(fanfic) ปริศนามายา อัตตานิรันดร์

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1: เด็กสาวผมม่วง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    7 มิ.ย. 63


วันนี้เป็นวันหยุดที่อากาศดี และฉันก็ไม่ได้ทำอะไร เลยตามน้าโรสมาด้วย แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอกับ...


                       ••• เชียร •••

  ------------------------------------------------------------------------------------------------ ☆

 วันนี้เป็นวันหยุดที่อากาศดี ลัลทริมาและโรสวดีสองน้าหลานขับรถเพื่อไปเจอกับใครคนหนึ่ง ที่โรสวดีนัดเอาไว้

“ น้าโรสค่ะ คนสำคัญมากที่น้าโรสว่า เค้าสำคัญยังไงหรอค่ะ ” ลัลทริมาถาม เพราะตั้งแต่ออกมาจากบ้าน น้าสาวของเธอก็บอกเพียงแค่ว่า จะพาไปพบคนสำคัญมากๆ

“ เดี่ยวก็รู้จ๊ะลัล อีกนิดก็ถึงแล้ว ” โรสวดีว่า “ แล้วลัลอยู่ที่นิศาพานิช มีความสุขมั้ยจ๊ะ ”


“ ค่ะ :) ” ลัลทริมาตอบยิ้มๆ ตั้งแต่เด็กสาวอยู่ที่นิศาพานิชมา ก็มีเอมและนีเป็นเพื่อน ทำให้เธอมีความสุขและรู้สึกถึงชีวิตแบบเด็กธรรมดา ถึงแม้บางทีจะถูกการิน ลากไปเกี่ยวพันกับเรื่องน่ากลัวก็เถอะ แต่มันก็ไม่บ่อยที่จะมีเรื่องราวน่ากลัว เพราะคงไม่มีใครที่ขยัน ลุกขึ้นมาจัดพิธีกรรมอาถรรพ์ทุกๆ วัน


“ ว่าแต่ มีหนุ่มน้อยคนไหนมาจีบหลานน้าบ้างรึยังน้าาา ” โรสวดีแซวหลานสาวที่รัก


“ ไม่มีหรอกค่ะ ” ลัลทริมาตอบ ก็นอกจากการิน ก็ไม่มีใครเข้ามาหาเธอเลย และเธอคิดว่าอย่างการินก็ไม่เหมาะที่จะคิดอะไรด้วย


 สักพักรถก็มาจอดที่หน้าร้านเบเกอร์รี่ร้านหนึ่ง โรสวดีพาลัลทริมาเดินเข้าไปในร้าน เดินไปที่โต๊ะโต๊ะหนึ่ง ที่มีใครคนหนึ่งนั่งรออยู่ คนคนนั้นมีเรือนผมสีแดง ที่ดูคุ้นตา ...


..........หวังว่าคงจะไม่ใช่...



“ สวัสดีค่ะอาจารย์ ” โรสวดีส่งเสียงทัก ชายเรือนผมแดงหันมายิ้มให้คนทั้ง 2 แต่เด็กสาวไม่ชอบรอยยิ้มนั้นเลยสักนิด รอยยิ้มของชายผู้วางแผนในเรื่องต่างๆ


“ เชียร ” ลัลทริมาอุทาน 


“ เชียนที่ไหนจ๊ะลัล นี่อาจารย์วิทูร คนที่น้าบอกว่าสำคัญไง ” โรสวดีว่า พลางดึงแขนลัลทริมาให้นั่งลง “ สวัสดีอาจารย์สิจ๊ะลัล อาจารย์วิทูรเป็นคนแนะนำให้น้าพาลัลไปเข้าเรียนที่นิศาพานิชไงจ๊ะ ”


เชียรยิ้มเลศนัยส่งให้กับเด็กสาว ลัลทริมาก้มหน้าลงหลบสายตาชายหนุ่มทันที


กริ๊งๆๆ เสียงมือถือของโรสวดีดังขึ้นมาขัดจังหวะพอดี หญิงสาวจึงหยิบมือถือขึ้นมารับ ก่อนจะเดินออกไปคุยที่อื่น


“ ว่าไง ลัลทริมา ” เชียรเอ่ยขึ้น “ ตกใจที่เห็นฉันขนาดนั้นเลยหรอ แล้วการินไปไหนซะล่ะ ”


“ นายนัดฉันกับน้ามาพบทำไม นายต้องการอะไรกันแน่ ” เด็กสาวถามขึ้น ไม่ว่าเชียรมีแผนอะไร แต่เธอไม่ต้องการที่จะให้น้าเธอเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย


“ ไม่ใช่น้าเธอ แค่เธอ สาวน้อย ” ชายหนุ่มยิ้มมีนัยแฝงปกปิด


โรสวดีเดินมาหาลัลทริมา ก่อนจะบอกข่าวร้ายให้แก่ลัลทริมาได้รู้ 

“ ลัลจ๊ะ น้ามีงานด่วนเข้ามา หนูรออยู่ที่นี่ก่อนสักพักนะ เดี่ยวน้าจะรีบกลับมารับ งั้นน้าไปก่อนนะ ขอตัวก่อนค่ะอาจารย์ ”


“ น้าโรส ” ลัลทริมาลุกขึ้นเดินตามมาที่หน้าร้าน แต่ได้เพียงท่าทางโบกมือลาของน้าสาว และโรสวดีก็ขับรถออกไป


“ ฉันบอกแล้ว ว่าแค่เธอ ” เชียรเดินตามมาเงียบๆ พูดขึ้น “ อันที่จริงฉันก็ไม่อยากจะตัดหน้าใครหรอกนะ แต่มันจำเป็นต้องทำ ”


“ นายจะทำอะไรฉัน ” 


“ ก็เอาเธอไปทดลองอะไรบางอย่าง ที่ให้การินรู้ไม่ได้ไงล่ะ ” เชียรว่า จ้องมองไปยังลัลทริมา เด็กสาวถอยหลังสองสามก้าว ก่อนจะวิ่งหนีออกนอกร้านไป หวังว่าจะมีทางรอดสักทางหนึ่ง “ หนีได้หนีไป เธอไม่มีวันหนีฉันพ้นหรอก... ลัลทริมา ”



แฮกๆๆ แฮกๆๆ 


ลัลทริมาวิ่งตึกๆ มาจนถึงที่ไหนสักแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากละแวกที่เด็กสาววิ่งหนีมาสักเท่าไหร่ ลัลทริมาวิ่งมาสักพักจนเริ่มหมดแรงจึงหยุด และหันหลังไปดู.. ก็พบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีใครตามเธอมา


แต่.......

