One Night Stand เป็นแฟนฉันเถอะ Yuri 20+

ตอนที่ 7 : ฝนตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    22 ต.ค. 62


     “นึกครึ้มอะไรถึงเล่นกีตาร์ล่ะสอง” นงคราญที่เดินผ่านห้องลูกสาวเพื่อไปยังห้องนอนของตนหยุดเอ่ยถามเมื่อมองเห็นลูกสาวนั่งเล่นกีตาร์อยู่ปลายเตียงจากประตูที่เปิดอยู่

     “เซ็งๆ น่ะแม่” สองว่างกีตาร์ ร่างสูงล้มตัวลงนอนหนุนตักมารดาที่มานั่งข้างๆ

     นงคราญยกมือลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดูและความรัก ไม่ว่าจะเป็นทรงผมสั้น หรือเอกลักษณ์ทางเพศของสอง ไม่เคยเป็นเรื่องที่ทำให้เธอกลุ้มใจ ไม่ว่าอย่างไร สองก็ยังเป็นลูกของเธอเสมอ

     “เรื่องคุณสุชาติ...” เสียงอบอุ่นเกริ่นถามถึงเรื่องที่ยังคาใจเมื่อเห็นว่าสองไม่ได้พูดอะไรต่อ

     “ทำไมหรือคะแม่ หรือแม่ไม่สบายใจ” สองเอ่ยถามมารดา ถึงตัวเขาจะเข้ามาบริหารเครือสปาจนประสบความสำเร็จ หากแต่มารดาผู้เป็นคนบุกเบิกก็ยังเป็นที่เคารพเสมอ สองกังวลว่ามารดาจะไม่เห็นด้วยกับการร่วมลงทุนครั้งนี้ เพราะที่ผ่านมานงคราญไม่เคยร่วมลงทุนกับผู้ใด

          “เปล่า แม่แค่สงสัย สองเป็นคนอยากให้คุณสุชาติเข้ามาร่วมลงทุนเองไม่ใช่หรือ แล้วทำไมวันนี้ไม่ตกลงไปล่ะ” นงคราญที่ตอนนี้วางมือจากการบริหาร เพียงแต่ยังดำรงตำแหน่งประธานเอ่ยถามลูกสาว ในเมื่อแม่ลูกสาวตัวดีของเธอนี่แหละ ที่ไปทำการซิกแซกหลอกล่อให้อีกฝ่ายมาเสนอเงินลงทุนด้วย เหตุใดสองจึงยังแสดงท่าทีเล่นตัว

          “สองอยากร่วมลงทุนกับเขาก็จริงแม่ แต่เราก็ต้องมีชั้นเชิงกันบ้างสิคะ ผลประโยชน์ที่คุณสุชาติเสนอมา ถึงจะน่าสนใจแต่ยังไม่ใช่ข้อเสนอที่ดีที่สุด เส้นสายคุณสุชาติที่ประเทศลาว สามารถอำนวยความสะดวกให้พวกเราได้มากกว่านี้ค่ะแม่” สองอธิบายโดยอ้างถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับให้มารดาฟัง แต่เมื่อคิดถึงที่มาที่ไปจริงๆ หน้าหล่ออมหวานก็ปรากฏรอยยิ้ม

          ที่สองอยากได้สุชาติมาร่วมลงทุนไม่ใช่เพราะเธอขาดแคลงเรื่องเงิน หรือมีปัญหาในการไปเปิดธุรกิจที่ต่างประเทศ เพียงแค่เธอทำ    โครงการเสนอไปที่ธนาคาร ธนาคารก็พร้อมปล่อยเงินกู้ให้แล้ว เส้นสายพวกพ้องที่ลาวเขาก็พอมี คิดว่าสามารถไปลงทุนได้โดยไม่มีปัญหา หากแต่เป็นเพราะสองอยากใกล้ชิดกวางให้มากขึ้น เขาอยากมีตัวตนอยู่ในชีวิตจริงของหญิงสาว ไม่ใช่แค่เพื่อนนอนยามเหงาของอีกฝ่าย และเมื่อรู้ว่าพ่อสาวหน้าหวานสนใจที่จะร่วมงานกับสอง แสงสว่างลอยขึ้นมาอยู่ตรงหน้าคนตัวสูง แต่อยู่ๆ จะให้สองที่เข้าถึงยากเข้าหาอีกฝ่ายโดยตรง ก็ดูจะแปลกเกินไป สองจึงจัดฉากละครชุดใหญ่ขึ้นมา ทำให้สุชาติไม่ได้รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติในการได้พบกันของทั้งสองฝ่ายว่ามาจากความตั้งใจของสองเลยสักนิด

