก็หันไปเป่าทางอื่น” กวางว่าอีกคนพร้อมใช้มือผลักหน้าสองหันไปอีกทาง

     “จะเป่าทางนี้จะทำไม” ว่าแล้วสองก็หันหน้ากลับ ฝืดแรงมือกวางที่กำลังผลักหน้าเขาให้หันไปทางอื่น เมื่อหนักเข้า สองก็ใช้มือเข้าช่วย สองและกวางผลัดกันปัดมือกันไปกันมา ไม่สนใจโลกภายนอก ทำตอนนี้ทั้งคู่ดูเหมือนคู่รักที่กำลังหยอกล้อกัน (?) ในสายตาของเพื่อนและโน้ต

     ชายหนุ่มหนึ่งเดียวในที่นี้สะอึกในใจ เขาเพียรพยายามจีบกวางมา 4 ปี ยังไม่ได้รับความสนิทสนมจากคนหน้าหวานขนาดนี้เลย แล้วทอมคนนี้เป็นใคร ทำไมกวางยอมให้เข้าถึงเนื้อถึงตัว โน้ตพยายามรวบรวมความกล้า ชายหนุ่มเอ่ยขัดจังหวะสวีท (?) เมื่อนึกได้ว่ายังไม่บรรลุเป้าหมายทั้งหมดที่เดินมา

     “กวางครับ กวาง กวาง...” เสียงเรียกค่อยๆ แผ่วลง ‘ไร้การตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก’ คือคำที่ดังก้องอยู่ในหัวชายหนุ่ม เมื่อกวางสนใจเพียงสะบัดมือให้หลุดจากการกอบกุมของสอง และหาทางเอาคืนอีกฝ่าย เนื่องจากตอนที่มือเธอไร้อิสระ กวางโดนสองจั๊กจี้ที่เอว

     “ยัยกวาง!!!” จิ๊บตะโกนเรียกเพื่อนเมื่อเห็นว่าโน้ตเรียกมานานแล้วแต่กวางยังไม่หันไปสนใจ

     “ว่าไงจิ๊บ ตะโกนทำไม อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง” กวางถาม หากสายตายังจ้องสอง ไม่ปล่อยให้อีกคนมีช่องว่าเข้ามาโจมตี

     “โน้ตเรียกแกตั้งสามรอบ แกไม่ยอมตอบรับ” กวางเลิกคิ้วไม่เชื่อถือ แต่ก็ยอมเมื่อเพื่อนคนอื่นร่วมด้วยช่วยกันพยักหน้าว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งสองเองก็ได้ยินแต่เขาแกล้งหน้านิ่งไม่หือไม่อือเท่านั้นเอง

     “โทษทีนะโน้ต มีอะไรเหรอ” กวางหันมาถามชายหนุ่ม แต่ยังคงส่งสายตาคาดโทษให้คนตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ

     “คือ ไอ้วิทย์มันจะจัดปาร์ตี้วันศุกร์หน้า มันให้มาชวนภายในคณะพวกเรากันเองก่อน มันอยากให้เหมือนเลี้ยงรุ่นรวมพี่น้องกันกลายๆ เราเลยมาชวนกวางกับเพื่อนเที่ยวไปกัน” วิทย์ที่โน้ตกล่าวถึง คือหัวโจกที่คอยสรรหาผับมาจัดปาร์ตี้ให้เพื่อนๆ ที่ไปร่วมงานได้มันกันสุดเหวี่ยง ซึ่งวิทย์ถือเป็นเจ้าพ่ออีเว้นตัวจริง เพราะนอกจากจัดงานได้สนุกสนานทุกครั้ง เขายังมีเครือข่ายอยู่ในหลายๆ มหาวิทยาลัย ทำให้ทุกปาร์ตี้ที่จัดคืนทุนให้เสมอ

     ‘หือ Friday Night Party งั้นหรือ’ กวางหันไปยิ้มกับเพื่อนสาว และทั้งหมด ยกเว้นปลื้ม ส่งยิ้มรับกลับมาให้

     “ได้สิ จองให้พวกฉัน 3 เลยนะ” กวางตอบจำนวนโดยไม่ได้นับรวมปลื้มเข้าไปในนั้น เมื่อเพื่อนสุดเรียบร้อยไม่ได้ชอบเที่ยวสายนี้ แต่พวกเธอที่เหลือนะเหรอ เจ้าแม่ปาร์ตี้เลยล่ะ และถ้าจองผ่านโน้ต ทุกอย่างฟรี เพราะโน้ตจัดการค่าใช้จ่ายให้หมด

     “4 ฉันไปด้วย” สองเอ่ยขัดขึ้นเสียงเรียบก่อนชายหนุ่มจะเดินจากไป เรียกให้ทั้งโต๊ะเกิดสงสัยว่า ‘สองจะไปทำไม’

     “สอง จะไปได้ไง นี่มันงานของคนในคณะ” กวางขัด เธอเริ่มรู้สึกไม่ชอบใจ วันนี้สองทำตัวหวงก้างเกินขอบเขตมากเกินไปแล้ว

     “อย่าลืมสิ ฉันก็เรียนคณะนี้” สองเถียงหน้าตาย และเอาเหตุผลที่เป็นความจริง แต่ไม่เชื่อมโยงมาเถียงสีข้างถลอก

     “นี่!! อย่างมาหาเรื่องกันได้ไหม!” กวางขึ้นเสียง เขาจะอะไรกันนักกันหนา จะเอาให้ชนะให้ได้เลยใช่ไหม

     “ไม่ได้หาเรื่อง ก็นี่มันปาร์ตี้ คนจัดก็คงอยากให้ไปกันเยอะๆ ไม่ใช่หรือ” สองถามกวาง แต่หันไปเอาคำตอบจากโน้ต หากคนที่ตอบกลับมากลับเป็นชายหนุ่มอีกคนที่ตัวเล็กกว่า และดูเป็นคนคล่องแคล่ว