..... ยังวางใจไม่ได้


เด็กสาวยังไม่ไว้วางใจอะไร จึงหันหลังหวังจะวิ่งต่อไปอีกให้ไกลยิ่งขึ้น แต่.... ก็พบกับร่างสูงของชายผมแดงยืนขวางทางอยู่


“ เชียร ” ลัลทริมาอุทาน


“ เธอหนีฉันไม่พ้นหรอกสาวน้อย แต่ถ้าฉันไม่พาเธอไปตอนนี้ ก็คงไม่มีโอกาสที่ดีกว่านี้แล้ว ” เชียรว่า เอื้อมมือไปคว้าแขนเด็กสาว แต่ลัลทริมาหลบและถอยหลังหนี ก่อนออกวิ่งทันทีโดยไม่ทันหันไปมองทาง


“ โอ้ยย ” เด็กสาวชนกับบางอย่างจนล้มตะครุบกบลงกับพื้นอย่างไม่ตั้งใจ รู้สึกเจ็บที่เข่าแปลบๆ ร่างกายก็เริ่มเหนื่อยอ่อนเกินกำลังจะลุกขึ้นวิ่งต่ออีก จึงนั่งยอมรับความจริงอยู่ตรงนั้น


“ เธอจะนั่งอยู่บนพื้นทำไมหน่ะ ” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับมือขาวเนียนนุ่มยื่นมาตรงหน้าลัลทริมา “ รีบลุกขึ้นมาสิ ”


ลัลทริมามองฝ่ามือเนียนนั้นสักพัก เงยหน้ามองเจ้าของมือที่เด็กสาววิ่งมาชนอย่างไม่ตั้งใจ


  อึ่ง... 0_0;!


 เจ้าของมือเนียนคือ.. เด็กสาวคนหนึ่ง เด็กสาวที่มีหน้าตาสะสวย ผิวสีขาวเนียนราวหิมะ ดวงตาคมกลมโต ขนตายาวพอดีงอนงาม นัยตาสีนิลม่วงรัตติกาล ริมฝีปากสีแดงโลหิต ผมสีม่วงอมแดงยาวสยายไปจนถึงสะโพก อาจเลยนิดๆ มี... กิ๊บ ใช่มันคือกิ๊บ กิ๊บหัวกะโหลก มีถักเปียเล็กๆ ป่ายไปบรรจบกันด้านหลัง หุ่นดีมาก สูงมาก ดูจากผิวพรรณที่เปล่งปลั่งดุจไข่มุกนั่นแล้ว ก็รู้ได้เลยว่า เธอต้องดูแลตัวเองตลอดแน่


“ เอ้า ลุกขึ้นมาสิ ” เสียงของเด็กสาวผมม่วงดังขึ้น ลัลทริมาจึงได้สติหลังจากเหม่อมองใบหน้างามนั้นตั้งหลายนาที ลัลทริมายื่นมือจับมือนุ่มของเด็กสาวผมม่วง ก่อนจะลุกขึ้นมายืน


“ ขอโทษค่ะ ” ลัลทริมาว่า มองไปมองเชียรที่ค่อยๆ เดินตามใกล้เข้ามาอย่างหวาดกลัว


“ ซุ่มซ่ามจังนะเธอหน่ะ ทำท่าอย่างกับหนียักษ์หนีมารที่ไหนมางั้นแหละ ดูสิเข่าถลอกหมดแล้ว ” เด็กสาวผมม่วงว่าเสียงเรียบ เมื่อเห็นท่าทีของลัลทริมา


“ ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วยค่ะ ” ลัลทริมาตัดสินใจพูด เมื่อเห็นว่าเชียรเดินมาใกล้แล้ว “ ช่วยพาฉันหนีให้พ้นจากผู้ชายผมแดงคนนั้นที ” ลัลทริมาว่าแล้วชี้ให้เด็กสาวผมม่วงดูชายที่กำลังเดินมาใกล้


“ ทำไม ? ” เด็กสาวผมม่วงถาม “ ไอ้หมอนั้นมันจะไล่ปล้ำเธอรึไง ” 


ลัลทริมาอึ่งไปกับการคาดเดาของเด็กสาวตรงหน้า แต่ไม่มีทางเลือก เด็กสาวจึงเออออไปก่อน


“ งั้นตามมาสิ ” เด็กสาวผมม่วงว่า ก่อนจะเดินนำลัลทริมาไปที่รถสปอร์ตราคาแพงที่จอดอยู่ 



“ โชคช่วยอีกแล้วสินะ ” เชียรรำพันเบาๆ มองไปยังรถสปอร์ตสีดำที่ลัลทริมาขึ้น แต่ชายหนุ่มไปทันได้มองเจ้าของรถ จึงไม่รู้ว่าใคร


“ ว่าแต่ใครกันนะ ที่เข้ามาช่วยเธอได้ในครั้งนี้ ” ชายหนุ่มยิ้มเลศนัย ก่อนจะเดินไปตามทาง เมื่องานวันนี้พลาด ก็มีแต่ต้องคิดแผนต่อ

..........

.....


“ ว่าแต่.. เธอทำไมถึงไปเจอกับไอ้หมอนั้นได้ล่ะ ดูจากท่าทีแล้วไอ้หมอนั้นไม่น่าจะใช่พวกโรคจิต ที่จะไล่ปล้ำเธอได้นะ ” เด็กสาวผมม่วงว่า เหลือบมองลัลทริมาที่นั่งเงียบอยู่ ท่าทีกลัว


“ คุณรู้ได้ยังไงหรอคะ ว่าคนไหนเป็นโรคจิตหรือไม่เป็น ” ลัลทริมาหันไปถาม เพราะดูเด็กสาวผมม่วงเหมือนจะรู้ว่าเชียร ไม่ได้ไล่ปล้ำเธออย่างที่เธอบอก


“ ดวงตาไง ” เด็กสาวผมม่วงตอบเสียงเรียบ “ ดวงตามันจะสื่ออารมณ์ต่างๆ ออกมา เหมือนตอนนี้ ดวงตาของเธอขุ่นมัว กลัวบางสิ่งบางอย่างอยู่ ใช่มั้ยล่ะ ”


“ อะ.. ” ลัลทริมาก้มหน้านิ่ง ใช่ เธอกลัว กลัวว่าเชียรจะเอาเธอไปทดลองในพิธีกรรมของเขา


“ เธอจะให้ฉันไปส่งที่ไหน ” เด็กสาวผมม่วงถามเสียงเรียบเฉย 


“ ส่งที่ ........... ” 


..... 