     “งั้นแม่ก็เบาใจว่าเราอยากติดต่อกับเขาจริงๆ ไม่ใช่ว่าเพราะหนูกวาง” นงคราญถอนหายใจออกมา ใจที่นึกหวั่นก็ยังไม่เชื่อเหตุผลของลูกสาวเต็มร้อย

     “แล้ว ถ้าเป็นเพราะกวางล่ะแม่ ที่ทำให้สองอยากร่วมลงทุนกับคุณสุชาติ” สองลองโยนหินถามทาง

     “แม่จะตีให้น่ะสิ เอาเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวมาปนกันได้ไง” นงคราญพูดพร้อมยกมือประกอบ เธอทำท่าจะตีคนที่หนุนตัก ถึงเธอจะยกให้ อีกคนบริหาร แต่ไม่ใช่ว่าเธอไม่ได้เข้าไปดูแล เหตุผลหลักที่นงคราญไม่อยากให้สองนำเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวมารวมกัน เป็นเพราะถ้าหากความรักที่เกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสองมันราบรื่นก็ดีไป ถือว่าเสมอตัว แต่ถ้าหากความรักที่มีได้จบลงและถึงขั้นทะเลาะกัน เรื่องยุ่งยากและปัญหาต่างๆ จะตามมาให้ต้องแก้ไขไม่หมดไม่สิ้น

     ไม่ทันแล้วแม่ ที่สองยอมร่วมลงทุนกับคุณสุชาติ เพราะกวางล้วนๆ’ ร่างสูงคิดในใจ พลางมองมือที่เงื้อขึ้นของมารดาอย่างหวาดหวั่น ถึงใครจะว่าแม่ของเขา ใจดี ใจเย็น คนพวกนั้นคงยังไม่เคยเจอฝ่ายมืออรหันต์อันทรงพลังของแม่เขาน่ะสิ เขานี่กว่าจะโตมาได้ขนาดนี้ ต้องน่วมจนพอดีแบบลูกกระท้อนก่อนปลอก


     'ให้มันได้อย่างนี้สิ ฝนตกหนักในวันที่เธอไม่มีทั้งร่มและรถ! '

กวางยืนเซ็งใต้ตึกเรียน 'ฝนตกแรงไม่ปรึกษาใครอย่างนี้ แล้วเธอจะได้กลับบ้านได้เมื่อไหร่' หญิงสาวหงุดหงิดมากขึ้นไปอีกหลังวางหูโทรศัพท์เมื่อพี่ชายตัวดีโทรมาบอกว่าติดนัดสาว มารับไม่ได้ ‘ไอ้พี่เฮงซวย ไม่มีความรับผิดชอบ’ เมื่อเช้าตอนพ่อบอกจะมาส่งแล้วให้พี่ไกด์มารับเพราะจะเอารถเธอไปถ่ายน้ำมันเครื่อง เธอถึงได้ค้านหัวชนฝ่า บอกว่าจะเอารถคันอื่นมาแทน แต่พ่อไม่ยอม แล้วนี่เป็นไงล่ะ พี่ไกด์เป็นแบบที่เธอบอกพ่อไว้ไม่มีผิด

     "กวาง มายืนทำอะไรตรงนี้" เกรซเอ่ยถามเมื่อเห็นกวางยังอยู่ใต้ตึกคณะทั้งที่ปลีกตัวออกมาก่อน

     "อ้าว ยัยกวาง ยังไม่กลับอีกหรือ" จิ๊บเดินมาถามต่อด้วยความสงสัย พลางมองหารถของพี่ชายกวางที่น่าจะมาถึงได้แล้ว

