(fanfic) ปริศนามายา อัตตานิรันดร์

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 : ใบเบิกทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 74
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    28 เม.ย. 63



ตึก.. ตึก.. ตึก..


ร่างบางเดินมาตามถนนที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่หน้าโรงเรียนเงียบๆ ในเวลานี้เป็นเวลาเรียน คงจะไม่(ค่อย)มีใครโดดเรียนออกมาเดินเล่นแบบเธอนัก หรือไม่ก็ไม่มีใครกล้าเสี่ยงออกมาเดินเล่นนอกโรงเรียนในเวลาเรียนแบบนี้ แต่สำหรับมิติกา การโดดเรียนถือเป็นเรื่องที่ธรรมดาเอามากๆ เด็กสาวเคยโดดเรียนติดต่อกันถึง 3 วันก็ยังเคย เพราะงั้นการหลบหลีกไม่ให้ยามหรือสารวัตรนักเรียนเห็น เป็นเรื่องง่ายมาก


การโดดเรียนอาจจะเป็นสิ่งไม่ดี แต่ถ้าปล่อยให้เธอนั่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ที่มีแต่ครูแก่ๆ มาบ่นรำริรำไรให้กินตำรา มีหวังเธอได้ประสาทกินแน่ๆ เพราะงั้น การได้ออกมาเดินเล่นดูนั่นดูนี่ ถือเป็นการปลดปล่อยสมองจากเรื่องต่างๆ ที่สุมในหัวออกไปได้ดีมากๆ


 ร้านขายของข้างทางเท้ามากมาย ของสวยงามวางขายเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา เครื่องประดับ เครื่องสำอาง เสื้อผ้าสวยๆ ดูมากมายไปหมด แต่ไม่เคยเข้าตาเด็กสาวเลย จนบางทีก็นึกสงสัยในตัวเองอยู่หลายที


แต่บางทีของไร้สาระพวกนี้ ก็ช่วยให้คนผ่อนคลายได้ บางทีการเดินเล่นชมของสวยงามพวกนี้ อาจจะทำให้สมองคิดแผนอะไรออกก็เป็นไปได้


...


 แหม.. วันนี้อากาศดี ท้องฟ้าปลอดโปร่งซะจริงๆ เหมาะจะเป็นวันทำตามแผนที่พลาดไปวันนั้นดีมาก  


ชายผมแดงเดินตามทางเท้าที่มีร้านขายของมากมายเรียงกันอยู่ หากเดินไปเรื่อยๆ ก็จะถึงท่ารถ ใกล้ๆ กับโรงเรียนนิศาพานิช วันนี้ชายหนุ่มเอง ก็มีแผนจะแก้มือทำตามแผนใหม่ ลบล้างแผนเดิมที่พลาดไปเมื่อคราวก่อน


ชายหนุ่มเดินมองออกไปทางถนนที่มีรถวิ่งสวนกันไปมา มันดูวุ่นวาย และดูสับสน มนุษย์มักขับรถแล่นไปมาบนถนน บางคนมีกิจธุระสำคัญ บางคนก็ไม่มีอะไรจะทำ จึงออกมาขับรถเล่น ซึ่งมันดูไร้เหตุผลซะไม่มี หากไม่มีอะไรทำจริงๆ ก็ควรที่จะหางานอดิเรกทำ ไม่ก็ทำตัวให้มีประโยชน์ อย่างเช่น.. มาเป็นหนูทดลองให้กับเขา 


ชายผมแดงเดินไปตามทาง ปล่อยความคิดให้มาคลุมร่างกาย จนไม่ได้สนใจมองสิ่งอื่น จู่ๆ ร่างของเขาก็ชนเข้ากับใครคนหนึ่ง..


!!ʕ•ﻌ•ʔʕ•ﻌ•ʔ!!


เด็กสาวเดินชมของต่างๆ ตามร้านแบบผ่านๆ จนกระทั่งมาสะดุดตาเข้ากับร้านเข็มกลัด เป็นมีเข็มกลัดที่เอาไว้ประดับตกแต่งมากมาย เด็กสาวสำรวจดูเข็มกลัดเหล่านั้นอยู่สักพัก เจ้าของร้านก็เดินมาพูดคุยแนะนำ เธอแนะนำเข็มกลัดมากมาย แต่มีอันที่เธอแนะนำเป็นพิเศษ ก็คือ เข็มกลัดคู่ที่เป็นรูปผีเสื้อ ผีเสื้อสีสวย 2 ตัว ที่ดูเหมือนกำลังบินอยู่ด้วยกันอย่างผาสุข

“ ถ้าหนูมีคนพิเศษ หนูสามารถเอาผีเสื้อตัวหนึ่งให้กับใครคนนั้นได้ ส่วนอีกตัวหนูก็เก็บไว้ เอาไว้ให้มันเป็นตัวแทนของทั้ง 2 คน ให้มันเป็นเครื่องผูกติดว่า ‘ทั้งสองคนจะไม่แยกจากกัน เหมือนผีเสื้อคู่ไง’ หนูจะรับรึเปล่าจ๊ะ ”


เด็กสาวพยักหน้า เจ้าของร้านก็รีบจัดเข็มกลัดลงกล่องกำมะหยีสีน้ำเงิน และจัดใส่ถุง ยื่นให้เด็กสาว เมื่อเธอจ่ายเงินเรียบร้อย เจ้าของร้านไม่เพียงแต่ยื่นของให้ แต่แถมจี้สร้อย รูปผีเสื้อคู่ให้ด้วย โดยที่เจ้าของร้านให้เหตุผลว่า ถูกชะตากับเด็กสาว


 แต่ยังไม่ทันได้เดินไปไหน เด็กสาวกำลังหันหลังเดินต่อ แต่ก็มีใครคนหนึ่งเดินมาชนเด็กสาวเข้า จนร่างบางที่ถูกชนแทบล้ม


 ด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มรีบคว้าร่างของคนที่เขาชนไว้ และรีบรั้งเอวเข้ามาใกล้ เพื่อไม่ให้คนคนนั้นล้ม แต่เพียงพริบตาแรกที่เห็นหน้า ชายหนุ่มก็ไม่อาจละสายตาจากใบหน้านั้นได้


 เธอ.. สวย ใบหน้าเรียว ผิวสีขาวเนียนดุจหิมะในฤดูหนาว สองแก้มขาวเนียนไม่แต่งแต้ม ริมฝีปากบางได้รูปสีเดียวกับโลหิต ดวงตาสีนิลม่วง ดูพิศวงน่าค้นหา ผมสีม่วงยาวสยาย 


 ชายหนุ่มมองหน้าเด็กสาวนิ่ง ลืมไปหมดสิ้นทุกเป้าหมายในวันนี้ แต่เสียงคนในอ้อมแขนก็ฉุดสติของเขาให้กลับมา