 ไม่นานก็ถึงบ้านของลัลทริมา เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท เธอจึงชวนเด็กสาวผมม่วงเข้ามาในบ้าน กินน้ำกินท่าก่อน


“ ขอบคุณมากค่ะที่มาส่ง ” ลัลทริมาพูด “ ฉันชื่อ ลัล ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ แล้วคุณ ”


“ มิติ.... มิติกา ” เด็กสาวผมม่วงตอบเสียงเรียบ พร้อมกับรอยยิ้มเย็น มิติกา หรือ มิติ คือชื่อของเธอ


“ มิติสินะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ แต่มิติมาส่งฉันไกลขนาดนี้ ถ้ากลับบ้านค่ำ พ่อแม่ของมิติต้องว่าแน่ๆ เลย ขอโทษด้วยนะ ” ลัลทริมาว่า ยิ้มให้มิติกา


“ ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่มีพ่อไม่มีแม่ให้ด่าฉันอยู่แล้ว ” มิติกาตอบเสียงเรียบเฉย ราวกับไม่รู้สึกอะไร “ แล้วก็ไม่มีใครด่าฉันได้ด้วย ”


“ ขอโทษนะ ที่พูดเรื่องพ่อแม่ ” ลัลทริมาก้มหน้าลง ด้วยความรู้สึกผิด กลัวว่ามิติกาจะโกรธ


“ ฉันไม่โกรธหรอก มันเป็นเรื่องธรรมดาของโลกอยู่แล้ว คนเราทุกคนเกิดมา ต้องยอมรับเงื่อนไขข้อนี้ให้ได้อยู่แล้ว ไม่มีใครต่อรองกับความตายได้หรอก ” มิติกาว่าเสียงเรียบ “ แม้แต่พระเจ้า ก็มีวันสิ้นอายุขัยเหมือนกัน เพราะงั้นก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่... ยอมรับมันก็พอ ”


ลัลทริมามองหน้ามิติกานิ่ง เหมือน คำพูดดูราบเรียบในแง่ความเป็นจริง เหมือนกับที่การินชอบพูด แตกต่างตรงที่ การินมักจะพูดเพื่อบังคับเธอ ส่วนมิติกา พูดเพื่อสอน และวิธีพูดของมิติกา ก็ดูน่าฟังกว่า


“ แล้วเธอยัยหนู บ้านเงียบ ของน้อยแบบนี้ อยู่คนเดียวหรอ ” มิติกาถาม ลัลทริมาอึกอักลังเลที่จะตอบอยู่สักพัก เสียงใจก็สั่งให้บอก บอกไปเลย


“ อืม.. พ่อแม่ของฉัน ท่านเสียแล้ว ฉันก็เลยต้องอยู่คนเดียวน่ะ บางทีน้าโรสก็จะมาเป็นครั้งคราว ” ลัลทริมาว่า “ แล้วมิติล่ะ อยู่คนเดียวตลอดเลยหรอ ไม่เหงาหรอ ”


“ ก็... ไม่เสมอหรอก แล้วฉันก็ไม่เคยเหงาด้วย ” มิติกาตอบ


“ ไม่เหงา แปลกจังเลยนะ ปกติเวลาอยู่คนเดียว ก็มีแต่คนบอกว่าเหงา อยากมีเพื่อนทั้งนั้น เค้าว่ากันว่าถ้าอยู่คนเดียวมันไม่สนุก ” ลัลทริมาว่า เพราะเองก็เหงาที่ไม่มีเพื่อน ต้องอยู่บ้านคนเดียว


“ มันก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเธอจะใช้ชีวิตยังไง มีวิธีคิดยังไง ถ้าอยู่คนเดียว แล้วคิดฟุ้งซ่าน ใช้ชีวิตได้เหี่ยวเฉาเอามากๆ ในแต่ละวัน มันก็ไม่มีความสุขหรอก เพราะงั้นถึงต้องหาความสุขประเคนให้ตัวเองบ้างไง ” มิติกาพูดทีเล่นทีจริง


“ แล้วมิติล่ะ ความสุข สนุกในชีวิตของมิติคืออะไร ” ลัลทริมาถาม เธอเองก็อยากรู้เหมือนกัน


“ ความสุขของฉันหรอ หึ การเห็นสิ่งที่ฉันลงทุนทำ มันเกิดผลสำเร็จหน่ะ ส่วนความสนุก ตั้งแต่อยู่บนโลกมา 18 ปี ความสนุกของฉันก็มีแค่ การได้ทำอะไรที่ฉันชอบเท่านั้นแหละ ” มิติกาว่า “ แล้วเธอล่ะ สิ่งที่ทำให้มีความสุขคืออะไร ”


“ สิ่งที่ทำให้ฉันมีของสุขก็คือ การได้เห็นคนรอบข้างมีความสุข ” ลัลทริมาว่า ฉีกยิ้มบางๆ อย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงรอยยิ้มที่ผ่านมาของเพื่อน น้าสาวของเธอ พ่อแม่ และพี่ชายของเธอ



 อีกด้านที่มุมของประตูบ้าน โรสวดีมองดูลัลทริมาและเด็กสาวผมม่วงอีกคนที่นั่งคุยกันอยู่ นานแล้วที่เธอไม่ได้เห็นรอยยิ้มน่ารักๆ นั้นของหลานสาว ตั้งแต่เกิดเรื่องต่างๆ ที่ผ่านๆ มา การเห็นรอยยิ้มที่มาจากความสุขจริงๆ ของลัลทริมา ก็เห็นได้ยากขึ้น มีเพียงรอยยิ้มเฝื่อนๆ ฝืนยิ้ม แต่วันนี้เธอได้เห็นมันอีกครั้ง ถ้าเป็นไปได้ โรสวดีก็อยากเข้าไปถ่ายรูปเก็บไว้ไปซะเลย ให้มันรู้แล้วรู้รอด


“ มิติอายุ 18 ปีใช่มั้ย ” ลัลทริมาเปลี่ยนเรื่องถาม เพราะเมื่อกี่ถูกถามอะไรบางอย่าง 


“ ใช่ ทำไมหรอ จะตีเลขรึไง ” มิติกาว่า น้ำเสียงราบเรียบ แต่ก็พอรู้ว่าแค่พูดเล่นไม่จริงจัง