     “พี่ไกด์ไม่ว่างมารับน่ะ” เสียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายและน้ำเสียงเซ็งในอารมณ์ เป็นตัวขยายความให้เพื่อนสนิทรับรู้ได้เป็นอย่างดี ว่าที่พี่ชายเพื่อนไม่ว่าง เพราะติดสาว

     “ติดรถไปลงไหนเปล่ากวาง” เกรซถามเมื่อรถแดงเพลิงของแฟนหนุ่มมาจอดเทียบ เธอถามเผื่อกวางจะอยากติดรถไปห้างสรรพสินค้าเพื่อเดินรอเวลาฝนหยุด

     “ไม่เป็นไรเกรซ ขอบใจนะ เดี๋ยวฉันรอฝนหยุดอยู่นี่แหละ” เอ่ยปฏิเสธเพื่อนคนสวย เจอทั้งฝนตก เจอทั้งนิสัยได้สาวแล้วลืมน้องของพี่ชาย กวางก็หมดอารมณ์จะทำอย่างอื่นแล้ว

     “งั้นฉันไปก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน” เกรซเอ่ยลากลุ่มเพื่อน หญิงสาวนางแบบเดินไปขึ้นรถสีแดงเพลิงที่จอดรอ ตึกคณะของพวกเธอดีตรงที่มีที่กันฝนให้รถที่มาจอดรับ ทำให้คนที่จะขึ้นรถไม่เปียกปอน

     “พวกเธอไม่กลับบ้านหรือ” กวางกันไปถามเพื่อนที่เหลือทั้งสอง เมื่อหนึ่งสาวจากไปพร้อมรถของแฟนหนุ่ม

     “ฉันอยู่รอเป็นเพื่อนยัยปลื้ม” จิ๊บเอ่ยตอบแบบสบายๆ เธอไม่ได้รีบไปไหนต่อ ยิ่งฝนตกรถติดแบบนี้ เธอยิ่งไม่อยากออกไปอารมณ์เสียบนท้องถนน

     “อ๋อ แล้วพี่ศรถึงไหนแล้วล่ะ” กวางเอ่ยถามถึงคู่หมั้นของเพื่อน

     “ใกล้ถึงแล้วจ้ะ รถติดเพราะฝนตกน่ะ เลยถึงช้า” เสียงพูดเบาๆ นุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของปลื้มเอ่ยตอบเพื่อนสาวหน้าหวาน ที่ตอนนี้หน้าคว่ำเป็นจวักตักข้าว

     “อือ ดีจังเลยเนอะ มีคนมารับ” กวางเอ่ยเศร้าๆ และเมื่อหญิงสาวคิดถึงคนที่ต้องมารับตัวเอง 'ยิ่งคิดยิ่งแค้นพี่ชายในไส้! '

     “กวางๆ 9 นาฬิกา” จิ๊บกระซิบพร้อมสะกิดเพื่อนสาวให้หันมอง กวางทำหน้าเหนื่อยกว่าเดิมเมื่อมองเห็นชายหนุ่มที่กำลังเดินมาหาเธอ โน้ตกำลังเดินมาพร้อมร่มในมือ

     “กวางกลับยังไงครับ” โน้ตเอ่ยถามเสียงสุภาพ เขาเห็นตั้งแต่เช้าแล้วที่พ่อของอีกฝ่ายเป็นคนมาส่ง

     “รอฝนหยุด” หญิงตอบไปแบบเซ็งๆ เธอไม่เหลืออารมณ์จะรักษาน้ำใจใครทั้งสิ้น

     “เอาร่มไหมครับ หรือว่าให้โน้ตไปส่ง” โน้ตเสนอ พยายามใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ ร่มคันน้อยในมือถูกส่งให้สาวหน้าหวาน

     “ไม่เป็นไร ขอบใจ” กวางปฏิเสธ แต่ก็ยังพยายามพูดเสียงไม่แข็งมากเพื่อรักษาน้ำใจชายหนุ่ม อย่างน้อยโน้ตก็มีน้ำใจ เธอก็ควรมีมารยาทให้อีกคนบ้าง