“ ปล่อยนะ ” มิติกาผลักร่างหนาออกห่างตัวเธอ แล้วก้มลงหยิบเอาของที่เธอซื้อขึ้นมาถือ 


“ โทษที ” เชียรพูดตามมารยาท สังเกตเด็กสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็พอจะดูออกว่า เด็กสาวตรงหน้าเป็นนักเรียนของนิศาพานิชแน่ๆ แต่ที่แปลกก็คือ.. เวลานี้มันเวลาเรียนไม่ใช่หรอ แต่เธอคนนี้ออกมาเดินอยู่ที่นี่ได้ยังไง


 เด็กสาวไม่สนใจคำขอโทษใดๆ เพียงแต่หันหลัง กำลังจะเดินกลับโรงเรียน แต่ก็ต้องหยุดชะงักด้วยคำพูดของชายหนุ่ม

“ นี่เป็นเวลาเรียนนิ ทำไมเธอถึงออกมาเดินอยู่ที่นี่ล่ะ มันผิดกฎโรงเรียนไม่ใช่หรอ ”


 มิติกาหันหน้ามามองชายหนุ่มอีกครั้ง ชายหนุ่มเรือนผมสีแดง ที่มีรอยยิ้มเลศนัยฉาบอยู่บนใบหน้า


“ นายเป็นใคร ?? มีสิทธิ์อะไรมาถามฉัน ห๊ะ.. ” มิติกามองชายหนุ่มผมแดงด้วยสายตาไม่ไว้ใจสุดขีด ราวกับชายหนุ่มเป็นนักโทษที่ฆ่าข่มขืนเด็กมาแล้วหลายคน และเด็กสาวรู้สึกเหมือนเคยเจอไอ้คนหัวแดงๆ แบบนี้ที่ไหนซักแห่ง


รอยยิ้มของชายหนุ่มยิ้มคงฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อนั้น ภาพหนึ่งก็แล่นวาบเข้ามาในหัว ใช่.. ต้องใช่คนเดียวกันแน่ๆ


“ เดี่ยวนะ.. หรือว่านายคือไอ้โรคจิต ” มิติกาถอยห่างชายหนุ่มทันที เมื่อนึกออก “ ต้องใช่แน่ๆ โรคจิตที่ยัยนั่นบอกวันนั้นนิ ” และรีบหันหลังวิ่งตรงไปทางโรงเรียนทันที


 เชียรมองตามเด็กสาวที่กล่าวหาเขาเบาๆ เมื่อกี้ เธอกับเขาเคยเจอกันงั้นหรอ ทำไมเธอจึงว่าเขาว่าเป็นโรคจิต ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยเจอกัน หรือใครบอกเธอว่าเขาเป็น 


 แวบ.. มีบางอย่างต้องแสงแดด สะท้อนเข้าตาของเชียร ชายหนุ่มจึงก้มลงเก็บของสิ่งนั้นขึ้นมา มันคือจี้สร้อยเป็นรูปผีเสื้อ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเด็กสาวคนนั้น



มิติกาวิ่งเข้ามาในโรงเรียน ตอนนี้เป็นช่วงพักเที่ยงพอดี เด็กสาวจึงเดินเข้าไปที่โต๊ะซึ่งเจอลัลทริมาเมื่อเช้า ก็เห็นกลุ่มเด็กสาว 3 คนนั่งอยู่ ลัลทริมา เอมิกาและมัณฑินี


“ พี่มิติค่ะ ทางนี้ค่ะ ” ลัลทริมาเรียกมิติกาทันทีที่หันมาเห็น ร่างบางเดินเข้าไปนั่งอยู่ข้างๆ ลัลทริมาเงียบๆ สำรวจของที่เธอซื้อมา ก็พบว่ามีของบางอย่างของเธอหายไป จี้ผีเสื้อ มันเหลืออยู่ตัวเดียว อีกตัวหายไปไหนไม่รู้


“ มิติไปไหนมาหรอ ครูถามหากันเยอะเลย ” นีนั่งนิ่งรอฟังคำตอบ


“ ฉันไปเดินเล่นมา ” มิติกาตอบสั้นๆ ไม่เน้นอธิบายนัก


“ มิติไม่กลัวโดนครูลงโทษหรอ ”


 มิติกาส่ายหน้า ไม่ตอบเป็นคำพูด เธอไม่จำเป็นต้องกลัวนิ


 ปึง...!!


 ตุ๊กตาดินมีสายสินสีขาวพันรอบสามตัว ตะปูเก่าเขรอะสนิม และเหรียญสนิมเกาะจนเป็นสีดำหลายเหรียญ ถูกโยนลงกลางโต๊ะที่เด็กสาวนั่งคุยกันอยู่ ของเหล่านี้ล้วนมีบางสิ่งที่ทำให้ลัลทริมาสัมผัสได้ เป็นความรู้สึกที่น่าสะอิดสะเอียน แต่มันก็หายไป เมื่อมิติกายื่นมือมาแตะไหล่เธอเบาๆ


“ ไง ยัยหัวม่วง เธอรู้รึเปล่าว่าของพวกนี้คืออะไร ” เด็กหนุ่มผมสีนิลเดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ ยิ้มอย่างผู้มีชัยเหนือทุกสิ่ง


“ ตุ๊กตาอาถรรพ์ ตะปูตอกโลงศพ และเงินปากผี จะเอามาให้ฉันหลอมเป็นควายธนูให้รึไง ” มิติกามองของตรงหน้า จับดูอย่างไม่นึกรังเกียจ “ แต่ของยังไม่ครบ ทำให้ไม่ได้หรอก ”


“ ฉลาดดีนิยัยคิงคอง แต่ฉันไม่ได้จะให้เธะ... .. ” การินยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็มีบางสิ่งวิ่งเข้าปากเขาอย่างรวดเร็ว


 เหรียญสนิมเขรอะถูกปาเข้าไปอยู่ในปากของการิน เด็กหนุ่มพ่นเหรียญออกมาอย่างรวดเร็ว


“ ยัยหัวม่วง เธอกล้าดียังไงปาเหรียญคนตายมาใส่ปากฉัน ” 


“ เอ้า..ปากไม่ดีอย่างนายน่ะ ก็เหมาะกับเหรียญอัปมงคลแล้วนี่น่า นายเป็นคนเอามา ฉันก็แค่คืนให้ ” มิติกายิ้มยียวนทำให้การินโมโหจนลมแทบพ่นออกทางหู ไม่มีใครกล้าทำกับเขาแบบนี้ มีแต่คนกลัวเขา แต่กับมิติกา เธอหักหน้าเขา ทำให้เขาเป็นตัวตลกต่อหน้าคนอื่น...