“ เปล่านะ ถ้ามิติอายุ 18 ก็แปลว่ามิติเป็นรุ่นพี่ฉัน งั้นฉันขอเรียกมิติว่าพี่ก็แล้วกันนะ ” ^_^ 


“ เรียกอะไรก็ตามใจเธอเถอะ ฉันขอตัวไปหาโรงแรมนอนดีกว่า ถ้าค่ำเดี่ยวไม่มีที่นอน ” มิติกาว่า ก่อนจะลุกเดินไปยังประตูบ้าน บังเอิญเหลือบเห็นใครคนหนึ่ง ที่ยืนแอบอยู่ตรงประตู แม้จะเห็นแต่เด็กสาวก็ทำเป็นไม่เห็นเดินออกไปขึ้นรถเงียบๆ


 ลัลทริมาฉีกยิ้มมีความสุข นั่งอยู่บนโซฟาสีครีมนุ่ม นึกถึงตอนที่คุยกับมิติกาตอนนั้น ที่เด็กสาวขอเรียกมิติกาว่าพี่ เพราะเธอมีความรู้สึกว่า ทุกคำที่พูดคุยกัน เธอเหมือนได้คุยกับพี่สาวคนหนึ่งอยู่ และเธอคิดว่า ถ้ามีพี่สาวสักคนที่คอยมาพูดคุยกับเธออยู่แบบนี้ คงจะดีมาก


“ ลัล ” เสียงของโรสวดีแทรกเข้าไปในความคิดของเด็กสาว ลัลทริมาหันมายิ้มให้น้าสาวทันที “ ทำไมกลับมาบ้านก่อนน้าล่ะจ๊ะ ” 


“ คือว่ะ.. ”


“ ดีนะที่อาจารย์โทรมาบอกก่อน ว่าหนูลัลกลับมาบ้านแล้ว ไม่งั้นน้าคงได้ไปวุ่นหาหนูที่นั้นแน่ๆ เลย ว่าแต่.. เด็กผู้หญิงเมื่อกี้นี้ใครหรอจ๊ะ สวยเกินหน้าเกินตาน้าจัง ” โรสวดีพูดทีเล่นทีจริงจนลัลทริมาแอบขำเบาๆ


“ อ๋อ.. พี่เค้าเป็นคนมาส่งหนูเองแหละค่ะ ชื่อมิติกา ” 


“ มิติกาหรอจ๊ะ สวยมากเลยเนอะ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนสวยกว่าน้าอีก แต่หนูลัลดูจะชอบนะ ” โรสวดีว่า


“ พี่มิติใจดีค่ะ แล้วก็พูดน่าฟังด้วย หนูชอบมากเลยแหละค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะได้เจอพี่เค้าอีกไหม ” 


“ น้าเชื่อว่าต้องเจอจ๊ะ เอ๋.. งั้นเย็นนี้เราทำอะไรกินกันดี หรือหนูอยากไปทานข้าวร้านไหน ” โรสวดีว่า หวังจะเลี้ยงให้เต็มที่


“ กินอะไรก็ได้ค่ะ... ^.^ ” 

........

...


••• ʕ•ﻌ•ʔ ••


»» The Hotel - M


ที่โรงแรมหรูไม่ไกลจากโรงเรียนนิศาพานิชเท่าไหร่ มีผู้คนมากมายล้วนเข้ามาพักอาศัยที่นี่ โรงแรมมีทั้งหมด 99 ชั้น และชั้นที่ 99 จะมีห้องอยู่ห้องเดียว ห้องนั้นจึงกว้างและใหญ่กว่าห้องชั้นอื่นๆ


ณ ห้อง M1980 - VIP


 ร่างบางนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้หนังเสือขาวราคาแพงระยับ จิบไวน์องุ่นราคาแพงไม่น้อยหน้า ชมวิวเมืองผ่านหน้าต่างใสอย่างสุขุม


ห้อง M1980 - VIP เป็นห้องเดียวซึ่งอยู่บนชั้นที่ 99 ของโรงแรม เป็นห้องพิเศษสร้างไว้สำหรับเจ้าของพักผ่อนโดยเฉพาะ และโรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมในเครือวัชรจินดา เจ้าของโรงแรมคือ มิติกาเด็กสาวที่นั่งจิบไวน์อยู่


ถ้าเอาตามความจริง มิติกาไม่ชอบมาในละแวกนี้ เด็กสาวเห็นว่าละแวกนี้มีแต่เรื่องน่าเบื่อ วุ่นวายและดูไม่น่าสนุกเลย v_v... 


... แต่ใครจะไปคิด ว่าการมาครั้งนี้ของเธอ เด็กสาวจะได้มาเจอะเจอกับอะไรดีๆ เข้า


           •••• ญาณอาถรรพ์ ••••


 แต่น่าเสียดาย ที่ผู้มีมันกลับไม่เห็นค่า และไม่ต้องการมัน ก็ช่างมันเถอะนะ เพราะทุกอย่าง มีเหตุผลในตัวมันเองอยู่แล้ว 


------------------------------------------------------------------------------------------------


จิ๊บๆๆ


นกร้องในยามเช้า ลัลทริมาเดินเข้ามาในโรงเรียนนิศาพานิชแต่เช้าเหมือนเคย เด็กสาวเดินมานั่งที่โต๊ะตัวประจำ เพื่อรอเพื่อนสาวอีก 2 คนที่ยังมาไม่ถึงโรงเรียน ‘เอมิกา’ และ ‘มัณฑินี’ 


ในขณะที่นั่งมองนั่นมองนี่เพลินๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นใครคนหนึ่ง ที่กำลังเดินผ่านมา


“ พี่มิติค่ะ ” ลัลทริมาส่งเสียงเรียก ไม่นานเจ้าของชื่อก็เดินมาถึง และนั่งลงโต๊ะฝั่งตรงข้าม


“ เธอเรียนที่นี่งั้นหรอ ยัยหนู ” มิติกาถาม วันนี้เด็กสาวมาทำธุระบางอย่าง แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอลัลทริมาที่นี่ได้


“ ค่ะ เอ่อ.. แล้วพี่มาที่นี่ทำไมหรอคะ บังเอิญจังเลย ” ^_^


“ ฉันมาติดต่อขอเรียนที่นี่ชั่วคราวหน่ะ ว่าแต่ห้อง ผอ. อยู่ทางไหนหรอ ฉันต้องไปรายงานตัว แต่หาห้อง ผอ. ไม่เจอ ” มิติกาว่าเสียงเรียบ แต่ก็ดูไม่เคร่งเครียด