     “งั้นผมรอเป็นเพื่อนกวางนะ”

     “ไม่ต้อง” กวางปฏิเสธเสียงแข็ง อารมณ์ที่คิดว่าจะถนอมน้ำใจหายไปในบัดดลเมื่ออีกฝ่ายยังตามตอแยไม่เลิก 'โถ่เว้ย ผู้หญิงพูดใส่ขนาดนี้แล้ว ช่วยรู้ตัวหน่อยสิ ว่ารำคาญ เลิกมาตามตอแยซะที' โน้ตเดินคอตกจากไป แม้จะโดนสาวไล่ แต่โน้ตก็ยังนั่งโต๋เต๋อยู่แถวนั้น

     ปริ้น ปริ้น

     เสียงบีบแตรจากรถสีขาวที่แล่นเข้ามาจอดตรงหน้ากลุ่มของกวาง สามสาวมองหน้ากัน เมื่อรถคันนี้ดูไม่คุ้นเคย

     “พี่ศรเปลี่ยนรถหรือปลื้ม” จิ๊บเอ่ยถามถึงความเป็นไปได้มากที่สุด

     “เปล่านะ” ปลื้มตอบ

     ‘แล้วนี่รถใครกัน’ คือคำถามที่ดังอยู่ในหัวคนทั้งสาม แต่ทั้งหมดไม่ต้องสงสัยนานนัก เมื่อกระจกรถฝั่งคนนั่งข้างคนขับถูกเลื่อนลง ใบหน้าหล่อซ่อนหวานปรากฏขึ้นหลังกระจก

     "กวาง ขึ้นรถ" คำสั่งเรียบๆ นิ่งๆ สั้นๆ ดูไม่มีที่มาที่ไปดังขึ้น กวางกลอกตามองบนทันทีที่ได้ยินเสียงคนพูด ‘ต่างคนต่างอยู่มาตั้งนาน แล้วอีกคนจะมาหาเธอทำไมตอนนี้’

     “ใครน่ะกวาง เธอรู้จักหรือเปล่า” จิ๊บกระซิบถามเพื่อน เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่น่าไว้วางใจ

     “ทำไมฉันต้องไปกับนาย” กวางไม่ได้ตอบเพื่อนสาว แต่หากหันไปถามคนในรถด้วยน้ำเสียงหาเรื่อง

     “ทำไมไม่กลับบ้าน” สองไม่ตอบแต่ถามกลับ ทั้งคู่ต่างมองหน้าวัดใจ แล้วสุดท้ายกวางก็แพ้ให้กับความหน้านิ่งของอีกคนตามเคย

     “ติดฝน” หญิงสาวยอมเป็นฝ่ายตอบคำถามก่อน

     “ขึ้นมา เดี๋ยวไปส่ง” เสียงคำสั่งที่ดังมาจากในรถยังคงเรียบนิ่งตามสไตล์เจ้าของรถ

     “ไม่จำเป็น กลับเองได้” ‘แค่เพื่อนนอนไม่ต้องมาทำดีให้กันหรอก เชอะ’ กวางยังคงงอนกับบทสนทนาไร้เยื่อใยในแชท ทำให้หญิงสาวเลือกที่ปฏิเสธความหวังดีจากอีกฝ่าย

     “จะขึ้นมาเอง หรือให้ฉันลงไปอุ้ม” คนในรถเริ่มหมดความอดทน สาวหน้าหวานก็ยังไม่มีทีท่าขยับตัว สองจึงเริ่มนับเลข

     “1”

     “2”

     “เผด็จการ” กวางพูดออกมาเสียงดังแล้วจึงก่นด่าอีกคนต่อในใจ 'ขอด่าหน่อยเถอะ คิดว่าตัวเองเป็นใครกันฮะ Friend with Benefits นี่ครอบคลุมถึงการไปรับไปส่งด้วยหรือ ถ้าใช่ คงมีเรื่องวุ่นๆ ตามมาอีกเยอะเป็นแน่'