 ชายผมแดงยืนมองเด็กหนุ่มคู่ปรับของเขาที่กำลังทะเลาะกับเด็กสาวผมม่วงที่เขาพึ่งพบ ดูทั้ง 2 คนจะไม่ถูกกันพอสมควร ซึ่งความคิดใหม่ก็แล่นเข้ามา เขาควรจะใช้เด็กสาวผมม่วงคนนั้นให้เป็นประโยชน์ โชคดีจริงๆ ที่เขามาเจอเธอ ดูเธอจะเป็นเครื่องมือที่ดีพอสมควรเลยล่ะ


 ชายหนุ่มก้มมองจี้ผีเสื้อแวววาวอีกครั้ง การที่เขาจะใช้เธอให้เป็นประโยชน์เพื่อเขาถึงตัวการินและลัลทริมาให้ง่ายขึ้น แต่มันติดปัญหาตรงที่.. เขาจะเข้าไปตีสนิทกับเธอได้ยังไง เชียรมองจี้นั้นอย่างใช้ความคิดอยู่สักพักหนึ่ง


..เริ่มจากจี้นี้ก็แล้วกัน



“ เธอเก่งมาจากไหนยัยม่วง ถึงกล้ามาท้าทายฉัน หะ...!! ” เด็กหนุ่มกำตุ๊กตาดินปั้นในมือแน่นจนแทบแตกหักออกจากกัน


“ แล้วแกเก่งมาจากไหน ทำไมถึงได้ชอบหาเรื่องคนอื่นจังเลย หะ.. ” เด็กสาวผมม่วงแดงพูดเสียงเรียบ แต่ก็กวนโทสะพอสมควร


“ ฉันถามเธอก่อนนะยัยหัวม่วง เธอมีสิทธิ์อะไรมายอกย้อนฉัน ”


“ แล้วนายมีสิทธิ์อะไรมาถามฉัน ” มิติกาตอบเกือบจะทันทีที่ได้ยินเด็กหนุ่มเปล่งคำพูดออกมา


“ ยัยหัวม่วง ถ้าฉันไม่เห็นเธอเป็นผู้หญิง ฉันต่อยเธอร่วงไปแล้ว ฉันขอสั่งห้ามเธอเข้ามายุ่งกับยัยโง่อีกเป็นอันขาด เข้าใจมั้ย ” เด็กหนุ่มจับจ้องมิติกานิ่ง กัดฟันรอคำตอบด้วยความรู้สึกโกรธ...... โกรธที่เห็นยัยโง่ของเขาเกาะแขนเสื้อมิติกาเพื่อหลบเขา


“ หึงฉันรึไง เกิดหวงกลัวฉันจะแย่งยัยนี่หรอ... การิน ” เมื่อรู้จุดเล็กๆ ในใจของการินที่เจ้าตัวพยายามปกปิด มิติกาจึงยกแขนขึ้นมาโอบไหล่ลัลทริมาเข้าไปใกล้ ทั้งยังทำท่าจะกอดให้แน่นกว่าเดิม ยิ่งทำให้การินแทบควันออกหูด้วยความโกรธ


“ อย่ายุ่งกับยัยโง่ดีกว่า ถ้าเธอไม่อยากให้ชีวิตวอดวาย ” 


“ แล้วนายล่ะ จะยุ่งทำไม ไม่กลัวผู้หญิงคนนี้ จะทำให้นายพังสิ้นทุกสิ่งอย่างหรอ ” มิติกาพูดเสียงเรียบ มองการินด้วยสายตาเหยียดหยัน


“ ไม่ สิ่งที่ยัยโง่มี จะทำให้ฉันได้ทุกอย่างที่ฉันต้องการ มันจะทำให้สิ่งที่ฉันต้องการจะทำ สำเร็จ ” 


“ ไม่จำเป็น นายมันอ่อนหัด คนเก่งจริง ไม่ต้องใช้คนอื่นหรอก เขาต้องผ่ามันไปด้วยตัวเองอยู่แล้ว ละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อเป้าหมายได้ แม้แต่.. ความเป็นคน แต่.... นาย... ไม่มีวันทำในสิ่งที่ต้องการได้หรอก การิน ” เสียงออดดังแทรกขึ้น เป็นสัญญาณว่าได้เวลาเข้าเรียนอีกครั้ง มิติกาจึงเดินลากลัลทริมาไป เพราะมันไม่จำเป็น ที่จะต้องรอฟังคำตอบโต้ไร้สาระของเด็กหนุ่ม 


 การินกำตุ๊กตาดินแน่น แน่นจนมันแหลกคามือ อ่อนหัดงั้นหรอ หึ อย่างเค้าหรออ่อนหัด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เค้าทำ ก็เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายสูงสุดที่เค้าต้องการ และมันก็ใกล้จะสำเร็จแล้วด้วย แล้วแบบนี้ เค้าอ่อนหัดตรงไหน เด็กหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่รู้สึกโกรธที่มิติกาสบประมาท ถ้าไม่โกรธ แล้วตอนนี้ตัวเขาคิดอะไรอยู่


...

........


 เวลาผ่านมาจนกระทั่งถึงช่วงเลิกเรียน ลัลทริมา จึงเดินนำมิติกาลงมานั่งที่โต๊ะประจำตัวเดิม


 ลัลทริมายิ้มให้มิติกา “ พี่มิติคะ เรื่องงานที่ครูสั่ง ”


“ งานอะไรนั้นนะหรอ เอาเป็น... รีบทำวันนี้เลยก็ได้ ” มิติกาว่า “ ไปตอนนี้เลยก็ได้ งานจะได้เสร็จเร็วๆ ไปกัน ”


“ ค่ะ.. ” ลัลทริมายิ้มรับ ก่อนจะเดินตามมิติกาไปที่รถสปอร์ตคันสีนิลหรูของมิติกา 



 ไม่นานเด็กสาวผมม่วงแดงก็ขับรถมาถึงบ้านลัลทริมา งานที่ครูสั่งก็คือการเขียนเรียบเรียงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตของตนเอง โดยให้จับคู่กันเขียนเรียบเรียง


“ แล้วเราจะเขียนยังไงดีล่ะ ให้ได้เป็นงานออกมา ” ลัลทริมามองกระดาษลายเส้นวางเปล่า


“ ก็เริ่มจาก.. อืม... เรื่องราวที่เธอประทับใจที่สุด ต่อจากนั้นก็.. เป็นเรื่องที่เธอเสียใจที่สุด เขียนแบบนี้สลับกันไปซัก 3 เหตุการณ์ ไม่ต้องเขียนละเอียดมาก เอาแค่พอรู้คร่าวๆ ก็พอ เริ่มเขียนกัน ” มิติกาจับกระดาษและปากกาขึ้นมาเขียน ขยุกขยิกอยู่ซักพัก “ ฉันมีเรื่องจะถามเธอ ลัลทริมา ”