“ งั้นฉันจะพาไปค่ะ ” ลัลทริมาขันอาสา แล้วรีบลุกเดินนำมิติกาไปที่ห้อง ผอ. ทันที


ตลอดทางที่เดินไป ลัลทริมาก็ชวนมิติกาคุยบ้าง เพื่อกลบเสียงวิพากษ์วิจารณ์เธอ แต่ดูจะไม่ค่อยได้ผลอะไรเท่าไหร่ จากแค่ว่าเธอ ก็ลามไปถึงมิติกาด้วย 


‘ ดูสิ ยัยแม่มดมากับใครหน่ะ คนข้างๆ สวยอย่างกับนางฟ้าแน่ะ ’


‘ อูยตาย ยัยแม่มดไปลากเอาใครมาหน่ะ เห็นสวยๆ แบบนั้นเป็น ปีศาจแหงๆ ’


‘ ยัย.. บลาๆๆๆๆๆๆๆ ’



 ไม่นานลัลทริมาก็พามิติกาเดินมาถึงห้อง ผอ. ได้สำเร็จ แต่ก่อนจะเข้าไป มิติกาก็หันกลับมาสั่งกับลัลทริมาก่อน ...

“ รอฉันก่อนล่ะ ลัลทริมา ”


 Σปัง...  


 ประตูห้อง ผอ. ปิดลง ลัลทริมาจึงยืนนิ่งรออยู่ตามที่มิติกาบอก ก็มีใครคนหนึ่งเดินมาข้างหลัง

“ ไง ยัยแม่มด วันนี้มีอะไรสนุกๆ อย่างนั้นหรอ ”


“ การิน 0_0;!! ” ลัลทริมาตกใจ ถอยหลังเดินหนีจากเด็กหนุ่มที่ยืนยิ้มขนลุกอยู่


“ วันนี้จะเอากี่ศพ กี่คดีล่ะ ยัยโง่ ” การินพูด มองลัลทริมาที่มีท่าทีเหมือนลูกแกะน้อยที่กลัวเขาอยู่


“ ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ นายอย่ามายุ่งกับฉันนะ ” ลัลทริมาว่า ถึงแม้จะหงุดหงิดที่ไม่มีอะไรสนุกๆ ในวันนี้ แต่พอเห็นท่าทีหวาดกลัวของลัลทริมา การินก็นึกอยากแกล้งขึ้นมา จึงเดินเข้าไปประชิดตัวเด็กสาวมากขึ้น แล้วค่อยก้มหน้าลงไปจน....


  Σ ปึง.. 


“ เฮ้ย.. !! ” มิติกาที่เดินออกมาจากห้องอุทานกับภาพที่เห็น ก่อนจะเข้าไปกระชากเด็กหนุ่มออกมาให้ไกลจากลัลทริมา และ...


.... พลัวะ


 ต่อยการินเข้าไปที่เป้าตาขวาเต็มๆ แรงไม่ออมซักเม็ด จนเด็กหนุ่มล้มลงไปกองกับพื้น และจะตามกระทืบซ้ำอีก แต่ผอ. นรินทร์ที่ออกมาพอดิบพอดี มาขวางเท้าเอาไว้ก่อน


 มิติกาจึงหันมาคว้าเอาข้อมือของลัลทริมาเดินหนีไปที่ห้องเรียน ระหว่างทางเดินไปที่ห้อง จึงพูดคุยกันไปด้วย


“ เธอปล่อยให้ผู้ชายเข้าใกล้ขนาดนั้นได้ยังไง ทำไมไม่พลักออก รู้มั้ยว่าถ้าใกล้มากกว่านั้น แล้วเธอไม่สู้เลย เธอโดยจูบแน่ ” มิติกาพูดสีหน้าเคร่งเครียด ดึงลัลทริมาให้เดินตาม


“ ฉันไม่รู้ ฉันสู้การินไม่ได้หรอก เค้าเป็นผู้ชายนะ ” ลัลทริมาตอบ พยายามก้าวตามมิติกาให้ทัน


“ เธอเห็นฉันต่อยมันเมื่อกี้มั้ยล่ะ ฉันก็ไม่ใช่ผู้ชายซักหน่อย ” มิติกาว่าเสียงเย็น “ ว่าแต่ไอ้หมอนั้นชื่อการินสินะ มันเป็นใคร ทำไมผอ. ต้องมาขวางทางเท้าแบบนั้น ”


“ การินเป็นลูกคนเดียวของผอ. นรินทร์หน่ะค่ะ ” ลัลทริมาว่า


“ ผิดหวังแทน ” มิติการำพัน “ เอาล่ะ ถึงห้องแล้ว เข้าไปกัน ”


 ยังไม่ทันที่ลัลทริมาจะได้ถาม เด็กสาวผมม่วงก็พลักหลังให้ลัลทริมาเข้าไปในห้อง พร้อมๆ กับมิติกา พอลัลทริมาและมิติกาเดินเข้าไป นักเรียนแทบทั้งห้องมองกันเป็นตาเดียว อย่างกับเห็นตัวประหลาดอะไรสักอย่าง


 ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ มากมาย


‘ ดูยัยแม่มดสิ พาใครมาอะ.. เป็นพวกแม่มดเหมือนกันรึเปล่า ’


‘ ใครนะ สีผมแปลกๆ มากับยัยแม่มดด้วย ต้องเป็นพวกสังคมรังเกียจเหมือนกันแน่เลย จะสาปใครอีกมั้ยนะ น่ากลัว.. ’


‘ บลาๆๆๆๆๆๆ ’


 ครูประจำวิชา เมื่อเห็นลัลทริมามาเข้าเรียนสายก็ดุไปนิดหน่อย พร้อมๆ กับเสียงความคิดที่วิ่งเข้ามาในหูของลัลทริมา ทำให้เด็กสาวหน้าซีดลง ซึ่งมิติกาก็สังเกตเห็น จึงเดินไปหาครูและพูดขึ้น


“ ฉันเป็นคนบอกให้ยัยนี่รอเองแหละ มีปัญหาอะไรรึเปล่า ” มิติกาว่าเสียงเรียบ นัยตาที่จ้องมองครูหญิงราวกับไม่ได้กลัวหรือเกรงใจเลย แต่มันแปลไปในอีกทางว่า ถ้ามีปัญหาเจอแน่


“ ไม่มีหรอก ลัลทริมา ไปนั่งที่สิจ๊ะ ” ครูหญิงพูดเสียงเบาลง เนื่องจากรู้ว่าเด็กสาวที่พูดต่อรองกับเธออยู่คือใคร 