     “ฉันกลับก่อนนะจิ๊บ เจอกันพรุ่งนี้นะปลื้ม” กวางรีบเอ่ยลาเพื่อน เมื่อเห็นว่าคนบนรถทำท่าจะลงมา 'ไม่ไว้ใจเลย ถ้าสองลงจากรถ'

     “กวาง ไว้ใจได้เหรอ” จิ๊บรีบคว้ามือเพื่อนสาวไว้ สาวเปรี้ยวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงวิตก

     “คนรู้จักน่ะ ไว้เดี๋ยวเล่านะ ฉันไปก่อน” กวางผลักมือเพื่อนสาวออก ก่อนนะรีบวิ่งไปที่รถเมื่อเห็นคนข้างใน ขยับตัวปลดเข็มขัดนิรภัยและกำลังจะลงจากรถ

     “กวางเดี๋ยวสิ เดี๋ยว ไปซะแล้ว” จิ๊บเอ่ยเรียกเพื่อนสาวที่ตอนนี้กระโดดขึ้นรถคันขาวหายเข้าไปในสายฝน

     “จะไว้ใจได้ไหมเนี่ย ปลื้ม” หันไปบ่นกับเพื่อนสาวที่เหลืออยู่ 'หน้าตาดี ขับรถหรู แต่หลอกฟันสาวมีเยอะแยะ เพื่อนเธอยิ่งอ่อนต่อโลกด้านนี้อยู่' สาวเปรี้ยวมองสบตากับเพื่อนสาวที่เหลือด้วยสายตาเป็นห่วงคนหน้าหวาน ปลื้มส่ายหน้าไปมาอย่างไม่รู้ถึงคำตอบที่อีกคนถามมา สีหน้าคนเรียบร้อยแสดงความหวั่นวิตกไม่ต่างกัน

     “ทำอะไรตั้งนาน ทำไมไม่ขึ้นรถ” สองถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่น้ำเสียงหงุดหงิด 'นี้เขายอมลงทุนฝ่าฝนมารับเลยนะ เมื่อรู้ว่าอีกคนติดฝนและไม่มีใครมารับ ส่วนรู้ได้ไงนะหรือ หึหึ ความลับ'

     “เพื่อนกลัวว่าเธอจะมาหลอกฟันฉัน” กวางตอบหน้าตาย แต่ภายในภาวนาขออย่าให้มีเพื่อนเธอคนไหนรู้สถานะระหว่างเธอและสองเลย สองเลิกคิ้วเมื่อได้ยินถึงเหตุผลที่กวางบอก

     “ฉันเนี่ยนะ ไปหลอกฟันเธอ ฉันว่าเธอหลอกฟันฉันยังเข้าท่าเสียกว่า” สองปรับเปลี่ยนรูปประโยคให้สอดคล้องกับความเป็นจริง

     “กล้าพูด” ‘มั่นหน้ามากเลยสินะนายสอง’ ถึงอีกฝ่ายจะหล่อจนน่าลากมากก็จริง แต่เขาถือดีอะไรมาพูดให้เธอเสียหายแบบนี้

     “กล้าสิ ก็ครั้งแรก...เธอเป็นคนเริ่ม” สองตอบกลับเสียงเรียบตามความเป็นจริงใบหน้าร่างสูงยังคงเรียบนิ่ง หากแต่ข้างในกายกลับร้อนผ่าว เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ ครั้งแรก ของทั้งคู่ สองต้องขอบคุณวิชาหน้ากากที่ตัวเองฝึกมาอย่างดี ทำให้เขาไม่ได้แสดงพิรุธออกไปให้กวางได้รับรู้

     โอเคจบหมดข้อโต้แย้ง’ กวางนั่งฟึดฟัด เมื่อเรื่องที่อีกคนผู้มาเป็นเรื่องจริง ก็ตอนนั้นเธอเมานี่นา แต่เมาเหล้าหรือเมาคนข้างหน้า อันนี้หญิงสาวไม่รู้จริงๆ