“ อะไรค่ะ ”


“ ผู้ชายผมสีแดง ที่เธอวิ่งหนีเป็นใคร ไม่ใช่โรคจิตอย่างที่เธอว่า ใช่มั้ย บอกฉันมา ลัล ” เสียงเรียบเย็นและสายตาคาดคั้นมองมายังลัลทริมา เด็กสาวไม่เคยรู้สึกกดดันเท่านี้มาก่อน


“ ตอบฉันมา ”


“ ผู้ชายคนนั้น เป็นศัตรูของการิน และคอยจ้องจะทำร้ายฉันค่ะ เค้าบอกว่าตัวเอง.. เป็นศาสดา เป็นพระเจ้าที่เราต้องยอมเค้า ” ลัลทริมาอธิบาย สีหน้าหม่นหมอง


“ ศาสดา ... มันคิดว่าตัวเองเก่งมาจากไหน ถึงตั้งตัวเองเป็นศาสดาแบบนั้น งี่เง่า ไร้สาระ ” มิติกาตบโต๊ะ “ คนที่จะเป็นศาสดาผู้นำจิตใจได้ ต้องเป็นคนมีคุณธรรม ดี คำสอนทุกคำก็คือต้องสอนให้ทุกคนเป็นคนดี และไม่ทำความเดือนร้อนสิ ไม่ใช่หรอ ”


“ ก็ใช่ค่ะ แต่... ผู้ชายคนนั้น เค้าเป็นศาสดา..... ”


“ ปีศาจ สร้างสรรค์เหลือเกิน ช่างคิดซะจริงๆ ช่างคิดมากกกก ” มิติกาว่าทีเล่นทีจริง แล้วหยิบเอากระดาษกับปากกาส่วนหนึ่ง ลุกเดินไปที่ประตูบ้าน


“ พี่มิติจะไปไหนคะ ” 


“ จะออกไปหามุมสงบๆ เขียนงานคะ เดี่ยวมา ” มิติกายิ้มมุมปาก แล้วเดินออกจากบ้านไป โดยไม่ขี่รถไปด้วย แต่เดินตามทางไปที่สวนสาธารณะ


 เด็กสาวเดินไปนั่งลงตรงขอบสระ ในสวนสาธารณะ สิ่งที่เธอจับมาไม่ใช่กระดาษรายงาน แต่เป็นกระดาษA4 มิติกามองหน้ากระดาษวางเปล่าตรงหน้า มันว่างเปล่าเหมือนกับสมองเธอตอนนี้ 


เธอจะเขียนอะไรดีไปส่งครู เรื่องราวในชีวิตของฉันงั้นหรอ มันมีอะไรน่าเขียนล่ะ เรื่องราวที่ต้องพบเจอกับความโหดเหี้ยม ความไม่จีรังของมนุษย์ มีอะไรที่น่าฟัง


แต่ที่เด็กสาวมานั่งที่นี่ก็เพราะ อยากจะมาหาที่นั่งสงบๆ ธรรมชาติๆ วาดรูปเล่น ตอนนี้สมองเธอมีแต่... ความมืดดำ ว่างเปล่า


....


ลัลทริมานั่งเขียนเรื่องของตนลงในกระดาษ เธอเรียบเรียงถ้อยคำอย่างปรานีตบรรจง 


“ ลัล.. ” เสียงคุ้นหูดังขึ้น 


“ น้าโรส ” ลัลทริมายิ้ม แล้วรีบเดินไปเปิดประตูให้โรสวดี


“ ทำอะไรอยู่หรอลัล ของเต็มโต๊ะเลย แล้วรถใครหรอจ๊ะ ” โรสวดีมองไปทางโต๊ะหน้าทีวี ที่ตอนนี้มีของเต็มไปหมด


“ รถของพี่มิติค่ะ พอดีหนูบังเอิญจับฉลากกลุ่มทำงานส่งครู คู่กับพี่มิติ ” ลัลทริมาตอบ ถึงจะไม่จริงไปซะทุกส่วน ตรงส่วนที่เพื่อนๆ ในห้องไม่ยอมให้เธอจับฉลาก และมิติก็ไม่สนใจจะจับฉลาก


“ หรอจ๊ะ แล้วหนูมิติไปไหนล่ะ อยู่ในห้องน้ำหรอ ..?? ” 


“ เปล่าค่ะ พี่มิติหยิบอุปกรณ์เดินออกไป เห็นบอกว่าจะออกไปหาที่สงบๆ เขียนนะค่ะ ” เด็กสาวเองก็ไม่เข้าใจว่าที่บ้านเธอไม่สงบตรงไหน หรือมิติกาจะรังเกียจเธอ เธอเองก็ไม่รู้


“ แปลว่าหนูมิติ ต้องเป็นคนรักสงบ ชอบอยู่คนเดียวแน่นอนเลย ” โรสวดีวิเคราะห์ “ งั้นน้าจะลงมือทำกับข้าวเอง วันนี้น้าว่าง... ”


“ ค่ะ.. ” 


--------


ที่นอกรั้วบ้าน เด็กหนุ่มจ้องมองลัลทริมาจากภายนอก สลับกับมองรถคันสีดำ ที่ดูมีราคาสูงลิ่วไปมา 


 วันนี้เด็กหนุ่มมีเรื่องจะใช้ญาณอาถรรพ์ของลัลทริมา แต่วันนี้ดูจะไม่เหมาะเท่าไหร่ เพราะบ้านของลัลทริมามีคนมาขัดแข้งขัดขาเยอะแยะไปหมด การินจึงขึ้นควบยานพาหนะคู่ใจ แล้วขับออกไป


 ฉันจะกลับมาใหม่แน่ยัยโง่ ดึกแค่ไหนฉันก็จะมา รอฉันเลย


-------


ลัลทริมาหันไปมองทางรั้วบ้าน เมื่อกี้เธอได้ยินเสียงเหมือนรถที่พึ่งติดออกไป แต่ตอนนี้ไม่พบอะไร 


  เอ๋.... หรือฉันจะหูแว่ว หูฝาดไปเองนะ ช่างเถอะ ทำงานต่อดีกว่า 


เมื่อไม่มีสิ่งใดมากวนใจแล้ว เด็กสาวจึงนั่งลง ทำงานต่อ




เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบ มิติกาวางรูปวาดลงข้างๆ ตัว ก้มลงมองเงาในสระ 


พระอาทิตย์กำลังตกดิน แสงที่สาดกระทบกับน้ำดูสวยงาม... 


หวิววว..