แต่ดูเหมือนนักเรียนในห้องจะไม่รู้จัก จึงต่างพากันสงสัยในท่าทีของครูกันยกใหญ่ เพราะครูหญิงคนนี้ขึ้นชื่อว่าดุเอามากๆ 


 ลัลทริมาเดินมานั่งลงที่โต๊ะเรียนของเธอ พร้อมๆ กับมิติกาที่เดินไปนั่งที่โต๊ะ หลังห้องริมหน้าต่าง เมื่อกี้ลัลทริมาสังเกตเห็น ท่าทีที่มิติกาพูดกับครู เวลามิติกาพูดเมื่อกี้ มันเหมือน.. เจ้านายที่กำลังบีบบังคับให้ลูกน้องทำงานให้ นัยตาที่จู่ๆ ก็หน้ากลัวจับใจ ราวกับนางพญานั้น ทำให้คนที่เห็นต่างก็กลัวและทำตามที่เธอสั่ง


 เฮ้อ.. ถ้าฉันแข็งแกร่งได้ซักเสี่ยวของพี่มิติก็คงจะดี 


ลัลทริมาคิด หูก็ฟังครูสอนไปด้วย



   หึ เธอจะแข็งแกร่งลัลทริมา ถ้าเธอยอมรับสิ่งที่อยู่ในตัวเธอ


...


ทางด้านการิน ที่นั่งเอาน้ำแข็งประคบเป้าตาอย่างเคียดแค้นในห้อง ผอ.นรินทร์ จู่ๆ ก็พูดขึ้น


“ ยัยคิงคองนั้นเป็นใคร ทำไมถึงกล้ามาต่อยฉัน จับใจนัก ” การินสบถ แล้วต่อยไปที่ผนังข้างๆ


“ ก็แกไปทำอะไรแบบนั้นล่ะการิน ถ้าคนอื่นมาเห็น หนูลัลเค้าจะเสียหายนะ ” นรินทร์พูด 


“ อะไร ผมก็แค่แกล้งเล่นๆ เอง แต่ยัยคิงคองนั้นเล่นต่อยไม่ทันตั้งตัวเลย คอยดูเหอะ... ”  ̄へ ̄


“ แกห้ามทำอะไรหนูมิติแม้แต่ปลายเล็บเกี่ยวโดยเด็ดขาด ” นรินทร์พูดเสียงจริงจัง “ หนูมิติเค้ามีความสำคัญกับเรามาก เข้าใจมั้ย ”


“ ไม่เข้าใจ ยัยคิงคองสำคัญตรงไหน ทำไมผมจะทำอะไรยัยนั่นไม่ได้ ตอบมา ” การินถาม


“ หนูมิติเป็นผู้ร่วมหุ่นเดี่ยวกับโรงเรียนเรา และเป็นมาหลายปีแล้วด้วย เค้าไม่เคยทิ้งเรา เวลาที่โรงเรียนเรามีปัญหา เพราะงั้นอย่าริทำอะไรแผงๆ เชียว ”


“ หึ ไม่สน พ่อก็ไปคุยกับพ่อแม่ยัยนั้นสิ เห็นปกติก็ทำแบบนั้นไม่ใช่หรอ เวลาผมก่อเรื่อง ” การินพูด ดูท่าทางไม่สำนึกเลยสักนิด


“ เฮ้อ.. การินฟังพ่อนะ หนูมิติหน่ะ ตัวคนเดียว หาเงินเอง ตัดสินใจทุกสิ่งทุกอย่างเอง และ.. พ่อขอล่ะ ช่วยรักษาหุ่นคนนี้ไว้ด้วย ” นรินทร์ว่า


“ ยัยนั้นเป็นเลสเบี้ยนรึเปล่า ” 


“ หะ ?? ” 


“ ผมถามว่ายัยนั้นเป็นเลสเบี้ยนรึเปล่า พ่อบอกมาสิ ” การินถามเสียงเคร่งเครียด โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าถามไปเพื่ออะไร


“ อันนี้พ่อตอบไม่ได้หรอก ของแบบนี้ ต้องให้เจ้าตัวตอบเอง ” นรินทร์ตอบ แล้วลุกเดินออกจากห้องไป การินเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมตัวเองต้องกังวลขนาดนั้น


“ โธ่โว้ย .. ” การินสบถอย่างหงุดหงิแตัวเอง ก่อนจะเดินออกจากห้องไปยังที่ไหนสักแห่ง


.....


“ เอาล่ะ จบการสอนเพียงเท่านี้ แต่งานกลุ่มที่สั่ง ครูขอในอีก 2 วันนะคะ ต้องส่งให้ครบ ห้ามเลยวันด้วย ขอตัวก่อนนะจ๊ะนักเรียน ” ครูหญิงพูด แล้วเดินออกจากห้องไป 


เมื่อครูเดินพ้นประตูห้อง เสียงพูดคุยของนักเรียนในห้องก็ดังขึ้นทันที ยิ่งกว่านกกระจอกร้อง


“ เธอเป็นอะไรรึเปล่า หน้าซีดลงตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ” มิติกาถามเสียงเรียบ มองลัลทริมานิ่ง เพราะครูสั่งงานกลุ่ม ลัลทริมาจึงย้ายเก้าอี้มานั่งจับคู่อยู่กับมิติกา


“ เปล่าหรอกค่ะ แค่... ” 


“ สำออย ” เสียงของเด็กสาวผมสีนิลมัดหางม้าคนหนึ่งแทรกขึ้น เดินมาพร้อมกับเพื่อนสาวอีก 2-3 คน ตรงมาหา(เรื่อง)ลัลทริมา


“ อูย.. ขอโทษนะลัล พอดีฉันดันเป็นคนพูดตรง โทษทีนะ ” ศศิมา หรือ ศิ ลูกสาวเจ้าของห้างทองพระจันทร์ซึ่งตั้งขายอยู่ที่ห้าง The one m มีฐานะร่ำรวยพอตัว เป็นหัวหน้าแก๊งอันตพาลสาวประจำโรงเรียน และใช่ เธอไม่ชอบใครที่สวยกว่าเธอ


“ แนะนำเพื่อนให้รู้จักหน่อยสิจ๊ะ ลัล เราเองก็อยากรู้จักนะ ” ศิพูดจีบปากจีบคอจริตจก้าน “ ทำไมเงียบล่ะลัล กลัวว่าเราจะรู้ว่ายัยนี่เป็นพวกแม่มดแบบเธอหรอ ”