     “ทำไมพี่ไม่มารับ” น้ำเสียงเย็นๆ ถามเปลี่ยนเรื่องเมื่อกวางแสดงท่าทีไม่สบอารมณ์

     “พี่ชายดันไปติดสาว” คนหน้าหวานตอบโดยไม่เฉลียวใจสักนิดว่า อีกคนรู้

     เรื่องพี่ชายของเธอได้อย่างไร

     “อือ” สองรับคำในลำคอ

     “นี่ จะมีอารมณ์ร่วมก็ได้นะ” กวางบอกอีกคนเสียงเหวี่ยงๆ เธอยังคงอารมณ์เสียจากการถูกทิ้งไปหาสาวโดยพี่ชาย

     “ทำไมหรือ ก็ปกติ ไม่เห็นแปลกอะไร” สองไม่ได้คิดอะไร ผู้ชายติดแฟนก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องน่าห่วง แต่ถ้าพี่ชายร่างบางติดน้องสาวเนี่ยสิ เขาถึงค่อยมากังวล เพราะเขาคงตามจีบอีกฝ่ายยากขึ้น

     “ทำบ่อยเหมือนกันล่ะสิ ใช่สิ พวกเดียวกัน ก็ต้องเข้าข้างกันอยู่แล้ว” น้ำเสียงประชดประชันดังกลับมาจากคนนั่งข้าง สองขมวดคิ้ว ‘นี่เขาทำอะไรผิดหรือ เขาอุตส่าห์ขับรถฝ่าฝนมารับอีกฝ่ายเลยนะ ทำไมต้องพูดประชดกันด้วย

     “ฉันอยู่กับแม่แค่สองคน และแม่ฉันมีคนขับรถประจำตัว ดังนั้น เรื่องติดสาว ไม่ใช่ปัญหา” ก็มันไม่ใช่ปัญหาจริงๆ สำหรับเขา เพราะส่วนมากจะเป็นสาวมาติดเขาเสียมากกว่าเขาไปติดสาว จะมีก็แต่คงนั่งข้างๆ นี่แหละ ที่ทำให้สองรู้สึกอยากหยุดแล้วเดินไปพร้อมกัน

     “แล้วพ่อนายล่ะ” กวางถามด้วยน้ำเสียงฉงน เธอไม่เคยเห็นอีกคนพูดถึงเลย ไปที่บ้านก็ไม่มีรูป

     “หย่ากับแม่นานแล้ว” สองตอบนิ่งๆ การที่นงคราญเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวโดยพ่อแท้ๆ ไม่ได้ส่งเงินมาดูแล ไม่ใช่เรื่องที่สองเห็นว่ามันเป็นปัญหาในชีวิต กลายเป็นกวางเสียอีกที่เมื่อรู้เรื่องของอีกฝ่ายกลับอึ้งไป เธอทึ่งที่อีกฝ่ายไม่ได้เอาเรื่องนี้มาเป็นปมแต่กลับใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และอึ้งที่นงคราญดูออกจะ สวยหวาน ดูดีขนาดนั้น ยังถูกผู้ชายทิ้ง 'พ่อนายสองต้องเป็นคนแบบไหนนะ ถึงทิ้งผู้หญิงที่เป็นแม่ศรีเรือนและหวานหมดจดทุกองศาได้ลงคอ'

     “บ้านอยู่ไหน” ร่างสูงถามคนหน้าหวานเพื่อเปลี่ยนเรื่อง

     “....”

     “จะตอบ หรือให้ฉันโทรถามพ่อเธอ” น้ำเสียงเริ่มหงุดหงิดเมื่อกวางยังมองหน้าเขาด้วยอาการอึ้งไม่เลิก และไม่ยอมตอบคำถามที่เขาถาม

     “....”