     “ใช่เลยครับผม คนไปเยอะๆ ยิ่งดี ขายตั๋วหมดไว ผมยิ่งชอบ ผมวิทย์ครับ คนจัดงานนี้” วิทย์มาพร้อมกับสายตาแพรวพราวและผมสีแดงเด่น เขาชอบให้สาวๆ แก๊งนี้ไปที่สุด เพราะเมื่อพวกเธอตอบรับ บัตรจะขายง่ายขึ้นมาก

     “งั้น 4 ใบเท่าไหร่” สองถาม เมื่อเจ้าของงานอยู่ตรงหน้า

     “4 ใบ ก็ 3,200 บาทครับ นี่เพราะเป็น Early Bird นะ เลยราคานี้ ถ้าหน้างะ...”

     “อ่ะนี่ 4000 ไม่ต้องทอน แล้วจดชื่อฉันไว้ด้วย เดี๋ยวฉันจะไปรับบัตรที่หน้างาน” สองหยิบเงินจ่ายวิทย์และตัดบทอีกคน เขาขี้เกียจฟังเด็กโม้ มันเสียเวลาอยู่กับกวาง

     “โอ้ ใจป้ำมากๆ เลยครับป๋ม แต่เอ๋ ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ชื่อไรเหรอ” ด้วยความที่สองหน้าเด็ก วิทย์จึงคิดว่าสองคงเป็นเด็กจากคณะอื่นมาตามจีบกวางเหมือนโน้ตเพื่อนเขา แต่ดูท่าทอมหน้านิ่งคนนี้คงมีภาษีดีกว่า เพราะสาวเจ้าให้เล่นถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้

     แต่ในขณะเดียวกัน สองเริ่มไม่พอใจไอ้หัวแดงที่ยืนยิ้มไม่ดูตาม้าตาเรือ สองไม่ชอบให้ใครเรียกเขาแบบเด็กๆ และยิ่งไม่ชอบใจ ถ้าคนที่เด็กกว่ามาตีเนียนเหมือนอายุเท่ากัน “ชื่อสอง เรียน ป.โท คณะนี้” น้ำเสียงเรียบ สายตาเย็นชา รังสีไอเย็นแผ่ออกมาให้วิทย์ที่ปกติเป็นคนเข้ากับคนง่ายรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ชายหนุ่มจึงรีบของชื่อและเบอร์ติดต่อ แล้วจรลีจากโต๊ะสาวสวยไปโดยไว

     “นี่ ฉันไม่ให้นายไปนะ” กวางเอ่ยขัดเมื่อเพื่อนหนุ่มจากไป เพราะก่อนหน้านี้เธอพยายามขัดอีกฝ่าย แต่หาจังหวะไม่ได้ ใครจะไปคิดว่าสองจะแผ่รังสีน่ากลัวออกมาจนวิทย์ถึงขั้นหงอ และรีบคุยรีบจากให้ขัดกับนิสัยปกติ ที่จะคุยจนหมดเวลาพักหรือมีใครมาทักนั่นแหละ ชายหนุ่มถึงจะเปลี่ยนเป้าหมาย

     “ฉันจ่ายเงินไปแล้ว” สองตอบเสียงเรียบ และแถมท้ายว่า “จ่ายเผื่อเธอและเพื่อนเธอด้วย”

     “ไม่ได้ขอให้จ่ายนิ” กวางลอยหน้าลอยตาตอบ 'อยากจ่ายให้เองแล้วมาบ่นทำไม เดี๋ยวแม่ก็เอามะเขือเปราะยัดปากเสียนี่'

     “ไม่ได้ถามความเห็นเหมือนกัน” สองตอบกลับหน้านิ่ง ลักษณะกวนอารมณ์อีกคนไม่ต่างกัน

     “ไอ้...” กวางที่กำลังจะชี้นิ้วด่า ถูกสองเอามือปิดปากเมื่อมีสายเรียกเข้า สองคุยสองสามคำกับคนที่โทรมาก่อนจะหันมาพูดเร็วๆ กับกวางและจากไป “ไปก่อนนะ พอดีมีเรื่องด่วนที่สปา ไว้คืนนี้โทรหา” คือประโยคที่สองทิ้งท้ายไว้ และเมื่อกวางหันไปหาเพื่อนทั้งสามที่นั่งอยู่ตรงข้าม หญิงสาวต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเห็นสายตาของเพื่อนที่ส่งมา กวางรู้สึกตัวเองไม่ต่างจากนักโทษที่โดนสอบสวน

     “ยัยกวาง” เกรซเปิด

     “เธอมีอะไรปิดบังพวกเราไว้หรือเปล่า” จิ๊บถามต่อ

     “เล่ามานะจ๊ะ” เสียงหวานๆ ปิดท้ายจากปลื้ม รอยยิ้มเย็นๆ ถูกส่งมาจากเพื่อนทั้งสาม

     กวางได้แต่ยิ้มแหยๆ เจอสามรุมหนึ่งแบบนี้ ไม่รู้ว่าผ้าขาวที่ซักด้วยโอโม่หรือเธอกันนะที่จะสะอาดขาวใสกว่ากัน




อย่างพึ่งเบื่อสองกันนะทุกคน ให้เวลาเขาหน่อย สองเขาเป็นพ่อปลาไหลที่จีบไปทั่ว แต่พอเป็นคนที่รักดันจีบไม่เป็นตีหน้ามึนใส่ซะงั้น

และก็คงต้องช่วยกันภาวนาให้กวางรอดพ้นจากเพื่อนๆ ด้วยสินะ...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น