“ เปล่านะ มิติไม่ได้เป็นแม่มดนะ พวกเธอเลิกยุ่งกับเราได้แล้ว ” ลัลทริมาว่า แต่ทำยังไงก็ดูไม่น่ากลัว


“ เราไม่เชื่อหรอก จะหาพวกไปสาปใครต่อใครอีกล่ะสิ ฮ่ะๆๆ ” ศิพูด ก่อนจะหันไปหัวเราะกับเพื่อน เมื่อเห็นหน้าตาลัลทริมากำลังจะร้องไห้


“ ไม่ ” เสียงเรียบนิ่งแทรกขึ้น มิติกาหันมามองศิและพวก ด้วยสายตาเย้ยหยัน “ ฉันไม่ใช่แม่มด ”


“ ใครจะไปเชื่อ พวกแม่มดแบบพวกเธอ ไม่ควรจะอยู่ในนิศาพานิชกับพวกเรา ” ศิพูด กลบเกลื่อนความกลัว ที่เกิดขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ


“ ฟังให้จบก่อนสิ ฉันไม่ใช่แม่มด แต่เป็นยิ่งกว่านั้น ” มิติกาพูดเสียงเรียบเย็น ลุกขึ้นมายืนประจันหน้ากับศิ แต่ด้วยความที่มิติกาสูง สูงกว่าศิเอามากๆ เด็กสาวจึงก้มลงมาพูดเบาๆ “ ฉันน่ะ เป็นปีศาจ และฉันกฌชอบกลิ่นคาวเลือดของมนุษย์ที่สุดไปเลย มันทั้งหอม หวาน หึหึหึ โดยเฉพาะเลือดของมนุษย์ที่มีความอิจฉา ริษยา ราคะน่ารำคาญ แล้วก็ฉันขอเตือนไว้ก่อนนะ อย่าทำให้ฉันโกรธล่ะ ”


“ แก... ยัยแม่มด ไปพวกเรา ” ศิรีบแจ้นกลับโต๊ะของตนเองไป 


“ เมื่อกี้พี่ดูน่ากลัวจังเลย ฉันก็คิดว่าพี่จะฆ่าพวกนั้นจริงๆ ซะอีก ” ลัลทริมาว่า เมื่อกี้มิติกาดูน่ากลัว มันเหมือนกับมีแรงกดดันในดวงตา


 มิติกาหันกลับมานั่งลงที่โต๊ะ สายตาก็ยังคงเย็นเยือกดังเดิม แล้วพูดขึ้น

“ ทุกสิ่งมี 2 ด้านเสมอลัลทริมา มีขาวและดำ มืดและสว่าง ก็เหมือนกับฉัน มีด้านของความเป็นคน และอีกด้านก็เป็นดังปีศาจร้าย ถ้าเธอรู้จักใช้ให้เป็นทั้ง 2 ด้าน ก็จะมีแต่ผลดี แต่ถ้าเธอปล่อยให้ด้านใดด้านหนึ่งควบคุมมากเกินไป เธอก็จะมีแต่ พัง และพัง ”


“ แต่ถ้าฉันทำตัวร้ายกาจ ทุกคนก็คงจะว่าฉันเป็นแม่มด ไม่ก็เป็นยิ่งกว่านั้น แล้วฉันก็สู้ใครไม่เป็นด้วย ฉันไม่รู้ว่าจะทำไง ” ลัลทริมาว่า ก้มหน้าลงสีหน้าไม่ดีเท่าไหร่


“ เป็นก็เป็นสิ แม่มดน่ะวิเศษกว่ามนุษย์ตั้งเยอะ แม่มดดีๆ ก็มีถมไป แถมไม่มีใครแกล้งด้วยนะ ” มิติกาว่าทีเล่นทีจริง “ ถ้าเธอเป็นแม่มด ฉันจะเป็นปีศาจ ดูซิ มนุษย์จะสู้แม่มดกับปีศาจรึเปล่า ”


“ อะ... คิกๆ นั้นสินะค่ะ มนุษย์จะสู้เราได้รึเปล่า คิกๆๆ ” ลัลทริมาว่า แล้วหลุดขำออกมาเบาๆ “ โอ้ย ..!!.. ”


“ มานี่เดี่ยวนี้ ยัยโง่ ” จู่ๆ การินก็เดินเข้ามากระชากตัวลัลทริมา และลากตัวเด็กสาวเดินตามไป



 การินลากตัวลัลทริมาเดินตามมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงดาดฟ้า


“ ปล่อยลัลนะโว้ยย ” เสียงกังวาลของเอมิกาพูดขึ้น เอมิกาและมัณฑินีเมื่อเห็นลัลทริมาโดนลากออกมา ก็รีบวิ่งตามมาทันที


“ ทำไมฉันต้องปล่อยด้วย ” การินโต้กลับ “ ยัยนี่เป็นลูกเธอรึไง ถึงได้หวงนักหวงหนาน่ะ หะ.. ”


“ แต่ลัลเป็นเพื่อนพวกฉัน ” นีว่า แต่ก็ต้องรีบหลบไปอยู่ข้างหลังเอม เพราะกลัวการิน การินจับข้อมือลัลทริมาแน่นแล้วว่าต่อ


“ ยัยนี่เป็นของฉัน ”


“ ไม่ใช่ ” เด็กสาวผมม่วงแดงเดินมาช้าๆ อย่างใจเย็น หยุดยืนประจันหน้ากับการิน “ ยัยนี่ไม่ใช่ของนาย ไม่ใช่ของใครทั้งนั้น นายไม่มีสิทธิ์คิดเองแบบนี้ ”


“ ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ ยัยนี่เป็นของของฉัน ฉันเป็นเจ้าของ ” การินตะคอกเสียงดัง


“ ยัยนี่ไม่ใช่สิ่งของ แต่มีสิ่งมีชีวิตที่มีจิตใจ เหมือนกับนาย เพราะงั้นปล่อยยัยนั่นได้แล้ว ” มิติกาพูดเสียงเรียบ ไม่แยแส 


“ ไม่ต้องมาสั่งฉัน ไม่ต้องมาบอกฉันด้วย เธอบอกตัวเองเถอะ เพราะเธอกับฉัน มันก็มีตัวคนเดียวเหมือนกัน ”


“ ไม่เหมือน นายมันงี่เง่า ไม่ยอมรับความเป็นจริง เป็นพวกหลอกตัวเอง หนีอดีตของตัวเอง ” มิติกาว่าเสียงเรียบเย็น ยิ้มเยาะการิน