     “ไม่ตอบนี่ หรือที่จริง เธออยากไปห้องฉัน...” สองถามกวางด้วยน้ำเสียงหื่นกาม เมื่อหญิงสาวไม่ตอบคำถามเขาเสียที กวางที่ค้างอยู่ในความคิดตัวเองถึงกลับสะดุ้งเมื่อได้ยินคำถาม

     “บ้าหรือเปล่า ฉันแค่ทึ่งที่คุณนงคราญเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวอยู่ต่างหาก” กวางรีบแก้ตัว 'โอ๊ย ตายๆ ถ้าไปห้องสอง พนัน 1 ต่อ ล้านเลย ว่าสุดท้ายเรื่องมันต้องจบลงที่เตียง'

     “แล้วไป ก็คิดว่ากำลังคิดถึง ไอ้ตี๋หน้าจืด” คราวนี้สองพูดน้ำเสียงติดประชด เขารู้สึกหงุดหงิดเมื่อคิดไปว่ากวางอาจกำลังคิดถึงชายหนุ่มที่ยื่นร่มให้ กวางเลิ่กคิ้วมองอีกคนด้วยความแปลกใจ 'ใครคือไอ้ตี๋หน้าจืด แล้วยังน้ำเสียงประชดนั่นอีก สองไม่เคยเป็นแบบนี้ ทุกทีมีแต่น้ำเสียงเย็นชาไม่สนใจโลกที่อีกคนเลือกใช้'

     “ใคร” กวางถาม ถึงตรงนี้เธอก็ยังนึกไม่ออกว่า ไอ้ตี๋หน้าจืด ที่อีกคนพูดถึงคือใคร

     “ไอ้ตี๋ตัวอ้วน ที่ยื่นร่มให้เธอ ก่อนฉันมาถึงไง”

สองพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด อารมณ์หึงขึ้นหน้าเมื่อคิดถึงสิ่งที่ได้รับรู้ ร่างสูงหมดแล้วซึ่งการควบคุมให้คำพูดและสีหน้ายังคงเรียบเฉย

     “ไปว่าโน้ตอย่างนั้นได้ไง” ถึงกวางไม่ได้ชอบชายหนุ่ม แต่เธอไม่เห็นด้วยที่คนหน้านิ่งเอารูปร่างของอีกคนมากล่าวเช่นนี้

     “ปกป้องแบบนี้ ชอบเขางั้นสิ” สองยังคงใช้น้ำเสียงประชดโดยไม่รู้ตัว

     “เปล่า นั่นเพื่อนฉัน” หญิงสาวรีบปฏิเสธ 'ชอบบ้าชอบบออะไร รำคาญที่มาตามจีบจะตาย' กวางรู้สึกไม่ชอบใจที่สองพูดถึงคนอื่นเช่นนี้ มันดูไม่ให้เกียรติอีกฝ่าย ถ้าใครมาได้ยินที่สองพูด สองจะดูไม่ดี คิดได้ถึงตรงนี้กวางกลับตกใจ ‘นี่เธอไม่ได้ห่วงเพื่อนในคณะ แต่ไม่ชอบใจเพราะห่วงภาพลักษณ์ของคนข้างๆ งั้นหรือ’ ใจเธอเป็นอะไรไปนะ

     “ให้มันจริงเถอะ” สองตอบกลับ น้ำเสียงยังคงไม่เชื่อถือ สองหายใจเข้าออกลึกๆ สองสามครั้งเพื่อนเรียกสติตัวเอง เขาหลุดเยอะเกินไปแล้ว

     “นี่เราจะไปไหน” กวางถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายเลี้ยวรถขึ้นทางเข้าคอนโดแถวมหาลัย

     “ห้องฉันไง” สองตอบหน้าตาย

     “ฉันบอกแล้วไงว่าจะกลับบ้าน” กวางโวยวาย

     “ฉันถามว่าบ้านเธออยู่ไหนเธอไม่ตอบเองนะ” สองบอกอีกคนเสียงเจ้าเล่ห์

     “....” คนหน้าหวานกัดริมฝีปาก เธอไม่น่าพลาดเลย

     “ไปส่งบ้านอยู่แล้วน่ะ แต่ฝนตกรถติด ขี้เกียจขับ ไปรอที่ห้องฉันก่อนดีกว่า” สองเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นสีหน้ากังวลของหญิงสาว     ‘อย่าทำหน้าแบบนี้บ่อยได้ไหม รู้ไหมเนี่ยว่าแพ้ทาง’


แพ้ทางเขา ก็จีบเขาดีๆ พูดกับเขาเพราะๆ สิสอง




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น