กระดาษวาดภาพ ปลิวไปตามลมพัด โดยที่มิติกาคว้าไม่ทัน เด็กสาวจึงรีบลุกตามไปเก็บ


กระดาษปลิวไปตามลมไม่ไกลนัก ก็มีมือของใครคนหนึ่งคว้ามันไว้ได้ ก่อนจะมองมันชัดๆ


“ ขอกระดาษคืนด้วยค่ะ ” มิติกายืนประจันหน้ากับคนที่เก็บรูปวาดของเธอได้ ชายหนุ่มจึงยื่นกระดาษคืนให้เธอ มิติกาจึงได้เห็นว่าคนตรงหน้าคือ... ผู้ชายที่เป็นศาสดาคนนั้น


“ สวัสดี สาวน้อย ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้น “ เมื่อเช้า ดูเหมือนเธอจะเข้าใจฉันผิดนะ ” ชายหนุ่มเรือนผมแดงกล่าว “ ขอคุยด้วยซักพักจะได้มั้ย สาวน้อย ”


 นัยตาสีนิลม่วงมองชายตรงหน้าอย่างพินิจ ดวงตาที่ส่อแววเจ้าเล่ห์เพทุบายของเขา มันมองออกตั้งแต่แรกที่เห็น ว่าคนคนนี้ ต้องมีแผนการอะไรเป็นแน่ มิติการีบคว้ากระดาษออกจากมือของชายผมแดงมาถือ ก่อนจะปรับคำพูดให้เหมือนเด็กสาวทั่วๆ ไป


“ ขอบคุณที่เก็บกระดาษให้ แต่... พี่หนูสอนว่า ห้ามคุยกับคนแปลกหน้า สองต่อสองน่ะ... ค่ะ ”


“ งั้นก็ทำความรู้จักกันไว้สิ จะได้ไม่เป็นคนแปลกหน้า ” ชายผมแดงยิ้มมุมปาก มองเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูยังไงก็แค่เด็กธรรมดาๆ ทั่วๆ ไป หน้าจะใช้เป็นเครื่องมือได้ง่ายอยู่พอสมควร


“ แล้วทำไมฉันต้องทำความรู้จักกับคุณด้วยล่ะ ” มิติกายิ้มที่มุมปาก “ ในเมื่อมันไม่จำเป็น ” เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


“ จำเป็นสิ เดินไปคุยไปก็ได้ ” 


“ ไม่.. ฉันไม่ชอบคุยกับใครที่ไม่รู้จักสุ่มสี่สุ่มห้า ฉันเป็นพวกขี้ระแวง ไม่ไว้ใจใครง่ายๆ น่ะ ” เด็กสาวว่า


“ ฉันมันไม่น่าไว้ใจรึไง ”


“ ไม่น่า.. เอ่อ.... ก็น่าไว้ใจค่ะ คุณเป็นคนที่น่าไว้ใจจนไม่น่าวางใจเลยแหละ หนูขอตัวก่อน ” มิติกาว่า พลางหันหลังหนี เชียรจึงรีบพูดขึ้น ก่อนที่เครื่องมือจะหนีไป


“ ถ้าเธอไม่ไว้ใจฉัน เราไปคุยกันที่ๆ คนเยอะๆ แต่สงบหน่อยก็ได้ ” เชียรว่า รีบคว้าแขนเด็กสาวแล้วลากไป “ เอาเป็นร้านนั้นก็แล้วกัน ”


“ ดะ... เดี่ยว ” ๏︿๏!!


............

....


 เชียรลากมิติกาเข้ามาในร้านเค้กสไตล์โลลิต้าใกล้ๆ สวนสาธารณะ หน้าร้านมีตุ๊กตาหมีผูกโบว์สีขาวชมพูตัวใหญ่ตั้งอยู่เด่นชัด พอเดินเข้ามาในร้านก็จะพบกับดินแดนโลลิต้า วอลล์เปเปอร์สีชมพูขาวทั่วร้าน โต๊ะราวๆ 10 ตัวที่มีแจกันรูปกระต่ายสีชมพูวางอยู่พร้อมกับการ์ดข้อความดูน่ารัก... >///<


 เชียรลากเด็กสาวผมม่วงมานั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง มิติกามองไปรอบๆ ร้าน มีคู่รักมากมายกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ บางคู่พูดคุยกัน บางคู่กำลังกอดกัน และบางคู่ถึงกับจูบกันสะเปะสะปะเสียจนผมเพ่าเริ่มรุงรัง


“ อึย... !! ” เด็กสาวหันหน้ามาหาชายผมแดงคนที่ลากเธอเข้ามาในที่อัศจรรย์นี้ ที่นี่กับที่สงบๆ มันต่างกันคนละขั้ว “ นายลากฉันมาทำไมเนี่ย ข้ามภพข้ามชาติมาที่ไหนก็ไม่รู้ น่าเกลียดที่สุด ” เด็กสาวพูดเบาๆ นัยตาส่อแววว่าไม่ชอบที่นี่เข้ากระดูกดำ


“ นี่ไงที่สงบๆ และตอนนี้ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ ”


“ แต่.... ” (¬_¬).. ยังไม่ทันได้พูดต่อ พนักงานสาวในชุดเดรสสีชมพู ใส่หูกระต่ายของร้านคนหนึ่ง ก็เดินมาที่โต๊ะพร้อมกับยื่นแผ่นพับให้ 


“ ขออภัยที่ต้องรบกวนนะคะ พอดีในช่วงนี้ทางเรามีโปรโมชั่นพิเศษจากทางร้าน ขอเชิญพวกคุณกรอกชื่อลงในกระดาษ และดิฉันจะได้นำไปหย่อนที่ตู้หน้าร้านเพื่อลุ้นสิทธิพิเศษต่อไป ส่วนรายละเอียด เชิญอ่านได้เลยค่ะ แต่ช่วยกรอกชื่อก่อนนะคะ นี่ค่ะ ” พนักงานสาวยื่นใบอะไรซักอย่างลงตรงหน้าชายผมแดง และยื่นปากกาปากสีชมพูให้ เชียรเหลือบมองเด็กสาวที่ทำหน้าเหมือนเห็นผีหลอก ก่อนจะเขียนอะไรยุกยิกๆ ลงไปในกระดาษ และส่งให้พนักงานสาว


“ คุณผู้หญิงก็ต้องกรอกด้วยค่ะ ” พนักงานสาววางกระดาษแผ่นเดิมแต่เปิดอีกหน้าลงตรงหน้าเด็กสาวผมม่วง มิติกามองกระดาษคร่าวๆ แล้วจึงถามขึ้น “ จำเป็นต้องเขียนด้วยหรอ ”


“ จำเป็นสิคะ เพื่อที่เราจะได้ติดต่อและจัดสวัสดิการได้ถูก ”


“ อืม... ” มิติกาก้มมองตัวหนังสือในกระดาษ แล้วเขียนข้อมูลลงไปแบบลวกๆ ก่อนจะยื่นให้พนักงานสาว พนักงานสาวรับกระดาษจากมิติกาแล้วยิ้มแป้นเดินจากไป


“ แล้วฉันจะคุยกับเธอได้รึยัง ” เชียรถามเด็กสาวตรงข้าม


“ ไม่.. ” มิติกาลุกพรวดจากเก้าอี้ “ และฉันก็จะไม่อยู่แล้วด้วย ” แล้วรีบเดินหนีออกจากร้านไป 


“ ให้ตายสิ ยากกว่าที่คิด ” เชียรรำพัน ดูเหมือนการตกลงพูดคุยกับเด็กผู้หญิงคนนี้ จะยากมากกว่าคนอื่นๆ เสียแล้ว


------------------------------------------------------------------------------------------------


 นรินทร์นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ก็เหลือบไปเห็นกางเกงสีดำที่อยู่ตรงหน้าเขา ซึ่งก็เดาได้ไม่ยากว่าผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเป็นใคร .... 