“ เธอหมายความว่ายังไง ฉันไม่หนีอะไรทั้งนั้นแหละ เธอไม่รู้อะไร อย่ามาพูดมั่วๆ จะดีกว่า ” การินว่า จ้องมิติกาตาเขม็ง


“ ผ้าพันแผลเน่าๆ ที่พันอยู่น่ะ ถอดมันออกสิ นายจะปกปิดมันไว้ทำไม ถ้านายยอมรับมันจริง นายก็ต้องคิดว่า มันเป็นแค่รอยแผลเป็นธรรมดาๆ ต้องทนดูมันได้สิ ”


“ เธอ ไม่ต้องมาพูดมาก เธอไม่เป็นฉัน เธอไม่มีวันรู้หรอก ว่าวันนั้นฉันรู้สึกยังไงน่ะ ” การินตวาด ทุกสิ่งเงียบสงัด ลัลทริมา เอม และนี ต่างนิ่งเงียบ ฟังการสนทนาของการินและมิติกาอย่างตั้งใจ


“ เสียใจ ผิดหวัง โกรธ โมโห และกลัว หึ ทุกคนที่เจอเรื่องเลวร้าย ก็มีความรู้สึกพวกนี้กันทั้งนั้นแหละ แต่มีน้อยคนที่จะยอมรับความเป็นจริงในอดีตได้ นายเองก็ ยอมรับไม่ได้เหมือนกัน ” มิติกาพูดเสียงเรียบเย็น “ นายเองก็เป็นแค่ เด็กน้อย ที่จมอยู่ในความมืดของจิตใจ หวังว่านายจะขึ้นมาได้นะ คุณหนูการิน วรรณณาเวทย์ อูย! ไม่สิ คุณหนูการิน จินตเมธร หึหึหึหึหึ ”


“ อะ... เธอ!! ” การินมองตามร่างบางเจ้าของเรือนผมสีม่วงแดงที่เดินห่างออกไปพร้อมๆ กับลัลทริมาจนลับตา


  เป็นไปได้ยังไง ยัยนั่นจะมารู้เรื่องราวของฉันได้ยังไง นี่มัน.... ไร้เหตุผลชัดๆ ยัยนั่นต้องเป็นปีศาจแน่ๆ ปีศาจชัวๆ 100 %


การินสบถอย่างหงุดหงิดอยู่ในลำคอมากมายจนนับคำไม่ถ้วน เตะนั่นเตะนี่จนสบายใจ แล้วจึงเดินลงจากดาดฟ้าไป

..........

.....

.


 เด็กสาวผมม่วงแดงพาลัลทริมาเดินมานั่งที่โต๊ะในห้องของชมรมอะไรซักอย่าง เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาเรียน บริเวณห้องชมรมจึงว่างเปล่า มีเพียงเด็กสาวสี่คนที่นั่งอยู่ภายในห้อง


“ พี่มิติ เมื่อกี้พี่พูดแรงไปรึเปล่าคะ ดูการินจะโกรธมากเลย ” ลัลทริมามองหน้ามิติกา แววตาที่ส่งมามิติกาจับใจความได้ว่า เด็กสาวแคร์การิน


“ ถ้าพูดความจริง แล้วไอ้เด็กนั่นโกรธ แสดงว่าไอ้เด็กนั่น เป็นอย่างที่ฉันพูดจริงๆ ” สายตาคมจ้องมองลัลทริมานิ่ง ดวงตาไม่สื่อถึงสิ่งใดให้ลัลทริมาจับใจความได้เลย


 อะไรกัน ดวงตาที่ไม่สื่อถึงอารมณ์ใดๆ แบบนี้มัน.. แปลว่าอะไรหรอคะพี่มิติ การินเค้าจะไม่เสียใจจริงๆ หรอคะพี่ หนู.... 


 ข้อความที่ไม่อาจเปล่งเสียงได้ส่งผ่านสายตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นของเด็กสาวมายังมิติกา เด็กสาวผมม่วงดูเพียงแวบเดียวก็เข้าใจ แต่พูดบ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่นแทน


“ หึ.. พวกเธอรีบพากันไปเรียนได้แล้ว เดี่ยวก็โดนดุอีกหรอก เจอกันตอนพักเที่ยงนะ ถ้าครูถามว่าทำไมฉันไม่เข้าเรียน ก็บอกว่า ฉันขี้เกียจแล้วกันนะ โชคดี ” เสียงเรียบเฉยพูดพลางเดินออกไปจากห้องชมรม ทิ้งไว้เพียง 3 สาวที่นั่งอยู่


“ นี่ลัล...ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าการิน มิติและก็ลัลไปรู้อะไรมา แต่.. ฉันว่าเราต้องกลับห้อง ก่อนที่จะโดนครูดุแล้วล่ะ ไปกันเถอะ ” นีพูดขึ้น 


“ เออ รีบไปกันเถอะ ” เอมก็ว่าเสริม แล้วรีบฉุดแขนลัลทริมาให้เดินตามไปที่ห้องเรียน


 ว่าแต่ ถ้าพี่มิติไม่เข้าเรียน แล้วพี่มิติจะไปไหน ไปทำอะไร เฮ้อ... จะว่าไปแล้ว การินเป็นไงบ้างนะ


••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••


เหอะๆๆๆ ~_~  ยากกว่าที่คิดแฮะ


มาเจอะกับพีไนท์ อีกแล้วววว วันนี้พีไนท์มากับนักแสดงหลากหลาย การิน ลัลทริมา ท่านเชียร และมิติกา และอื่นๆ อีกมากมาย  พีจะพยายามแต่งแต้มเติมเต็มให้เรื่องมันดูสนุกยิ่งขึ้นค่ะ 


จะพยายามเต็มที่เลยยยย เพื่อท่านศาสดาาาาา เอ้ยย.. ไม่ใช่ๆ เพื่อเรื่องราวที่แสนสนุก 


ถ้ามีอะไรติชม หรืออยากแสดงความเห็นอะไร ก็สามารถคอมเมนท์คุยกันได้นะ สำหรับวันนี้... บรัยยยย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #53 Haruna (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 00:08

    หูววว แค่ตอนแรกเริ่มมาก็สนุกมากเลยค่ะ เค้าชอบมากๆ เลย ><

    #53
    1
    • #53-1 P Night(จากตอนที่ 1)
      20 มกราคม 2564 / 19:09
      ขอบคุณที่ชอบค่ะ (≧▽≦)
      #53-1