“ มีอะไรหรอ การิน.. ” 


“ พ่อ!!.. ตอบผมมาว่ายัยหัวม่วงเป็นใครกันแน่ ผมไม่เชื่อหรอกว่าผู้หญิงผิวบางแบบยัยนั้นจะอยู่ตัวคนเดียวได้ บอกความจริงผมมา ” การินกระชากเสียงพร้อมกับกระชากหนังสือพิมพ์ออกจากมือนรินทร์ ทิ้งลงไปนอนแอ่งแม่งอยู่บนพื้นพรมอย่างหมดค่า


“ ฉันบอกแกไปแล้ว... หนูมิติเค้าโตมาแบบนั้นจริงๆ อยู่คนเดียว กินคนเดียว แถมเค้ายังหัวธุรกิจ เงินที่เค้าหามาได้ หนูมิติเค้าก็เป็นเงินของเค้าคนเดียว ไม่มีใครได้จับได้ใช้เงินของเค้าเด็ดขาด แล้วเค้าก็เป็นคนเด็ดขาดด้วย ต่อให้แกถามชักล้านรอบ พ่อก็ตอบแบบเดิม ”


“ ไม่จริง!! ” การินตะคอกจนผู้เป็นพ่อสะดุ้ง “ ผมไม่เชื่อ คนอะไรจะเริดเรอเพอร์เฟ็กขนาดนั้น ผมไม่เชื่อ!! ถ้าไม่มีพ่อไม่มีแม่ยัยนั้นจะเกิดมาได้ยังไง เกิดมาจากเงินรึไง พ่อตอบมาสิ.... ”


“ แกจะบ้ารึไง ใครจะเกิดมาจากเงินหะ ถ้าเด็กเกิดมาจากเงินได้ ฉันคงมีน้องให้แกเยอะเลยล่ะ ก่อนจะพูดอะไรช่วยคิดหน่อยสิลูก.. ” นรินทร์พูดอย่างเหนื่อยอ่อน ถ้ายังพูดจาอยู่แบบนี้ จะเมียได้มั้ยเนี่ยลูกเรา v_v


“ งั้นพ่อก็ตอบดิ เล่าเรื่องยัยนั้นที่พ่อรู้มาให้หมดเลยนะ เล่ามาให้ละเอียด เลยนะ เพราะผมไม่เชื่อว่ายัยนั้นจะมีปัญญาพอที่จะชื่อรถราคาแพงๆ ได้ ” 


“ ฟังนะ เรื่องมันเริ่มที่..................... ” นรินทร์เริ่มเล่าเรื่องของเด็กสาวผมม่วงเท่าที่รู้ให้ลูกชายฟัง


------------------------------------------------------------------------------------------------


แฮกๆๆๆ โอ้ยเหนื่อย โอ้ยย... วิ่งมาไกลขนาดนี้ หวังว่าคงจะไม่ตามมานะ นายหัวแดงนั้นน่ะ 


 มิติกายืนพิงราวเหล็กข้ามสะพานในสวนสาธารณะอย่างเหนื่อยหอบ เด็กสาววิ่งตัดสวนสาธารณะข้ามสะพานมาจนถึงกลางสะพาน ปลายทางคือบ้านของลัลทริมา แต่ตอนนี้มืดมากแล้ว และเธอก็เหนื่อยแบบสุดๆ จากการวิ่ง


“ ดื่มน้ำหน่อยมั้ย เธอดูเหนื่อยนะ ” 


“ ขอบใจ ” มิติกายื่นมือไปรับน้ำมาดื่มอย่างกระหาย ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ “ เฮ้ย! นาย... ตามมาทำไมเนี่ย ”


“ ก็บอกแล้วไง ว่าฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ และต้องได้คุยด้วย ” เชียรยิ้มมุมปาก “ ค่อยๆ เดินไปคุยไปดีกว่านะ จะได้ไม่เหนื่อย ” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปดึงแขนของมิติกาให้ค่อยเดินตาม ไม่ยอมปล่อยมือเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสาวล้มทับลงไปกองกับพื้น


“ เธอกับลัลทริมารู้จักกันหรอ ” ชายผมแดงถาม “ ฉันเห็นเธอชอบอยู่กับลัลทริมา เธอ... มีอะไรเกี่ยวข้องกับลัลทริมางั้นหรอ ”


“ ไม่มี เป็นแค่คนที่กำลังรู้จัก ส่วนนายกับฉันไม่รู้จักกันเลย ไอ้ศาสดาโรคจิต ” มิติกาชักข้อมือออกจากมือของชายหนุ่ม แต่ไม่ได้ผล เชียรยังจับมือเด็กสาวอย่างมั่นคง “ ปล่อยฉัน.. ฉันจะกลับแล้ว ฉันง่วง ปล่อยย ”


“ เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นศาสดา ”


“ ก็.. ไอ้เด็กแพนแพนบอกไง บอกว่าผู้ชายผมสีแดงน่ะโรคจิต ชอบบอกว่าตัวเองเป็นศาสดาบ้าบอ นิสัยแย่ ถึงขั้น เลว ทราม ชั่ว งี่เง่า ไร้สาระ ทำตัวเก็กเหมือนหล่อตลอด พูดแบบเนี่ยเลย แบบนี้แหละ ” แบบนี้จริงๆ นะ แต่เพื่อความอร่อยเหาะ ขอใส่สีตีไข่เติมเกลือไปสักนิด


“ เธอแน่ใจนะว่าไม่ได้เติมแต่งคำพูดเพื่อด่าโดยเฉพาะ ” 


“ แน่ใจสิ ฉันคัดมาทุกคำพูดที่ไอ้เด็กใต้ตาคล้ำบอกเลยนะ ” โทษทีนะการิน แกเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในเวลาเช่นนี้ “ แล้ว... นายไอ้การเป็นศาสดาเนี่ย มันเป็นยังไงหรอ รู้สึกยังไง ต้องทำอะไรบ้าง ” 


“ เธอจะรู้ไปทำไมล่ะ มันไม่จำเป็นเลยนิ จริงมั้ย ” ^.^ เชียรว่า ขยับยิ้มอย่างมีเลศนัย “ เรามาคุยธุรกิจกันซักหน่อยดีมั้ย สาวน้อย ”


“ ไม่ ปล่อยฉันนะ ” มิติกายังคงพยายามดึงมือออกจากชายหนุ่ม แต่ไม่สำเร็จดังเดิม


“ เรามาตกลงกันดีกว่า ถ้าเธอสามารถทำให้การินกับลัลทริมาแตกคอแยกทางกันได้ ไม่ว่าเธออยากได้อะไร ฉันก็จะหามาให้ทุกๆ สิ่งอย่าง ” ชายผมแดงยิ้มมุมปาก เหลือบมองไปทางเด็กสาวผมม่วงข้างๆ กาย


“ ทุกอย่างเลยหรอ ” มิติกาพูด “ จะหาให้ โดยไม่มีข้อแม้ใช่มั้ย แพงเท่าไหร่ หายากเท่าไหร่ หวงแหนจำเป็นเท่าไหร่ ก็จะหาให้จริงนะ ” 


“ จริงสิ ต่อให้แพงเท่าไหร่ก็ได้ เสื้อผ้าสวยๆ แพงๆ หรูๆ เป็นไง ” 


“ ไม่เอา ฉันเองก็มีปัญญาซื้อ ”


“ งั้น.. มือถือซักเครื่อง แพงๆ ไปเลย ดีมั้ย รุ่นล่าสุดเลย ”


“ ไม่เอา ไม่จำเป็น.. ของฉันก็มี ”


“ รถหรูๆ ใหม่ๆ ดีมั้ย ” 


“ ไม่อยากได้ รถสปอร์ตฉันก็ยังขับอยู่ ออกมาใหม่ๆ ด้วย ”


“ บ้านหลังใหญ่ๆ ซักหลังเลยเป็นไง เอาแบบวิวดีๆ เลย ” 


“ บ้านฉันเองก็อยู่ไม่ทั่วแล้ว ”


“ งั้น... เธอมีความฝันมั้ย ชอบดาราคนไหน อยากเป็นแฟนกับใคร เลือกมาเลย ฉันทำให้เธอสมหวังได้ บอกมาเลย ”


“ ไม่เอา...  ̄へ ̄ ”


“ งั้นเอาไปหมดเลย บ้าน รถ เสื้อผ้า มือถือ ของใช้ ผู้ชาย และเงิน ดีมั้ยสาวน้อย ”


“ ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอาซักอย่าง มีแต่ของไร้สาระ ฉันมีหมดแล้ว ” มิติกาทำหน้าบึ่งไม่พอใจกับข้อเสนอที่ไม่ถูกใจ


“ ผู้ชายด้วยหรอ ”


“ อือ.. ผู้ชายด้วย แค่กระดิกนิ้วก็มาแล้ว ไม่ต้องเรียกยากหรอกถ้าฉันอยากได้น่ะ ” 


“ แล้วเธอ... อยากได้อะไร ” ชายผมแดงหยุดเดินจ้องมองมิติกานิ่ง คำตอบจะถือเป็นข้อตกลง แต่หวังว่าคงจะไม่ขอสะเก็ดดาวจากทางช้างเผือกนะ เพราะคงต้องรออีกนานกว่าจะสร้างจรวดเสร็จ


“ ฉัน.... อยากได้.... ” มิติกาค่อยๆ ขยับยิ้มเลศนัย เด็กสาวค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ เข้าไปใกล้... ใกล้อีก... “ ท่านศาสดา ”


“ หะ... หา !! ” ชายหนุ่มยืนนิ่ง มองรอยยิ้มมีนัยแฝงของเด็กสาว นัยตาที่ดูไม่โกหก เธอ... “ พูดเล่นใช่มั้ย พูดเล่นรึเปล่า ”


“  อะ..555...ใช่... ฉันพูดเล่น นายคงไม่ได้เชื่อจริงๆ ใช่มั้ย ว่าฉันจะ... ” เด็กสาวยิ้มเลศนัย “ ฉันจะ... เอานายไปทำอะไรล่ะ จริงมั้ย หึ สิ่งที่ฉันอยากได้จริงน่ะ นายหามาให้ฉันไม่ได้หรอก ไม่มีวัน ”


“ ที่ว่าไม่มีวันนี้.. สิ่งนั้นคืออะไรล่ะ บอกมาสิ เผื่อฉันจะหาให้ได้ ” ชายหนุ่มมองหน้าเด็กสาวผมม่วงที่ทำหน้าหมองลง


“ ชีวิตนิรันดร์ ฉันอยากเป็นอมตะ ฉันอยากอยู่บนโลก เพื่อทำสิ่งต่างๆ ที่ฉันต้องการ แต่มันเป็นแค่เรื่องไร้สาระ หาเหตุไม่ได้... ” มิติกาว่า “ นายไม่มีวันหาอะไรให้ฉันได้หรอก ไม่มีวัน ไปเถอะ.. ไปหาทำธุรกิจกับผู้หญิงคนอื่นที่พูดง่ายๆ ไป ” เด็กสาวดึงมือให้หลุดจากมือของชายหนุ่ม แล้วก้าวเดินต่อ ตรงไปยังที่หมายเงียบๆ


ชายผมแดงมองตามร่างบางเจ้าของเรือนผมสีม่วงยาวที่เดินไปในความมืดมิดตามสะพานทอดยาว ชีวิตนิรันดร์งั้นหรอ หึ ถ้าได้มาง่ายๆ ความเป็นอมตะคงไม่มีค่า ตัวเค้าเอง กว่าจะได้สิ่งที่ต้องการมา ก็ต้องแลกมาด้วยสิ่งต่างๆ มากมาย ชายผมแดงค่อยๆ ขยับยิ้มเมื่อนึกถึงความความทรงจำเก่าๆ ที่ผ่านมา


“ โอ้ยย !! ” เสียงร้องทำให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ มันเป็นเสียงร้องที่เขาจำได้ เสียงของคนที่เขาต้องการจะใช้เป็นเครื่องมือ



“ โอ้ย!! ” เท้าของเด็กสาวชุ่มโชกไปด้วยเลือด ที่ฝ่าเท้ามีตะปูแหลมปักอยู่ เลือดสีแดงข้นไหลออกมาตามรอยแผล วันนี้ต้องเป็นวันที่ซวยปรมแน่ๆ เลยสำหรับเธอ มิติกานั่งลงดึงตะปูออกจากฝ่าเท้าอย่างไม่กลัวเจ็บ ความเจ็บแค่นี้ไม่เคยคะนามือเธอเลย แต่ตอนนี้... เธอจะทนเจ็บ ทนอยู่แบบมนุษย์ธรรมดาๆ ไปซักพัก เพราะเธอได้เจออะไรสนุกๆ แล้ว


“ ให้ตายสิ.. ” มิติกาสบถกับตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้น ค่อยๆ เดินเกาะราวเหล็กไปตามทาง ความเจ็บแค่นี้อาจไม่คะนา แต่... ปล่อยให้ตัวเองเจ็บนานๆ มันก็ไม่ดีเท่าไหร่ ตอนนี้เลือดก็ไหลพลั่งพรูออกมาไม่หยุด สงสัยเธอคงจะต้องสมานแผลแล้ว แต่.. ขอนั่งพักสักแป๊ปก่อน


“ มีอะไรให้ฉันช่วยมั้ย สาวน้อย ” เชียรยืนมองมิติกานิ่ง ก็เห็นของเหลวข้นไหลจนเต็มฝ่าเท้า “ ซุ่มซ่ามจังเลยนะเธอหน่ะ มานี่สิ ”


“ ไม่... !! ” มิติกาอุทาน ขยับเท้าที่เหยียบตะปูหนีชายหนุ่ม แต่ก็มีผ้าบางๆ จากมือหนามาซับเลือดไว้ก่อน “ โอ้ย.. เจ็บ... π_π ” 


“ เจ็บ ก็ต้องทน เพราะถ้าไม่รีบห้ามเลือด เธอได้เจ็บกว่านี้แน่ ” ชายผมแดงว่า “ เราควรจะรู้จักกันนะ ฉัน... เชียร เธอล่ะ ”


“ ฉัน.. มิติ มิติกา พอแล้วฉันเจ็บ ” เด็กสาวพยุงตัวลุกขึ้น พยายามค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้า แต่ก็รู้สึกถึงเท้าที่ไม่แตะพื้น “ ว้ายยย!!! ”


 ชายหนุ่มซ้อนตัวมิติกาขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ดูจากสภาพตอนนี้เด็กสาวคงจะฝืนเดินได้อีกไม่ไกล และถ้าเธอเป็นอะไรไป ตัวเขาก็จะไม่มีใบเบิกทางเข้าไปหาการินได้ และแผนที่จะทำพิธีกรรมของเขา ก็จะยากขึ้นหลายเท่า เพราะงั้น... คงต้องลงทุนกันหน่อย


“ ปล่อยฉันลงนะ ” มิติกาเริ่มดิ้นและโวยวาย ไม่เคย ไม่เคย เด็กสาวไม่เคยโดยไอ้บ้าที่ไหนแตะเนื้อต้องตัวมาก่อน (ยกเว้นพ่อ) เด็กสาวจึงพยายามดิ้นมากขึ้น


“ หยุดดิ้นแล้วบอกฉันมาซะ เธอจะให้ฉันไปส่งที่ไหน ” 


“ ไม่ต้องไปส่งหรอก ปล่อยฉันเถอะ ปล่อยฉันลง ปล่อยๆๆ ” มิติกาดิ้น พยายามทำให้เชียรปล่อย แต่ก็เปล่าประโยชน์ ชายหนุ่มกลับค่อยๆ ขยับยิ้มมุมปาก และก้มหน้าลงมาใกล้เด็กสาว กระซิบเบาๆ “ หยุดดิ้นซะเถอะ เธอรู้รึเปล่า ยิ่งเธอดิ้นมากเท่าไหร่ ไอ้อะไรต่อมิอะไรของเธอหน่ะ มันมาเสียดสีตัวฉันตลอด เพราะงั้น... หยุดดิ้นดีกว่านะ ”


“ อะ... ไอ้โรคจิต ... !!! ” เด็กสาวว่า แต่ก็หยุดดิ้นอยู่ในความสงบ


“ เธอจะให้ฉันไปส่งที่ไหนดีล่ะ ” 


“ บ้าน... ลัล-ทะ-ริ-มา ” เด็กสาวตอบเบาๆ แล้วปิดปากเงียบ เมื่อเชียรเริ่มก้าวเท้าเดินไปตามทาง ซึ่งมิติการู้ว่าปลายทางคือ.. บ้านลัลทริมา


 ------------------------------------------------------------------------------------------------


“ สรุปง่ายๆ ก็คือ พ่อกับแม่ของยัยนั้นตายตั้งแต่ยัยนั้นยังเด็กๆ โดยไม่รู้สาเหตุ ไม่สิ มีแค่ยัยนั้นที่รู้ และยัยนั้นก็ดันเป็นคนหัวธุรกิจมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะงั้นก็เลยสู้ชีวิต หาเงินสร้างตัวเองมาได้สินะ หึ ” การินวิเคราะห์เรื่องราวที่ฟังจากนรินทร์อย่างถี่ถ้วน


“ ใช่แล้ว แล้วแกถามพ่อทำไมหรอ แกจะทำอะไร ” 


“ เรื่องของผมน่า ” การินว่า แล้วรีบเดินออกจากห้องนั่งเล่น ไปที่ห้องนอนของตน พร้อมกับบ่นพึมพำไปด้วย.. ยัยคิงคองหัวม่วง ก็ค่อนข้างที่จะน่าไว้ใจให้เป็นคนเฝ้ายัยโง่ เวลาที่ฉันไม่อยู่ ก็พอโอเค


“ อะไรของไอ้ลูกคนนี้หว้า ” นรินทร์เกาทายทอยแกรกๆ ด้วยความงุนงงกับท่าทีของลูกชายตัวดีของเขา “ นับวัน ยิ่งทำแต่อะไรแปลกๆ ” 



••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••


สะ..สะ...สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาอยู่กับ P'Night อีกแล้ว และการิน ปริศนามายาอัตตานิรันดร์ กับการตัดบทที่.... 


อะ... ช่างมันเถอะ วันนี้พีก็มาลงนิยายเช้าเลยนะคะ พอได้ตื่นแล้วก็เลยมาลงนิยายดีกว่านอนต่อ ทุกคนสบายดีกันมั้ย... พีไนท์ยังสบายดีอยู่.. ต่อจากนี้ก็ขอให้นักอ่านรักษาสุขภาพด้วยนะคะ 


ถ้าชอบก็อ่านกันเยอะๆ มีอะไรติชมก็สามารถคอมเมนท์กันได้นะ  ณ ตอนนี้ก็ตัวก่อน บายยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #54 Haruna (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 05:59

    ความรู้สึกของนายที่มีต่อลัล ยังไงมันก็ปิดไม่มิดแหละนะการินเอ้ยยย ฝั่งทางเชียรและมิติกาก็แอบฟินเบาๆ เหมือนกันนะคะ ^^

    #54
    0